Beranda / วาย / บุพเพเล่ห์รักบอสสุดหล่อ / ตอนที่ 2 สัมภาษณ์งานเลขาใหม่

Share

ตอนที่ 2 สัมภาษณ์งานเลขาใหม่

Penulis: Bosskerr
last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-16 02:53:57

วันนั้นทั้งวัน พนักงานบริษัทต่างรับรู้ตรงกันว่าท่านประธานอารมณ์เสียเป็นพิเศษ เสียงเรียกประชุมด่วนดังขึ้นติด ๆ กันทั้งเช้าและบ่าย เอกสารผิดนิดผิดหน่อยก็โดนสายตาคมกริบจ้องเขม็งใส่ เลขาคนก่อนที่เพิ่งลาออกไปเหมือนจะโชคดีขึ้นมาทันที ที่ไม่ต้องอยู่ในวังวนเหตุการณ์นี้

“วันนี้ประธานอนาวินดูเครียด ๆ นะครับ” หัวหน้าฝ่ายหนึ่งกระซิบกับอีกฝ่ายหน้าห้องประชุม

“ใครจะไปกล้าถามล่ะครับว่าเป็นอะไร เหวี่ยงใส่กันยับเลยทั้งเช้า”

ด้านในห้องทำงานใหญ่ อนาวินโยนปากกาลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิดกับตัวเองมากกว่าคนอื่น เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเหตุการณ์เมื่อคืน กับเงินห้าพันและโน้ตแผ่นจิ๋ ถึงได้วนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด หน้าตาก็จำได้ เสียงก็จำได้ แต่ดันไม่มีข้อมูลอะไรสักอย่างให้        คนไปสืบ

“กล้ามาตีราคาฉันแค่ห้าพันงั้นเหรอ” เสียงพึมพำเบา ๆ ถูกกลืนหายไปในอากาศเงียบ ๆ ของห้องทำงาน

ในอีกมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ นทีตื่นขึ้นมาบนเตียงเล็ก ๆ ในห้องเช่าของตัวเอง อาการมึนหัวอยู่บ้าง แต่รอยยิ้มกลับประดับบนใบหน้าอย่างอารมณ์ดี เขามองเงินในกระเป๋าตัวเองแล้วหัวเราะเบา ๆ

“เก็บแต้มเมื่อคืนโอเคอยู่นะ”

ภาพใบหน้าหล่อ ๆ ของคนเมื่อคืนลอยขึ้นมาในหัว คนอะไร หล่อเหมือนหลุดมาจากปกนิตยสาร แถมยังแต่งตัวดี รสนิยมแพง    รู้เลยว่าไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน แต่ไม่เป็นไรหรอกยังไงซะก็คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว

วันนี้เขามีนัดสัมภาษณ์งานที่บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง        ใจจริงก็ตื่นเต้นไม่น้อย อยากจะเลิกใช้ชีวิตฟรีแลนซ์เร่ร่อน แล้วมีงานประจำดี ๆ ทำสักที

“ต้องผ่านให้ได้สิวะนที สู้โว้ย!”

เขาตบแก้มตัวเองเบา ๆ ส่องกระจกเช็กความเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตเรียบ กางเกงสแลคดูดี เนกไทเส้นโปรดทุกอย่างดูพร้อม หัวใจดวงเล็กเต้นแรงด้วยความคาดหวัง หากแต่เขาไม่รู้เลยว่า‘เหยื่อ’ ที่เขาเผลอล่าไปเมื่อคืน กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานในห้องทำงานชั้นสูงสุดของบริษัทแห่งนั้น และกำลังหงุดหงิดกับค่าตัวห้าพันจนไฟในตากำลังลุกโชน

เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ในห้องทำงานใหญ่ของชั้นบนสุด

“ท่านประธานคะ นี่เรซูเม่ผู้สมัครเลขาค่ะ ดิฉันคัดที่โปรไฟล์ดีสุดสามคนไว้ให้แล้วค่ะ”

หัวหน้าแผนก HR เดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสาร อนาวินที่กำลังนั่งหน้าตึง เคาะปากกาลงโต๊ะรัว ๆ หันขึ้นมองเพียงแวบเดียว ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ

“วางไว้”

เอกสารถูกวางลงอย่างเรียบร้อย ก่อนที่พนักงานจะถอยออกจากห้อง แต่ยังไม่ทันที่ประตูจะปิดสนิท เสียงเข้มของอนาวินก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง

“ผมขอสัมภาษณ์เอง”

หัวหน้า HR มองด้วยความตกใจปนงง แต่ก็รีบก้มศีรษะตอบรับ

“ค่ะ ได้ค่ะท่านประธาน ดิฉันจะจัดห้องสัมภาษณ์ให้เดี๋ยวนี้ค่ะ!”

ทันทีที่อีกฝ่ายเดินออกไปและประตูปิดลง ความเงียบกลับมาเยือนห้องทำงานอีกครั้ง อนาวินค่อย ๆ เปิดแฟ้ม หยิบเรซูเม่ใบบนสุดขึ้นมาอย่างขี้เกียจ

ชื่อแรก ไม่สนใจ...

            ชื่อที่สอง ยังไม่ใช่...

            ชื่อที่สาม...

ปลายนิ้วของเขาแข็งค้าง

นที ชาญวาณิชกุล

รูปเล็ก ๆ ในเรซูเม่เป็นรูปถ่ายสมัครงานแบบสุภาพ เสื้อเชิ้ตสีอ่อน ใบหน้าเรียบร้อยเกินกว่าที่เห็นเมื่อคืนในผับ แต่ดวงตากลมโตนั่น เขาจำได้แม่น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อประโยคในกระดาษแผ่นเล็ก ๆ จากเมื่อเช้าลอยขึ้นมาในหัว

ค่าตัวของคุณนะสุดหล่อ :)”

อนาวินวางเรซูเม่ลงกับโต๊ะดังปัง เส้นเลือดขมับเต้นตุบ ๆ อย่างหงุดหงิดปนปริศนา โลกมันจะกลมเกินไปแล้ว! ตั้งใจตีราคาเขาแค่ห้าพัน แล้วดันมายื่นใบสมัครเป็นเลขาในบริษัทเขาอีกเนี่ยนะ?

“กล้าดียังไง” เขาพึมพำเสียงต่ำ น้ำเสียงเจือแค้นจาง ๆ แต่ก็ดันหลุดยิ้มมุมปากขึ้นอย่างไม่รู้ตัว

“ดีเดี๋ยวได้รู้กัน”

เขากดปุ่มอินเตอร์คอมเรียก HR

“ให้ผู้สมัครทั้งหมดขึ้นมาชั้นนี้ ผมจะสัมภาษณ์เอง เริ่มจากรายชื่อสุดท้ายก่อน”

น้ำเสียงที่กดต่ำทำให้ฝ่าย HR รีบรับคำแทบจะทันที ด้านล่างโถงรับรองผู้สมัครงาน นทีกำลังนั่งหลังตรงพยายามตั้งสติ มือเย็น ๆ ถูกวางบนตักอย่างเกรง ๆ แม้พยายามสงบ แต่หัวใจกลับตื่นเต้นไม่หยุด

“ขอให้ผ่านทีเถอะฉันต้องการงานนี้จริง ๆ” เขาอดภาวนาไม่ได้

พนักงานฝ่ายบุคคลเดินออกมาจากลิฟต์และยิ้มให้นาที

“คุณนทีคะ เชิญขึ้นไปสัมภาษณ์ชั้นบนสุดเลยค่ะ ท่านประธานต้องการสัมภาษณ์ด้วยตัวเองค่ะ”

“ฮะ?”

ดวงตากลมเบิกกว้าง ท่านประธานจะสัมภาษณ์เอง? บริษัทใหญ่ระดับนี้ ประธานบริษัทจะมาสัมภาษณ์เลขาด้วยตัวเองเนี่ยนะ!? หรือว่า...หรือว่าเขาโชคดี? หรือว่าโปรไฟล์ดีจนโดนสนใจ?

