Home / โรแมนติก / บุปผาต้องมนตร์ / Chapter 17. ดีขึ้นตรงไหน

Share

Chapter 17. ดีขึ้นตรงไหน

last update Petsa ng paglalathala: 2024-11-18 13:50:37

เพราะเขาไม่ต้องรีบร้อนรายงานตัวจึงเดินตรงดิ่งกลับไปที่ห้องพัก เขาชะงักเท้าเมื่อต้องเดินผ่านทิศทางที่จะเดินไปห้องของเคอหลิ่งหลิน เขาหันไปถามพ่อบ้านตู้ที่เดินตามมา

            “นางตื่นหรือยัง”

            “คุณหนูยังไม่ฟื้นขอรับ” พ่อบ้านรายงานไปตามจริง “แต่ระหว่างนี้ท่านหมอมู่กับบุตรสาวแวะเวียนมาดูอาการบ่อยๆ สีหน้าคุณหนูก็ดีขึ้นมากขอรับ”

            ตั้งแต่ก่อนไปก็บอกว่าดีขึ้น กลับมาก็บอกว่าดีขึ้น แต่คนก็ยังไม่ตื่น จะดีขึ้นตรงไหน

            จ้าวจิ่นสือหงุดหงิดอยากเดินเข้าไปดูให้เห็นกับตา แต่สภาพตนเองตอนนี้คงไม่เหมาะนัก เขาจึงทำได้เพียงแค่พยักหน้ารับรู้ แล้วเดินตรงดิ่งไปที่ห้องของตนเอง โบกมือไล่บ่าวรับใช้ไม่ต้องเข้ามา ระหว่างรอคนเติมน้ำอุ่นให้นั้น เขาก็ปลดอาวุธออกจากกายวางบนโต๊ะ รอให้บ่าวรับใช้ออกไป แล้วเขาจึงปลดเปลื้องเสื้อผ้า เหลือเพียงเนื้อกายเปลือยเปล่าลงไปแช่น้ำอุ่นที่ไม่ได้สัมผัสมานาน ร่างกายประท้วงว่าเหนื่อยล้าต้องการพักผ่อนอย่างรู้สึกได้

ไม่ใช่งานสอดแนมแฝงตัวครั้งแรก แต่ก็รับคำสั่งทำจริงจังแค่ไม่กี่ครั้ง อดคิดถึงหญิงสาวอีกคนที่ยังไม่ตื่นฟื้น นางเป็นผู้หญิงแท้ๆ แต่อดทนได้มากกว่าเขาอย่างนั้นหรือ? เพราะทุกครั้งที่มีงานแฝงตัว นางมักได้รับหน้าที่เสมอ

            หลับตาขณะแช่กายในน้ำอุ่น ใจก็ประหวัดถึงเคอหลิ่งหลิน นี่มันครบเดือนแล้วกระมัง ทำไมนางหลับไปนานเช่นนี้  ระหว่างเดินทางก็เป็นกังวล เกรงอาการนางจะทรุดลงไปอีก พยายามคิดในแง่ดีว่าเขากลับมาแล้วอาจจะเห็นนางตื่น จากที่คิดว่าจะหลับพักสักตื่น ก็รู้สึกว่าถ้าไม่ได้เห็นหน้าเคอหลิ่งหลินเขาคงไม่อาจวางใจได้แน่ๆ คิดได้ดังนั้นก็รีบจัดการชำระล้างร่างกาย สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วก็เดินออกไปที่ห้องของเคอหลิ่งหลิน การทำอะไรด้วยตัวเองมาตั้งแต่เด็กทำให้ยามแฝงตัวสอดแนมดูไม่ผิดปกติกับคนผู้อื่นนัก นับว่าถูกแล้วที่ตนเองไม่มีบ่าวรับใช้ติดตามตัว เขาก้าวยาวๆ ออกมาจากห้องพักก็รู้สึกได้ว่าแสงเช้าแตะแต้มระบายฟ้าแล้ว เดินไปไม่กี่ก้าวก็หยุดที่หน้าห้องของเคอหลิ่งหลิน ยืนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยกมือขึ้นทำท่าจะเคาะประตูเรียกสาวใช้ที่อยู่ข้างใน บานประตูก็เปิดออกมาเสียก่อน

            “คุณชายจิ่นสือ” ชุนเอ๋อร์ประหลาดใจที่เห็นคุณชายของบ้าน ได้ยินว่าเดินทางไปเมืองหลวง ซึ่งปกติคุณชายจะไปมาเป็นประจำอยู่แล้วแต่ไม่รู้กำหนดกลับ ไม่คิดว่าจู่ๆ วันนี้จะมาเจออยู่หน้าประตูแต่เช้าตรู่อย่างนี้

            “นางตื่นหรือยัง”

            “ยังเจ้าค่ะ” ชุนเอ๋อร์เบี่ยงตัวหลบให้คุณชายก้าวเข้าไป จ้าวจิ่นสือปรายตามองคนรับใช้คนสนิทของเคอหลิ่งหลิน นางกำลังจะออกไปข้างนอก เขาจึงพยักหน้าให้นางไปทำธุระของนาง เมื่อในห้องไม่มีคนอื่นแล้ว เขาก็นั่งที่เก้าอี้กลมข้างเตียงของหญิงสาว

            “ดีขึ้นตรงไหน?” 

จ้าวจิ่นสือพึมพำ แก้มนางตอบลงไปตั้งเยอะ ปกตินางกินข้าวมื้อละสองชามเป็นอย่างน้อย ตั้งแต่นางหลับไปแบบนี้ ชุนเอ๋อร์ป้อนได้แต่โจ๊กกับยาเท่านั้น เขาจับข้อมือนางขึ้นก็แทบจะกลายเป็นหนังหุ้มกระดูกอยู่แล้ว ครู่ต่อมาชุนเอ๋อร์ก็กลับเข้ามาในห้องพร้อมอ่างใส่น้ำสำหรับเช็ดหน้าตาเนื้อตัวให้คุณหนู แม้คุณหนูจะยังไม่ตื่น แต่นางก็ทำแบบนี้เช่นเดิมเหมือนที่คุณหนูยังปกติอยู่ จ้าวจิ่นสือลุกขึ้นแล้วเดินไปที่หน้าต่าง ชุนเอ๋อร์วางอ่างน้ำแล้วเดินเข้าไปใกล้คุณชาย ปกติเป็นบ่าวรับใช้ก็ไม่มีสิทธิ์มองหน้าผู้เป็นนายอยู่แล้ว แต่ตอนนี้คุณชายผู้หล่อเหลากลายเป็นคุณชายหน้าตาโหดเหี้ยมเพราะหนวดเครานั้น นางจึงก้มหน้า คางแทบชิดอก ไม่กล้าเงยขึ้นสักนิดเดียว

“เชิญท่านหมอมาตรวจบ้างหรือไม่”

“ท่านหมอมู่กับบุตรสาวมาตรวจเมื่อสองวันก่อนเจ้าค่ะ” นางรายงานไปตามจริง “ฮูหยินก็ตระเวนไหว้พระบนบานให้คุณหนูฟื้นเจ้าค่ะ”

“นางซูบผอมลงไปมาก”

“บ่าวป้อนโจ๊กรังนกให้คุณหนู แต่ว่า...” นางพูดเสียงเบา จะให้พูดอย่างไรดี ก็นางหมดสติ อ้าปากดื่มได้แต่นิดๆ  หน่อยๆ เท่านั้น ยาบำรุงดีๆ ล้วนนำมาให้คุณหนูดื่ม ท่านหมอจากวังหลวงมาตรวจยังกระซิบบอกว่าถ้ามิใช่เพราะยาดีเหล่านั้น คุณหนูอาจได้ไปปรโลกแล้ว

จ้าวจิ่นสือพยักหน้ารับ หางตารู้สึกถึงความเคลื่อนไหว เขาหันไปมองเต็มตาก็เห็นว่าคนที่นอนอยู่บนเตียงเอียงหน้าหันมาทางพวกเขา

“หลิ่งหลิน! เจ้าฟื้นแล้ว”

            “คุณหนู! คุณหนูฟื้นแล้ว”

            “เจ้าไปบอกท่านพ่อกับท่านแม่ แล้วตามหมอมาดูอาการ เร็ว!”

