LOGINสองคนนั้นยังจะง่วนอยู่ตรงนั้นอีกนานแค่ไหนกัน?ก็แค่ท่าสวิงกอล์ฟท่าเดียวไม่ใช่หรือไงฉินเยว่เชาถึงขั้นต้องสอนนานขนาดนั้นเลยหรือไง?เมื่อก่อนไม่รู้ตั้งกี่คนที่เสนอตัวเข้ามาขอให้สอน แต่ฉินเยว่เชากลับไม่เคยสนใจจะแยแสสักคนทำไมพอเจอเวินหร่าน ถึงได้กระตือรือร้นขนาดนี้ขึ้นมาได้?หรือว่า...เขาก็ตกหลุมรักเวินหร่านด้วยเหมือนกัน...ซางเลี่ยรุ่ยหรี่ตาลงเล็กน้อยความคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่างแล่นเข้ามาในหัวอย่างรวดเร็วดวงตาดำคล้ำอดไม่ได้ที่จะจดจ้องไปที่ร่างกายของทั้งสองซึ่งแนบชิดกันเกินไปคิ้วขมวดแน่นขึ้นเรื่อย ๆ ความหงุดหงิดตึงเครียดสายหนึ่งที่ไร้สาเหตุพลันผุดขึ้นมาในใจเดิมทีเขาก็พยายามอดทนอดกลั้นอย่างที่สุดแล้วที่จะไม่มองเธอที่จะไม่สนใจเธอและยิ่งจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเธออีกทว่าในเวลานี้ ดูเหมือนเขาจะไม่สามารถสะกดข่มมันเอาไว้ได้อีกต่อไปแล้วสีหน้าของซางเลี่ยรุ่ยมืดมนลงริมฝีปากบางยืดตรงเป็นเส้นเดียวทั่วทั้งร่างแผ่รังสีอันน่าอึดอัดเยือกเย็นออกมา...“ประธานฉิน แฟนสาวที่คุณพามาด้วยวันนี้สวยมาก แถมยังดูมีสง่าราศี เอาชนะแฟนเก่า ๆ ของคุณได้ขาดลอยเลยครับ”ใครคนหนึ่งสังเ
เขาเห็นเวินหร่านได้ในทันทีที่สายตาทอดผ่านทว่าเขากลับไม่ได้เอ่ยทักทายเธอและไม่ได้ประสานสายตากับเธอเหมือนเช่นแต่ก่อนกระทั่งเบือนสายตามามองเธอเพิ่มอีกสักแวบหนึ่ง ก็ยังไม่มีเลยด้วยซ้ำหากจะบอกว่าภายในใจของเวินหร่านไม่ได้รู้สึกเคว้งคว้างผิดหวังเลยแม้แต่น้อย ก็คงจะเป็นไปไม่ได้ทว่าเธอเป็นคนเอ่ยปากปฏิเสธเขาเองกับปากเป็นคนยืนกรานว่าจะไม่ขอคบหากับเขาแล้วยามนี้ เธอจะมีสิทธิ์อะไรไปนึกแง่งอนเขาเล่า?เวินหร่านลอบถอนหายใจยาว ก่อนจะชักสายตากลับมาซางเลี่ยรุ่ยพร้อมด้วยกลุ่มคนที่อยู่ข้างกายเดินตรงเข้ามาทางพวกเธอแล้วคนเหล่านั้นต่างทยอยเอ่ยทักทายฉินเยว่เชาอย่างเป็นกันเองหลังจากนั่งลงพักผ่อน กลุ่มคนเหล่านี้ก็เริ่มเปิดฉากพูดคุยเจรจาธุรกิจกันลูกค้าที่ฉินเยว่เชานัดเวินหร่านมาพบในวันนี้ ก็ปะปนอยู่ในกลุ่มคนเหล่านี้ด้วยเช่นกันเขาเริ่มเปิดบทสนทนาพูดคุยกับลูกค้ารายนั้นอย่างเป็นทางการส่วนเวินหร่านก็คอยยืนเคียงข้างพวกเขาตลอดเวลาทว่าเธอสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวอย่างเห็นได้ชัดเพราะซางเลี่ยรุ่ยกำลังนั่งอยู่ห่างจากพวกเธอไปไม่ไกลนักแสงแดดฉายกระทบใบหน้าของเขา โครงหน้าที่ล้ำลึกงดงามนั้น ยิ่งเพิ
เขาพร้อมที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อเธออย่างนั้นเหรอ?นี่นับว่าเป็นคำสารภาพรักที่โรแมนติกที่สุดเลยก็ว่าได้เพราะการที่ผู้ชายคนหนึ่งยินยอมจะปรับเปลี่ยนตัวเองเพื่อผู้หญิงสักคนนั้น มันยากเย็นแสนสาหัสเหลือเกินทว่า...“ฉันไม่ต้องการค่ะ!”เวินหร่านเอ่ยปฏิเสธกลับไปโดยไม่ลังเลเลยสักนิด“คุณไม่จำเป็นต้องมาเปลี่ยนแปลงอะไรเพื่อฉันหรอกค่ะ!”ยิ่งไปกว่านั้น เขาก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงอะไรได้อยู่แล้วเรื่องบางเรื่อง ถูกกำหนดเอาไว้ตั้งแต่แรกเริ่มแล้วไม่เหมาะก็คือไม่เหมาะระหว่างเธอกับเขาถูกกำหนดไว้แล้วว่าจะต้องไม่มีบทสรุปอันงดงามซางเลี่ยรุ่ยจ้องมองเธอด้วยสายตาล้ำลึกเนิ่นนานเพียงคำพูดนี้หลุดออกจากปากเธอ เขาก็เข้าใจความหมายของเธออย่างถ่องแท้แล้วแม้จะผิดหวัง แม้จะปวดร้าวใจเพียงใดทว่าเขาก็ยังคงพยายามข่มอารมณ์เอาไว้สุดความสามารถ เพื่อไมให้พลั้งมือทำร้ายเธอ“อีกสักพักผมจะให้คนขับรถไปส่งคุณ”ยามที่เวินหร่านเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้ง ร่างของซางเลี่ยรุ่ยก็หายไปจากตรงนั้นเสียแล้วเธอเอ่ยปฏิเสธเขาตั้งหลายต่อหลายครั้งศักดิ์ศรีในความเป็นชายของเขา ย่อมต้องถูกเธอทำร้ายจนแหลกสลายไปแล้วเป็นแน่ทว่าเธอไม
พอกล่าวจบ เขาก็เดินผละออกไปเวินหร่านลงจากเตียงไปจัดการล้างหน้าล้างตาไม่นานก็เดินลงชั้นล่างมายังห้องอาหารซางเลี่ยรุ่ยนั่งรอเธออยู่ตรงนั้นจริง ๆ “วันนี้ยังต้องไปทำงานที่ฉินซื่ออีกไหม?”ดวงตาล้ำลึกราวกับห้วงเหวสีดำสนิทของเขาจดจ้องมาที่เธอพลางเอ่ยถาม“ค่ะ”เวินหร่านพยักหน้ารับ ขณะที่ยังคงจัดการกับอาหารเช้าตรงหน้าซางเลี่ยรุ่ยเอ่ยถามด้วยความห่วงใยต่อ “ทำงานที่นั่นราบรื่นดีไหม?”เวินหร่านยังคงทานอาหารเช้าอยู่“ก็โอเคดีนะคะ!”เธอตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยโดยไม่ได้สังเกตเห็นเลยว่า สายตาที่ซางเลี่ยรุ่ยใช้มองเธอในยามนี้ร้อนแรงเพียงใดทันใดนั้น มือเรียวสวยของเธอก็ถูกเขากุมเอาไว้แน่น“ถ้าคุณทำงานที่นั่นแล้วไม่มีความสุข มาหาผมได้ทุกเมื่อเลยนะ!”ในที่สุดเวินหร่านก็เงยหน้าขึ้นมองเขาชั่วขณะที่สายตาประสานกัน เธอได้เห็นความจริงใจที่ฉายชัดอยู่ในดวงตาของเขาสิ่งที่เขาพูด ล้วนมาจากใจจริงทั้งสิ้น“ขอบคุณนะคะ แต่ฉันคิดว่าตอนนี้คงยังไม่จำเป็นหรอกค่ะ”เพราะที่ฉินซื่อ มีฉินเยว่เชาคอยคุ้มครองดูแลเธออยู่แล้วอย่างน้อยในตอนนี้ก็ยังถือว่าไม่ได้แย่เลยยิ่งไปกว่านั้น เธอรู้ดีว่าเหตุผลที่ซา
ซางเลี่ยรุ่ยยักคิ้ว “สถานที่ทานข้าวเราไง”เดตแรกอย่างเป็นทางการกับเธอทั้งที อย่างไรเขาก็ต้องทำให้เธอประทับใจจนยากจะลืมเลือนให้ได้เขาผลักประตูเข้าไป แล้วเดินนำพาเธอเข้าสู่ตัวบริเวณลานกว้างย่ำเดินไปตามเส้นทางสายเล็กที่ปูด้วยหินกรวด จนกระทั่งก้าวเข้าสู่ภายในบ้านไม้ด้านในเต็มไปด้วยโต๊ะและเก้าอี้รับประทานอาหารที่รังสรรค์ขึ้นจากไม้ชิงชันบนผนังประดับด้วยภาพวาดน้ำมันทุก ๆ ระยะห่างจะมีดอกไม้ใบหญ้าประดับจัดวางไว้ให้เห็นตา“บรรยากาศที่นี่ดีจังเลยค่ะ!”ทันทีที่เวินหร่านก้าวเข้ามา นัยน์ตาก็พลันเป็นประกายเธอทอดสายตาสำรวจบรรยากาศโดยรอบ แล้วอดไม่ได้ที่จะเอ่ยชมดูออกเลยว่า ที่แห่งนี้ต้องเป็นสถานที่ที่เขาพิถีพิถันเลือกสรรมาอย่างดีแน่นอนเงียบสงบ รื่นรมย์ และยากที่จะถูกรบกวน“คุณชอบก็ดีแล้ว!” ซางเลี่ยรุ่ยยกยิ้มมุมปากเจ้าของร้านรีบออกมาต้อนรับด้วยตัวเองพร้อมทั้งแนะนำเมนูขึ้นชื่อของที่นี่ให้แก่ทั้งสองคนซางเลี่ยรุ่ยจึงสั่งให้เขายกเมนูขึ้นชื่อทั้งหมดออกมาเสิร์ฟเพียงไม่นาน บนโต๊ะอาหารตรงหน้าพวกเขาก็เต็มไปด้วยจานเล็กจานน้อยหลากสีสันวางเรียงรายกันแน่นขนัดทุกจานล้วนมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ซางเลี่ยรุ่ยพยักหน้า “แน่นอนสิ! ชอบไหม?”คืนนี้เป็นเดตแรกอย่างเป็นทางการของพวกเขาการที่เขาจะมอบดอกกุหลาบให้เธอสักช่อจึงเป็นเรื่องที่สมเหตุสมผลอยู่แล้วเวินหร่านโอบอุ้มช่อกุหลาบนั้นไว้ “ชอบน่ะก็ชอบอยู่นะคะ แต่ครั้งหน้าคุณไม่ต้องให้อีกได้ไหมคะ?”ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่ไม่ชอบดอกไม้เธอเองก็เช่นกันทว่าความชอบก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องได้ครอบครองเหมือนอย่างที่เธอยอมตกลงมาเดตกับซางเลี่ยรุ่ยในคืนนี้ ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะลงเอยด้วยกัน เมื่อพิจารณาจากความสัมพันธ์ของพวกเขาสองคนในตอนนี้ การที่เขามอบดอกกุหลาบให้เธอจึงดูไม่เหมาะสมเท่าไรนักเธอจะรับไว้ก็ไม่เหมาะ ครั้นจะไม่รับเลยก็คงไม่ดีเช่นกันเวินหร่านกอดช่อกุหลาบนั้นเอาไว้โดยไม่พูดอะไรต่อรถหรูแล่นตรงไปข้างหน้าอย่างต่อเนื่องขึ้นทางยกระดับ แล้วเคลื่อนผ่านด่านทางด่วนส่วนจุดหมายปลายทางว่าจะขับไปที่ไหนนั้น เวินหร่านไม่ได้เอ่ยปากถาม และก็ไม่อาจรู้ได้เลยเธอเพียงแต่นั่งอยู่บนรถ แล้วย้อนคิดถึงเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับซางเลี่ยรุ่ยอย่างจริงจังระหว่างพวกเขาสองคน ยังพอจะมีความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาไปมากกว่านี้อีกไหมกระทั่งรู้สึกต
“ถอดออกแล้วนอนลงไปครับ!”ตามมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาของชายหนุ่มหัวใจของเวินหร่านกระตุกวูบเธอไม่รู้เลยว่าตัวเองไปติดโรคที่น่าอับอายจนพูดไม่ออกแบบนี้มาตั้งแต่เมื่อไหร่พออาการกำเริบก็จะรู้สึกต้องการอย่างมากจนถึงขั้นไม่เลือกเวลาและสถานที่ ทำให้ชีวิตและหน้าที่การงานได้รับผลกระทบอย่างหนัก
เห็นได้ชัดว่าเขาคาดไม่ถึงว่าจะเป็นสถานการณ์แบบนี้แต่ต่างก็เป็นผู้ใหญ่กันแล้ว เรื่องบางอย่างสามารถเข้าใจได้โดยไม่ต้องพูดออกมานอกจากนี้ เขายังรู้ว่าเวินหร่านเป็นโรคนั้น“ท่าน... ท่านประธานคะ...”เวินหร่านพลันตัวแข็งทื่อ สมองเหมือนเครื่องจักรที่หยุดทำงานเสียงจากปลายสาย ทำไมฟังแล้วเหมือนบอสใหญ่ส
เวินหร่านเปลือกตากระตุกเขา...เลื่อนตำแหน่งให้เธอเป็นผู้ช่วยเลยเนี่ยนะ?คงไม่ใช่ความหวังดีที่ประสงค์ร้ายหรอกนะ?“ประธานซางคะ ฉันไม่เคยทำงานผู้ช่วยมาก่อน เกรงว่ายากจะรับตำแหน่งนี้...” การตอบสนองตามสัญชาตญาณของเวินหร่านคือการปฏิเสธตอนนี้ในหัวเธอมีแต่ความคิดอยากขึ้นเตียงกับเขาถ้าเลื่อนตำแหน่งขึ้
หวงอี้อันจ้องเธออย่างเข้มงวด “เธอไปทำผิดอะไรมา?”บอสใหญ่เจาะจงเรียกเธอไปพบ อย่าว่าแต่ตัวเวินหร่านเลย คนอื่น ๆ รวมถึงหวงอี้อันหัวหน้าของเธอ ต่างก็คิดไม่ถึงเวินหร่านกะพริบตาปริบ “ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ!”ฝ่ามือเธอชื้นเหงื่อหัวใจกระดอนขึ้นมาจุกที่คอหอยด้วยความกระวนกระวายใจยิ่งอยากหนีก็ยิ่งหนีไ







