Beranda / โรแมนติก / ประกาศิตซาตาน / ๒ มีใจให้กันหรือยัง (๒)

Share

๒ มีใจให้กันหรือยัง (๒)

Penulis: Kaowsethong
last update Tanggal publikasi: 2026-02-25 17:18:03

พอหันไปมองจึงได้พบหญิงสาวที่สวมชุดนักเรียนของโรงเรียนรัฐบาลวิ่งออกมา หล่อนน่าจะเลิกเรียนนานแล้วแต่ยังไม่เปลี่ยนมาสวมชุดไปรเวท ผมยาวประบ่าตามกฎของโรงเรียนที่ไม่ให้ไว้ยาวจนเกินไป ดวงตาเป็นประกายจดจ้องไปยังรถยนต์ที่มาจอดหน้าบ้าน

            “โห รถสวยมาก! รถใครอ่ะ” หันไปถามพี่สาวที่เดินเคียงข้างชายแปลกหน้า หรี่ตามองอย่างจับผิดก่อนเอ่ยเสียงดังกว่าเดิมจนคนอายุมากกว่านึกเกรงใจชายหนุ่มที่อุตส่าห์มาส่งตนถึงบ้าน เพราะดูเหมือนน้องสาวจะเสียมารยาทกับเขาพอสมควร 

            “พี่อัญมีแฟนแล้วเหรอ!” ตะโกนเสียงดังเล่นเอาคนที่อยู่ในบ้านพากันเดินออกมาดู ทำให้เธอต้องเข้าไปบอกน้องอย่างรวดเร็ว สีหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่กับคำพูดกล่าวหาต่อหน้าบุคคลที่สาม ทั้งยังพ่อแม่ที่เดินออกมาอีก

            “ไม่ใช่ พี่หนึ่งเป็นรุ่นพี่ที่ทำงาน...พี่หนึ่งคะนี่อรค่ะเป็นน้องสาวของอัญเอง” เธอรีบแนะนำให้เขารู้จักกับน้องสาวที่กำลังจะเรียนจบชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย กำลังเตรียมตัวสอบเข้ามหาวิทยาลัยรอบแอดมิดชั่นเพราะไม่ผ่านรอบสอบตรงของทางสถานบัน

            อัญชิสา อนันต์เมษเหลียวมองน้องสาวที่เปลี่ยนจากใบหน้าบึ้งตึงเป็นแย้มยิ้มงดงาม ประนมมือไว้ระหว่างอกแล้วค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อไหว้คนที่เพิ่งได้พบเป็นครั้งแรก อาการก้าวร้าวหายไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงความนอบน้อมคล้ายคนละคน สร้างความฉงนให้แก่คนมองแต่ก็เข้าใจในทันทีกับสายตาที่น้องสาวหล่อนส่งมา

            ทว่าไม่คิดจะตอบรับเพราะในสายตาของตนมีคนพี่อยู่แล้ว คนที่ทำให้เขาตกหลุมรักได้แต่แรกเจอไม่ใช่จะหาได้ง่าย จึงไม่คิดจะมองหาใครอีกโดยเฉพาะผู้หญิงอีกคนเป็นน้องสาวเธอ...

            “สวัสดีค่ะพี่หนึ่ง” คำพูดแสนหวานกับการส่งสายตาให้เขาดูไม่ธรรมดาเอาเสียเลย

            ธนนท์ปภพทำเพียงยกมือรับไหว้ไม่ได้เอ่ยอะไร นึกแปลกใจกับความต่างของสองพี่น้อง หน้าตาไม่เหมือนกันนิสัยยังไม่ใกล้เคียงอีก แต่เขาก็เลือกจะปัดความรู้สึกทั้งหมดทิ้งไม่ได้สนใจคนอื่นนอกจากหล่อนผู้เดียว

            “พี่ไม่มีรถกลับบ้านพี่หนึ่งก็เลยอาสามาส่ง” ตอบไปตามความจริงกลัวว่าเรื่องราวจะถูกเปลี่ยน พอดีกับที่พ่อแม่เปิดประตูรั้วออกมาดูว่าลูกสาวกลับบ้านพร้อมใคร แค่เห็นรถยนต์ก็ต้องตกตะลึงแล้วเพราะราคาไม่ใช่เล่น

            นึกตื่นเต้นมากกว่าเดิมเมื่อหันมามองใบหน้าหล่อของคนที่ขับรถมาส่ง พวกเขายืนอยู่หน้าบ้านโดยที่แขกหนุ่มยังไม่ถูกเชิญเข้าข้างใน แต่เมื่อได้พบหน้ากันก็ทำให้พ่อของหล่อนถึงกับตกใจเบิกตากว้าง แย้มยิ้มมีความสุขแล้วเดินเข้ามาทักทายชายรุ่นลูกอย่างรวดเร็ว

            “อัญพาใครมาน่ะ” แม่เป็นคนถาม

            “อ้าว คุณหนึ่ง! ไม่เจอกันนานเป็นยังไงบ้างครับสบายดีไหม” ขณะที่พ่อรีบเดินเข้ามาถามไถ่เขาราวรู้จักกันมานานนม เพียงแต่ร่างสูงไม่ได้มีท่าทีตอบรับเท่าไหร่ เขาย่นคิ้วเล็กน้อยระหว่างจ้องใบหน้าที่ไม่คุ้นเคย ก่อนเริ่มนึกได้เลือนรางว่าเคยเห็นชายผู้นี้ที่ไหน

            “ครับ” ตอบรับอย่างขอไปที แต่สายตาของเขายังคงมีคำถามทำให้คนอายุมากกว่ารีบเฉลย

            “จำอาไม่ได้ล่ะสิ เราเคยเจอกันตอนคุณหนึ่งมาเรียนรู้งานเมื่อหลายปีก่อนน่ะครับ อาเข้าไปเสนอขายเครื่องใช้สำนักงานไงครับ จำได้หรือเปล่า” คำพูดและท่าทีนอบน้อมของบิดาหล่อนเริ่มทำให้เขาอึดอัด แต่ชายหนุ่มก็เลือกจะคิดตามก่อนจ้องหน้าคนที่มองเขาด้วยความลุ้นว่าตนจะจำได้หรือเปล่า

            เหมือนว่าทุกสายตาจับจ้องมายังธนนท์ปภพแล้วยิ่งทำให้ร่างสูงกดดันมากกว่าเดิม จึงบอกตัวเองว่าต้องนึกให้ออกเดี๋ยวนี้ พลันมีความคิดในอดีตเริ่มกลับมาจึงเห็นใบหน้าของท่านชัดขึ้นพร้อมกับชื่อที่ออกจากริมฝีปาก

            “อ้อ อาปวัชร...”

            ได้ยินเสียงลมหายใจของคนตรงหน้าชัดเจน เขาจึงยิ้มให้ตามมารยาทแล้วเหลือบมองอัญชิสาที่ขยับไปยืนข้างหลังมารดา ไม่แม้แต่จะสบตากันด้วยซ้ำ ทำให้คิดออกทันทีว่าตัวเองยังไม่ได้แนะนำสถานะที่แท้จริงให้หญิงสาวได้ทราบ

            เขายังเป็นเพียงแค่พนักงานฝ่ายบริหารในความคิดของเธอ ไม่ใช่ผู้บริหารระดับสูงของโรงแรม ไม่แน่ว่าตอนนี้หล่อนอาจจะโกรธกันหรือเปล่า

            “ใช่ครับ ชื่อคล้ายพ่อของคุณหนึ่งเลย” เขาทำเพียงแค่ยิ้มแล้วเปลี่ยนคำเรียกหน้าชื่อของตน รู้สึกว่าคุณมันอาจจะแก่เกินไป เพิ่งเรียนจบได้ไม่นานแต่ทุกคนเคารพเขาเกินกว่าความสามารถไปแล้วด้วยซ้ำ

            “ไม่ต้องเรียกคุณหรอกครับ เรียกแค่หนึ่งก็ได้” คนที่บ้านต่างแย้มยิ้มให้เขาบ่งบอกว่าต้อนรับเป็นอย่างดี ซึ่งตนไม่แปลกใจเลยสักนิด ไม่ว่าเขาจะไปที่ไหนคนส่วนใหญ่ก็มักให้การต้อนรับอย่างดีมาโดยตลอด

            มีเพียงคนเดียวที่ทำหน้านิ่งไม่ยอมยิ้มอีกเลย จนเขายิ่งกังวลมากกว่าเดิมว่าจะทำให้เธอโกรธหรือเปล่า

            “หนึ่งมาส่งอัญเหรอ รู้จักกันได้ยังไงล่ะ” ไม่ใช่เพียงแค่คนเป็นพ่อที่สงสัย มารดาของหล่อนก็อยากทราบเช่นเดียวกัน กระทั่งน้องสาวก็รอฟังว่าทั้งสองไปรู้จักกันได้อย่างไร แล้วทำไมอัญชิสาถึงไม่บอกคนที่บ้าน

            คิดดังนั้นก็ตวัดสายตาไปมองพี่สาวด้วยความหงุดหงิด ก่อนเปลี่ยนหน้าอย่างรวดเร็วเพื่อมาส่งยิ้มให้แก่หนุ่มหล่อ

            “อัญไปทำงานที่โรงแรมครับเลยรู้จักกัน ช่วงนี้ผมเข้ามาดูแลงานที่โรงแรมช่วยคุณพ่อ” คำตอบของเขาทำให้ท่านพยักหน้าแล้วผายมือเชิญแขกคนสำคัญเข้าไปข้างในบ้าน ไม่คิดเลยว่าชายหนุ่มจะมาเยือนถึงบ้าน

            แล้วยังสนิทสนมกับลูกสาวคนโตอีกต่างหาก...

            “อ้อ เข้ามาข้างในก่อนสิ มากินข้าวด้วยกันก่อน”

            “ไม่...” คิดจะปฏิเสธเพราะความจริงก็แค่อยากมาส่งอัญชิสาให้ถึงบ้านเท่านั้น แต่ดูเหมือนว่าครอบครัวของหล่อนจะไม่ยอมปล่อยเขากลับบ้านโดยง่าย นำโดยบิดาของหญิงสาวที่เดินเข้ามาจูงกึ่งลากร่างสูงเพื่อเข้าบ้าน

            “ไม่ได้ครับ มาถึงบ้านทั้งทีต้องต้อนรับ น้องอรพาพี่เข้าไปข้างในสิลูก” สบโอกาสจึงเรียกลูกสาวคนเล็กอย่างรวดเร็ว หล่อนเห็นอย่างนั้นก็เดินมาเกาะแขนอีกข้างของเขา จนธนนท์ปภพต้องมองด้วยแววตาเคร่งขรึม ไม่ค่อยชอบให้ใครมาแตะตัวเท่าไหร่ แต่เหมือนสองพ่อลูกจะไม่สนใจ

            เลือกดึงชายหนุ่มเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว โดยที่ใบหน้าคมทำได้เพียงเหลียวกลับมามองนางบุษบาของตนที่ไม่แม้จะหันมาสบตากันด้วยซ้ำ เขารู้แล้วว่าตอนนี้ตัวเองพลาดอย่างมหันต์ ไม่คิดว่าจะเป็นที่รู้จักขนาดนี้

            อยากกลับบ้านก็ไม่ทันเสียแล้ว...

            “ค่ะพ่อ เชิญค่ะพี่หนึ่ง” คนอายุน้อยกว่าดูกระตือรือร้นเป็นพิเศษ เมินสายตาไม่ชอบใจของเขาพลางกอดแขนแกร่งเอาไว้แน่น ดึงให้ร่างสูงเข้าไปในบ้านของตัวเอง ใบหน้าประดับรอยยิ้มแห่งความสุข นึกชอบใจอีกฝ่ายทันทีไม่ว่าจะรูปร่างหน้าตาหรือฐานะก็ตาม

            เหมาะสมกับตนเป็นอย่างยิ่ง แบบนี้จะปล่อยไปไม่ได้เป็นอันขาด!

            “อัญไปเตรียมอาหารเย็นแล้วกัน คุณหนึ่งมากินข้าวด้วยต้องทำสุดความสามารถล่ะ” พี่คนโตเดินตามหลังแล้วซ่อนแววตารวดร้าวเอาไว้ เหลียวมองมารดาที่บอกลูกสาวให้เข้าครัว เรื่องการต้อนรับแขกปล่อยให้เป็นหน้าที่ของคนน้องอย่างอรสินี อนันต์เมษที่ถนัดในด้านนี้เสียเหลือเกิน

            “ค่ะ” จำต้องเดินเข้าทางหลังบ้านเพื่อตรงไปยังห้องครัว

            บ้านของหล่อนเคยมีแม่บ้านแต่เพราะกิจการของครอบครัวเริ่มซบเซา ทำให้ต้องยกเลิกการจ้างงาน คนที่ต้องทำทุกอย่างจึงเป็นหล่อน ไม่ว่าจะทำความสะอาดบ้านหรือซักเสื้อผ้ารีดเสื้อผ้า เรื่องทำอาหารก็เช่นเดียวกัน หล่อนเหมือนเป็นคนรับใช้ของบ้านไปแล้ว

            ส่วนน้องสาวไม่ได้แตะงานพวกนี้ โดนอ้างว่าต้องอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาวิทยาลัย ส่วนเธอใกล้เรียนจบแล้วสามารถทำงานบ้านได้ ซึ่งตนรู้ดีว่ามันเป็นแค่ข้ออ้าง ถึงน้องสาวจะว่างพวกท่านก็ไม่ให้ลูกคนโปรดทำงานพวกนี้หรอก

            เพราะอรสินีคือลูกในไส้...ส่วนเธอแค่เด็กเก็บมาเลี้ยงเท่านั้น

            เพิ่งทราบเรื่องนี้เมื่อเรียนจบปวช.แล้วน้องสาวเอามาบอก เธอร้องไห้ตีกับน้องจนแม่มาจับแยกก่อนจะตีเธอที่รังแกน้องพร้อมบอกความจริงทุกอย่าง ท่านไปเจอเธออยู่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจึงรับมาเลี้ยง ตอนนั้นหล่อนยังแบเบาะไม่รู้เรื่อง ปีต่อมามารดาท้องหล่อนจึงมีน้องแล้วกลายเป็นลูกที่ไม่ได้รับความสนใจอีกต่อไป

            เลี้ยงตามมีตามเกิดไม่ได้ให้ความรักอย่างที่ควรจะเป็น...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

  • ประกาศิตซาตาน   ๑๖ กว่าจะรู้ว่ารักแค่ไหน (๒)

    ก่อนแวะเข้าร้านขายของแล้วเห็นประตูด้านหลังเปิดออกซึ่งเชื่อมกับร้านอาหารที่เธอทำงาน จึงใช้ช่องทางนั้นโดยไม่ได้เดินออกมาข้างนอกอีก มาถึงร้านอาหารส้มตำซึ่งเป็นที่ทำงานใหม่ของตนก็วางของลงบนโต๊ะด้านหลัง สวมผ้ากันเปื้อนเตรียมทำงานทันที ร้านป้าไก่อยู่ด้านหลังหอพัก เคยเป็นบ้านของท่านแต่ปรับเปลี

  • ประกาศิตซาตาน   ๑๕ ปลดหินในใจ (๔)

    กลับมาถึงบ้านคิดว่าทุกคนจะหลับกันหมดแล้ว เขากลับพบว่าไฟด้านล่างยังเปิดสว่าง เดินเข้ามาในบ้านก็พบน้องสาวที่ยังคงนั่งรออยู่โซฟา ถึงกับชะงักฝีเท้าไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยังรอตัวเอง เขายิ้มให้หล่อนแล้วเดินเข้าไปนั่งลงข้างกัน “พี่หนึ่งทานข้าวหรือยังคะ” หทัยวารินมองคนอายุมากกว่าแล้วขยับเข้าไปใกล้

  • ประกาศิตซาตาน   ๑๔ นกต้องโบยบิน (๔)

    “เธอรู้หรือเปล่าเรื่องที่พ่อแม่เธอไปต่างประเทศ” เหมือนว่าระหว่างพวกเราเลือกจะไม่กล่าวถึงประเด็นอ่อนไหวของครอบครัวเธอมาตลอด เป็นครั้งแรกหลังจากได้มาอยู่กับเขาแล้วอีกฝ่ายพูดขึ้นมา ร่างบางจึงละมือจากสิ่งที่ตัวเองทำ “ค่ะ พอจะทราบ” แม้จะอยู่ไกลก็รู้ว่าโรงงานของพวกท่านล้มละลาย ทุกอย่างสูญสิ้น

  • ประกาศิตซาตาน   ๑๔ นกต้องโบยบิน (๓)

    “มึงมีลูกชายหรือไง ขนาดเมียยังไม่มี...กำลังจะมีนี่หว่า” เพิ่งนึกได้ว่าธนนท์ปภพประกาศแต่งงาน จึงได้เปลี่ยนคำพูดอย่างรวดเร็ว แต่คนที่กำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กลับหน้านิ่วคิ้วขมวด เขาคิดไม่ตกกับความรู้สึกของตัวเอง นานแค่ไหนแล้วที่ไม่เคยพูดเรื่องความรักกับใคร แต่ตอนนี้ไม่อาจเก็บไว้คนเดียวได้อีก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status