Home / รักโบราณ / บูรพาพ่ายบุปผา / บทที่ 2 หลานชั่วสกุลจาง

Share

บทที่ 2 หลานชั่วสกุลจาง

last update Last Updated: 2026-01-11 15:16:47

สกุลจาง...

เพียะ...!!!

เสียงฝ่ามือของหญิงวัยกลางคนที่ดูท่าทางสง่า แต่ใบหน้าอำมหิตดุจยักษา นางให้บ่าวลากนางหลานสาวตัวดี สตรีชั่วช้าริอาจยั่วสามีของตนออกมาตบสั่งสอนกลางบ้าน

“จับมันไว้” เสียงคำรามของฮูหยินจาง ป้าสะใภ้ของจางหย่งเล่อดังแข่งกับเสียงฟ้าคำรามด้านนอก

นางเดินมาตามสามี แต่ไม่พบที่ห้องหนังสือ จึงเดินไปรอบๆ เรือน และก็ได้ยินเสียงกรีดร้องให้คนช่วย แต่เมื่อผลักประตูไป ก็พบกับสามีกำลังจะขืนใจหลานในไส้ ใบหน้างดงาม กลิ่นกายหอมจรุงใจที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด หยุ่นเอ๋อคิดไว้นานแล้วว่าวันหนึ่งสตรีนางนี้ต้องนำหายนะเข้ามาสู่เรือน

“ท่านป้าสะใภ้ โปรดฟังข้าก่อน..ฮึก!... ไม่ได้เป็นอย่างที่ท่านคิดนะเจ้าคะ” หย่งเล่อพยายามอธิบาย แต่ผู้เป็นป้าไม่ฟังเสียงใดๆ ของนางเลยแม้เพียงครึ่งคำ ดวงหน้างดงามมองสบขึ้น น้ำใสดุจน้ำค้างบริสุทธิ์ที่เอ่อคลอนัยน์ตาคู่สวย อย่างหน้าสางสาร ต้องการความเห็นใจจากผู้เป็นป้า

“หากไม่ได้เป็นอย่างที่ข้าคิดแล้วมันเป็นอย่างไร”

ฮูหยินจางชี้นิ้วด่ากราดสตรีชั่ววัยสิบแปดหนาว แรกเริ่มเขาก็ไม่เห็นด้วยที่รับนางมาเลี้ยงเมื่อสิบห้าปีก่อน ปีนั้นพ่อกับแม่นางประสบเคราะห์กรรม ช่วยเหลือผู้สูงศักดิ์ท่านหนึ่ง แต่ไม่อาจจะเอ่ยนามได้ นางจึงกำพร้าพ่อและแม่

ด้วยความที่สามีนาง จางเพ่ยชวน สงสารบุตรสาวของน้องชายจึงให้รับมาเลี้ยงไว้ แต่ว่าการเป็นอยู่ก็ไม่ได้ดีนัก เพราะฮูหยินจางอิจฉาวาสนาของเด็กสาว ที่มีดวงหน้าจิ้มลิ้ม กลิ่นกายที่หอมกรุ่นดังบุปผาแรกแย้ม นางจึงส่งให้ไปอยู่เรือนหลัง และห้ามออกมาให้แขกที่มาในจวนเห็น

จางหยุ่นเอ๋อ เลี้ยงนางไม่ได้ต่างจากเลี้ยงดูลูกคนใช้ เมื่อนางอายุได้วัยปิ่นปักก็ไม่ได้จัดพิธีใดใหญ่โต เพียงแต่ส่งทรัพย์ส่วนของมารดาให้เพียงส่วนเดียว ที่เหลือนางจะเก็บรักษาไว้เอง

หากแต่ยิ่งโตความสวย ความสาวของนางก็ยิ่งเตะตามากขึ้น แต่สามีก็ไม่คิดจะหาบุรุษใดให้ตกแต่งนางออกไปเสียที สร้างความหงุดหงิดรำคาญใจให้กับหยุ่นเอ๋อ อยู่ไม่น้อย

เลี้ยงไปก็เปลืองข้าวสุก

จนเมื่อนางวัยได้สิบแปดหนาว ความสาวก้าวล่วงเต็มที่สามีของตนก็ริอาจจะปีนเตียงหลานสาว นางนึกแล้วก็คับแค้นใจนัก ร้อยวันพันปีสามีไม่เคยริอยากร่วมเรียงเคียงหมอน เอาแค่ใช้สตรีอุ่นเตียงในเรือนเป็นที่ระบาย แล้วเหตุใดถึงได้อยากจับหลานสาวทำเมียเสียเล่า

นางจะทำให้ทั่วเมืองหลวงเฉิงตูแห่งต้าเฉิง ที่เป็นที่ตั้งของบ้านตน เป็นที่พูดติดตลกขบขัน เรื่องลุงกินหลาน ญาติกินกันเอง รู้ถึงไหนอายถึงนั่น

“ข้านอนหลับอยู่ แล้วจู่ๆ ท่านลุงก็มาจากไหนไม่รู้ ข้าจึงร้องด้วยความตกใจ” นางเล่าความจริงทุกคำ แต่ว่าป้าสะใภ้นางกลับคิดตรงกันข้าม มือเล็กกำแน่นสลับกับคลายด้วยความเดือดด่าน นางคุกเข่าอยู่กับพื้นเพราะโดนสาวรับใช้กดไว้

“เจ้าร้องแรกแหกกระเชอให้คนทั้งเรือนได้รู้เรื่องราวคาวสวาทของเจ้ากับผัวข้าใช่หรือไม่” หยุ่นเอ๋อคิดว่าหลานสาวของนางต้องคิดมาแทนที่ ใช้ความสาวความสวยมาแข่ง จึงเอาไว้ไม่ได้ แบบนี้ต้องกำจัดให้สิ้นซาก

“มะ...ไม่ใช่นะ...ท่านป้า” หย่งเล่อเจ็บใจนัก นางไว้ใจผู้เป็นลุง ไม่คิดเลยว่าเขาจะคิดกับนางเชิงชู้สาว ตั้งแต่เด็กเขามักจะอุ้มบ้างกอดนางบ้าง แต่เมื่อเป็นสาวนางก็รักษาระยะห่าง และนึกไม่ถึงว่าเขาจะคิดกับไม่ซื่อเช่นนี้กับนาง

“หากข้าไปไม่เข้าไป จะเห็นเรื่องชั่วช้าที่เจ้าทำงั้นรึ...ลากตัวนางออกไป อย่าให้กลับเข้ามาเป็นเสนียดจัญไรในเรือนข้าอีก” หยุ่นเอ๋อ ไล่หลานสาวไม่ให้เข้าเรือนอีก ปล่อยให้นางไปหาที่อยู่ด้านนอกเองจะดีกว่า อยู่ก็มิสู้ทำให้เรือนของนางตกต่ำ เป็นขี้ปากชาวบ้าน หน้าที่การงานของท่านพี่นางก็นับว่ากำลังก้าวหน้านัก หากมีเรื่องเช่นนี้ออกไป รังแต่จะทำให้ถดถอย

หย่งเล่อแค้นเคืองนัก เสียงร้องไห้คร่ำครวญดังอยู่นานราวครึ่งชั่วยามตั้งแต่โดนลากออกมาจากห้องนอน เมื่อป้าสะใภ้ขับไล่ไสส่งนาง ดวงตาที่เคยอ่อนแอกลับแข็งกร้าวขึ้นอย่างฉับพลัน

สตรีร่างบอบบางอ่อนแอลุกขึ้นจากพื้น สะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของเหล่าสาวใช้ ที่จับนางกดไว้ที่พื้น สองมือดึงแขนเสื้อขึ้นเท้าสะเอวประจันหน้ากับป้าสะใภ้

“ได้...หากท่านไม่เชื่อข้า เชื่อผัวเลวๆ ของท่าน เช่นนั้นก็จงนอนกอดแท่งหยกอันเดียวของท่านให้ดี ข้าต้องขอบคุณท่านเสียด้วยซ้ำ ที่เข้าไปช่วยข้าได้ทัน มิเช่นนั้น ข้าคงต้องตกเป็นทาสบำเรอกามกับชายแก่คราวลุง หึ...!” เมื่อยามเข้าตาจน นางไม่สนวัยวุฒิใดทั้งนั้น แตกเป็นแตก คิดว่านางอยากอยู่นักหรือไงบ้านหลังนี้

“นะ...นี่....เจ้า...!” หยุ่นเอ๋อตกใจ ไม่คิดว่านางจะกล้ามีปากมีเสียง ถอยกรูไปด้านหลังเมื่อนางย่างสามขุมเข้ามาเอ่ยวาจาน่าเกลียด ราวกับไม่ใช่สตรีที่ได้รับการอบรม

“พูดไม่ออกเลยใช่หรือไม่...นี่แหละข้า เมื่อวันนี้ท่านอยากตัดขาดความสัมพันธ์ ก็ดีข้าจะมาทวงคืนของของข้า” หย่งเล่อค่อยๆ ก้าวเข้าไปจนใกล้ตัวป้าสะใภ้ชั่วของนาง รอยยิ้มอำมหิตผุดขึ้นบนใบหน้าสวย แม้ไร้เครื่องสำอางใดแต่งแต้ม แต่ความงามก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย

“อะ...อะไร...อะไรกันที่เป็นของเจ้า” หยุ่นเอ๋อเสียงสั่น เมื่อหลานสาวที่เคยเป็นเบี้ยล่าง เริ่มน่ากลัวเข้ามาทุกที เมื่อก่อนนางประมาทเกินไป จนทำให้นางกำเริบเสิบสาน ริหาญกล้ามามีปากมีเสียงกับนาง

“สินเดิมแม่ข้า อย่าคิดว่าข้ามิรู้ ท่านยักยอกสิ่งใดไปย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจ” ดวงตากลมที่เคยสวยดั่งดวงตาลูกกวางน้อย บัดนี้กร้าวขึ้นทั้งยังดูน่ากลัว

“เจ้า...เอาอันใดมาพูด” หยุ่นเอ๋อตกใจ ไม่คิดว่านางจะรู้เรื่องราวสินเดิมของแม่นาง คิดว่าจะยักยอกไว้เป็นของตน ต่อให้นางทวงคืนก็จะไม่ยอมให้เป็นเด็ดขาด

“ข้ามีจดหมายหนึ่ง ที่ท่านก็รู้ว่าข้าทำอันใดได้บ้าง” แม่นางเก็บจดหมายสำคัญนี้ไว้ให้นาง ดีที่มันถูกเก็บอยู่ในกล่องไม้เก่าเหมือนจดหมายที่มารดาเคยเขียนเล่าเรื่องราว มันถูกซ่อนอยู่ใต้หีบไม้อีกที จางเพ่ยชวน และ หยุ่นเอ๋อต่างพลิกจวนหาก็ไม่พบ และนั่นทำให้นางมีเครื่องต่อรอง

“เจ้าเอาอันใดมาพูด” จดหมายนี้ทุกคนต่างก็รู้ว่าผู้ใดเป็นคนเขียนให้ หลังจากเคราะห์คราวนั้น ทั้งบิดามารดาของนางสิ้นชีพ แต่จางเพ่ยชวนริอยากได้หน้า จึงรับเลี้ยงบุตรีของน้องชายแทน

“หากท่านไม่ให้ เพียงข้าไปตีกลองร้องเพียงคำเดียว ความชั่วของพวกท่านข้าจะกล่าวให้คนทั้งเมืองหลวงให้ได้ล่วงรู้” เสียงสตรีแน่งน้อยกล่าวอย่างไม่เกรงกลัวผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นป้าสะใภ้ นางจะไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น ร้ายมาก็ร้ายกลับ

“เอาคืนนางไป...” เสียงแหบต่ำเอ่ยขึ้นหลังจากฟังอยู่นาน แรกเริ่มเป็นเขาที่เข้าไปปลุกปล้ำนาง แต่ว่ากลับทำการไม่สำเร็จ อุตส่าห์เลี้ยงดูมาเพื่อให้นางเป็นสตรีบำเรอในเรือน ไม่คิดว่าภรรยาของตนจะเอะอะโวยวายจนเสียเรื่อง

ยามนี้นางมีเครื่องต่อรองสำคัญ ที่หากนางยื่นออกมา คนผู้นั้นอาจจะกุดหัวเขาและภรรยาที่ไม่ทำตามสัญญาที่เคยให้ไว้ก็เป็นได้

“ท่านพี่...ตะ...แต่”

“ก็ได้เช่นนั้น ข้าออกไปแต่ตัว...พวกท่านก็จับคอให้ดีก็แล้วกัน” นางทำท่าก้าวย่างออกจากจวนจางเพ่ยชวน แต่เดินเพียงไม่กี่ก้าว ก็ถูกเรียกให้หยุดเสียก่อน

“ชะ...ข้าก่อน” หยุ่นเอ๋อ ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอ คิดว่าจะมีข้ออ้างขับไล่นางออกจากสกุลจางได้แล้ว แต่คิดไม่ถึงว่า จะทำให้นางมีอำนาจมาต่อรองกับตนเพื่อเรียกสินเดิมคืนได้อีก

หย่งเล่อยืนเชิดหน้าขึ้น คราวนี้นางจะได้เป็นอิสระจากจวนนรกนี้สักที เบื้องหน้างนางเป็นเพียงสตรีเรียบร้อย ไม่มีปากเสียง แต่ภายในใจนั้นนางเก็บงำความคั่งแค้นไว้ และอยากไปจากเมืองหลวงเสียตั้งนานแล้ว

“นี่ของเจ้า...!” คนของป้าสะใภ้นางยกหีบมาให้สามหีบ นางตรวจตราทุกหีบว่ามีของครบหรือไม่ ทั้งเงินทอง เครื่องประดับและโฉนดที่ดินบ้านเกิดของแม่นาง

“ครบถ้วน...ก็ดีต่อไปนี้ท่านและข้าไม่รู้จักกัน หากท่านยังส่งคนมารังแกข้าไม่เลิก คงรู้สินะว่าจะเกิดอันใดขึ้น” หย่งเล่อเรียกบ่าวอีกสองคนมาช่วยยกหีบของตนออกไป แต่ก็ยังไม่วายโดนป้าสะใภ้เล่นแง่

“เจ้าอยากได้ก็ยกไปเอง บ่าวพวกนี้เป็นคนของสกุลจาง”

“อ่อ...ท่านคงลืมไปแล้ว ว่าบ่าวสองคนนี้ท่านไล่นางออกวันนี้ คงไม่ใช่บ่าวสกุลท่านแล้ว” หย่งเล่อที่ผูกมิตรกับบ่าวในเรือนไว้บ้าง หลายคนเกลียดชังฮูหยินและสงสารนาง แต่ว่าสองคนนี้มาช่วยนางทำงาน ป้าสะใภ้ไม่พอใจ จึงไล่พวกนางออก

เช่นนั้นนางก็จะออกไปพร้อมกับพวกบ่าวนี่แหละ และจะให้เงินพวกนางไปตั้งตัว จะได้ทำมาหากินได้

“นี่...เจ้า...” หยุ่นเอ๋อที่ไม่อาจจะเอาชนะหลานชั่วตัวดีได้ สะบัดแขนเดินกระแทกเท้ากลับเข้าจวน

ฮู้ว...!

“เหนื่อยเป็นบ้า” นางสบถเมื่อพ้นบ้านสกุลจางออกมาได้ สายตาหันมองไปที่หน้าประตูจวน ไร้ความอาลัย แต่เป็นสายตาที่บ่งบอกว่าวันหนึ่ง นางจะกลับมาแก้แค้นคนพวกนี้ให้จงได้

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • บูรพาพ่ายบุปผา   บทที่ 29 ความสุขที่อยากได้รับ

    เสวียตงซานกลับถึงตำหนักอุดร ที่มีกองทัพของท่านแม่ทัพว่านคอยดูแลความปลอดภัยอยู่ เขารู้จากชิงชางแล้วว่า พี่รองไปรบแทนตัวเขาที่บาดเจ็บ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้การรบเป็นอย่างไรกันบ้าง หลังจากถึงตำหนัก เมียรักของเขาก็เอาแต่บังคับให้เขากินยาและนอนหลับ จนกว่าแผลจะสมานดี และใช่เขาไม่ได้ร่วมรักกับนางเลยตลอดสองสัปดาห์ที่กลับมาอยู่ตำหนักอุดร “เมียข้าไปไหน” ความหงุดหงิดงุ่นง่านเกิดขึ้นอีกครั้ง เมื่ออ๋องหนุ่มไม่ได้ปลดปล่อยอารมณ์ “กล่อมท่านอ๋องน้อยพ่ะย่ะค่ะ” “ตงหานทำไมกลับมาอยู่บ้านงอแงนัก” เขารู้สึกขัดใจเสียจริงจะหวานกับเมีย ลูกก็คอยจะขัด แล้วก็ยังโดนนางสั่งให้นอนแยกห้อง เนื่องจากวันนั้นเขาตักตวงจากนางมากไปหน่อย ‘ก็ใครใช้ให้นางตัวหอมเช่นนี้เล่า’ “ประเดี๋ยวก็คงมาพ่ะย่ะค่ะ” ชิงชางเริ่มเข้าหน้าเจ้านายไม่ติด เพราะอะไรก็รู้ ๆ กันอยู่ ยามนี้พระชายามีสิทธิขาด ทำให้ไม่มีผู้ใดกล้าขัด คำสั่งพระชายาดุจเหมือนคำสั่งท่านอ๋อง “ก็คงต้องเป็นเช่นนั้น” เขาทำอะไรไม่ได้อยู่แล้ว จะออกแรงมานางก็ห้าม แถมขู่หากไม่เชื่อฟังจะกลับไปแคว้นเหลียงอีกต่างหาก ‘ใช่สิ

  • บูรพาพ่ายบุปผา   บทที่ 28 ฝังลึก

    “อื้อ...มันแน่นเกินไป...ถอนออกก่อน” ต่อให้นางเคยร่วมรักกับเขามานานแล้ว แต่ช่วงเวลาที่ห่างกันร่างกายของนางก็ไม่ชินกับเขาเหมือนเดิม “อ๊ะ...อดทนหน่อย...ข้าจะทำอย่างระวัง” อ๋องหนุ่มกัดฟันแน่น เขาแช่ตัวตนไว้ในกายของนาง ก่อนจะค่อย ๆ ขยับท่อนล่างให้เคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า แต่ไม่ได้เบามากนัก ริมฝีปากคนตัวโตจูบขึ้นบดขยี้ริมฝีปากของนาง เสียงครางในลำคออย่างพึงพอใจของสองร่าง ปลุกไฟสวาทให้โชติช่วงขึ้น เขาทั้งตื่นเต้นและดีใจ ที่ได้รักกับภรรยาคนสวยของเขาอีกครั้ง สองขาของนางโอบกอดสะโพกของเขา ยิ่งทำให้ตัวตนนั้นฝังลึกลงสู่ร่างเล็ก เสียงฟืดฟาดของลมหายใจของทั้งคู่รินรดกัน แรงเขยื้อนของอ๋องหนุ่มรุนแรงขึ้นจนร่างเล็กต้องทักท้วง กลัวแผลที่ใกล้จะสมานนั้นปริขึ้นมาอีก “เบาแรงหน่อยเพคะ...เดี๋ยวแผลฉีก” “ข้ายังแรงได้อีก รู้หรือไม่ข้าอยากรักเจ้าทุกที่ ในตำหนักนอกตำหนัก ระเบียง หรือห้องครัวก็ตาม ขอเพียงมีเจ้าข้าก็พร้อมจะรัก” “ท่านอ๋องเกินไปแล้วเพคะ” “ข้าคิดถึงยามที่เจ้าโยกกายบนตัวข้า วันนั้นข้าจำได้ขึ้นใจ แล้วก็ยามที่ตัวตนของข้าอยู่ในปากเจ้า”

  • บูรพาพ่ายบุปผา   บทที่ 27 ขยับตามหมอสั่ง

    เมื่อเรียวลิ้นของเขาเข้ามาดูดกลืนนางอย่างย่ามใจ สองมือเล็กก็ร่วมมือกับเขาอย่างดี นางโหยหาเขา...! เป็นนานกว่าเขาจะถอนจุมพิตออกจากริมฝีปากนุ่มของนาง เท่านั้นยังไม่พอ เขายังบดขยี้ริมฝีปากของอิงฮั่วก่อนจะปล่อยให้เป็นอิสระ “หวานไม่เปลี่ยน” เขามองใบหน้าสวย ที่มีเพียงแสงจันทร์ด้านนอกส่องสว่าง ขับให้ใบหน้านางนวลผ่องยามกระทบแสง อิงฮั่วทุบแผงอกกำยำของเขาหนึ่งที “ชะ...อุ๊ย...เจ้าทำร้ายสามี” แรงนางที่ทุบอกไม่ได้รุนแรงนัก แต่ก็ทำให้ปวดหนึบที่แผลอยู่ไม่น้อย “เจ็บด้วยหรือเพคะ” นางเชิดจมูกขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ เขาใช้ความเจ้าเล่ห์หลอกล่อนาง ปลายจมูกโด่งสวยได้รูปของเขา กดมาที่แก้มของนางอีกครั้ง บดขยี้ความหอมกรุ่นเข้าเต็มปอด ฟอด...! “ท่านอ๋องพอแล้วเพคะ” อิงฮั่วเริ่มสั่นไหวกับความอ่อนโยนที่เขามอบให้ ทั้งรสจูบที่นุ่มนวล ชวนให้นางเคลิบเคลิ้ม และจมูกกับปากที่ไม่ยอมละข้างแก้มของนาง “ท่านหมอบอกให้ข้าขยับกายบ้าง เลือดลมจะได้ไหลเวียนดี” “ก็เดินออกกำลังกายสิเพคะ” เขาส่ายหน้า แล้วก็กดจมูกเข้าที่กกหู ทำให้ร่า

  • บูรพาพ่ายบุปผา   บทที่ 26 รีบหาย

    “ชิงชาง พระชายาไปไหน” คนที่ตื่นมาไม่เห็นทั้งแม่และลูกก็เริ่มโวยวายทันที “ไม่ทราบพ่ะย่ะค่ะ” ชิงชางมุ่ยหน้า เขามีหน้าที่ตามพระชายาที่ไหนกันล่ะ วังหลังบุรุษทั่วไปก็ห้ามเพ่นพ่านเหมือนกับต้าเฉิงนั่นแหละ “ทำไมเจ้าไม่เฝ้าไว้” คนป่วยหงุดหงิดทันที เขาไม่อยากให้นางไปไหน อยากให้นางอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลา “ท่านอ๋อง...แม่นางอิงฮั่วของกระหม่อม ตอนนี้เป็นพระสนมเอกเหลียงอ๋องตั๋วลู่อันข่าน ท่านไม่ได้ความจำเสื่อมใช่หรือไม่” คนเป็นบ่าวอย่างเขาเริ่มชักปวดใจเสียแล้ว พอเริ่มหาย อาการวู่วามขี้โวยวายก็กลับมาทันที ตอนเจ็บทำไมหมอไม่ตัดนิสัยเอาแต่ใจส่วนนี้ไปด้วยนะ “เจ้า...ยอกย้อน ข้าหายเมื่อไหร่จ้าโดนแน่” “รีบหายเถอะพ่ะย่ะค่ะ อยากกลับต้าเฉิง ป่านนี้น้องนางของกระหม่อมถูกชายอื่นคาบไปแล้ว” ไอ้ห่วงนายก็ห่วงอยู่หรอก แต่ทว่ามันก็อยากห่วงบรรดาสาวงามที่นั่นด้วย “เจ้า...!” เสียงนายบ่าวทะเลาะกันออกไปด้านนอก เรียกรอยยิ้มให้กับคนที่กำลังมาถึง ตั๋วลู่อันข่านกับอิงฮั่วเดินเข้ามาด้านในเรือนพักรับรอง เห็นคนป่วยโวยวายก็คิดว่าใกล้จะหายแล้วกระมัง “ว่าอย่

  • บูรพาพ่ายบุปผา   บทที่ 25 พลังแห่งรัก

    สองมือของนางกุมประสานกับมือของเสวียตงซานไว้ นางเจ็บปวดใจนักเมื่อเห็นเขานอนนิ่งไม่ไหวติงเช่นนี้ คิดถึงยามเขาเจ้าเล่ห์กับนาง “เจ้าตายไม่ได้นะอ๋องโง่...ข้ายังไม่ได้แก้แค้นเจ้า” เสียงสั่นเครือของอิงฮั่ว ทำให้เสวียตงซานรู้สึกตัวเล็กน้อย มือเขาขยับ “เจ้า...ฟื้นแล้วใช่หรือไม่” นางตกใจเมื่อรู้สึกว่ามือเขาขยับ แต่ทว่าเมื่อมองอีกทีกลับมีแค่ร่างที่ไม่ไหวติงของเขานอนแน่นิ่งเท่านั้น “เจ้าหลอกข้า” นางตัดพ้อกับร่างที่ไร้สติของเขา หลอกให้นางดีใจ แล้วก็ไม่ขยับตัวเลยสักนิด นางเฝ้าเขาจนถึงเวลาให้นมกับตงหาน นางจึงลุกขึ้นแล้วให้นางกำนัลนำลูกเข้ามาในห้อง ที่นี่ล้วนมีแต่นางกำนัลที่ไว้ใจได้ของพระชายา และตั๋วลู่อันข่าน พวกที่พูดมากล้วนโดนกำจัดทิ้งหมดแล้ว นางนั่งให้นมลูกไปก็มองหน้าผู้เป็นบิดาของเขาไป “ตงหาน เจ้าต้องเรียกให้พ่อเจ้ากลับมา เหมือนที่เรียกแม่รู้หรือไม่” นางฝากความหวังไว้กับบุตรชายของตน เอง ต่อให้เขาร้ายเพียงใด ก็เป็นแค่แผนการที่เขาจัดฉากขึ้น ไม่ได้คิดร้ายกับนางจริง ๆ เมื่อรู้ความจริง นางก็น้อยใจอยู่บ้าง แต่ว่าไม่คิดโกรธเขาอีกแล

  • บูรพาพ่ายบุปผา   บทที่ 24 อยู่ห่าง ๆ อย่างห่วงๆ

    หลังจากส่งข่าวไปยังต้าเฉิงแล้ว เหลียงอ๋องตั๋วลู่ ก็เข้าไปดูอาการของเสวียตงซานทันที เมื่อเห็นสีหน้าของหมอหลวงก็ทำให้เคร่งเครียดลงไปอีก “เป็นอย่างไรบ้าง” “ท่านอันข่าน ตงชินอ๋องเสียเลือดมาก กระหม่อมเกรงว่า...” “รักษาให้ดี เอายาดีที่สุดของเรามา” “ธนูที่ปักร่างของตงชินอ๋อง อาบยาพิษด้วยพ่ะย่ะค่ะ” หมอหลวงกล่าว เพื่ออยากให้ทำใจ เพราะตอนมาถึงพิษเริ่มแล่นเข้าสู่หัวใจ ดีที่ท่านอ๋องกดจุดตัวเองได้ จึงยังประคองอาการมาถึงเมืองเหลียง “ไม่มีใครในแผ่นนี้เก่งเรื่องพิษมากกว่าต้าเหลียง จำไว้” ตั๋วลู่อันข่านเจ็บใจนัก ไม่คิดว่าเผ่าเหลียวนั้นลอบกัดมหามิตรของตนเองเช่นนี้ หลังจากฟังคำจากองครักษ์ส่วนตัวของตงชินอ๋อง และส่งข่าวไปเมืองหลวง คาดว่าอีกไม่นานกองทัพต้าเฉิงก็กรีฑาประชิดชายแดนทางเหนือ ขณะที่ภายในนั้นวุ่นวายกับการรักษาตัวของตงชินอ๋อง อิงฮั่วก็เดินอุ้มลูกมา แต่เมื่อพบชิงชางที่นั่งร้องไห้อยู่ด้านนอกก็ใจสั่นขึ้นมาทันที “ชิงชาง เจ้าร้องไห้ทำไม” “แม่นางอิงฮั่ว...ท่านอ๋อง...ฮึก...ฮึก...” “ท่านอ๋องเป็นอะไร” เสียงร้องไห้ของชิงชาง ทำใ

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status