Masuk“ขอให้เจ้ามีความสุขเป็นสตรีที่งดงามเช่นนี้ตลอดไป”
ข้ารับกล่องนั้นมาเปิดออก ปิ่นหยกอันงดงามที่แกะสลักเป็นรูปหงส์คู่ประดับมุกเม็ดงามปรากฏแก่สายตา ข้ายิ้มอ่อนหวานราวกับดอกไม้แย้มบาน
‘หึ ปิ่นอันนี้เคยทำให้ข้าเขินอายมาก่อน‘
“ขอบพระทัยเพคะองค์ชายสี่ ท่านเมตตาหลิงซีนัก”
น้ำเสียงของข้าใสราวกับกระดิ่งเงิน แม้จะดูนอบน้อม แต่ลึกๆ แล้วแฝงความเยือกเย็นดุจมัจจุราชรอคอยขย้ำเหยื่อ
ข้าเงยหน้าสบตากับองค์ชายกู้เหวินหลงแวบหนึ่งแล้วก้มหน้างุดทำทีเขินอาย ใจกระตุกสั่นไหว มิใช่ด้วยความโหยหาความรักดั่งเก่าก่อน หากแต่ต้องการชำระล้างความแค้นในใจ อยากเอานิ้วจิ้มควักดวงตาคู่นั้นออกมากลิ้งเล่นเสียเหลือเกิน!
แต่เดี๋ยวก่อน... ต้องอดกลั้นไว้ จะทำประเจิดประเจ้อตรงนี้ไม่ได้ เขาเป็นถึงราชวงศ์ ต้องคิดวางแผนให้รอบคอบ ท่านพ่อท่านแม่จะเดือดร้อนแฉกเช่นกาลก่อนหาได้ไม่!
ดวงหน้าอ่อนหวานก้มลงทำทีเขินอายในสายตากู้เหวินหลง ทว่าหัวใจข้ากลับเต้นโครมครามด้วยความแค้น อยากจับบุรุษตรงหน้าไปทรมานให้สาสม!
'หึ น่ารังเกียจ!'
หมายจะจับจองข้าด้วยหยกในกล่องนี้หรือ ข้าไม่ใช่จ้าวอู๋หลิงซีคนเดิม มุกเก่าๆ ย่อมใช้กับข้าเป็นรอบที่สองไม่ได้หรอกนะ เจ้ารอข้าก่อนเถอะ!
กู้เหวินหลงยิ้มมุมปาก เขาคงคิดว่าสตรีในห้องหอผู้อ่อนแอหรือจะต้านทานรูปโฉมสง่างามและความอ่อนโยนที่เขามอบให้ได้ กิจการและอำนาจของตระกูลจ้าวต้องตกอยู่ในมือเขาในไม่ช้า เขาเหลือบมองเสี่ยวเหมยเล็กน้อยก่อนจะกลับมายิ้มละมุนให้ข้า
หางตาข้าเหลือบเห็นเสี่ยวเหมยค่อยๆ ถอยออกไปจากโถงจัดงาน ข้าพยายามเค้นความจำในสมอง รู้สึกว่าวันนี้ต้องมีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้น หลังจากงานปักปิ่น ท่านพ่อเคร่งเครียดกับอะไรบางอย่าง ตระกูลจ้าวเหมือนจะถูกกล่าวถึงในทางเสื่อมเสียเป็นวงกว้าง
แต่... มันคือเรื่องอะไรกันนะ นึกอย่างไรก็นึกไม่ออกจนรู้สึกปวดหัวแทบระเบิด!
“หลิงซี ไม่สบายตรงไหนหรือไม่”
ท่านแม่มองหน้าข้าด้วยความเป็นห่วง นางคงคิดว่าบุตรสาวเพิ่งฟื้นตัวได้ไม่นาน คงจะเหนื่อยจนอาการบาดเจ็บกำเริบอีกกระมัง
“ลูกไม่เป็นไรเจ้าค่ะ แค่เหนื่อยนิดหน่อย”
ข้าเอ่ยเสียงเบาด้วยใบหน้าซีดเซียว... ชิ ร่างกายนี้ไม่ได้ดั่งใจข้าเลยจริงๆ!
“เช่นนั้นไปพักก่อนเถิด แม่กับพ่อของเจ้าจะรับหน้าแขกเหรื่อเอง”
ท่านแม่เอ่ยพร้อมเรียกสองสาวใช้ให้มาพาตัวข้าไปพักผ่อน
“เสี่ยวเหมยเล่า”
ข้าเอ่ยถามเสี่ยวฮวาเพื่อหยั่งเชิงว่านางจะรู้หรือไม่
จะตามมาได้อย่างไร ในเมื่อเสี่ยวเหมยแอบเลี่ยงออกไปก่อนหน้านี้ แต่นางออกไปทำอะไรกันแน่?
ใจหนึ่งข้าอยากให้เสี่ยวฮวาตามไปดู แต่อีกใจก็เป็นห่วง เพราะในชาติก่อนเสี่ยวฮวาบังเอิญไปเห็นสิ่งที่เสี่ยวเหมยทำ นางจึงถูกสังหารอย่างโหดเหี้ยม!
แววตาที่เคยสงบของข้าพลันเปลี่ยนเป็นแววตาของปีศาจวูบหนึ่งก่อนจะหายไป
“นางขอไปปลดทุกข์เจ้าค่ะ คุณหนูไปพักที่ห้องปีกซ้ายก่อนนะเจ้าคะ”
เสี่ยวฮวาเอ่ยด้วยความห่วงใย ไม่อยากให้ข้าต้องเดินไกล
“ไม่ต้อง พาข้าไปนั่งตรงนั้นเถิด”
ข้าชี้ไปตรงมุมหนึ่งของงาน ข้าแค่ต้องการนั่งพักสักครู่ จะออกไปจากงานตอนนี้ไม่ได้ ข้ารู้สึกว่าเหตุการณ์ครั้งสำคัญกำลังจะเกิดขึ้น และข้าต้องแก้ไขมันให้ทันเวลาก่อนจะสายเกินไป!
ครานี้... ข้าจะเป็นผู้กำหนดชะตาชีวิตของตระกูลจ้าวด้วยตัวเอง จะทำให้ผู้ที่เคยทำร้ายข้าต้องเจ็บปวดอย่างสาสมยิ่งกว่า! ไม่มีดอกโบตั๋นผู้อ่อนแอดังเดิมอีกแล้ว บัดนี้มีเพียงกุหลาบแดงที่พร้อมจะแผ่หนามคมกริบเข้าฉีกกระชากทุกคนที่คิดจะเล่นกับข้า!
เทียบเชิญงานแต่งสีแดงชาดปักลวดลายดิ้นทองคำสุดหรูหรา กระจายไปถึงมือขุนนางทุกกระทรวง คฤหาสน์คหบดีใหญ่ ยันประตูวังหลวง ข่าวลือแพร่สะพัดไปทุกซอกซอยจนชาวบ้านร้านตลาดขยับปากกันอย่างสนุก‘ผู้นำตระกูลคนใหม่... ประกาศจัดงานอนุชายเข้าตระกูล แถมยังเป็นชายในหอคณิกาอีกด้วย’เสียงวิจารณ์ บ้างก็ว่านางลุ่มอำนาจจนเป็นบ้า บ้างก็มองว่าสตรีผู้นี้ใจเด็ด ไม่แยแสต่อจารีตประเพณี.............................................................................................ณ ตำหนักองค์ชายสี่เพล้ง!แจกันกระเบื้องเคลือบราคาแพงลิบถูกขว้างใส่กำแพงจนแตกกระจายเกลื่อนพื้น เศษกระเบื้องร่วงกราวพอๆ กับสติที่บ้าคลั่งของกู้เหวินหลง"นังผู้หญิงไรยางอาย กล้าดีอย่างไร"เขาทำลายทุกสิ่งตรงหน้าด้วยแรงโทสะที่บิดเบี้ยว เทียบเชิญหรูหราถูกโยนทิ้งไว้บนโต๊ะ งานมงคลที่น่ารังเกียจ ยังมีหน้ามาเชิญให้เขาไปเป็นแขกผู้มีเกียรติ... ช่างน่าหนานักกู้เหวินหลงขบกรามแน่นจนเส้นเลือดขมับปูดโปน "นางตั้งใจให้คนทั้งแคว้นหัวเราะเยาะข้า นางต้องการประจานว่าชายคณิกาไร้หัว
"หุบเขาอสูร? มิใช่ที่กบดานของพรรคหงส์โลหิตหรือ?" ท่านพ่อถามด้วยความแปลกใจ ทว่าข้ากลับยิ้มอย่างมีความสุข"ย่อมเป็นเช่นนั้น... ประหลาดนัก ทางการเข้าตรวจสอบกลับพบศพนอนกระจัดกระจายหลายศพ ที่น่าแปลกคือ ในที่เกิดเหตุพบชิ้นส่วนอันมิควรเอ่ยนามของบุรุษ ที่มิอาจระบุได้ว่าเป็นของใคร รวมถึงตัวหัวหน้าที่ชื่อ ขาล และสมาชิกอีกยี่สิบกว่าคนล้วนหายสาบสูญอย่างไร้ร่องรอย "‘ข้ามั่นใจว่าขาลกับพวกที่หายไปข้าเป็นคนทำ แต่ศพที่นอนเกลื่อนมาจากที่ใด... ทางการก็มิอาจสืบค้นได้อย่างนั้นหรือ?’ผู้นั้นจะเป็นมิตรหรือศัตรูย่อมมิอาจรู้ได้ ข้ามองสำรวจไปทั่วงานเลี้ยง คนผู้นั้นจะอยู่ในงานนี้หรือไม่ ท่าทางขมวดคิ้วอย่างผิดสังเกตคงสะดุดสายตาเสี่ยวฮวาผู้ภักดีเข้า"คุณหนูเจ้าคะ... หาสิ่งใดหรือ?"ข้าหันไปยิ้มให้เสี่ยวฮวาเล็กน้อย "เปล่าหรอ"................................................................................................กู้เหวินหลงจ้องมองจ้าวอู๋หลินซีที่ดูสะพรั่งและทรงอำนาจยิ่งกว่าคราไหน ๆ สายตาชื่นชมที่เคยมอบให้เขาเพียงผู้เดียว บัดนี้กลับมีเพียงชายคณิกา
บรรยากาศในโถงใหญ่เต็มไปด้วยความกดดัน เหล่าผู้อาวุโสในตระกูลและเครือญาติสายรองต่างนั่งประจำที่ แต่ละคนล้วนเป็นจิ้งจอกเฒ่าที่มองเห็นผลประโยชน์เป็นที่ตั้ง เสียงซุบซิบดังระงมถึงข่าวการรับ "อนุชาย" จากหอคณิกา ข้ากวาดตามองทุกคนในงาน ประเมินด้วยสายตาของผู้นำอย่างเหนือชั้น"น่าอับอายยิ่งนัก! ตระกูลจ้าวเป็นถึงมหาเศรษฐีอันดับหนึ่ง แต่คุณหนูใหญ่กลับรับชายไร้หัวนอนปลายเท้ามาเป็นอนุ!" ผู้อาวุโสรองตบโต๊ะเบา ๆ "ข้าว่าเราต้องคุยเรื่องนี้ให้ชัดเจน ก่อนที่หลินซีจะขึ้นรับตำแหน่ง""ถูกต้อง" ผู้อาวุโสสามเสริม "บุตรชายของข้า 'จ้าวจื่อหาน' เพิ่งสอบได้เป็นบัณฑิตไม่นานก็จะได้รับใช้ราชสำนัก รูปโฉมก็งดงาม หากแต่งหลินซีเข้าบ้านข้า กิจการทั้งหมดล้วนมั่นคง มิต้องตกไปอยู่ในมือคนนอกเช่นนี้"ท่านพ่อนั่งจิบชาอย่างสงบ ทว่าข้ารู้ว่าภายในใจกำลังเตรียมออกหน้าเต็มที่ หึ พวกเจ้าล้วนวางอำนาจต่อหน้าใครปัง! คนทั้งโถงเงียบกริบ"พวกท่านทั้งหลาย... ลูกสาวข้าเพียงต้องการ 'คนดูแลข้างกาย' ที่นางไว้ใจ และข้าพิสูจน์แล้วว่าหานเยว่มีคุณสมบัตินั้น" ท่านพ่อยิ
ข้าเหวี่ยงร่างเสี่ยวเหมยที่ยามนี้สิ้นสติสมประดีด้วยฤทธิ์ยาลงกลางลาน เสี่ยวเหมยเริ่มบิดกายด้วยความกระสัน ผิวพรรณแดงซ่าน ท่วงท่ายั่วยวนจนพวกโจรทั้งยี่สิบกว่าคนถึงกับสูดลมหายใจกระหายหิว กลิ่นคาวกามพุ่งพล่านบดบังความยั้งคิดในพริบตา"คนที่พวกเจ้าคุ้นหน้าคือข้า..." ข้าชี้ไปยังร่างที่นอนบิดเร่า "แต่คนที่จะมาสนองกามราคะของพวกเจ้าในคืนนี้ คือนาง!"ข้าสะบัดเข็มเงินอาบยามหาเสน่ห์ชนิดพิเศษเข้าใส่เส้นเลือดใหญ่ของโจรทุกคน มิใช่เพื่อให้ดับสูญ แต่เพื่อให้พวกมัน "คลุ้มคลั่ง" และ "ไร้สิ้นซึ่งมโนธรรม" ทว่าร่างกายกลับทนทานต่อกามกิจได้ยาวนานกว่าปกติหลายเท่า"เชิญพวกเจ้าเสพสมกับนาง... ให้เต็มอิ่ม!"ข้าทะยานขึ้นสู่ยอดพฤกษาใหญ่ นั่งลงจิบสุราพลางมองฉากเร่าร้อนเบื้องล่างด้วยสายตาที่เย็นชา เสี่ยวเหมยยามนี้มิเหลือเค้าลางความเป็นคน กรีดร้องโผเข้าหาฝูงโจรด้วยความกระหายกามารมณ์ ส่วนพวกโจรที่ตกอยู่ในมนต์สะกดก็โถมเข้าใส่นางราวกับฝูงหมาป่าหิวโหยเสียงเนื้อกระทบเนื้อและเสียงครวญครางระคนกรีดร้องของเสี่ยวเหมยดังระงมป่า ข้านั่งมองภาพความพินาศนั้นด้วยความสะใจที่ซึมลึกถึงวิญญาณ‘เจ็บปวดหรือไม่เสี่ยวเหมย? นี่เป็นเพียงเศษเสี้
ขณะที่อาห่าวกำลังเฝ้าอยู่นั้น ความปั่นป่วนภายในของบุคคลที่อยู่ในห้องกลับมิได้ลดน้อยลงเลย เสวี่ยหานอ๋องในชื่อหานเยว่นั่งอยู่บนตั่ง สายตาจ้องมองเงาแผ่นหลังของจ้าวอู๋หลินซีที่เอนกายลงบนเตียงกว้าง ความรู้สึกรักใคร่โหยหาที่สะสมมาข้ามภพข้ามชาติพุ่งพล่านจนอกแทบระเบิดในชาติก่อน... เขาทำได้เพียงเฝ้ามองนางจากเงามืดด้วยหัวใจที่แหลกสลาย เขาเห็นนางมอบหัวใจและรอยยิ้มที่งดงามที่สุดให้แก่องค์ชายสี่ เห็นนางมีความสุขยามได้เคียงคู่กับชายที่นางรัก ยามนั้นเขามิได้ใช้ฐานะอ๋องผู้ทรงอำนาจไปฉุดคร่าแย่งชิง เพราะเขารักนาง... มากจนยอมที่จะเห็นตัวเองอยู่อย่างโดดเดี่ยวดีกว่าจะเห็นนางต้องมีน้ำตาหากต้องมาอยู่กับคนเช่นเขาที่นางไม่ได้รัก‘ข้าคิดว่าความสุขของเจ้า... คือความสุขของข้า’ เขาขมขื่นในหัวใจเมื่อนึกถึงความไร้เดียงสาของตนเองในกาลก่อน ความใจกว้างของเขาในชาตินั้น กลับกลายเป็นดาบสองคมที่ย้อนกลับมาทิ่มแทงเขาเห็นนางถูกหักหลัง เห็นนางต้องจบชีวิตลงอย่างทรมานโดยที่เขาไม่อาจยื่นมือเข้าไปช่วยได้ทันกาล ความรู้สึกผิดที่ปล่อยนางไปเผชิญเคราะห์กรรมเพียงลำพังจึงสลักลึกอยู่ในดวงวิญญาณ‘เป็นข้า... ที่โง่เขลาปล่อยมือเจ้าไปเ
ท่ามกลางกระแสลมหนาวที่พัดโบกสะบัดธงทิวบนยอดเขาสูงชันรอยต่อแคว้นเหนือเฟยเทียนรองแม่ทัพหนุ่มผู้มีใบหน้าคมเข้มและท่าทางทะมัดทะแมง กำลังนั่งคิ้วขมวดจ้องมองเอกสารกองมหึมาในค่ายพักแรมชั่วคราว"ท่านรองแม่ทัพ... นี่พวกเราต้องทำถึงขนาดนี้เลยหรือขอรับ?" ทหารคนสนิทคนหนึ่งเอ่ยถามพลางปาดเหงื่อ ขณะที่กำลังปลอมแปลงสมุดบัญชีการค้าที่เพิ่งเขียน ให้ดูเหลืองซีดตามกาลเวลาเฟยเทียนถอนหายใจยาว แววตาเต็มไปด้วยความอ่อนใจเมื่อนึกถึงคำสั่งสุดท้ายของเจ้านายก่อนจะ 'ขายตัว' เข้าหอคณิกา‘สร้างตัวตนให้ข้า... หานเยว่ บุตรชายพ่อค้าแคว้นเหนือที่ล้มละลาย เอาให้แนบเนียนชนิดที่ว่าหากใครขุดหลุมศพบรรพบุรุษตระกูลนี้ขึ้นมา ก็ต้องเจอหลักฐานการค้าของข้าอยู่ในนั้น!’"เจ้าอย่าถามมาก" เฟยเทียนเอ่ยเสียงเข้ม "ท่านอ๋องสั่งให้ทำอย่างไรก็ทำไป หากจวนตระกูลจ้าวส่งคนมาสืบแล้วพบจุดพิรุธแม้แต่จุดเดียว หัวของพวกเราคงมิได้อยู่บนบ่ามาประดับประดาเล่นแน่"ในใจของเฟยเทียนนั้นอยากจะตะโกนก้องฟ้าว่าเขาลำบากใจเพียงใด เจ้านายของเขา... แม่ทัพไร้พ่ายผู้เกรียงไกร ยอมสละสิ







