หน้าหลัก / โรแมนติก / บทที่ชื่อว่า...ชีวิต / ตอนที่ 3  ปาฏิหาริย์แห่งชีวิตใหม่

แชร์

ตอนที่ 3  ปาฏิหาริย์แห่งชีวิตใหม่

ผู้เขียน: กวีเก้านิ้ว
last update วันที่เผยแพร่: 2026-07-12 18:05:30

ปาฏิหาริย์แห่งชีวิตใหม่หลังจากผ่านพ้นช่วงเวลา 6 เดือนอันตรายที่มัจจุราชเคยวางกรอบเวลาเอาไว้ ร่างกายของเด็กหญิงดวงดาวกลับไม่ได้ทรุดลงตามคำคาดการณ์ของใครๆ แสงแดดของวันใหม่ที่สาดส่องเข้ามาในห้องพักฟื้นดูจะสว่างไศวขึ้นกว่าวันวาน ผลการตรวจร่างกายอย่างละเอียดรอบล่าสุดทำให้ทั้งห้องตรวจเต็มไปด้วยความตื้นตันใจ คุณหมอเจ้าของไข้พลิกดูผลแล็บซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนจะยิ้มออกมาด้วยความประหลาดใจ “นี่มันปาฏิหาริย์ชัดๆ ครับ เซลล์ร้ายที่เคยกระจายไปทั่วตอนนี้สงบลงและเลือนหายไปจนเกือบหมดแล้ว ร่างกายของน้องตอบสนองต่อยาได้ดีอย่างน่าอัศจรรย์” ในวินาทีที่ได้รับอนุญาตให้เก็บกระเป๋าออกจากโรงพยาบาล สองแม่ลูกกอดกันร้องไห้โฮ แต่คราวนี้เป็นน้ำตาแห่งความสำลักความสุข เด็กหญิงได้ก้าวขาออกจากตึกผู้ป่วยมาสัมผัสกับสายลมและโลกกว้างภายนอกอีกครั้ง แม้ว่าร่างกายจะหลงเหลือร่องรอยบาดแผลถาวรอย่างปอดรั่วจากการเจาะอกถึง 6 ครั้ง และยังต้องพกยากลับไปทานที่บ้านเป็นกำๆทั้งยาสเตียรอยด์และยาปฏิชีวนะที่ต้องกินประคองไปตลอดชีวิต แต่เธอก็รู้ดีว่าทุกลมหายใจเข้าออกต่อจากนี้ คือกำไรชีวิตที่แลกมาด้วยความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่และหยาดน้ำตาแห่งการไม่ยอมแพ้

เงาใจในความมืด เมื่อเวลาหมุนผ่านไปจนเด็กหญิงเติบโตขึ้นเป็นหญิงสาว ร่างกายภายนอกที่เคยผอมโซ เริ่มกลับมาดูสมบูรณ์และแข็งแกร่งขึ้น ทว่ามรสุมชีวิตกลับเปลี่ยนทิศทางมาโจมตีที่ระบบประสาทและจิตใจแทน ผลกระทบจากการเจ็บป่วยอย่างรุนแรงในวัยเด็ก กอปรกับเคมีในสมองที่แปรปรวนจากผลข้างเคียงของยารักษาโรคสารพัดชนิดที่ทานต่อเนื่องมาเนิ่นนาน เริ่มส่งผลร้ายในเงามืด เธอเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติของอารมณ์ตนเองที่เหวี่ยงสลับไปมาอย่างรุนแรงเกินกว่าจะควบคุม จนในที่สุดคุณหมอก็ได้วินิจฉัยว่าเธอต้องเผชิญกับโรค "ไบโพลาร์" (Bipolar Disorder) และโรคซึมเศร้าในบางวัน อารมณ์ของเธอจะพุ่งสูงจนขยันขันแข็งคิดอยากทำนู่นทำนี่ไม่หยุดหย่อน แต่เมื่อใดที่กราฟอารมณ์ดิ่งฮวบลงมา เธอจะรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมลงสู่ก้นมหาสมุทรที่มืดมิดและไร้ทางออก ความรู้สึกไร้ค่าและโดดเดี่ยวโถมเข้าใส่จนหัวใจบีบรัด ยาจิตเวชจำนวนมากถูกเพิ่มเข้ามาในมื้ออาหารแต่ละวัน บาดแผลทางใจในคราวนี้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่มันกลับทรมานและกัดกินจิตวิญญาณของกวีเก้านิ้วให้รุ่มร้อนและเจ็บปวดไม่แพ้ครั้งที่เซลล์ร้ายกัดกินเนื้อเยื่อในร่างกายเลย

แสงสว่างจากแดนไกล ในช่วงปี พ.ศ. 2554 ที่ชีวิตของหญิงสาว ต้องต่อสู้ทั้งโรคมะเร็ง และการเดินทางอันแสนเหน็ดเหนื่อย ฐานะทางบ้านค่อนข้างขัดสน เงินทอง ที่มีจากการค้ารายวันแทบไม่พอกับค่าเดินทางและค่ายานอกบัญชีจนแม่ต้องหยิบยืมเงินทองจากญาติพี่น้อง ทว่าในความมืดมนนั้น ก็ได้มีแสงสว่างแห่งพระมหากรุณาธิคุณสาดส่องลงมายังครอบครัวของเธอ ด้วยพระบารมีและพระเมตตาอันหาที่สุดมิได้ ของ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงมีต่อผู้ป่วยยากไร้ ทำให้เธอได้รับพระราชทานความช่วยเหลือในกระบวนการรักษาพยาบาลทุนพระราชทานและโอกาสในการเข้าถึงยารักษาที่ดีในครั้งนั้น เปรียบเสมือนน้ำทิพย์ที่ชโลมใจที่แห้งผากของสองแม่ลูกให้กลับมามีชีวิตชีวา พระองค์ทรงเป็นดั่งแม่ผู้ให้ชีวิตใหม่แก่อีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะดับแสง กวีเก้านิ้วเฝ้ามองภาพพระฉายาลักษณ์ด้วยหัวใจที่ตื้นตันและกราบสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอยู่เสมอ เธอบอกกับตัวเองว่า ลมหายใจที่ได้รับพระราชทานมาในคราวนี้ จะต้องใช้มันอย่างคุ้มค่า จะต้องเป็นคนดี และเขียนสิ่งดีๆ เพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมเพื่อตอบแทนพระคุณอันล้นพ้นนี้จนกว่าชีวิตจะหาไม่

วันที่ใจหลงทางแม้จะมีความซาบซึ้งในชีวิต แต่พิษร้ายของโรคไบโพลาร์ และโรคซึมเศร้าก็มักจะฉุดกระชากสติของเธอให้หลุดลอยไปในบางช่วงเวลา หญิงสาวเคยหลงทางในโลกแห่งความคิดอันปั่นป่วนจนถึงขั้นลงมือทำร้ายตัวเองมาแล้วถึง 9 ครั้งในชีวิต ในยามที่อารมณ์ดิ่งและรุ่มร้อนจนถึงขีดสุด เธอจะกลายเป็นคนก้าวร้าว พูดจาประชดประชันและไล่แม่ด้วยถ้อยคำแรงๆ เพราะความอึดอัดทรมานที่อยู่ข้างในใจ แต่ไม่ว่าเธอจะร้ายกาจหรือทำตัวไม่น่ารักเพียงใด แม่ธนาวดีไม่เคยแม้แต่จะปล่อยมือหรือหันหลังเดินจากลูกสาวคนนี้ไปเลยทุกครั้งที่เธอได้สติขึ้นมาท่ามกลางแสงไฟอันสว่างวาบของห้องผู้ป่วยฉุกเฉิน ภาพแรกที่สายตาพล่ามัวของเธอจะมองเห็นเสมอคือ ใบหน้าอันอิดโรยและดวงตาที่บวมช้ำของแม่ที่นั่งกุมมือเธออยู่ข้างเตียงไม่ยอมห่าง แม่คอยวิ่งวุ่นจัดการเรื่องเอกสารและคอยระแวดระวังภัยให้ลูกตลอดทั้ง 9 ครั้ง น้ำตาของแม่ที่หยดลงบนหลังมือของเธอพร้อมกับคำพูดปลอบโยนที่บอกว่า “ไม่เป็นไรนะลูก แม่รักหนู แม่ให้อภัยหนูเสมอ” มันได้กลายเป็นเครื่องเตือนสติอันยิ่งใหญ่ว่า จากนี้ไปเธอต้องสู้กับโรคนี้ให้ชนะ เพื่อไม่ให้ผู้หญิงที่รักเธอที่สุดคนนี้ต้องหลั่งน้ำตาเพราะเธออีก

สมุดบันทึกของกวีเก้านิ้วหลังจากผ่านวิกฤตการณ์ทางอารมณ์ครั้งใหญ่และตั้งสติได้ หญิงสาวเริ่มต้นกระบวนการเยียวยาบาดแผลในใจด้วยวิธีที่เธอรักที่สุดมาตั้งแต่เด็ก เธอเปิดลิ้นชักและหยิบสมุดบันทึกเล่มเกลี้ยงขึ้นมาปัดฝุ่น ปลายปากกาเริ่มจรดลงบนกระดาษ ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตที่ผ่านร้อนผ่านหนาว ผ่านโรคมะเร็งระยะสุดท้าย และการต่อสู้กับสารพัดโรคในร่างกาย นามปากกา "กวีเก้านิ้ว" ถูกนำมาใช้โลดแล่นบนโลกออนไลน์อีกครั้งอย่างเป็นทางการบทความและความเรียงแต่ละบทที่เธอกลั่นกรองออกมา ล้วนเต็มไปด้วยสัจธรรมชีวิต หยาดน้ำตา และรอยยิ้มของการเป็นผู้รอดชีวิต เธอแชร์ประสบการณ์การก้าวผ่านความตายเพื่อเป็นกำลังใจให้แก่ผู้ป่วยคนอื่นๆ ที่กำลังท้อแท้ ทุกตัวอักษรที่เธอพิมพ์ลงไปไม่ได้เพียงแต่สร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อ่านเท่านั้น แต่ยังเป็นยารักษาแผลใจชั้นดีที่ทำให้เธอบำบัดตัวเอง ได้เห็นคุณค่าของชีวิตตนเองในวัย 35 ปี และรู้ว่าทุกลมหายใจที่เหลืออยู่ต่อจากนี้ มีไว้เพื่อส่งต่อพลังบวกและความหวังให้แก่โลกใบนี้

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • บทที่ชื่อว่า...ชีวิต   ตอนที่ 91 ดอกแก้วร่วงโรยสู่ผืนน้ำและพันธสัญญาแห่งนิรันดร์ (ตอนอวสาน)

    แสงอรุณรุ่งของวันใหม่ในพนมสารคามไม่ได้ส่องกระทบผิวน้ำบางปะกงด้วยประกายสีทองดั่งเช่นทุกวัน แต่มันกลับเป็นสีขาวนวลตาที่แผ่คลุมไปทั่วอาณาบริเวณ ราวกับว่าธรรมชาติกำลังจัดเตรียมฉากหลังให้กับบทสรุปสุดท้ายของตำนานครอบครัวดอกแก้วที่ผู้คนทั้งอำเภอต่างเฝ้ารอคอยอริญรดานั่งอยู่บนระเบียงเดิมที่เคยนั่งคู่กับธงชัยเมื่อสิบปีที่แล้ว วันนี้เธอดูร่วงโรยไปตามกาลเวลา ผมสีดอกเลาที่แซมขึ้นมาตามวัยไม่ได้ลดทอนความงามในดวงตาที่ยังคงเปี่ยมด้วยความอาทรลงแม้แต่น้อย ข้างกายเธอคือขวัญใจ... เด็กชายที่วันนี้กลายเป็นชายหนุ่มเต็มตัว ผู้มีแววตาแน่วแน่และรอยยิ้มที่ถอดแบบมาจากพ่อคนนั้นอย่างไม่ผิดเพี้ยน เขากำลังประคองหีบไม้ใบเล็กที่ธงชัยเคยทิ้งไว้ให้เปิดออกเป็นครั้งสุดท้าย“แม่ครับ... ถึงเวลาแล้วใช่ไหม?” เสียงของขวัญใจสั่นเครือเล็กน้อยอริญรดาพยักหน้าช้า ๆ น้ำตาเม็ดใสค่อย ๆ รินไหลอาบแก้ม เธอรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การสูญเสีย แต่คือการ “คืนกลับ” สู่จุดเริ่มต้น ในหีบนั้นไม่มีสมบัติมหาศาล มีเพียงแหวนแต่งงานวงเก่าที่ธงชัยเคยถอดไว้ก่อนสิ้นใจ และจดหมายฉบับสุดท้ายที่เขาเขียนถึงเธอในวันที่เขารู้ว่าลมหายใจกำลังจะหมดลง“อริญ... หากเธอได้อ

