LOGINตอนที่เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ก็เป็นเวลาเที่ยงวันเข้าไปแล้วเวินหร่านรู้สึกราวกับว่าร่างกายทั้งร่างเพิ่งถูกรถบรรทุกทับมาอย่างไรอย่างนั้น ทั้งระบมทั้งปวดร้าวไปหมดเธอพยุงตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากลำบาก ใช้มือประคองเอวที่ปวดเมื่อยเดินลงจากเตียงจากนั้นก็หยิบเสื้อเชิ้ตสีขาวที่วางอยู่ข้างเตียงมาสวมใส่ แล้วเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟันตอนที่ซางเลี่ยรุ่ยเดินเข้ามา ก็เห็นเวินหร่านสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวของเขายืนแปรงฟันอยู่ข้างอ่างล้างหน้าพอดีมุมปากของเขาอดไม่ได้ที่จะกระตุกยิ้มขึ้น ก้าวขายาว ๆ ตรงเข้าไปหาเธอโอบกอดรอบเอวบางที่บอบบางจนแทบจะกำรอบได้จากด้านหลัง กลิ่นอายความเป็นชายที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาโอบล้อมเธอไว้ทุกทิศทางเวินหร่านสะดุ้งสุดตัวการกระทำในการแปรงฟันชะงักงันลงทันทีเขาทำแบบนี้แล้วเธอจะแปรงฟันต่อได้ยังไงกันเล่า?“ให้ช่วยแปรงให้ไหม?”ซางเลี่ยรุ่ยใช้มือซ้อนทับมือข้างที่ถือแปรงสีฟันของเธอจากด้านหลัง แล้วเอ่ยถามเบา ๆ ที่ข้างหูใบหน้าสวยของเวินหร่านขึ้นสีแดงก่ำส่ายหัวปฏิเสธทันที “ไม่ต้องค่ะ ฉันทำเองได้!”ซางเลี่ยรุ่ยไม่ได้ยอมปล่อยมือ ซ้ำยังช่วยเธอแปรงฟันต่อจากด้า
ธาตุแท้ของเขาถูกเปิดเผยต่อหน้าเธอจนหมดเปลือกแล้ว“นายไม่กลัวว่าถ้าทำฉันตาย แล้วนายจะไม่มีวันหาตัวเธอเจออีกตลอดไปเหรอ?” เวินฉีเม้มหมัดแน่น เอ่ยข่มขู่ลอดไรฟันฟู่จิ่งเฉิงแค่นหัวเราะอย่างเย็นชา “เธอคิดว่าฉันรู้ได้จากปากเธอคนเดียวเท่านั้นหรือไง?”เขาส่งคนออกไปสืบเรื่องนี้ตั้งนานแล้วผลลัพธ์น่าจะรู้ได้ในเร็ว ๆ นี้หัวใจของเวินฉีกระตุกวูบ “ในเมื่อนายมีช่องทางอื่นในการสืบรู้อยู่แล้ว แล้วทำไมถึงต้องมาบีบให้ฉันพูดด้วยล่ะ?”แววตาของฟู่จิ่งเฉิงฉายแววดุร้ายอำมหิต “ฉันกำลังให้โอกาสเธอยังไงล่ะ มองไม่ออกหรือไง?”เวินฉี “...”นี่มันโอกาสบ้าบออะไรกัน?เห็นชัด ๆ ว่าหาข้อทรมานเธออ้อม ๆ ต่างหาก...พริบตาเดียวก็ถึงวันเกิดของซางเลี่ยรุ่ยฉินเยว่เชาจงใจเรียกตัวเขาออกมา นัดหมายเพื่อนสนิทในวัยเด็กกลุ่มหนึ่งมารับประทานอาหารร่วมกันบรรดาผู้ชายพวกนี้ไม่ค่อยถือสาเรื่องพิธีรีตอง และต่างก็ไม่ได้เตรียมของขวัญวันเกิดอะไรมาเลยโชคดีที่ซางเลี่ยรุ่ยก็ไม่ได้คาดหวังอะไรอยู่แล้วเช่นกันที่จริงการที่เขายอมมาปรากฏตัวที่นี่ ก็ถือว่าให้เกียรติฉินเยว่เชามากพอแล้วในหัวของเขายามนี้มีแต่เรื่องของเวินหร่านเต็มไปหมด
“นี่มันอะไร?”เวินฉีหยิบทะเบียนหย่าเล่มนั้นขึ้นมาเปิดดูสีหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง“ทะเบียนหย่าของนายกับเวินหร่านเหรอ?”ฟู่จิ่งเฉิงจ้องมองเธอ “ฉันหย่ากับเธอแล้ว ตอนนี้จะบอกเบาะแสของเจ้าของผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นได้หรือยัง”เวินฉีมองทะเบียนหย่าในมือด้วยความไม่อยากจะเชื่อรวดเร็วขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยเขากับเวินหร่านหย่ากันเร็วกว่าที่คิดไว้ขนาดนี้จริง ๆ งั้นเหรอ?ในเมื่อตอนนี้ฟู่จิ่งเฉิงก็เป็นทายาทตระกูลฟู่แล้ว เวินหร่านยังจะตัดใจหย่ากับเขาลงอีกเหรอ?อย่างน้อยที่สุดเวินฉีก็คนหนึ่งล่ะที่ไม่เชื่อเธออดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าทะเบียนหย่าเล่มนี้เป็นของปลอมเวินฉีเอ่ยท้วงขึ้นมาอย่างรวดเร็ว “นายหลอกฉันใช่ไหมล่ะ? ทะเบียนหย่าเล่มนี้เป็นของปลอมใช่ไหม?”ฟู่จิ่งเฉิงหุบยิ้มทันที ใบหน้าพลันถมึงทึงลงทันที “ถ้าเธอไม่เชื่อ ก็ไปให้คนช่วยเช็กที่สำนักงานทะเบียนราษฎร์ดูสิ!”เวินฉีชะงักงันไปคำพูดประโยคนี้ของเขาก็เท่ากับเป็นการยืนยันว่าทะเบียนหย่านี้เป็นของจริงหรือว่าเขากับเวินหร่านจะหย่ากันจริง ๆ แล้ว?“นายไม่ต้องการเวินหร่านแล้วจริง ๆ เหรอ?”เวินฉีอดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีใจขึ้นมาหากทะเบียนหย่าเล่มนี้เ
ล้อกันเล่นน่า เขาเปย์ให้เธอทั้งแบรนด์เลยนะเนี่ยของขวัญชิ้นใหญ่เบ้อเริ่มขนาดนี้ แล้วหลังจากนี้เธอจะเอาอะไรไปใช้คืนเขาไหว?ซางเลี่ยรุ่ยหรี่ตาลงเล็กน้อย “ถ้าคุณเกรงใจจริง ๆ ลองเปลี่ยนมาพิจารณายกระดับความสัมพันธ์ของเราให้ลึกซึ้งขึ้นดูสิ”เวินหร่านชะงักงันไปทันที“หา?”เธอแทบไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเขากลับบอกว่า อยากจะพัฒนาความสัมพันธ์กับเธอให้ลึกซึ้งขึ้นงั้นเหรอ?เขาหมายความว่าอยากจะขยับความสัมพันธ์ไปในทิศทางไหนกันแน่?“คุณค่อย ๆ คิดดูก็ได้!”ซางเลี่ยรุ่ยกระตุกมุมปากได้รูป เอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนหลังจากวางสาย เขายังคงทอดสายตามองหน้าจอโทรศัพท์พร้อมรอยยิ้มเจืออยู่ในแววตาเหล่าผู้บริหารระดับสูงที่กำลังประชุมผ่านวิดีโออยู่กับเขา ต่างพากันหันมองหน้ากันเลิกลั่กนี่มันผิดปกติเกินไปแล้วจริง ๆทำไมจู่ ๆ บอสของพวกเขาถึงได้ยิ้มออกมาซะเคลิ้มขนาดนั้นได้ล่ะเนี่ย?...เวินฉีกับเสิ่นอ้าวหลันเพิ่งเดินออกมาจากห้างสรรพสินค้ารถเบนท์ลีย์คันคุ้นเคยก็ขับมาจอดตรงหน้าพวกเธอกระจกรถเบาะหลังลดลงเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาที่ฉายแววดุร้ายและเจ้าเล่ห์ของฟู่จิ่งเฉิงทันทีที่เวินฉีเห็นหน้าเขาก็อด
“เวินหร่าน เดี๋ยวนี้กล้าคิดจะลงมือกับฉันแล้วงั้นเหรอ?”เสิ่นอ้าวหลันถลึงตามองเธอด้วยแววตาดุดันมุมปากของเวินหร่านยกขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา “ฉันกลัวมือตัวเองจะเปื้อนต่างหาก!”เสิ่นอ้าวหลันโมโหจนแทบจะช็อกคาที่เวินฉีฉวยโอกาสก้าวขึ้นมาทำทีเป็นปกป้องอยู่หน้าเสิ่นอ้าวหลัน“เวินหร่าน แกพูดจากับแม่ฉันแบบนี้ได้ยังไง?”เวินหร่านเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก “ที่นี่ไม่ใช่บ้านตระกูลเวิน! ไม่ใช่ที่ที่พวกเธอจะมากร่างได้!”พูดจบเธอก็หันไปมองผู้จัดการที่ยืนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับยื่นบัตรธนาคารของตัวเองออกไป “คุณผู้จัดการจ้วงใช่ไหมคะ? ชุดนี้ฉันเอาค่ะ!”ผู้จัดการรีบพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มเอาอกเอาใจ “ครับ ท่านประธาน!”เวินหร่านสะบัดผมยาวของตัวเองเบา ๆ ก่อนจะหันกลับไปมองสองแม่ลูกเสิ่นอ้าวหลันและเวินฉี “ต่อไปร้านของเราไม่ต้อนรับสองคนนี้!”“ค่ะ!”“เวินหร่าน กล้านักนะ!”เวินฉีโกรธจนใบหน้าบิดเบี้ยวส่งเสียงตะคอกออกมาเสียงดังเสิ่นอ้าวหลันโกรธแค้นเสียจนแทบจะใช้สายตาคว้านเนื้อเธอลึกเป็นรูทว่าผู้จัดการจ้วงกลับเรียก รปภ. มาเชิญสองแม่ลูกออกไปจากร้านของพวกเขาเรียบร้อยแล้วหลังจากนั้นไม่นานเวินหร่านก็เ
มิฉะนั้นเธอก็คงจะแจ้งความแล้ว“รับทราบครับ!”ผู้จัดการจ้วงพยักหน้า ก่อนจะเดินตรงเข้าไปหาเวินหร่านอย่างฉับพลันสิ่งที่ทำให้ทุกคนคาดไม่ถึงก็คือ...เขากลับโค้งคำนับให้เวินหร่าน“ขออภัยด้วยครับ สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อสักครู่ ผมต้องขอโทษคุณอย่างเป็นทางการด้วยครับ”เสิ่นอ้าวหลันและเวินฉีสองแม่ลูกถึงกับมึนงงไปชั่วขณะผู้จัดการคนนี้เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า?เขากลับขอโทษเวินหร่านเนี่ยนะ?เวินหร่านเองก็ตกตะลึงอยู่บ้างเช่นกันคาดไม่ถึงว่าผู้จัดการร้านแห่งนี้จะให้ความเคารพเธอขนาดนี้?ปฏิกิริยาแรกในใจคือ เขาจำคนผิดหรือเปล่า?ผู้จัดการร้านเองก็คิดเช่นนั้นเช่นกันเธอรีบก้าวขึ้นไปเตือนสติ “ผู้จัดการคะ สองท่านนี้ต่างหากที่เป็นคุณหนูใหญ่เวินและคุณนายเวิน!”ผลปรากฏว่าผู้จัดการจ้วงกลับชี้หน้าเธออย่างไร้เยื่อใย “เธอถูกไล่ออกแล้ว!”ผู้จัดการร้านตกใจจนสะดุ้ง แทบไม่เชื่อหูตัวเอง “อะไรนะคะ? ผู้จัดการคะ ฉัน... ทำอะไรผิดคะ?”ผู้จัดการจ้วง “ประพฤติตัวล่วงเกินผู้มีอำนาจเหนือกว่า!”ผู้จัดการร้านทำหน้าฉงน “ฉันไปล่วงเกินผู้มีอำนาจตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ?”ผู้จัดการจ้วง “เธอแสดงท่าทีไม่เคารพเจ้าของร
เวินหร่านเดินออกจากห้องตรวจ รับยา แล้วรีบเดินออกจากโรงพยาบาลไปพอนึกถึงภาพในห้องตรวจเมื่อครู่ ที่ถูกหมอผู้ชายคนหนึ่งสั่งให้ถอดกางเกง เพื่อตรวจให้เธอเธอก็อดไม่ได้ที่จะหน้าแดงก่ำไปถึงใบหูถ้าเรื่องนี้แพร่งพรายออกไป เธอคงไม่มีหน้าไปพบใครแน่ ๆวันหลังเธอต้องหาหมอผู้หญิงเท่านั้น จะไม่ยอมให้ผู้ชายแปล
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้




![บอสขาอย่าหื่น [ซีรี่ส์ภาคต่อ บอสขาอย่าอ่อย]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