            “เจ้าค่ะ เจ้าค่ะ” 

            จ้าวจิ่นสือช่วยประคองร่างที่นอนอยู่ให้นั่งพิงหมอนแล้วรีบไปรินน้ำชามาให้ แต่กระนั้นมือเรียวก็แทบจะไร้เรี่ยวแรงจะยกขึ้น ชายหนุ่มสบถงึมงำในลำคอแล้วค่อยๆ จ่อถ้วยน้ำชาให้นางดื่มทีละนิด 

            “ค่อยๆ ดื่ม เดี๋ยวจะสำลัก”

            หญิงสาวพยักหน้าอย่างเข้าใจ เมื่อน้ำชาไหลผ่านลำคอแล้วนางจึงรู้สึกดีขึ้นแล้วคลี่ยิ้มออกมา

            “อะไรกัน ไยเจ้ามองพี่สาวเช่นนี้” นางเริ่มมีกำลังขึ้น ยกมือเรียวแตะแก้มจ้าวจิ่นสือเบาๆ

            “นี่เจ้าจำอะไรไม่ได้เลยใช่ไหม?” จ้าวจิ่นสือถอนหายใจหนักๆ เคอหลิ่งหลินกลืนน้ำลายลงคอแล้วส่ายหน้าไปมา แต่เมื่อเห็นสีหน้าเคร่งเครียดของอีกฝ่าย นางก็ฝืนทำเป็นยิ้มแล้วพูดจาหยอกเย้าเช่นที่เคยทำมา

            “ทำไมเจ้าไว้หนวดเครารุงรังเช่นนี้ จะไปแฝงตัวสืบข่าวที่ใด ไม่ชวนพี่สาวคนนี้รึ”

            “เฮอะ! ก็เพราะเจ้านั่นแหละ ข้าถึงต้องอยู่ในสภาพนี้” เขาถอนหายใจอีกครั้ง “นี่เจ้าไม่รู้รึว่าตนเองหลับไปนานเท่าไหร่กัน”

            “ข้าหลับ? หลับไปนานเท่าไหร่กันล่ะ”   

            “หนึ่งเดือน” จ้าวจิ่นสือมองหญิงสาวที่มีสีหน้าตกใจกับสิ่งที่สองหูได้ยิน

“เจ้าล้อข้าเล่นใช่ไหม?”

            “เจ้าหลับไปนานหนึ่งเดือน ท่านแม่ตระเวนไหว้พระบนบานให้เจ้าตื่นเสียที”

            “ข้า...ข้า...” 

            ชายหนุ่มหงุดหงิดแต่ทำอะไรไม่ได้ ยิ่งเห็นเคอหลิ่งหลินหน้าซีดลงไป เขาก็รู้สึกสงสารนางขึ้นมาจับใจ พลันจู่ๆ เหมือนนางคิดอะไรได้ ร่างบางก้าวลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว ทว่าเหมือนร่างกายไม่เคลื่อนไหวตามที่นางต้องการ สองขาไร้กำลังทำให้ร่างของนางทรุดลงไปนั่งพับเพียบบนพื้น จ้าวจิ่นสือเองก็ตกใจไม่น้อย ตั้งแต่ตกหลุมพรางยอมเรียกนางว่า ‘พี่สาว’ เพิ่งจะได้เห็นนางอ่อนแอและบอบบางเช่นนี้เป็นครั้งแรก นางออกจะเป็นผู้หญิงเข้มแข็ง แถมแข็งแกร่งจนผู้ชายหลายคนขยาดไม่กล้าเข้าใกล้ เขาก้มลงแล้วช้อนตัวหญิงสาวขึ้น คิ้วเข้มขมวดยุ่ง ไยพี่สาวตัวเบาขนาดนี้ 

Patuloy na basahin ang aklat na ito nang libre
I-scan ang code upang i-download ang App

Pinakabagong kabanata

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter  136.  จบ

    องค์ชายไท่หยางมักมีรอยยิ้มอ่อนโยนบนใบหน้าซีดเซียวเสมอ ซึ่งมองเพียงผิวเผินจะเข้าใจว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ใครเลยจะรู้ว่าเบื้องหลังใบหน้าและร่างกายอ่อนแอนี้กุมความลับที่ใช้ต่อรองกับเขาได้ดียิ่งนัก เขาเองก็ได้สัญญาการซื้อขายกับทางการหลายรายการเพราะการแนะนำของคุณชายเฉิน“แล้วนี่คุณชายเฉิน อ้อ! ไม่สิ! องค์ชายไท่หยางนึกสนุกอย่างไรถึงอยากได้หน้ากากอสูรที่ดูน่ากลัวเช่นนี้”“ก็คงไม่ต่างจากเจ้าที่เบื้องหน้าเป็นคุณชายเจ้าสำราญเช่นกัน”“พระองค์กล่าวเช่นนี้ เห็นทีว่ากระหม่อมคงไม่มีทางหลีกเลี่ยงแล้วกระมัง” เหวินเฮ่าหลันกลับรู้สึกพอใจกับท่าทางเปิดเผยขององค์ชายไท่หยาง“ร่างกายของข้าไม่ค่อยแข็งแรงนัก จึงมีเรื่องที่ต้องทำให้เรียบร้อยก่อน... แต่การเคลื่อนไหวในฐานะขององค์ชายไท่หยางทำได้ลำบากนัก จึงอยากจะรบกวนเจ้าหาช่างดีๆ ทำหน้ากากอสูรนี่ให้ข้า”“พระองค์จะเอาไว้ใช้เอง?”เหวินเฮ่าหลันได้คำตอบเป็นรอยยิ้มที่มุมปาก หลังจากนั้นเขาหาช่างที่ไว้ใจได้สั่งทำหน้ากากอสูร แต่ไม่รู้สิ่งใดดลใจเขาให้ช่างทำสองอัน เมื่อส่งมอบหน้ากากอสูรนั่นให้องค์ชายไท่หยาง ไม่นานนักก็ได้ยินข่าวว่ามีบุรุษลึกลับภายใต้หน้ากากอสูรออกอาละวาดเล่น

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter  135.  บุปผาพยศรัก

    ปีศาจน้อย! จ้าวจิ่นสือขบกรามแน่น นางเรียนรู้ที่จะหยอกล้อเขาเช่นเดียวกับที่เขาทำกับนาง เขาไม่อาจทานทนไฟปรารถนาที่เผาไหม้อยู่นี้ได้อีก ขยับร่างกายรวดเร็วรุนแรงและลึกล้ำ เป็นนางที่พาเขาให้เตลิดโบยบินไปในค่ำคืนวิวาห์ที่อุ่นร้อน ราวกับวิหคคู่ที่โบยบินในเวิ้งฟ้า หยอกล้อราวกับทั้งโลกมีเพียงแค่เขากับนางเท่านั้น ร่างสองร่างสอดประสานแทบเป็นหนึ่งเดียว ชายหนุ่มส่งเสียงคำราม ในขณะที่หญิงสาวหวีดร้องออกมาอย่างสุขสม แล้วเขาจึงผ่อนร่างนางลงนอนกอดอย่างรักใคร่นางปิดเปลือกตาหอบใจแรงแล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจตัวเองจนเกือบจะเป็นปกติจ้าวจิ่นสือมองหญิงคนในรักในวงแขน ยกมือขึ้นเกลี่ยเส้นผมของนางให้พ้นใบหน้า หนึ่งชีวิตได้พานพบผู้คนมากมาย แต่มีเพียงหนึ่งเดียวที่เป็นเจ้าของเสียงในหัวใจ เขาก้มหน้าสูดกลิ่นหอมของนางให้กลิ่นกายของนางไหลเวียนในตัวเขา นางคือหญิงสาวของเขาแต่เพียงผู้เดียว“ฟางเหนียง ข้ารักเจ้า”ผ่านเรื่องราวมากมายฟันฝ่ามาด้วยกันจนมีวันนี้ แต่แท้จริงแล้วทุกอย่างมันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น นางคิดถึงกลองป๋องแป๋งอันนั้น นางจะเก็บรักษาเอาไว้ให้ลูกๆ ได้ดู ของขวัญล้ำค่าที่เชื่อมโยงหัวใจของคนสองคนให้ได้มาใกล้ชิดกั

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter  134.  บทส่งท้าย2. 

    “ท่าน...” นางถูกดวงตาร้อนแรงของเขาจ้องมองจนลืมคำพูดตัวเองไปเสียสิ้น “อืม”เขาจ้องมองนาง ไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่ายที่ได้มองใบหน้านี้เลยสักคราเดียว คิดไม่ออกเลยว่าหากไม่มีนางเคียงข้างแล้ว เขาจะมีชีวิตอยู่ได้อย่างไร เห็นทีเรื่องนี้คงต้องเก็บเป็นความลับไว้ให้ลึกที่สุด ไม่เช่นนั้นนางจะเอาแต่ใจตัวเองเกินไป รู้ว่าอย่างไรเขาก็ต้องจำนนยอมแพ้พ่ายต่อสายตาคู่นี้ของนาง “ข้า... ข้าต้องปรนนิบัติท่าน... พี่” คืนนี้นางเป็นภรรยาของเขาอย่างถูกต้องแล้ว ควรทำหน้าที่ของตนเองถึงจะถูก แต่มือเล็กก็สั่นเทา ยื่นไปหมายจะช่วยเขาเปลี่ยนเสื้อผ้า แต่อาการเงอะงะของนางเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ ออกมา ทำให้นางฉุนกึกขึ้นมา แล้วเงยหน้าขึงตาใส่อย่างดุดัน “ใช่สิ! ข้าทำไม่เก่งนี้ เรื่องแบบนี้ข้าคุ้นเคยเสียเมื่อไหร่ล่ะ” นางหงุดหงิดโมโห อารมณ์นางช่วงนี้ขึ้นๆ ลงๆ แปรปรวนชอบกล “ไม่เป็นไร น้องหญิงอยากทำอะไรก็ตามใจเจ้าเถิด” เขากลั้นหัวเราะแต่กลายเป็นยิ้มกรุ้มกริ่มแทน ปล่อยให้มือเล็กช่วยถอดเสื้อตัวนอก พอนางลุกขึ้นจะเอาเสื้อของเขาไปแขวน ตัวเองก็เสียหลักเพราะนั่งตัวเกร็งอยู่ตั้งนา

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter   133.  บทส่งท้าย 1.

    หญิงสาวนั่งก้มหน้า มองปลายเท้าที่สวมรองเท้าสีแดงสดสวยปักรูปหงส์อย่างงดงามประณีต เสียงครื้นเครงด้านนอกไม่ได้ช่วยให้นางลดอาการตื่นเต้นลงได้เลย ยามมองผ่านผ้าคลุมหน้าสีแดงสดนั้น ทุกสิ่งทุกอย่างในห้องหอราวกับถูกย้อมด้วยสีแดง นางจึงหลุบตาลงก้มมองปลายเท้าของตนแทน เพียงหนึ่งเดือนหลังเสร็จภารกิจลับของจ้าวจิ่นสือ ด้วยความช่วยเหลือขององค์ชายไท่หยาง ทำให้ทั้งสองได้รับราชโองการพระราชทานสมรส แม้มู่ฟางเหนียงจะเป็นเพียงหญิงสาวสามัญชน แต่ด้วยความรักใคร่ที่รองแม่ทัพจ้าวจิ่นสือมีให้นางนั้นเป็นที่เลื่องลือกันไปทั่ว นางทั้งเขินทั้งอาย แต่ก็ดีใจที่ฮูหยินอี้ซิ่วรักและเอ็นดูนางราวกับเป็นลูกสาวแท้ๆ ท่านพ่อของนางก็พลอยวางใจว่านางจะอยู่ที่จวนแม่ทัพจ้าวได้อย่างไม่ทุกข์ร้อนใจอันใด “เจ้าไม่ใช่เด็กแล้ว ต่อไปนี้ทำอะไรก็เชื่อฟังพ่อแม่สามีของเจ้าให้ดี” “ท่านพ่อ” นางกลั้นน้ำตา คราวนี้ได้แยกกันอยู่แล้วจริงๆ ท่านพ่อของนางมีใจรักใคร่น้าเสี่ยวหลิว เสร็จงานแต่งงานของนางแล้วก็จะกลับไปเมืองหลวง ช่วยน้าเสี่ยวหลิวดูแลโรงเตี๊ยมหมื่นบุปผาและรักษาคนเจ็บป่วยเช่นเคย ส่วนนางเองก็ได้รั

