Share

บทที่ 3

Author: ซ่งอัสดงตะวันตก
หลายวันต่อมา ซ่งหว่านก็ทำเรื่องออกจากโรงพยาบาล

เธอหาห้องเช่าหลังหนึ่งจากบนอินเตอร์เน็ต มัดจำค่าเช่าสองแสนห้าหมื่นบาท และต้องจ่ายค่าเช่าห้องเป็นรายปี

ตอนที่ไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม เธอถึงได้รู้ว่าในบัตรของตัวเองมียอดเงินเหลือเพียงไม่กี่พันบาท

หรงเสวี่ยทนไม่ไหวจึงด่าสาดเสียเทเสียออกมาอีกครั้ง

“ฮั่วซือเหนียน มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองไห่ มีทรัพย์สินมูลค่าหลายพันล้าน แต่กลับขี้งกกับภรรยาของตัวเองเนี่ยนะ!”

“เขาพร้อมจะโปรยเงินหลายร้อยล้านเพื่อเอาอกเอาใจนังเมียน้อยนั่น! ไหนจะทุ่มสุดตัวในงานประมูล ไหนจะบริจาคตึกอาคารให้โรงพยาบาล! ขนาดขอทานข้างถนนเขายังยอมให้เงินตั้งมากมาย แล้วทำไมถึงใจร้ายกับภรรยาของตัวเองยิ่งกว่าคนแปลกหน้าล่ะ!”

“หว่านหว่าน หลายปีที่ผ่านมาเธอใช้ชีวิตยังไงเนี่ย?”

หัวใจของซ่งหว่านปวดร้าวขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก

ฮั่วซือเหนียนคงเกลียดเธอจนเข้ากระดูกดำไปแล้วสินะ

เมื่อสี่ปีก่อน

คุณย่าฮั่วเชิญเธอไปเป็นแขกที่คฤหาสน์ตระกูลฮั่ว

เย็นวันนั้นฝนตกหนักมากจนเธอไม่สามารถกลับบ้านได้ คุณย่าฮั่วจึงจัดห้องพักให้เธออยู่ติดกับห้องของฮั่วซือเหนียน

ฮั่วซือเหนียนออกไปร่วมงานเลี้ยงสังสรรค์

ไม่รู้ว่าใครเป็นคนวางยาไว้ในเหล้าของเขา

กลางดึกคืนนั้น เขากลับมาบ้านในสภาพเมามาย เดินเข้าห้องผิดและเกิดความสัมพันธ์กับเธอ

เดิมทีคุณย่าฮั่วก็มีใจอยากจับคู่ทั้งสองอยู่แล้ว

เช้าวันถัดมา เมื่อเห็นทั้งคู่นอนหลับอยู่ด้วยกัน เธอจึงถือโอกาสนี้บังคับให้ฮั่วซือเหนียนแต่งงานกับเธอ

ฮั่วซือเหนียนเข้าใจเธอผิดอย่างลึกซึ้ง

ในสายตาของเขา เธอคือผู้หญิงที่ใช้ทุกวิถีทางเพื่อแต่งเข้าตระกูลร่ำรวย

ชายที่ไม่เคยยอมให้ใครควบคุมบงการชีวิต จึงเลือกใช้วิธีของตนเองตอบโต้เธออย่างโหดร้าย

เมื่อนึกย้อนกลับไป

ทุกครั้งที่ป้าสวีเอาเงินค่าใช้จ่ายมาให้ เธอจะถูกอีกฝ่ายต่อว่าลดคุณค่าเสียยกใหญ่

“เธอก็แค่ใช้ชีวิตอยู่ไปวันๆ ไม่ต้องซื้อกับข้าว ไม่ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟ จะเอาเงินไปใช้กับอะไรนักหนา คุณชายให้เธอเดือนละหลายพันบาทก็ดีมากไปแล้ว!”

ซ่งหว่านเป็นคนที่แทบไม่สนใจข้าวของนอกกายเลย

เพียงได้อยู่เคียงข้างฮั่วซือเหนียน สำหรับเธอก็นับว่าเป็นความสุขที่สุดในชีวิตแล้ว

เธอจึงไม่เคยฉุกคิดว่าเรื่องพวกนี้มันผิดปกติ

แต่พอตอนนี้ลองมานั่งคิดทบทวนดูแล้ว กลับรู้สึกว่าการเป็น “คุณนายฮั่ว” ของเธอช่างน่าเวทนาเสียจริง

เมื่อเก็บบัตรกลับเข้ากระเป๋า เธอกลับพบว่ามีบัตรเก่าอีกใบซ่อนอยู่ด้านใน เป็นบัตรตั้งแต่สมัยเรียนมหาวิทยาลัย

ทุนการศึกษาและเงินรางวัลจากการแข่งขันทั้งหมดถูกเก็บไว้ในบัตรใบนี้

คิดดูแล้ว มันน่าจะพอจ่ายค่าเช่าบ้านได้

ซ่งหว่านเสียบบัตรเข้าตู้เอทีเอ็ม ตัวเลขยาวเหยียดอันน่าตกใจปรากฏขึ้นบนหน้าจอ

หรงเสวี่ยที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับอึ้ง

“เฮ้ย! นี่มันแสดงตัวเลขเพี้ยนหรือเปล่า?”

“หน่วย สิบ ร้อย…แสน ล้าน สิบล้าน…”

เธอค่อยๆ นับตัวเลขบนหน้าจออย่างตั้งใจ

“มันมีมากกว่าห้าร้อยล้านเลยนะ!”

ซ่งหว่านเองก็แทบไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง

เมื่อตรวจสอบรายการย้อนหลัง จึงพบว่าเป็นเงินปันผลจากสิทธิบัตรที่บริษัทยามอบให้ ทุกเดือนจะมีเงินโอนเข้ามาเป็นจำนวนหลายล้านบาท

ในช่วงที่ยังเรียนอยู่

เธอทำวิจัยด้านการแพทย์กับอาจารย์ที่ปรึกษา พัฒนายาชนิดพิเศษขึ้นมาและจดสิทธิบัตรได้ มหาวิทยาลัยถึงกับเสนอชื่อให้เธอไปเรียนต่อปริญญาเอกต่างประเทศเป็นกรณีพิเศษ

แต่ในเวลานั้น หัวใจของเธอมีเพียงฮั่วซือเหนียนเท่านั้น ไม่เหลือที่ว่างให้อย่างอื่นเลย

เธอสละโอกาสไปศึกษาต่อต่างประเทศ และมอบผลงานวิจัยทั้งหมดให้อาจารย์เป็นผู้จัดการ

อาจารย์พยายามเกลี้ยกล่อมอยู่หลายครั้ง แต่เธอก็ไม่ยอมรับฟังเลย

สุดท้าย อาจารย์ก็ได้แต่ขอเลขบัญชีธนาคารจากเธออย่างจนใจ แม้แต่งานแต่งของเธออาจารย์ก็ไม่ได้มาร่วม

จนกระทั่งถึงตอนนี้ เธอถึงได้รู้ว่า...

เงินปันผลจากสิทธิบัตรนั้น ถูกโอนเข้าบัญชีของเธอทุกเดือนมาโดยตลอด

เมื่อรู้ที่มาของเงินในบัญชีแล้ว หรงเสวี่ยถึงกับรู้สึกยกย่องเพื่อนสาวจากใจจริง

“หว่านหว่าน เธอมันอัจฉริยะชัดๆ! แค่ผลงานสมัยมหาวิทยาลัยก็ทำเงินได้เยอะขนาดนี้ เธอจะเก่งเกินไปแล้วนะ!”

หัวใจของซ่งหว่านพลันวูบโหวง

การใช้ชีวิตในฐานะคุณนายฮั่วมาหลายปี ทำให้เธอเกือบลืมไปเลยว่า ครั้งหนึ่งเธอคือเด็กอัจฉริยะที่สอบติดมหาวิทยาลัยแพทย์อันดับหนึ่งของประเทศ ด้วยคะแนนสูงสุดตั้งแต่อายุ 15

พออายุ 20 ปี เธอก็พัฒนายาเฉพาะทางได้สำเร็จ สร้างแรงสั่นสะเทือนให้ทั้งวงการแพทย์

ขณะกำลังเหม่อลอย เสียงโทรศัพท์จากนายหน้าก็ดังขึ้น

“คุณซ่งคะ ยังสนใจห้องเช่าอยู่ไหมคะ”

“ไม่เช่าแล้วค่ะ”

“ช่วยสอบถามเจ้าของห้องให้หน่อยได้ไหมคะ ว่าเขาสนใจขายหรือเปล่า ฉันอยากซื้อค่ะ”

“ได้เลยค่ะ เดี๋ยวฉันจะติดต่อให้ทันที!”

