แชร์

บทที่ 2: เมืองหลวง

ผู้เขียน: เซียวเหยา
last update วันที่เผยแพร่: 2026-09-22 01:25:51

เอเวอเรนน์ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่

ดวงตาสีน้ำเงินเข้มสะท้อนภาพของหญิงสาวตรงหน้าอย่างชัดเจน

เธอค่อยๆ ยกมือขึ้นลูบใบหน้าตัวเองช้า ๆ ราวกับยังไม่อยากเชื่อความจริง

เส้นผมสีแดงเพลิงยาวสลวย

ผิวขาวซีดราวกับไม่เคยออกแดด

และดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่เย็นลึกราวกับทะเลยามค่ำคืนไร้แสงดาว

“…บ้าไปแล้ว”

เธอพึมพำเสียงแผ่ว

“นี่มันบ้าเกินไปแล้วจริง ๆ”

เอเวอเรนน์ยกมือกุมหัวตัวเองอีกครั้ง

ถึงจะยังจำเนื้อเรื่องไม่ได้ทั้งหมด

แต่เธอมั่นใจแล้วว่า—

ที่นี่คือโลกในนิยายที่เธอเคยอ่านแน่นอน

และที่แย่ที่สุดก็คือ…

เธอดันเข้ามาอยู่ในร่างของตัวละครที่มีจุดจบโคตรอนาถที่สุดคนหนึ่งเสียด้วย

“ฮือ…”

หญิงสาวทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง

“ทำไมต้องเป็นยัยนี่ด้วยนะ…”

หลังจากนั่งเงียบอยู่พักหนึ่ง

เธอก็ค่อย ๆ ตั้งสติกลับมาได้อีกครั้ง

ก่อนจะหันไปมองสาวใช้ที่ยืนอยู่ข้างเตียง

“ซาร่า”

“คะ คุณหนู?”

“ฉันมีเรื่องสงสัยนิดหน่อย”

สาวใช้เอียงหัวเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ

“เรื่องอะไรเหรอคะ?”

เอเวอเรนน์สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะพูดด้วยสีหน้าจริงจัง

“พวกเราต้องเริ่มวางแผนกันแล้ว”

“วางแผน?”

“อือ”

เธอพยักหน้าเบา ๆ

“เพื่อความปลอดภัยของชีวิตฉัน… แล้วก็ตระกูลเรเวนฮาร์ท”

ซาร่ามองเธอตาโตทันที

“คุณหนูหมายความว่ายังไงเหรอคะ?”

เอเวอเรนน์ยิ้มบาง ๆ

รอยยิ้มนั้นดูเจ้าเล่ห์อย่างบอกไม่ถูก

“ก็เรื่องการคัดเลือกพระชายานั่นไง”

“คะ?”

“ฉันจะสอบตกให้เร็วที่สุด”

“หาาา?!”

ซาร่าเผลอร้องเสียงดังทันที

“แต่นั่นคือการคัดเลือกพระชายานะคะ!”

“แล้วไง?”

เอเวอเรนน์ตอบกลับทันควัน

“ถ้าได้รับเลือกขึ้นมาจริง ๆ ชีวิตฉันได้พังแน่”

“แต่—”

“ซาร่า”

เธอพูดแทรกขึ้นเสียงเรียบ ก่อนถอนหายใจออกมายาว ๆ

“ฉันยังไม่อยากตาย”

หลังจากนั้น

ทั้งสองก็เริ่มช่วยกันคิดแผน “สอบตก” อย่างจริงจัง

ไม่ว่าจะเป็น—

การตอบคำถามผิด

แสร้งทำตัวไร้มารยาท

หรือแม้แต่พยายามทำให้ตัวเองดูไม่น่าสนใจที่สุด

เวลาหลายวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว

จนในที่สุด…

วันเดินทางเข้าเมืองหลวงก็มาถึง

ท้องฟ้าในเช้าวันนั้นสดใสกว่าทุกวัน

สายลมเย็นพัดผ่านสวนดอกไม้หน้าคฤหาสน์เบา ๆ

แต่เอเวอเรนน์กลับถอนหายใจออกมาเป็นรอบที่สิบของวัน

“เห้อ…”

