共有

บทที่ 4

作者: ซ่งอัสดงตะวันตก
ตอนที่เห็นภาพตรงหน้า ซ่งหว่านรู้สึกหนาวยะเยือกไล่จากฝ่าเท้าขึ้นมาถึงหัวใจ ร่างกายสั่นสะท้านอย่างห้ามไม่อยู่

ที่แท้ ผู้หญิงที่ฮั่วซือเหนียนทะนุถนอมเหมือนไข่ในหินคนนั้น ก็คือซ่งเฉี่ยนเฉี่ยน!

ทำไมต้องเป็นซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนด้วยล่ะ ทำไมต้องเป็นลูกสาวของศัตรูของเธอด้วย!

“ถ้าฉันไม่ยอมล่ะ!”

ซ่งหว่านพยายามควบคุมเสียงที่สั่นเครืออย่างสุดกำลัง

“ฉันจะตัดเงินใช้จ่ายทั้งหมดของเธอ”

เสียงของฮั่วซือเหนียนเย็นชา ห่างเหินราวคนแปลกหน้า

“ฮ่า ๆ”

ซ่งหว่านหัวเราะทั้งที่น้ำตาแทบจะเล็ดอยู่แล้ว

มันเสียดแทงเสียเหลือเกิน

เพื่อจะเอาอกเอาใจซ่งเฉี่ยนเฉี่ยน เขาพร้อมจะทำได้ทุกอย่างจริงๆ

“ช่างเถอะ ซือเหนียน”

ซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนทำเสียงออดอ้อน ควงแขนฮั่วซือเหนียนอย่างสนิทสนม

“เธอเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉัน พ่อแม่จากไปตั้งแต่เด็ก เมื่อก่อนตอนอยู่ในบ้านก็ชอบแย่งของฉันเป็นประจำอยู่แล้ว แค่เสื้อผ้าตัวเดียวเอง ยกให้เธอก็ได้ค่ะ”

หรงเสวี่ยทนดูไม่ไหว จึงชี้หน้าซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนแล้วด่ากราด

“ยัยมือที่สามหน้าไม่อาย! แย่งทุกอย่างไปจากหว่านหว่านยังไม่พอ ยังกล้าพูดจาบิดเบือนกลับดำเป็นขาวอีก เดี๋ยวฉันจะตบแกให้ปากฉีกเลยคอยดู!”

สีหน้าฮั่วซือเหนียนมืดครึ้มลงอย่างเห็นได้ชัด

ซ่งหว่านรีบดึงหรงเสวี่ยไว้

เรื่องระหว่างเธอกับฮั่วซือเหนียนและซ่งเฉี่ยนเฉี่ยน เธอไม่อยากลากคนอื่นเข้ามาพัวพันด้วย

ฮั่วซือเหนียนจ้องซ่งหว่านไม่วางตา สีหน้าเริ่มหมดความอดทนราวกับกำลังรอให้เธอเป็นฝ่ายยอมถอย

แต่ซ่งหว่านกลับยื่นบัตรให้พนักงานขายทันที

“ฉันจะซื้อชุดนี้ค่ะ รูดบัตรเลย!”

เมื่อถูกเธอปฏิเสธแบบไม่ไว้หน้ากัน ฮั่วซือเหนียนก็ขมวดคิ้วมุ่น สีหน้าไม่พอใจอย่างเด่นชัด

ซ่งหว่านไม่สนใจว่าเขาจะคิดยังไง เธอถือถุงชุดราคาแพงแล้วหันหลังเดินจากไป

ด้านหลัง เสียงทุ้มต่ำของฮั่วซือเหนียนดังขึ้น

“ชุดนี้ ชุดนี้ แล้วก็ชุดนี้ คอลเลกชันใหม่ทั้งหมดในร้านฉันขอซื้อทั้งหมด ส่งของไปที่บ้านของคุณชายซ่ง!”

ซ่งหว่านชะงักฝีเท้าเล็กน้อย

ชุดคอลเลกชันใหม่ทั้งหมด มูลค่าอย่างต่ำ ๆ ก็หลายล้านบาท

เพียงเพราะแย่งชุดที่ถูกใจให้ซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนไม่ได้ เขาถึงขั้นยอมใช้จ่ายฟุ่มเฟือยอย่างออกนอกหน้าเพื่อชดเชยให้เธอ

ดูท่าเขาจะรักเธอมากจริงๆ ถึงได้ไม่ยอมให้เธอเจ็บช้ำเลยแม้แต่นิดเดียว

หรงเสวี่ยทนไม่ไหวจึงด่ากราดอีกชุดใหญ่

“บ้าเอ๊ย! ฮั่วซือเหนียนตาบอดหรือไง? ปล่อยภรรยาดี ๆ อย่างเธอไว้ไม่รู้จักรักษา ไม่รู้ว่ายัยซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนหน้าซื่อตาใสแต่ข้างในแรดเงียบนั่นดีตรงไหน!”

หัวใจซ่งหว่านเจ็บแปลบ ทว่าไม่นานก็เย็นชืดลง

ในเมื่อเธอตัดสินใจหย่าแล้ว จะต้องเสียใจเพราะเขาอีกทำไมล่ะ

เช้าวันถัดมา

ซ่งหว่านเดินเรื่อยเปื่อยอยู่คนเดียวอย่างไร้จุดหมายไปตามบนถนน

เดินไปเดินมาก็ดันมาโผล่ที่มหาวิทยาลัยเก่าของตัวเองโดยไม่รู้ตัว

ในรั้วมหาวิทยาลัยกำลังจัดงานรับสมัครงาน

เห็นใบหน้าสดใสของรุ่นน้องที่เพิ่งเรียนจบกันได้ไม่นาน ซ่งหว่านก็เผลอเหม่อลอย

ถ้าสี่ปีก่อนเธอไม่ถูกความรักบังตาจนหน้ามืดตามัว ไม่ดื้อดึงแต่งงานกับฮั่วซือเหนียน ถ้าเธอไม่ทิ้งการเรียนและหน้าที่การงานในตอนนั้น ชีวิตในตอนนี้จะต่างออกไปไหมนะ?

“ซ่งหว่าน?”

มีคนเรียกชื่อเธอจากด้านหลัง

ซ่งหว่านหันไปและพบว่าอีกฝ่ายคืออาจารย์จาง อาจารย์ที่ปรึกษาสมัยมหาวิทยาลัยของเธอ

“อาจารย์จาง”

อาจารย์จางดูแก่ขึ้นเล็กน้อย ผมขาวบนศีรษะเพิ่มขึ้นมานิดหน่อย แต่ยังเป็นตาแก่ปากร้ายคนเดิมไม่มีเปลี่ยน

“ผอมลง สีหน้าก็อมทุกข์ ดูเหมือนชีวิตที่ผ่านมาจะไม่มีความสุขล่ะสิ?”

“ฉัน…”

ซ่งหว่านพูดไม่ออกชั่วขณะ ไม่รู้จะตอบอย่างไรดี

“ตอนนั้นฉันเห็นเจ้าหนุ่มนั่นจากที่ไกล ๆ แค่ครั้งเดียวก็รู้แล้วว่าเขาไม่จริงใจกับเธอ เธอเนี่ยนะ ถ้าไม่ได้ลองผิดหวังดูสักครั้งก็จะหลับหูหลับตาเชื่อมั่นไม่ยอมฟังใคร ตอนนี้เจอเข้ากับตัวแล้วเป็นยังไงบ้างล่ะ รู้สึกตัวหรือยัง?”

อาจารย์จางบ่นเธอด้วยความโมโหและผิดหวัง

ซ่งหว่านยิ้มขมขื่น

“ใช่ค่ะ ต้องเจอเองถึงรู้ว่ามันเจ็บแค่ไหน”

“อาจารย์จางคะ เรื่องสิทธิบัตรงานวิจัยยา ขอบคุณอาจารย์มากนะคะ”

“นั่นมันเป็นของที่เธอควรได้อยู่แล้ว เก็บเงินไว้กับตัว อย่างน้อยก็ยังมีลู่ทางไปต่อ”

จนถึงตอนนี้ ซ่งหว่านถึงได้เข้าใจเจตนาดีของอาจารย์จาง

ที่เขาไม่ไปงานแต่ง ไม่ใช่เพราะตัดขาดความเป็นศิษย์อาจารย์ แต่เพราะรู้ว่าข้างหน้าเป็นกองเพลิง ไม่อาจทนมองเธอกระโดดลงไปต่อหน้าต่อตาได้

เที่ยงวันนั้น

ซ่งหว่านกินข้าวกับอาจารย์จางที่โรงอาหารของมหาวิทยาลัย

“ตอนนี้มีงานทำหรือยังล่ะ?”