นทีระบายลมหายใจ สะพายกระเป๋า และเดินเข้าลิฟต์ขึ้นไปด้วยหัวใจเต้นแรง แต่ก็ยังคิดในแง่ดี แต่เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก พนักงานคนนำทางพาเขามาหยุดตรงหน้าประตูบานใหญ่ที่ติดป้ายชื่อ “Anawin K.” มือจับประตูถูกหมุนก่อนที่คนข้างในจะเอ่ยเสียงเข้ม

“เข้ามา”

หัวใจนทีเต้นตึกตักแบบไม่มีสาเหตุ ก่อนจะก้าวเข้าไปด้วยท่าทางสุภาพ และทันทีที่สายตาเขาปะทะกับใบหน้าของประธานบริษัท โลกของนทีหยุดหมุนไปสามวินาที

ให้ตายสิ นี่มัน!”

            เมื่อคืน!

            เมื่อคืน!

            เมื่อคืน!………….

นทีแทบจะเข่าทรุดคาโต๊ะสัมภาษณ์ ท่านประธานสุดหล่อที่ตอนนี้นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ เหยื่อคนเมื่อคืนของเขาเอง!

ในหัวของนทีมีแต่เสียงกรีดร้องตัวใหญ่ ๆ “ชิบหายแล้วนทีเอ๊ย! แกไปเรียกเขาว่าสุดหล่อ! แกเต้นกับเขา! แกอ่อยเขา! แกลากเขาขึ้นเตียง! แล้วแกยังทิ้งเงินค่าตัวไว้ให้เขาอีก!!”

ถ้ามีหลุมตรงหน้า เขาคงจะกระโดดลงไปเดี๋ยวนั้นแล้ว

“คุณนทีใช่ไหม” เสียงของอนาวินดังขึ้นช้า ๆ น้ำเสียงเรียบ แต่ดวงตาคมวาวเล็กน้อย

“คะ...ครับ!” นทีตอบเสียงสูงกว่าปกติ เขาพยายามยิ้ม แต่ยิ่งฝืนยิ้มยิ่งเหมือนคนกำลังร้องไห้ในใจ

อนาวินมองหน้าเขาอย่างพิจารณา โดยเฉพาะมองปาก มองตา และไล่สายตาลงไปตามตัวจนทำเอานทีตัวแข็งทื่อ

“เมื่อคืนนอนพอไหม” เสียงต่ำถามช้า ๆ พร้อมเลิกคิ้วเล็กน้อย

นทีแทบสำลักอากาศ “มะ...ไม่ หมายถึงผมนอนปกติครับ! นอนสบายดีมาก! นอนหลับดีแบบวิเศษเลยครับ!”

โอ๊ย พูดอะไรออกไปวะเนี่ย!?

อนาวินวางศอกบนโต๊ะ ประสานมือกันช้า ๆ แววตาอ่านง่ายมาก เหมือนกำลังสนุกกับการเห็นเขาเดือดร้อน

“ดีแล้ว” ประธานหนุ่มพูดเบา ๆ

“จะได้มีแรงมาทำงานให้ผม”

นทีเผลอหลุดอุทาน “ฮะ?”

“ผมจะถามแค่ไม่กี่ข้อ ตั้งใจตอบให้ดี”

น้ำเสียงเย็นเฉียบเอ่ยกลับมา แต่ในสายตาแฝงประกาย  เจ้าเล่ห์จาง ๆ ที่ในผับไม่เคยเห็นนทีกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก

ตายแน่ไอ้นทีเอ๊ย แกตายแน่นทีคิดในใจ

อนาวินเปิดเรซูเม่ แล้วถามสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานเลย     สักนิด

“ทำไมถึงลาออกจากที่ทำงานเดิม”

“ผะ...ผู้จัดการไม่ค่อยชอบหน้าผมครับ”

“เพราะนิสัยขี้อ่อย?” อนาวินถามเฉย ๆ เหมือนถามสภาพอากาศประจำวัน

นทีสะดุ้งเหมือนโดนตีกลางหลัง หน้าแดงเถือกขึ้นมาทันที

“ผมไม่...เอ่อก็บางครั้ง” ตอนนี้เขาไม่รู้จะตอบอะไรแล้ว     สติแทบขาดครึ่ง

อนาวินมองท่าทางนั้นแล้วยิ้ม ยิ้มจริง ๆ เป็นครั้งแรกหลังเช้าวันนี้

“มีอีกคำถามหนึ่ง”

“คะ...ครับ?”

“คิดว่าค่าตัวผมควรอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่”

คำถามที่เหมือนฟ้าผ่าลงกลางกบาล นทีเกือบลุกหนีออกจากห้อง มือกำเอกสารแน่น เหงื่อแตกผลั่กเต็มหลัง

“ผะ...ผมขอโทษครับ! มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ผมเมา         ผมไม่ได้ตั้งใจ เอ่อ...”

“ตอบสิ”

น้ำเสียงของท่านประธานหนุ่มกดต่ำจนใจสั่น นทีแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว สุดท้ายก็ตอบออกไปแบบคนสิ้นหวัง

“เปลี่ยนคำถามใหม่ได้ไหมครับ”

เงียบไปหนึ่งวินาที ก่อนที่อนาวินจะหัวเราะในคอเบา ๆ

“ผ่าน”

“ฮะ?”

“คุณผ่านสัมภาษณ์” เขาปิดแฟ้มดังแปะ

“เริ่มงานพรุ่งนี้ เวลาแปดโมงเช้า ห้ามสาย”

นทียืนค้างเป็นรูปปั้น ไม่รู้ว่าควรรู้สึกดีหรือรู้สึกกลัวดี อนาวินมองใบหน้าตื่น ๆ ของนทีแล้วเอียงหน้าเล็กน้อย

“และอีกเรื่องหนึ่ง” สายตาคมจับจ้องที่ริมฝีปากของนาทีอย่างจงใจ

“คุณประเมินค่าตัวผมต่ำไปนะ อย่างผมน่าจะมีค่ามากกว่าห้าพัน เข้าใจไหม”

นทีหน้าแดงขึ้นมาจนถึงหู ก่อนพึมพำเสียงเบา

“คะ...ครับ”

คงเจ้าเล่ห์อย่างอนาวินยกยิ้มมุมปาก

เกมของเขาเริ่มแล้ว!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • บุพเพเล่ห์รักบอสสุดหล่อ   ตอนที่ 22 นัดกาแฟที่ไม่ใช่แค่นัดกาแฟ

    ช่วงสายของวันนั้นนทีทำงานอย่างตั้งใจอยู่ที่โต๊ะแต่ใจกลับเต้นแรงทุกครั้งที่คิดถึงประโยคเมื่อเช้า“ตอนสายออกไปกินกาแฟเป็นเพื่อนผมอยากกินเค้กด้วย”มันเป็นคำสั่งเหรอ?หรือเป็นคำชวน?หรือจริง ๆ แล้วคือการ “ชวนออกไปด้วยกัน” แบบพิเศษ?นทีก้มหน้าจัดเอกสารแทบจะไม่เหลือสมาธิแต่เมื่อสายตาท่านประธานมองเขามาสองสามครั้งเขาก็ยิ่งหน้าแดงเข้าไปใหญ่จนกระทั่ง เสียงทุ้มดังขึ้นจากในห้อง“นที เข้ามา”หัวใจนทีสะดุ้งรีบลุกขึ้นแล้วเดินเข้าไปในห้องด้วยมือที่เย็นเฉียบในห้องประธาน การชวนที่ตรงเกินไปอนาวินนั่งรออยู่สูทเข้ารูปผมเซ็ตเรียบแต่สายตาที่มองเขาอ่อนลงเกินกว่าจะบอกว่าเป็นเจ้านาย“ครับท่านประธาน เรียกผมเหรอครับ?”อนาวินลุกขึ้นหยิบกุญแจรถแล้วพูดเรียบ ๆ“ไปกัน”นทีนิ่งไปหนึ่งวิ“ไปไหนเหรอครับ?”“กาแฟ”เขาตอบสั้น“ผมหิวแล้ว”นทีรีบพยักหน้าหัวใจเต้นรัวอย่างกับกลองรัวทั้งคู่เดินเคียงกันออกจากห้องพนักงานทั้งแผนกต่างช็อกอีกระลอก“สองคนนี้ออกไปด้วยกันอีกแล้ว”“ท่านประธานดูอ่อนลงมากเลย”“เลขาคนนี้มีอะไรพิเศษแน่ ๆ”เสียงซุบซิบดังตามหลังแต่นทีทำเป็นไม่ได้ยินเพราะหัวใจเขาเต้นดังกลบทุกเสียงอยู่แล้วทางไปร้านกาแฟ ระยะห่า

  • บุพเพเล่ห์รักบอสสุดหล่อ   ตอนที่ 21 เช้าวันใหม่ที่ไม่เหมือนเดิม

    เสียงนาฬิกาปลุกดังขึ้นนทีลืมตาตื่นทันทีทั้งที่เมื่อคืนเขาหลับยากจนพลิกไปพลิกมาอยู่เป็นชั่วโมงเพราะคำทิ้งท้ายของท่านประธานยังวนอยู่ในหูไม่หาย “พรุ่งนี้เช้า ผมไปรับ” แค่ประโยคเดียวก็ทำให้เขานอนกอดหมอนกลิ้งไปกลิ้งมาจนเช้าเขานั่งลุกขึ้น ลูบหน้าเบา ๆ “โอ๊ยทำไมต้องเขินตั้งแต่ยังไม่เจอหน้าเขาด้วยเนี่ย”แต่ถึงจะเขินเขาก็ลุกขึ้นจัดการตัวเองอย่างรวดเร็วทั้งอาบน้ำ เป่าผม แต่งตัวจนกระทั่งมายืนหน้ากระจกมองดูตัวเองในเสื้อเชิ้ตสีอ่อนกางเกงสแลคทรงสุภาพแต่หน้าแดงเหมือนคนไปสารภาพรักใครมา“ใจเย็นนทีใจเย็น” แต่ยิ่งบอกก็ยิ่งแดงหน้าคอนโด รถคันหรูที่คุ้นตาเมื่อถึงเวลานทีก็ยืนรอหน้าคอนโดหัวใจเต้นแรงจนเจ็บหน้าอกไม่นาน รถสีดำหรูคันเดิมก็เลี้ยวเข้ามาจอดนิ่งสนิทตรงหน้าเขาเหมือนในซีรีส์โรแมนติกทุกฉากประตูกระจกฝั่งคนขับลดลงช้า ๆ และใบหน้าของคนที่ทำเขานอนไม่หลับทั้งคืนปรากฏขึ้น หล่อ นิ่ง และคมกริบเหมือนเคย“เช้า”เสียงทุ้มต่ำเอ่ยทักเรียบ ๆแต่ในสายตา มีความอ่อนโยนซ่อนอยู่แบบชัดมากนทีแทบตอบไม่ออกอ้าปากค้างนิด ๆ ก่อนรีบยิ้ม “ส-สวัสดีครับท่านประธาน”ประตูข้างคนขับปลดล็อก“ขึ้นมา”เพียงสองคำแต่ทำเอานทีเขินจนมือสั่นเ

