เข้าสู่ระบบก็อย่างว่าชายหนุ่มดันเกรงใจคุณอาอนันต์เป็นที่สุด “คุณอาว่าไงบ้างครับ?”
“พ่อบอกว่าตามสบาย เอาที่สบายใจ พ่อไม่ว่าถ้าอยู่กับพี่ภีมพี่ภาม... อื้ม... วีว่า... พ่อหาทางเบี้ยววีไปกกสาว หนีไปเที่ยวไนต์คลับแล้วอ้างว่าไปทำงานล่ะมั้ง”
“คุณอาบอกพี่ไว้แล้วครับว่าติดธุระ ประชุมดึก พี่ลืมบอกวีเอง”
ภากรได้ทีบ่ายเบี่ยงประเด็น แอบสงสัยลึก ๆ ว่าคุณพ่อขี้หวงลูกสาวทำไมไม่มีปากเสียงเลยสักคำ กระทั่งเสียงโทรศัพท์สั่นดังรอบนี้เป็นของเขา
แววตาคู่คมเครียดเข้มมองจอสี่เหลี่ยมในมือ หนีไปคุยโทรศัพท์ตรงระเบียง ปล่อยให้เธออยู่ในห้องตามลำพังสักพัก แน่นอนว่าพวกคลั่งความซื่อสัตย์คงต้องกลัวถูกต่อว่าในเมื่อคุณอาอนันต์เป็นผู้มีพระคุณ เปรียบเสมือนพ่อทูนหัว เห็นเขาเป็นลูกเป็นหลานอีกคน เขากลับได้ยินคำตอบเหนือความคาดหมาย
วีณาคงไม่รู้ว่าทั้งสองคนคุยอะไรกัน แอบทำชะเง้อคอมองอยู่จนเขากลับเข้ามาห้องมาหน้าตาระรื้น หย่อนก้นนั่งลงบนที่นอนนุ่ม
“เอาเรื่องวีไปฟ้องพ่ออีกแล้วใช่มะ?” ว่าเท่านั้น
ใบหน้าหล่อเหลาปรากฏเขี้ยวคมตรงมุมปาก ฉีกยิ้มกว้างให้อย่างไม่ปิดบังความจริงแม้แต่น้อย
“นั่นไง! คนขี้ฟ้อง คอยดูนะอย่าให้ถึงทีวีบ้างจะแฉให้แหลกลาญ หมดไส้หมดพุงให้พ่อโกรธพวกพี่ให้ตาย” เธอว่าเขาด้วยท่าทางเกรี้ยวกราด แม้รู้ดีว่าภากรมีความจำเป็นต้องรายงานเจ้าของบ้านทุกเรื่อง
ขนาดว่าภาคินยังปฏิบัติต่อเธอแบบเดียวกับพี่ชาย พวกเขายังไม่เคยโดนคุณพ่อต่อว่าเลยสักครั้งเพราะประพฤติตัวดีต่างจากลูกสาวสุดแสบ
“ขอโทษนะครับน้องวี อย่าทำให้พี่ลำบากใจเลย พี่สนิทกับเราแต่พี่ยังอยู่ในฐานะลูกจ้างของคุณอา”
นั่นเป็นเรื่องที่วีณาไม่เคยเข้าใจ เขาจึงต้องนั่งฟังเธอบ่นว่าถึงความช่างฟ้อง ไหนจะนิสัยนุ่มนิ่มอ่อนโยน แสร้งทำเออออตามไปหมดทุกเรื่องให้ตายใจเสียก่อน เหมือนเพื่อนสาวประเภทสองที่จบนานาชาติมาด้วยกัน จากนั้นลับหลังก็ทรยศชอบแทงข้างหลังเสียยับเยินไม่เหลือคำว่ามิตรภาพ
วีณาผ่านประสบการณ์ชีวิตมาโชกโชนเรื่องคนสนิท ไม่มีสักวันที่เธอจะไว้วางใจใคร เธอเหมือนคนถูกทิ้งให้โดดเดี่ยวลำพังท่ามกลางโลกกว้างใหญ่อันแสนโหดร้าย ในที่สุดเธอก็กลายเป็นเด็กเอาแต่ใจ โดยเฉพาะกับพี่ชายต่างสายเลือดทั้งสอง
“เอาเป็นว่า... คราวนี้วียอมให้อภัยพี่ภีมละกัน แต่รับปากแล้วห้ามเบี้ยวนะเรื่องดิสนีย์แลนด์”
“ครับ... แล้ว... ให้พี่นวดน้ำมันให้ไหม?”
“ถามอยู่ได้นะพี่ภีม วีรออยู่เป็นชาติละ รอจนแห้ง!”
“อะไรแห้ง?” คิ้วเรียวเข้มหนาเลิกขึ้นอย่างนึกขบขัน ก่อนที่ตาคมจะหลุบมองร่างบางในชุดคลุมสีขาวสีเดียวกัน เรียวขาขาวเลิกผ้าขึ้นมาในท่าทียั่วยวน เธอทำทีว่ารำคาญเขา ถีบผ้าห่มส่ายหน้าใส่ นอนหันก้นเสียอย่างนั้น
“ปลาแห้งปลาเน่าปลาเค็มมั้งถามมาได้นะคะ ไม่ได้เรื่อง! บัตเลอร์บ้านนี้จะให้เป็นพี่ชายก็ไม่ได้ เป็นเพื่อนก็คุยไม่รู้เรื่อง เป็นลูกน้องยิ่งใช้งานไม่ได้... ไม่ได้ดั่งใจมันสักอย่าง รู้งี้ให้มิสเตอร์อดัมนวดให้ก็ดี”
“พี่จำได้ว่าชื่ออเล็กซ์?” ถามแล้วเขาจึงยกมือป้องปากหัวเราะกับกิริยาแสนงอนเหมือนลูกแมวน้อยตัวกระจ้อยร่อยพยายามกางกรงเล็บเล็กจิ๋วใส่ราชสีห์ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังจะโดนขย้ำ!
“เออ ๆ สักชื่อนั่นแหละ ลืมละ จะนวดก็นวด ไม่นวดก็ไปปิดไฟนอนค่ะ”
“ครับ... ถ้าอย่างนั้น... นวดก่อนค่อยนอน”
ดวงตาคู่สวยเบิกกว้างมองผนังสีขาวโพลน เธอจิกปลายเล็บสีสวยใต้หมอนฟูนุ่มที่มีกลิ่นหอมของน้ำยาซักผ้าใหม่ สูดลมหายใจเข้าลึกอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ
----------
ภายใต้บรรยากาศวังเวง แสงไฟสีเหลืองนวลจากโคมไฟรูปทรงหยดน้ำบนโต๊ะหัวเตียงสาดเงาตะคุ่ม อีกคนในห้องนอนกำลังทำอะไรสักอย่าง
พอได้ยินเสียงเพลงเปิดคลอเบา ๆ ด้วยฝีมือของคนช่างเอาอกเอาใจเก่ง กลิ่นหอมอ่อนของน้ำมันนวดและอโรม่าหอมระเหยในห้อง เสียงหมุนบิดฝาขวด เขาหย่อนก้นนั่งลงบนที่นอนยวบยุบ เธอหันหลังกลับไปมองขวดอโรม่าสีขุ่นรูปดอกไม้ในฝ่ามือหนา
หัวใจสาวเต้นตึกลุ้นระทึกทุกวินาที เห็นแล้วในห้องน้ำแต่ไม่ชัดเท่าตอนนี้เต็มสองตา...
ให้ตายเถอะ! นั่นพี่ภีมเธอใช่ไหม?
วีณาแทบไม่รู้ตัวเลยว่าเผลออ้าปากหน้าตะลึง ไล่สายตามองเขาแต่หัวจรดเท้าอย่างลืมจริตหญิง เส้นผมที่เคยเรียบเสยเปียกหมาดไม่เป็นทรง อกกว้างผึ่งผายเหนือผ้าเล็ก ๆ ผืนเดียวหน้าท้องไล่เรียงตัวสวย บางอย่างยังทำมุมตั้งบอกเธอว่าเขาเองก็มีอารมณ์ทางเพศ
“อายก็หลับตานะครับ... ทำตัวตามสบายนะ ไม่ต้องเกร็ง…” น้ำเสียงเรียบเย็นสงบความหวั่นวิตกของหญิงสาวแต่กลายเป็นเขาเสียเอง เขาเกิดความกังวลประสามือใหม่ ฝ่ามือหนาสั่นเทาเลื่อนไปปกเสื้อคอกว้างลึก กระตุกเชือกเหนือท้องน้อยให้หลุดด้วยมืออีกข้างค่อยเปิดมันออกช้า ๆ
ดวงตาคู่คมเบิกกว้างมองอกเต่งตึงอวบกลมแต่งแต้มสีชมพูหวานตรงปลาย เป็นจุดพอดีไม่เล็กไม่ใหญ่เรียกน้ำลายสอขึ้นเต็มปาก บนเรือนร่างอรชรมีแค่ความขาวละเอียดเสียจนมองเห็นเส้นเลือดฝาด
“มองอะไรนาน ๆ คะ? วีรออยู่... นะ”
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นผ่านแววตาประกายเร่าร้อนของเขา เธอได้แต่วาดภาพในหัวสมอง กระทั่งใบหน้าแดงซ่านของเธอเรียกสติกลับมา
“ขอโทษครับ... พี่อดมองไม่ไหวเลยคนดี... น้องวีสวย สวยมาก ๆ...” เสียงทุ้มชมไม่ขาดปากหลังจากนั้น เขาสูญสิ้นความเป็นตัวของตัวเอง ความปรารถนารุนแรงพากายปวดร้าวเกร็งจัดในขณะที่เขาไม่สามารถทำงานอื่นนอกจากเอาอกเอาใจ และเขายินดีที่จะทำมันมากกว่า
เมื่อของขวัญชิ้นโปรดปรานปรากฏเบื้องหน้า จับอยู่ในสองมือ ร่างสูงชันเข่านั่งบนที่นอน โน้มตัวลงเล็กน้อยให้ทำงานถนัด เทน้ำมันหอมลงบนกายสาว เริ่มต้นบีบนวดจากอกอวบอัดเต็มไม้เต็มมือวนไปมาเป็นวงกลม
ภากรไม่ว่าอย่างไรก็รัก ต่อให้เธอมีความคิดอยากนอนกับผู้ชายสองคนพร้อมกัน! เธอกอดเขาขอโทษเขาที่มีความคิดแบบนั้น และเธอรักภาคินมากแค่ไหน ก่อนขยับไปกอดแฝดคนน้องด้วยท่าทางเหมือนแมวอ้อน“นี่... น้องวีไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะครับ พี่ไม่โกรธอะไรมันแล้ว เรากลับไปนอนห้องเราเถอะนะ”ถ้าเธออยู่ต่อก็คงทนไม่ไหวแน่ ตาคมจรดมองอกอวบอัด ลอบกลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก แต่ไม่วายว่าประสาเขาที่เคยเห็นเธอเป็นเด็กสาวตัวน้อย“ใครสั่งชุดนี้มา มันน่าตีนักนะ ไอ้ภีมใช่ไหม?”“วีซื้อมาเอง... อย่าเห็นวีเป็นเด็กเล็ก ๆ สิคะพี่ภาม”วีณาไม่ใช่เด็กอีกต่อไป ภาคินรับรู้ความจริงนั้นเมื่อเธอผละจากอกของเขาเพื่อไปหาอีกคน คืบคลานไปอย่างเสือสาว ส่ายก้นงอนขึ้นสูงแต่ก้มตัวและใบหน้าลง เธอรู้หน้าที่ของตัวเองเมื่อก้มหน้าลงงับอาวุธร้ายผ่านกางเกงนอนลายสก็อตสีน้ำเงินเข้ม ร่างกำยำสะดุ้งเฮือกชนหัวคิ้วเข้าหากัน “น้องวี... อู้ยย อาาาส์... ซนอีกแล้วนะเรา...”โพรงปากนุ่มแทบทำให้ภากรสิ้นสติ ยิ่งเธอไม่ใช่คนชอบรีรออะไรมาก มือล้วงเข้าไปจับตัวการได้ก็เอาออกมาลิ้มเลียจากโคนถึงปลายหัวบานฉ่ำต่อหน้าชายอีกคน ซึ่งคงมองไม่เห็นอะไรนอกจากช่องทางเปียกชุ่
กูรักน้องมากกว่ามึงด้วยซ้ำ!“น้องวี...”เสียงพึมพำเรียกพาพี่ชายมองขวับ ภากรอยากจะคุยกับน้องชายให้รู้เรื่อง! ทันใดนั้นเอง“เฮ้ย!”“ไอ้เชี้ยภามไปไกล ๆ กูเลยนะมึง!”เสียงสบถด่ากร้าวเมื่อมือสัมผัสเย็นวาบสะกิดเข้าต้นขาด้านในผ่านเสื้อกางเกงนอน ต่างคนแยกห่างจากกันคนละมุมเตียง มือยื้อแย่งผ้าห่มผืนโตลายปลานีโม่น่ารักตรงข้ามหน้าตาตื่นตะลึง“อะไรของมึงไอ้ภีม กูนอนของกูดี ๆ”“มึงจับ... ขาอ่อนกูทำไม?”“เปล่า... ไม่ได้จับ”เถียงกันได้ไม่ทันไร เจ้าปลาน้อยก็ปรากฏเป็นคนคุ้ยเคยที่โผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม“เฮ้ย! น้องวี!”“เบา ๆ ค่ะ พี่ภีมพี่ภาม...” เธอจุปากปรามสองหนุ่มด้วยท่าทางซุกซน สองหนุ่มมองหน้ากันแล้วเลิกส่งเสียงแต่ตกใจเสียแทนพอผ้าห่มโผล่พ้นแค่ศีรษะน้อย เส้นผมดำขลับส่งกลิ่นหอมของแชมพูหลังอาบน้ำใหม่ ๆ“น้องวีมาทำอะไรครับ คุณอาบอกแล้วว่าอย่ามามุดผ้าห่มพวกพี่รู้มั้ย?” ภาคินบอก เขาเกือบที่จะเอื้อมมือไปเลิกผ้าขึ้นแต่พอสบนัยน์ตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อน เสียงหวานออดอ้อนของคนตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง“ขอน้องวีนอนด้วยคนนะคะ... พี่ภีมขา... พี่ภามขา...”แล้วเธอก็คืบคลานออกมาจากผ้านวมหนาสีส้มแปร๋นเข้าไปใกล้ ๆ พวกเขาท
“วีก็รักพี่ภามค่ะ...”วีณาเป็นผู้เสียสละเสมอในเมื่อเขายืนยันว่าจะไม่ทำ เธอปล่อยให้เขาพักพิงศีรษะ นั่งทำตาปรือเตรียมรับสิ่งที่จะเกิดเมื่อจับมือหนาขึ้นวางบนหน้าขา ให้เขาเลิกกระโปรงบานขึ้นช้า ๆ พ่นลมหายใจร้อนและเสียงพร่าหวาน“ใส่เข้าไปให้วี... หน่อยนะคะ พี่ภามขา...”ไม่ทำให้ก็บ้าเต็มทน! ภาคินยอมที่จะละวางทิฐิอันสูงส่งลงบ้าง จับเจ้าก้อนกลมใส่กางเกงในตัวน้อยลากผ่านกลางกลีบเกสรงามเปียกชุ่มฉ่ำ สอดเข้าไปจนสุดข้อนิ้ว เขาคิดว่ามันไม่ลึกพอและกลัวว่าเธอจะเจ็บมันกลับเข้าไปได้ง่ายเพราะความเปียกแฉะ...เธอเปียกได้ง่ายดายกับแค่การเล่นเกมส์จ้องตา แววตาร้อนแรงถึงเพียงนี้เขาคงไม่ต้องเล้าโลมอะไรเลย แค่กดปุ่ม...“พี่ภาม... อื้ม...!”งานง่าย ๆ ที่ไม่ง่าย เมื่อสาวน้อยพยายามปิดป้องปากตัวเองด้วยมือเล็กของเธอไม่ให้เสียงดังหลุดรอดออกไป ดวงตาคู่คมปลาบประกายฝังตรึงกับภาพแสนรัญจวนยิ่งเสียกว่านอนกับสาวคนไหน ๆ มาทั้งชีวิตน้องสาวเปียกชุ่มเริ่มเปียกปอนมากขึ้นเรื่อย ๆ เหนือหน้าตักของเขาที่เกิดตื่นตูมสำลักน้ำตาม ร่างบางบิดเร่าจนต้องซบหน้าลงบนบ่าของเขาเพราะอารมณ์แสนรัญจวน แรงสั่นจากภายในพาให้ร่างของเธอสั่นสะท้าน เธอตะเกี
แปลกที่วันนี้ยังไม่ถึงวันนั้นของเดือน ภาคินเพิ่งนึกขึ้นได้ด้วยความที่เขาจดจำเรื่องของเธอได้ทุกอย่าง ก็ตอนเหยียบเข้าห้องนอนโทนสีขาวสลับดำราบเรียบ มีกระจกเจ้าหญิงตัวน้อยและมุมของเล่นเล็ก ๆ สมัยเธอยังเป็นเด็กดวงตาคู่คมจรดมองแผ่นหลังบางในเดรสสีขาวสะอาด ปอยผมมัดลวก ๆ วางพาดไว้บนไหล่ขวา“น้องวี... จะแต่งงานเหรอ?” ภาคินถามอย่างไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพูดอะไรออกไป เธอแค่หันกลับมาถามเขากลับด้วยแววตามาดมั่น“แต่งไหมล่ะ?”“ถามพี่?”“อืม...”“ผู้หญิงหลายใจ”วีณาหัวเราะออกมา เธอแน่ใจว่าเขาคงได้ยินที่เธอคุยกับพ่อว่าจะแต่งงานกับผู้ชายสองคน“สองค่ะ... สองใจ วีไม่ได้มีหลายใจ หนุ่มอื่นวีไม่เอา วีเอาแค่สองคนนี้” ตอบแล้วปลายนิ้วเรียวจิ้มลงบนแผ่งอกกว้าง ก่อนที่เธอจะแผ่ฝ่ามือออกวางด้วยความไว้วางใจ พิงศีรษะลงกับเสื้อเชิ้ตสีครีมอ่อนของเขาอย่างคลั่งไคล้หลงใหล“ทำอะไรครับ?”“วีขอกอดได้ไหมคะ… พี่ภามขา…”พี่ภามขา! พี่ภีมขา! มาเมื่อไร หัวใจชายหนุ่มอ่อนยวบทุกครั้งไปเหมือนกลายเป็นจุดอ่อนของเขาไปเสียแล้ว ภาคินเพิ่งเลิกเป็นไบโพลาร์ไปหลังโดนรุกเร้าอย่างหนัก เขาปิดตาลงพูด“ครับ... ได้ครับ”แล้วปล่อยให้วงแขนเล็กเลื่อนขึ้นลา
“พ่อจะรีบกลับนะ”“ค่ะ”ลูกสาวยิ้มอ่อนมองใบหน้าหล่อเหลา หลังได้ปรับความเข้าใจกัน พ่อกลับมารับประทานอาหารด้วยกันสม่ำเสมอ ยังสังเกตได้ว่าไม่มีสาวมากหน้าหลายตามากวนใจ ภากรก็ไม่ต้องเหนื่อยไปซื้อของสมนาคุณให้หล่อนทั้งหลายเป็นเรื่องดีที่น่าเสียดาย เมื่อลูกน้องฝีมือดีของเธอดันโดนฉกไปคน“ฝากคุณณดาด้วยค่ะ พ่อห้ามหักอกเลขาฯ วีนะคะ ไม่งั้นวีขอเลขาฯ คืน”“เอ้อ... คือมันเป็นอย่างนี้นะ พ่อว่าลูกเข้าใจผิดครับ”“เปล่าเลยค่ะพ่อ เลขาฯ วีนอนอยู่ห้องพ่อนี่คะ นั่นไง”คุณพ่อยิ้มเจื่อนเพราะข่าวมาถึงหูลูกสาวไวเหลือเกิน ประตูเปิดออกอีกรอบหนึ่ง ข้างหลังของคุณพ่อปรากฏเจ้าของร่างบางในเดรสกระโปรงเรียบร้อยงานแบรนด์เนมดูแพงผิดหูผิดตา ถือเอกสารออกมาจากห้องยกมือไหว้เธอก็รับไหว้อย่างไม่ถือสา“ไปเถอะค่ะคุณดา ตามสบายเนอะ”“ค่ะคุณวี... ดาไปก่อนนะคะ ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ ไม่ใช่เลยย..”ต่างคนพยายามปฏิเสธไม่ให้เธอเข้าใจผิดแม้ว่าเธอจะแสร้งทำเป็นเข้าใจอย่างคนโลกสวย คิดในแง่ดีว่าเลขาฯ เธอคงช่วยงานคุณพ่ออีกแรง ถึงมองอย่างไรก็แปลกคนเขายังรู้กันทั้งบ้าน!คุณพ่อขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าส่วนเลขาฯ คุณลูกเสื้อผ้าไม่เคยเรียบร้อยมืออ่อนขาอ่อน
ภากรไม่มีอะไรจะคุยกับน้องชายจริง ๆ เพราะเขาเป็นฝ่ายโดนโกรธ เนื่องมาจากการผิดคำพูดของเขาเองว่าไม่กล้าแตะต้องน้อง เป็นภาคินที่ไม่เข้าใจกระทั่งหญิงสาวกลับมาหาพวกเขาอีกครั้งด้วยอารมณ์ดั่งพายุร้ายที่สงบลง“พี่ภีมพี่ภาม… ตกลงทะเลาะอะไรกันคะ?”“เปล่า...”สองคนตอบพร้อมกันแม้ไม่มีใครมองหน้ากันเลย พวกเขายังนั่งอยู่ที่เดิมคนละฝั่งตรงข้าม นั่นทำเอาวีณาถึงกับถอนหายใจ“อยากให้วีไม่สบายใจเหรอคะ? พี่ภีม... พี่ภาม... อยากเห็นวีร้องไห้ใช่ไหม?” วีณาไม่ไหวต้องใช้วิธีสุดท้ายคือบีบน้ำตา! ทีแรกเธอคิดอยู่ว่าจะประชดพวกเขาด้วยการไปเที่ยวบาร์โฮสหรือสถานที่อโคจรสักที่ แต่มันคงไม่สามารถแก้ปัญหาตอนนี้“น้องวีจะร้องไห้ทำไมครับ? พวกพี่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันสักหน่อย”คนหนึ่งแววตาเอ่อคลอพอเธอตีหน้าเศร้า ส่วนอีกคน “พี่ขอโทษครับ... อย่าร้องนะน้องวี”ภาคินอาจมีหนทางปรับความเข้าใจกับพี่ชาย ในขณะที่เธอได้แต่หวังว่าเขาจะยอมลดทิฐิตัวเองลงเพื่อเธอ“ก็ได้... งั้น... วันนี้กูขออยู่กับน้องบ้าง... ได้ไหม? พี่ภีม...” พูดอึกอัก ภายใต้แววตาเศร้าหมองบอกว่าเขาเจ็บปวดกับการกระทำของภากรมากแค่ไหน ยังเกิดหวงแหน อยากได้เธอขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุ







