Home / โรแมนติก / ประกาศิตซาตาน / ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

Share

๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

Author: Kaowsethong
last update Last Updated: 2026-02-25 17:51:00

เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่...

            “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู

            “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ

            “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ”

            “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้

            จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้...

            “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ

            เพราะอย่างไรก็ไม่มีทางทิ้งเธอเป็นอันขาด...

            “ครับ พี่จะไม่ตายก่อน พี่จะดูแลตัวเองให้ดีเพื่ออยู่กับอัญไปอีกเจ็ดสิบปีเลยดีไหม เราจะอายุยืนเป็นร้อยปีเลย”

            “ค่ะ” แล้วหล่อนก็เอนกายพิงอกกว้างอย่างมีความสุข พูดคุยหัวเราะอย่างสนุกสนาน ทำให้เจตน์ที่จัดการเรื่องของอรสินีเรียบร้อยและจะมารายงานเจ้านายต้องถอยร่นไป ไม่อยากเข้าไปขัดขวางความสุข เลือกยืนอยู่หน้าห้องเพื่อคอยกันไม่ให้คนเข้าไปข้างใน

            ไม่เห็นธนนท์ปภพมีความสุขแบบนี้มานานแล้ว...

            ออกจากโรงพยาบาลเขาก็ให้คนไปขนของออกจากห้องของหล่อน แล้วพามาอยู่บ้านหลังใหญ่ในเมืองหลวงโดยที่อัญชิสาไม่อาจค้านได้ ยอมตามใจสามีแล้วประคองเขาเข้ามาในบ้าน เพิ่งเคยมาครั้งแรกพบว่าบ้านที่กรุงเทพฯ ก็ใหญ่ไม่แพ้ต่างจังหวัด มีแม่บ้านเดินออกมาคอยต้อนรับเจ้านายโดยสวมชุดเดียวกันอย่างเคยเห็นในละคร

            ติดภาพเขาช่วยขายส้มตำจนเกือบลืมไปแล้วว่าชายหนุ่มคือประธานบริษัท...

            “อยู่ห้องเดียวกันเหรอคะ” เลิกคิ้วแล้วถามด้วยความตกใจ เขาเลือกพยักหน้าให้เธอพลางยกมือลูบศีรษะมนอย่างเอ็นดู ขึ้นมาชั้นสองโดยใช้ลิฟต์ไม่อยากให้ข้อเท้าเขาได้รับการกระทบกระเทือนมากนัก ชายหนุ่มเองก็ยอมทำตามคำสั่งเธอหมดทุกอย่าง

            ยกเว้นอย่างเดียวคือการแยกห้อง ข้อนี้เขาคงตามใจหล่อนไม่ได้...

            “เราเป็นสามีภรรยากันแล้วนะ จะให้แยกห้องได้ยังไง” มองค้อนเขาแล้วพาอีกฝ่ายเข้ามาในห้องนอน เหมือนร่างสูงจะชอบพูดเหลือเกินว่าเราเป็นสามีภรรยากัน เธอฟังบ่อยก็ใช่ว่าจะไม่เขิน เพียงแต่พยายามกลั้นยิ้มเอาไว้

            “นั่งพักนะคะ” ห้องของเขาดูโล่งมีเพียงแค่เครื่องอำนวยความสะดวก ไม่มีกรอบรูปหรือข้าวของของชายหนุ่มมากนัก เหมือนว่าเป็นเพียงที่พักไม่ค่อยมาอาศัยเท่าไหร่ ทราบว่าบ้านหลังนี้มนัสกรอยู่เป็นหลักเพราะมาเรียนหนังสือตั้งแต่มัธยมศึกษาจนถึงมหาวิทยาลัย

            ต่างจากธนนท์ปภพที่อยู่โรงเรียนประจำ ต่อปริญญาตรีต่างประเทศแล้วทำงานอยู่บ้านเกิด ไม่ค่อยได้มาอยู่ที่นี่เท่าไหร่

            “ครับ”

            “อยากกินอะไรไหม เดี๋ยวอัญ...” เธอถามเขาแล้วจะเดินออกไปหาของกินให้อีกฝ่าย กลับถูกเขาคว้าแขนแล้วดึงให้นั่งตัก หล่อนไม่ได้ขืนตัวออกแต่เลือกจะโอบไหล่กว้างเอาไว้ ยอมนั่งเฉยสบดวงตาคมหลายนาที

            “บอกแม่บ้านเอามาให้ดีกว่า พี่ไม่อยากให้อัญเดินบ่อย นั่งพักให้สบายดีกว่านะครับ” เธอหลุดหัวเราะกับท่าทีของเขาที่ดูท่าจะอยู่ติดกันเหลือเกิน แทบไม่ปล่อยให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ แล้วหญิงสาวก็เต็มใจจะอยู่ข้างเขาไม่เกี่ยงงอน

            ชอบเหมือนกันที่เราสองคนได้ใช้เวลาร่วมกัน...

            “เราจะอยู่ที่นี่นานแค่ไหนคะ”

            “ไม่นานหรอก ให้แผลพี่หายดีเราก็กลับบ้านแล้ว ต่อจากนี้อัญต้องเข้ามาอยู่บ้านพี่นะครับ บอกแม่บ้านให้จัดห้องนอนใหม่แล้วล่ะ แล้วก็เตรียมสร้างอีกห้องไว้สำหรับตัวน้อยในท้องโดยเฉพาะ มีห้องของรวิด้วยแต่ต้องให้เขากลับไปตกแต่งเอง” ว่าแล้วก็ลูบหน้าท้องที่นูนออกมาทำให้รู้ว่าหล่อนกำลังตั้งครรภ์ ยิ้มกริ่มยามคิดถึงลูกสาวซึ่งกำลังจะเกิด

            แทบอดใจรอให้ศศิกานต์ออกมาไม่ไหวแล้ว ทุกคนก็รอหลานสาวเช่นเดียวกัน เพราะบ้านหลังนี้มีแต่ผู้ชาย มีหทัยวารินเป็นผู้หญิงคนเดียว ตอนนี้จะมีสมาชิกผู้หญิงมาเพิ่มแล้ว

            “ค่ะ”

            พวกเขานั่งพูดคุยกันสักพัก ก่อนชายหนุ่มจะพาเธอลงไปข้างล่างเพื่อรับประทานอาหาร เขาต้องกินยาตามหมอสั่งจะกินข้างบนก็ไม่ชอบจึงให้แม่บ้านตั้งโต๊ะเอาไว้ เขาทำเป็นเจ็บเท้าแล้วโอบเอวบางเพื่อได้เดินข้างกัน เธอดูเหมือนจะไม่ค่อยเชื่อว่าเขาเจ็บจริง แต่ท่าทีของอีกฝ่ายก็ทำให้คล้อยตามจนได้

            “พี่เกือบลืมถามเลย” ระหว่างรับประทานอาหารก็คิดบางอย่างออก จึงรีบถามหล่อนขึ้นมากลัวว่าตัวเองจะลืม

            “ถามอะไรคะ” เลิกคิ้วเชิงถาม

            “อัญชอบเพชรหรือทอง” ไม่ได้อธิบายแต่ถามเพื่อให้เลือก หล่อนชะงักไปครู่หนึ่งไม่เข้าใจถึงสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังจะสื่อ

            “คะ หมายความว่ายังไงคะ”

            “เลือกมาสักอันสิว่าเพชรหรือทอง” เขาไม่ยอมบอกว่าถามทำไม กลับเร่งให้เธอตอบเพราะอยากรู้ว่าเธอชอบอะไรมากกว่า มีแผนบางอย่างผุดขึ้นมาคิดว่าหากบอกจะต้องถูกปฏิเสธอย่างแน่นอน เขาจึงตัดสินใจถามเพื่อเร่งให้หล่อนเลือก

            “ทองก็ได้ค่ะ” เลือกเพื่อตัดปัญหา เขาทราบเช่นนั้นก็พยักหน้าทันที

            “โอเคครับ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๔)

    ชายหนุ่มลงมือรับประทานอาหารอย่างมีความสุข โดยไม่ยอมขยายความอีก เธอเห็นอย่างนั้นก็สงสัยมากกว่าเดิม หรี่ตามองเขาอย่างรู้ทันกลัวว่าอีกฝ่ายจะซื้อทองคำแท่งหรือสร้อยทองให้ตน แต่ถ้าตอบเพชรก็กลัวจะได้เครื่องเพชรชุดใหญ่อีก “แต่ไม่เอาซื้อทองให้นะคะ ไม่ต้องเลยนะ” พูดดักเขาไว้ ซึ่งร่างสูงก็ส่ายหน้าอย่างรวดเร็ว “ไม่หรอกน่า...พี่ไม่ได้ซื้อทองให้หรอกแค่ถามเฉยๆ” ไม่รู้จะเชื่อใจเขาได้หรือเปล่า แต่เธอก็ไม่ได้ถามต่อเพราะกำลังรับประทานอาหาร เมื่อกินจนอิ่มก็ต่อด้วยของหวานแล้วคิดจะเดินขึ้นห้องเพื่อเก็บเสื้อผ้า กลับถูกเขาคว้ามากอดเอวโดยที่ร่างสูงยังนั่งบนเก้าอี้ ใบหน้าคมจึงซุกที่หน้าท้องนูน จุมพิตด้วยความหมั่นเขี้ยว “อัญไปเก็บเสื้อผ้า...” “ให้แม่บ้านทำสิ อัญไม่ต้องทำ” เขาไม่ยอมให้เธอห่างกายด้วยซ้ำ ยิ่งภรรยาท้องก็ยิ่งหวงมากกว่าเดิม เธอดูน่ารักน่าใคร่สำหรับเขาเป็นอย่างมาก ยิ่งท้องก็ยิ่งดูสวยจนไม่อยากให้ใครมองด้วยซ้ำ “ทำได้ค่ะ เรื่องแค่นี้เองจะให้คนอื่นทำทำไมล่ะ” พูดแล้วก็อมยิ้มกับความช่างอ้อนของร่างสูงเหมือนเขาจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ ไม่รู้ตั

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๓)

    เพราะไม่รู้ว่าวันสุดท้ายจะมาถึงเมื่อไหร่... “หายโกรธตั้งแต่เห็นพี่วิ่งมาช่วยอัญคนเดียวแล้ว อย่าทำอีกนะคะ...ไม่ทำแบบนี้แล้วได้ไหมสัญญากับอัญสิคะ ชีวิตของพี่มีค่าอย่าเอาไปเสี่ยงไม่ว่ากับเรื่องไหนก็ตาม” สบโอกาสก็รีบบอกเขาทันที ชายหนุ่มได้ยินอย่างนั้นก็พยักหน้าแล้วโอบกอดเธอเอาไว้เช่นเดียวกัน เขาก้มลงหอมแก้มเธอด้วยความรักพร้อมพึมพำข้างหู “ครับ พี่ขอโทษ” เหมือนเธอจะยอมหมดทุกอย่าง ไม่มีการผลักออกจนเขาเริ่มได้ใจ “พี่สัญญากับอัญอีกอย่างสิ” “สัญญาเรื่อง...” เลิกคิ้วเชิงถาม แล้วเธอก็หันมามองเขาเช่นเดียวกัน หญิงสาวยกมือประคองใบหน้าคมเอาไว้ ดวงตาร้อนผ่าวเพียงแค่คิดว่าต้องจากกันอยู่คนละโลก รู้ดีว่าเป็นตนที่คิดมากไปเองแต่ก็ไม่อาจห้ามความคิดด้านลบได้ จนต้องโอบกอดเขาเพื่อย้ำกับตัวเองว่าชายหนุ่มยังอยู่ตรงนี้... “ห้ามตายก่อน ไม่ว่ายังไงก็ห้ามตายก่อนอัญเด็ดขาด ถ้าพี่ผิดคำพูดอัญจะโกรธพี่ตลอดชีวิต เจอกันชาติหน้าก็จะโกรธจริงด้วย” จ้องเขม็งจนเขานึกขันแต่ก็ไม่กล้าหัวเราะ กลัวว่าหญิงสาวจะโกนธจึงเลือกสัญญาเป็นมั่นเหมาะ เพราะอย่า

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๒)

    “อัญเห็นว่ายังไง จะให้กฎหมายจัดการหรือว่าให้พี่เป็นคนจัดการ” น้ำเสียงกับแววตาของเขาเด็ดขาดจนเธอนึกกังวลแทนน้องสาว แม้ว่าจะถูกอีกฝ่ายเกลียดแต่ก็เติบโตมาด้วยกัน จึงเลือกจะถามถึงวิธีของเขาแล้วชายหนุ่มก็บอกไปตามตรง “พี่จะทำยังไง” “พี่ไม่ชอบความยุ่งยาก พี่คงส่งเขาไปอยู่เกาะสักแห่งแล้วทำงานในเกาะไม่ให้ออกมาข้างนอกอีก มันอาจจะดูโหดร้ายแต่พี่ถนัดแบบนี้มากกว่า กฎหมายมันยาวนานน่ารำคาญเกินไป...แต่พี่ให้อัญตัดสินใจ” เพิ่งรู้ว่าเขามีโหมดโหดเหมือนกัน ตนลอบกลืนน้ำลายลงคอด้วยความกลัว ไม่รู้ว่าวันหนึ่งหากเรามีเรื่องเข้าใจผิดแล้วเลิกรากันไป เขาจะทำแบบนี้กับเธอหรือเปล่า... แต่เชื่อว่าชายหนุ่มไม่ใช่คนแบบนั้น เธอเห็นความอ่อนโยนในตัวเขาแล้วตนก็เชื่อมั่นในเรื่องของเราพอสมควร จึงตัดสินใจเลือกในให้เป็นไปตามวิถีของกฎหมาย ผิดอย่างไรก็ให้ศาลตัดสินซึ่งแน่นอนว่ามันคงกินเวลายาวนานพอสมควรอย่างที่เขากล่าว ชายหนุ่มคิดไว้แล้วว่าความผิดมีเท่าไหร่เขาจะเอาให้หนัก หล่อนจะไม่ได้ออกมาเห็นเดือนเห็นตะวันอีกนานเลยล่ะ ทำกับเขาไม่เท่าไหร่ แต่มาทำกับผู้หญิงที่

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๑ ซาตานกลับใจ (๑)

    ๒๑ซาตานกลับใจ ณ ห้องพักระดับวีไอพีของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง หนุ่มร่างสูงนอนนิ่งอยู่บนเตียงพร้อมกับข้อเท้าที่ถูกพันด้วยเฝือกอ่อนเอาไว้ คุณแม่ลูกสองนั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างไปไหน ดวงตากลมมองเขานิ่งแล้วย้อนคิดถึงเหตุการณ์ชวนตกใจที่เพิ่งผ่านมาเมื่อไม่นาน ความจริงก็ไม่อยากเชื่อเหมือนกันว่าตัวเองจะมาถึงจุดนี้ได้ ช่วงเวลาที่กำลังจะเข้าไปในที่พักกลับโดนปิดปากจากทางด้านหลัง แล้วเอามีดจี้เอวให้ทำตามคำสั่ง สุดท้ายหล่อนก็ต้องเดินตามอีกฝ่ายเพื่อไปยังห้องรถยนต์ที่จอดเตรียมเอาไว้ ขึ้นข้างหลังก่อนนั่งไปตามทางที่ไม่คุ้นเคย มายังบ้านร้างไม่มีคนอยู่โดยไม่อาจเอ่ยค้านได้เพราะถูกปิดปากไว้ ไม่คุ้นหน้าคนที่พามาขังแต่เมื่อได้พูดคุยก็รู้ว่าเป็นน้องสาวที่ไม่เจอกันนาน นึกสงสัยว่าอีกฝ่ายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร จนได้ทราบว่าอรสินีโกรธแค้นที่หล่อนมีชีวิตแสนสุข ต่างจากตัวเองที่ลำบากเป็นกระสอบทรายให้เสี่ยตัณหากลับซ้อมเพื่อแลกกับเงิน เธออยากพูดกับน้องสาวก็ไม่สามารถเปล่งคำใดออกมาได้เพราะถูกปิดปากไว้ โชคดีที่ธนนท์ปภพมาช่วยเอาไว้ แต่นึกไม่ถึงว่าน้องสาว

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๔)

    ตกดึกก็เข้ามานอนในห้องรับแขกเพราะขอแยกห้องกับเขาจนกว่าจะแต่งงาน คุณอวัชไม่ขัดทำให้ลูกชายขัดใจเป็นอย่างมาก จำต้องแยกห้องกับภรรยาจนนอนไม่หลับ ต้องมาเคาะห้องเธอกลางดึกแล้วหญิงสาวก็เปิดออกมาดู “นอนได้ไหม” แค่เปิดประตูออกมาก็เจอเขายืนทำตาปริบแล้วถามเหมือนเหงา รู้ทันทีว่าจุดประสงค์ของชายหนุ่มคืออะไร แต่เธอก็ยังอยากจะแกล้งเขา “นอนได้ค่ะ” “ให้พี่นอนเป็นเพื่อนไหม” จะเดินเข้ามาแต่ถูกเธอดันเอาไว้ก่อน “ไม่ค่ะ” ส่ายหน้าทันที “แต่พี่อยากนอนด้วยนี่น่า นอนคนเดียวมันเหงา...ขอพี่นอนด้วยคนนะครับ” เขาอ้อนหล่อนเหมือนเด็กทำให้ยิ่งเอ็นดูชายหนุ่มมากกว่าเดิม เขาอาจจะชินเพราะเรานอนด้วยกันมาหลายสัปดาห์ แม้ว่าอีกฝ่ายจะนอนที่พื้นก็ตาม “ไม่ค่ะ คุณรีบไปนอนได้แล้วพรุ่งนี้ต้องตื่นเช้าไปใส่บาตรอีก” รีบดันคนตัวสูงให้กลับไปนอนห้อง แต่เหมือนเขาจะไม่ยอม พรุ่งนี้คุณอวัชจะพาไปทำบุญที่วัดใกล้บ้านเพื่อต้อนรับสะใภ้และหลานชาย ไปกันทั้งครอบครัวโดยคีตภัทรจะรีบขับรถมาจากเมืองหลวงเพื่อร่วมทำบุญเช่นเดียวกัน แม้ว่าธนนท์ปภพจะไม่ได้ชวนก็ตาม

  • ประกาศิตซาตาน   ๒๐ ไม่ยอมเสียเธอ (๓)

    หนึ่งชั่วโมงผ่านไปคนที่คุยสนุกก็เริ่มเงียบ ลำคอตั้งไม่ตรงคอยจะเอนไปทางนั้นทีทางนี้ที จนเขาต้องให้ลูกชายนอนบนตัก ขณะที่ภรรยาก็หลับเช่นเดียวกัน ดวงตาคมมองสองแม่ลูกด้วยความรักใคร่ ยิ้มเอ็นดูแล้วเลือกจะหลับตาลงเช่นเดียวกัน กลายเป็นการเดินทางกว่าสามชั่วโมงพวกเขาเข้าสู่ห้วงนิทรากันทั้งหมด พอถึงทางเข้าบ้านที่ทอดยาวเหมือนไม่สิ้นสุดก็ทำให้เด็กชายถึงกับมองตกตะลึง ลุ้นว่าเมื่อไหร่จะถึงบ้านสักทีจนต้องถามอีกรอบว่าเป็นบ้านจริงหรือเปล่า “เรามาบ้านใครเหรอครับ” “บ้านพ่อเอง เราจะไปเจอคุณปู่แล้วก็คุณอาทั้งสามของรวิ” ลูบหัวลูกชายที่ลืมตาตื่นก็ถามทันที เด็กน้อยได้ยินเช่นนั้นก็เบิกตากว้างแล้วหันมาถามด้วยความดีใจ พอจะทราบแล้วว่าต้องมาเจอครอบครัวฝั่งบิดาแต่ไม่คิดว่าจะมาวันนี้ ซึ่งตนอยู่ในชุดขาวที่แสนจะภาคภูมิใจยามใส่เพราะมีแต่คนเอ่ยชื่นชมว่าหล่อเหลา “จริงเหรอครับ!” ตะโกนถามเสียงดังใบหน้าแย้มยิ้มด้วยความดีใจ เขาเห็นอย่างนั้นก็ยิ่งเอ็นดูลูกชายมากกว่าเดิม พยักหน้าพร้อมกับชี้ให้ดูว่าตอนนี้มีคนมายืนรออยู่หน้าบ้านเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับกระโดดโล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status