เข้าสู่ระบบใช่ว่าไม่เคยเกิดเสียเมื่อไร ทุกครั้งที่เขามีใครสักคน ไม่นานเกินสามถึงสี่เดือน ไม่เป็นเขาก็พวกหล่อนจะล้มเลิกความคิดเพื่อไปมีอนาคตที่ดีกว่าความสัมพันธ์เช่นนี้
“เราคบกันเดียร์มีพี่คนเดียวนะ พี่คุยกับเดียร์ดี ๆ ได้ไหม มีอะไรก็บอกมาตรง ๆ สิ เดียร์ไม่เลิกกับพี่นะ”
เสียงหวานอ่อนลงเผื่อว่าเขาอาจแค่อารมณ์ไม่ดีอะไรสักอย่าง ภาคินอาจจะกลับมาเป็นอย่างเดิมก็ได้ รองเท้าส้นเตี้ยกระแทกกระทั้นปึงปังตามแผ่นหลังกว้าง โดยไม่สนว่าจะรบกวนใครในพื้นที่ส่วนร่วม
แสนจะบังเอิญ! เมื่อมาถึงสุดทางโถงเดินยาวที่มีแสงไฟสลัวในช่วงหัวค่ำ หญิงสาวอีกคนกำลังปิดประตู กระชับกระเป๋าหนังสีขาวทรงสวยด้วยสายคล้องสีทองหนีบไว้ใต้รักแร้ มองไปทางทั้งสองคนพอดี
“อ้าว... พี่ภาม กลับมาแล้วหรือคะ?” เธอถามเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งที่เห็นอยู่ว่าคนหนึ่งเดินหนีอีกคนเดินตามฉุดยื้อกันเหมือนสงครามผัวเมีย ตั้งแต่หน้าลิฟต์มาส่งเสียงดังไม่เกรงใจห้องอื่น ใบหน้าหวานงามแต่งแต้มเครื่องสำอางอ่อน เคลือบลิปสติกสีชมพูกุหลาบกระตุกยิ้มกับข่าวดี!
“เลิกกับเดียร์เพราะมีคนใหม่น่ะสิ ออ... อย่างนี้นี่เอง”
ดวงตาคู่สวยใต้อายไลเนอร์คมกริบแอบแฝงความริษยาไล่มองร่างงามในเดรสเอี๊ยมสีครีมลายสก็อตทับเสื้อแขนยาวฟูฟ่อง กระเป๋าแบรนด์สีขาวสะอาดดูราคาแพง เธอแต่งตัวดีด้วยลุคคุณหนูสุดหวานดูอย่างไรก็ไร้พิษภัย
“หน้าด้านมาแย่งผู้ชายคนอื่น นั่งดริ้งอยู่ที่ไหนล่ะ? หน้าคุ้น ๆ นะ” คนพูดวางท่าเป็นเจ้าของชายหนุ่มเต็มที่ ภาคินเห็นท่าไม่ดี รีบเปิดประตูห้องเพื่อที่จะเตรียมแยกทั้งสองคนออกจากกันเพราะไม่อยากให้มีเรื่องมีราว แต่คนหนึ่งดันอยากจะมีมานานแล้ว!
“อะไรนะ? น้ำหน้าอย่างเธอ... มาถามฉัน?” ในน้ำเสียงกลั้วหัวเราะเหมือนเป็นเรื่องตลก ดูถูกเหยียดหยามในขณะเดียวพาแววตาคู่สวยปะทะกลับมาอย่างเชือดเฉือน ด้วยความหึงหวงที่มีในตัวชายหนุ่มและไม่อยากเสียเขาให้ใคร นาเดียร์ไม่ทันฉุกใจใช้สติให้ไวกว่าปาก
“ไม่ถามมึงจะถามหมาที่ไหนล่ะ? มึงเป็นใครมาแย่งผัวชาวบ้าน”
“ใครผัวมึง! อีผีปอบ!” เสียงแหลมแสบแก้วหูตวาดกร้าวดังพร้อมแรงกระชากมหาศาล มือเรียวเล็กจิกดึงทึ้งดึงเส้นผมติดมือออกมาตบผลั๊วะ! โดยไม่ให้ตั้งตัว คนตกใจเบิกตากว้างยกมือปิดป้องใบหน้าเขียวช้ำ
“คิดสิคิด กระเป๋ากูใบละสิบสี่ล้าน อย่าสาระแนมาถามว่ากูเป็นใคร!? นี่บัตเลอร์บ้านกูอยู่กับกูมาตั้งแต่หมอยยังไม่ขึ้นสักเส้น ถ้าอยากมีเรื่องกับคนรวย มึงเตรียมเงินไว้ให้พอนะ อีกวางโง่ ซั่วหลายตายซะ!”
