Share

6

last update Last Updated: 2026-02-19 15:59:06

นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ

*****

"เย็นนี้กินข้าวกับอะไรดีนะ...โอ๊ย!!!! " เฉียนเว่ยเว่ยที่กำลังเดินคิดอะไรเพลินๆก็เดินชนเข้ากับอะไรสักอย่าง

"เดินแบบไหนของคุณเนี่ยไม่ดูตาม้าตาเรือเลย ฉันเจ็บไปหมดแล้ว" เว่ยเว่ยโวยวายด้วยความเจ็บ เพราะว่าเธอหงายท้องก้นจ้ำเบ้า นี่ก็ไม่รู้ว่าจะหักหรือเปล่าเธอรู้สึกเจ็บมากเลย

"ผมต้องขอโทษด้วยครับพอดีผมรีบ" ชายหนุ่มที่เดินชนเธอกล่าวขอโทษออกไป 

เว่ยเว่ย เงยหน้าขึ้นมาก็ต้องตกตะลึงด้วยความหล่อของชายหนุ่ม แต่ไม่ใช่แค่หญิงสาวเท่านั้น ชายหนุ่มเองก็ตกตะลึงกับความสวยของหญิงสาวเช่นกัน

'ผู้ชายอะไร หล่อมากกกกกกก ไม่เคยเห็นใครหล่อขนาดนี้เลย ' ถึงแม้ว่าเธอจะเคยได้เห็นคนหน้าตาดีมาไม่น้อยเมื่อชาติที่แล้ว แต่เธอก็ยังไม่ชินอยู่ดี ไม่คิดว่าจะเจอคนหน้าตาดีขนาดนี้ เธอพึ่งรู้ว่าคนรุ่นปู่จะงานดีได้ขนาดนี้เลย

"นี่คุณช่วยพยุงฉันขึ้นมาหน่อยสิฉันลุกเองไม่ไหว" เว่ยเว่ยเรียกสติของตัวเองและของขายหนุ่ม เมื่เธอนึกขึ้นได้ว่าเธอล้มลงมานานแล้ว

"อ๋อได้ครับ โทษที โทษที" ชายหนุ่มพูดด้วยความลนลานเพราะว่ากลัวหญิงสาวจะโกรธมากกว่านี้ ตอนนี้เว่ยเว่ยรู้สึกเจ็บก้นเป็นอย่างมากเพราะชายหนุ่มชนเธออย่างแรง จนเธอทำหน้าเหยเกด้วยความเจ็บ

"คุณเป็นอะไรบ้างครับ เจ็บมากไหม แล้วเจ็บตรงไหนบ้าง" ชายหนุ่มถามอีกครั้ง และพยามยามที่จะดูรอบๆตัวเธอว่าเจ็บตรงไหนบ้าง

"เจ็บสิคุณ ถามมาได้ มาลองเป็นฉันไหมล่ะ ล้มลงไปซะขนาดนั้น" เว่ยเว่ยพูดด้วยความโมโห แต่ไม่ได้โวยวายเสียงดัง ประมาณว่าประชดเสียมากกว่า ถึงจะหน้าตาดี แต่เธอก็ไม่ให้อภัยเพราะหล่อหรอกนะ

"เอ่อ..ผมต้องขอโทษอีกครั้งนะครับ ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆ" ชายคนนั้นเอ่ยขึ้น

"ถ้างั้น ผมจะพาคุณไปโรงพยาบาลนะครับจะได้ให้หมอตรวจด้วย ว่าเป็นอะไรมากหรือเปล่า เอ่อ..ผมเจียงลู่เฟิงนะครับแล้วคุณชื่ออะไรครับ" ในเมื่อเขาทำเธอเจ็บ เขาเองก็ต้องรับผิดชอบ

"ฉันเฉียนเว่ยเว่ยค่ะ" เธอบอกออกไป

"เราไปโรงพยาบาลกันเลยดีกว่านะครับจะได้ไม่เสียเวลาคุณด้วย" ลู่เฟิงก็พาเว่ยเว่ยไปโรงพยาบาล

โรงพยาบาล...

