LOGINเวินหร่านมองสบสายตาลึกล้ำและดุดันราวกับพายุคลั่งที่ทอดมองลงมาบนร่างของเธอซางเลี่ยรุ่ยโน้มตัวลงกระซิบชิดหูเธอ “สิ่งที่สำคัญไม่ใช่ว่าคุณกำลังแอบลอบคบหากับผมลับหลังเขาหรอกหรือ?”ร่างของเวินหร่านแข็งทื่อไปชั่วขณะเธอกำลังแอบคบหากับเขาโดยปิดบังฟู่จิ่งเฉิงอยู่จริง ๆ เสียด้วยแต่ประเด็นสำคัญก็คือ เธอหย่ากับฟู่จิ่งเฉิงไปแล้วต่างหากดังนั้นตอนนี้เธอจะไปข้องเกี่ยวกับใคร มันย่อมเป็นอิสระของเธอ!“ฉัน...”เวินหร่านอ้าปากเตรียมจะโต้กลับ ทว่าซางเลี่ยรุ่ยกลับใช้ปลายนิ้วเชยคางเธอขึ้นมาเสียก่อนริมฝีปากบางของเขาประทับลงมาปิดเรียวปากเธออีกครั้ง กลืนคำพูดทุกอย่างให้กลับลงไปในลำคอแต่แล้วคราวนี้ เขากลับเปลี่ยนมาจูบเธอด้วยความใจเย็นและอ่อนโยนไม่รีบร้อนแต่อย่างใดราวกับไม่ใส่ใจเลยว่าเบื้องหลังบานประตูนี้ ยังมีผู้ชายอีกคนอยู่ห่างไปแค่เอื้อมคนที่ได้ชื่อว่าเป็น “สามี” ตามในนามของเธอเวินหร่านเบิกตากว้างดิ้นรนขัดขืนด้วยความตื่นตระหนกไม่เคยคิดฝันมาก่อนเลยว่าซางเลี่ยรุ่ยจะจูบเธอในสถานการณ์ชวนระทึกใจเช่นนี้นี่มันตื่นเต้นเร้าใจเกินไปแล้ว!ตื่นเต้นจนเธอแทบจะทานทนไม่ไหว!มือข้างหนึ่งของซางเลี่ย
เขากระชับเอวของเธอให้มั่นคงดึงรั้งร่างเธอให้แนบชิดติดกับตัวเขาทว่าผ่านไปไม่นานนัก ด้านนอกก็มีเสียงฝีเท้าดังขึ้นมาอย่างกะทันหันคล้ายกับว่ากำลังจะมีใครสักคนเดินเข้ามาเข้าห้องน้ำเดิมทีเวินหร่านก็ตื่นตระหนกจนขวัญหนีดีฝ่ออยู่แล้วซ้ำร้ายเธอยังได้ยินเสียงคนตะโกนเรียกชื่อผู้ที่มาใหม่ว่า“ฟู่จิ่งเฉิง!”หัวใจของเธอสะดุ้งวาบขึ้นมาทันทีไม่นะ?คาดไม่ถึงเลยว่าจะเป็นฟู่จิ่งเฉิงเสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ ทำให้เวินหร่านยิ่งตื่นตระหนกตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเธอรู้ตัวว่าไม่อาจอยู่ที่นี่ต่อได้อีกแล้ว จึงรีบผลักเขาออกแล้วเตรียมจะพุ่งพรวดหนีออกไปทว่ามือของเธอยังไม่ทันจะได้แตะโดนลูกบิดประตูซางเลี่ยรุ่ยก็คว้าตัวเธอดึงกลับมาเสียก่อน“จะรีบออกไปทักทายสามีของคุณเหรอ?”เส้นเลือดขมับของเวินหร่านกระตุกวูบ“...”ทักทายบ้าอะไรเล่าจะเป็นไปได้ยังไงกัน?“เสื้อผ้าของคุณรุ่งริ่งขนาดนี้ ไม่กลัวเขาเห็นแล้วจะเกิดสงสัยหรือไง?”ซางเลี่ยรุ่ยยังคงเอ่ยหยอกเย้าด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะพูดจบเขาก็ช่วยจัดระเบียบเสื้อผ้าให้เธออย่างเอาใจใส่พอจัดการเสร็จเรียบร้อย เวินหร่านก็เตรียมจะวิ่งหนีต่อแต่ครา
กลิ่นอายคุ้นเคยจากตัวชายหนุ่มโอบล้อมรอบกายเธอเธอได้สติขึ้นมาในทันทีว่าเขาคือซางเลี่ยรุ่ยเวินหร่านดิ้นรนขัดขืนโดยอัตโนมัติ“ปล่อยฉันนะ!”งานศพยังไม่ทันเสร็จสิ้น เขาลากเธอมาที่ห้องน้ำชายทำไมกัน?ไม่กลัวคนอื่นพบเห็นเข้าหรือไง?เสี้ยววินาทีต่อมา ซางเลี่ยรุ่ยก็ก้มหน้าลงประกบจูบเรียวปากนุ่มสีแดงสดของเธอทันทีดวงตากลมโตของเวินหร่านเบิกกว้างเธอหงายลำคอไปด้านหลังโดยสัญชาตญาณเพื่อปฏิเสธจูบนี้ทว่าชายหนุ่มกลับใช้มือประคองท้ายทอยของเธอไว้ แล้วบดขยี้จูบให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นขนตาของเธอสั่นระริก สบเข้ากับนัยน์ตาดำขลับราวดิ่งลึกก้นบึ้งของเขามันลึกล้ำเสียจนน่ากลัว ทั้งยังแฝงไว้ด้วยความรู้สึกการเป็นเจ้าเข้าเจ้าของที่รุนแรงและเอาแต่ใจเธอยกสองมือดันแผงอกของชายหนุ่มไว้ พยายามจะผลักเขาออกทว่าซางเลี่ยรุ่ยกลับจู่โจมจุมพิตอย่างดุดันและเร่าร้อนเธอผลักเขาออกไม่ไหวซ้ำยังถูกเขาจูบจนเนื้อตัวอ่อนปวกเปียกไปหมดสุดท้ายทำได้เพียงเกาะเกี่ยวแผ่นหลังของเขาไว้แน่นไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าใด ซางเลี่ยรุ่ยถึงยอมผละริมฝีปากออกเขาก้มหน้าลง ใช้ริมฝีปากเย็นเฉียบคลอเคลียอยู่บริเวณใบหูและท้ายทอยที่เย็นเยีย
เขายืนสงบนิ่งไว้อาลัยหน้าภาพถ่ายของผู้ล่วงลับเป็นเวลาหนึ่งนาที ก่อนจะเดินตรงไปหาครอบครัวของผู้เสียชีวิตเก๋อลานจวินเสียใจจนแทบยืนไม่ไหว เธอจึงทำได้เพียงนั่งอยู่บนเก้าอี้ส่วนฟู่เจิ้งหยวนยังพอประคับประคองตัวไหว แต่ก็ต้องอาศัยการจับพนักเก้าอี้ไว้จึงจะพอควบคุมอารมณ์ให้สงบได้“ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ”ซางเลี่ยรุ่ยเดินมาหยุดตรงหน้าพวกเขากล่าวด้วยเสียงทุ้มต่ำยื่นไปจับมือกับฟู่เจิ้งหยวนเก๋อลานจวินเริ่มส่งเสียงสะอื้นไห้ออกมาอีกครั้งซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยปลอบโยนสองสามคำ ก่อนจะเดินไปจับมือกับสมาชิกในครอบครัวตระกูลฟู่คนอื่น ๆ ทีละคนเวินหร่านในชุดกระโปรงสีดำสนิท ยืนอยู่บริเวณท้ายแถวของเครือญาติตระกูลฟู่เธอสวมชุดเดรสยาวสีดำ รวบผมขึ้นเรียบร้อย และไม่ได้เอ่ยปากใด ๆ ออกมาเลยทั่วทั้งร่างดูเงียบงันและสงบเสงี่ยมเป็นพิเศษซางเลี่ยรุ่ยเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ พร้อมกับยื่นมือข้างหนึ่งออกมาวินาทีที่เวินหร่านเห็นเขา เธอก็ชะงักไปเล็กน้อยคาดไม่ถึงเลยว่าเขาจะมาด้วย?วันนี้ซางเลี่ยรุ่ยสวมชุดสูทสีดำรุ่นลิมิเต็ดอิดิชันเครื่องหน้าโดดเด่น รูปร่างสูงสง่าให้ความรู้สึกเยือกเย็นและสูงส่งในเวลาเดียวกันเ
“ขอโทษด้วยค่ะคุณหนูรอง มือฉันลื่นไปหน่อยค่ะ!”สาวใช้คนนั้นรีบก้มหน้าเอ่ยขอโทษด้วยน้ำเสียงสั่นเครือทันทีขณะที่โจวลี่จวนซึ่งนั่งมองอยู่ด้านข้างกลับแสร้งทำเป็นเอ่ยดุด่าเสียงเขียว “เธอทำอีท่าไหนเนี่ย? เรื่องแค่นี้ก็ยังทำพังไม่เป็นท่า!”เวินหร่านย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่าหากไม่ใช่เพราะคำสั่งของโจวลี่จวน สาวใช้ไม่มีทางกล้าลงมือทำเรื่องแบบนี้แน่เห็นได้ชัดว่าโจวลี่จวนทั้งโกรธทั้งริษยาที่เมื่อครู่ฟู่จิ่งเฉิงลุกขึ้นมาออกหน้าปกป้องเธอ จึงตั้งใจใช้วิธีนี้เพื่อตบหน้าสั่งสอนให้เธอเกรงกลัวเสียหน่อยทว่ากลับพอเหมาะพอเจาะ เพราะเธอกำลังหาข้ออ้างปลีกตัวออกไปจากตรงนี้อยู่พอดี“ไม่เป็นไรค่ะ งั้นหนูขอตัวไปจัดการทำความสะอาดก่อนนะคะ! ห้องพักของหนูคืนนี้อยู่ห้องไหนคะ?”ยามที่อดีตสามีพาเธอกลับมาค้างที่บ้านใหญ่ตระกูลฟู่ เธอมักจะจัดให้ไปนอนพักที่ห้องรับแขกเสมอหากค่ำคืนนี้มีข้อยกเว้นอื่นใด เกรงว่าโจวลี่จวนคงยิ่งรู้สึกโกรธเกรี้ยวขึ้นไปอีกเป็นแน่อีกอย่าง ตัวเธอเองก็ไม่ได้มีความประสงค์อยากจะร่วมห้องกับฟู่จิ่งเฉิงอยู่แล้วเป็นไปตามคาด ทันทีที่โจวลี่จวนได้ยินว่าเวินหร่านยังคงเจียมเนื้อเจียมตัว เลือกที่จะไปนอนพ
แม้ว่าโจวลี่จวนจะเห็นหน้าเธอ แต่ก็ยังคงตีสีหน้าเย็นชาใส่เช่นเคยตลอดมื้ออาหาร แทบจะทำราวกับเธอกลายเป็นธาตุอากาศที่ไร้ตัวตนเอาแต่คอยตักอาหารใส่จานให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอย่างฟู่จิ่งเฉิงไม่หยุด พร้อมเอ่ยพะเน้าพะนอแสดงความห่วงใยในฐานะคนเป็นแม่เวินหร่านเห็นจนชินตาและคุ้นชินกับเรื่องพวกนี้มานานแล้วตอนที่เธอแต่งงานเข้ามาเป็นสะใภ้บ้านตระกูลฟู่ภายใต้การปกครองของโจวลี่จวนร่วมปีกว่ามีครั้งไหนกันเล่าที่โจวลี่จวนจะเห็นหัวเธอ ในสายตาของอีกฝ่ายมีเพียงลูกชายสุดที่รักคนนี้คนเดียวเท่านั้นเวินหร่านจึงทำได้เพียงก้มหน้าก้มตารับประทานอาหารเงียบ ๆ ตั้งใจว่าทานเสร็จก็จะรีบปลีกตัวออกไปทันทีใครจะรู้ว่าขณะที่โจวลี่จวนกำลังพูดคุยพะเน้าพะนอกับลูกชายอยู่พักหนึ่ง จู่ ๆ ก็หันมาเล่นงานพุ่งเป้าใส่เธอโดยตรง“เวินหร่าน ช่วงนี้เธอยุ่งนักหรือไง? งานศพพี่ชายของจิ่งเฉิง คนในบ้านต่างก็ช่วยกันจัดเตรียมกัน แต่ทำไมถึงไม่เห็นแม้แต่เงาหัวของเธอเลยล่ะ?”โจวลี่จวนเอ่ยปากตำหนิด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ ความขัดเคืองฉายชัดบนใบหน้าอย่างปิดไม่มิดเวินหร่านรู้ดีว่าอีกฝ่ายตั้งใจใช้เรื่องนี้เป็นข้ออ้างเพื่อหาเรื่องจับผิดและเล่นงาน
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส
เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปล
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก







