Share

5

last update Tanggal publikasi: 2026-02-19 15:58:45

เป็นนางร้ายหรอ

*****

"เว่ยเว่ย เธอมาแล้วหรอไปห้องเรียนกันเถอะ" เมื่อเว่ยเว่ยเห็นหญิงสาวที่เข้ามาทัก ก็จำได้ทันทีว่าเป็นเพื่อนสนิทของเว่ยเว่ยคนก่อน จากความทรงจำนั้นเพื่อนคนนี้ค่อนข้างดีเลยทีเดียว

"สวัสดีจ๊ะปิงปิง เธอมานานแล้วหรอ"

"มาก่อนเธอแป๊บเดียวเอง เราไปกันเถอะ" แล้วทั้งสองก็เดินเข้าห้องเรียนไป จากความทรงจำนั้น เย่หลินปิง เป็นเพื่อนเพียงคนเดียวของเว่ยเว่ยเพราะว่าคนอื่นไม่มีใครคบด้วยกับเธอ เพราะความหยิ่ง ความจองหองของร่างเก่า ที่หลินปิงคบกับเธอนั้นก็เพราะว่าเว่ยเว่ยเห็นว่าปิงปิงนั้นขี้เหร่กว่าเธอและยอมคน ไม่มีปากมีเสียงกับเธอ เธอพูดอะไรปิงปิงก็เชื่อตลอด เธอจึงคบด้วย และอาศัยลอกการบ้านด้วย ซึ่งเว่ยเว่ยคนเก่านั้น ความฉลาดติดลบ แต่ความหยิ่งเกินร้อย จึงเป็นที่มาว่าทำไมสองคนนี้ถึงเป็นเพื่อนกันได้

"โอ๊ะ!!!! ขอโทษทีฉันไม่ทันมอง" เว่ยเว่ยขอโทษออกไปเพราะว่าเดินชนเข้ากับหญิงสาวคนหนึ่ง

"นี่เว่ยเว่ยเธอต้องการแกล้งหลิวอี้ใช่ไหม ไม่งั้นเธอจะเดินชนหลิวอี้ได้ยังไง" คนในกลุ่มนั้นเอ่ยขึ้น

"ใช่ๆ เธอไม่ชอบหลิวอี้จึงแกล้งชนใช่ไหมล่ะ"

'อ้าว..งานเข้าแต่เช้าเชียวผู้หญิงคนนี้ใครกันนะ อ๋อแม่ดอกบัวขาว คู่ปรับของเว่ยเว่ยนี่เองแหมแม่นางเอก' เว่ยเว่ยคิดในใจ

"เปล่านะ ฉันไม่ได้ตั้งใจชนจริงๆ" เว่ยเว่ยบอกออกไป เธอเองก้จะเดินเข้าห้องเหมือนกัน ไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย

"ฉันไม่เชื่อหรอก ก็ทุกทีหล่อนก็แกล้งหลิวอี้ตลอด"

"ใช่ๆ ฉันเห็นด้วย"

"แต่ฉันไม่ได้แกล้งชนจริงๆนะ" เว่ยเว่ยเอ่ยเสียงแข็งออกไป คนบอกว่าไม่ได้ทำก็ยังจะกล่าวหากันอยู่นั่นแหละ

"ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ ฉันไม่เจ็บอะไรแค่ขัดนิดๆหน่อยๆ ฉันคิดว่าเว่ยเว่ยคงไม่ได้ตั้งใจหรอก มันเป็นอุบัติเหตุ" ไป๋หลิวอี้รีบแก้ตัวให้เว่ยเว่ยทันทีเมื่อเห็นว่าเพื่อนหลายคนรุมต่อว่าเว่ยเว่ยอยู่ แต่มือนั้นก็จับไปตามตัวทำเหมือนกับว่าฉันเจ็บนะแต่ไม่พูดออกมาหรอก

"เฮอะ..ก็แค่นั้น" เว่ยเว่ยทำเสียงในลำคอและคิดคนเดียวในใจว่า 'เฮ่อ..สรุปว่าฉันต้องเป็นนางร้ายจริงๆใช่ไหมเนี่ย' แล้วเธอก็เดินเข้าห้องเรียนไป ด้วยใบหน้าหงิกงอ

หลังจากนั้นเว่ยเว่ยก็ไม่ได้คิดอะไรมากเพียงแต่พยายามไม่เข้าใกล้กลุ่มของไป๋หลิวอี้ เพราะว่าเธอไม่อยากมีเรื่อง เธอรำคาญเธอไม่อยากเป็นนางร้าย แต่เรื่องก็มักจะเข้ามาหาเธอเสมอ...

"เว่ยเว่ย เธอได้กลุ่มทำรายงานแล้วหรือยังจ๊ะ" ไป๋หลิวอี้เดินเข้ามาถามพร้อมผองเพื่อนที่เดินตามกันมา

"ได้แล้วล่ะ ทำไมหรอ" เว่ยเว่ยเงยหน้าขึ้นตอบ 

"เอ่อ..ฉันมาชวนรวมกลุ่มทำรายงานกับพวกเราน่ะ" ไป๋หลิวอี้บอกด้วยรอยยิ้ม

"ไม่อ่ะ ฉันจะทำกับปิงปิงแค่สองคน" เว่ยเว่ย บอกออกไป และก้มหน้าลงไม่สนใจอีก

"เห็นไหมล่ะหลิวอี้ ฉันบอกเธอแล้วว่าไม่ต้องมาชวน เสียเวลาเปล่า" เพื่อนที่มาด้วยคนหนึ่งเอ่ยขึ้น

"ทำเป็นหยิ่ง ช่างหล่อนเถอะหลิวอี้ เดี๋ยวก็ได้รู้ผลตอนคะแนนออกมานั่นแหละ" เพื่อนอีกคนเสริมขึ้น

"คนโง่ก็ปล่อยให้คนโง่ทำกันไป 2 คนเถอะ อย่าไปยุ่งเลย" คนที่สามตามมาติดๆ

"แต่ว่าเราอยากช่วยพวกเธอจริงๆนะ" หลิวอี้พูดเสริมขึ้น

"ไม่เป็นไรหรอก พวกเราทำกันได้ ขอบใจนะ" เว่ยเว่ยก็ได้แต่คิดว่า ไปเสียทีเถอะรำคาญ เว่ยเว่ยยังยืนยันคำเดิม พร้อมกับคิดในใจว่า 'แหมรายงานแค่นี้หลับตาทำยังทำได้เลยย่ะหล่อน'

เมื่อกลุ่มของไป๋หลิวอี้ได้ยินดังนั้นจึงเดินจากไป

"เว่ยเว่ย ทำไมเราไม่ทำรายงานกับหลิวอี้อ่ะหลิวอี้เรียนเก่งมากเลยนะพวกเราจะได้คะแนนดีๆไง" ปิงปิงถามด้วยความสงสัย

"ไม่อ่ะ ฉันทำได้เชื่อใจฉันเถอะน่า" เว่ยเว่ย คิดว่าการที่กลุ่มของไป๋หลิวอี้เข้ามาถามเธอแบบนี้คงไม่หวังดีกับเธอแน่นอนเพราะปกติก็ไม่ถูกกันอยู่แล้ว แต่ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวผลคะแนนออกมาพวกหล่อนต้องอึ้งแน่นอนฮ่าๆๆ

ทางฝั่งของไป๋หลิวอี้เมื่อเดินออกมาแล้ว

"ไม่ต้องเสียใจไปนะหลิวอี้ ฉันรู้ว่าเธอเป็นคนดี ชอบช่วยเหลือคนอื่น แต่ว่าเขาไม่รับก็ไม่ต้องไปสนใจหรอกนะ''

"ใช่ๆคนหยิ่งแบบนั้นก็ให้ทำกันเองไปเถอะไม่ต้องร้องไห้นะดูสิตาแดงหมดแล้ว"

"ฉันไม่เป็นไรหรอก ก็แค่สงสารเว่ยเว่ยกับปิงปิง เห็นว่าคะแนนการเรียนไม่ค่อยดี ฉันก็อยากช่วยเฉยๆฉันไม่เป็นไรแล้วล่ะขอบใจมากนะ"  ไป๋หลิวอี้ยิ่มกลับไปให้เพื่อนๆทั้ง 2 คน แต่มีอยู่แว๊บนึงที่ยิ้มมันส่งไปไม่ถึงดวงตาซึ่งเพื่อนๆไม่เห็นแน่นอน

 

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   174

    เธอบอกว่าการผ่าคลอดนั้นเจ็บมากกว่าการคลอดเองมาก แถมการฟื้นฟูหลังคลอดก็ยากกว่า เธอจึงไม่เลือกวิธีนี้ แต่ตอนนี้ ตอนที่เขาเห็นว่าเธอทนเจ็บอย่างทรมาณก็อยากจะให้เธอผ่าคลอด “ไม่ค่ะ ฉันทนมาได้ถึงขนาดนี้แล้ว ฉันไหวค่ะ” เธอจับมือของเขาและบีบมันเบาๆ เพื่อสื่อว่าเธอทนได้จริงๆในการคลอดครั้งนี้ พวกเขาได้ฝากท้องที่โรงพยาบาลเอกชน ลู่เฟิงจึงได้เพิ่มเงินค่าคลอด และขอเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนภรรยาด้วย เพราะเขานั้นเป็นห่วงเธอมาก จึงไม่อยากที่จะรออยู่ที่ด้านนอก เขาอยากเป็นกำลังใจของเธอทุกช่วงเวลาและเมื่อไกล้คลอด อาการของเว่ยเว่ยก็น่าเป็นห่วง เพราะอาการปวดที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เธอทนได้ก็เริ่มที่จะทนไม่ได้ เธอจึงมีน้ำตาไหลออกมา“คุณเจ็บมากเลยหรือครับ” เมื่อเห็นว่าน้ำตาของเธอไหลออกมา ก็รู้แหละว่าเธอคงจะทนไม่ไหวแล้ว เขาเองก็ทนเห็นเธอเจ็บไม่ได้เหมือนกัน จึงได้คิดแล้วว่าเมื่อลูกคลอดออกมาแล้ว เขาจะทำหมันเอง เพื่อที่เว่ยเว่ยจะได้ไม่ต้องท้องและทรมาณแบบนี้อีก และอีกอย่างตอนนี้รัฐเองก็มีนโยบายลูกคนเดียวนี่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด“ตอนนี้ฉันแทบจะทนไม่ไหวแล้วค่ะ ลู่เฟิงคะฉันทรมาณมากเลย” ตอนนี้เธอปวดมาก ปวดจนเหมือน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   173

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ(บทส่งท้าย)ฉันกับคุณจะเป็นครอบครัวเดียวกันและวันแต่งงานก็มาถึงวันนี้ทุกคนล้วนวุ่นวายกันหมด แม้กระทั่งเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาว ถึงแม้ว่าจะวางแผนการจัดงานเอาไว้อย่างดี ก็ยังมีติดขัดอยู่บ้างหลังจากที่เว่ยเว่ยแต่งตัวเสร็จด้วยชุดกี่เพ้าสีแดงเพื่อที่จะทำพิธียกน้ำชาในช่วงเช้า เธอได้แอบมาดูสถานที่ ตอนนี้ทางโรงแรมได้ตกแต่งออกมาอย่างสวยงาม โดยใช้สีแดงเป็นหลัก ทั้งผ้าม่าน และดอกไม้ที่ใช้ตกแต่ง รวมทั้งอุปกรณืที่ต้องใช้ในพิธีด้วย“มาอยู่ที่นี่เองหรือลูก ทำไมไม่รอที่ห้องล่ะ จะออกมาทำไมกัน” แม่มู่ที่แวะมาดูความเรียบร้อยอีกครั้งก็เจอเข้ากับว่าที่เจ้าสาวที่ยืนอยู่“หนูแค่มาดูเท่านั้นค่ะ แล้วแม่ล่ะคะเหนื่อยไหม” ทั้งๆที่เธอให้ทางโรงแรมจัดการทั้งหมด แต่แม่ของเธอและทุกคนก็ยังอาสามาช่วยพนักงานทำ“ไม่เหนื่อยเลยลูก แม่ดีใจเสียอีกที่ลูกสาวแม่มีวันนี้ ต่อไปนี้ลูกก็จะเป็นภรรยา และเป็นแม่คนแล้วนะ” แม่มู่อดที่จะหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันไม่ได้ เธอไม่เคยคิดเลยว่าครอบครัวของเธอจะมาถึงจุดนี้ จุดที่มีครบทุกอย่าง โดยคนที่ยื่นมันให้ก็คือลูกสาวคนนี้ของเธอ“แม่คะ หนูรักแม่นะคะ ถึงหนูจะแต่งงานแล้ว แต่หน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   172

    และในมลฑลนี้ก็มีโรงแรมเพียงสองที่เท่านั้นที่อยู่ไกล้ที่สุด ซึ่งทั้งสองก็ได้พากันไปดู ซึ่งเว่ยเว่ยถูกใจโรงแรมที่สองที่ลู่เฟิงพาเธอมาดูมากที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าที่แรกมาก เพราะอยู่ในแถบชานเมืองออกมาหน่อย แต่ก็ไม้ได้ไกลจากบ้านมากนัก ทั้งยังมีที่จอดรถไว้สำหรับต้อนรับลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งที่แรกไม่มีเพราะอยู่ติดถนนเลยนั่นจะทำให้แขกที่มางานนั้นไม่สะดวกเรื่องการจอดรถและเมื่อทั้งสองได้เข้ามาติดต่อ ก็ได้รับบริการอย่างดีจากผู้จัดการโรงแรม ซึ่งลู่เฟิงบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ของรัฐแต่เป็นของเอกชน แต่ก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขของรัฐบาลนั่นเองเว่ยเว่ยได้ตกลงเรื่องสถานที่ที่จะจัดงาน ซึ่งทางโรงแรมก็บอกว่าวันนั้นไม่มีลูกค้ามาจองไว้ เธอสามารถทำเรื่องจองไว้ได้เลย โดยที่เธอต้องจ่ายเงินมัดจำเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะทางโรงแรมกลัวว่าเมื่อจัดงานไว้แล้วลูกค้าจะเบี้ยว จึงได้เรียกเก็บเงินมากกว่าครึ่งเมื่อได้สถานที่แล้ว เว่ยเว่ยก็พูดถึงเรื่องการตกแต่ง เธอไม่ได้ต้องการให้หรูหรามาก ขอแค่มีแท่นพิธีที่มีดอกไม้สวยงามเท่านั้น และรอบๆก็ขอให้มีดอกไม้วางในจุดต่างๆที่เห็นสมควรเพื่อความสวยงามส่วนเรื่องอาหารนั้นเธอขอให้ทางโรงแรมนั้