"ไม่เป็นอะไรมากนะคะคนไข้ ไม่มีอะไรแตกหัก แค่ฟกช้ำจากการกระแทกเท่านั้นค่ะเดี๋ยวรับยาทาแก้ฟกช้ำ และยากินแก้ปวดไปทานนะคะ เชิญด้านนอกได้เลยค่ะ"

หลังจากออกห้องตรวจ ลู่เฟิงก็อาสาไปรับยาแทนเว่ยเว่ยเพราะไม่อยากให้เธอต้องเดินมาก

'ฉันเจ็บก้นนะไม่ใช่ขาถึงจะไปเอายาเองไม่ได้แต่ดีแล้วล่ะ ก็เพราะนายฉันถึงได้เจ็บตัวแบบนี้' เว่ยเว่ยคิดในใจ

"ผมรับยามาแล้วครับ ไปครับผมจะพาคุณไปส่งที่บ้าน คุณพักอยู่แถวไหนหรอครับ" ลู่เฟิงถามถึงที่พักกับเว่ยเว่ยทันที

"ฉันอยู่ห้องเช่าใกล้กับโรงเรียนมัธยมนั่นแหละค่ะ แต่คุณไม่ต้องไปส่งหรอกค่ะ แค่นี้เองฉันกลับเองได้" เว่ยเว่ยที่พึ่งจะนึกขึ้นได้ว่ายุคนี้หญิงชายไม่ควรที่จะไกล้ชิดกันเกินไป จึงได้ปฎิเสธ

"ได้ยังไงกันครับผมทำคุณเจ็บตัว ผมต้องรับผิดชอบครับ" ชายหนุ่มยืนยันที่จะไปส่ง เว่ยเว่ยเองก็ไม่อยากเถียง ในเมื่อยากไปก็ไป เพราะถึงอย่างไรแล้วก็คงไม่ได้เจอกันอีก

ลู่เฟิงก็ไปส่งเว่ยเว่ยกลับห้องเช่า ระหว่างทางนั้นก็ไม่ได้พูดอะไรกันต่างคนต่างเดินไปเงียบๆแล้วต่างคนต่างแยกย้ายกันไป

"เฮ้อ..ซวยจริงๆเลยวันนี้ หิวจังเลย กินข้าวต้มในมิติแล้วกัน" เธอจึงกินข้าวกินยา หลังจากนั้นเธอก็อาบน้ำพักผ่อนแล้วนอนหลับไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   174

    เธอบอกว่าการผ่าคลอดนั้นเจ็บมากกว่าการคลอดเองมาก แถมการฟื้นฟูหลังคลอดก็ยากกว่า เธอจึงไม่เลือกวิธีนี้ แต่ตอนนี้ ตอนที่เขาเห็นว่าเธอทนเจ็บอย่างทรมาณก็อยากจะให้เธอผ่าคลอด “ไม่ค่ะ ฉันทนมาได้ถึงขนาดนี้แล้ว ฉันไหวค่ะ” เธอจับมือของเขาและบีบมันเบาๆ เพื่อสื่อว่าเธอทนได้จริงๆในการคลอดครั้งนี้ พวกเขาได้ฝากท้องที่โรงพยาบาลเอกชน ลู่เฟิงจึงได้เพิ่มเงินค่าคลอด และขอเข้าไปอยู่เป็นเพื่อนภรรยาด้วย เพราะเขานั้นเป็นห่วงเธอมาก จึงไม่อยากที่จะรออยู่ที่ด้านนอก เขาอยากเป็นกำลังใจของเธอทุกช่วงเวลาและเมื่อไกล้คลอด อาการของเว่ยเว่ยก็น่าเป็นห่วง เพราะอาการปวดที่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จากที่เธอทนได้ก็เริ่มที่จะทนไม่ได้ เธอจึงมีน้ำตาไหลออกมา“คุณเจ็บมากเลยหรือครับ” เมื่อเห็นว่าน้ำตาของเธอไหลออกมา ก็รู้แหละว่าเธอคงจะทนไม่ไหวแล้ว เขาเองก็ทนเห็นเธอเจ็บไม่ได้เหมือนกัน จึงได้คิดแล้วว่าเมื่อลูกคลอดออกมาแล้ว เขาจะทำหมันเอง เพื่อที่เว่ยเว่ยจะได้ไม่ต้องท้องและทรมาณแบบนี้อีก และอีกอย่างตอนนี้รัฐเองก็มีนโยบายลูกคนเดียวนี่จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุด“ตอนนี้ฉันแทบจะทนไม่ไหวแล้วค่ะ ลู่เฟิงคะฉันทรมาณมากเลย” ตอนนี้เธอปวดมาก ปวดจนเหมือน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   173

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ(บทส่งท้าย)ฉันกับคุณจะเป็นครอบครัวเดียวกันและวันแต่งงานก็มาถึงวันนี้ทุกคนล้วนวุ่นวายกันหมด แม้กระทั่งเจ้าบ่าวหรือเจ้าสาว ถึงแม้ว่าจะวางแผนการจัดงานเอาไว้อย่างดี ก็ยังมีติดขัดอยู่บ้างหลังจากที่เว่ยเว่ยแต่งตัวเสร็จด้วยชุดกี่เพ้าสีแดงเพื่อที่จะทำพิธียกน้ำชาในช่วงเช้า เธอได้แอบมาดูสถานที่ ตอนนี้ทางโรงแรมได้ตกแต่งออกมาอย่างสวยงาม โดยใช้สีแดงเป็นหลัก ทั้งผ้าม่าน และดอกไม้ที่ใช้ตกแต่ง รวมทั้งอุปกรณืที่ต้องใช้ในพิธีด้วย“มาอยู่ที่นี่เองหรือลูก ทำไมไม่รอที่ห้องล่ะ จะออกมาทำไมกัน” แม่มู่ที่แวะมาดูความเรียบร้อยอีกครั้งก็เจอเข้ากับว่าที่เจ้าสาวที่ยืนอยู่“หนูแค่มาดูเท่านั้นค่ะ แล้วแม่ล่ะคะเหนื่อยไหม” ทั้งๆที่เธอให้ทางโรงแรมจัดการทั้งหมด แต่แม่ของเธอและทุกคนก็ยังอาสามาช่วยพนักงานทำ“ไม่เหนื่อยเลยลูก แม่ดีใจเสียอีกที่ลูกสาวแม่มีวันนี้ ต่อไปนี้ลูกก็จะเป็นภรรยา และเป็นแม่คนแล้วนะ” แม่มู่อดที่จะหลั่งน้ำตาด้วยความตื้นตันไม่ได้ เธอไม่เคยคิดเลยว่าครอบครัวของเธอจะมาถึงจุดนี้ จุดที่มีครบทุกอย่าง โดยคนที่ยื่นมันให้ก็คือลูกสาวคนนี้ของเธอ“แม่คะ หนูรักแม่นะคะ ถึงหนูจะแต่งงานแล้ว แต่หน

