LOGINวันนั้นทั้งวัน พนักงานบริษัทต่างรับรู้ตรงกันว่าท่านประธานอารมณ์เสียเป็นพิเศษ เสียงเรียกประชุมด่วนดังขึ้นติด ๆ กันทั้งเช้าและบ่าย เอกสารผิดนิดผิดหน่อยก็โดนสายตาคมกริบจ้องเขม็งใส่ เลขาคนก่อนที่เพิ่งลาออกไปเหมือนจะโชคดีขึ้นมาทันที ที่ไม่ต้องอยู่ในวังวนเหตุการณ์นี้
“วันนี้ประธานอนาวินดูเครียด ๆ นะครับ” หัวหน้าฝ่ายหนึ่งกระซิบกับอีกฝ่ายหน้าห้องประชุม
“ใครจะไปกล้าถามล่ะครับว่าเป็นอะไร เหวี่ยงใส่กันยับเลยทั้งเช้า”
ด้านในห้องทำงานใหญ่ อนาวินโยนปากกาลงบนโต๊ะอย่างหงุดหงิดกับตัวเองมากกว่าคนอื่น เขาไม่เข้าใจว่าทำไมเหตุการณ์เมื่อคืน กับเงินห้าพันและโน้ตแผ่นจิ๋ ถึงได้วนเวียนอยู่ในหัวไม่หยุด หน้าตาก็จำได้ เสียงก็จำได้ แต่ดันไม่มีข้อมูลอะไรสักอย่างให้ คนไปสืบ
“กล้ามาตีราคาฉันแค่ห้าพันงั้นเหรอ” เสียงพึมพำเบา ๆ ถูกกลืนหายไปในอากาศเงียบ ๆ ของห้องทำงาน
ในอีกมุมหนึ่งของกรุงเทพฯ นทีตื่นขึ้นมาบนเตียงเล็ก ๆ ในห้องเช่าของตัวเอง อาการมึนหัวอยู่บ้าง แต่รอยยิ้มกลับประดับบนใบหน้าอย่างอารมณ์ดี เขามองเงินในกระเป๋าตัวเองแล้วหัวเราะเบา ๆ
“เก็บแต้มเมื่อคืนโอเคอยู่นะ”
ภาพใบหน้าหล่อ ๆ ของคนเมื่อคืนลอยขึ้นมาในหัว คนอะไร หล่อเหมือนหลุดมาจากปกนิตยสาร แถมยังแต่งตัวดี รสนิยมแพง รู้เลยว่าไม่ใช่คนธรรมดาแน่นอน แต่ไม่เป็นไรหรอกยังไงซะก็คงไม่ได้เจอกันอีกแล้ว
วันนี้เขามีนัดสัมภาษณ์งานที่บริษัทยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่ง ใจจริงก็ตื่นเต้นไม่น้อย อยากจะเลิกใช้ชีวิตฟรีแลนซ์เร่ร่อน แล้วมีงานประจำดี ๆ ทำสักที
“ต้องผ่านให้ได้สิวะนที สู้โว้ย!”
เขาตบแก้มตัวเองเบา ๆ ส่องกระจกเช็กความเรียบร้อย เสื้อเชิ้ตเรียบ กางเกงสแลคดูดี เนกไทเส้นโปรดทุกอย่างดูพร้อม หัวใจดวงเล็กเต้นแรงด้วยความคาดหวัง หากแต่เขาไม่รู้เลยว่า‘เหยื่อ’ ที่เขาเผลอล่าไปเมื่อคืน กำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ประธานในห้องทำงานชั้นสูงสุดของบริษัทแห่งนั้น และกำลังหงุดหงิดกับค่าตัวห้าพันจนไฟในตากำลังลุกโชน
เสียงเคาะประตูดังขึ้นเบา ๆ ในห้องทำงานใหญ่ของชั้นบนสุด
“ท่านประธานคะ นี่เรซูเม่ผู้สมัครเลขาค่ะ ดิฉันคัดที่โปรไฟล์ดีสุดสามคนไว้ให้แล้วค่ะ”
หัวหน้าแผนก HR เดินเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสาร อนาวินที่กำลังนั่งหน้าตึง เคาะปากกาลงโต๊ะรัว ๆ หันขึ้นมองเพียงแวบเดียว ก่อนเอ่ยเสียงเรียบ
“วางไว้”
เอกสารถูกวางลงอย่างเรียบร้อย ก่อนที่พนักงานจะถอยออกจากห้อง แต่ยังไม่ทันที่ประตูจะปิดสนิท เสียงเข้มของอนาวินก็เอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ผมขอสัมภาษณ์เอง”
หัวหน้า HR มองด้วยความตกใจปนงง แต่ก็รีบก้มศีรษะตอบรับ
“ค่ะ ได้ค่ะท่านประธาน ดิฉันจะจัดห้องสัมภาษณ์ให้เดี๋ยวนี้ค่ะ!”
