Masukนั่งด่ากันไปนั่งด่ากันมา ตอนนี้ลูกค้าเริ่มเยอะแล้ว เทลเลี่ยงขึ้นห้องมาอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนที่จะลงมาสมทบกันเพื่อนๆ ต่อ วันนี้เขาตั้งใจว่าจะดื่มสักหน่อย อยากเมาอยากลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้ ถึงมันจะทำให้เขาลืมได้เพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น แต่เขาก็ไม่ได้อยากที่จะจดจำมันเลยด้วยซ้ำ
“ไอ้ปลื้มยกเหล้าในห้องเก็บของบนชั้นไม้มาด้วยสองขวด” เทลหันไปเอ่ยสั่งลูกน้องคนสนิท เหล้าบนชั้นไม้ที่ว่าคือเหล้าชั้นดี เป็นเหล้าที่เทลเก็บรักษาไว้อย่างดี นานๆ ที่ถึงจะมีบุญได้กินของดีของเขา “ครับ” “วันนี้เป็นบุญปากจะได้แดกของดี” โรมเอ่ยขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า “ฮ่าๆ” เพื่อนแต่ละคนต่างก็พากันหัวเราะชอบใจกันใหญ่ “ไม่เมาไม่กลับ กูไม่อนุญาตให้ใครกลับ” เทลเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง “แล้วถ้าหนูอนุญาตให้กลับ เฮียกล้าขัดหนูเหรอ” เสียงเล็กเอ่ยขึ้นอย่างดุดัน ทำเอาทั้งกลุ่มถึงกับต้องหันไปมองตามต้นเสียงทันที “มาได้ไง?” ธิเบศร์เอ่ยถามน้ำเสียงเข้ม เรียวคิ้วขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย ก่อนตอนแรกชวนมาด้วยแล้ว เธอบอกไม่มา ไม่อยากมา แล้วทำไมถึงมาโผล่ที่นี่เอาได้ “เรื่องผัวๆ เมียๆ กูจะไม่ยุ่ง” ดร.ซันเอ่ยยิ้มๆ “กูไม่เกี่ยว” รามิลเอ่ยเสริมอีกคน “แต่งตัวบ้าอะไรเนี่ย?” เสียงของโรมเอ่ยขึ้นเสียงดังทันที ก็ดูเสื้อผ้าที่ฟ้าใสใส่มาวันนี้ เธอเล่นแต่งตัวเปิดเผยแบบนี้มีหวังโดนไอ้ธิเบศร์จัดการหนักแน่ “ทำไมอะ?ไม่สวยเหรอเฮีย” ฟ้าใสเลิกคิ้วเอ่ยถามพี่ชายตัวเอง ก่อนที่จะเดินมานั่งลงที่ตักของธิเบศร์ ทว่าคนที่ตอบเธอดันไม่ใช่พี่ชายที่เธอเอ่ยถามคำถามเมื่อครู่ “ไม่ชอบ!” ธิเบศร์กระซิบคำตอบอย่างไม่พอใจ ทำเอาคนตัวเล็กถึงกับนั่งนิ่ง “กลัวมันเหรอ” ดร.ซันเอ่ยถามขึ้นทันทีที่เห็นท่าทางของน้องสาวเพื่อน ดูเหมือนว่าเธอจะกลัวไอ้ธิเบศร์เสียแล้ว “เห็นแบบนี้ก็กลัวก้านมะยมอยู่นะเฮียซัน” “มึงตีน้องเหรอ?” “ก็ดื้อเอง ช่วยไม่ได้” ธิเบศร์เอ่ยตอบน้ำเสียงเรียบนิ่ง ก็ดื้อเอง ใครก็ช่วยไม่ได้ เพราะบอกอะไรไม่เคยฟังกันเลยสักนิดเดียว “อย่าไปดื้อกับมันมาก ระวังมันฆ่าทิ้งเอา” โรมเอ่ย “นี้น้องเฮียนะ เฮียก็เข้าข้างหน่อยสิเฮียโรม” “แต่หนูดื้อจริง เฮียขอไม่เข้าข้างแล้วกัน” “โธ่~ เฮียอะ จำไว้เลยนะ” “ฮ่าๆ” ทุกคนต่างก็พากันหัวเราะชอบใจ ธิเบศร์โอบกอดเอวเล็กเอาไว้จนแน่น ก่อนที่จะให้เธอลงมานั่งที่โซฟาดีๆ พร้อมกับผ้าห่มผืนเล็กๆ เอาไว้คุมเรือนร่างเล็ก เพราะว่าวันนี้ชุดเธอมันดูจะเปิดเผยเหลือเกิน ฟ้าใสใส่เดรสเกาะอกสีดำสั้น สั้นจนธิเบศร์อยากจะพาเธอกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลย แต่ดีที่เขายังใจดีกับเธออยู่บ้าง ไม่ได้บังขับอะไรเธอขนาดนั้น คนอื่นได้แค่มอง แต่เขาได้ครอบครองได้กอดหอมจับ แน่นอนว่าโครงการนี้ธิเบศร์ชนะ “เป็นอะไรไปเฮีย สีหน้าดูไม่ดีเลย” ฟ้าใสเอ่ยถามขึ้น พร้อมกับส่งสายตาไปหาเทล กูแสดงอาการขนาดนั้นเลยเหรอ “เปล่า” ชายหนุ่มเอ่ยตอบน้ำเสียงเรียบ จ้องมองแก้วที่อยู่ในมือนิ่ง “อาการมันฟ้องวะเฮีย” “หนูดูมันออกเหรอ” ธิเบศร์เอ่ยถาม “ทำไมจะดูไม่ออก หนูอยู่กับพวกเฮียมากี่ปี แค่มองก็รู้แล้วว่าเฮียมีเรื่องไม่สบายใจ” “น้องใครวะ!เก่งจัง” โรมเอ่ยขึ้นน้ำเสียงอย่างภาคภูมิใจ “มีเรื่องอะไรไม่สบายใจ บอกหนูได้มั้ย” คนตัวเล็กจ้องมองใบหน้าคมอย่างจริงจัง เธอกำลังรอคำตอบจากเขา “เฮียกำลังจะแต่งงาน” “ห๊ะ!” ฟ้าใสส่งเสียงร้องตกใจทันทีที่ได้ยินคำตอบจากเทล ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเฮียเทลจะแต่งงาน ความเป็นไปได้มันน้อยมากจริงๆ “เฮียไม่ได้อยากแต่งงาน” “เอ้า!ไม่อยากแต่งเฮียก็ไม่ต้องแต่งสิ ทำไมต้องมานั่งเครียดแบบนี้ด้วย” “มันทำแบบนั้นไม่ได้หรอก ถ้ามันทำแบบนั้น มันมีเรื่องกับแม่มันแน่” “ชีวิตเป็นของเรานะเฮีย” ฟ้าใสเอ่ยน้ำเสียงจริงจัง “ครั้งนี้มันไม่เหมือนกันสิหนู” โรมเอ่ยตอบแทนเทล “ไม่เหมือนยังไงคะ?” คนตัวเล็กเลิกคิ้วสูงสงสัย ก่อนที่จะหันหน้ามามองใบหน้าคมของเทล “แม่มันเป็นคนหาเจ้าสาวมาให้ เรียกง่ายๆ ก็แม่บังคับแต่งงาน” “อ๋อ~ แม่คือคนที่หวังดีกับเรามากที่สุดนะคะ” “แล้วเมื่อกี้หนูบอกว่าชีวิตเป็นของเรานะครับ” เทลเงยหน้าเอ่ย คลี่รอยยิ้มให้กับฟ้าใส ทำเอาคนอื่นๆ อดที่จะหมั่นไส้ไม่ได้ “แหม๋~ ไอ้สัส!ทีกับน้องมึงยิ้มหวานเลยนะ ทีกับพวกกูมึงจะแดกหัวอยู่แล้ว” ดร.