ปลายเสียงด่าทอด้วยสำเนียงบ้านเกิด ตรงข้ามภาพลักษณ์คุณหนูแต่หัวจรดเท้าเหมือนกับว่าเธอกำลังจะไปปิคนิคดันได้มาตบคนแทน วีณาไม่เคยโมโหขนาดฟาดใคร แต่จะมีเรื่องเดียวที่เธอฟาดได้ทุกเวลาทุกสถานที่!
นักร้องสาวผู้โดนกระเป๋าหนังจระเข้ฟาดหน้าจนล้มลงกองบนพื้น กระโปรงเดรสสีดำเปิดออกจนต้องเอามือจับมันเอาไว้ในสภาพน่าเวทนา
ต้นเหตุของรถไฟชนกัน! ไม่ทันได้ห้ามใครสักคน พอคุณหนูจอมแสบกำลังจะลงมือ คนบนพื้นก็เตรียมเข้าปะทะ เขารีบคว้ามือเล็กสั่นเทาด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราดพาเธอเข้าห้องอย่างรวดเร็ว ยกโทรศัพท์เรียกพนักงานรักษาความปลอดภัยมาทำหน้าที่ดูแลคนข้างนอกประตูที่ทุบปึงปัง เสียงดังเสียจนผู้พักอาศัยห้องอื่นชะโงกหน้าออกมาเผือก
หมดกัน...! คราบคุณหนูพันล้าน เธอสะบัดมือหนาออกอย่างไม่แยแส ยืนกำหมัดแน่นตัวสั่นเทาเพราะความเคียดแค้นชิงชัง พ่นแร็บอีสานผ่านประตู กรี๊ดออกมาเหมือนคนเสียสติ ค่อยเดินหนีเข้าห้องนอนไป
บางครั้งวีณาก็เป็นอย่างนั้นเพราะถูกคุณพ่อตามใจมาตั้งแต่อายุน้อย ๆ
ตาคมมองผ่านประตูเงียบเชียบในอีกสักพัก ด้วยความคิดว่านาเดียร์คงไม่มารบกวนใจสักพักดีไม่ดีอาจหายไปเลย นั่นคงเป็นผลดีกับตัวเขา ร่างสูงโน้มตัวลงสวมสลิปเปอร์ หยิบมันไปด้วยหนึ่งคู่วางไว้ตรงปลายเตียง
ในห้องนอนของภากร หญิงสาวขดตัวในผ้าห่มม้วนกลมเงียบเชียบ หากไม่นั่งลงข้าง ๆ กันแทบมองไม่เห็นเลยว่าหัวไหล่ของเธอสั่น โดยไม่มีแม้เสียงสะอื้นไห้หลุดรอดออกมา
ภาคินรู้มาตลอดว่าเธอหวงแหนเขานักหนาเพราะอะไร และเขาก็ผิดที่ทำร้ายเธอ ตัวเขายังไม่ได้มีความสุขกับการมี SEX แทบทุกวันเท่าใช้เวลากับวีณา
ในวันฝนตกเขากอดเธอ ซุกพิงไหล่ในผ้าห่มผืนเดียวกัน ส่งผ่านความอบอุ่นเช่นเดียวกับในวันที่อากาศร้อนอบอ้าว หน้าที่ของเขาคือหาน้ำแข็งใสไอศกรีมมาให้น้องวีหายร้อนและอารมณ์ดี ไม่ใช่แค่เก็บตัวในห้องแอร์เย็นฉ่ำ
เวลาคุณพ่อของเธอมีผู้หญิงคนใหม่ เห่ออยู่เป็นพัก ๆ เหมือนเด็กได้ของเล่น เขาเป็นคนซับน้ำตาให้เสมอ ไม่ใช่ภากร... ที่เอาแต่ทำงานให้คุณอา
หากให้เลือกสักคน... ระหว่างพี่ภีมกับพี่ภาม วีณาจะเลือกพี่ภาม
“ลูกผู้ดีเขาไม่ทำกิริยาแบบนี้นะครับ...” น้ำเสียงราบเรียบพูดผ่านแผ่นหลังบาง น้ำตาของเขาตกใน แทนที่ควรหัวเราะหรือยิ้มกับสำเนียงตลก ๆ ตรงข้ามหน้าตาสวยใส ผิวขาวโบ๊ะของคุณหนูสักหน่อย
“อ้ายภาม อ้ายมีไผ... บักห่ามึงเอ้ย โครตผ่อโครตแหม่มึงสิตายบ้อ”