ทันทีที่อีกฝ่ายเดินออกไปและประตูปิดลง ความเงียบกลับมาเยือนห้องทำงานอีกครั้ง อนาวินค่อย ๆ เปิดแฟ้ม หยิบเรซูเม่ใบบนสุดขึ้นมาอย่างขี้เกียจ
ชื่อแรก ไม่สนใจ...
ชื่อที่สอง ยังไม่ใช่... ชื่อที่สาม...ปลายนิ้วของเขาแข็งค้าง
“นที ชาญวาณิชกุล”
รูปเล็ก ๆ ในเรซูเม่เป็นรูปถ่ายสมัครงานแบบสุภาพ เสื้อเชิ้ตสีอ่อน ใบหน้าเรียบร้อยเกินกว่าที่เห็นเมื่อคืนในผับ แต่ดวงตากลมโตนั่น เขาจำได้แม่น ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่นเมื่อประโยคในกระดาษแผ่นเล็ก ๆ จากเมื่อเช้าลอยขึ้นมาในหัว
“ค่าตัวของคุณนะสุดหล่อ :)”
อนาวินวางเรซูเม่ลงกับโต๊ะดังปัง เส้นเลือดขมับเต้นตุบ ๆ อย่างหงุดหงิดปนปริศนา โลกมันจะกลมเกินไปแล้ว! ตั้งใจตีราคาเขาแค่ห้าพัน แล้วดันมายื่นใบสมัครเป็นเลขาในบริษัทเขาอีกเนี่ยนะ?
“กล้าดียังไง” เขาพึมพำเสียงต่ำ น้ำเสียงเจือแค้นจาง ๆ แต่ก็ดันหลุดยิ้มมุมปากขึ้นอย่างไม่รู้ตัว
“ดีเดี๋ยวได้รู้กัน”
เขากดปุ่มอินเตอร์คอมเรียก HR
“ให้ผู้สมัครทั้งหมดขึ้นมาชั้นนี้ ผมจะสัมภาษณ์เอง เริ่มจากรายชื่อสุดท้ายก่อน”
น้ำเสียงที่กดต่ำทำให้ฝ่าย HR รีบรับคำแทบจะทันที ด้านล่างโถงรับรองผู้สมัครงาน นทีกำลังนั่งหลังตรงพยายามตั้งสติ มือเย็น ๆ ถูกวางบนตักอย่างเกรง ๆ แม้พยายามสงบ แต่หัวใจกลับตื่นเต้นไม่หยุด
“ขอให้ผ่านทีเถอะฉันต้องการงานนี้จริง ๆ” เขาอดภาวนาไม่ได้
พนักงานฝ่ายบุคคลเดินออกมาจากลิฟต์และยิ้มให้นาที
“คุณนทีคะ เชิญขึ้นไปสัมภาษณ์ชั้นบนสุดเลยค่ะ ท่านประธานต้องการสัมภาษณ์ด้วยตัวเองค่ะ”
“ฮะ?”
ดวงตากลมเบิกกว้าง ท่านประธานจะสัมภาษณ์เอง? บริษัทใหญ่ระดับนี้ ประธานบริษัทจะมาสัมภาษณ์เลขาด้วยตัวเองเนี่ยนะ!? หรือว่า...หรือว่าเขาโชคดี? หรือว่าโปรไฟล์ดีจนโดนสนใจ?
นทีระบายลมหายใจ สะพายกระเป๋า และเดินเข้าลิฟต์ขึ้นไปด้วยหัวใจเต้นแรง แต่ก็ยังคิดในแง่ดี แต่เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก พนักงานคนนำทางพาเขามาหยุดตรงหน้าประตูบานใหญ่ที่ติดป้ายชื่อ “Anawin K.” มือจับประตูถูกหมุนก่อนที่คนข้างในจะเอ่ยเสียงเข้ม
“เข้ามา”
หัวใจนทีเต้นตึกตักแบบไม่มีสาเหตุ ก่อนจะก้าวเข้าไปด้วยท่าทางสุภาพ และทันทีที่สายตาเขาปะทะกับใบหน้าของประธานบริษัท โลกของนทีหยุดหมุนไปสามวินาที
“ให้ตายสิ นี่มัน!”
เมื่อคืน! เมื่อคืน! เมื่อคืน!………….นทีแทบจะเข่าทรุดคาโต๊ะสัมภาษณ์ ท่านประธานสุดหล่อที่ตอนนี้นั่งไขว่ห้างอยู่หลังโต๊ะทำงาน ไม่ใช่ใครอื่น แต่คือ เหยื่อคนเมื่อคืนของเขาเอง!
ในหัวของนทีมีแต่เสียงกรีดร้องตัวใหญ่ ๆ “ชิบหายแล้วนทีเอ๊ย! แกไปเรียกเขาว่าสุดหล่อ! แกเต้นกับเขา! แกอ่อยเขา! แกลากเขาขึ้นเตียง! แล้วแกยังทิ้งเงินค่าตัวไว้ให้เขาอีก!!”
ถ้ามีหลุมตรงหน้า เขาคงจะกระโดดลงไปเดี๋ยวนั้นแล้ว
“คุณนทีใช่ไหม” เสียงของอนาวินดังขึ้นช้า ๆ น้ำเสียงเรียบ แต่ดวงตาคมวาวเล็กน้อย
“คะ...ครับ!” นทีตอบเสียงสูงกว่าปกติ เขาพยายามยิ้ม แต่ยิ่งฝืนยิ้มยิ่งเหมือนคนกำลังร้องไห้ในใจ
อนาวินมองหน้าเขาอย่างพิจารณา โดยเฉพาะมองปาก มองตา และไล่สายตาลงไปตามตัวจนทำเอานทีตัวแข็งทื่อ
“เมื่อคืนนอนพอไหม” เสียงต่ำถามช้า ๆ พร้อมเลิกคิ้วเล็กน้อย
นทีแทบสำลักอากาศ “มะ...ไม่ หมายถึงผมนอนปกติครับ! นอนสบายดีมาก! นอนหลับดีแบบวิเศษเลยครับ!”
โอ๊ย พูดอะไรออกไปวะเนี่ย!?
อนาวินวางศอกบนโต๊ะ ประสานมือกันช้า ๆ แววตาอ่านง่ายมาก เหมือนกำลังสนุกกับการเห็นเขาเดือดร้อน
“ดีแล้ว” ประธานหนุ่มพูดเบา ๆ
“จะได้มีแรงมาทำงานให้ผม”
นทีเผลอหลุดอุทาน “ฮะ?”
“ผมจะถามแค่ไม่กี่ข้อ ตั้งใจตอบให้ดี”
น้ำเสียงเย็นเฉียบเอ่ยกลับมา แต่ในสายตาแฝงประกาย เจ้าเล่ห์จาง ๆ ที่ในผับไม่เคยเห็นนทีกลืนน้ำลายลงคออย่างลำบาก
“ตายแน่ไอ้นทีเอ๊ย แกตายแน่” นทีคิดในใจ
อนาวินเปิดเรซูเม่ แล้วถามสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับงานเลย สักนิด
“ทำไมถึงลาออกจากที่ทำงานเดิม”
“ผะ...ผู้จัดการไม่ค่อยชอบหน้าผมครับ”
“เพราะนิสัยขี้อ่อย?” อนาวินถามเฉย ๆ เหมือนถามสภาพอากาศประจำวัน
นทีสะดุ้งเหมือนโดนตีกลางหลัง หน้าแดงเถือกขึ้นมาทันที
“ผมไม่...เอ่อก็บางครั้ง” ตอนนี้เขาไม่รู้จะตอบอะไรแล้ว สติแทบขาดครึ่ง
อนาวินมองท่าทางนั้นแล้วยิ้ม ยิ้มจริง ๆ เป็นครั้งแรกหลังเช้าวันนี้
“มีอีกคำถามหนึ่ง”
“คะ...ครับ?”
“คิดว่าค่าตัวผมควรอยู่ที่เท่าไหร่กันแน่”
คำถามที่เหมือนฟ้าผ่าลงกลางกบาล นทีเกือบลุกหนีออกจากห้อง มือกำเอกสารแน่น เหงื่อแตกผลั่กเต็มหลัง
“ผะ...ผมขอโทษครับ! มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ผมเมา ผมไม่ได้ตั้งใจ เอ่อ...”
“ตอบสิ”
น้ำเสียงของท่านประธานหนุ่มกดต่ำจนใจสั่น นทีแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว สุดท้ายก็ตอบออกไปแบบคนสิ้นหวัง
“เปลี่ยนคำถามใหม่ได้ไหมครับ”
เงียบไปหนึ่งวินาที ก่อนที่อนาวินจะหัวเราะในคอเบา ๆ
“ผ่าน”
“ฮะ?”
“คุณผ่านสัมภาษณ์” เขาปิดแฟ้มดังแปะ
“เริ่มงานพรุ่งนี้ เวลาแปดโมงเช้า ห้ามสาย”
นทียืนค้างเป็นรูปปั้น ไม่รู้ว่าควรรู้สึกดีหรือรู้สึกกลัวดี อนาวินมองใบหน้าตื่น ๆ ของนทีแล้วเอียงหน้าเล็กน้อย
“และอีกเรื่องหนึ่ง” สายตาคมจับจ้องที่ริมฝีปากของนาทีอย่างจงใจ
“คุณประเมินค่าตัวผมต่ำไปนะ อย่างผมน่าจะมีค่ามากกว่าห้าพัน เข้าใจไหม”
นทีหน้าแดงขึ้นมาจนถึงหู ก่อนพึมพำเสียงเบา
“คะ...ครับ”
คงเจ้าเล่ห์อย่างอนาวินยกยิ้มมุมปาก
เกมของเขาเริ่มแล้ว!
วันนี้ทั้งบริษัทวุ่นวายกว่าปกติเพราะเป็น วันเกิดของนทีแต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เลยว่าวินเตรียมอะไรไว้ให้บ้างหลังเลิกงานวินได้ส่งข้อความเพียงประโยคเดียวมา“คืนนี้ว่างใช่ไหม ผมจะพาไปที่หนึ่ง”นทีตอบกลับไปทั้งที่หน้าแดงร้อนวูบ“ครับวิน ผมว่างครับ”เขาไม่รู้ว่าคืนนี้คืออะไรแต่หัวใจเต้นแรงทั้งวันจนทำงานผิดไปหลายรอบค่ำคืน