ในช่วงบ่ายวันเดียวกัน

ซ่งหว่านลงนามในสัญญาซื้อขาย ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์เรียบร้อย และย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านหลังใหม่ของตนเอง

หรงเสวี่ยช่วยเธอจัดบ้านเล็กน้อย แถมยังจัดพิธีขึ้นบ้านใหม่แบบเรียบง่ายให้ด้วย

“หว่านหว่าน ยินดีด้วยนะที่เธอหลุดพ้นจากไอ้ผู้ชายสารเลวนั่นได้ ต่อไปนี้ชีวิตต้องดีขึ้นแน่นอน!”

ตกดึก

ซ่งหว่านกำลังจะเข้านอน ก็ได้รับสายจากลุงหวังอย่างกะทันหัน

ลุงหวังเป็นคนขับรถของบิดาเธอสมัยยังมีชีวิตอยู่

หากไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน เขาคงไม่โทรมาดึกขนาดนี้

ซ่งหว่านรับสาย

“ลุงหวัง”

“คุณหนูครับ การเสียชีวิตของคุณท่านกับคุณนายในปีนั้น อาจไม่ใช่อุบัติเหตุธรรมดา พวกเขาน่าจะถูกฆาตกรรมครับ”

รูม่านตาของซ่งหว่านหดแคบลงอย่างฉับพลัน

“ลุงหวัง ลุงพบเบาะแสอะไรใช่ไหมคะ พ่อกับแม่ของฉันตายเพราะอะไรกันแน่ ใครเป็นคนทำร้ายพวกเขาคะ?”

“คนร้ายคืออาของคุณ—ซ่งเหลียงเป่ย ตอนนี้ผมยังไม่มีหลักฐานหนักแน่นพอจะเอาผิดเขาได้ แต่ผมมั่นใจว่าการตายของคุณท่านกับคุณนายต้องเกี่ยวข้องกับเขาแน่นอน!”

ซ่งเหลียงเป่ย…

ซ่งหว่านทรุดตัวนั่งลงบนเตียง

นับตั้งแต่พ่อแม่ของเธอจากไป ผู้ที่ได้ประโยชน์สูงสุดก็คือครอบครัวของอาเธอ

พวกเขายึดครองทุกอย่างที่พ่อแม่เธอทุ่มเทสร้างมานานกว่ายี่สิบปีไปทั้งหมด

เดิมทีเธอคิดว่าพวกเขาแค่โลภในทรัพย์สิน

แต่เธอไม่เคยสงสัยเลยว่า…

พวกเขาจะกล้าวางแผนฆาตรกรรมพ่อแม่ของเธอ เพียงเพราะหวังเงิน!

คืนนั้น ซ่งหว่านแทบไม่ได้นอน

ทุกครั้งที่หลับตา ภาพเหตุการณ์หลังจากพ่อแม่ของเธอเสียชีวิตก็ผุดขึ้นมาไม่หยุด

เธอสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย

ซ่งหว่านหอบหายใจแรง

เธอต้องหาความจริงให้ได้ และต้องทำให้ครอบครัวของฆาตกรชดใช้ในสิ่งที่ทำ!

เช้าวันต่อมา

หรงเสวี่ยนัดซ่งหว่านออกไปเดินเล่น

“หว่านหว่าน ทำไมสีหน้าเธอดูไม่ดีเลย เมื่อคืนนอนไม่หลับไม่เหรอ?”

“คงเป็นเพราะเปลี่ยนที่นอน ยังไม่ค่อยชินน่ะ”

หรงเสวี่ยทาลิปสติกบาง ๆ ให้เธอ

“ตอนนี้ดูดีขึ้นเยอะเลย!”

“ไปกันเถอะ ทั้งสวยทั้งหุ่นดีขนาดนี้ ถ้าไม่ซื้อเสื้อผ้าสวย ๆ เพิ่มก็เสียดายของแย่”

หรงเสวี่ยลากซ่งหว่านเข้าไปในห้างหรูที่สุดของเมืองไห่

ซ่งหว่านสะดุดตากับเดรสยาวเปิดไหล่สีเงินตัวหนึ่ง

“คุณผู้หญิงสายตาดีมากค่ะ ชุดนี้เป็นลิมิเต็ดคอลเลกชันแฟชั่นโชว์ประจำปีของเรา มีเพียงตัวเดียวเท่านั้นนะคะ!”

พนักงานขายหยิบชุดนั้นลงมายื่นให้ซ่งหว่าน

ซ่งหว่านกำลังจะยื่นมือไปรับ

แต่มีมืออีกข้างหนึ่งคว้าชายผ้าอีกด้านไว้ก่อน

“ตัวนี้สวยดี พนักงานขายช่วยเอาไปห่อให้ทีสิ”

ซ่งหว่านหันไปมอง และเห็นใบหน้าที่คุ้นเคย

ผู้หญิงที่แต่งหน้าเนี้ยบ สวมใส่เสื้อผ้าหรูหราคนนี้คือลูกสาวของอาเธอเอง ซ่งเฉี่ยนเฉี่ยน!

ในอดีต ซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนเคยอาศัยอยู่ในบ้านของครอบครัวซ่ง แย่งทุกอย่างที่เป็นของเธอไปและเคยกลั่นแกล้งเธอไม่น้อย

ยิ่งเมื่อนึกถึงโทรศัพท์จากลุงหวังเมื่อคืน…

ความเกลียดชังในใจซ่งหว่านก็ยิ่งทวีคูณ

ซ่งหว่านเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชา

“ฉันเห็นก่อนนะ ช่วยปล่อยมือด้วย!”

ซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนจำซ่งหว่านได้ แววตาฉายความประหลาดใจเล็กน้อย

เธอกวาดตามองตั้งแต่หัวจรดเท้าอย่างดูแคลน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสงสัย

“ชุดนี้ราคา 1.4 ล้านบาทเลยนะ ซ่งหว่านหว่าน เธอแน่ใจเหรอว่าซื้อไหว?”

“ฉันจะซื้อได้หรือไม่ได้ ไม่เกี่ยวอะไรกับเธอ!”

หรงเสวี่ยนิสัยตรงไปตรงมา เธอคว้าชุดกลับมาในทันที

“หว่านหว่าน ไปลองใส่ดูเถอะ”

ซ่งหว่านกำลังจะเดินไปห้องลองชุด

จู่ ๆ ก็มีมือใหญ่แข็งแรงจับข้อมือเธอไว้

เสียงทุ้มต่ำดังขึ้นเหนือศีรษะ แฝงด้วยอำนาจที่ไม่อาจขัดขืน

“ยกชุดนี้ให้เฉี่ยนเฉี่ยนเถอะ ฉันจะอนุญาตให้เธอเลือกชุดอื่นแทนได้ตามใจชอบ ถือเป็นการชดเชย”

ซ่งหว่านเงยหน้าขึ้น และชะงักงันอยู่ตรงนั้น

ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างซ่งเฉี่ยนเฉี่ยน คนที่บังคับให้เธอยอมให้ชุดกับลูกสาวของศัตรูไม่ใช่ใครที่ไหนอื่น แต่เป็นสามีของเธอเอง—ฮั่วซือเหนียน
Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 42

    ถ้าเธอเกิดทำอะไรพลาดขึ้นมา คุณย่าฮั่วกลับไปแล้วคงไม่ปล่อยเขาไว้แน่ฮั่วซือเหนียนหันตัวว่ายน้ำกลับไปด้วยสีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่คลื่นลูกใหม่จะซัดเข้ามา เขาก็คว้าเอวเธอไว้ทันที“แค่ก ๆ… ซือเหนียน…”เธอสำลักจนหน้าแดงก่ำ แต่ยังคงจับแขนของเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“ฉันเรียกคุณ… แต่คุณไม่… ฉันนึกว่า…”หยดน้ำใสไหลลงมาตามขนตาของเธอ แยกไม่ออกว่าเป็นน้ำทะเลหรือน้ำตาร่างกายของเธอสั่นไปทั้งตัว ราวกับเพิ่งเจอกับความตกใจอย่างหนัก“ยัยโง่”เขาทำหน้าบึ้งด้วยสีหน้าเย็นชา ลากเธอขึ้นไปบนฝั่ง“ว่ายน้ำไม่เป็น แล้วจะกระโดดลงทะเลทำไม?”ซ่งหว่านขดตัวอยู่บนชายหาด ไอไม่หยุด เสื้อผ้าที่เปียกโชกแนบติดกับร่างกาย แต่แต่เธอยังดื้อดึงอธิบาย“ฉันหาคุณไม่เจอ… เสียงคลื่นมันดังเกินไป…”เขาโยนผ้าเช็ดตัวให้เธออย่างห้วน ๆ เพื่อปกปิดหน้าอกของเธอที่ยิ่งดูอิ่มเต็มชัดเจนขึ้นเพราะเสื้อผ้าเปียกน้ำ“ขึ้นไปรออยู่บนฝั่ง อย่ามาถ่วงฉัน!”พอนึกย้อนกลับไป ตอนนั้นที่เธอยอมเสี่ยงชีวิตกระโดดลงทะเลเพื่อตามหาเขา คงต้องรวบรวมความกล้าอย่างมากเลยสินะซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนสังเกตได้อย่างเฉียบไวว่าฮั่วซือเหนียนกำลังเหม่อลอยอยู่

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 41

    สวีจื่อหมิงยกมือดันแว่นขึ้นเล็กน้อย“พวกเธออย่าคิดกันไปเองนะ ฉันยังไม่มีแฟน”“ว้าว! งั้นประธานสวีชอบผู้หญิงแบบไหนเหรอ?”พนักงานสาวโสดหลายคนดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันทีสายตาของสวีจื่อหมิงกวาดไปทางซ่งหว่านที่ยืนอยู่ไม่ไกลโดยไม่ตั้งใจเขากระแอมเบา ๆ“ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เพียงแต่…ยังไม่แน่ใจว่าเธอจะยอมเป็นแฟนฉันหรือเปล่า”ประโยคนี้ทำให้ทุกคนในห้องอยากรู้ขึ้นมาทันที“โอ้พระเจ้า! ผู้หญิงแบบไหนกัน ถึงขนาดยังไม่สนใจประธานสวีของพวกเรา?”“ถ้าเป็นฉันนะ คงรีบคุกเข่าตอบตกลงทันทีแล้ว!”“ประธานสวี รีบบอกหน่อยสิ เป็นคนที่พวกเรารู้จักไหม?”“เลิกประชุม!”สวีจื่อหมิงใช้เพียงสองคำ ตัดความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนทันทีการประชุมจบลง ทุกคนทยอยออกจากห้องประชุมซ่งหว่านเพิ่งเดินออกจากห้องประชุม ก็ถูกสวีจื่อหมิงเรียกไว้“หว่านหว่าน ทริปพักผ่อนสุดสัปดาห์นี้ เธอต้องมานะ”ซ่งหว่านลังเลอยู่ครู่หนึ่ง“ฉันอาจจะ…”เธอไม่ค่อยชอบไปในที่ที่มีคนเยอะ ๆโดยเฉพาะที่นั่นมีความทรงจำที่ไม่ค่อยดีของเธออยู่“นี่เป็นกิจกรรมทีมครั้งแรกตั้งแต่เธอเข้าบริษัท ถือว่าไปพักผ่อนผ่อนคลายก็แล้วกัน”ซ่งหว่านเงยหน้าขึ้น สบ

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 40

    “คุณย่า อย่าโกรธเลยนะคะ”ซ่งหว่านค่อย ๆ ลูบหลังของคุณย่าเบา ๆ“หมอบอกว่าคุณย่าห้ามโกรธนะคะ”คุณย่าฮั่วจับมือของซ่งหว่านไว้ ดวงตาแดงเล็กน้อย“หว่านหว่าน ย่าขอโทษเธอ ถ้าตอนนั้นย่าไม่ดื้อดึงจะจับคู่พวกเธอสองคน เธอก็คงไม่ต้องทนความน้อยใจมากขนาดนี้”“คุณย่า ไม่ใช่ความผิดของย่าค่ะ”ซ่งหว่านฝืนยิ้มเล็กน้อย“เป็นเพราะวาสนาระหว่างฉันกับฮั่วซือเหนียนจบลงแล้ว อีกอย่าง ฉันก็ปล่อยวางแล้ว” ซ่งหว่านค่อย ๆ ปลอบคุณย่าฮั่วอย่างใจเย็น และให้ดื่มซุปบำรุงไปเล็กน้อยหลังจากคุณย่าหลับสนิทแล้ว ซ่งหว่านก็เดินออกจากห้องผู้ป่วยอย่างเงียบเชียบบนทางเดินซ่งหว่านเพิ่งปิดประตูแล้วหันกลับมา ก็เห็นซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนพิงอยู่ข้างกำแพง เห็นได้ชัดว่ากำลังรอเธออยู่“ซ่งหว่าน เรามาคุยกันหน่อย”ซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนยกมือเสยผมเล็กน้อย ยังเหมือนเมื่อก่อน สีหน้าหยิ่งยโสเหมือนอยู่เหนือคนอื่นซ่งหว่านมองเธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์“ฉันไม่มีอะไรต้องคุยกับเธอ”ซ่งหว่านยกเท้ากำลังจะเดินออกไป แต่ซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว ขวางอยู่ตรงหน้าเธอ แล้วพูดด้วยเสียงแผ่วต่ำ“เมื่อกี้เธอก็เห็นแล้ว ว่าซือเหนียนปกป้องฉันมากแค่ไหน ทั้ง

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 39

    “คุณท่านรู้ว่าคุณยุ่ง ก็แค่คิดถึงคุณมากเท่านั้นเอง”“รีบเข้าไปเถอะค่ะ คุณย่าฮั่วเพิ่งทานยาเสร็จ ตอนนี้ยังมีแรงดีอยู่เลย”ซ่งหว่านผลักประตูห้องผู้ป่วยเข้าไป คุณย่าฮั่วกำลังเอนพิงหัวเตียงอ่านหนังสือพิมพ์อยู่เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหว คุณย่าก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยขุ่นมัวพลันสว่างขึ้นทันที“หว่านหว่าน!”“คุณย่าคะ”ซ่งหว่านรีบเดินเข้าไป จับมือที่ผู้สูงอายุยื่นมาให้ “สุขภาพของคุณย่าดีขึ้นบ้างไหมคะ? ช่วงสองวันนี้รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง?”“พอได้เห็นเธอแล้ว ย่าก็เหมือนหายจากทุกโรคเลย”คุณย่าฮั่วยิ้มตาหยี พลางตบหลังมือเธอเบา ๆ“ไม่ได้มาซะนาน ย่าเกือบคิดว่าเธอลืมยายแก่คนนี้ไปแล้วเสียอีก”“จะเป็นไปได้ยังไงคะ”ซ่งหว่านยิ้ม ก่อนหยิบกล่องเล็ก ๆ ที่ประณีตออกมาจากกระเป๋า“คุณย่าคะ ฉันเอาขนมกุ้ยฮวาที่คุณย่าชอบที่สุดมาให้ ตั้งใจไปซื้อจากร้านเก่าแก่ทางฝั่งใต้ของเมืองโดยเฉพาะ”“แต่คุณย่ากินมากไม่ได้คะ มากสุดกินได้แค่สองชิ้นเท่านั้น”ดวงตาของคุณย่าเป็นประกายขึ้นทันที“หว่านหว่านของเรานี่ช่างเอาใจใส่จริง ๆ รู้ว่าย่าชอบกินอะไร ไม่เหมือนเจ้าเด็กดื้อซือเหนียนคนนั้น เอาแต่ทำให้ย่าโมโห!”พอพูดถึง

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 38

    ภายในงานเกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันที ข้อความคอมเมนต์ในไลฟ์ก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว[บ้าเอ๊ย! เรื่องพลิกแล้วเหรอ?!][ฉันก็บอกแล้วว่ายาของหมิงรุ่ยได้ผลดี จู่ ๆ จะมีปัญหาขึ้นมาได้ยังไง!][คนพวกนี้ชั่วร้ายเกินไป ถึงกับเอาชีวิตของผู้ป่วยมาเป็นเครื่องมือ!]สวีจื่อหมิงมองนักข่าวด้านล่างเวทีที่กำลังตกตะลึงอยู่ ก่อนจะกดรีโมตอีกครั้งบนหน้าจอขนาดใหญ่ปรากฏวิดีโอหนึ่งช่วง—เป็นวิดีโอที่ครอบครัวของผู้ป่วยซึ่งเข้าร่วมการทดลองทางคลินิกบันทึกไว้ เพื่อออกมาพูดความจริง“สามีของฉันใช้ยาของหมิงรุ่ยแล้ว เนื้องอกเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด!”“ในที่สุดแม่ของฉันก็สามารถกินข้าวได้แล้ว และสภาพร่างกายกับจิตใจก็ดีขึ้นมาก!”“ยาตัวนี้มอบความหวังให้พวกเรา เราจะไม่มีวันยอมให้มันถูกใส่ร้าย!”เมื่อวิดีโอเล่นจบ ภายในงานก็เงียบสงัดทันทีทันใดนั้น ป้าหลี่ก็ลุกขึ้นยืน เสียงสั่นเครือแต่หนักแน่น“สามีของฉันใช้ยาของหมิงรุ่ยแล้ว ตอนนี้สามารถลงจากเตียงมาเดินได้แล้ว! คนที่ปล่อยข่าวลือพวกนั้น พวกคุณไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยเหรอ?!”คำพูดของเธอเหมือนประกายไฟ ที่จุดประกายบรรยากาศภายในงานขึ้นทันทีครอบครัวผู้ป่วยคนอื่น ๆ ก็พากันลุกขึ้นย

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 37

    ซ่งหว่านส่ายหน้า “บริษัทต้องการให้พี่อยู่ดูแลสถานการณ์ เรื่องเล็กแค่นี้ฉันจัดการเองได้”หลังจากการประชุมสิ้นสุดลง ซ่งหว่านก็มาที่โรงพยาบาลที่โรงพยาบาล เธอได้พบกับญาติผู้ป่วยคนแรกที่ยินดีออกมาเป็นพยาน นั่นคือป้าหลีสามีของเธอป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย และได้เข้าร่วมการทดลองทางคลินิกของยาใหม่ของหมิงรุ่ยมาแล้วครึ่งเดือน“ผู้เชี่ยวชาญซ่ง สามีฉันใช้ยาของพวกคุณแล้ว อาการดีขึ้นมากจริง ๆ!”ป้าหลีจับมือซ่งหว่านไว้ ดวงตาเริ่มเอ่อคลอด้วยน้ำตา“เมื่อวานเขายังลงจากเตียงมาเดินได้เลย นี่เป็นครั้งแรกในรอบครึ่งปี!”หัวใจของซ่งหว่านอุ่นวาบขึ้นมา“ป้าหลี ตอนนี้บนอินเทอร์เน็ตมีคำพูดด้านลบบางอย่าง…”“ฉันเห็นหมดแล้ว!”ป้าหลีกล่าวขึ้นด้วยความโกรธ“คนพวกนั้นพูดเหลวไหล! ฉันจะอัดวิดีโอเดี๋ยวนี้ เพื่อบอกความจริงให้ทุกคนรู้!”ซ่งหว่านรีบเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของผู้ป่วยกว่าสิบรายโดยไม่หยุดพักสิ่งที่ทำให้เธอดีใจคือ กว่าครึ่งหนึ่งยินดีออกมาเป็นพยานให้หมิงรุ่ยไบโอเทค“คนที่เรารักถูกมะเร็งทรมานจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม ค่ารักษาที่แพงลิบในแต่ละวันก็เหมือนแค่ยื้อเวลาไปรอความตายที่อื่นเท่านั้น ในที่สุดก็มี

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status