ซันเอ่ย “พวกมึงหน้าเหี้ย กูยิ้มให้ไม่ลงจริงๆ” “สันดาน!” “เจ้าสาวน่ารักมั้ยคะ” ฟ้าใสเอ่ยถาม “น่ารักมาก” โรมเอ่ยตอบขึ้นทันทีเลยเช่นกัน “เฮียเคยเห็นแล้วเหรอ?” “เคยเห็นแล้วดิ ก็ไอ้เทลเคยเอาไปนอนด้วยแล้วอะ” เรื่องนี้มึงไม่จำเป็นต้องบอกน้องก็ได้มั้ย พูดหมดทุกอย่างเลยนะไอ้เวร “เฮีย” ร่างเล็กเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง จ้องมองใบหน้าคมอย่างจริงจัง น้ำเสียงของฟ้าใสทำให้ทุกคนบนโต๊ะนิ่งเงียบ แล้วหันมามองที่ใบหน้าหวานอย่างจริงจังเช่นกัน น้อยครั้งมากที่เธอจะใช้น้ำเสียงโทนนี้ ถ้าไม่สนใจจริงๆ เธอจะไม่เข้ามายุ่งเลยด้วยซ้ำ ฟ้าใสเป็นคนที่ไม่ชอบยุ่งเรื่องของใคร ต่างจากพี่ชายเอามากๆ ที่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านเขาไปทั่ว “ครับ?” เทลเงยหน้ามองเธอ รอฟังคำพูดจากเธอ “ได้เขาแล้ว เฮียก็ต้องรับผิดชอบเขา เพราะเฮียเป็นผู้ชาย ผู้หญิงมีแต่เสียกับเสีย ผู้ชายมีแต่ได้กับได้ทั้งนั้น ลองศึกษาดูใจกันไป ถ้ามันไปด้วยกันไม่ได้จริงๆ ก็แค่แยกทางกันไป” “แต่ถ้าเฮียจะปัดความรับผิดชอบแบบนี้ หนูไม่เห็นด้วยนะคะ” “…” ทุกคนนิ่งเงียบ ไม่มีใครเอ่ยคำพูดใดออกมาเลยสักคน เพราะแต่ละคนก็ไม่ได้เรื่องกันทั้งนั้นเลย จะเห็นว่าดีก็ดูเหมือนว่าจะมีอยู่แค่คนเดียวคือเฮียรามิล “กูเห็นด้วยกับน้องนะ เพราะกูก็มีลูกผู้หญิง ถ้ามีคนทำแบบนี้กับลูกกู กูก็ไม่ยอมเหมือนกันแหละ” ดร.ซันเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง แน่นอนว่าถ้ามีคนทำแบบนี้กับลูกกู กูก็ไม่ยอมเหมือนกัน “เฮียยังยืนยันคำเดิมว่าเฮียไม่อยากแต่ง” เทลยังคงเอ่ยคำเดิมอย่งชัดเจน “ตอนนี้เฮียยังคิดไม่ได้หรอก ไว้เฮียรักเขาขึ้นมาเมื่อไหร่ เฮียจะคิดได้เอง” “…” ไม่มีวัน ไม่มีวันที่กูจะรักเด็ก เธอเด็กเกินไป กูสามสิบกว่าแล้ว เธอเพิ่งจะยี่สิบแปดเอง “ตอนนี้เฮียจะพูดอะไรก็พูดได้ แต่ถ้าวันนั้นมาถึงเฮียจะพูดไม่ออก” “วันไหน” เทลเอ่ยถามกลับทันที “วันที่มึงรักน้องเขาไง” “ไม่มีวันนั้น” “ก็ดี มึงหนักแน่นในคำตอบตัวเองแบบนี้ก็ดีแล้ว” “พวกกูจะรอดูวันนั้นของมึง” รามิลเอ่ย “ทำไม?พวกมึงจะช่วยปลอบใจกูหรือยังไง” “เปล่า” ดร.ซันเอ่ย “พวกกูจะช่วยซ้ำ!!” ทุกคนต่างก็พากันตอบเป็นเสียงเดียวกันหมด ซ้ำแน่ เหยียบแน่ “ดีจริงๆ” เทลเอ่ยขึ้นพร้อมกับส่ายหน้าไปมา “หนูมีคำถาม” “น้องมึงขี้สงสัยมากเกินไปแล้วนะ” เทลหันไปเอ่ยกับโรม ก่อนที่จะหันกลับมามองที่คนตัวเล็ก “หนูสงสัยอะไร ถามมา ถ้าเฮียตอบได้เฮียก็จะตอบ” “แล้วน้องชอบเฮียมั้ย?” “…” ไม่ตอบได้มั้ย “ชอบดิ!วันนั้นที่น้องคนนั้นบอกชอบมัน เฮียก็อยู่ ได้ยินเต็มสองรูหูเลย” ไม่ทันได้ตอบเลยด้วยซ้ำ ไอ้โรมแย่งตอบก่อนแล้ว “กูเริ่มเบื่อขี้หน้ามึงเต็มทนแล้ว” “ฮ่าๆ ปากกูไวไปหน่อย” โรมหัวเราะร่าทันทีที่เห็นสีหน้าและแววตาของเทล “กวนส้นตีน!” “น้องเขาสวยมั้ย” “ก็งั้นๆ” เทลยกไหล่ตอบไปที “ให้พูดอีกที” รามิลเอ่ยขึ้น ก่อนที่จะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่ม สายตาก็จับจ้องมองมาที่เทล “ก็พอได้ พอไปวัดไปวา” “เบื่อปากไอ้เหี้ยนี้ฉิบหายเลย” ธิเบศร์เอ่ย “ไอ้พวกปากไม่ตรงกับใจ!” โรมเอ่ยสมทบขึ้นด้วยอีกคน “รอให้ถึงวันของมึงก่อนเถอะไอ้โรม แล้วมึงจะพูดไม่ออกเหมือนกัน” ดร.ซันเอ่ย ก่อนที่จะส่ายหน้าไปมาให้กับไอ้สองตัวนี้ กัดกันได้กัดกันดีจริงๆ … ตอนนี้ไม่อยากแต่ง พอได้แต่งก็ไม่อยากจะอย่าหรือเปล่าน๊า หมานะเทล!เนื้อหาต่อจากเดิม…‘ดึงดันไปก็เสียเปล่า เธอจะเจ็บเปล่าๆ’คำพูดนี้ของเฮียเทลดังก้องอยู่ในหูตลอดเวลาที่นั่งรถมากับเขา แน่นอนว่าทุกคำพูดของเขามันมีผลต่อใจเธอเอามากๆ ถึงเธอจะดื้อแค่ไหน ปากเก่งแค่ไหน แต่เวลาที่เธอเจอคำพูดแย่ๆ ของเฮียเทลในบางครั้ง เธอก็เจ็บใจอยู่ดี แต่แค่ไม่แสดงอาการแค่นั้นเอง“ต้องเดินขึ้นไปส่งถึงห้องทำงานป่ะ” เฮียเทลเอ่ยถามขึ้นทันทีที่รถหรูแล่นเข้ามาจอดอยู่ที่หน้าบริษัทแล้ว“กล้าป่ะล่ะ” ไอริสเอ่ยยิ้มๆ เธอก็แค่ท้าเล่นๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าเฮียเทลไม่กล้า แล้วก็ไม่วันนั้นแน่นอน“ลงดิ! เดี๋ยวไปส่ง” ถามจริง? พูดจริงพูดเล่นว่ะเนี่ย“?” ไอริสได้แต่ทำหน้างงๆ ก่อนที่จะยอมเดินลงจากรถแต่โดยดี“เดี๋ยวๆ อาบน้ำหรือยัง ทำไมยังอยู่ชุดเดิม” ชายหนุ่มลงมาจากรถเดินมาหยุดอยู่ข้างเธอ ก่อนที่จะเอ่ยถาม เพราะตอนนี้ไอริสใส่เสื้อผ้าชุดเดิมอยู่“ในห้องทำงานมีเสื้อผ้าสำรองอยู่ เดี๋ยวไออาบน้ำที่บริษัทก็ได้”“อืม งั้นรีบเดินดิ” เฮียเทลเอ่ยขึ้นพร้อมกับแย่งสิ่งของที่อยู่ในมือของเธอเอาไปถือไว้เองทั้งหมด ทั้งถุงอาหาร ถุงยา แก้วน้ำแล้วก็กระเป๋า คนตัวเล็กทำได้แค่เดินสวยๆ เข้าบริษัทอย่างเดียวก็พอแล้วทั้งคู่เด
เนื้อหาต่อจากเดิม…โคตรกวน กวนประสาท กวนตีน! คนตัวเล็กเลือกที่จะไม่เอ่ยตอบอะไรเลยสักอย่าง เธอไม่อยากต่อปากต่อคำกับเฮียเทล เพราะรู้ว่าถ้าต่อปากต่อคำกับเขามีหวังคืนนี้คงไม่จบแน่นอน วันนี้ก็เหนื่อยมามากพอแล้ว ไม่อยากต้องมาทะเลาะกับเฮียเทลเลย“เป็นอะไรไป ทำไมเงียบปากไปแบบนั้น” เทลเอ่ยขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่จะเดินกลับไปนั่งลงที่เดิม“เหนื่อย แค่ทำงานก็เหนื่อยแล้ว ไอไม่ต้องการมานั่งทะเลาะกับเฮียอีก” ไอริสเอ่ยตอบน้ำเสียงจริงจัง“ไม่อยากทะเลาะ ก็ยกเลิกงานแต่งดิ”“ไม่!” ไอริสยืนยันน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนที่จะหันหลังเดินออก ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ก้าวขาเดินออกไปไหนเลยด้วยซ้ำ เรือนร่างเล็กก็ถูกคนตัวใหญ่ประชิดตัวทันที ทำเอาเธอตกใจตั้งตัวไม่ทันเลย“เฮียทำบ้าอะไร!”“อยากแต่งมากนักใช่มั้ยงาน”“ถ้าเจ้าบ่าวเป็นเฮียก็อยากแต่งนะคะ” ไอริสเอ่ยตอบ ทว่าคำตอบของเธอมันทำให้เขาหงุดหงิด เธอเองก็ตั้งใจที่จะกวนประสาทเขาเช่นกันทำไม? ก็ช่วยไม่ได้ เฮียอยากกวนประสาทไอเอง..“ได้! ได้!” เทลเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ก่อนที่จะจับอุ้มเรือนร่างเล็กขึ้นพาดบ่าทันที ไอริสส่งเสียงร้องโวยวายทันทีที่ถูกคนตัวโตกว่าอุ้มขึ้นอย่างไม่ทั
เนื้อหาต่อจากเดิม…คนตัวเล็กนั่งทำงานจนเวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงตอนบ่าย ตั้งแต่เช้ายันบ่ายคนตัวเล็กไม่พักเลยสักนิดเดียว เธอเอาแต่ทำงานเขียนแบบ ออกแบบ วาดรูปทั้งวันเลยจริงๆ เวลาล่วงเลยมาจนถึงบ่ายสอง ไอริสจึงวางปากกาที่อยู่ในมือวาง แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกหาเฮียเทลทันที1 สายที่ไม่ได้รับ2 สายที่ไม่ได้รับ3 สายที่ไม่ได้รับเฮียเทลไม่ยอมรับสายเธอ แล้วยังไง? ไม่อยากรับก็ไม่ต้องรับ เธอก็จะดื้อโทรอยู่อย่างนี้จนเขารำคาญ เดี๋ยวเขารำคาญเมื่อไหร่เขาก็จะกดรับสายเธอเองนั่นแหละ ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าเธอกับเขาใครจะมีความอดทนมากกว่ากันและแล้วเฮียเทลก็รับสายของเธอ ทันทีที่เฮียเทลกดรับสาย ปลายสายก็เอ่ยโวยวายเสียงดังขึ้นมาทันทีเลยเช่นกันหึ! แน่นอนว่าเฮียเทลแพ้..(โทรมาทำไม? รำคาญ!)(ว่างมากนักหรือไง?)“แม่โทรมาบอกว่าเย็นนี้มีนัดทานข้าวนะคะ”“แม่บอกว่าโทรหาเฮียแล้ว แต่เฮียไม่รับสาย”(เคยกินแล้ว เคยกินตั้งแต่เล็กจนโต) กวนตีน!“โทรมาแจ้งให้ทราบค่ะ ส่วนร้านอาหารอยู่ที่ไหนจะส่งโลเคชั่นให้อีกทีนะคะ”(อืม)“ค่ะ” สิ้นสุดคำว่าค่ะ เธอก็ตัดสายเขาทิ้งทันทีเลยเช่นกัน ก็บอกแล้วว่าไม่อยากคุยกับเฮียเทลเลยจ
หลังจากที่หมอรามิลกับดร.ซันเดินออกไปแล้ว ที่โต๊ะนี้ก็จะเหลือแค่โรมกับเทลที่ยังคงยืนอยู่กับที่ยังไม่ได้ขยับไปไหน เช่นเดียวกันกับคนตัวเล็กที่ยังคงจ้องมองใบหน้าคมอย่างจริงจัง“บรรยากาศไม่ค่อยดีกูกลับดีกว่า” โรมเอ่ยขึ้นหลังที่เงียบอยู่นาน ดูท่าแล้วศึกระหว่างเธอกับมันอีกนานคงกว่าจะจบลง ดูเหมือนว่ามันเพิ่งจะเริ่มขึ้นด้วยซ้ำ“กูไปด้วย” ธิเบศร์รีบเอ่ยขึ้นทันที ก่อนที่จะเดินออกไปพร้อมกับโรม ทำให้โต๊ะนี้เหลือแค่เฮียเทลแล้วก็ไอริสแค่นั้น“อยากคุยอะไรก็ว่ามา” เทลเอ่ยขึ้นน้ำเสียงเรียบ ก่อนที่จะทิ้งตัวนั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆ ไอริส“แม่ให้มาคุยกับเฮียเรื่องเรือนหอ” ไอริสเอ่ยขึ้นทันทีที่เฮียเทลเปิดโอกาสให้พูด“ใครอยากแต่งก็ออกแบบเอง”“แน่ใจ?” คนตัวเล็กเลิกคิ้วสูงเอ่ยถาม แน่ใจใช่มั้ย? แน่ใจในคำพูดตัวเองหรือเปล่า“อืม แน่ยิ่งกว่าแน่อีก” เฮียเทลเอ่ยตอบย้ำอีกครั้ง คำตอบของเขายังคงเป็นคำเดิม“โอเค งั้นไอกลับก่อนนะคะ” ร่างเล็กเอ่ยตอบ ก่อนที่จะยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงของตัวเอง ก่อนที่จะเดินออกไปโดยที่ไม่หันหลังกลับมามองเทลเลยสักนิด ทำเอาเฮียเทลนั่งเอ๋อ ทำหน้างงๆ ไปเลยด้วยซ้ำ“ลองสู้กับเฮียดูสักครั้ง ไออาจจ
ไอริสยังคงยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่กล้าขยับไปไหน เธอรู้สึกปวดหัวกับกลิ่นบุหรี่ของเฮียเทลเมื่อครู่เอามากๆ ร่างเล็กยืนนิ่งอยู่กับที่เพียงครู่เดียว ก่อนที่จะขยับตัวแล้วเดินกลับเข้ามาข้างใน ทว่าพอเดินเข้ามาเธอก็ไม่เจอกับเฮียเทลแล้ว เธอเจอแค่ลูกค้ากลุ่มหนึ่งที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ แล้วก็ปลื้มลูกน้องคนสนิทที่ยืนประจำเคาน์เตอร์บาร์อยู่ จะว่าไปลูกค้าหกลุ่มนั้นที่นั่งอยู่ที่โต๊ะ เธอรู้สึกคุ้นหน้าเป็นพิเศษ เหมือนคุ้นๆ ว่าจะเป็นเพื่อนของเฮียเทล“เฮียไปไหนแล้วเหรอคะ” เธอเดินตรงเข้ามาถามปลื้มทันทีที่“เฮียขึ้นไปที่ชั้นบนแล้วครับ”“ไอขอเข้มๆ แก้วหนึ่งค่ะพี่ปลื้ม”“เอ่อ..แต่ว่า”“ไอเป็นลูกค้านะคะ” ไอริสเอ่ยแทรกขึ้นทันทีที่ดูเหมือนว่าปลื้มตะกุกตะกัก ดูเหมือนว่าจะไม่อยากทำเครื่องดื่มให้เธอ ดูท่าทางแล้วเฮียเทลคงสั่งไว้แน่ๆ“แต่เฮียเทล..”“แต่ไอเป็นเมียในอนาคตเฮียเทลนะคะ” ไม่เมื่อพูดดีๆ แล้วไม่ฟังกัน ก็ขู่ซะเลย จะได้ยอมทำให้กัน อยากกินเข้มๆ จะได้ใจกล้ามากขึ้น อย่างน้อยวันนี้ก็ต้องคุยกับเฮียให้รู้เรื่องแค่กๆ แค่กๆเสียงไอดังขึ้นทันที ฉุดให้ไอริสหันไปตามเสียงนั้น เสียงไอดังมาจากกลุ่มลูกค้าที่นั่งกันอยู่ตรงนั้น เธอ
หลายวันผ่านไป…เป็นหลายวันผ่านไปที่โคตรเหนื่อยใจจริงๆ เรื่องงานแต่งไอริสไม่รู้มาก่อนว่าคนที่ต้องแต่งด้วยคือเฮียเทล เธอรู้แค่ว่าเธอต้องแต่งงานเท่านั้น เธอรู้แค่ว่าแม่เตรียมเจ้าบ่าวไว้ให้เธอแล้ว ถ้าเธอรู้ว่าคนที่ต้องแต่งด้วยคือเฮียเทล คือคนที่เธอแอบรักมาตั้งแต่เด็กๆ เธอคงไม่เสียใจหรอก“เป็นอะไรไป หน้าตาไม่รับแขกเลย” ริต้า เพื่อนสนิทคนเดียวของไอริส เพื่อนแท้ เพื่อนตาย เธอเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กๆ ริต้าเป็นสาวสวย เซ็กซี่ ปากร้าย แถมเธอยังชอบเล่นชอบแกล้งอีกด้วย“อาการออกขนาดนั้นเลยเหรอ” ไอริสเอ่ยถามกลับ เธอก็แค่นั่งคิดอะไรเรื่อยๆ นั่งเงียบๆ อยู่ในห้องทำงานของตัวเอง“อืม มองจากดาวอังคารยังดูออกเลย”“มึงก็พูดเกินไป”ก๊อกๆ ก๊อกๆเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้นฉุดให้สองสาวหันมามองที่ประตูห้อง ก่อนที่เจ้าของห้องจะเอ่ยอนุญาตให้คนด้านนอกเข้ามาด้านใน“มีอะไร” ไอริสเอ่ยถามเลขาคนสนิททันทีที่เธอเปิดประตูเข้ามาด้านในแล้ว“มีคนมาขอพบคุณไอค่ะ” แอน เลขาคนสนิทของไอริส เธอทำทุกอย่างที่ไอริสสั่งได้เป็นอย่างดี ไม่มีพลาดเลยสักครั้งเดียว“ใคร?”“คุณหญิงมณีค่ะ” แค่ได้ยินชื่อคนที่ขอเข้าพบ ไอริสก็คลี่รอยยิ้มบนใบหน้าห







![DarkZ [I] MYZTERY HORO](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)