ห้องเพนต์เฮาส์ส่วนตัวของวินหลังจากนั่งรถไปกับวินสักพักรถหรูก็มาจอดยังคอนโดสูงหรูใจกลางเมืองลิฟต์ส่วนตัวยกขึ้นไปจนถึงดาดฟ้า และเมื่อประตูลิฟต์เปิดออกนทีถึงกับตาเบิกกว้าง ทั้งชั้นถูกประดับด้วยแสงไฟอบอุ่นกลีบกุหลาบเทียนหอมที่เรียงรายไปทั่วพร้อมฉากหลังเป็นวิวเมืองยามค่ำสุดโรแมนติกตรงกลางโต๊ะอาหารเล็ก ๆ ถูกจัดอาหารทั้งหมดที่นทีชอบวินมองเขา ยิ้มอ่อนลงเหมือนละลายเขาในที่เดียว“สุขสันต์วันเกิดนะนที”หัวใจของนทีเต้นแรงจนแทบเจ็บตาเริ่มใสขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้“วิน ทำไมต้องทำเยอะขนาดนี้ด้วยครับ”วินเดินเข้ามาใกล้ใกล้จนรู้สึกลมหายใจกันและกัน“เพราะนี่เป็นวันเกิดของคนที่ผมรัก”นทีเงียบหน้าแดงจัดเหมือนลูกเชอร์รี่เขาก้มหลบแต่ถูกวินจับคางเบา ๆ เงยขึ้นให้สบตา“นทีมองผมสิ”นทีค่อย ๆ เงยหน้า แ
หลังจากได้รับรายงานว่ามีคนปล่อยรูปท่านประธานกอดนทีตอนไฟดับขึ้นอินทราเน็ตของบริษัทชั้นบริหารแทบทั้งชั้นก็อยู่ในอาการปั่นป่วนเสียงกระซิบดังตามมุมสำนักงานบางคนลุ้น บางคนตกใจ บางคนก็เริ่มเชียร์อย่างออกหน้าออกตาแต่ในขณะที่คนทั้งบริษัทกำลังเดากันวุ่นวาย ท่านประธานอนาวินกลับเดินอย่างมั่นคงไปยังห้องประชุมใหญ่ของบริษัท และพูดเพียงประโยคเดียวกับหัวหน้าแผนกประชาสัมพันธ์“แจ้งประชุมด่วนทุกหัวหน้าแผนกตอนนี้”ห้องประชุมใหญ่ ทุกสายตาจับจ้องหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ นั่งเต็มห้องบรรยากาศสงบแต่ตึงเครียดแบบไม่ปลอดภัยนทียืนอยู่ด้านหลังห้องไม่นั่งเพราะมือสั่นเกินกว่าจะถือปากกาได้ตาเขาจับจ้องที่ท่านประธานเพียงคนเดียวชายหนุ่มในสูทเข้ารูปที่ยืนหัวโต๊ะประชุมใบหน้าเรียบนิ่งแต่ดวงตาคมมั่นคงดั่งเหล็กอนาวินเริ่มประชุมด้วยเสียงทุ้มชัด“ผมเชิญทุกคนมาเพราะเรื่องภาพที่ถูกปล่อยลงอินทราเน็ตของบริษัท”บรรยากาศเงียบจนได้ยินเสียงกลืนน้ำลาย ท่านประธานวางรีโมตบนโต๊ะ กวาดสายตามองทุกคน“ผมต้องการชี้แจงเรื่องนี้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด”หัวใจของนทีเต้นแรงจนแทบหลุดออกจากอกแต่เขายังไม่คาดคิดกับสิ่งที่ท่านประธานจะพูดต่ออนาวินมองตรงไปที่ผู้
บรรยากาศในชั้นบริหารเย็นยะเยือกเหมือนอุณหภูมิลดลงหลายองศาทันทีที่ท่านประธานก้าวเข้ามาใกล้พนักงานสาวทั้งสามที่กำลังรุมนทีเมื่อครู่ยืนนิ่งเหมือนถูกสาปหน้าเริ่มขาวซีดเหมือนกระดาษนทีเองก็ยืนนิ่งหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะไม่นึกเลยว่าท่านประธานจะได้ยินทุกอย่างที่พวกเธอพูดอนาวินหยุดยืนข้าง นทีใกล้มาก จนเหมือนยืนยันต่อหน้าทุกคนว่าเขาอยู่ฝั่งนที ไม่ใช่ฝั่งพวกนั้นเขาเหลือบตาไปมองพนักงานสาว สายตาเฉียบคม นิ่ง เย็นจนไม่มีใครกล้าหายใจแรง“เมื่อกี้พวกคุณพูดว่าอะไรนะ”เสียงเขาทุ้มต่ำ และอันตรายจนทั้งสามคนตัวสั่นพนักงานสาวคนแรกรีบก้มหน้า“ท ท่านประธานคะ ดิฉันแค่คุยกันเล่น ๆ ไม่ได้หมาย ความว่า ”“คุยเล่น?”อนาวินเลิกคิ้ว“คุณกำลังกล่าวหาเลขาของผมว่า อ่อยผู้ชายรวย ๆ”นทีสะดุ้งหน้าแดงด้วยความอายและโกรธปนกันพนักงานสาวสั่นจนเกือบร้องไห้“ดะ..ดิฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นค่ะ แค่แค่เข้าใจผิด ”ท่านประธานหรี่ตา“คุณทำงานที่นี่มานานพอจะรู้ว่าบริษัทนี้ไม่อนุญาตให้สร้างบรรยากาศที่เป็นพิษ โดยเฉพาะการ กลั่นแกล้งเพื่อนร่วมงาน”พนักงานอีกคนรีบพูด “พวกเราผิดไปแล้วค่ะท่านประธาน! ขอร้อง ”อนาวินยกมือขึ้น ตั
หลังจากลินาเดินออกจากห้องไปท่านประธานและนทียังยืนนิ่งอยู่ในห้องพักผู้บริหารอารมณ์ตึงเครียดเมื่อครู่ค่อย ๆ ผ่อนคลายแต่ความรู้สึกระหว่างทั้งสองกลับหนักแน่นขึ้นกว่าเดิมหลายเท่านทียังหน้าแดงไม่หายแต่พยายามทำเหมือนปกติ หยิบแท็บเล็ตขึ้นมาเพื่อสรุปตารางงานต่อแต่ท่านประธานมองเขาแล้วพูดขึ้นเบา ๆ“นทีเมื่อกี้คุณตกใจมากไหม”นทีส่ายหัวเบา ๆ แต่หน้าแดงจัดจนดูออกชัด“ผมไม่เป็นไรครับ”อนาวินจ้องเขานิ่ง ๆ ก่อนพูดด้วยเสียงซื่อสัตย์จนหัวใจ เต้นแรง“ถ้าวันหนึ่งมีอะไรทำให้คุณรู้สึกกลัวหรือหนักใจบอก ผมก่อนใคร”นทีเงยหน้า ตาโตขึ้นเล็กน้อย“ผมไม่ปล่อยให้คุณรับมือคนเดียวไม่ว่าเรื่องอะไร”คำพูดของเขาไม่ใช่คำสั่งไม่ใช่เสียงเข้มแบบประธานบริษัทแต่เป็นเสียงของผู้ชายที่ “ใส่ใจจริง”นทีเม้มปากซ่อนรอยยิ้มเล็ก ๆ“ครับ ผมจะบอกท่านคนแรกเลย”อนาวินยิ้มมุมปากเบา ๆ เหมือนควบคุมตัวเองให้เย็นเฉียบไม่ได้สักทีเมื่ออยู่กับนทีช่วงบ่าย ข่าวลือเริ่มแรงขึ้นนทีเดินไปส่งเอกสารแผนกอื่นทันทีที่เดินผ่านโซนโต๊ะพักพนักงานเสียงกระซิบก็เริ่มดังขึ้น“นั่นไงคนในข่าว”“คนที่ท่านประธานกอดตอนไฟดับ”“เขาน่ารักจริง แต่ทำไมท่านประธาน
บรรยากาศในชั้นบริหารตึงเครียดขึ้นทันทีหลังประโยคของท่านประธานที่พูดกับลินาอย่างชัดเจนว่า “ผมมีคนที่ต้องดูแลแล้ว” นทีที่ยืนอยู่ข้างหลัง หัวใจเต้นแรงจนแทบแข็งค้างเพราะทุกคำพูดของท่านประธานเหมือนกำลังบังเขา ปกป้องเขา และเลือกเขาในขณะที่ลินา ใบหน้าสวยหวานซีดลงทันทีดวงตาแดงขึ้นเล็กน้อยเหมือนกลั้นบางอย่างไว้“วิน”เสียงเธอสั่นอย่างที่นทีไม่เคยคิดจะได้ยินจากผู้หญิงที่ดูมั่นใจแบบนี้“นี่นายพูดแบบนี้ต่อหน้าคนอื่นจริง ๆ เหรอ?” อนาวินตอบทันทีไม่มีลังเลสักวินาที“ผมไม่จำเป็นต้องปิดบังความรู้สึกของตัวเองอีก”นทีหน้าแดงพร่แต่ลินากลับหัวเราะเบา ๆ เป็นเสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความเจ็บปวด“ดีค่ะเข้าใจแล้วว่าใครคือ ‘คนสำคัญ’ ของนายตอนนี้”พนักงานที่ยืนดูอยู่เงียบกริบไม่มีใครกล้าขยับแม้แต่นิดเดียวลินาหันกลับมามองนทีสายตาไม่ได้โกรธพอจะทำร้ายนทีแต่เต็มไปด้วยคำถามลึก ๆ“ขอฉันคุยกับนายเป็นการส่วนตัวได้ไหม”เธอหันไปมองอนาวิน ไม่ได้แม้แต่จะมองนที“ฉันมีเรื่องสำคัญมากพอที่จะพูดกับนายแม้เราจะเลิกกันไปแล้วก็ตาม”อนาวินนิ่งแต่ดวงตาเขาคลอน้ำแข็งขึ้นมาทันทีเขาพูดสั้น ๆแต่ชัดเจน“นาทีมาด้วย”ลินาสะอึก“นายจะให้เล
หลังจากเหตุการณ์ไฟดับในห้องเก็บเอกสาร และภาพของท่านประธานที่โอบเอวนทีในความมืดถูกเปิดเผยต่อหน้าพนักงานนับสิบ ข่าวลือก็กระจายเร็วกว่าไฟลามป่าทันทีที่กลับขึ้นชั้นบริหารนทีก็รู้ทันทีว่าทุกสายตาในออฟฟิศมองมาที่เขา ทั้งตกใจ ทั้งตื่นเต้นทั้งคาดเดา“ตายแล้วฉันเห็นกับตา”“ท่านประธานกอดนทีไว้แน่นมาก!”“ขนาดไฟเปิดแล้ว เขายังไม่ปล่อยเลยนะ!”“นี่มันแบบในซีรีส์มากเวอร์”“หรือเขาคบกันจริง!?”นทีหน้าแดงจนแทบเดินไม่ตรง หัวใจเต้นแรงอย่างที่ไม่เคยเต้นมาก่อนแต่ในทางกลับกันท่านประธานอนาวินเดินด้วยสีหน้าเรียบนิ่งไม่มีความลำบากใจ ไม่มีความอาย ไม่มีความกังวลเหมือนกำลัง “ประกาศกลาย ๆ” ว่า เขาไม่ปฏิเสธสิ่งที่ทุกคนเห็นบนทางเดิน สิ่งที่ทำให้หัวใจนทีเกือบหยุดเมื่อเดินมาถึงประตูห้องประธานนทีกำลังจะเปิดประตูเข้าที่โต๊ะตัวเองท่านประธานเรียกเบา ๆ“นที”นทีหัน“ครับท่านประธาน?”อนาวินก้าวเข้ามาใกล้ใกล้จนคนที่เดินผ่านเริ่มกระซิบกันหนักขึ้นเขาก้มลงเล็กน้อยพูดด้วยเสียงทุ้มต่ำชิดหู“เมื่อกี้คุณตกใจมากไหม”แค่น้ำเสียงก็ทำให้นทีหน้าแดงจนหูร้อนวาบ“น นิดหน่อยครับ แต่ตอนท่านจับไว้ผมก็ไม่กลัวแล้ว”ท่านประธานมองเขานิ่ง ๆ