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   171

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****หลังจากที่ลู่เฟิงพาเธอไปจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาเธอไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงร้านอาหารร้านนี้บรรยากาศค่อนข้างดีทีเดียว เพราะจัดโต๊ะสำหรับต้อนรับแขกที่มาทานอาหารนั้นค่อนข้างส่วนตัว โต๊ะที่เธอเข้ามานั่งนั้นติดกับแม่น้ำเลยทีเดียว หรือจะพูดว่าทางร้านทำร้านให้ยื่นเข้าไปในแม่น้ำก็ได้“ที่นี่สวยดีนะคะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ ว่าที่นี่จะมีที่สวยๆแบบนี้” เว่ยเว่ยที่ไม่เคยออกไปที่ไหนนอกจากที่ร้านและมหาวิทยาลัย จึงได้ไม่เคยมาที่นี่ เธอค่อนข้างที่จะเสียดายมากทีเดียว“เป็นผมเองที่ไม่ได้พาคุณมา แต่ต่อไปนี้ผมจะพาคุณไปหลายๆที่เลยนะครับ” เพราะก่อนหน้านั้นเขาต้องทำงาน และเมื่อปีที่ผ่านมาเขาต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่จึงไม่ได้มีโอกาสพาเธอไปที่ไหนเลย เขาจึงอยากจะชดเชยวันเวลาที่ผ่านมา“คุณสัญญาแล้วนะคะ” เว่ยเว่ยนั้นไม่ได้คิดจริงจังกับเรื่องเที่ยวนัก แต่เธอก็ชอบที่คนรักของเธอนั้นชอบที่จะดูแลเธออย่างนี้ เธออยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา “ครับ ต่อไปนี้สามีจะพาคุณไปทุกที่ที่อยากไปเลยครับ” อยู่ๆลู่เฟิงก็แทนตัวเองว่าสามี นั่

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   170

    เมื่อตอนที่เธอเห็นมันครั้งแรก เธอเองก็งงเหมือนกัน ว่ามันมาจากที่ไหน ในเมื่อเธอเอาผ้าออกมาจากในมิติทุกวันเพื่อเอาออกมาตัดชุดที่ร้าน เธอก็ไม่เคยเห็นมันเลยสักครั้ง และมันไม่ใช่มีแค่สีเดียว แต่มีถึงสองสี และอีกสีหนึ่งก็คือสีแดงซึ่งเว่ยเว่ยก็นำมันมาตัดชุดกี่เพ้าด้วยเหมือนกัน แต่ชุดนั้นเธอคิดว่าจะเอามันไว้ใส่ในวันแต่งงานของเธอกับลู่เฟิง ตอนที่เธอหยิบชุดออกมาใส่ เธอก็แอบคิดไปเหมือนกันว่ามิติอาจจะรู้ว่าเธอจะได้ทำแบบนี้จึงได้มอบผ้าสวยๆแบบนี้มาให้ก็เป็นได้พอถึงช่วงบ่าย ลู่เฟิงก็มารับเธอที่บ้านตามที่ได้ตกลงกันไว้ ก่อนไปจดทะเบียน เขาได้พาเธอเข้าไปหาครอบครัวของเขาก่อน เพื่อบอกว่าทั้งสองจะไปจดทะเบียนกัน“ลูกว่าอะไรนะลู่เฟิง” แม่จิ่งที่ได้ยินลูกชายบอกว่าจะพาคู่หมั้นไปจดทะเบียนก็ถึงกับอุทานออกมาเสียงดัง“ผมจะพาเว่ยเว่ยไปจดทะเบียนครับ” ลู่เฟิงบอกคนเป็นแม่อีกครั้ง ส่วนพ่อเจียงที่นั่งฟังอยู่ก็ไม่ได้ตกใจอะไร เพราะเขาคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว เพราะเด็กทั้งสองคนก็คบหาดูใจกันมาหลายปีแล้ว ถ้านับเวลาคงเกือบห้าปีเลยล่ะ“แล้วลูกบอกทางบ้านของหนูเว่ยเว่ยแล้วหรือยัง ทำไมลูกถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้ ทำอะไรทำไมไม่ถามผู้ใหญ่

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   169

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****และเมื้อมื้ออาหารเย็นจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันเข้าห้องนอน รวมทั้งจางหย่งด้วย ที่วันนี้เขาได้รับอนุญาติให้ค้างที่นี่กับภรรยาและลูกได้ และในพรุ่งนี้เช้าเขาจะพาลูกและภรรยากลับไปพักที่ค่าย“อื้อ อื้อ” เว่ยเว่ยที่ถูกจู่โจมหลังจากที่ออกจากห้องน้ำก็ได้ได้แต่ครางอยู่แต่ในลำคอ “คุณเรียนจบแล้วใช่หรือเปล่า” ลู่เฟิงเมื่อละปากออก ก็พูดถามเสียงอู้อี้ เพราะตอนนี้จมูกของเขาได้ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวของเว่ยเว่ย ยิ่งเขาได้กลิ่นหอมที่มาจากตัวของเธอ ยิ่งทำให้เขานั้นแทบคลั่ง“อื้อ ค่ะ” เธอเรียนจบมาได้สองเดือนแล้ว เหลือแค่รอใบประกาศเท่านั้น“ถ้าอย่างนั้นเราแต่งงานกันนะ” ลู่เฟิงที่ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก จึงได้ถามถึงเรื่องแต่งงาน“อะ อะไรนะคะ” เว่ยเว่ยคิดว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ยินลู่เฟิงขอเธอแต่งงาน “เราแต่งงานกันนะครับ” เขาย้ำให้เธอฟังอีกครั้ง และครั้งนี้เขาเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเธอให้ชัดๆ และหยุดการกระทำทุกอย่างไปก่อน“เรื่องนี้ เราไม่ต้องบอกพ่อแม่ก่อนหรือคะ” เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ยังไงพ่อแม่ก็ควรที่จะรับรู้เรื่องนี้“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับ ว่าแต่คุณเถอะ แต่งงานกับผมได

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   135

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****วันนี้เป็นวันที่เว่ยเว่ยนัดกับซูฉีเรื่องชุดที่สั่งตัดไว้ เว่ยเว่ยเองก็คาดหวังว่าชุดที่สั่งตัดนั้นจะออกมาดีตามที่เธอนั้นคาดหวังเอาไว้ด้วยเหมือนกันเว่ยเว่ยนั้นวางแผนเรื่องร้านไว้แล้ว เธอซื้อตึกที่อยู่ข้างๆกัน เพราะเธอเห็นว่าเจ้าของคนเก่านั้นพึ่งจะนำป้ายประกาศขายมาติดไว้เมื

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   133

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****“ผู้กองเจียงลู่เฟิงอย่างนั้นหรือครับ” สวีข่ายที่ได้ยินถึงจะตกใจอยู่บ้างแต่ก็ต้องยอมรับ เพราะก่อนหน้านี้เขาเองก็พอรู้มาอยู่บ้างว่าทั้งคู่นั้นสนิทสนมกัน แต่ก็ไม่คิดว่าจะหมั้นหมายกันเร็วขนาดนี้“ถ้าอย่างนั้นผมก็ต้องยินดีด้วยนะครับ” เมื่อรู้ว่าตนนั้นไม่มีโอกาสที่จะสานสัมพันธ์

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   132

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****“จริงด้วยเว่ยเว่ย ตัวนี้ดูสดใสมาก เธอดูสิพอเอามาทาบกับตัวฉันแล้วฉันดูขาวขึ้นอีกด้วย” ซูเย่ชอบใจมาก เธอคิดไม่ผิดเลยที่ชวนเว่ยเว่ยมาในวันนี้“ว่าแต่เธอไม่ซื้อบ้างหรือ เสื้อผ้าที่นี่สวยๆเยอะเลยนะ” ซูเย่ที่เห็นว่าเพื่อนเพียงแค่จับดูเท่านั้นแต่ไม่คิดที่จะซื้อ“ไม่อ่ะ ไม่มีที่ถ

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   128

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****“คุณมาทำอะไรที่นี่” ตอนที่พลทหารเข้าไปแจ้งเขา ว่ามีคนมาขอพบ เขานั้นดีใจมากคิดว่าเป็นเว่ยเว่ยเสียอีก แต่พอทหารบอกชื่อเท่านั้นแหละ เขากับถึงถอนหายใจเลยทีเดียว“เอ่อ…คือฉัน ฉันมีเรื่องให้พี่ลู่เฟิงช่วยน่ะค่ะ” ซูฮวาไม่รู้ว่าจะเริ่มที่ตรงไหนดี ไม่รู้ว่าเขาจะยอมช่วยเธอหรือเปล่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status