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   172

    และในมลฑลนี้ก็มีโรงแรมเพียงสองที่เท่านั้นที่อยู่ไกล้ที่สุด ซึ่งทั้งสองก็ได้พากันไปดู ซึ่งเว่ยเว่ยถูกใจโรงแรมที่สองที่ลู่เฟิงพาเธอมาดูมากที่นี่มีขนาดใหญ่กว่าที่แรกมาก เพราะอยู่ในแถบชานเมืองออกมาหน่อย แต่ก็ไม้ได้ไกลจากบ้านมากนัก ทั้งยังมีที่จอดรถไว้สำหรับต้อนรับลูกค้าที่มาใช้บริการ ซึ่งที่แรกไม่มีเพราะอยู่ติดถนนเลยนั่นจะทำให้แขกที่มางานนั้นไม่สะดวกเรื่องการจอดรถและเมื่อทั้งสองได้เข้ามาติดต่อ ก็ได้รับบริการอย่างดีจากผู้จัดการโรงแรม ซึ่งลู่เฟิงบอกว่าที่นี่ไม่ใช่ของรัฐแต่เป็นของเอกชน แต่ก็อยู่ภายใต้เงื่อนไขของรัฐบาลนั่นเองเว่ยเว่ยได้ตกลงเรื่องสถานที่ที่จะจัดงาน ซึ่งทางโรงแรมก็บอกว่าวันนั้นไม่มีลูกค้ามาจองไว้ เธอสามารถทำเรื่องจองไว้ได้เลย โดยที่เธอต้องจ่ายเงินมัดจำเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะทางโรงแรมกลัวว่าเมื่อจัดงานไว้แล้วลูกค้าจะเบี้ยว จึงได้เรียกเก็บเงินมากกว่าครึ่งเมื่อได้สถานที่แล้ว เว่ยเว่ยก็พูดถึงเรื่องการตกแต่ง เธอไม่ได้ต้องการให้หรูหรามาก ขอแค่มีแท่นพิธีที่มีดอกไม้สวยงามเท่านั้น และรอบๆก็ขอให้มีดอกไม้วางในจุดต่างๆที่เห็นสมควรเพื่อความสวยงามส่วนเรื่องอาหารนั้นเธอขอให้ทางโรงแรมนั้

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   171

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****หลังจากที่ลู่เฟิงพาเธอไปจดทะเบียนเรียบร้อยแล้ว เขาก็พาเธอไปดินเนอร์ที่ร้านอาหารริมแม่น้ำแห่งหนึ่ง ที่ใช้เวลาเดินทางประมาณครึ่งชั่วโมงก็ถึงร้านอาหารร้านนี้บรรยากาศค่อนข้างดีทีเดียว เพราะจัดโต๊ะสำหรับต้อนรับแขกที่มาทานอาหารนั้นค่อนข้างส่วนตัว โต๊ะที่เธอเข้ามานั่งนั้นติดกับแม่น้ำเลยทีเดียว หรือจะพูดว่าทางร้านทำร้านให้ยื่นเข้าไปในแม่น้ำก็ได้“ที่นี่สวยดีนะคะ ฉันไม่เคยรู้มาก่อนเลยค่ะ ว่าที่นี่จะมีที่สวยๆแบบนี้” เว่ยเว่ยที่ไม่เคยออกไปที่ไหนนอกจากที่ร้านและมหาวิทยาลัย จึงได้ไม่เคยมาที่นี่ เธอค่อนข้างที่จะเสียดายมากทีเดียว“เป็นผมเองที่ไม่ได้พาคุณมา แต่ต่อไปนี้ผมจะพาคุณไปหลายๆที่เลยนะครับ” เพราะก่อนหน้านั้นเขาต้องทำงาน และเมื่อปีที่ผ่านมาเขาต้องออกไปทำงานนอกพื้นที่จึงไม่ได้มีโอกาสพาเธอไปที่ไหนเลย เขาจึงอยากจะชดเชยวันเวลาที่ผ่านมา“คุณสัญญาแล้วนะคะ” เว่ยเว่ยนั้นไม่ได้คิดจริงจังกับเรื่องเที่ยวนัก แต่เธอก็ชอบที่คนรักของเธอนั้นชอบที่จะดูแลเธออย่างนี้ เธออยากเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของเขา “ครับ ต่อไปนี้สามีจะพาคุณไปทุกที่ที่อยากไปเลยครับ” อยู่ๆลู่เฟิงก็แทนตัวเองว่าสามี นั่