ซ่งหว่านส่ายหน้า

เธอเคยคิดจะหางาน แต่สี่ปีที่ผ่านมาเธอใช้ชีวิตเป็นแม่บ้านแบบเต็มตัว เธอแทบจะตัดขาดจากโลกภายนอก ในสายตาเธอมีแต่ฮั่วซือเหนียน จนไม่รู้จะกลับไปปรับตัวในที่ทำงานได้อย่างไรในช่วงเวลาสั้นๆ

อาจารย์จางยื่นนามบัตรให้หนึ่งใบ

“ผู้บริหารบริษัทนี้เป็นศิษย์ของฉันเอง ถ้าเธออยากไปทำงาน ก็ไปเริ่มงานที่นั่นได้ตลอดเวลา”

ซ่งหว่านก้มมองข้อมูลบนนามบัตร

บริษัทหมิงรุ่ยไบโอเทคโนโลยี จำกัด

เป็นบริษัทที่เพิ่งเติบโตขึ้นในช่วงสองปีมานี้ เน้นการวิจัยยาด้านรักษาโรคมะเร็ง ซึ่งมันตรงสายงานกับเธอพอดี โครงสร้างองค์กรก็ไม่ซับซ้อนอะไรมากนัก เหมาะกับมือใหม่ที่ยังไม่มีประสบการณ์อย่างเธอ

ซ่งหว่านไม่อยากใช้เส้นสายของอาจารย์เป็นทางลัดให้ตัวเอง

ช่วงบ่าย อาจารย์จางมีตารางต้องไปสอนต่อ

เธอกลับบ้านทำเอกสารสมัครงานแล้วส่งให้ฝ่ายบุคคลของบริษัทหมิงรุ่ย

ไม่นานนัก ฝ่ายบุคคลของบริษัทก็โทรมา นัดให้เธอนำเอกสารที่เกี่ยวข้องไปสัมภาษณ์ในช่วงเช้าของวันถัดไป

ตอนที่จัดการเอกสาร เธอถึงได้พบว่าใบปริญญาไม่ได้อยู่กับตัว เธอคงจะลืมเอาไว้ที่ น่าจะลืมไว้ที่คฤหาสน์ในอ่าวรีพัลส์

เธอรีบกลับไปที่คฤหาสน์เพื่อเอาเอกสาร

ขาเพิ่งจะก้าวพ้นประตู ก็ได้ยินเสียงป้าสวีกำลังคุยโทรศัพท์

“คุณชาย เงินเดือนนี้โอนมาผิดจำนวนหรือเปล่าคะ?”

เสียงเย็นชาไร้อารมณ์ของฮั่วซือเหนียนดังมาจากปลายสาย

“เงินก้อนนี้ใช้สำหรับค่าใช้จ่ายภายในบ้านอย่างเดียว ตั้งแต่เดือนนี้เป็นต้นไป ตัดค่าใช้จ่ายของซ่งหว่านทั้งหมด!”

ป้าสวีหันไปเห็นซ่งหว่านกลับมา สีหน้าก็ลนลานอย่างชัดเจน

ทุกเดือนฮั่วซือเหนียนจะโอนเงินค่าใช้จ่ายของซ่งหว่านผ่านบัญชีของป้าสวี

พอเห็นซ่งหว่านไม่เป็นที่โปรดปราน เธอก็แอบยักยอกเงินก้อนนั้นไปใช้เอง แล้วมอบให้ซ่งหว่านเพียงไม่กี่พันบาทพอเป็นพิธี

เห็นว่าซ่งหว่านทำหน้าเหมือนไม่รู้เรื่อง ป้าสวีก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก คิดว่าอีกฝ่ายคงยังไม่ผิดสังเกตเรื่องนี้

เธอเดินตามซ่งหว่านพลางพูดเกลี้ยกล่อมไม่หยุด

“คุณนาย ไปทำให้คุณชายโกรธอีกแล้วเหรอคะ?”

