Masukเวลาที่มีความสุขมักผ่านไปไวเสมอ เผลอแป๊บเดียวก็ถึงวันจันทร์อีกแล้ว วันนี้ชุติมณณ์เดินทางมาทำงานพร้อมปรเมศก์เช่นทุกครั้ง แต่คราวนี้ต่างออกไป เพราะอีกเพียงสองสัปดาห์เธอก็จะต้องหยุดทำงานตามที่เขาสั่งไว้ ยิ่งนับวันอาการ ติดกลิ่นเขาก็ยิ่งหนักขึ้นจนแก้ไม่ตก เช้านี้เธอถึงขั้นพกเสื้อนอนของเขามาทำงานด้วย ถ้าไม่ได้ดมจะเวียนหัวจนทำอะไรไม่ไหวเลยจริงๆ“ต๊ายย มาทำงานทำไมยะ” เสียงศรรัณย์ดังขึ้นทันทีที่เธอเดินเข้าแผนก“สวัสดีค่ะ เจ๊ส้มโอ” ชุติมณณ์ยิ้มกว้างตอบรับ“แหม… เจ้าขาท้องนะคะ ไม่ได้ป่วยสักหน่อย นี่ก็มีคนท้องหลายคนที่ยังมาทำงานได้”“แต่บริบทมันต่างกันย่ะ เธอน่ะคนโปรดท่านรองเชียวนะ”ชุติมณณ์หัวเราะพลางยกมือไหว้หัวหน้าแผนกที่เพิ่งเดินเข้ามาพอดี“สวัสดีค่ะพี่ปละ…”แต่ดูเหมือนปารณีจะมัวแต่คิดเรื่องอ
บรรยากาศที่พูลวิลล่าติดชายหาดส่วนตัวสงบเงียบจนได้ยินเสียงคลื่นซัดเบาๆ ดวงตากลมโตของชุติมณณ์เป็นประกาย ตื่นตาตื่นใจราวกับเด็กได้ของเล่นใหม่ เพราะนี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่เธอได้มาทะเล แถมยังมาในสถานที่ที่สวยหรูเกินฝัน บ้านพักขนาดใหญ่ที่มีถึงสี่ห้องนอนพร้อมห้องน้ำในตัวทุกห้อง แถมมีห้องแม่บ้านแยกต่างหากอยู่ด้านหลังอีกหนึ่งห้อง พูลวิลล่าหลังนี้เป็นของอนันต์ ซึ่งซื้อไว้ให้ลูกชายพาเพื่อนมาปาร์ตี้ เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่านี่คือ “ชีวิตจริง” ของตัวเองเธอเดินสำรวจรอบบ้านพักอย่างตื่นเต้นเหมือนเด็กวิ่งในสนามเด็กเล่น พอเห็น อนงค์ กับ สุทิน ช่วยกันขนของลงจากรถ เธอเองก็อยากเข้าไปช่วย แต่พอหันไปสบตาดุๆ ของคุณพ่อทูนหัวที่นั่งทำงานอยู่ในบ้าน ความตั้งใจนั้นก็เปลี่ยนทันทีเป็นการเดินสำรวจต่อแทน“เฮ้อ… เจ้าขาเป็นแค่คนท้องค่ะ ไม่ได้ป่วยนะคะ ทำไมถึงห่วงขนาดนี้!” เธอบ่นเบาๆ กับตัวเอง แต่ก็ยอมทำตามแต่โดยดี
“นั่งลงเถอะ”ดวงตาคมไม่ต่างจากบุตรชายมองลูกสะใภ้ที่ได้มาแบบงงๆ เขารับรู้เรื่องการจดทะเบียนสมรสของลูกชายแล้ว แม้จะไม่ได้เห็นด้วยทั้งหมด แต่ก็ไม่ได้แสดงความไม่พอใจปรเมศก์ช่วยพยุงเธอกลับไปนั่งบนเตียงและปรับหัวเตียงให้เธอนั่งสบายที่สุด จากนั้นเขาหันไปเผชิญหน้ากับบิดาที่กำลังมองภรรยาตัวเองด้วยสายตาไม่พอใจ“มาอาละวาดที่นี่ทำไม” อนันต์ถามเสียงเรียบมาลาวดีรีบสวนกลับทันที “ฉันก็ไม่ได้อยากมา แต่ลูกชายตัวดีของคุณทำกับตาไม้ขนาดนี้ ฉันจะอยู่เฉยได้ยังไง!”อนันต์รับเอกสารจากวุฒิชัยมาก่อนส่งให้ปัธนัย ดวงตาเหยี่ยวจ้องลูกชายคนเล็กเขม็ง น้ำเสียงที่ทรงอำนาจเอ่ยถาม“แกทำจริงไหม”ปัธนัยรับเอกสารมาดู ดวงตาเบิกกว้างเมื่อเห็นเนื้อหาในนั้น มันเป็นสัญญาที่เขาเซ็นร่วมทุนกับเพื่อนๆ และชาวต่างชาติ“ผมไม่ได้ตั้งใจ ไม่รู้ว่
“อ้าว เจ๊ส้มโอ มีอะไรหรือเปล่าคะ” ชุติมณณ์ละสายตาจากหน้าจอทีวี มองศรรัณย์ที่เดินกลับเข้ามาในห้องพักของโรงพยาบาลด้วยความแปลกใจ“ก็สาหล่อนน่ะสิ ติดธุระเลยให้เจ๊มาอยู่เป็นเพื่อนก่อน” ศรรัณย์จีบปากจีบคอพูด พลางวางกระเป๋าลง“พี่อนงค์ก็อยู่ค่ะ พรุ่งนี้เป็นวันทำงานต้องตื่นเช้า เจ๊ส้มโอกลับไปพักก่อนดีกว่า เจ้าขาเกรงใจ”“โอ๊ย! โรงพยาบาลกับที่พักเจ๊ห่างกันแค่ห้ากิโลเอง อยู่เมาท์กับลูกสาวดีกว่า กลับไปพี่น็อตก็ยังทำโอทีไม่เลิกงานอยู่ดี” ศรรัณย์นั่งลงที่โซฟา ก่อนเหลือบมองหน้าจอทีวี“ดูซีรีย์อะไรหรือเจ้าขา”“ซีรีย์จีนพีเรียดค่ะ เรื่องนี้พระเอกหล่อมาก แต่น้อยกว่าท่านรองนิดนึง คริคริ”“แหวะ ไม่หลงหลัวเลยนะยะ”“แรร์ไอเทมค่ะคนนี้” เธอพูดพลางหัวเราะอารมณ์ดี พยายามปล่อยวางเรื่องราวต่าง ๆ ตามคำแนะนำของหมอที่บอกว่าความเครียดส่งผลต่อลูกในท้องทั้งสามคน รวมอนงค์ที่เป็นขาประจำนั่งดูซีรีย์ด้วยกันที่บ้านทุกเย็น เมาท์มอยเกี่ยวกับเรื่องราวในซีรีย์กันอย่างสนุกสนาน จนไม่ทันสังเกตว่ามีใครอีกคนเดินเข้ามาในห้อง ร่างสูงยืนมองคนตัวเล็กบนเตียงผู้ป่วยที่สดใสขึ้นจากเดิมมาก ด้วยความพอใจปรเมศก์ที่กลับจากบ้านหลังไปอาบน้ำเปลี
เช้าวันถัดมา…คุณหมอแจ้งว่าอาการของเธอยังต้องดูแลอย่างใกล้ชิด จึงยังไม่ได้รับอนุญาตให้กลับบ้าน ปรเมศก์ให้ชัชวาลหนึ่งในทีมเลขาของเขาพานายทะเบียนมาที่โรงพยาบาลเพื่อจดทะเบียนสมรสนอกสถานที่ เขาจัดเตรียมทุกอย่างไว้ให้เธออย่างพร้อมเพรียงเขาเซ็นชื่อตนเองลงบนเอกสารทุกใบอย่างไม่ลังเล เมื่อทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย ร่างสูงก็ส่งยิ้มบางๆ ให้เธอที่ยังนอนอยู่บนเตียง ก่อนบอกล่วงหน้าว่าต้องเข้าบริษัทไปเคลียร์งานที่ค้างคาหลังจากที่เขาออกไป…ร่างเล็กจ้องมองทะเบียนสมรสในมือ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความเหม่อลอย เธอไม่เคยคิดฝันว่าชีวิตนี้จะได้มีวันนี้จริงๆ หัวใจเล็กๆ เต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อนึกถึงความจริงที่ว่าเธอได้กลายเป็นภรรยาของคนที่เธอเคยคิดว่าอยู่ไกลเกินเอื้อม ความเหลือเชื่อทำให้เธอเผลอหลุดยิ้มบางๆ ออกมา“ยินดีด้วยนะคะคุณเจ้าขา” เสียงของอนงค์ดังขึ้นเรียกให้เธอหลุดจากภวังค์ดวงตากลมโตหันไปมองแม่บ้านคนเก่งที่ถูกปรเมศก์ตามตัวมาเพื่อดูแลเธอในช่วงบ่าย ชุติมณณ์มองด้วยสายตาขอบคุณ“พี่อนงค์คะ…” เธอเรียกอีกฝ่ายเสียงแผ่ว“ค่ะ คุณเจ้าขามีอะไรหรือเปล่าคะ” อนงค์หันมายิ้มขณะมือยังคงปอกแอปเปิ้ลอยู่ชุติมณณ์เม้มปากเล็กน้
เสียงใครบางคนดังขึ้นในความมืด“สักครู่จะมีพยาบาลเข้ามาแนะนำวิธีการดูแลให้นะครับ หมอขอตัวก่อน”เสียงใครกันนะ ไม่คุ้นเลย… ร่างเล็กบนเตียงในโรงพยาบาลคิดในใจชุติมณณ์ค่อยๆ ลืมตาขึ้น ดวงตากลมโตกวาดมองรอบห้องที่ไม่คุ้นเคย แต่บ่งบอกชัดเจนว่าเธออยู่ในโรงพยาบาล ความอ่อนล้าและไร้เรี่ยวแรงยังเล่นงานเธออยู่ เธอพยายามขยับตัวเพื่อลุกขึ้น แต่ก็ยังหนักอึ้ง“เจ้าขา…” เสียงทุ้มคุ้นเคยดึงความสนใจเธอ ร่างสูงเดินกลับเข้ามาในห้อง สายตาคมจ้องเธออย่างเป็นห่วง“พี่เมฆ…” เธอพึมพำเบา ๆ พยายามส่งยิ้มให้เขา“เจ้าขาเลยอดกินข้าวเลย”ปรเมศก์เดินมานั่งลงข้างเตียง สีหน้าของเขายังเรียบนิ่ง แต่แฝงความรู้สึกหลากหลาย“พี่บอกให้มาโรงพยาบาลตั้งหลายวันแล้วก็ไม่มา เกือบทำให้เจ้าขากับเจ้าตัวเล็กเป็นอันตรายแล้วเห็นไหม” เสียงของเขาไม่ได้ดุ แต่กลับทำให้เธอรู้สึกผิดยิ่งกว่าเดิม“เจ้าตัวเล็ก?” เธอพึมพำออกมาเบา ๆ ดวงตากลมโตเบิกกว้างขึ้นด้วยความตกใจ มือเล็กเลื่อนมาสัมผัสหน้าท้องตัวเองโดยไม่รู้ตัว“เจ้าขาท้องหรอคะ?” น้ำเสียงเธอเต็มไปด้วยความสั่นไหว“อืม… ห้าสัปดาห์แล้ว” เขาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง แต่สายตากลับทอดอ่อนลง“พี่เมฆโกรธหรือ
ซวยแล้วไง ยัยเจ้าขา ทำไมขี้ลืมขนาดนี้…จึงตัดสินใจใส่แมสผ้าปิดบังใบหน้าที่เริ่มบวมลงมาจากชั้นบน ก่อนเดินเข้าครัวไปหาพี่อนงค์อีกครั้งเพื่อขอยาแก้แพ้“พี่อนงค์จ๋า ที่บ้านมียาแก้แพ้ไหมคะ”“ว๊าย คุณเจ้าขา ทำไมหน้าเป็นอย่างนี้คะ” เมื่ออนงค์เห็นดวงตากลมที่บวมจนใกล้จะปิดก็อ
รถ MPV คันหรูแล่นเข้าสู่โครงการบ้านจัดสรรระดับหรูที่ตั้งอยู่ในย่านใจกลางเมือง ชุติมณณ์รู้ดีว่าราคาของบ้านในโครงการนี้เริ่มต้นไม่ต่ำกว่าสามสิบล้านบาท เพราะเป็นหนึ่งในโครงการของสว่างวงศ์กรุ๊ปที่เธอทำงานอยู่ แต่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าปรเมศก์ ระดับเจ้านายของเธอ จะเลือกใช้ชีวิตในแบบบ้านที่เล็กที่สุดของโครงกา
เช้าวันสำคัญในชีวิต… “สวัสดีค่ะ คุณชุติมณณ์ใช่ไหมคะ” เสียงเรียบแต่เป็นทางการดังขึ้นจากหนึ่งในคณะกรรมการ ดวงตากลมโตของชุติมณณ์เผยความตื่นเต้นออกมาเล็กน้อย แม้เธอพยายามเก็บซ่อนมันไว้ วันนี้เป็นวันสัมภาษณ์งานของเธอที่ สว่างวงศ์กรุ๊ป บริษัทขนาดใหญ่ที่มีอาณาจักรธุรกิจครอบคลุมตั้งแต่ห้างสรรพสินค้า โรงแ
“ไปซอยอินทามระนะคะ” เธอบอกสุทินแล้วถอยตัวกลับมานั่งเรียบร้อยปรเมศก์มองเธอเล็กน้อยก่อนจะหลับตาลง เขาทำเหมือนสงบนิ่ง แต่ในใจกลับเต้นระรัว ราวกับเป็นครั้งแรกที่มีใครทำให้เขาหวั่นไหวได้เช่นนี้ดวงตาคมมองตามเส้นทางที่รถเลี้ยวเข้าไปอย่างเงียบๆ ขณะสุทินขับไปตามที่อยู่ที่ชุติมณณ์บอก ในที่สุดก็ถึงหน้าหอพัก