  • บุพเพเล่ห์รักบอสสุดหล่อ   ตอนที่ 20 ค่ำคืนที่เริ่มใกล้กันขึ้นอีก

    หลังจากท่านประธานกลับเข้ามาในห้องพร้อมบอกว่า วันนี้คุณกลับกับผมอีก นทีก็ทั้งเขิน ทั้งดีใจ ทั้งสั่นไปหมดเขามองเอกสารตรงหน้าแต่มือสั่นจนจับปากกาแทบไม่อยู่เพราะคำพูดของท่านประธานเมื่อครู่ทั้ง อ่อนโยนทั้ง จริงจังทั้ง ปกป้องจนหัวใจเขาเต้นแรงอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนในขณะที่หัวใจนทีวุ่นวายไม่หยุดฝั่งท่านประธานกลับสงบนิ่งแต่ในความนิ่งนั้น ผู้ชายคนนี้กำลัง ยิ้มในใจ เขาเองก็ห้ามตัวเองไม่ได้เหมือนกันเลิกงาน บรรยากาศที่หวานกว่าเดิม เมื่อถึงเวลาเลิกงาน นทีเดินตามท่านประธานไปยังรถ หัวใจเต้นเหมือนจะกระเด็นออกจากอกทุกครั้งที่เดินข้างเขาที่จอดรถมืดเล็กน้อยแต่มีไฟสีส้มสลัว ๆบรรยากาศชวนให้เขินมากกว่าเดิมสิบเท่าอนาวินเดินนำไปเปิดประตูรถด้านข้างให้เหมือนเคยเหมือนทุกครั้งตั้งแต่วันแรกที่ไปส่งเขาแต่คราวนี้เขาเพิ่มประโยคหนึ่ง“คาดเข็มขัดดี ๆ”นทีรีบพยักหน้า “ค-ครับ!”เขานั่งลง ตอนกำลังจะคาดเข็มขัดมือกลับไปโดนกับมือของท่านที่กำลังเอื้อมมาช่วยสัมผัสนั้นทำให้นทีสะดุ้งจนตัวแข็งหัวใจเต้นตึกตักจนแทบระเบิด อนาวินเลื่อนมือออกช้า ๆ แต่สายตายังจับที่หน้าของเขาไม่ละ“ขอโทษ”น้ำเสียงนุ่มจนหัวใจเขาสั่นรัว“ผมลืมว่าคุ

  • บุพเพเล่ห์รักบอสสุดหล่อ   ตอนที่ 19 เปิดเผยทุกอย่าง

    ช่วงบ่ายของวันนั้นทั้งบริษัทลุกเป็นไฟด้วยข่าวลือทุกคนรู้ว่าฝ่ายบุคคลถูกสั่งให้ประชุมด่วน และต้นเหตุของเรื่องนี้เกี่ยวกับ เลขาท่านประธาน แต่ยังไม่มีใครกล้าเดาอะไรไปไกลเพราะท่านประธานอนาวินขึ้นชื่อเรื่องความนิ่งและไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่แต่วันนี้ ทุกคนจะได้เห็นว่าความนิ่งนั้นมี ด้านอันตราย มากแค่ไหนพิมพ์ชนกถูกเรียกเข้าห้องประชุมฝ่ายบุคคล เสียงเปิดประตูดัง กึกพิมพ์ชนกเดินเข้ามาด้วยสีหน้าหวั่นหวาด ในห้องมีหัวหน้าฝ่ายบุคคลภาคินจากแผนกไอที และกรรมการฝ่ายกฎหมายราว 45 คนบรรยากาศในห้องหนาวเย็นจนเหงื่อเธอซึมเต็มหลัง“คุณพิมพ์ชนก เชิญนั่งค่ะ”หัวหน้าฝ่ายบุคคลพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งจนน่ากลัวพิมพ์ชนกค่อย ๆ นั่งลงมือกำชายกระโปรงแน่นจนลายนิ้วมือจมไปในผ้าหัวหน้าฝ่ายบุคคลเปิดแฟ้ม“เนื่องจากมีการร้องเรียนเกี่ยวกับพฤติกรรมไม่เหมาะสมในพื้นที่ทำงานทางเราตรวจสอบกล้องวงจรปิดแล้วพบว่า”เธอหยิบแท็บเล็ตขึ้นมา แล้วกดวิดีโอภาพ ตัวเธอเอง กำลังเปิดแฟ้มของนทีและหยิบเอกสารของเลขาคนใหม่ออกมาเล่นซ้ำ ช้า ๆ แบบชัดเจนทุกมุมพิมพ์ชนกหน้าซีดขยับปากแต่พูดอะไรไม่ออกหัวหน้าฝ่ายบุคคลวางแท็บเล็ตลงน้ำเสียงเย็นเฉียบ“คุณอ

  • บุพเพเล่ห์รักบอสสุดหล่อ   ตอนที่ 18 หลักฐานชี้ชัด

    หลังจากเหตุการณ์หน้าลิฟต์ความเงียบปกคลุมไปทั้งบริษัทจนทุกคนทำงานกันแทบไม่กล้าหายใจแต่มีเพียงคนเดียวที่ไม่สนใจอะไรเลยนอกจากคนตัวเล็กที่นั่งอยู่หน้าห้องเขาอนาวินทุกครั้งที่เงยหน้า เขาจะเห็นนทีนั่งจัดเอกสารสีหน้ายังเกร็งเล็กน้อยสายตายังหลบ ๆ และแก้มยังแดงเหมือนจะเป็นลมเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ท่านประธานถอนหายใจเบา ๆ เพราะรู้ดีว่าเด็กคนนี้ ซึ้งจนพูดไม่ออก อยู่แต่เขาไม่อยากให้นทีรู้สึกกลัวหรือกังวลว่าตัวเองเป็นภาระของใครเขามองไปที่โทรศัพท์ รอการรายงานจาก ภาคิน หัวหน้าแผนกไอทีที่เขาสั่งไปเมื่อเช้า ไม่นาน เสียงสั่นดังขึ้นติ๊ง“ผมเจอแล้วครับท่านประธาน ขอเข้าพบได้ไหมครับ”มุมปากของอนาวินยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความเย็นไม่ใช่ความสุขในที่สุด ก็มีหลักฐานแล้วในห้องท่านประธาน การรายงานที่ทำทั้งห้องเย็นยะเยือก“เข้ามา” ภาคินเปิดประตูเข้ามาด้วยสีหน้าจริงจัง“ผมตรวจกล้องวงจรปิดอย่างละเอียดแล้วครับของช่วงเช้าที่คุณให้ตรวจ”“แล้ว?” ภาคินวางแท็บเล็ตลงบนโต๊ะเปิดคลิปจากกล้องหน้าโต๊ะนทีนทีมองจากด้านหน้านั่งจัดเอกสารตามปกติ“จุดนี้ครับ”ภาคินเลื่อนเวลาไปจนถึงช่วงที่นทีลุกไปห้องน้ำพอดีตัว

  • บุพเพเล่ห์รักบอสสุดหล่อ   ตอนที่ 17 เปิดศึกเงียบกับพิมพ์ชนก

    หลังจากเหตุการณ์หน้าห้องประธานเมื่อเช้า ทั้งชั้นบริหารเงียบสนิทเหมือนยกไปอยู่ในห้องเย็นไม่มีใครกล้าพูดไม่มีใครกล้ามองเพราะทุกคนรู้ ซีอีโอขึ้นโหมดอารมณ์ไม่ดีแล้ว และตัวต้นเหตุคือ พิมพ์ชนก หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ที่เมื่อเช้ายังทำยิ้มหวานแต่ตอนนี้หน้าเธอซีดราวกับกระดาษช่วงสาย ท่านประธานเริ่มสืบแบบเงียบ ๆ นทีได้รับคำสั่งให้ไปซื้อกาแฟให้ท่านประธานเขาจึงลงลิฟต์ไปด้านล่างปล่อยให้ชั้นบริหารโล่งเพื่อให้ท่านประธานทำงานแต่ทันทีที่สิ้นเสียงประตูปิด อนาวินหยิบโทรศัพท์ขึ้นทันทีสีหน้าไม่เหลือความอ่อนโยนเหมือนตอนอยู่กับนทีอีกแล้วเป็นสีหน้าของนักล่าเขากดโทรออกช้าแต่น้ำเสียงตอนพูดกลับเย็นจนทำให้คนฟังสะดุ้งได้“ภาคินตรวจกล้องวงจรปิดหน้าห้องทำงานผมเมื่อเช้านี้”“ดูให้ละเอียดว่าใครเข้าใกล้โต๊ะนทีบ้าง” ปลายสายดูจตกใจ“คุณอนาวินจะให้ผมตรวจระบุคนเลยเหรอครับ?”“ใช่”“แล้วให้ผมสรุปแบบไหนครับ?”“ระบุชัดเจนว่าใครแตะเอกสารของเลขา”เขาเน้นเสียง“และถ้ามีการลบไฟล์ทิ้งในระบบ ให้รายงานทันที”“ครับ! ผมจะทำเดี๋ยวนี้เลยครับ!”เมื่อวางสายอนาวินเอนหลังพิงเก้าอี้ดวงตาคมจ้องโต๊ะ นทีผ่านกระจกใสหน้าห้องสายตานั้นไม่ใช

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status