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter 132. ไม่อยากเชื่อ

    “ท่าน... ระ.. รักข้า..” นางแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ได้ยินเขาหัวเราะเบาๆ อาศัยจังหวะที่นางไม่เป็นตัวของตัวเองลอกคราบเสื้อผ้าออกเหลือเพียงเอี๊ยมปิดบังทรวงอกที่สะท้อนหอบหายใจแรงกับกางเกงชั้นในตัวน้อย มือกร้านลูบไล้เรียวขาของนาง ไอร้อนจากกายของเขาทำให้นางแทบไม่รู้สึกว่าตัวเองเกือบจะเปลือยเปล่าอยู่แล้ว“ข้า... เข้าใจว่า... ท่าน ระ รัก พี่หลิ่งหลิน” นางรวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มีพูดออกไปเขาผงกศีรษะรับแล้วกลับยิ้มให้นาง “ก่อนนั้นข้าคิดเช่นนั้น แต่เมื่อเจอเจ้า ข้าก็รู้ว่าความรักที่แท้จริงเป็นเช่นไร”หัวใจของนางแทบหยุดเต้นไป แต่กระนั้นก็ยังหวาดหวั่นอยู่ “แต่ท่านเป็นถึงเชื้อพระวงศ์ ท่านจะรับข้าไว้ในฐานะใดเล่า”“ข้าย่อมให้เจ้าเป็นภรรยา” มือใหญ่เลื่อนขึ้นจากต้นขาด้านในสู่กลีบบุปผาอ่อนบาง “ข้าจ้าวจิ่นสือจะมีภรรยาเพียงผู้เดียวก็คือเจ้า”“ท่านจะไม่มีหญิงอื่นอีกหรือ?” นางกะพริบตามองหน้าเขา ค้นหาความจริงใจในทุกถ้อยคำ “ข้าไม่ได้หวังตำแหน่งใด ข้าเพียงไม่อาจแบ่งสามีกับผู้อื่นได้”“เจ้าทำให้ข้ารักเจ้าจนไม่มีที่ว่างให้ผู้อื่นแล้ว” แตะกลีบดอกไม้เบาๆ แล้วกระซิบเสียงพร่า แท่งศิลาใต้ตักของนางเริ่มร้อนระอุ“อย