“ได้แต่งงานกับคุณชายก็เป็นบุญของคุณแล้ว ต่อให้เขาจะไปมีผู้หญิงข้างนอกแล้วมันยังไงล่ะ อย่างน้อยคุณก็ยังมีกินมีใช้ไม่ขาดมือ คุณจะเอาเรื่องเล็กน้อยแค่นี้ไปทะเลาะกับคุณชายทำไม?”

“เชื่อฉันสิ รีบโทรไปขอโทษคุณชายเดี๋ยวนี้เลย บางทีเขาอาจจะยอมยกโทษให้คุณก็ได้”

“ฉันทำแบบนี้เพราะหวังดีต่อคุณนะ อย่าไม่สำนึกบุญคุณกันนักเลย”

ป้าสวีเดินตามเธอมาขณะพูดจ้อไม่หยุด กระทั่งเข้ามาในห้องนอนของเธอ

ซ่งหว่านหันกลับไป สายตามีรอยยิ้มเย็นชา

“ป้าทำเพราะหวังดีต่อฉัน หรือทำเพราะอยากจะหาเงินเข้ากระเป๋าตัวเองกันแน่ ป้าน่าจะรู้ดีแก่ใจนะ?”

ป้าสวีหน้าชาไปทันที

เธอถือผ้าเช็ดโต๊ะแล้วทำท่าเช็ดตรงนั้นตรงนี้เพื่อกลบเกลื่อน

“คุณพูดเรื่องอะไรน่ะ ฉัน ฉันไม่เห็นจะเข้าใจเลย”

จากท่าทีผิดปกติของป้าสวี ซ่งหว่านก็ยืนยันข้อสันนิษฐานของตัวเองได้แล้ว

แต่ตอนนี้เธอไม่มีอารมณ์จะไปตามสืบแล้วว่าจำนวนเงินจริงๆ ที่ฮั่วซือเหนียนให้เธอในแต่ละเดือนมันกี่บาทกันแน่

เพราะสำหรับเธอ มันไม่มีความหมายแล้ว

เธอหาใบปริญญาเจอจากลิ้นชักแห่งหนึ่ง ซ่งหว่านก็หันหลังเดินออกไปเลย

ป้าสวีสังเกตเห็นใบหย่าที่วางอยู่บนโต๊ะก็ชะงักไปเล็กน้อย

เธอรีบวิ่งตามออกมา

“คุณจะหย่ากับคุณชายเหรอคะ?”

ซ่งหว่านหันหน้ากลับไปมองเพียงเล็กน้อย

“ในเมื่อป้าเห็นแล้ว ก็ช่วยเอาไปส่งให้ฮั่วซือเหนียนด้วยแล้วกัน”

มองแผ่นหลังของซ่งหว่านที่เดินจากไป ป้าสวีเต็มไปด้วยความรู้สึกไม่อยากเชื่อ

ตอนแรกไม่ใช่เธอหรือที่ตามตื๊ออยากแต่งกับคุณชายให้ได้?

กว่าจะได้เข้ามาเป็น “คุณนายฮั่ว” ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เธอยอมปล่อยตำแหน่งนี้ไปจริงๆ เหรอ?
この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 42

    ถ้าเธอเกิดทำอะไรพลาดขึ้นมา คุณย่าฮั่วกลับไปแล้วคงไม่ปล่อยเขาไว้แน่ฮั่วซือเหนียนหันตัวว่ายน้ำกลับไปด้วยสีหน้าหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด ก่อนที่คลื่นลูกใหม่จะซัดเข้ามา เขาก็คว้าเอวเธอไว้ทันที“แค่ก ๆ… ซือเหนียน…”เธอสำลักจนหน้าแดงก่ำ แต่ยังคงจับแขนของเขาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย“ฉันเรียกคุณ… แต่คุณไม่… ฉันนึกว่า…”หยดน้ำใสไหลลงมาตามขนตาของเธอ แยกไม่ออกว่าเป็นน้ำทะเลหรือน้ำตาร่างกายของเธอสั่นไปทั้งตัว ราวกับเพิ่งเจอกับความตกใจอย่างหนัก“ยัยโง่”เขาทำหน้าบึ้งด้วยสีหน้าเย็นชา ลากเธอขึ้นไปบนฝั่ง“ว่ายน้ำไม่เป็น แล้วจะกระโดดลงทะเลทำไม?”ซ่งหว่านขดตัวอยู่บนชายหาด ไอไม่หยุด เสื้อผ้าที่เปียกโชกแนบติดกับร่างกาย แต่แต่เธอยังดื้อดึงอธิบาย“ฉันหาคุณไม่เจอ… เสียงคลื่นมันดังเกินไป…”เขาโยนผ้าเช็ดตัวให้เธออย่างห้วน ๆ เพื่อปกปิดหน้าอกของเธอที่ยิ่งดูอิ่มเต็มชัดเจนขึ้นเพราะเสื้อผ้าเปียกน้ำ“ขึ้นไปรออยู่บนฝั่ง อย่ามาถ่วงฉัน!”พอนึกย้อนกลับไป ตอนนั้นที่เธอยอมเสี่ยงชีวิตกระโดดลงทะเลเพื่อตามหาเขา คงต้องรวบรวมความกล้าอย่างมากเลยสินะซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนสังเกตได้อย่างเฉียบไวว่าฮั่วซือเหนียนกำลังเหม่อลอยอยู่

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 41

    สวีจื่อหมิงยกมือดันแว่นขึ้นเล็กน้อย“พวกเธออย่าคิดกันไปเองนะ ฉันยังไม่มีแฟน”“ว้าว! งั้นประธานสวีชอบผู้หญิงแบบไหนเหรอ?”พนักงานสาวโสดหลายคนดวงตาเป็นประกายขึ้นมาทันทีสายตาของสวีจื่อหมิงกวาดไปทางซ่งหว่านที่ยืนอยู่ไม่ไกลโดยไม่ตั้งใจเขากระแอมเบา ๆ“ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้ว เพียงแต่…ยังไม่แน่ใจว่าเธอจะยอมเป็นแฟนฉันหรือเปล่า”ประโยคนี้ทำให้ทุกคนในห้องอยากรู้ขึ้นมาทันที“โอ้พระเจ้า! ผู้หญิงแบบไหนกัน ถึงขนาดยังไม่สนใจประธานสวีของพวกเรา?”“ถ้าเป็นฉันนะ คงรีบคุกเข่าตอบตกลงทันทีแล้ว!”“ประธานสวี รีบบอกหน่อยสิ เป็นคนที่พวกเรารู้จักไหม?”“เลิกประชุม!”สวีจื่อหมิงใช้เพียงสองคำ ตัดความอยากรู้อยากเห็นของทุกคนทันทีการประชุมจบลง ทุกคนทยอยออกจากห้องประชุมซ่งหว่านเพิ่งเดินออกจากห้องประชุม ก็ถูกสวีจื่อหมิงเรียกไว้“หว่านหว่าน ทริปพักผ่อนสุดสัปดาห์นี้ เธอต้องมานะ”ซ่งหว่านลังเลอยู่ครู่หนึ่ง“ฉันอาจจะ…”เธอไม่ค่อยชอบไปในที่ที่มีคนเยอะ ๆโดยเฉพาะที่นั่นมีความทรงจำที่ไม่ค่อยดีของเธออยู่“นี่เป็นกิจกรรมทีมครั้งแรกตั้งแต่เธอเข้าบริษัท ถือว่าไปพักผ่อนผ่อนคลายก็แล้วกัน”ซ่งหว่านเงยหน้าขึ้น สบ

