Se connecter“ไม่เกี่ยวกับแก!”เวินหร่านโต้ตอบกลับไปอย่างไม่เกรงใจแม้แต่น้อยเวินฉียืดอกขึ้น ทอดสายตามองเธอด้วยความยโสเหยียดหยาม “ก็เพราะฉันเป็นคนของตระกูลเวิน ส่วนแกมันก็แค่หมาจนตาจนที่สิ้นไร้ไม้ตอกไงล่ะ แบบนี้ยังจะบอกว่าไม่เกี่ยวกับฉันอีกไหม?”ริมฝีปากสีแดงสดของเวินหร่านกระตุกยิ้มเยาะทำราวกับว่าความเป็นคนตระกูลเวินมันยิ่งใหญ่เลิศเลอนักหนาอย่างนั้นแหละ“ตระกูลเวินน่ะ ฉันไม่ได้ต้องการตั้งนานแล้ว!”เวินหร่านสะบัดเรือนผม หมุนตัวเตรียมจะเดินจากไป“แล้วฟู่จิ่งเฉิงล่ะ?”เวินฉีเอ่ยถามขึ้นจากเบื้องหลังด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันในทันใดเวินหร่านชะงักเท้า หันกลับไปมองเธอก่อนจะยักไหล่อย่างไม่แยแส “ผู้ชายคนนั้น ถ้าอยากได้ก็เอาไปสิ”คนแบบนั้น เธอเลิกพิศวาสมาตั้งนานแล้ว!สีหน้าของเวินฉีชะงักค้างไป แน่นอนว่าเธอประหลาดใจอย่างบอกไม่ถูกตลอดเวลาที่ผ่านมา เหตุผลที่เธอคอยโปรยเสน่ห์ความสัมพันธ์คลุมเครือกับฟู่จิ่งเฉิง ก็เพราะเวินหร่านเพียงคนเดียวฟู่จิ่งเฉิงคือผู้ชายคนเดียวในบรรดาชายหนุ่มรอบกายเวินหร่านที่ไม่ชอบเธอทว่าเขากลับตกแต่งเป็นสามีเวินหร่านเสียได้ด้วยเหตุนี้ เธอจึงสามารถแย่งสามีของเวินหร่านได้อย่า
เกี่ยวกับลูกสาวคนเล็กคนนี้ เรื่องที่เขารู้เกี่ยวกับเธอนั้นมีอยู่อย่างจำกัดเขาเพียงแต่กำชับโม่เฉิน ผู้ช่วยมือขวาให้หาวิธีบีบบังคับให้เธอยอมสยบ ตอบรับการช่วยซางลี่รูคอยจับตาดูซางเลี่ยรุ่ย เพื่อให้การเจรจาความร่วมมือระหว่างพวกเขากับตระกูลซางดำเนินต่อไปได้หรือว่าโม่เฉินจะเริ่มเล่นงานจากเพื่อนสนิทที่ชื่อหลีลี่คนนี้กัน?ทว่าสำหรับเขาแล้ว เล่ห์กลอุบายใดล้วนไม่สำคัญสิ่งสำคัญมีเพียงผลลัพธ์เท่านั้นเวินหร่านไม่อาจยับยั้งความโกรธเกรี้ยวไว้ได้ “หนูสืบรู้มาแล้วว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับพ่อ”เขายังกล้าปฏิเสธไม่ยอมรับอีกเหรอ?เวินจี้หลี่กวาดสายตามองสำรวจเธอรอบหนึ่ง พลันนั้นสายตาก็แปรเปลี่ยนเป็นเฉียบคมกริบ“แกต้องการจะพูดอะไรกันแน่?”เวินหร่านสบตากับผู้เป็นพ่อโดยตรง “ปล่อยหลีลี่ไป! พ่อต้องการจะทำอะไร ก็มาลงที่หนูนี่ค่ะ!”“ได้!” เหนือความคาดหมายอย่างยิ่งที่เวินจี้หลี่กลับตอบรับคำอย่างง่ายดายหัวใจของเวินหร่านดิ่งวูบลงสู่ก้นบึ้งในชั่วพริบตาเธอรู้ดีว่าผู้เป็นพ่อไม่มีทางยอมตกลงง่ายดายถึงเพียงนี้ความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียวคือ...ผู้เป็นพ่อคงจะยิ่งทวีความโกรธเกรี้ยวขึ้นไปอีก“เรื่องที่ฉั
เวินหร่านรีบร้อนบากบั่นมาถึงบ้านตระกูลเวินด้วยความร้อนใจเพียงเข้ามาเธอก็พบเสิ่นอ้าวหลันผู้เป็นแม่ใหญ่กำลังนั่งจิบชาบนโซฟาอย่างสำราญอารมณ์โดยมีสาวใช้คนหนึ่งก้มลงคุกเข่าทาเล็บให้เธออยู่ข้าง ๆ พอเห็นเวินหร่าน เสิ่นอ้าวหลันก็ขมวดคิ้วฉับทันที “แกมาทำไม?”น้ำเสียงและสีหน้าของเธอเปี่ยมด้วยความรังเกียจเวินหร่านเอ่ยตอบด้วยสีหน้าราบเรียบ “หนูมาหาพ่อค่ะ”ในเมื่อตอนนี้เธอรู้แล้วว่า เหตุผลที่หลีลี่เพื่อนสนิทของเธอเจรจาความร่วมมือไม่สำเร็จนั้นเกี่ยวข้องกับตระกูลเวินเธอจึงจำเป็นต้องมาถามไถ่เรื่องราวจากผู้เป็นพ่อให้กระจ่างแจ้งเสิ่นอ้าวหลันเค้นเสียงหัวเราะอย่างเหยียดหยาม “ถ้าฉันจำไม่ผิด แกถูกไล่ออกจากตระกูลเวินไปแล้วไม่ใช่หรือไง”ในสายตาของเธอ เวินหร่านในเวลานี้ก็ไม่ต่างอะไรกับหมาจนตาจนที่สิ้นไร้ไม้ตอกไม่มีคุณสมบัติพอจะย่างก้าวเข้ามาในบ้านตระกูลเวินแม้เพียงครึ่งก้าวอีกต่อไปเวินหร่านสีหน้าเย็นชา “หากเลือกได้ หนูก็ไม่ได้อยากมาที่นี่นักหรอกค่ะ”เสิ่นอ้าวหลันชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะตวาดแผดเสียงทันที “ถ้าอย่างนั้นยังไม่รีบไสหัวไปอีก?”เวินหร่านตอบกลับ “พบคุณพ่อเสร็จเมื่อไหร่จะไปทันทีค่ะ
ตามด้วยเสียงดึงประตูปิดลงเบา ๆ เวินหร่านจึงยอมมุดหัวออกจากใต้ผ้าห่มเธอหนุนศีรษะลงบนหมอน ปล่อยให้ความคิดล่องลอยไปในความว่างเปล่าในหัวขบคิดเรื่องราวมากมายอยู่ครู่หนึ่งไม่รู้ว่าเวลาล่วงเลยไปนานเท่าไร ในที่สุดเธอจึงได้ก้าวเข้าสู่ห้วงความฝัน...เวินหร่านหลับสนิทรวดเดียวจนตะวันโด่งเมื่อได้นอนหลับเต็มอิ่ม ร่างกายและจิตใจก็กลับมาสดชื่นกระปรี้กระเปร่าอีกครั้งหลังจากจัดการล้างหน้าล้างตาเสร็จ เวินหร่านก็เดินลงมายังชั้นล่างทว่ากลับพบว่าซางเลี่ยรุ่ยยังคงอยู่ที่บ้านแผ่นหลังของเขายืนหันหลังให้เธอ ขณะกำลังคุยโทรศัพท์อยู่คล้ายว่าจะสัมผัสได้ถึงการเดินลงมาจากชั้นบนของเธอเขาจึงเหลียวหน้าหันกลับมามองทางเธอ...ประจวบเหมาะกับที่เวินหร่านเองก็กำลังทอดสายตามองเขาอยู่พอดีเมื่อสบสายตากันประกายไฟพลันสปาร์กเจิดจ้าทั้งสองต่างรู้สึกคล้ายกับถูกกระแสไฟฟ้าช็อตเข้าอย่างจังเวินหร่านเป็นฝ่ายถอนสายตากลับมาก่อนซางเลี่ยรุ่ยเองก็กดตัดสายโทรศัพท์ในเวลาเดียวกัน“ตื่นแล้วเหรอ? อาหารเช้าเตรียมไว้พร้อมแล้วนะ”เขาทอดสายตามองเธอด้วยความนุ่มนวลอ่อนโยน ก่อนจะพาเธอไปยังห้องอาหารเวินหร่านนั่งลงข้างโ
เธอรวดเดียวดื่มน้ำไปมากกว่าครึ่งแก้วพอวางแก้วลง เตรียมจะถอนหายใจแก้วในมือกลับถูกซางเลี่ยรุ่ยดึงออกไปเสียอย่างนั้น“คุณ...”เวินหร่านยังไม่ทันได้เอ่ยสิ่งใด ซางเลี่ยรุ่ยก็ดื่มน้ำที่เหลืออยู่ในแก้วจนหมดเวินหร่านรู้สึกพูดไม่ออกไปชั่วขณะและยิ่งรู้สึกประหลาดใจอย่างยิ่งการกระทำของเขาเช่นนี้ให้ความรู้สึกแก่เธอ ราวกับว่ากำลังละเลียดกินน้ำลายของเธออย่างไรอย่างนั้นเวินหร่านรู้สึกอึดอัดขัดเขินอย่างบอกไม่ถูก“คุณมาดื่มน้ำของฉันทำไมคะ?” เธอเอ่ยถามอย่างไม่พอใจนักซางเลี่ยรุ่ย “ผมก็หิวน้ำเหมือนกัน”เวินหร่าน “หิวน้ำคุณก็เทดื่มเองอีกแก้วสิคะ”ทำไมต้องมาดื่มแก้วเดียวกันกับเธอด้วย?ซางเลี่ยรุ่ยไม่ได้เอ่ยตอบคำถามของเธอท่ามกลางความมืดมิด เธอไม่อาจมองเห็นใบหน้าของเขาได้เด่นชัด ทว่ากลับสัมผัสได้ว่าสายตาที่เขาใช้จับจ้องเธอในเวลานี้ประกายยิ่งนักเธอฝืนยิ้มแห้ง ๆ มุมปากกระตุกเล็กน้อย “คุณปล่อยฉันก่อนค่ะ ฉันอยากกลับไปนอนแล้ว”ถือโอกาสช่วงที่ท้องฟ้ายังไม่สาง เธออยากจะกลับไปนอนต่ออีกสักตื่นสิ้นคำพูด ซางเลี่ยรุ่ยกลับช้อนเรือนร่างของเธอขึ้นอุ้มในท่าอุ้มแตงทันที“เอ๊ะ คุณจะทำอะไรน่ะ?”สองมื
ที่แห่งนี้คือห้องนอนของซางเลี่ยรุ่ยทั่วทุกแห่งล้วนอบอวลไปด้วยกลิ่นอายบุรุษเพศที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาเธอรู้สึกประดักประเดิดและไม่เป็นตัวของตัวเองราวกับกำลังร่วมเตียงเคียงหมอนอยู่กับซางเลี่ยรุ่ยอย่างไรอย่างนั้นเวินหร่านส่ายหัวไปมายับยั้งไม่ให้ตนเองคิดฟุ้งซ่านไปไกลกว่านี้ตอนนี้เธอต้องนอนหลับให้ได้อย่าคิดถึงเขาอีกเวินหร่านเฝ้าส่งสัญญาณสะกดจิตตัวเองซ้ำแล้วซ้ำเล่าไม่หยุดหย่อน...ซางเลี่ยรุ่ยเดินออกจากห้องนอน ทว่ากลับยืนนิ่งอยู่ตรงหน้าประตูบ้าน ไม่ยอมขยับเขยื้อนก้าวไปไหนแม้แต่ก้าวเดียวเพียงแค่คิดว่าในเวลานี้ เวินหร่านกำลังอยู่ในห้องของเขา หนุนหมอนของเขา ห่มผ้าห่มของเขา และนอนอยู่บนเตียงของเขาทั่วทั้งสรรพางค์กายของเขาก็กระตุกรุ่มร้อนขึ้นมาทันใดทั้งร่างเกิดความปรารถนาพลุ่งพล่านถึงขั้นต้องกลืนน้ำลายลงคอไปหลายต่อหลายอึกไม่รู้ว่าตอนนี้เวินหร่านกำลังคิดฟุ้งซ่านชวนฝันเหมือนกันกับเขาหรือไม่?หรือว่ายามนี้เธอได้เข้าสู่นิทราไปแล้ว?ซางเลี่ยรุ่ยพลันรู้สึกคอแห้งผากขึ้นมาอย่างฉับพลันไม่อาจยืนทอดถอนอารมณ์อยู่หน้าประตูต่อไปได้อีกแล้วเขาหวั่นเกรงว่าตนเองจะหักห้ามใจไว
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก