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   170

    เมื่อตอนที่เธอเห็นมันครั้งแรก เธอเองก็งงเหมือนกัน ว่ามันมาจากที่ไหน ในเมื่อเธอเอาผ้าออกมาจากในมิติทุกวันเพื่อเอาออกมาตัดชุดที่ร้าน เธอก็ไม่เคยเห็นมันเลยสักครั้ง และมันไม่ใช่มีแค่สีเดียว แต่มีถึงสองสี และอีกสีหนึ่งก็คือสีแดงซึ่งเว่ยเว่ยก็นำมันมาตัดชุดกี่เพ้าด้วยเหมือนกัน แต่ชุดนั้นเธอคิดว่าจะเอามันไว้ใส่ในวันแต่งงานของเธอกับลู่เฟิง ตอนที่เธอหยิบชุดออกมาใส่ เธอก็แอบคิดไปเหมือนกันว่ามิติอาจจะรู้ว่าเธอจะได้ทำแบบนี้จึงได้มอบผ้าสวยๆแบบนี้มาให้ก็เป็นได้พอถึงช่วงบ่าย ลู่เฟิงก็มารับเธอที่บ้านตามที่ได้ตกลงกันไว้ ก่อนไปจดทะเบียน เขาได้พาเธอเข้าไปหาครอบครัวของเขาก่อน เพื่อบอกว่าทั้งสองจะไปจดทะเบียนกัน“ลูกว่าอะไรนะลู่เฟิง” แม่จิ่งที่ได้ยินลูกชายบอกว่าจะพาคู่หมั้นไปจดทะเบียนก็ถึงกับอุทานออกมาเสียงดัง“ผมจะพาเว่ยเว่ยไปจดทะเบียนครับ” ลู่เฟิงบอกคนเป็นแม่อีกครั้ง ส่วนพ่อเจียงที่นั่งฟังอยู่ก็ไม่ได้ตกใจอะไร เพราะเขาคิดว่ามันถึงเวลาแล้ว เพราะเด็กทั้งสองคนก็คบหาดูใจกันมาหลายปีแล้ว ถ้านับเวลาคงเกือบห้าปีเลยล่ะ“แล้วลูกบอกทางบ้านของหนูเว่ยเว่ยแล้วหรือยัง ทำไมลูกถึงเป็นคนแบบนี้ไปได้ ทำอะไรทำไมไม่ถามผู้ใหญ่

  • นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ (ยุค70)   169

    นี่ฉันเป็นนางร้ายหรอ*****และเมื้อมื้ออาหารเย็นจบลง ทุกคนก็แยกย้ายกันเข้าห้องนอน รวมทั้งจางหย่งด้วย ที่วันนี้เขาได้รับอนุญาติให้ค้างที่นี่กับภรรยาและลูกได้ และในพรุ่งนี้เช้าเขาจะพาลูกและภรรยากลับไปพักที่ค่าย“อื้อ อื้อ” เว่ยเว่ยที่ถูกจู่โจมหลังจากที่ออกจากห้องน้ำก็ได้ได้แต่ครางอยู่แต่ในลำคอ “คุณเรียนจบแล้วใช่หรือเปล่า” ลู่เฟิงเมื่อละปากออก ก็พูดถามเสียงอู้อี้ เพราะตอนนี้จมูกของเขาได้ซุกไซร้ไปที่ซอกคอขาวของเว่ยเว่ย ยิ่งเขาได้กลิ่นหอมที่มาจากตัวของเธอ ยิ่งทำให้เขานั้นแทบคลั่ง“อื้อ ค่ะ” เธอเรียนจบมาได้สองเดือนแล้ว เหลือแค่รอใบประกาศเท่านั้น“ถ้าอย่างนั้นเราแต่งงานกันนะ” ลู่เฟิงที่ได้ยินแบบนั้นก็ดีใจเป็นอย่างมาก จึงได้ถามถึงเรื่องแต่งงาน“อะ อะไรนะคะ” เว่ยเว่ยคิดว่าตัวเองหูฝาดที่ได้ยินลู่เฟิงขอเธอแต่งงาน “เราแต่งงานกันนะครับ” เขาย้ำให้เธอฟังอีกครั้ง และครั้งนี้เขาเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเธอให้ชัดๆ และหยุดการกระทำทุกอย่างไปก่อน“เรื่องนี้ เราไม่ต้องบอกพ่อแม่ก่อนหรือคะ” เรื่องแต่งงานเป็นเรื่องใหญ่ ยังไงพ่อแม่ก็ควรที่จะรับรู้เรื่องนี้“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาหรอกครับ ว่าแต่คุณเถอะ แต่งงานกับผมได

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status