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter 131. อย่ามายุ่งกับข้า 

    “นึกแล้วเชียว” นางพึมพำ ไม่รอถามอะไรเขาทั้งนั้น ขยับเสื้อของเขาออกกว้างเพื่อจะได้จัดการล้างแผลและใส่ยาให้ใหม่ ขณะนั้นเอง เสียงเรียกชื่อนางอย่างเกรงใจก่อนที่จะเปิดประตูเข้ามา เสี่ยวเอ้อที่รอพานางไปส่งที่พักก็ต้องตกใจเพราะเห็นมู่ฟางเหนียงกำลังเปลื้องผ้าชายหนุ่มอยู่ แต่เขามองไม่เห็นบาดแผลจึงคิดไปเองว่าทั้งสองกำลัง...“ข้าจะรอข้างนอก แม่นางมู่เสร็จธุระแล้วโปรดเรียก”นางเพียงหันไปพยักหน้ารับ เพราะใจจดจ่อกับบาดแผล พอเหลือบตาขึ้นมองก็เห็นสายตาของเขาก้มมองนางอยู่ก่อนแล้วผู้หญิงคนนี้ วุ่นวายกับเขานัก! จ้าวจิ่นสือได้แต่บ่นในใจ แต่ก็ยอมให้นางแกะผ้าพันแผลและทำความสะอาดที่บริเวณชายโครงซ้ายของเขา“โรคทางใจรักษายากนัก” นางรำพึง“อย่ามาทำเป็นรู้ดี” เขาแค่นเสียงในลำคอ รินสุราใส่จอกให้ตนเอง แต่นางกลับยื่นมือไปคว้าแย่งไว้“ระหว่างที่รักษาแผลนี้อยู่ งดดื่มสุราทุกชนิด” นางถลึงตาสั่งเขา “ข้ารักษาให้ท่านได้เพียงบาดแผลภายนอก แต่ในใจที่เจ็บปวดของท่านนั้น ท่านคงต้องใช้เวลาเยียวยารักษาเอง”“ข้าจะดื่ม” เขาท้าทายนาง“ถือว่าข้าเตือนแล้ว ท่านอยากให้แผลเน่าอยู่ภายในก็ตามใจท่านเถิด” นางปิดบาดแผลให้เขาเรียบร้อย “ท่าน

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter 36. ล่าสัตว์

    นางเพียงพยักหน้ารับแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน หากไม่เพราะว่านางได้รับความช่วยเหลือจากคนในละแวกนี้ นางคงไม่กล้าโผล่หน้าออกมานอกบ้านยามดึกเช่นนี้หรอก หญิงสาวรีบเดินเข้าไปในบ้านอย่างเบาที่สุด เกรงว่าน้าลู่อู๋จะตื่น อากาศเย็นจริงๆ เหมือนร่างกายนางจะไม่คุ้นชินกับสภาพอากาศเช่นนี้โจวฟู่หรงมั่นใจแล้วว่านางจะไ

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter 35. ถุงหอม

    “ดึกแล้ว ข้าขอตัวก่อน” “มืดค่ำแล้ว ท่านราชครูเดินระวังด้วย” จ้าวจิ่นสือก้มศีรษะลงเล็กน้อย เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นใบหน้าสวยของซุนเย่ผิงส่งยิ้มกว้างให้แล้วเดินตามหลังบิดาไป เขายืนมองจินปู๋อย่างประเมิน หากถูกมือใหญ่นี่บีบคอเข้าไป น่าจะยากที่จะเอาชีวิตรอดได้ ขณะที่กำลังจ

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter 33. ดวลยิงธนู

    ทั้งสองดวลยิงธนูอยู่เกือบสองชั่วยาม โจวฟู่หรงไม่เจอคนมีฝีมือทัดเทียมกันมานานแล้วจึงเพลิดเพลินนัก แต่คิดว่าซุนเย่ผิงคงจัดการคฤหาสน์ของเขาเรียบร้อยแล้ว หลังจากทำใจยอมว่าต้องกลับไปเจอการตบแต่งอันวิจิตรตระการตาของเย่ผิงแล้วก็ชวนจ้าวจิ่นสือกลับ ขณะยื่นธนูให้ทหารรับไปเก็บ พลันเขาก็น

  • บุปผาต้องมนตร์   Chapter 30. สระน้ำ

    “จินปู๋จะเข้าป่าไปหาฟืน คงไม่มีอันตรายอะไร” ลู่อู๋รู้ว่าอยู่แต่ในบ้านกับคนป่วยอย่างนาง มันชวนอึดอัด เลยอยากให้นางออกไปนอกบ้านเสียบ้าง “จินปู๋ เจ้าพาอิงฮวาไปด้วยก็แล้วกัน ดูแลนางดีๆ ล่ะ”“ขะ ข้า ข้าทราบแล้ว ทะ ท่านแม่”“อิงฮวา เจ้าเอาเสื้อคลุมไปด้วย เจ้ายังไม่ชินกับอากาศของที่นี่” ลู่อู๋รีบบอกก่อนที่หญ

Higit pang Kabanata
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status