เธอกอดอกพลางพึมพำกับตัวเอง

“ทำไมชีวิตใหม่ฉันถึงได้ซวยขนาดนี้นะ…”

“เอวี่”

เสียงอ่อนโยนของผู้หญิงคนหนึ่งดังขึ้น

เมื่อหันไปมอง เธอก็พบกับชายหญิงวัยกลางคนที่ยืนอยู่หน้าเกวียนม้า

คงเป็นพ่อแม่ของร่างนี้สินะ

“พ่อกับแม่ไปส่งลูกถึงเมืองหลวงไม่ได้จริง ๆ”

ผู้เป็นแม่พูดด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“แต่ลูกไม่ต้องกังวลนะ ถึงตระกูลเรเวนฮาร์ทจะตกอับแล้ว…”

“อย่างน้อยเราก็ยังเหลือคฤหาสน์เก่าในเมืองหลวงอยู่”

ผู้เป็นพ่อยิ้มบาง ๆ พลางลูบหัวลูกสาวเบา ๆ

“แล้วพาซาร่าไปแค่คนเดียวจะไม่เป็นไรแน่นะ?”

เอเวอเรนน์รีบพยักหน้า

“ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ”

“หนูจะรีบกลับมาแน่นอน”

ถึงจะพูดแบบนั้น

แต่ในใจเธอกลับคิดอีกแบบ

ถ้าฉันไม่โดนเลือกเป็นพระชายาน่ะนะ…

หญิงสาวเดินเข้าไปกอดพ่อแม่ของร่างนี้เบา ๆ

ก่อนจะขึ้นรถม้าออกเดินทาง

.

.

.

หลังจากเดินทางทั้งวันทั้งคืน

ในที่สุดรถม้าก็มาถึงเมืองหลวงของจักรวรรดิ

“คุณหนูคะ”

ซาร่าค่อย ๆ เปิดม่านรถม้าออกเล็กน้อย

“พวกเรามาถึงแล้วค่ะ”

เอเวอเรนน์ชะโงกหน้าออกไปมองทันที

และภาพตรงหน้าก็ทำให้เธอเบิกตากว้าง

ถนนหินสายใหญ่ทอดยาวผ่านกลางเมือง

สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านค้าและป้ายแขวนสีสันสดใส

รถม้าแล่นผ่านผู้คนมากมายที่กำลังเดินจับจ่ายอย่างคึกคัก

“ว้าว…”

ซาร่าร้องออกมาอย่างตื่นเต้น

“เมืองหลวงสวยมากเลยนะคะ!”

“อือ…”

เอเวอเรนน์พยักหน้าเบา ๆ

“สวยก็จริง”

“แต่ดูวุ่นวายน่าดูเลยแฮะ”

สมกับเป็นเมืองหลวงของโลกแฟนตาซีจริง ๆ

“คุณหนูคะ”

“หืม?”

“จะกลับคฤหาสน์เลยไหมคะ?”

เอเวอเรนน์มองออกไปนอกรถอีกครั้ง ก่อนจะยิ้มมุมปาก

“ไหน ๆ ก็มาแล้ว”

“แวะเดินเล่นก่อนดีกว่า”

“แล้วก็…”

เธอหันไปมองร้านขนมหวานร้านหนึ่งที่อยู่ไม่ไกล

“ฉันอยากกินของหวาน”

ซาร่าตาเป็นประกายทันที

“ค่ะ!”

ทั้งสองรีบลงจากรถม้า แล้วเดินเข้าไปในร้านอย่างตื่นเต้น

แต่ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป—

หญิงสาวในชุดหรูปรายตามองพวกเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนขมวดคิ้วนิด ๆ

“ตระกูลไหนกัน?”

คำถามนั้นทำให้ซาร่าชะงักไปเล็กน้อย ก่อนตอบกลับอย่างสุภาพ

“ตระกูลเรเวนฮาร์ทค่ะ”

อีกฝ่ายนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง

“เรเวนฮาร์ท…?”

หญิงสาวเอียงหัวเล็กน้อย ราวกับพยายามนึกชื่อที่เคยได้ยินผ่านหู

แต่สุดท้ายก็เพียงหัวเราะเบา ๆ

“ไม่คุ้นเลยแฮะ”

คำพูดนั้นไม่ได้รุนแรงนัก

แต่กลับทำให้บรรยากาศเงียบลงไปชั่วขณะ

เอเวอเรนน์ก้มมองตราประจำตระกูลบนชุดคลุมของตัวเองเงียบ ๆ

ตราที่เริ่มซีดจาง

เหมือนกับชื่อเสียงของตระกูลนี้

“ขอทางด้วยค่ะ”

หญิงสาวคนนั้นเดินผ่านไปพร้อมกลุ่มเลดี้คนอื่น โดยแทบไม่ได้สนใจพวกเธออีก

ราวกับเป็นเพียงขุนนางชั้นล่างจากบ้านนอกที่ไม่มีความสำคัญอะไร

ซาร่ากำมือแน่นเล็กน้อย

“พวกนั้นพูดจาเสียมารยาทจริง ๆ…”

แต่เอเวอเรนน์กลับเงียบไป

เพราะในวินาทีนั้น เธอเพิ่งเข้าใจจริง ๆ ว่า—

“เรเวนฮาร์ท” ไม่ใช่ตระกูลที่ผู้คนรู้จัก

ไม่ใช่ตระกูลที่ได้รับการยกย่อง

และไม่ใช่ชื่อที่ใครจดจำอีกต่อไปแล้ว

มันเป็นเพียงนามสกุลเก่าแก่

ที่ค่อย ๆ ถูกลืมเลือนไปจากเมืองหลวงแห่งนี้

“เหอะ…”

เอเวอเรนน์กอดอกอย่างหัวเสีย

“ก็แค่ร้านขนมแท้ ๆ ทำเหมือนพวกเราจะไม่มีเงินจ่ายงั้นแหละ”

“ไม่เป็นไรนะคะ คุณหนู…”

ซาร่าพูดปลอบเสียงอ่อย

เอเวอเรนน์ถอนหายใจ

ก่อนจะยกมือขึ้นลูบหัวอีกฝ่ายเบา ๆ

“ช่างเถอะ”

“ไว้วันหลังเราค่อยมากินร้านที่อร่อยกว่านี้ก็ได้”

แต่ในจังหวะนั้นเอง—

ตุบ!

“โอ๊ย!”

เธอเผลอชนเข้ากับใครบางคนอย่างแรง

ข้าวของในมืออีกฝ่ายหล่นกระจัดกระจายเต็มพื้น

“คุณหนู!”

ซาร่าร้องตกใจ รีบเข้ามาพยุงเธอทันที

“ฉันไม่เป็นไร”

เอเวอเรนน์รีบตอบ ก่อนหันไปมองชายหนุ่มที่ถูกชน

“เธอไปช่วยเขาก่อนเถอะ”

ซาร่าพยักหน้า ก่อนรีบเข้าไปช่วยอีกฝ่ายเก็บของ

“ขอโทษนะคะ คุณบาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?”

“เห้อ…ซวยจริง”

ชายหนุ่มบ่นพึมพำเสียงเบา

ในตอนนั้นเอง

ชายอีกคนก็รีบวิ่งเข้ามา

“คุณชาย! ไม่เป็นอะไรใช่ไหมขอรับ?!”

“…อือ”

ชายหนุ่มตอบสั้น ๆ

ก่อนจะค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นช้า ๆ

และในวินาทีนั้นเอง—

เอเวอเรนน์ก็ชะงักไป

ดวงตาสีม่วงทับทิมคู่นั้นเย็นเยียบจนน่าขนลุก เพียงแค่มองสบ ก็ให้ความรู้สึกราวกับความคิดทั้งหมดถูกมองทะลุออกมาจนหมด

เส้นผมสีดำสนิทยิ่งขับให้ใบหน้าคมคายนั้นดูโดดเด่น

และแม้เขาจะยืนอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย แต่กลับเป็นคนที่สะดุดตาที่สุดอย่างน่าประหลาด

ไม่ใช่เพราะหน้าตา แต่เป็นบรรยากาศรอบตัวที่ต่างออกไป

เย็นชา นิ่งเฉียบ และกดดันจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง

เอเวอเรนน์เผลอกลั้นหายใจไปชั่วขณะ

ทั้งที่นี่เป็นครั้งแรกที่เธอเจอเขาแท้ ๆ

แต่กลับรู้สึกว่า— ผู้ชายคนนี้อันตรายอย่างบอกไม่ถูก

“นี่ พวกเธอเดินกันยังไง?”

ชายติดตามเริ่มพูดเสียงแข็ง

“หัดดูทางบ้างสิ”

“นี่คุณ!”

ซาร่าถลึงตาทันที

“พูดกับเลดี้แบบนั้นได้ยังไงคะ!”

“พอได้แล้ว ซาร่า”

เอเวอเรนน์รีบห้าม

ก่อนจะก้มหน้าลงเล็กน้อย

“ต้องขอโทษด้วยนะคะ”

เธอค่อย ๆ ก้มลงเก็บข้าวของที่ตกอยู่บนพื้น

แต่เมื่อเห็นขนมในกล่องที่เละไม่เหลือสภาพ

เธอก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาเบา ๆ

“เสียดายแฮะ…”

“คุณหนู…”

“ไม่เป็นไรหรอก”

เอเวอเรนน์ยิ้มบาง ๆ

“ก็แค่ของกินเอง”

ชายหนุ่มมองเธออยู่เงียบ ๆ ก่อนจะพูดขึ้น

“เดี๋ยวผมชดใช้ให้”

“ไม่เป็นไรค่ะ”

เธอรีบปฏิเสธทันที

ก่อนจะคว้าแขนซาร่าแล้วเดินออกมา

“ไปกันเถอะ”

ชายหนุ่มมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่ค่อย ๆ เดินห่างออกไป

ก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อย

พร้อมกับยิ้มมุมปากเล็กน้อย

“…น่าสนใจ”

.

.

.

หลังผ่านเรื่องวุ่นวายมาทั้งวัน

ในที่สุดรถม้าก็มาหยุดอยู่หน้าคฤหาสน์ของตระกูลเรเวนฮาร์ท

เอเวอเรนน์ค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นมองสิ่งปลูกสร้างตรงหน้า

แล้วก็เงียบไป

“…”

ซาร่าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เองก็เงียบเหมือนกัน

ลมเย็นพัดผ่านช้า ๆ

แกร๊ก…

เสียงบางอย่างดังขึ้นจากตัวอาคารเก่า ๆ ตรงหน้า

เอเวอเรนน์กระพริบตาปริบ ๆ

ก่อนจะพูดออกมาช้า ๆ

“…ซาร่า”

“คะ…คะ?”

“นี่คือ…”

“ถ้าดิฉันจำไม่ผิด…”

สาวใช้ค่อย ๆ กลืนน้ำลาย

“ที่นี่น่าจะ…ใช่แล้วนะคะ"

“เงียบ”

“เงียบมาก”

เอเวอเรนน์หันกลับไปมองคนขับรถม้าช้า ๆ

“นี่เจ้ามาส่งผิดที่หรือเปล่า?”

“ไม่ผิดขอรับ”

คนขับตอบทันที

“นี่แหละคฤหาสน์ตระกูลเรเวนฮาร์ท”

“…”

“…”

ปึงงง!!

บานหน้าต่างชั้นสองปิดกระแทกเองเสียงดัง

“กรี๊ดดดด!!”

เอเวอเรนน์กับซาร่าสะดุ้งสุดตัว ก่อนจะเผลอกอดกันทันที

“ผีหลอกแน่เลยค่ะคุณหนู!!”

“ฉันก็คิดเหมือนกัน!!”

ทั้งสองกอดกันแน่นด้วยสีหน้าตื่นตระหนก

ขณะที่คฤหาสน์เก่าโทรมตรงหน้ายังคงส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดน่ากลัวตามแรงลม

แต่ในตอนนั้นเอง—

แอ๊ดดด…

ประตูทางเข้าคฤหาสน์ค่อย ๆ เปิดออกช้า ๆ

ชายชราสวมชุดพ่อบ้านเก่าแต่สะอาดเรียบร้อยเดินออกมาพร้อมหญิงวัยกลางคนในชุดเมด

ทั้งสองหยุดมองภาพคุณหนูกับสาวใช้ที่กำลังกอด

กันตัวสั่นอยู่หน้าคฤหาสน์เงียบ ๆ

“…?”

บรรยากาศเงียบงันไปชั่วขณะ

ก่อนที่พ่อบ้านจะไอแห้งเบา ๆ

“ยินดีต้อนรับกลับขอรับ คุณหนูเอเวอเรนน์”

เอเวอเรนน์ค่อย ๆ หันไปมองช้า ๆ

แล้วก็ชะงักอีกครั้ง

เพราะพ่อบ้านตรงหน้า—

ผมหงอกไปเกือบหมดแล้ว

ส่วนหัวหน้าเมดเองก็มีรอยปะบนผ้ากันเปื้อนอยู่หลายจุด

เหมือนแม้แต่ชุดยูนิฟอร์มก็ไม่มีเงินเปลี่ยนใหม่

“ดิฉันโรซาลีน หัวหน้าสาวใช้เจ้าค่ะ”

หญิงวัยกลางคนก้มตัวอย่างสง่างาม แม้ชุดจะเก่าไปบ้างก็ตาม

“ส่วนผมคือเบนเน็ต พ่อบ้านประจำตระกูลเรเวนฮาร์ท”

เอเวอเรนน์มองทั้งสองสลับกันไปมา

ก่อนจะหันกลับไปมองคฤหาสน์พัง ๆ ด้านหลังอีกครั้ง

แล้วก็พูดออกมาเสียงแผ่ว

“…พวกเรายังไม่ล้มละลายจริง ๆ ใช่ไหม?”

ทันใดนั้น—

เคร้งงง!!

เสียงอะไรบางอย่างตกลงมาจากชั้นบนของคฤหาสน์

ทุกคนสะดุ้งพร้อมกันทันที

“ขออภัยเจ้าค่ะ…”

โรซาลีนยิ้มแห้ง ๆ

“ดูเหมือนฝ้าเพดานห้องรับแขกจะถล่มอีกแล้วเจ้าค่ะ”

“…”

“…”

เอเวอเรนน์เงียบไปพักใหญ่

“…อีกแล้ว?”

เอเวอเรนน์ถามเสียงสั่น

“เจ้าค่ะ”

“…”

หญิงสาวเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะค่อย ๆ หันกลับไปกอดซาร่าอีกครั้ง

“…ฉันอยากกลับบ้าน”

“ฮือออ ดิฉันด้วยค่ะคุณหนู…”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ปฏิบัติการสอบตกของคุณหนูตระกูลเคานต์   บทที่ 11: แผนการที่ล้มเหลว

    “ฉันจะรับผิดชอบต่อสิ่งที่ตัวเองตัดสินใจเอง” เอเวอเรนน์กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น พลางส่งยิ้มให้ลูวินเน่ที่ยังคงมีสีหน้าเป็นกังวล แม้คำพูดของเธอจะฟังดูน่าเชื่อถือเพียงใด แต่มีเพียงเอเวอเรนน์เท่านั้นที่รู้ว่าความจริงแล้ว เธอไม่ได้ต้องการรับผิดชอบอะไรทั้งนั้น สิ่งที่เธอต้องการมากที่สุดในตอนนี้คือการถูกคัดออกจากการคัดเลือกให้เร็วที่สุดต่างหาก! “เอาเถอะค่ะ…ถ้าเอเรนน์ตัดสินใจแบบนั้น ฉันก็คงห้ามอะไรไม่ได้แล้ว” ลูวินเน่ถอนหายใจ ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ฝั่งตรงข้าม “แต่ถึงยังไง ช่วงนี้ก็ระวังตัวไว้หน่อยก็ดีนะคะ” “ขอบใจนะคะวินเน่” เอเวอเรนน์ยิ้มให้ลูวินเน่ เพื่อคลายความกังวลของเธอ แต่ในวินาทีถัดมา เธอก็เริ่มรู้สึกผิดขึ้นมาเล็กน้อย ลูวินเน่กำลังเป็นห่วงเธอจากใจจริง ในขณะที่ตัวเธอกลับกำลังวางแผนทำให้ตัวเองสอบตกอยู่เนี่ยนะ… ช่างเถอะ! ถึงจะรู้สึกผิดอยู่บ้าง แต่การได้กลับบ้านก็สำคัญไม่แพ้กันนี่นา! “ว่าแต่เอเรนน์ เธอคิดจะทำอย่างไรต่อไป?” “ก็รอให้รายงานถูกปฏิเสธน่ะสิ” “หืม?” “เปล่าจ้ะ! ฉันหมายถึง…รอให้พวกเขาพิจารณารายงานต่างหาก!” เอเวอเรนน์รีบแก้ตัวทันที ก่อนจะยกถ้วยชาขึ้นจิบกลบเกลื่อน ลู

  • ปฏิบัติการสอบตกของคุณหนูตระกูลเคานต์   บทที่ 10: รายงาน

    หลังจากเอลเลนดอร์กลับไปได้ไม่นาน เอเวอเรนน์ก็เริ่มวางแผนจัดงานเลี้ยงน้ำชาสำหรับการทดสอบครั้งถัดไปทันที เป้าหมายของเธอในครั้งนี้เรียบง่ายมาก นั่นคือการจัดงานเลี้ยงที่ใช้เงินให้น้อยที่สุด และที่สำคัญ ต้องเป็นงานเลี้ยงที่แหกคำแนะนำของเอลเลนดอร์ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้! ยิ่งงานออกมาไม่ถูกใจเหล่าขุนนางมากเท่าไร โอกาสที่รายงานของเธอจะถูกปัดตกก็ยิ่งมีมากขึ้นเท่านั้น “ดีล่ะ! งั้นเรามาเริ่มแผนการกันเถอะ!” เอเวอเรนน์ตบมือลงบนโต๊ะเบา ๆ ด้วยความมุ่งมั่น ก่อนจะหันไปหาซาร่าที่กำลังยืนอยู่ข้าง ๆ “คุณหนูจะทำอย่างไรหรือคะ?” “ก็แค่…ทำตรงข้ามกับสิ่งที่เหล่าขุนนางชื่นชอบเสียก็สิ้นเรื่องแล้ว!” “อย่างไรหรือคะ?” “ลองคิดดูสิ เหล่าขุนนางไม่ชอบอะไรมากที่สุดล่ะ?” ซาร่ายกมือขึ้นแตะคาง พลางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “อืม…สามัญชนหรือคะ?” “ใช่แล้ว!” เอเวอเรนน์ดีดนิ้วดังเป๊าะ ดวงตาเป็นประกายราวกับเพิ่งค้นพบแผนการอันยอดเยี่ยม “ฉันจะจัดงานเลี้ยงที่สามัญชนสามารถเข้าร่วมได้โดยไม่จำเป็นต้องมีบัตรเชิญยังไงล่ะ! ขอแค่มีหน้ากากก็สามารถเข้าร่วมงานได้อย่างอิสระ!” “แล้วแบบนี้…พวกขุนนางก็ต้องไม่พอใจแน่ ๆ เลยนะคะ”

  • ปฏิบัติการสอบตกของคุณหนูตระกูลเคานต์   บทที่ 9: โอกาสที่เลือนลาง

    หลังจากลูวินเน่กลับไปแล้ว ภายในห้องก็กลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เอเวอเรนน์นั่งอยู่บนเตียง พลางมองไปยังประตูที่เพิ่งปิดลงด้วยสีหน้าครุ่นคิด คำพูดของลูวินเน่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหายไปไหน “ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเอเรนน์อีกแล้ว” ตอนที่ได้ยินประโยคนั้น เธอรู้สึกซาบซึ้งใจอยู่หรอก แต่พอนึกถึงสีหน้าจริงจังของอีกฝ่ายก่อนจากไปแล้ว เธอกลับรู้สึกไม่สบายใจอย่างบอกไม่ถูก โดยเฉพาะเรื่องของคุณชายไคล์ ทำไมวินเน่ถึงดูตกใจขนาดนั้น เพียงเพราะเธอเรียกเขาว่าไคล์ หรือว่าเขาจะเป็นคนที่มีอิทธิพลมากกว่าที่เธอคิด? เอเวอเรนน์ยกมือขึ้นกุมขมับ แค่พยายามเอาตัวเองออกจากการคัดเลือกก็ยากพออยู่แล้ว เธอไม่อยากเข้าไปพัวพันกับเรื่องยุ่งยากของคนอื่นอีกจริง ๆ “คุณหนูคะ เป็นอะไรหรือเปล่าคะ?” ซาร่าที่กำลังจัดของอยู่ข้างเตียงเอ่ยถาม เมื่อเห็นผู้เป็นนายทำสีหน้าเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับปัญหาระดับชาติ “ซาร่า เธอคิดว่าคนเราจะมีเรื่องให้กังวลได้มากที่สุดกี่เรื่องในหนึ่งวันเหรอ?” “เอ๊ะ?” สาวใช้ชะงักมือ ก่อนจะหันมามองคุณหนูของตนอย่างงุนงง “ถ้าเป็นเรื่องของคุณหนู เกรงว่าจะนับไม่หมดนะคะ” “นี่เธอกำลังปลอบ

  • ปฏิบัติการสอบตกของคุณหนูตระกูลเคานต์   บทที่ 8 : เรื่องราวที่เริ่มต้นขึ้น

    “เอเรนน์ค่ะ...” เอเวอเรนน์หันกลับมา ลูวินเน่เงียบอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะมองซ้ายมองขวาให้แน่ใจว่าไม่มีใคร แล้วถามเบา ๆ “เมื่อครู่นี้...คนที่อุ้มเอเรนน์กลับมา...” “ทั้งสองคนรู้จักกันเหรอคะ” เอเวอเรนน์ก็ตอบตามตรง “อ้อ...เขาคือคุณชายไคล์ค่ะ” ลูวินเน่ตกใจนิดหนึ่ง แต่เก็บอาการ “อย่างนั้นหรือคะ...” “น่าแปลก...” “เขาคนนั้นไม่น่าจะยอมให้ใครเรียกชื่อเล่นได้” “บางทีข้าอาจจะมองผิดไปสิน่ะ” ถึงอย่างนั้นลูวินเน่ก็ยังมองตามหลังของไคล์ไม่วางตาอยู่อย่างนั้น แม้ไคล์จะเดินทิ้งห่างไกลแล้วก็ตาม “วิน...” “วินเน่...” “วินเน่ค่ะ!...” เอเวอเรนน์เรียกลูวินเน่อยู่นานสองนาน เอเวอเรนน์เลยตะโกนออกมา “วินเน่ค่ะ...” “คะ! ค่ะ...ว่ายังไงคะ” “เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” “ฉันเรียกอยู่ตั้งนาน แต่วินเน่...กลับเงียบไป” “อ้า...ขอโทษด้วยนะคะ” “ช่างเถอะค่ะ” “ฉันว่าวินเน่กลับไปพักผ่อนก่อนเถอะค่ะ” “เอ๊ะ แต่ว่า...” “ซาร่า ช่วยไปส่งวินเน่ที่ห้องด้วยจ๊ะ” “ค่ะ คุณหนู” “แต่ว่า...” “เชิญค่ะ ท่านหญิงวาซาสต์” “ดะ...เดี๋ยวสิ...” “ดิฉันว่าวันนี้ท่านหญิงกลับไปพักก่อนเถอะค่ะ คุณหนูเอง

  • ปฏิบัติการสอบตกของคุณหนูตระกูลเคานต์   บทที่ 7: เหตุไม่คาดฝัน

    ระหว่างที่เอเวอเรนน์และลูวินเน่เดินเล่นในสวนรอบนอกของพระราชวังอยู่นั้นได้เกิดเหตุการณ์ที่น่าตกใจอย่างมากนั่นก็คือ...ทั้งสองได้ยินเสียงร้องของเด็กผู้ชาย จึงรีบวิ่งไปดูและพบกับเด็กผู้ชายคนนั้นล้มลงอยู่กับพื้นหญ้า และข้างหน้ายังมีงูหนึ่งตัว ที่ตั้งท่าจะฉกเด็กชายคนนั้นอยู่“อย่า!...อย่าเข้ามานะ!”เด็กชายคว้าก้อนหินได้ กำลังจะขว้างออกไป“หยุด! หยุดน่ะ...” เสียงเอเวอเรนน์พูดห้าม“ฮื่ออออ ช่วย...ช่วยผมด้วยครับ”“เข้าใจแล้ว เจ้าหนูใจเย็นก่อนนะ”“แล้วค่อย ๆ วางหินลงช้า ๆ นะ”เด็กชายค่อย ๆ วางหินลงตามที่เอเวอเรนน์บอกเอเรนน์หันไปพูดกับลูวินเน่“วินเน่ ช่วยไปเรียกทหารยามมาให้หน่อยนะ”“แต่ว่า...”“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวตรงนี้ฉันจัดการเองค่ะ”จากนั้นลูวินเน่ก็รีบไปตามทหารยาม“เอาล่ะ ทีนี้เรามาจัดการกับเจ้างูตัวปัญหากันเถอะ”“เจ้าหนูตั้งใจฟังให้ดีนะ”“ครับ...”“ทันทีที่ฉันให้สัญญาณ เจ้าจะต้องวิ่งมาทันทีเลยนะ”“พร้อมไหม...”เด็กชายพยักหน้าเบา ๆ“1...2...3...วิ่ง!”พรึ่บ!!เอเวอเรนน์โยนผ้าเช็ดหน้าของตนปิดหัวของงูตัวนั้นเพื่อปิดการมองเห็นของงูแล้วรีบวิ่งออกจากตรงนั้นทันทีพอวิ่งออกมาได้สักระยะ

  • ปฏิบัติการสอบตกของคุณหนูตระกูลเคานต์   บทที่ 6: วันแรก

    หลังจากกลับมาถึงห้องพัก เอเวอเรนน์ก็ทิ้งตัวลงบนโซฟาอย่างหมดแรง ความเหนื่อยล้าจากทั้งวันค่อยๆ กดทับเปลือกตา จนเธอเผลอหลับไปโดยไม่ทันตั้งตัว และสิ่งสำคัญบางอย่าง…ก็ถูกลืมไปพร้อมกัน — มื้ออาหารเย็นของวันนั้น อีกด้านหนึ่งภายในคฤหาสน์ “เมลล์… เมลล์! ท่านหญิงเอเวอเรนน์ยังไม่มาทานอาหารอีกหรือ?” เสียงหัวหน้าแม่ครัวดังขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์ ขณะยืนกอดอกอยู่หน้าห้องครัว สาวใช้ร่างเล็กที่ถูกเรียกชื่อสะดุ้งเฮือก รีบก้มหน้าลงทันที “คะ…คือ…ท่านหญิงหลับไปแล้วเจ้าค่ะ” “ข้าลองไปเรียกแล้ว แต่พอเห็นว่าทรงหลับสนิท…ก็เลยไม่กล้าปลุกเจ้าค่ะ” หัวหน้าแม่ครัวถอนหายใจยาว “เฮ้อ…ถ้าเช่นนั้น มื้อดึกคืนนี้ เจ้าก็รับผิดชอบไปก็แล้วกัน” “เจ้าค่ะ!” เมลล์รับคำเสียงเบา แม้จะพยักหน้ารับ แต่ในใจกลับรู้ดีว่า คืนนี้คงไม่ง่ายแน่ ค่ำคืนนั้นผ่านไปอย่างเงียบงัน ส่วนเอเวอเรนน์ยังคงหลับลึกอย่างไร้กังวล ... เช้าวันถัดมา เสียงนกร้องดังแว่วผ่านหน้าต่าง “อือ…” เอเวอเรนน์ครางเบาๆ ก่อนจะพลิกตัว และ— “ตุบ!” “โอ๊ย… เจ็บ…” “คุณหนูเจ้าคะ…ท่านหลับบนโซฟาอีกแล้วนะเจ้าคะ” เสียงซาร่าดังขึ้นอย่างคุ้นเคย

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status