  • บทที่ชื่อว่า...ชีวิต   ตอนที่ 90 ลมหายใจแห่งกาลเวลาและการเดินทางที่ไม่มีวันสิ้นสุด

    แสงอาทิตย์ยามเช้าในวันที่ 90 ของการบันทึกเรื่องราวแห่งชีวิตที่พนมสารคาม สาดส่องผ่านยอดดอกแก้วลงมายังระเบียงไม้บ้านริมน้ำบางปะกงเป็นประกายระยิบระยับราวกับเกล็ดเพชร วันนี้อากาศอบอุ่นและอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของดอกแก้วที่ผลิบานสะพรั่งดูจะมากกว่าวันไหน ๆ อริญรดานั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้ตัวเก่าที่ธงชัยเคยแกะสลักไว้ เธอหยิบสมุดบันทึกเล่มสุดท้ายขึ้นมาเปิดดูหน้าแรก... หน้าที่เต็มไปด้วยลายมือที่เคยสั่นไหวและเต็มไปด้วยน้ำตาในวันแรกที่สามีจากไปห้าปีที่ผ่านมา... ดูเหมือนชั่วพริบตาเดียวสำหรับโลกใบใหญ่ แต่สำหรับหญิงม่ายคนหนึ่งที่ต้องแบกรับทั้งความเศร้าและความฝันของลูกชาย มันเป็นช่วงเวลาที่ยาวนานและเต็มไปด้วยการเรียนรู้ที่ยากลำบากขวัญใจในวัยเกือบแปดขวบก้าวเดินออกมาจากโรงเรือนไม้ เขาไม่ได้วิ่งเล่นซุกซนเหมือนเมื่อก่อน แต่ก้าวเดินด้วยจังหวะที่มั่นคงและมีสมาธิ เขาสวมเสื้อผ้าที่เรียบง่าย มือเล็ก ๆ ที่เคยได้รับบาดเจ็บจากคมมีดแกะสลักบัดนี้เต็มไปด้วยรอยด้านที่เกิดจากการทำงานหนักและมุ่งมั่น เขามองมาที่แม่ด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความรักและความเข้าใจ“แม่ครับ... วันนี้ครบ 90 วันแห่งการเริ่มต้นใหม่ของเรานะครับ” ขวั

  • บทที่ชื่อว่า...ชีวิต   ตอนที่ 89 แสงสว่างแห่งการให้อภัยและการผลิบานของดอกแก้วในใจผู้คน

    พนมสารคามในยามเช้าหลังเหตุการณ์ “เผชิญหน้ากับอดีต” ดูสดใสขึ้นอย่างผิดหูผิดตา ราวกับสายหมอกที่เคยปกคลุมความรู้สึกของอริญรดาและขวัญใจได้ถูกปัดเป่าออกไปจนหมดสิ้น ตอนที่ 89 นี้เปรียบเสมือนรุ่งอรุณแห่งชีวิตใหม่ที่ไม่ได้มีเพียงแค่ความเงียบสงบ แต่เป็นความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยน “บทเรียนแห่งอดีต” ให้กลายเป็น “ปัญญาสำหรับอนาคต” ของคนทั้งชุมชนอริญรดาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่เบาสบายกว่าทุกวันที่ผ่านมา เธอพบขวัญใจที่ตื่นก่อนหน้านั้นแล้ว เขากำลังนั่งขัดเงาไม้แกะสลักชิ้นสุดท้ายที่เป็นรูปดอกแก้วเบ่งบานกลางสายฝน ซึ่งเขาสลักขึ้นเพื่อมอบให้กับ “หญิงชราผู้ให้อภัย” คนนั้น ขวัญใจไม่ได้แสดงความเสียใจกับสิ่งที่ผ่านไปแล้วอีกต่อไป แต่เขากำลังเปลี่ยนความรู้สึกนั้นให้เป็นพลังสร้างสรรค์“แม่ครับ... ผมว่าวันนี้เราควรเปิดศูนย์เรียนรู้ฯ ให้กว้างกว่าเดิม เราไม่ได้แค่สอนแกะสลักหรือเขียนกวีแล้ว แต่เราควรสอน ‘วิธีจัดการกับความผิดพลาด’ ด้วย” ขวัญใจเอ่ยขึ้นขณะที่เขากำลังเก็บงานไม้อริญรดามองดูลูกชายด้วยความทึ่ง “ลูกหมายความว่ายังไงคะ?”“เราจะเปิด ‘มุมแห่งความจริง’ ครับแม่... มุมที่ทุกคนในพนมสารคามสามารถมานั่งระบายความทุก

  • บทที่ชื่อว่า...ชีวิต   ตอนที่ 88 เงาในกระจกเงาแห่งความลับและรอยร้าวที่ก่อตัว

    ท้องฟ้าพนมสารคามในยามรุ่งสางของวันที่ 88 ดูขุ่นมัวผิดปกติ ลมมรสุมที่พัดพาความเย็นชื้นเข้ามาไม่ได้นำพาเพียงความสดชื่น แต่กลับนำพาความรู้สึกกังวลใจมาให้อริญรดาอย่างบอกไม่ถูก หลังจากเหตุการณ์ปฏิเสธข้อเสนอซื้อที่ดินที่สร้างชื่อเสียงและ "ศัตรู" ในคราบมิตรไปพร้อมกัน วันนี้บ้านริมน้ำบางปะกงกลับมาเงียบสงัดราวกับกำลังรอคอยพายุอีกลูกหนึ่งที่จะพัดกระหน่ำในรูปแบบของความจริงที่ถูกซ่อนไว้ความเข้มข้นเริ่มต้นขึ้นเมื่อชายวัยกลางคนคนหนึ่งในชุดสูทสีเข้ม—ต่างจากชาวบ้านทั่วไปอย่างสิ้นเชิง—ปรากฏตัวขึ้นที่หน้าศูนย์เรียนรู้ฯ เขาคือ “ทนายความประทีป” ชายผู้ดูแลพินัยกรรมเก่าของธงชัยก่อนที่เขาจะตัดสินใจย้ายมาอยู่อย่างสันโดษที่นี่ เขาไม่ได้มาเพื่อซื้อที่ดิน แต่เขามาเพื่อส่งมอบ “กล่องเอกสารที่ต้องเปิดเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม” และเวลาที่ว่านั้นคือวันที่ขวัญใจอายุครบแปดขวบเต็ม ซึ่งกำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า“สิ่งที่อยู่ในกล่องนี้ คุณอริญรดา... มันอาจจะเปลี่ยนภาพจำที่คุณมีต่อธงชัยไปตลอดกาล” ทนายประทีปกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยก่อนจะวางกล่องเหล็กสนิมเขรอะไว้บนโต๊ะทำงานเก่าของธงชัย แล้วจากไป ทิ้งให้ความสง

  • บทที่ชื่อว่า...ชีวิต   ตอนที่ 87 บททดสอบแห่งความเป็นจริงและการก้าวข้ามผ่านเงาของอดีต

    ชีวิตในพนมสารคามหลังจากที่อริญรดาและขวัญใจกลับจากหุบเขาดอกไม้สีทอง ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่หลายคนอาจคาดหวัง ในความเป็นจริงของมนุษย์ การเริ่มต้นใหม่บนฐานของความสูญเสียนั้นเต็มไปด้วยแรงเสียดทาน ทั้งเรื่องปากท้อง ความคาดหวังจากสังคม และความท้าทายใหม่ที่เข้ามาเคาะประตูบ้านริมน้ำบางปะกงอย่างไม่หยุดหย่อนหลังจากที่ข่าวการฟื้นฟูศูนย์เรียนรู้ฯ ของครอบครัวดอกแก้วแพร่ออกไป ผู้คนในชุมชนต่างแห่แหนกันมาขอบริการเรียนรู้ แต่สิ่งหนึ่งที่อริญรดาต้องเผชิญคือ “ความอิจฉา” และ “ความคาดหวัง” จากคนบางกลุ่มที่มองว่าการที่เธอและลูกได้รับความสำเร็จนั้นเป็นเรื่องง่าย เธอต้องรับมือกับคำครหาที่ว่า “ครูธงชัยทิ้งมรดกไว้ให้เยอะ แค่นั่งกินนอนกินก็สบายแล้ว”คำพูดเหล่านี้เปรียบเสมือนหนามที่คอยทิ่มแทงใจอริญรดา แต่นี่คือจุดที่ความสนุกและเข้มข้นของเรื่องจริงเริ่มขึ้น อริญรดาไม่ได้โต้ตอบด้วยความโกรธ แต่เธอเลือกใช้ “ความจริง” เป็นคำตอบ“ขวัญใจลูกรัก... การเป็นคนที่มีชื่อเสียงหรือมีคนรู้จัก ไม่ได้หมายความว่าเราจะทำอะไรก็ได้ตามใจ แต่มันหมายความว่าเราต้องแบกรับความคาดหวังที่มากขึ้นไปอีก” อริญรดาสอนลูกชายในคืนที่พวกเขาต้

  • บทที่ชื่อว่า...ชีวิต   ตอนที่ 86 พินัยกรรมแห่งจิตวิญญาณและรุ่งอรุณใหม่ของกวีตัวน้อย

    แสงสีทองของยามเช้าทอดยาวผ่านช่องเขาลงมายัง “หอศิลป์แห่งความทรงจำ” ในหุบเขาดอกไม้สีทอง ความเงียบสงบของป่าเขาไม่ได้ทำให้บ้านไม้หลังเก่าดูอ้างว้าง แต่กลับเต็มไปด้วยพลังแห่งการสืบทอด ‘น้องขวัญใจ’ ตื่นขึ้นมาพร้อมกับขลุ่ยไม้ในมือ แววตาของเขาในเช้านี้ดูเปลี่ยนไป มันไม่ใช่แววตาของเด็กชายที่ตามหาปริศนาของพ่ออีกต่อไป แต่เป็นแววตาของ “ผู้รับช่วงต่อ” ที่เข้าใจถึงภาระอันงดงามที่พ่อทิ้งไว้ให้อริญรดานั่งอยู่บนระเบียง มองดูลูกชายที่กำลังฝึกเป่าขลุ่ยตามทำนองที่เขาค้นพบเมื่อคืนก่อน เสียงขลุ่ยไม้แผ่วเบาแต่กังวานไปทั่วหุบเขา ราวกับกำลังสื่อสารกับผืนป่า อริญรดารู้ดีว่าวันนี้จะเป็นวันที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งในชีวิตของพวกเขา เพราะหลังจากที่พวกเขาพบห้องทำงานของธงชัย สิ่งที่ยังเหลืออยู่คือ “พินัยกรรมแห่งจิตวิญญาณ” ที่พ่อไม่ได้เขียนไว้ในกระดาษ แต่ซ่อนไว้ในรอยแกะสลักไม้ทุกชิ้นในหอศิลป์แห่งนี้“แม่ครับ... พ่อไม่ได้แค่ทิ้งภาพวาดไว้ให้เราดูเฉย ๆ ใช่ไหมครับ?” ขวัญใจวางขลุ่ยลงแล้วเดินมานั่งข้างแม่ “พ่อกำลังบอกให้ผมรู้ว่า... งานศิลปะทุกชิ้น คือส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณที่พ่ออยากส่งต่อให้ผม”อริญรดายิ้มพร้อมกับหยิบสมุดบันท

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status