LOGIN๒
มีใจให้กันหรือยัง
ความสัมพันธ์ของพวกเราขยับจากคนแปลกหน้าเป็นพี่น้องโดยที่ชายหนุ่มไม่ทันตั้งตัวด้วยซ้ำ การทำงานแต่ละวันที่เคยผ่านไปอย่างไร้จุดหมาย ตอนนี้กลับกลายเป็นว่าเขามีจุดมุ่งหมายคือการพบกับนางบุษบาของตัวเอง เธอมักจะมาทำพาร์ทไทม์ช่วงเย็นหลังเลิกเรียน ไม่ได้มาทุกวันแต่ก็ค่อนข้างบ่อยจนชายหนุ่มรู้ตารางงานของหล่อน จึงได้ปรับเปลี่ยนตารางงานของตัวเองเช่นเดียวกัน
เขาทำหลายอย่างโดยที่ไม่คิดว่าชีวิตนี้ตัวเองจะต้องมาทำ จอดรถเพื่อรอส่งเธอให้กลับบ้าน เก็บดอกกุหลาบขาวไว้อย่างดีในห้องนอน นำแบงค์พันใส่กรอบพร้อมเก็บไว้ในสมุดบันทึกที่เขียนถึงเรื่องราวความประทับใจของเรา หรือความจริงอาจเป็นเขาเพียงคนเดียวที่ประทับใจก็เป็นได้
ย้อนกลับไปคิดถึงเมื่อไหร่ก็นึกขำตัวเองเหมือนกัน ไม่เคยคิดว่าการตกหลุมรักเพียงแรกพบมีอยู่จริง จนกระทั่งได้พบกับเธอทำให้รู้ว่ามันเกิดขึ้นกับตัวเองแล้ว
ธนนท์ปภพพยายามจะไม่แสดงออกมาเกินไปถึงความรู้สึกของตัวเอง ยังคงไว้ท่าทีอยู่บ้างถึงแม้ความจริงจะชอบหล่อนมากแค่ไหนก็ตาม อย่างตอนนี้ที่เขาเลิกงานและเพิ่งชมการแสดงของหล่อนจบ จึงได้ออกมานั่งเล่นที่สวนของโรงแรมพร้อมกับสมุดพกขนาดเล็ก ร่างภาพดอกไม้ที่เห็นตรงหน้าก่อนจะวาดออกมาระหว่างรอคนที่กำลังเปลี่ยนชุด
เขาหมายมั่นเอาไว้ว่าคราวนี้จะไปส่งหล่อนถึงบ้านให้ได้ รวบรวมความกล้าในการเข้าใกล้หญิงสาวอีกก้าว หากเป็นคนอื่นเขาคงเอ่ยปากขอขึ้นเตียงด้วยแล้ว แต่รู้ดีว่าหล่อนต่างออกไปจากคนอื่น เขาไม่ต้องการให้เรื่องของเราจบลงแค่บนเตียง
อยากสานต่อความสัมพันธ์มากกว่านั้น...
เป็นความรู้สึกที่รวดเร็วและรุนแรงจนนึกกลัวว่ามันจะหมดไปในเวลาไม่นาน...
“พี่หนึ่งทำอะไรเหรอคะ” ขณะที่กำลังนั่งวาดภาพด้วยใจปลอดโปร่ง ก็ได้ยินเสียงทักดังมาจากข้างหลัง จึงหันไปมองก่อนพบคนที่ตนเฝ้ารอเดินมาถามไถ่ เกือบจะยิ้มกว้างแล้วแต่ยังคงทำหน้าเคร่งขรึมเอาไว้ได้เหมือนเดิม
“สเก็ตภาพดอกไม้” ฟังอย่างนั้นก็นึกสนใจปนสงสัยจึงชะโงกหน้ามาดูภาพที่ชายหนุ่มกำลังวาด ปากอวบอิ่มค่อยแย้มยิ้มแววตาเต็มไปด้วยความชื่นชมคนตรงหน้า พร้อมกับเอ่ยออกมาไม่ได้เก็บความรู้สึกเอาไว้
“สวยจังเลยค่ะ...แล้ววาดภาพหนูได้หรือเปล่า” เธอกระตือรือร้นขึ้นมาทันที
หลังจากทำงานในหน้าที่ของตัวเองเสร็จเรียบร้อยพร้อมได้ค่าจ้าง จึงคิดจะกลับบ้านแต่เดินผ่านสวนแล้วเห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยจึงเข้ามาทัก ช่วงนี้เจอเขาบ่อยจนกลายเป็นแอบมองหาในหลายครั้งไปแล้ว ตอนแรกที่เข้ามาทักก็ค่อนข้างเกรงกลัวเพราะชายหนุ่มหน้านิ่งเกินไป ไม่รู้ว่าจะโหดหรือเปล่า
แต่เมื่อได้คุยกันแล้วเขาก็ค่อนข้างสุภาพและแสนดีกับเธอมาก จนอยากคุยด้วยเรื่อยๆ ไม่เคยเบื่อเลยสักครั้งที่ได้ต่อบทสนทนา
“ได้สิ แต่อาจจะไม่สวยเท่าตัวจริงนะ” ยิ้มกว้างอย่างรวดเร็วแล้วเดินไปนั่งตรงหน้าเขา ถึงชุดที่สวมจะเป็นเพียงเสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ก็ไม่ได้ทำให้ความสวยของเธอลดน้อยลงสักนิด กลับเป็นความธรรมดาที่ทำให้เขามองไม่วางตา
“ไม่เป็นไรค่ะ ขอแค่เป็นภาพที่พี่ตั้งใจวาดก็พอแล้ว” คนวาดต้องกลั้นยิ้มมากเพียงใดหล่อนคงไม่ทราบ โอกาสมาถึงตรงหน้าเขาก็ต้องรีบคว้าเอาไว้ ได้มองเธอพร้อมทั้งวาดภาพใบหน้าแสนสวยลงไปในสมุดพกพา เขาคงต้องไปคัดลอกใส่กระดาษแผ่นใหญ่ไว้บ้างแล้ว
ใบหน้ารูปไข่ดวงตากลมโตจมูกโด่งปลายเชิดขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากอวบอิ่มที่ถูกทาด้วยลิปสติกสีชมพูระเรื่อ ผมยาวมัดหางม้าสูงจนปลายพลิ้วไหวยามก้าวเดิน เขาชอบทุกอย่างที่ประกอบเป็นเธอจนรู้สึกว่ามันรุนแรงขึ้นทุกวัน
คนนั่งนิ่งเองก็ได้โอกาสมองเขาไม่วางตา ความหล่อของชายหนุ่มไม่ได้โดดเด่นออกมาเหมือนพระเอกละครหลังข่าว แต่เขาก็หน้าตาดีจนเธอนึกขวยเขินยามถูกจ้องมอง ยิ่งสายตาคมแสนดุดันที่มองมาก็ทำเอาแทบระทวย
ทั้งที่เพิ่งเจอกันไม่นานแต่กลับรู้สึกต่อชายหนุ่มมากขนาดนี้ จนเธอกลัวว่ามันอาจจะถลำลึก เพราะตอนนี้หล่อนไม่พร้อมจะเริ่มต้นความรักกับใครทั้งนั้น
“นี่นะไม่สวย...สวยมากเลยต่างหาก” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายวาดเสร็จก็รีบเดินมาดูทันที ถึงจะเป็นเพียงแค่ภาพร่างไม่ได้เติมเส้นให้ชัดแต่ก็เห็นถึงความสวยและจุดเด่นบนใบหน้าอย่างชัดเจน จนนึกทึ่งกับฝีมือการวาดรูปของอีกฝ่ายจึงเอ่ยชมทันที
“หนูขอนะ” นึกอยากได้จึงเอ่ยปากขอ กลับถูกปฏิเสธอย่างรวดเร็ว
“ไม่ให้” ตอบด้วยใบหน้าเคร่งขรึมกับโทนเสียงเข้มที่ทำให้เธอต้องรีบมองเขาแล้วส่งสายตาน้อยใจให้ชายหนุ่มทันที
“อ้าว...”
“อัญอยากเห็นตัวเองก็ส่งกระจกสิ ภาพนี้พี่จะเก็บไว้ดูคนเดียว” ยังไม่ยอมยกภาพนี้ให้แก่หล่อนเหมือนเดิม หญิงสาวอยากยื้อแย่งก็ทำไม่ได้สุดท้ายก็จำยอมให้เขาเก็บภาพของตนเอาไว้พร้อมกับบ่นพึมพำให้ชายหนุ่มได้ยิน
“ขี้งก”
คนฟังไม่นึกโกรธเลยสักนิด กลับแย้มยิ้มออกมาอย่างมีความสุข เลือกจะเก็บของใส่กระเป๋าพร้อมมองใบหน้าสวยไม่วางตา ทำเอาเธอถึงกับไปไม่เป็น ไม่คิดว่าตัวเองจะถูกจ้องนิ่งอยู่แบบนี้ จึงต้องพยายามชวนอีกฝ่ายพูดคุย
“ว่าแต่ท่านนักบริหารไม่ทำงานเหรอคะ ว่างขนาดนั้นเชียว” หล่อนไม่ทราบว่าเขาทำงานส่วนไหนจคงได้ถาม เห็นเดินเอ้อระเหยราวกับไม่มีงานทำ แต่คำตอบที่ได้กลับเรียกเลือดขึ้นมากองบนใบหน้าหวานได้อย่างง่ายดาย เหมือนว่าเขาเก่งเหลือเกินในการทำให้หล่อนไม่เป็นตัวของตัวเอง
“ไม่ได้ว่างหรอก แค่อยากมาหา...” สายตาเว้าวอนจนเธอต้องรีบหลบรวดเร็ว พรูลมหายใจอย่างเชื่องช้าแล้วเบือนสายตาไปมองทางอื่น ความจริงก็ถึงเวลากลับบ้านแล้วเพียงแต่เธอยังอยากพูดคุยกับชายหนุ่มต่ออีกสักหน่อย
“วันนี้กลับยังไง” คำถามของอีกฝ่ายดึงให้กลับมาอยู่กับความเป็นจริง
ปกติเธอมีรถมอเตอร์ไซค์ขับไปกลับเองตลอด แต่น้องสาวเพิ่งทำพังเมื่อไม่กี่วันก่อนจึงต้องเอาไปซ่อม คิดจะขอกลับพร้อมเพื่อนแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้มาทำงานวันนี้ จึงกลายเป็นคิดไม่ตกว่าจะกลับบ้านอย่างไร ความจริงจะโทรให้คนรู้จักมารับก็ได้เพียงแต่เธอไม่อยากจะสานต่อความสัมพันธ์กับเขา
ก้มมองพื้นพลางถอนหายใจเสียงเบา รู้ดีว่าสิ่งที่ทำมันผิดทว่าหล่อนไม่อาจเลี่ยงได้...
นึกอยากหลบหนีจากความวุ่นวาย แล้วผู้ชายตรงหน้าก็คือความสบายใจเดียวของหล่อนในตอนนี้
“ยังไม่รู้เลยค่ะ เพื่อนที่กลับด้วยเขาไม่มา อาจจะต้องโทรให้พ่อมารับแต่ก็ไม่รู้ว่าพ่อจะว่างหรือเปล่า” ฝืนยิ้มทั้งที่ในใจรู้สึกเจ็บปวดกับความจริงที่ควรเป็นความเคยชินได้แล้ว เธอไม่ได้รับความรักจากคนในครอบครัว เป็นปมใหญ่ที่หญิงสาวไม่เคยแก้ไขมันได้สักครั้งแม้จะเพียรบอกตัวเองหลายต่อหลายรอบให้ปล่อยวางก็ไม่เคยทำได้จริงสักที
เธอยังอยากเป็นลูกที่ถูกรักอย่างทะนุถนอมบ้าง แต่ความรู้สึกนั้นมันช่างเลือนรางเหมือนไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“ให้พี่ไปส่งที่บ้านไหม” เห็นถึงสีหน้าที่เปลี่ยนไปของเธอ จึงขันอาสาเพื่อจะได้ไปส่งหญิงสาวถึงบ้าน ไม่น่าเชื่อว่าโอกาสจะมาถึงเร็วขนาดนี้ ลุกยืนเต็มความสูงพร้อมจัดเสื้อให้เข้าที่ อาสาด้วยแววตาเป็นประกายอยากไปส่งเธอให้ถึงบ้าน
“เกรงใจค่ะ ไม่เป็นไรหรอกเดี๋ยวหนูหาทางกลับเองก็ได้” เพิ่งเจอกันไม่กี่ครั้งก็นึกเกรงใจอีกฝ่าย แต่เขากลับเลือกจะใช้สายตาอ้อนเธอทั้งที่ไม่เคยทำกับใครมาก่อนแม้กระทั่งคนในครอบครัวก็ตาม เล่นเอาหญิงสาวถึงกับไปไม่เป็น
“พี่อยากไปส่ง ให้พี่ไปส่งเถอะนะ”
“ก็ได้ค่ะ...”
แล้วใครจะต้านทานเขาไหว นอกจากยอมพยักหน้ารับเพื่อให้อีกฝ่ายไปส่งหล่อนถึงบ้าน ซึ่งรถยนต์ที่ใช้ก็ทำให้เธอถึงกับเบิกตาค้าง ไม่คิดว่าเขาจะใช้รถยนต์แห่งเมืองผู้ดีสีดำขลับเงาวับทั้งคัน ราคาแรงไม่ใช่เล่นจนนึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำงานบริหารจริงหรือเปล่า
บางครั้งอาจมีตำแหน่งสูงกว่าที่หล่อนคาดคิดเอาไว้...
ระหว่างทางก็เหลียวมองเขาตลอด อยากถามแต่ก็ไม่กล้าเพราะเริ่มกลัวคำตอบที่ได้รับ เหมือนว่าระยะห่างของเราอาจจะไกลกันมากกว่าเดิม เธอจึงเลือกจะเงียบโดยที่เขาเป็นฝ่ายถามเส้นทางการกลับบ้านของเธอ กระทั่งจอดในหมู่บ้านจัดสรรแห่งหนึ่งซึ่งบ้านอยู่สุดซอยของโครงการ ค่อนข้างปลีกวิเวกไม่มีเพื่อนบ้านเพราะฝั่งข้ามก็ย้ายออก ฝั่งซ้ายก็ไม่มีคนอยู่ จึงกลายเป็นความสงบอย่างคาดไม่ถึง
บ้านสองชั้นสีขาวที่ทำห้องเสริมออกมาสำหรับพักผ่อนดูอบอุ่นเป็นอย่างยิ่ง หน้าบ้านมีต้นมะม่วงที่ใบร่วงหล่นเต็มพื้นยังไม่ได้รับการทำความสะอาด จอดรถไว้หน้าบ้านแล้วเดินเคียงข้างหล่อนก่อนได้ยินเสียงบุคคลที่สามดังออกมาจากตัวบ้าน
ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั
เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า
“อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่
๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว
ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม
หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล







