Beranda / โรแมนติก / ประกาศิตซาตาน / ๒ มีใจให้กันหรือยัง (๓)

Share

๒ มีใจให้กันหรือยัง (๓)

Penulis: Kaowsethong
last update Tanggal publikasi: 2026-02-25 17:18:23

อัญชิสาพยายามทำตามคำสั่งของบุพการีทุกอย่างเพื่อจะได้เป็นลูกรักเหมือนน้องบ้าง แต่ไม่ว่าจะพยายามแค่ไหนกลับเหมือนว่าถูกผลักให้ห่างมากกว่าเดิม หล่อนจึงทำได้แค่ภาวนาให้ตัวเองได้รับความรักในสักวัน

            “พี่หนึ่งพอจะติวให้อรได้ไหมคะ อรไม่ค่อยเก่งวิชาคณิตเท่าไหร่ไม่รู้ว่าจะชอบติดหรือเปล่า พี่หนึ่งช่วยอรหน่อยนะคะ” เข้ามานั่งในห้องรับแขกก็ถูกขนาบข้างด้วยหญิงสาวที่พยายามจะตีสนิท ทั้งที่ใบหน้าของเขานิ่งเฉยแววตาไม่รับแขก แต่ก็ยังตอบไปตามมารยาท

            “ถ้าว่างนะครับ...” เจ้าของบ้านถึงกับนำน้ำมาเสิร์ฟเอง แต่เขากลับไม่เห็นหญิงสาวที่ตนมาส่งถึงบ้าน เธอไม่ได้ขึ้นไปชั้นบนแต่ได้ยินเสียงทำอาหารคาดว่าคงอยู่ในครัว ชายหนุ่มหยิบน้ำขึ้นจิบแก้กระหายแล้วตอบคำถามของคุณปวัต อนันต์เมษบ้าง

            ทราบว่าครอบครัวนี้ทำโรงงานผลิตของใช้ตามออเดอร์ ซึ่งส่วนมากก็เป็นโรงแรมหรือบริษัทห้างร้านที่มาสั่งทำ ทว่าโรงแรมของเขามีโรงงานที่ใช้งานอยู่แล้ว จึงไม่ได้สนใจจะร่วมงานกับท่านแต่คุณปวัตรก็ยังพยายามจะบอกว่าอยากร่วมงานจนนึกรำคาญ

            เขาอยากคุยกับอัญชิสามากกว่า...

            “ผมขอเข้าห้องน้ำหน่อยนะครับ” สบโอกาสที่ดื่มน้ำจนหมดแก้วแสร้งทำทีเหมือนต้องการปลดทุกข์ จึงไม่มีใครรั้งเขาเอาไว้

            “ทางนั้นเลยค่ะ” ผายมือไปยังห้องน้ำชั้นล่าง เขาจึงรีบลุกจากโซฟาแล้วเดินเข้าห้องน้ำทันที อรสินีเห็นอย่างนั้นก็ถูกมารดาสั่งให้ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าจะได้ดูสวยกว่านี้ ไม่ใช่สวมชุดนักเรียนเหมือนเด็กกะโปโลมารับแขก เจ้าตัวรีบทำตามคำสั่งอย่างรวดเร็ว

            ร่างสูงมองไปยังเจ้าของบ้านที่ไม่ได้สนใจตน ก่อนเลือกย่องเสียงเบาเข้าไปในครัว พบคนที่กำลังทำอาหารอย่างตั้งใจจนไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าของเขาด้วยซ้ำ ธนนท์ปภพจึงไปหยุดยืนข้างเธอทำให้ร่างบางหันมามอง พอเห็นว่าเป็นใครก็กลับไปตั้งใจทำอาหารเหมือนเดิม

            “ทำอะไรเหรอ” ไม่มีคำทักทายจากหล่อน

            ทำให้รู้ทันทีว่าโดนโกรธเข้าให้แล้ว เห็นอย่างนั้นก็ตัดสินใจชวนคุย “อาหารเย็นค่ะ” ตอบเสียงแข็งพร้อมกับอาการไม่สบอารมณ์ที่มองออกง่ายดาย เขาเห็นอย่างนั้นก็กลัวว่าเธอจะโกรธจนไม่ยอมพูดคุยกันโดยดี คิดจะจับแขนเรียวแต่รู้ว่าไม่ควร

            “โกรธพี่หรือเปล่า ทำไมทำหน้าบึ้งนักล่ะ” น้ำเสียงที่ถามอ่อนลงกว่าปกติ เธอพยายามไม่หันไปมองเขาแล้วเลือกจะทำอาหารอย่างเดียว ใบหน้าหวานเรียบสนิทต่างจากทุกครั้งที่มักจะยิ้มหวานให้กัน ทำให้เขาเริ่มทำตัวไม่ถูก

            ไม่เคยต้องง้อใครมาก่อน จึงไม่รู้ว่ามันต้องทำอย่างไร

            “มีอะไรให้โกรธด้วยเหรอคะ” ถามกลับเสียงแข็ง เขาจึงรู้ในทันทีว่าต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เธอหายโกรธแล้วกลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด

            ต้องแข่งกับเวลาเพราะไม่รู้อรสินีจะเข้ามาตามเมื่อไหร่

            “ขอโทษที่ไม่ได้บอก พี่แค่คิดว่ามันไม่ได้สำคัญเท่าไหร่ อย่าโกรธกันเลยนะ...” รู้ดีว่าเธอโกรธเรื่องที่เขาปิดบังฐานะของตัวเอง จึงเลือกจะเป็นฝ่ายเอ่ยขอโทษพร้อมขยับเข้าไปใกล้หล่อน แต่เหมือนว่าร่างบางจะไม่ยอมรับฟัง เธอทำเพียงไล่เขาออกห่างเพื่อจะได้ทำอาหารต่อ ไม่อย่างนั้นสมาธิคงกระเจิงกันพอดี

            “ออกไปข้างนอกเถอะค่ะ อาหารเสร็จแล้ว” พูดจบก็เดินไปหยิบจานโดยปล่อยให้ชายหนุ่มมองตามก่อนถอนหายใจที่ไม่มีสิ่งใดเป็นดั่งใจเลย

            สุดท้ายก็ต้องเดินออกมารอที่ห้องรับแขก คุยกับบิดาของหล่อนโดยมีอรสินีนั่งขนาบข้าง ถึงเวลาอาหารก็ย้ายมายังห้องทานข้าวซึ่งเธอนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม กินข้าวไม่พูดจนขณะที่เขาก็ถูกน้องสาวเธอตักอาหารใส่จานจนกินไม่ทันต้องบอกให้พอก่อน

            อาหารฝีมือของหล่อนอร่อย แต่เหมือนว่าแม่ครัวเงียบเกินไปทั้งยังไม่มองหน้าเขา ทำให้ชายหนุ่มยิ่งกระวนกระวายมากกว่าเดิม

            หันมาด่ากันยังดีซะกว่าเงียบแบบนี้...

            กินข้าวจนอิ่มก็ตามด้วยของหวาน ก่อนที่อัญชิสาจะเป็นคนเก็บกวาดทุกอย่างทั้งยังล้างจานชามจึงหมดโอกาสจะออกมาร่ำลาเขา ถึงแม้ว่าร่างสูงจะชะเง้อมองเธอเท่าไหร่ สุดท้ายก็ต้องโบกมือลากับอรสินีที่เดินมาส่งถึงหน้าบ้าน

            “ไว้มากินข้าวที่บ้านบ่อยๆ นะคะพี่หนึ่ง”

            “ครับ”  ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรจึงทำเพียงแค่รับคำแล้วขึ้นรถขับออกจากบ้านของเธออย่างรวดเร็ว แต่ไม่วายทิ้งสายตาเพื่อมองหาคนที่ตัวเองอยากเจอ แต่ดูเหมือนว่าหล่อนจะไม่ต้องการพบเขาเท่าไหร่ สุดท้ายชายหนุ่มทำได้เพียงแค่ถอดใจ

            ไว้พรุ่งนี้ค่อยไปหาที่ห้องจัดเลี้ยงก็ได้ หญิงสาวยังคงทำงานอยู่ที่เดิมไม่หนีหายไปไหนหรอก

            รถคันหรูแล่นลับไปแล้ว รอยยิ้มของอรสินีจึงลดลงก่อนเดินเข้าไปในบ้าน พบว่าพี่สาวเพิ่งล้างจานชามเสร็จก็ตรงเข้าไปถามไถ่เสียงแข็ง ไม่มีความเคารพเลยสักนิด ถูกเลี้ยงตามใจมาแต่เด็กจึงมองพี่สาวเป็นเหมือนคนรับใช้มากกว่าคนในครอบครัว

            ซึ่งเรื่องนี้ก็เป็นแผลใจของหญิงสาวพอสมควร เมื่อก่อนเธอตั้งคำถามหลายต่อหลายครั้ง จนทราบความจริงว่าตนเป็นคนนอกจึงไม่คิดจะถามอีก เลือกจะทำทุกอย่างให้เป็นที่รัก นั่นคือทำตามคำสั่งของบุพการีทุกอย่าง

            ถึงแม้ว่าตนจะไม่เต็มใจก็ตาม...

            “พี่อัญ ไปรู้จักตอนไหนทำไมไม่เห็นบอกอรเลย แอบเก็บเงียบไว้คนเดียวคิดว่าอรจะแย่งเหรอ” เข้ามาถามเสียงแข็งใบหน้าบึ้งตึง มองหน้าพี่สาวแล้วก็นึกน้อยใจที่ไม่สวยเท่าอีกฝ่าย ผู้ชายที่เข้ามาต่างก็ใช้หล่อนเป็นสะพานเพื่อเข้าหาอัญชิสาทั้งนั้น

            ธนนท์ปภพก็เข้าหาพี่สาวหล่อนเช่นเดียวกัน มองตาก็รู้ว่าเขาไม่ได้คิดแค่พี่น้อง ยิ่งทำให้เธอนึกอิจฉาคนตรงหน้ามากกว่าเดิม

            “เปล่า พี่ก็เพิ่งรู้จักกับพี่หนึ่งไม่นาน...” พยายามตอบอย่างเป็นกลาง ไม่อยากหาเหาใส่หัวให้ตัวเองเพราะรู้ดีว่าน้องสาวต้องการอะไร

            “เหอะ มีพี่อัต พี่เจมแล้วยังมาพี่หนึ่ง หลายใจจริงเลยนะพี่สาว” มือบางกำเข้าหากันแน่น พยายามผ่อนลมหายใจออกอย่างเชื่องช้า

            “พี่เปล่า อย่าใส่ร้ายกันได้ไหม” เธอเป็นพี่และอายุมากกว่าจึงต้องควบคุมอารมณ์ไม่ให้สติแตก โดยเฉพาะกับน้องสาวที่พ่อแม่ตามใจทุกอย่าง ไม่ว่าจะถูกหรือผิดก็เข้าข้างน้องจนเธอกลายเป็นคนผิดอยู่ร่ำไป

            “ใส่ร้ายอะไรก็เห็นอยู่ตำตา จะปฏิเสธเพื่ออะไร” เริ่มก้าวเข้ามาใกล้เหมือนต้องการจะหาเรื่อง เธอจึงก้าวถอยจนหลังชิดกับเคาท์เตอร์ครัว และก่อนที่จะมีเรื่องเกิดขึ้นคุณภัตติมา อนันต์เมษก็เดินเข้ามาขัดเสียก่อน

            “อัญ มากับแม่หน่อย”

            “ค่ะ” จูงมือบางออกจากห้องครัว ทำให้ลูกสาวที่กำลังจะหาเรื่องพี่มีท่าทีฮึดฮัดอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็เลือกจะยอมปล่อยไปก่อน

            เรื่องของธนนท์ปภพเพิ่งเริ่มต้นขึ้น เธอไม่มีทางยอมแพ้เป็นอันขาด!

            “พรุ่งนี้ไปกินข้าวกับคุณอาธีระหน่อยนะ พ่อจะคุยเรื่องงานกับเขาน่ะ” เดินมาที่ห้องรับแขกแล้วเริ่มพูดเรื่องสำคัญกับลูกสาว เหมือนเป็นเรื่องปกติที่ตนต้องไปรับประทานอาหารกับผู้ชายที่มารดาเลือก โดยที่ไม่สนใจว่าหล่อนเต็มใจหรือเปล่า

            “แต่อัญ...” คิดจะปฏิเสธกลับถูกท่านจ้องนิ่งแล้วเกลี่ยกล่อมแกมบังคับ ซึ่งเธอไม่อาจปฏิเสธได้เลย

            “ไปเถอะ ค่อยกลับพร้อมพ่อ”

            “ค่ะ”

            ปากอวบอิ่มเม้มเข้าหากันแน่น ไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากเดินขึ้นชั้นสองเพื่อพักผ่อน นั่งลงบนเตียงก็ปล่อยน้ำตาให้ไหลด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิตของตัวเอง

            แค่อยากได้ความรักจากคนในครอบครัว...มันยากมากเลยเหรอ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

  • ประกาศิตซาตาน   ๑๖ กว่าจะรู้ว่ารักแค่ไหน (๔)

    “ป้าคะ หนูเอาน้ำเต้าหูกับปาท่องโก๋มาให้ค่ะ ส่วนนี่ค่าเช่าหน้าร้านนะคะ” ไม่เพียงแต่ให้ของกินยังยื่นเงินให้อีกต่างหาก ทำเอาอีกฝ่ายถึงกับส่ายหน้าแล้วรับมาแค่ของกินเท่านั้น รู้ว่าอัญชิสากำลังลำบากในการหาเงินเพื่อเลี้ยงลูกลำพัง “ไม่เอา ป้าให้ขายฟรีจะมาเช่าอะไรล่ะ...แค่น้ำเต้าหู้กับปาท่องโก๋ท

  • ประกาศิตซาตาน   ๑๖ กว่าจะรู้ว่ารักแค่ไหน (๓)

    “จริงนะ...ไม่ไหวอย่าฝืนเลยเดี๋ยวเป็นลมเป็นแล้งขึ้นมาป้าก็ไม่รู้จะทำยังไง ไปพักสักหน่อยนะตอนนี้คนยังไม่ค่อยเยอะเดี๋ยวป้าทำคนเดียวเอง” เจ้าของร้านมองดุเพราะหล่อนไม่ยอมไปพักสักที ยังคงยืนกรานอยากช่วยเหมือนเดิม จนสุดท้ายท่านต้องบังคับให้ไปพักจึงยอมทำตาม “ค่ะ” เดินมานั่งบนแคร่แล้

  • ประกาศิตซาตาน   ๑๖ กว่าจะรู้ว่ารักแค่ไหน (๒)

    ก่อนแวะเข้าร้านขายของแล้วเห็นประตูด้านหลังเปิดออกซึ่งเชื่อมกับร้านอาหารที่เธอทำงาน จึงใช้ช่องทางนั้นโดยไม่ได้เดินออกมาข้างนอกอีก มาถึงร้านอาหารส้มตำซึ่งเป็นที่ทำงานใหม่ของตนก็วางของลงบนโต๊ะด้านหลัง สวมผ้ากันเปื้อนเตรียมทำงานทันที ร้านป้าไก่อยู่ด้านหลังหอพัก เคยเป็นบ้านของท่านแต่ปรับเปลี

  • ประกาศิตซาตาน   ๑๕ ปลดหินในใจ (๔)

    กลับมาถึงบ้านคิดว่าทุกคนจะหลับกันหมดแล้ว เขากลับพบว่าไฟด้านล่างยังเปิดสว่าง เดินเข้ามาในบ้านก็พบน้องสาวที่ยังคงนั่งรออยู่โซฟา ถึงกับชะงักฝีเท้าไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะยังรอตัวเอง เขายิ้มให้หล่อนแล้วเดินเข้าไปนั่งลงข้างกัน “พี่หนึ่งทานข้าวหรือยังคะ” หทัยวารินมองคนอายุมากกว่าแล้วขยับเข้าไปใกล้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status