Se connecterทั้งพ่อบ้านและหัวหน้าสาวใช้ได้แต่มองภาพคุณหนูกับสาวใช้ที่ยืนกอดกันตัวสั่นอยู่หน้าคฤหาสน์เงียบ ๆ
ลมเย็นพัดผ่านช้า ๆ พร้อมเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่าขนลุกจากตัวอาคารเก่า บรรยากาศเงียบงันอยู่พักหนึ่ง ก่อนโรซาลีนจะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นพร้อมโค้งตัวอย่างนอบน้อม “…เชิญด้านในก่อนเถอะเจ้าค่ะ คุณหนู” เอเวอเรนน์ค่อย ๆ คลายอ้อมแขนออกจากซาร่า ก่อนหันกลับไปมองคฤหาสน์ตรงหน้าอีกครั้ง “…” เธอยิ้มแห้ง ๆ แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมา “โอเค… อย่างน้อยมันก็คงแค่ดูเก่าไปหน่อยล่ะนะ” “ดิฉันว่าคำว่า ‘หน่อย’ ของคุณหนูเริ่มน่ากลัวขึ้นทุกวันแล้วนะคะ…” “ซาร่า” “คะ?” “อย่าพูดความจริงตอนนี้” ซาร่ารีบเอามือปิดปากตัวเองทันที เอเวอเรนน์จึงรวบรวมความกล้า ก่อนค่อย ๆ เดินตรงไปยังประตูบานใหญ่ของคฤหาสน์ หญิงสาวยื่นมือออกไปช้า ๆ แล้วค่อย ๆ ผลักประตูเข้าไปเพียงเล็กน้อย และในวินาทีนั้นเอง— บึ้ม!! เสียงดังสนั่นลั่นมาจากด้านในตัวอาคาร “กรี๊ดดดด!!” เอเวอเรนน์สะดุ้งสุดตัว ก่อนรีบถอยหลังกลับมาทันที “เกิดอะไรขึ้นน่ะคะ!?” “ขะ…ขออภัยเจ้าค่ะ!” โรซาลีนรีบตอบด้วยสีหน้าตกใจไม่แพ้กัน “ดูเหมือนชั้นวางของในห้องโถงจะถล่มลงมาอีกแล้วเจ้าค่ะ…” “…อีกแล้ว?” เอเวอเรนน์ถามเสียงสั่น โรซาลีนยิ้มแห้ง ๆ ทันที “…เจ้าค่ะ” “……” หญิงสาวเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับมายิ้มให้ทุกคนอย่างสุภาพ “ฉันคิดว่า…” “คืนนี้ฉันควรไปนอนโรงแรมข้างนอกก่อนน่าจะดีกว่านะ” “แหะ ๆ…” “ดิฉันเห็นด้วยค่ะคุณหนู” ซาร่าพยักหน้าแรงทันที เบนเน็ตกับโรซาลีนหันมองหน้ากันเงียบ ๆ ก่อนพ่อบ้านจะไอแห้งเบา ๆ “เอ่อ…ถ้าเพื่อความปลอดภัยของคุณหนู ก็ถือว่าเป็นความคิดที่ดีขอรับ” “ใช่แล้วค่ะ!” เอเวอเรนน์รีบพยักหน้าทันที “เรื่องความปลอดภัยสำคัญที่สุด!” “จริงไหมคะ คุณพ่อบ้าน คุณหัวหน้าสาวใช้?” ทั้งสองมองหน้ากันอีกครั้ง ก่อนจะพยักหน้าพร้อมกันช้า ๆ และทันทีที่ได้รับคำอนุญาต— ซาร่าก็รีบคว้ากระเป๋าแล้วพุ่งไปทางรถม้าทันที “ถ้างั้นพวกเราขอตัวก่อนนะคะ!” เอเวอเรนน์รีบหยิบถุงเงินเล็ก ๆ ออกมาส่งให้ทั้งสองคน “ระหว่างนี้ช่วยเรียกช่างมาซ่อมคฤหาสน์ให้ทีนะคะ” “นี่เป็นเงินเก็บส่วนตัวของฉัน” เบนเน็ตรีบส่ายหน้าทันที “แต่ว่า คุณหนูขอรับ—” “ไม่เป็นไรค่ะ” เธอยิ้มบาง ๆ “เงินก้อนนี้ไม่ได้รวมกับค่าเดินทางอยู่แล้ว” “ถ้าไม่พอ ค่อยส่งข่าวมาหาฉันก็ได้” เอเวอเรนน์กุมมือทั้งสองคนไว้เบา ๆ ก่อนยิ้มสดใสให้ “ฝากคฤหาสน์ด้วยนะคะ” แล้วเธอก็รีบหันกลับไป “ซาร่า! วิ่งเร็ว!” “ค่ะคุณหนู!!” และทั้งสองก็รีบขึ้นรถม้าราวกับกำลังหลบหนีอะไรบาง อย่างทันที . . . หลังจากนั้นทั้งสองก็ตามหาโรงแรมกันจนเหนื่อย เพราะโรงแรมแทบทุกแห่งในเมืองหลวงราคาแพงจนน่าใจหาย “ซาร่า… เป็นยังไงบ้าง มีที่ไหนพอใช้ได้ไหม?” “ไม่มีเลยค่ะ…” สาวใช้ตอบพลางหอบเหนื่อย “แฮ่ก… แฮ่ก…” “มานั่งพักก่อนเถอะ” “ค่ะ…คุณหนู” เอเวอเรนน์ทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งริมถนน ก่อนเงยหน้ามองท้องฟ้ายามค่ำคืนอย่างหมดแรง “ซาร่า เธอนั่งรออยู่ตรงนี้ก่อนนะ” “คะ? คุณหนูหมายความว่ายังไงคะ?!” “ฉันจะลองเดินหาแถว ๆ นี้อีกรอบ” ซาร่ารีบคว้ามือเธอไว้ทันที “ไม่ได้ค่ะ! คุณหนูจะไปคนเดียวได้ยังไงคะ!” เอเวอเรนน์ไม่ได้ตอบอะไร เพียงยิ้มออกมาเบา ๆ ราวกับบอกว่า “ไม่เป็นไรหรอก” ก่อนจะตบหลังมือซาร่าเบา ๆ แล้วลุกเดินออกไป . . . “เห้อออ…” “ไม่ว่าจะที่ไหนก็แพงหมดเลย” “โอ๊ย… โลกเฮงซวยเอ๊ย…” “หงุดหงิดชะมัด…” หญิงสาวบ่นพึมพำกับตัวเองพลางเดินไปเรื่อย ๆ ก่อนจะเงยหน้ามองโรงแรมตรงหน้าที่ดูดีที่สุดในละแวกนั้น “เอาวะ… ที่นี่เป็นที่สุดท้ายแล้ว” ปึก! “โอ๊ย!!” เอเวอเรนน์ร้องลั่นทันทีเมื่อชนเข้ากับประตูที่ใครบางคนกำลังเปิดออกมาอย่างเต็มแรง “ข้าต้องขอโทษด้วย” เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นเหนือศีรษะ “เจ้าเป็นอะไรไหม?” “ไม่เป็นอะไร…ก็บ้าแล้ว” เธอบ่นพลางกุมหน้าผากตัวเอง ก่อนทั้งสองจะเงยหน้ามองกัน “นี่เจ้า…!” “นี่คุณ…!” เสียงทั้งคู่ดังขึ้นพร้อมกันอย่างน่าตกใจ ชายหนุ่มขมวดคิ้วนิด ๆ “ทำไมค่ำมืดแล้วถึงออกมาเดินคนเดียวแบบนี้?” “แล้วยังมาที่โรงแรมอีก…” น้ำเสียงเขาฟังดูเหมือนกำลังคิดอะไรแปลก ๆ อยู่ เอเวอเรนน์จึงรีบพูดแทรกทันที “หยุดเลยนะ!” “ฉันขอบอกไว้ก่อนเลยว่ามันไม่ใช่อย่างที่คุณคิดแน่นอน!” ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ “ถ้าอย่างนั้นก็ดี” “ว่าแต่เจ้าเจ็บมากหรือเปล่า?” “หึ! คุณก็ลองโดนดูเองสิ” “ถามมาได้…” เธอบ่นงึมงำเบา ๆ ชายหนุ่มหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง “ฮ่า ๆ ๆ… โทษที” “ข้าไม่ได้ตั้งใจจะหัวเราะเจ้านะ” เอเวอเรนน์ถอนหายใจยาว “เห้อ… ช่างเถอะ” “แต่ข้าว่าหน้าผากเจ้าเริ่มบวมแล้วนะ” “ก็โดนชนแรงขนาดนั้น” “ถ้าไม่บวมก็แปลกแล้วล่ะ” "เป็นผู้หญิงที่แปลกจริงๆ..." ชายหนุ่มหยิบถุงเงินออกมา แล้วมอบให้กับเธอ “ถือซะว่าเป็นค่ายาก็แล้วกัน” "คราวนี้ห้ามปฏิเสธอีกล่ะ" "ครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อน" เธอรับเงินจำนวนหนึ่งเอาไว้แล้วคืนเงินที่เหลือให้กับเขา ทำเอาชายหนุ่มตกใจไปชั่วขณะ "เจ้าไม่จำเป็นต้องคืนให้ข้าหรอก" "ไม่ได้ๆ ค่ายาไม่ได้แพงขนาดนั้นซะหน่อย" "ฉันรับไว้แค่นี้ก็พอแล้วล่ะ" "แปลกคนจริงๆ" "ถ้างั้นฉันขอตัวก่อนน่ะ..." เธอรีบร้อนเดินเข้าไปในโรงแรมทันที พร้อมกับกุมหน้าผากที่ปูดแดงไว้ แต่ชายหนุ่มก็รีบเดินตามไปเช่นกัน พอเดินไปถึงหน้าเคาน์เตอร์ เธอก็รีบถามพนักงานทันที "ที่นี่...ยังมีห้องว่างสำหรับสองคนเหลืออยู่ไหมคะ" "แล้ว…ราคาห้องต่อคืนเท่าไหร่คะ" พนักงานกำลังตรวจดูว่าเหลือห้องว่างอยู่ไหม และเช็คราคาให้เธออยู่นั้น "นี่เจ้า... กำลังหาที่พักอยู่งั้นหรอ" "เอ๊ะ! นี่คุณตามฉันมาทำไมอีกล่ะ" "ก็...ข้าพักอยู่ที่นี่น่ะสิ" เธอกำลังจะตอบกลับชายหนุ่ม แต่พนักงานก็ดันพูดขึ้นมาก่อน "ตอนนี้มีห้องว่างเหลืออยู่หนึ่งห้องค่ะ" "แต่ว่า... เป็นห้องสำหรับคนหนึ่งคนนะคะ" "ค่ะ..." "ส่วนราคา... อยู่ที่คืนละ 20 เหรียญเงินค่ะ" "ค่ะ... ฉันเอาห้องนั่นค่ะ" "รับทราบค่ะ" พนักงานจึงรีบเตรียมเอกสารเข้าพักให้ทันที พักหนึ่ง พนักงานก็ยื่นเอกสารให้เธอลงชื่อเข้าพัก แต่เธอก็เกิดความลังเลเล็กน้อย แล้วก็ลงชื่อว่า เรนน์ ซึ่งเป็นนามแฝง "ป้องกันไว้ก่อนแล้วกัน..." "เรนน์... นั่นคือชื่อของเธองั้นหรอ?" “นี่คุณแอบดูเอกสารคนอื่นได้ยังไงกันคะเนี่ย" "อ่า! โทษที" "ข้าไม่ได้ตั้งใจน่ะ พอดีเหลือบไปเห็นเท่านั้นเอง" "เป็นคำแก้ตัวที่ฟังไม่ขึ้นเอาส่ะเลย หึ..." จากนั้นพนักงานก็ยื่นกุญแจห้องให้กับเธอ เธอหยิบกุญแจแล้วรีบเดินออกจากโรงแรมไปทันที "อ๊ะ!! แล้วนี่เจ้าจะไปไหนอีกล่ะ" เธอรีบเดินออกไป โดยไม่ได้สนใจคำพูดของชายหนุ่มเลย ชายหนุ่มได้แต่รีบเดินตามเธอไปเท่านั้น . . . พอเดินไปได้สักพักในที่สุดก็มาถึงจุดที่เธอนัดไว้กับซาร่า "ซาร่า...ซาร่า..." เมื่อสาวใช้ได้ยินเสียงเรียกที่คุ้นหูก็รีบหันมาตามเสียงทันที "คุณหนู..." เธอรีบวิ่งมาหาคุณหนูในทันที "คุณหนู... ปลอดภัยดีสินะคะ" "อืม..." "เอ๊ะ!!! หน้าผากคุณหนูไปโดนอะไรมาค่ะ" "แค่... อุบัติเหตุเล็กน้อยน่ะ" "แล้วอีกอย่างฉันได้ค่าทำขวัญมาเรียบร้อยแล้วล่ะ" เธอยิ้มแห้งๆ ทำเหมือนมันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร "เห่อ... แล้วผู้ชายที่อยู่ข้างหลังคุณหนูเป็นใครอีกล่ะคะ" ซาร่าชะโงกหน้าออกไปมองชายคนนั้นอีกครั้ง "เอ๊ะ!!! นี่มันคุณชายที่นิสัยไม่ดีคนนั่นนี่ค่ะ" "ซู่... เสียมารยาทน่าซาร่า" ซาร่ารีบเอามือปิดปากตัวเองทันที "ขอโทษค่ะ...คุณหนู" ซาร่าพูดด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา แต่ว่าคำพูดที่ซาร่าพูดไปนั่นชายหนุ่มกับได้ยินเต็มๆ สองหูเลยล่ะ "แต่ข้าได้ยินนะ..." "แต่ก็ช่างเถอะ" "งั้น...เพื่อเป็นการไถ่โทษให้คุณหนูของเจ้า" "ข้าจะช่วยอารักขาคุณหนูกับเจ้ากลับไปที่พักให้ก็แล้วกัน" "อ่า... ไม่เป็นไรๆ พวกข้าเดินกลับไปเองได้" "เอาน่า... ยังไงพวกเราก็พักที่เดียวกันอยู่แล้ว" "กลับพร้อมกันเลยสิ" "เอ่ออออ" เธอหันกลับไปมองสาวใช้อีกครั้ง เพราะคิดว่าซาร่าจะช่วยเราได้ แต่กลับพบว่าซาร่าเห็นด้วยกับคำพูดชายหนุ่ม ซาร่าทำหน้าออดอ่อนให้เธอใจอ่อน "เอางั้นก็ได้" และทั้งสามก็เดินทางกลับมายังที่พักอีกครั้ง . . . พอมาถึงที่พัก ทันทีที่เปิดประตูเข้าก็พบกับชายผู้ติดตามของชายหนุ่ม "อ๊ะ!! องค์...คุณชายหายไหนมาขอรับ" "รู้ไหมว่า กระผมตามหาไปทั่วแล้วเนี่ย" "อ่า... โทษทีอัส" แล้วก็ทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ "อ้อ...จริงสิ" "ข้าลืมแนะนำตัวไปเลยน่ะ" "เรียกข้าว่า ไคล์ แล้วกัน" "ส่วนเจ้านี่ อัส" "แล้วจะให้ข้าเรียกเลดี้ว่าอย่างไรดี" "...เอ้อ เรียกฉันว่า เรนน์แล้วกันค่ะ" "อ๊ะ!! คุณ..." เธอหันไปมองซาร่าทันทีเพื่อส่งสัญญาณ ซาร่าจึงเงียบและปฏิบัติตามที่เธอส่งสัญญาณให้ทันที "ส่วนคนนี้คือผู้ติดตามของฉันชื่อ ซาร่า ค่ะ" ชายหนุ่มทวนชื่อของเธอเบาๆ "...เรนน์" "ยินดีที่ได้รู้จักนะครับเลดี้" "...เช่นกันค่ะ" "ถ้างั้นขอให้เลดี้หลับฝันดีนะครับ" เธอไม่พูดอะไรเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย และเดินไปยังที่ห้องพักของเธอ . . . แต่ไคล์มองประตูห้องที่ปิดลงเงียบ ๆ อยู่พักหนึ่ง “คุณชาย?” อัสเรียกเบา ๆ อย่างไม่เข้าใจ ปกติแล้วเจ้านายของเขาไม่ใช่คนที่จะเดินตามใครให้วุ่นวายแบบนี้ แต่วันนี้กลับยืนมองประตูห้องของผู้หญิงคนหนึ่งอยู่นานผิดปกติ “…แปลกดี” ไคล์พึมพำเบา ๆ “ห๊า? อะไรหรือขอรับ?” ชายหนุ่มละสายตาจากประตูตรงหน้า ก่อนยิ้มบาง ๆ “ทั้งที่รู้ว่าตัวเองแทบจะไม่มีเงินเหลือแล้วแท้ๆ” “แต่กลับคืนเงินส่วนใหญ่ให้ข้า” “แถมยังทำเหมือนข้าเป็นแค่คนธรรมดาอีก” อัสเงียบไปชั่วขณะ เพราะนี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายเดือน— ที่เขาเห็นผู้เป็นนายสนใจใครบางคนมากขนาดนี้ ไคล์มองประตูห้องตรงหน้าเงียบ ๆ ก่อนจะหัวเราะในลำคอเบา ๆ “…เรนน์งั้นหรือ” ชื่อนั้นถูกทวนซ้ำช้า ๆ ราวกับกำลังจดจำมันเอาไว้ และในค่ำคืนเดียวกันนั้นเอง— ไม่มีใครรู้เลยว่า การพบกันแสนวุ่นวายในวันนี้ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องยุ่งยากที่สุดในชีวิตของทั้งสองคนหลังจากเอลเลนดอร์กลับไปได้ไม่นาน เอเวอเรนน์ก็เริ่มวางแผนจัดงานเลี้ยงน้ำชาสำหรับการทดสอบครั้งถัดไปทันที เป้าหมายของเธอในครั้งนี้เรียบง่ายมาก นั่นคือการจัดงานเลี้ยงที่ใช้เงินให้น้อยที่สุด และที่สำคัญ ต้องเป็นงานเลี้ยงที่แหกคำแนะนำของเอลเลนดอร์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้! ยิ่งงานออกมาไม่ถูกใจเหล่าขุนนางมากเท่าไร โอกาสที่รายงานของเธอจะถูกปัดตกก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น “ดีล่ะ! งั้นเรามาเริ่มแผนการกันเถอะ!” เอเวอเรนน์ตบมือลงบนโต๊ะเบา ๆ ด้วยความมุ่งมั่น ก่อนจะหันไปหาซาร่าที่กำลังยืนอยู่ข้าง ๆ “คุณหนูจะทำอย่างไรหรือคะ?” “ก็แค่…ทำตรงข้ามกับสิ่งที่เหล่าขุนนางชื่นชอบเสียก็สิ้นเรื่องแล้ว!” “อย่างไรหรือคะ?” “ลองคิดดูสิ เหล่าขุนนางไม่ชอบอะไรมากที่สุดล่ะ?” ซาร่ายกมือขึ้นแตะคาง พลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อืม…สามัญชนหรือคะ?” “ใช่แล้ว!” เอเวอเรนน์ดีดนิ้วดังเป๊าะ ดวงตาเป็นประกายราวกับเพิ่งค้นพบแผนการอันยอดเยี่ยม “ฉันจะจัดงานเลี้ยงที่สามัญชนสามารถเข้าร่วมได้โดยไม่จำเป็นต้องมีบัตรเชิญยังไงล่ะ! ขอแค่มีหน้ากากก็สามารถเข้าร่วมงานได้อย่างอิสระ!” “แล้วแบบนี้…พวกขุนนางก็ต้องไม่พอใจแน่ ๆ เลยนะคะ”
หลังจากลูวินเน่กลับไปแล้ว ภายในห้องก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เอเวอเรนน์นั่งอยู่บนเตียง พลางมองไปยังประตูที่เพิ่งปิดลงด้วยสีหน้าครุ่นคิด คำพูดของลูวินเน่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหายไปไหน “ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเอเรนน์อีกแล้ว” ตอนที่ได้ยินประโยคนั้น เธอรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่หรอก แต่พอนึกถึงสีหน้าจริงจังของอีกฝ่ายก่อนจากไปแล้ว เธอกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเรื่องของคุณชายไคล์ ทำไมวินเน่ถึงดูตกใจขนาดนั้น เพียงเพราะเธอเรียกเขาว่าไคล์ หรือว่าเขาจะเป็นคนที่มีอิทธิพลมากกว่าที่เธอคิด? เอเวอเรนน์ยกมือขึ้นกุมขมับ แค่พยายามเอาตัวเองออกจากการคัดเลือกก็ยากพออยู่แล้ว เธอไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากของคนอื่นอีกจริง ๆ “คุณหนูคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” ซาร่าที่กำลังจัดของอยู่ข้างเตียงเอ่ยถาม เมื่อเห็นผู้เป็นนายทำสีหน้าเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาระดับชาติ “ซาร่า เธอคิดว่าคนเราจะมีเรื่องให้กังวลได้มากที่สุดกี่เรื่องในหนึ่งวันเหรอ?” “เอ๊ะ?” สาวใช้ชะงักมือ ก่อนจะหันมามองคุณหนูของตนอย่างงุนงง “ถ้าเป็นเรื่องของคุณหนู เกรงว่าจะนับไม่หมดนะคะ” “นี่เธอกำลังปลอบ
“เอเรนน์ค่ะ...” เอเวอเรนน์หันกลับมา ลูวินเน่เงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะมองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใคร แล้วถามเบา ๆ “เมื่อครู่นี้...คนที่อุ้มเอเรนน์กลับมา...” “ทั้งสองคนรู้จักกันเหรอคะ” เอเวอเรนน์ก็ตอบตามตรง “อ้อ...เขาคือคุณชายไคล์ค่ะ” ลูวินเน่ตกใจนิดหนึ่ง แต่เก็บอาการ “อย่างนั้นหรือคะ...” “น่าแปลก...” “เขาคนนั้นไม่น่าจะยอมให้ใครเรียกชื่อเล่นได้” “บางทีข้าอาจจะมองผิดไปสิน่ะ” ถึงอย่างนั้นลูวินเน่ก็ยังมองตามหลังของไคล์ไม่วางตาอยู่อย่างนั้น แม้ไคล์จะเดินทิ้งห่างไกลแล้วก็ตาม “วิน...” “วินเน่...” “วินเน่ค่ะ!...” เอเวอเรนน์เรียกลูวินเน่อยู่นานสองนาน เอเวอเรนน์เลยตะโกนออกมา “วินเน่ค่ะ...” “คะ! ค่ะ...ว่ายังไงคะ” “เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” “ฉันเรียกอยู่ตั้งนาน แต่วินเน่...กลับเงียบไป” “อ้า...ขอโทษด้วยนะคะ” “ช่างเถอะค่ะ” “ฉันว่าวินเน่กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ” “เอ๊ะ แต่ว่า...” “ซาร่า ช่วยไปส่งวินเน่ที่ห้องด้วยจ๊ะ” “ค่ะ คุณหนู” “แต่ว่า...” “เชิญค่ะ ท่านหญิงวาซาสต์” “ดะ...เดี๋ยวสิ...” “ดิฉันว่าวันนี้ท่านหญิงกลับไปพักก่อนเถอะค่ะ คุณหนูเอง
ระหว่างที่เอเวอเรนน์และลูวินเน่เดินเล่นในสวนรอบนอกของพระราชวังอยู่นั้นได้เกิดเหตุการณ์ที่น่าตกใจอย่างมากนั่นก็คือ...ทั้งสองได้ยินเสียงร้องของเด็กผู้ชาย จึงรีบวิ่งไปดูและพบกับเด็กผู้ชายคนนั้นล้มลงอยู่กับพื้นหญ้า และข้างหน้ายังมีงูหนึ่งตัว ที่ตั้งท่าจะฉกเด็กชายคนนั้นอยู่“อย่า!...อย่าเข้ามานะ!”เด็กชายคว้าก้อนหินได้ กำลังจะขว้างออกไป“หยุด! หยุดน่ะ...” เสียงเอเวอเรนน์พูดห้าม“ฮื่ออออ ช่วย...ช่วยผมด้วยครับ”“เข้าใจแล้ว เจ้าหนูใจเย็นก่อนนะ”“แล้วค่อย ๆ วางหินลงช้า ๆ นะ”เด็กชายค่อย ๆ วางหินลงตามที่เอเวอเรนน์บอกเอเรนน์หันไปพูดกับลูวินเน่“วินเน่ ช่วยไปเรียกทหารยามมาให้หน่อยนะ”“แต่ว่า...”“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเองค่ะ”จากนั้นลูวินเน่ก็รีบไปตามทหารยาม“เอาล่ะ ทีนี้เรามาจัดการกับเจ้างูตัวปัญหากันเถอะ”“เจ้าหนูตั้งใจฟังให้ดีนะ”“ครับ...”“ทันทีที่ฉันให้สัญญาณ เจ้าจะต้องวิ่งมาทันทีเลยนะ”“พร้อมไหม...”เด็กชายพยักหน้าเบา ๆ“1...2...3...วิ่ง!”พรึ่บ!!เอเวอเรนน์โยนผ้าเช็ดหน้าของตนปิดหัวของงูตัวนั้นเพื่อปิดการมองเห็นของงูแล้วรีบวิ่งออกจากตรงนั้นทันทีพอวิ่งออกมาได้สักระยะ
หลังจากกลับมาถึงห้องพัก เอเวอเรนน์ก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรง ความเหนื่อยล้าจากทั้งวันค่อยๆ กดทับเปลือกตา จนเธอเผลอหลับไปโดยไม่ทันตั้งตัว และสิ่งสำคัญบางอย่าง…ก็ถูกลืมไปพร้อมกัน — มื้ออาหารเย็นของวันนั้น อีกด้านหนึ่งภายในคฤหาสน์ “เมลล์… เมลล์! ท่านหญิงเอเวอเรนน์ยังไม่มาทานอาหารอีกหรือ?” เสียงหัวหน้าแม่ครัวดังขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ขณะยืนกอดอกอยู่หน้าห้องครัว สาวใช้ร่างเล็กที่ถูกเรียกชื่อสะดุ้งเฮือก รีบก้มหน้าลงทันที “คะ…คือ…ท่านหญิงหลับไปแล้วเจ้าค่ะ” “ข้าลองไปเรียกแล้ว แต่พอเห็นว่าทรงหลับสนิท…ก็เลยไม่กล้าปลุกเจ้าค่ะ” หัวหน้าแม่ครัวถอนหายใจยาว “เฮ้อ…ถ้าเช่นนั้น มื้อดึกคืนนี้ เจ้าก็รับผิดชอบไปก็แล้วกัน” “เจ้าค่ะ!” เมลล์รับคำเสียงเบา แม้จะพยักหน้ารับ แต่ในใจกลับรู้ดีว่า คืนนี้คงไม่ง่ายแน่ ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบงัน ส่วนเอเวอเรนน์ยังคงหลับลึกอย่างไร้กังวล ... เช้าวันถัดมา เสียงนกร้องดังแว่วผ่านหน้าต่าง “อือ…” เอเวอเรนน์ครางเบาๆ ก่อนจะพลิกตัว และ— “ตุบ!” “โอ๊ย… เจ็บ…” “คุณหนูเจ้าคะ…ท่านหลับบนโซฟาอีกแล้วนะเจ้าคะ” เสียงซาร่าดังขึ้นอย่างคุ้นเคย
ตอนทีเมื่อก้าวผ่านประตูพระราชวังบานใหญ่เข้าไปเอเวอเรนน์ก็เข้าใจในทันทีว่า...นี่ไม่ใช่เพียงการ “รับฟังคำชี้แจง” ธรรมดาเพราะภายในห้องโถงขนาดใหญ่เบื้องหน้ามีบุตรสาวจากตระกูลขุนนางจำนวนมากรวมตัวกันอยู่ก่อนแล้วชุดเดรสหรูหราหลากสีสันแต่งแต้มทั่วทั้งห้องเสียงพูดคุยดังคลอเบา ๆ ไม่ขาดสายบางคนกำลังแนะนำตัวบางคนกำลังจับกลุ่มพูดคุยและบางคนก็กำลังใช้สายตาประเมินคู่แข่งรอบตัว…“อยากกลับบ้านจัง...”เอเวอเรนน์พึมพำกับตัวเองเธอมองหาที่นั่งและเหลือบไปเห็นที่นั่งในมุมอับสายตาที่หนึ่งแล้วจึงรีบเดินไปนั่งแต่ก็ได้มีสตรีท่านหนึ่งผ่านประตูเข้ามาในห้องโถงเธอสวมชุดสีฟ้าอ่อน สว่างไสวและงดงาม ทั้งเรื่องมารยาทการเดิน การทักทาย สมกับเป็นตระกูลขุนนางผู้ดีมาก ๆเธอผู้เปล่งประกายดุจแสงอาทิตย์ในยามเช้า“โห! เลดี้ท่านนี้แหละเหมาะสมกับตำแหน่งนี้สุด ๆ”“ดูสิ ๆ... ออร่านางเอกมาเต็ม ๆ เลย”เอเวอเรนน์ยืนมองเธออย่างไ