ภากรไม่ว่าอย่างไรก็รัก ต่อให้เธอมีความคิดอยากนอนกับผู้ชายสองคนพร้อมกัน! เธอกอดเขาขอโทษเขาที่มีความคิดแบบนั้น และเธอรักภาคินมากแค่ไหน ก่อนขยับไปกอดแฝดคนน้องด้วยท่าทางเหมือนแมวอ้อน“นี่... น้องวีไม่ต้องทำขนาดนี้ก็ได้นะครับ พี่ไม่โกรธอะไรมันแล้ว เรากลับไปนอนห้องเราเถอะนะ”ถ้าเธออยู่ต่อก็คงทนไม่ไหวแน่ ตาคมจรดมองอกอวบอัด ลอบกลืนน้ำลายลงคอแห้งผาก แต่ไม่วายว่าประสาเขาที่เคยเห็นเธอเป็นเด็กสาวตัวน้อย“ใครสั่งชุดนี้มา มันน่าตีนักนะ ไอ้ภีมใช่ไหม?”“วีซื้อมาเอง... อย่าเห็นวีเป็นเด็กเล็ก ๆ สิคะพี่ภาม”วีณาไม่ใช่เด็กอีกต่อไป ภาคินรับรู้ความจริงนั้นเมื่อเธอผละจากอกของเขาเพื่อไปหาอีกคน คืบคลานไปอย่างเสือสาว ส่ายก้นงอนขึ้นสูงแต่ก้มตัวและใบหน้าลง เธอรู้หน้าที่ของตัวเองเมื่อก้มหน้าลงงับอาวุธร้ายผ่านกางเกงนอนลายสก็อตสีน้ำเงินเข้ม ร่างกำยำสะดุ้งเฮือกชนหัวคิ้วเข้าหากัน “น้องวี... อู้ยย อาาาส์... ซนอีกแล้วนะเรา...”โพรงปากนุ่มแทบทำให้ภากรสิ้นสติ ยิ่งเธอไม่ใช่คนชอบรีรออะไรมาก มือล้วงเข้าไปจับตัวการได้ก็เอาออกมาลิ้มเลียจากโคนถึงปลายหัวบานฉ่ำต่อหน้าชายอีกคน ซึ่งคงมองไม่เห็นอะไรนอกจากช่องทางเปียกชุ่
กูรักน้องมากกว่ามึงด้วยซ้ำ!“น้องวี...”เสียงพึมพำเรียกพาพี่ชายมองขวับ ภากรอยากจะคุยกับน้องชายให้รู้เรื่อง! ทันใดนั้นเอง“เฮ้ย!”“ไอ้เชี้ยภามไปไกล ๆ กูเลยนะมึง!”เสียงสบถด่ากร้าวเมื่อมือสัมผัสเย็นวาบสะกิดเข้าต้นขาด้านในผ่านเสื้อกางเกงนอน ต่างคนแยกห่างจากกันคนละมุมเตียง มือยื้อแย่งผ้าห่มผืนโตลายปลานีโม่น่ารักตรงข้ามหน้าตาตื่นตะลึง“อะไรของมึงไอ้ภีม กูนอนของกูดี ๆ”“มึงจับ... ขาอ่อนกูทำไม?”“เปล่า... ไม่ได้จับ”เถียงกันได้ไม่ทันไร เจ้าปลาน้อยก็ปรากฏเป็นคนคุ้ยเคยที่โผล่หัวออกมาจากผ้าห่ม“เฮ้ย! น้องวี!”“เบา ๆ ค่ะ พี่ภีมพี่ภาม...” เธอจุปากปรามสองหนุ่มด้วยท่าทางซุกซน สองหนุ่มมองหน้ากันแล้วเลิกส่งเสียงแต่ตกใจเสียแทนพอผ้าห่มโผล่พ้นแค่ศีรษะน้อย เส้นผมดำขลับส่งกลิ่นหอมของแชมพูหลังอาบน้ำใหม่ ๆ“น้องวีมาทำอะไรครับ คุณอาบอกแล้วว่าอย่ามามุดผ้าห่มพวกพี่รู้มั้ย?” ภาคินบอก เขาเกือบที่จะเอื้อมมือไปเลิกผ้าขึ้นแต่พอสบนัยน์ตาคู่สวยสีน้ำตาลอ่อน เสียงหวานออดอ้อนของคนตรงกลางระหว่างพวกเขาทั้งสอง“ขอน้องวีนอนด้วยคนนะคะ... พี่ภีมขา... พี่ภามขา...”แล้วเธอก็คืบคลานออกมาจากผ้านวมหนาสีส้มแปร๋นเข้าไปใกล้ ๆ พวกเขาท
“วีก็รักพี่ภามค่ะ...”วีณาเป็นผู้เสียสละเสมอในเมื่อเขายืนยันว่าจะไม่ทำ เธอปล่อยให้เขาพักพิงศีรษะ นั่งทำตาปรือเตรียมรับสิ่งที่จะเกิดเมื่อจับมือหนาขึ้นวางบนหน้าขา ให้เขาเลิกกระโปรงบานขึ้นช้า ๆ พ่นลมหายใจร้อนและเสียงพร่าหวาน“ใส่เข้าไปให้วี... หน่อยนะคะ พี่ภามขา...”ไม่ทำให้ก็บ้าเต็มทน! ภาคินยอมที่จะละวางทิฐิอันสูงส่งลงบ้าง จับเจ้าก้อนกลมใส่กางเกงในตัวน้อยลากผ่านกลางกลีบเกสรงามเปียกชุ่มฉ่ำ สอดเข้าไปจนสุดข้อนิ้ว เขาคิดว่ามันไม่ลึกพอและกลัวว่าเธอจะเจ็บมันกลับเข้าไปได้ง่ายเพราะความเปียกแฉะ...เธอเปียกได้ง่ายดายกับแค่การเล่นเกมส์จ้องตา แววตาร้อนแรงถึงเพียงนี้เขาคงไม่ต้องเล้าโลมอะไรเลย แค่กดปุ่ม...“พี่ภาม... อื้ม...!”งานง่าย ๆ ที่ไม่ง่าย เมื่อสาวน้อยพยายามปิดป้องปากตัวเองด้วยมือเล็กของเธอไม่ให้เสียงดังหลุดรอดออกไป ดวงตาคู่คมปลาบประกายฝังตรึงกับภาพแสนรัญจวนยิ่งเสียกว่านอนกับสาวคนไหน ๆ มาทั้งชีวิตน้องสาวเปียกชุ่มเริ่มเปียกปอนมากขึ้นเรื่อย ๆ เหนือหน้าตักของเขาที่เกิดตื่นตูมสำลักน้ำตาม ร่างบางบิดเร่าจนต้องซบหน้าลงบนบ่าของเขาเพราะอารมณ์แสนรัญจวน แรงสั่นจากภายในพาให้ร่างของเธอสั่นสะท้าน เธอตะเกี
แปลกที่วันนี้ยังไม่ถึงวันนั้นของเดือน ภาคินเพิ่งนึกขึ้นได้ด้วยความที่เขาจดจำเรื่องของเธอได้ทุกอย่าง ก็ตอนเหยียบเข้าห้องนอนโทนสีขาวสลับดำราบเรียบ มีกระจกเจ้าหญิงตัวน้อยและมุมของเล่นเล็ก ๆ สมัยเธอยังเป็นเด็กดวงตาคู่คมจรดมองแผ่นหลังบางในเดรสสีขาวสะอาด ปอยผมมัดลวก ๆ วางพาดไว้บนไหล่ขวา“น้องวี... จะแต่งงานเหรอ?” ภาคินถามอย่างไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าพูดอะไรออกไป เธอแค่หันกลับมาถามเขากลับด้วยแววตามาดมั่น“แต่งไหมล่ะ?”“ถามพี่?”“อืม...”“ผู้หญิงหลายใจ”วีณาหัวเราะออกมา เธอแน่ใจว่าเขาคงได้ยินที่เธอคุยกับพ่อว่าจะแต่งงานกับผู้ชายสองคน“สองค่ะ... สองใจ วีไม่ได้มีหลายใจ หนุ่มอื่นวีไม่เอา วีเอาแค่สองคนนี้” ตอบแล้วปลายนิ้วเรียวจิ้มลงบนแผ่งอกกว้าง ก่อนที่เธอจะแผ่ฝ่ามือออกวางด้วยความไว้วางใจ พิงศีรษะลงกับเสื้อเชิ้ตสีครีมอ่อนของเขาอย่างคลั่งไคล้หลงใหล“ทำอะไรครับ?”“วีขอกอดได้ไหมคะ… พี่ภามขา…”พี่ภามขา! พี่ภีมขา! มาเมื่อไร หัวใจชายหนุ่มอ่อนยวบทุกครั้งไปเหมือนกลายเป็นจุดอ่อนของเขาไปเสียแล้ว ภาคินเพิ่งเลิกเป็นไบโพลาร์ไปหลังโดนรุกเร้าอย่างหนัก เขาปิดตาลงพูด“ครับ... ได้ครับ”แล้วปล่อยให้วงแขนเล็กเลื่อนขึ้นลา
“พ่อจะรีบกลับนะ”“ค่ะ”ลูกสาวยิ้มอ่อนมองใบหน้าหล่อเหลา หลังได้ปรับความเข้าใจกัน พ่อกลับมารับประทานอาหารด้วยกันสม่ำเสมอ ยังสังเกตได้ว่าไม่มีสาวมากหน้าหลายตามากวนใจ ภากรก็ไม่ต้องเหนื่อยไปซื้อของสมนาคุณให้หล่อนทั้งหลายเป็นเรื่องดีที่น่าเสียดาย เมื่อลูกน้องฝีมือดีของเธอดันโดนฉกไปคน“ฝากคุณณดาด้วยค่ะ พ่อห้ามหักอกเลขาฯ วีนะคะ ไม่งั้นวีขอเลขาฯ คืน”“เอ้อ... คือมันเป็นอย่างนี้นะ พ่อว่าลูกเข้าใจผิดครับ”“เปล่าเลยค่ะพ่อ เลขาฯ วีนอนอยู่ห้องพ่อนี่คะ นั่นไง”คุณพ่อยิ้มเจื่อนเพราะข่าวมาถึงหูลูกสาวไวเหลือเกิน ประตูเปิดออกอีกรอบหนึ่ง ข้างหลังของคุณพ่อปรากฏเจ้าของร่างบางในเดรสกระโปรงเรียบร้อยงานแบรนด์เนมดูแพงผิดหูผิดตา ถือเอกสารออกมาจากห้องยกมือไหว้เธอก็รับไหว้อย่างไม่ถือสา“ไปเถอะค่ะคุณดา ตามสบายเนอะ”“ค่ะคุณวี... ดาไปก่อนนะคะ ไม่ใช่อย่างที่คิดนะ ไม่ใช่เลยย..”ต่างคนพยายามปฏิเสธไม่ให้เธอเข้าใจผิดแม้ว่าเธอจะแสร้งทำเป็นเข้าใจอย่างคนโลกสวย คิดในแง่ดีว่าเลขาฯ เธอคงช่วยงานคุณพ่ออีกแรง ถึงมองอย่างไรก็แปลกคนเขายังรู้กันทั้งบ้าน!คุณพ่อขอบตาดำเป็นหมีแพนด้าส่วนเลขาฯ คุณลูกเสื้อผ้าไม่เคยเรียบร้อยมืออ่อนขาอ่อน
ภากรไม่มีอะไรจะคุยกับน้องชายจริง ๆ เพราะเขาเป็นฝ่ายโดนโกรธ เนื่องมาจากการผิดคำพูดของเขาเองว่าไม่กล้าแตะต้องน้อง เป็นภาคินที่ไม่เข้าใจกระทั่งหญิงสาวกลับมาหาพวกเขาอีกครั้งด้วยอารมณ์ดั่งพายุร้ายที่สงบลง“พี่ภีมพี่ภาม… ตกลงทะเลาะอะไรกันคะ?”“เปล่า...”สองคนตอบพร้อมกันแม้ไม่มีใครมองหน้ากันเลย พวกเขายังนั่งอยู่ที่เดิมคนละฝั่งตรงข้าม นั่นทำเอาวีณาถึงกับถอนหายใจ“อยากให้วีไม่สบายใจเหรอคะ? พี่ภีม... พี่ภาม... อยากเห็นวีร้องไห้ใช่ไหม?” วีณาไม่ไหวต้องใช้วิธีสุดท้ายคือบีบน้ำตา! ทีแรกเธอคิดอยู่ว่าจะประชดพวกเขาด้วยการไปเที่ยวบาร์โฮสหรือสถานที่อโคจรสักที่ แต่มันคงไม่สามารถแก้ปัญหาตอนนี้“น้องวีจะร้องไห้ทำไมครับ? พวกพี่ไม่ได้ทะเลาะอะไรกันสักหน่อย”คนหนึ่งแววตาเอ่อคลอพอเธอตีหน้าเศร้า ส่วนอีกคน “พี่ขอโทษครับ... อย่าร้องนะน้องวี”ภาคินอาจมีหนทางปรับความเข้าใจกับพี่ชาย ในขณะที่เธอได้แต่หวังว่าเขาจะยอมลดทิฐิตัวเองลงเพื่อเธอ“ก็ได้... งั้น... วันนี้กูขออยู่กับน้องบ้าง... ได้ไหม? พี่ภีม...” พูดอึกอัก ภายใต้แววตาเศร้าหมองบอกว่าเขาเจ็บปวดกับการกระทำของภากรมากแค่ไหน ยังเกิดหวงแหน อยากได้เธอขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุ