เข้าสู่ระบบบานประตูไม้หนาหนักถูกจ๋าค่อย ๆ ผลักออกอย่างเบามือ ไอเย็นชืดพร้อมกลิ่นยาฆ่าเชื้อเข้มข้นลอยปะทะหน้า ฟางก้าวเท้าตามเข้าไปข้างในอย่างสั่นเกร็ง นัยน์ตาสองข้างเบิกกว้างสอดส่ายมองผ่านความสลัว ร่างบางที่นั่งอยู่บนเตียงเหล็กกลางห้องทำให้ฟางถึงกับหยุดชะงักกึก ลมหายใจสะดุดกักอยู่กลางอกหญิงสาวเจ้าของเรือนร่างคุ้นเคยในชุดผ้าปานสีฟ้าตัวใหญ่โคร่ง นั่งกอดเข่าชิดอกซุกหน้าลงกับท่อนขา ผมยาวที่เคยเงางามบัดนี้ยุ่งเหยิงพันกันเป็นก้อน ผิวพรรณผอมแห้งซูบซีดจนเห็นโหนกแก้มตอบชัดเจน ข้อมือเล็กกิ่วทั้งสองข้างมีร่องรอยรอยผื่นแดงหนาจากการถูกพันธนาการไว้กับสายรัดกุม“น้ำ...”เสียงเรียกของฟางแผ่วเบาจนแทบเป็นเสียงกระซิบ ร่างบางบนเตียงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ ดวงตากลมโตที่เคยสุกใสและเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ บัดนี้กลับเลื่อนลอย ไร้แววความทรงจำใด ๆ น้ำค้างเอียงมองฟางด้วยสีหน้าฉงนฉายชัด ก่อนจะแย้มยิ้มออกมาเป็นรอยยิ้มซื่อใส ไร้เดียงสาประดุจเด็กน้อยสิบขวบ รอยยิ้มที่แลกมาด้วยความแตกสลายทั้งชีวิต“พี่ตะวันเหรอ?... พี่ตะวันพาน้ำไปจับแมงปอแล้วเหรอ?” น้ำค้างเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงหวานใส ทว่าขอบตาแดงช้ำกลับเปียกชุ่มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลริน
“คุณน้ำครับ เสี่ยให้มารับตัวคุณน้ำครับ!”เสียงห้าวต่ำของชายหนุ่มร่างใหญ่ในชุดนักศึกษาที่แลดูไม่ค่อยจะกลมกลืนกับเครื่องแบบสักเท่าไหร่เอ่ยขึ้นด้วยท่าทางสุภาพ ส่งผลให้น้ำค้างซึ่งกำลังจะก้าวเท้าเดินออกจากประตูอาคารเรียนต้องชะงักหยุดลงทันควัน“อ้าว... ทำไมล่ะคะ? มีอะไรเหรอพี่เจิด?” น้ำค้างเอ่ยถาม คิ้วสวยขมวดเข้าหากันน้อย ๆ ดวงตากลมโตสุกใสจ้องมองหน้าชายหนุ่มร่างกำยำสองคนตรงหน้าด้วยความฉงนงงงวย“พวกผมสองคนไม่ทราบครับ เสี่ยบอกเพียงแค่ว่าให้มารับคุณน้ำที่มหาวิทยาลัยทันทีตอนเลิกเรียน” เจิดตอบด้วยท่าทีนอบน้อมอย่างมืออาชีพ ก่อนจะเบือนหน้าไปหาเพื่อนอีกคนที่ยืนหน้าตาเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์อยู่ข้างกาย“แล้วรถของน้ำล่ะคะ?” หญิงสาวถามต่ออย่างไม่เข้าใจในสถานการณ์“เดี๋ยวผมให้ไอ้สันขับกลับไปเก็บให้ครับ” เจิดบอกกับเธอพร้อมกับพยักพยักพเยิดไปทางคนข้าง ๆน้ำค้างไร้ทางเลือก คำสั่งของเสี่ยใหญ่คือสิ่งที่เธอต้องปฏิบัติตามอย่างไม่มีเงื่อนไข มือเรียวเล็กยื่นกุญแจรถยนต์ส่วนตัวส่งให้กับสัน ก่อนจะพยักหน้ารับคำเจิดเพื่อออกเดินทางไปแต่โดยดีโดยปราศจากการโต้แย้งรถตู้สีดำขลับคันหรูค่อย ๆ เคลื่อนตัวออกจากลานจอดรถของคณะอย่า
‘ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ! ตั่บ!’เสียงเนื้อกระทบเนื้อเร่งจังหวะซอยยิบดังระเบิดขึ้นท่ามกลางความเงียบยามค่ำคืน น้ำค้างเด้งสะโพกผายงอนยกสูงขึ้นบดรับการกระแทกกระทั้นอันดุดันจากเสี่ยใหญ่อย่างเร่งเร้า โคกเนินอวบอูมขึ้นสีแดงระเรื่อจากการปะทะปักรุกหนักหน่วง หยาดน้ำเยิ้มฉ่ำชโลมทั่วร่องรักคับแน่นที่ตอดขมิบระรัวถี่ สอดรับกับลำแท่งเนื้อยาวเหยียดปูดโปนซึ่งกระแทกเข้าออกจนสุดโคน“โอววว... จะแตกแล้ว... จะแตกแล้ว อ๊ากกกกส...”เสียงโอ้กยาวของเสี่ยดังขึ้นพร้อมกับอาการเกร็งกระตุก สะโพกแกร่งอัดบดเน้นลงบนโคกเนินอวบอูมของร่างงามด้านล่าง ชายผู้ทรงอิทธิพลกระหน่ำเอวเข้าใส่สองสามครั้งสุดท้ายเพื่อเค้นตัณหา ก่อนจะปลดปล่อยหยาดน้ำรักอุ่นร้อนพุ่งอัดฉีดเข้าสู่ส่วนลึกที่สุดของช่องทางสาว“โอววว เสียวสุด ๆ... อาาาา...”เขาพ่นลมหายใจยาวออกจากปาก ก่อนที่ร่างหนาฟุบลงทับอกอวบอิ่มของหญิงสาวอย่างหมดเรี่ยวแรง ลมหายใจอุ่นเป่ารดซอกคอขาวเนียน จมูกโด่งกดซุกไซ้ตามอารมณ์เสน่หาที่ยังคงตกค้างน้ำค้างนอนลืมตาโพลงจ้องมองเพดานห้องคอนโดมิเนียมหรู นัยน์ตากลมโตฉายแววโล่งอกเมื่อภารกิจบนเตียงอันดุเดือดในคืนนี้ผ่านพ้นไปเสียที มือเรียวเล็กของเธ
หนึ่งสัปดาห์ต่อมา...บรรยากาศภายในห้องคอนโดมิเนียมหรูย่านจตุจักรตึงเครียดหนักอึ้งจนน้ำค้างรู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อในอกซ้ายที่เต้นระรัวถี่เกร็ง เม็ดเหงื่อผุดซึมตามไรผมรอบกรอบใบหน้าสวยเนียนอย่างไม่อาจยับยั้ง แม้ลมเย็นจากเครื่องปรับอากาศจะเปิดแรงจนหนาวสั่น แต่ก็ไม่อาจดับความร้อนระอุของบรรยากาศอันคุกคามในยามนี้ได้เลยสักนิดแววตาสั่นระริกของหญิงสาวจ้องมองรูปถ่ายขนาด A4 ที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะกระจกทรงกลมตรงหน้าแน่นิ่ง ภาพชายหนุ่มอันเป็นรักเดียวของเธออย่างตะวันกับตัวเธอเองที่กำลังสวมกอดกันในห้องสมุดวันนั้น ถูกบันทึกไว้ทุกองศาอย่างชัดเจน ริมฝีปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น น้ำค้างก้มหน้าลงต่ำจนคางชิดอกด้วยความรู้สึกไร้ทางสู้ต่อเหตุการณ์ตรงหน้า“เสี่ยอยากรู้... ว่าไอ้นี่มันเป็นใคร!”น้ำเสียงเข้มคุกคามดังทรงพลังลอยมาจากปากของชายร่างใหญ่ที่ยืนเชิดหน้าอยู่ตรงข้ามเก้าอี้ที่เธอนั่ง เขาหรี่ตาแคบมองจ้องมาอย่างคาดคั้นและกดดันร่างบางนั่งตัวสั่นสะท้าน ริมฝีปากสั่นระริกด้วยความหวาดกลัวจนไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำใดออกมาได้ทันที“จะรับสารภาพออกมาเอง หรือจะให้ไปลากตัวมันมาถาม!”เสียงตะคอกคุกคามนั้นดังสนั่นจนน้ำค้างถึง
เสียงฮัมเบา ๆ ของเครื่องปรับอากาศภายในห้องสมุดศูนย์สารสนเทศขนาดใหญ่ดังสะท้อนแว่วมาเป็นระยะ สลับกับเสียงพลิกหน้ากระดาษหนังสืออย่างเบามือ ท่ามกลางบรรยากาศอันเงียบสงบ ตู้หนังสือสูงใหญ่ถูกจัดวางเรียงรายอย่างมีระเบียบทอดตัวเป็นแนวยาว ผู้คนที่เข้ามาใช้บริการส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาของมหาวิทยาลัยที่นั่งกระจายกันตามโต๊ะอ่านหนังสือ ต่างคนต่างจดจ่ออยู่กับตำราตรงหน้าโดยไม่มีใครสนใจใครทว่าตรงมุมหนึ่งของห้อง ตะวันกลับนั่งชะเง้อมองไปยังประตูทางเข้ากระจกบานใหญ่ด้วยความกระสับกระส่าย ตรงหน้าของเขามีหนังสือเล่มหนาวางกางทิ้งไว้ หากแต่สายตาและจิตใจกลับไม่ได้จดจ่อกับตัวอักษรบนหน้ากระดาษเลยสักนิด ความร้อนรนใจและความหวังพุ่งสูงขึ้นทุกวินาทีที่เข็มนาฬิกาเดินไปกระทั่งสายตาที่เฝ้ามองประตูทางเข้าประสานเข้ากับร่างของหญิงสาวสองคนที่ก้าวผ่านเข้ามา ทั้งคู่หยุดชะงักและเหลียวสายตามองไปรอบห้องสแกนหาใครบางคน ก่อนที่ดวงตากลมโตคู่สวยของคนหน้าจะสาดมาหยุดลงที่เขา...ดวงตาคู่นั้นสั่นระริกชะงักค้างไปชั่วขณะ ทันทีที่สายตาของน้ำค้างประสานเข้ากับนัยน์ตาสีเหล็กของชายหนุ่ม หัวใจดวงน้อยของเธอพลันกระตุกวูบ ความรัก ความโหยหา และความรู
“เมื่อกี้พี่พูดว่า... พี่รู้แล้วว่าน้องพลับเป็นลูกพี่งั้นเหรอ?”ฟางเบิกตากว้าง หันขวับมาจ้องมองใบหน้าของชายหนุ่มตรง ๆ ความตื่นตระหนกเปลี่ยนเป็นความคับแค้นใจอย่างรุนแรง เธอรู้สึกเหมือนมีก้อนแข็งวิ่งขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอ ความรู้สึกมากมายท่วมท้นไหลพุ่งเข้ามาในหัวจนต้องกัดฟันแน่นข่มความอัดอั้น น้ำตาแห่งความรันทดระคนโกรธเคืองรื้นขึ้นมาในดวงตากลมโต จนมองเห็นใบหน้าของวิศวกรหนุ่มตรงหน้าพร่าเลือนไปหมด“ทำไม! ทำไมพี่ถึงเพิ่งมารู้เอาป่านนี้!”ฟางจ้องมองเขาด้วยสายตาที่พร่าไปด้วยหยาดน้ำตา ก่อนที่หยดน้ำตาเม็ดโตจะไหลอาบลงบนสองแก้มเนียนอย่างไม่อาจยับยั้ง“พี่เป็นผัวประสาอะไร... ที่ปล่อยให้เมียตัวเองต้องลำบากเจียนตาย โดยที่ไม่คิดจะมาเหลียวแลมันเลยสักนิด!”ฟางระเบิดเสียงออกมาด้วยความแค้นเคืองแทนเพื่อนรัก ก่อนจะรีบลดระดับเสียงลงอย่างพยายามควบคุมสติ เมื่อเห็นพนักงานเคาน์เตอร์ด้านหลังหอพักเริ่มหันมามองคนทั้งคู่ด้วยความสงสัย“ไอ้น้ำมันทุกข์เหมือนตกอยู่ในขุมนรก! มันต้องดิ้นรนอุ้มท้องหาเงินรักษาแม่ หาเลี้ยงลูกคนเดียวลำพัง พี่รู้ไหมว่าตลอดเวลาที่ผ่านมามันต้องเจอกับอะไรมาบ้าง!” ฟางเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นพร่า ก่อนจ