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 40

    “คุณย่า อย่าโกรธเลยนะคะ”ซ่งหว่านค่อย ๆ ลูบหลังของคุณย่าเบา ๆ“หมอบอกว่าคุณย่าห้ามโกรธนะคะ”คุณย่าฮั่วจับมือของซ่งหว่านไว้ ดวงตาแดงเล็กน้อย“หว่านหว่าน ย่าขอโทษเธอ ถ้าตอนนั้นย่าไม่ดื้อดึงจะจับคู่พวกเธอสองคน เธอก็คงไม่ต้องทนความน้อยใจมากขนาดนี้”“คุณย่า ไม่ใช่ความผิดของย่าค่ะ”ซ่งหว่านฝืนยิ้มเล็กน้อย“เป็นเพราะวาสนาระหว่างฉันกับฮั่วซือเหนียนจบลงแล้ว อีกอย่าง ฉันก็ปล่อยวางแล้ว” ซ่งหว่านค่อย ๆ ปลอบคุณย่าฮั่วอย่างใจเย็น และให้ดื่มซุปบำรุงไปเล็กน้อยหลังจากคุณย่าหลับสนิทแล้ว ซ่งหว่านก็เดินออกจากห้องผู้ป่วยอย่างเงียบเชียบบนทางเดินซ่งหว่านเพิ่งปิดประตูแล้วหันกลับมา ก็เห็นซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนพิงอยู่ข้างกำแพง เห็นได้ชัดว่ากำลังรอเธออยู่“ซ่งหว่าน เรามาคุยกันหน่อย”ซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนยกมือเสยผมเล็กน้อย ยังเหมือนเมื่อก่อน สีหน้าหยิ่งยโสเหมือนอยู่เหนือคนอื่นซ่งหว่านมองเธอด้วยสีหน้าไร้อารมณ์“ฉันไม่มีอะไรต้องคุยกับเธอ”ซ่งหว่านยกเท้ากำลังจะเดินออกไป แต่ซ่งเฉี่ยนเฉี่ยนก้าวขึ้นมาหนึ่งก้าว ขวางอยู่ตรงหน้าเธอ แล้วพูดด้วยเสียงแผ่วต่ำ“เมื่อกี้เธอก็เห็นแล้ว ว่าซือเหนียนปกป้องฉันมากแค่ไหน ทั้ง

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 39

    “คุณท่านรู้ว่าคุณยุ่ง ก็แค่คิดถึงคุณมากเท่านั้นเอง”“รีบเข้าไปเถอะค่ะ คุณย่าฮั่วเพิ่งทานยาเสร็จ ตอนนี้ยังมีแรงดีอยู่เลย”ซ่งหว่านผลักประตูห้องผู้ป่วยเข้าไป คุณย่าฮั่วกำลังเอนพิงหัวเตียงอ่านหนังสือพิมพ์อยู่เมื่อได้ยินเสียงเคลื่อนไหว คุณย่าก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่เคยขุ่นมัวพลันสว่างขึ้นทันที“หว่านหว่าน!”“คุณย่าคะ”ซ่งหว่านรีบเดินเข้าไป จับมือที่ผู้สูงอายุยื่นมาให้ “สุขภาพของคุณย่าดีขึ้นบ้างไหมคะ? ช่วงสองวันนี้รู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง?”“พอได้เห็นเธอแล้ว ย่าก็เหมือนหายจากทุกโรคเลย”คุณย่าฮั่วยิ้มตาหยี พลางตบหลังมือเธอเบา ๆ“ไม่ได้มาซะนาน ย่าเกือบคิดว่าเธอลืมยายแก่คนนี้ไปแล้วเสียอีก”“จะเป็นไปได้ยังไงคะ”ซ่งหว่านยิ้ม ก่อนหยิบกล่องเล็ก ๆ ที่ประณีตออกมาจากกระเป๋า“คุณย่าคะ ฉันเอาขนมกุ้ยฮวาที่คุณย่าชอบที่สุดมาให้ ตั้งใจไปซื้อจากร้านเก่าแก่ทางฝั่งใต้ของเมืองโดยเฉพาะ”“แต่คุณย่ากินมากไม่ได้คะ มากสุดกินได้แค่สองชิ้นเท่านั้น”ดวงตาของคุณย่าเป็นประกายขึ้นทันที“หว่านหว่านของเรานี่ช่างเอาใจใส่จริง ๆ รู้ว่าย่าชอบกินอะไร ไม่เหมือนเจ้าเด็กดื้อซือเหนียนคนนั้น เอาแต่ทำให้ย่าโมโห!”พอพูดถึง

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 38

    ภายในงานเกิดเสียงฮือฮาขึ้นทันที ข้อความคอมเมนต์ในไลฟ์ก็พุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว[บ้าเอ๊ย! เรื่องพลิกแล้วเหรอ?!][ฉันก็บอกแล้วว่ายาของหมิงรุ่ยได้ผลดี จู่ ๆ จะมีปัญหาขึ้นมาได้ยังไง!][คนพวกนี้ชั่วร้ายเกินไป ถึงกับเอาชีวิตของผู้ป่วยมาเป็นเครื่องมือ!]สวีจื่อหมิงมองนักข่าวด้านล่างเวทีที่กำลังตกตะลึงอยู่ ก่อนจะกดรีโมตอีกครั้งบนหน้าจอขนาดใหญ่ปรากฏวิดีโอหนึ่งช่วง—เป็นวิดีโอที่ครอบครัวของผู้ป่วยซึ่งเข้าร่วมการทดลองทางคลินิกบันทึกไว้ เพื่อออกมาพูดความจริง“สามีของฉันใช้ยาของหมิงรุ่ยแล้ว เนื้องอกเล็กลงอย่างเห็นได้ชัด!”“ในที่สุดแม่ของฉันก็สามารถกินข้าวได้แล้ว และสภาพร่างกายกับจิตใจก็ดีขึ้นมาก!”“ยาตัวนี้มอบความหวังให้พวกเรา เราจะไม่มีวันยอมให้มันถูกใส่ร้าย!”เมื่อวิดีโอเล่นจบ ภายในงานก็เงียบสงัดทันทีทันใดนั้น ป้าหลี่ก็ลุกขึ้นยืน เสียงสั่นเครือแต่หนักแน่น“สามีของฉันใช้ยาของหมิงรุ่ยแล้ว ตอนนี้สามารถลงจากเตียงมาเดินได้แล้ว! คนที่ปล่อยข่าวลือพวกนั้น พวกคุณไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยเหรอ?!”คำพูดของเธอเหมือนประกายไฟ ที่จุดประกายบรรยากาศภายในงานขึ้นทันทีครอบครัวผู้ป่วยคนอื่น ๆ ก็พากันลุกขึ้นย

  • ประธานฮั่ว คุณนายฟ้องหย่าแล้วครับ   บทที่ 37

    ซ่งหว่านส่ายหน้า “บริษัทต้องการให้พี่อยู่ดูแลสถานการณ์ เรื่องเล็กแค่นี้ฉันจัดการเองได้”หลังจากการประชุมสิ้นสุดลง ซ่งหว่านก็มาที่โรงพยาบาลที่โรงพยาบาล เธอได้พบกับญาติผู้ป่วยคนแรกที่ยินดีออกมาเป็นพยาน นั่นคือป้าหลีสามีของเธอป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้าย และได้เข้าร่วมการทดลองทางคลินิกของยาใหม่ของหมิงรุ่ยมาแล้วครึ่งเดือน“ผู้เชี่ยวชาญซ่ง สามีฉันใช้ยาของพวกคุณแล้ว อาการดีขึ้นมากจริง ๆ!”ป้าหลีจับมือซ่งหว่านไว้ ดวงตาเริ่มเอ่อคลอด้วยน้ำตา“เมื่อวานเขายังลงจากเตียงมาเดินได้เลย นี่เป็นครั้งแรกในรอบครึ่งปี!”หัวใจของซ่งหว่านอุ่นวาบขึ้นมา“ป้าหลี ตอนนี้บนอินเทอร์เน็ตมีคำพูดด้านลบบางอย่าง…”“ฉันเห็นหมดแล้ว!”ป้าหลีกล่าวขึ้นด้วยความโกรธ“คนพวกนั้นพูดเหลวไหล! ฉันจะอัดวิดีโอเดี๋ยวนี้ เพื่อบอกความจริงให้ทุกคนรู้!”ซ่งหว่านรีบเดินทางไปเยี่ยมครอบครัวของผู้ป่วยกว่าสิบรายโดยไม่หยุดพักสิ่งที่ทำให้เธอดีใจคือ กว่าครึ่งหนึ่งยินดีออกมาเป็นพยานให้หมิงรุ่ยไบโอเทค“คนที่เรารักถูกมะเร็งทรมานจนแทบไม่เหลือสภาพเดิม ค่ารักษาที่แพงลิบในแต่ละวันก็เหมือนแค่ยื้อเวลาไปรอความตายที่อื่นเท่านั้น ในที่สุดก็มี

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status