مشاركة

บทที่ 7 ทำเนียบมาร

last update تاريخ النشر: 2024-11-12 21:00:48

หวังเยี่ยนได้ยินก็ขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยแล้วค่อยค่อยกลับหลังหันมองเหล่าเทพเซียนทั้งสี่ทิศจากเผ่ามัจฉา เป็นเออร์หลิงเซียน ผู้ปกครองมหาสมุทรประจิมที่เอ่ยทักเขา 

'คารวะศิษย์พี่ทั้งสี่ ข้ามิทราบมาก่อนว่าศิษย์พี่จะเสด็จขึ้นมาบนสวรรค์เก้าชั้นฟ้า ต้องขออภัยที่มิได้ส่งข่าวไปเสียนาน' เขาโต้ตอบพร้อมกับก้มโค้งคำนับ เมื่อราวๆแปดแสนปีก่อน เขาเคยมีวาสนาฝึกร่ำเรียนวิชามาบ้างกับเหล่าเทพเซียน แต่ไหนแต่ไรสวรรค์เก้าชั้นฟ้ากับนรกแปดขุมก็มีข้อธรรมเนียมและกฎคละคล้ายกันจึงไม่ผิดแปลกแต่อย่างใดที่ทั้งเทพเซียนและเหล่ามารจะสามารถอยู่ร่วมกันได้ เขาเคยเข้ารับการฝึกตนพร้อมกับเทพเซียนทั้งสี่จนมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันมากอยู่

'หลายปีมานี้เจี่ยเจียไม่ได้ออกจากวัง พอได้ยินข่าวลือมาว่าเยี่ยนเยี่ยนจะแต่งงาน จริงเท็จอย่างไรหรือ' ป๋ายอวิ๋นเซียนยิ้มอย่างอ่อนโยนเช่นเคยพลางหยิบพัดจีบขึ้นมาพัดเบาเบา ป๋ายอวิ๋นเซียนเป็นหนึ่งในผู้ปกครองทะเลบูรพาและเป็นเซียนสาวที่สนิทสนมที่สุดของหวังเยี่ยน นางเอ็นดูหวังเยี่ยนเสมือนเป็นน้องชายในสายเลือดแม้ในอดีตจะเคยชอบพอเขา เพียงแต่หลังจากเขาได้รับตำแหน่งประมุขมารก็มิได้สนทนาพาทีกันเลยและดูเหมือนนิสัยของหวังเยี่ยนจะแปรเปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

'เป็นความจริงอยู่ครึ่งส่วน ข้าส่งเทียบสู่ขอเทพบุปผาเฟิงจางจิ้งจริงแต่ยังมิทราบว่านางจะตอบตกลงหรือไม่อย่างไร..' เขาลอบมองไปที่หญิงสาวข้างกายเขาที่สวมผ้าแพรขาวปิดดวงตาไว้ในมือนางยังคงถือถ้วยชาค่อยละเลียดชิมแช่มช้าอย่างสบายอารมณ์ บทสนทนาเมื่อครู่ นางก็ได้ยินทั้งหมดแต่หากไม่ใช่เรื่องของนาง นางก็จะไม่ยืนมือเข้าไปสอด

'โอ้..แม่นางเฟิงจางจิ้ง เม่ยเมยของเทียนจวินผู้มีกลิ่นกายหอมร้อยมวลบุปผา ใบหน้างดงามล่มนรกล่มสวรรค์คนนั้นนะหรือ ' ฉินเชิงเซียน ผู้ปกครองทะเลพายัพ มองหวังเยี่ยนอย่างตกตะลึง พลางคิดในใจ 

ต่างราวกับฟ้ากับเหว เช่นนี้ เยี่ยนเยี่ยนของพวกเขายังมีความหวังไหมหนอแล้วสตรีข้างกายคนนั้นไม่ใช่ว่าเป็นเทพบุปผาเฟิงจางจิ้งหรอกหรือ

'ถูกแล้วศิษย์พี่และนางก็คือหญิงสาวที่นั่งอยู่ข้างกายของข้าอย่างไรล่ะ' ฉินเชิงเซียน ป๋ายอวิ๋น เออร์หลิงและเฉินฮุย ชะโงกหน้ามองตามที่หวังเยี่ยนบอก ยลโฉมแล้วก็ถือว่าเพียงแต่นางยังสวมผ้าแพรขาวอยู่จึงมิอาจคาดเดาได้ว่าความงามอย่างจดสมบูรณ์อย่างที่เขาเล่าลือกันจริงเท็จอย่าง

'เหลือเชื่อจริงๆว่าหวังเยี่ยนของเรากำลังจะได้คู่ครองที่งามและสมฐานะเช่นนี้ ' เฉินฮุยถือเป็นศิษย์พี่ใหญ่และเป็นผู้ปกครองทะเลทักษิน เขารู้สึกชื่นชมจอมมารผู้นี้ ผู้เป็นศิษย์น้องของเขา เขายังเคยสั่งสอนหวังเยี่ยนตั้งแต่ยังเป็นโม่กุ้ยหรือมารปีศาจน้อย จนกระทั่งเติบใหญ่กลายเป็นจอมมารที่ทั่วทั้งสี่ทะเลแปดดินแดนยังต้องเกรงกลัว

'ท่านพี่ใหญ่ชื่นชมเกินไปแล้ว ขึ้นมาบนสวรรค์ครั้งนี้คงมิได้ตั้งใจมาหยอกข้า เช่นนั้นพวกท่านมาทำอะไรกันหรือ' 

'จริงอย่างเจ้าว่า พวกข้าแค่บังเอิญผ่านมาเจอเจ้า ข้ากำลังไปประชุมเทพา' เฉินฮุยถอดถอนหายใจ ครั้งนี้เทียนจวินเรียกพวกเขาเข้าพบกะทันหัน ทั้งสี่เทพจึงรีบกุลีกุจอขึ้นมาให้เร็วที่สุด 

'เรื่องสำคัญอย่างนั้นหรือ' 

'ใช่ หากเสร็จการประชุมแล้ว ค่อยหาเวลาพบปะ สนทนากันสักหน่อย ข้าต้องไปละ' 

'ขอรับ' เฉินฮุยรีบกล่าวลาแต่ยังคงแสดงถึงความเป็นห่วงเขาอยู่มากก่อนจะรีบหายตัวไปพร้อมกับเทพอีกสามตน

'ท่านสนิทกับเทพเซียนท่านอื่นด้วยหรือ' นางนั่งเงียบมานานจนกระทั่งเหล่าเซียนพวกนั้นไปแล้วจึงเอ่ยปากพูด

'ก็มีบ้างเทพทั้งสี่ตนนั้นเป็นศิษย์พี่ของข้าทั้งหมด'

'อ่อ ที่ท่านรู้จักกับพี่ชายของข้าก็เพราะเคยศึกษาร่วมสำนักกันมาก่อนด้วยใช่หรือไม่ ' แม้มิได้เห็นแววตาของนางแต่กิริยาท่าทางแสดงออกชัดเจนว่าตื่นเต้นมาก ตื่นเต้นจนออกนอกหน้าเลยทีเดียว

'ใช่ แต่เป็นช่วงระยะเวลาไม่เกินสามแสนปี ข้ามิได้สนิทกับพี่ชายเจ้าถึงเพียงนั้น' เมื่อนึกถึงครั้งที่ยังฝึกตนร่วมสำนักกับเฟิงหวังเหล่ยก็ยังขนลุกพิลึก เขายังจำได้ดีชายหนุ่มใบหน้างดงามราวกับรูปปั้นผู้มีเกศาขาวและนัยน์ตาที่ทรงเสน่ห์ไม่แพ้กันกับเขา ชายผู้นั้นแม้จะได้รับการยกย่องจากทั่วทั้งสี่ทะเลแปดดินแดนแต่นิสัยส่วนตัวประหลาดพิลึก บ้าในกามตัณหา ชายหรือหญิงก็ไม่เว้น มีอยู่ครั้งหนึ่งที่เขาแอบหนีมานอนหลับอยู่ในถ้ำ ตื่นขึ้นมาชายผู้นั้นก็ยื่นหน้าเขามาใกล้เพียงลมหายใจ ไม่ทราบว่าเขาตามมาได้อย่างไรและครั้งนั้นก็ถือเป็นครั้งแรกที่เขาได้ประลองกระบี่กับเฟิงหวังเหล่ย

'ข้าไม่คิดว่าจอมมารเช่นท่านจะยังมีนิสัยเป็นมิตรกับเทพเซียนด้วย?' นางยกยิ้มที่มุมหากไร้ผ้าแพรปิดตาอยู่ เขาคงได้ชื่นชมแววตาเป็นประกายที่เปี่ยมไปด้วยความรู้สึกประทับใจ นางประทับใจเขา ยกย่องเขา จริงอยู่ที่นางไม่โปรดปรานวิถีมารแต่นางชื่นชอบในวิสัยทัศน์ของเขา

'จอมมารแล้วอย่างไรเป็นจอมมารย่อมต้องมีคุณธรรมอยู่ด้วย'

'ท่านช่างเป็นมารที่แปลกประหลาดที่สุดที่ข้าเคยพบเจอ' 

'หากเจ้าแต่งงานกับข้า เจ้าก็จะได้เรื่องแปลกประหลาดที่ชาตินี้ก็ไม่อาจพบเจอจากที่ไหนได้อีกแล้ว' จอมมารหนุ่มฉวยโอกาสโอบเอวบางเข้ามาใกล้มากขึ้น..

'นี่ท่าน!!' นางตีเข้าที่ไหล่เขาแล้วผลักร่างหนาออกห่างจากตัว แก้มขาวดุจหิมะเริ่มขึ้นสีแดงขึ้นเรื่อยๆ...

'ทำตัวรุ่มร่าม คนไร้ยางอาย!!' 

'หึ' 

'ไม่มีจิตสำนึก ไร้จริย..' จอมมารหนุ่มยัดขนมโม่หลี่เข้าปากนางพลางหัวเราะสะใจ นางเอื้อมมือใบบิดหูเขาเต็มแรง

'โอ้ยๆๆ เจ็บ สตรีอะไรแรงเยอะปานนี้ ' เขายั่วโทสะ นางจึงบิดให้แรงขึ้นไปอีก เขายังคงมองนางด้วยแววตาอบอุ่น สนอกสนใจ หากเป็นหญิงสาวผู้อื่นคงถูกเข้าใช้พลังมารเผาใหม่เป็นจุณไปแล้วกระมัง ต้องเป็นเช่นนี้ถึงได้เรียกว่าสนิทกับนางอีกขั้น แผนเกี้ยวนางวันนี้ของเขาถือว่าสำเร็จ..

ระหว่างที่หวังเยียนจวินกำลังหยอกล้อและสนทนาหลายร้อยพันเรื่องเล่าอีกทั้งยังแสดงฝีมือการตกปลาสุดล้ำให้เฟิงจางจิ้งชื่นชม หลิงหลิวเหว่ยและจื่อจิงก็เดินเคียงกันมาอย่างแช่มช้า ทั้งคู่แอบมองนายหญิงและประมุขหยอกล้อกันชั่วครู่จนได้จังหวะจึงเดินเข้าไปทำหน้าที่ดังเดิมอีกทั้งหลิงหลิวเหว่ยก็มีเรื่องสำคัญต้องทูลให้หวังเยี่ยนจวินทราบด้วย

'เรียนหวังเยี่ยนจวิน มีเรื่องด่วนฝ่าบาท' จอมมารหนุ่มผายมือออกเป็นสัญญาณให้หลิงหลิวเหว่ยเริ่มพูดได้แม้ว่าหลิงหลิวเหว่ยจะยักคิ้วหลิ่วตาส่งสัญญาณว่าเรื่องนี้เป็นความลับของแดนมาร จอมมารกับหนุ่มกับไม่ยี่หระ

 เห้อ จอมมารหนุ่มผู้นี้ไม่ระวังตนเอาซะเลยแม้เฟิงจางจิ้งจะเป็นถึงคู่หมายโดยปริยายแต่ก็มิควรไว้ใจมากถึงเพียงนั้น

'มีรายชื่อตำแหน่งโม่เจิ้นจวินเพิ่มมาหนึ่งรายชื่อ รอการมอบตำแหน่งอย่างเป็นทางการอีก 20000 ปี ' 

'ใคร' 

'ผานเยว่ถิง' หลิงหลิวเหว่ยเขยิบเข้าไปใกล้จอมมารและกระซิบเบาๆแต่กาลก่อนนามชื่อนี้ถือเป็นชื่อต้องห้ามของสวรรค์ชั้นฟ้า ชะตารักที่พัวพันต่อใครหลายคนโศกนาฏกรรมความรักอันน่าเวทนาที่เลื่องลือและฉาวโฉ่

'เป็นทางที่นางเลือกเอง?' 

'ขอรับ' นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อยู่ๆก็ผุดรายชื่อมารผู้ได้รับเลือกกลางคัน ผานเยว่ถิงคงสละตัวตนละทิ้งวิถีเซียนและเลือกทางมารบำเพ็ญตบะจนได้เลื่อนขั้นจนเป็นโม่เจิ้นจวินตำแหน่งมารชั้นกลาง

'วันพรุ่งข้าจะไปเผ่าหงษาด้วยตนเอง อย่างไร'เขา'ก็ต้องรู้เรื่องนี้ก่อน' หวังเยียนกระซิบหลิงหลิวเหว่ย ก่อนสั่งให้หลิงหลิวเหว่ยนำเกี้ยวมารับเพราะตอนนี้ก็เย็นมากแล้ว เขาไม่อยากให้เฟิงจางจิ้งรับลมหนาวมากจนเกินไป

'ห่มไว้ อากาศบนสวรรค์ชั้นฟ้าช่างเหน็บหนาวปานนี้แม้ขนนกจะไม่อบอุ่นเท่าขนจิ้งจอกแต่ก็พอป้องลมหนาวให้เจ้าได้' หวังเยี่ยนนำผ้าคลุมที่ทำจากขนวิหคเพลิงของเขาให้แก่นาง แม้ว่าจะเป็นเพียงขนนกใบเล็กๆแต่เขาเป็นวิหคเพลิง ขนเพียงใบเดียวก็ให้ความอบอุ่นนางได้มากโขเทียว

'ขอบคุณท่านมาก' นางเอ่ยลาสั้นกระชับสมกับนิสัยของนาง

อย่างไรก็ตามวันนี้ทั้งวันเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มอันงดงามก็ถือว่าคุ้มค่าที่ดั้นด้นมาไกล วันพรุ่งนี้ยังมีเรื่องยุ่งๆให้จัดการ เขาคาดคะเนได้ว่าการที่ผานเยว่ถิงตัดสินใจละทิ้งวิถีเซียนเข้าสู่ทางมารอาจไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่..

หากกล่าวถึงเผ่าหงษาเรื่องราวเมื่อครั้งกาลก่อนหลายปีล่วงเลยไป เขากำเนิดจากเถ้าธุลีโดยมีหัวหน้าเผ่าวิหคเป็นผู้เลี้ยงดู ยุคนั้นยังมีเหง็กเซียนฮ่องเต้สวรรค์เป็นผู้ปกครองทั้งสามโลก มนุษย์ สวรรค์ นรก 

ปีนั้นเขากำเนิดมาพร้อมกับเฟิงหวังเหล่ย จึงมีคำทำนายออกมาว่าเขาและเฟิงหวังเหล่ยเปรียบเสมือนดั่งหยินและหยางทั้งสองมิอาจแยกขาดจากกันได้ หากใครผู้หนึ่งตายตกเมื่อนั้นทั้งสามโลกจะเสียสมดุลถึงกัลปาวสาน นั่นเป็นสาเหตุที่เหง็กเซียนฮ่องเต้สวรรค์ผู้นั้นยกนรกหรือแดนโลกันตร์ให้แก่หัวหน้าเผ่าวิหคเป็นผู้ปกครอง รอจนเขาเติบใหญ่จึงมอบตำแหน่งที่คู่ควรมาแต่กำเนิดให้เขา

ปีนั้นส่วนปกครองแต่ก่อนกาลจึงตกเป็นของเผ่าหงษาส่วนเผ่าวิหคมีหน้าที่ดูแลแดนโลกันตร์อันร้อนระอุที่อยู่ข้างเคียงกับเผ่าอสรพิษ เรื่องยุ่งวุ่นวายเมื่อปีนั้นเขาก็เป็นในผู้ร่วมชะตาด้วย 'ผานเยว่ถิง' เขาเห็นนางเป็นน้องสาวคนหนึ่ง นางรักและเทิดทูนในตัวเฟิงหวังเหล่ยคนนั้นมาก จิตวิญญาณของนางล้วนมอบให้เขา นางลดฐานะตัวเองจากองค์หญิงคนเล็กของ'ผานเป่าเฉิง' หัวหน้าเผ่าหงษาผู้มีศักดิ์เป็นอาของเขาไปเป็นสาวใช้ในวังสวรรค์ เขาเองก็มีส่วนผิดที่ไม่ปกป้องดูแลนางให้ดี ชาติกำเนิดของเขาเป็นมารมาแต่กำเนิดแต่กับนางเป็นเทพเซียน นางทำลายแก่นเซียนของตนเองแล้วเปลี่ยนเป็นมาร เขายังรู้สึกเป็นห่วงนาง ยังนึกถึงคำถามที่นางเคยถามเขามาก่อน

'เยี่ยนเกอ ถ้าข้าอยากเป็นมารเช่นท่านต้องทำอย่างไร' รอยยิ้มงดงาม ยิ้มให้จนดวงตาเหลือเล็กเท่าดวงดาวเปร่งประกายสุกใส

'ถ้าเช่นนั้นเจ้าต้องละทิ้งวิถีเซียน ทำลายแก่นเซียน จงรักภักดีแก่เยี่ยนเกออย่างไรล่ะ' เขาหยอกล้อนางเล่นพลางบีบจมูกนั่นอย่างเบามือ

'อ่า แล้วข้าจะสามารถแต่งงานกับบุรุษผู้นั้นได้ไหมนะ' นางครุ่นคิด เขายีหัวนางเบาเบา เอ็นดู ในความไร้เดียงสา 

'ไม่ว่าเจ้าจะเป็นมารหรือเทพเซียน ความรักก็มิอาจแบ่งแยกฐานะหรือแบ่งแยกเผ่าพันธุ์ หากเจ้ารักและมั่นคงต่อกันพร้อมจะก้าวข้ามผ่านอุปสรรคเหล่านั้น' นางยังคงมองเขาในฐานะพี่ชายที่แสนดี คงเป็นเหมือนเขากับนางแม้จะอยู่ต่างเผ่า แต่เขาก็ดีกับนาง ดีอย่างล้นเหลือ เตี่ยเคยบอกกับนางไว้ว่า หวังเยี่ยนจวินในวันหน้าจะเป็นผู้ปกครองแดนโลกันตร์ มีฐานะศักดิ์ใหญ่และให้นางวางตัวให้เหมาะสมกับหวังเยี่ยน หวังเยี่ยนไม่เหมือนเทพตนอื่นที่กำเนิดมาจากครรภ์ทิพย์แต่เขากำเนิดมาจากเถ้าธุลีเพลิงไฟบรรลัยกัลป์

'เยี่ยนเกอ ทุกอย่างจะดีจริงๆใช่ไหม' นางหลุบตาต่ำลงพาลยังนึกถึงเรื่องข่าวลือคู่หมายของเฟิงหวังเหล่ยกับหนานอี้หรง

'ถิงถิงไม่ต้องกลัวยังมีเยี่ยนเกอ' 

'หากข้าทำอะไรผิดพลาด เยี่ยนเกออย่าโกรธข้านะต้องอยู่เคียงข้างข้า' เขาปาดน้ำตาของผานเยว่ถิงและพยักหน้ารับคำนาง นางมีจิตใจที่อ่อนโยนถึงเพียงนี้ หากต้องไปแย่งชิงสตรีนับร้อยที่หลงใหลในรูปลักษณ์ของเฟิงหวังเหล่ยคงมีแต่ถูกรังแกกลับมาแต่หากมันเป็นโชคชะตา เขาก็ควรปล่อยให้นางไปเผชิญกับเคราะห์รักตัวเอง ครั้งนั้นเป็นครั้งที่เขารู้สึกผิดที่สุด เขาไม่น่าปล่อยผานเยว่ถิงเข้าไปในวังสวรรค์ เขาไม่น่าปล่อยให้นางไปเจอกับนางจิ้งจอก เขาไม่น่าปล่อยไปเลยจริงๆ 

จนกระทั่งถึงตอนนี้เขายังเสียใจกับตัวเอง ยังต้องแบกหน้าไปหาผานเป่าเฉิงเพื่อบอกว่าตอนนี้ผานเยว่ถิงตัดสินใจเข้าสู่ทางมาร...

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ื 21 ปลอบโยน

    ตั้งแต่เมื่อวานที่เสียวจิ้งสนทนากับผานเยว่ถิง นางก็เก็บตัวอยู่แต่ในห้องจนจวนจะถึงวันที่ข้าจะแต่งตั้งนางเป็นจักรพรรดินีมาร นางยังไม่ออกจากห้องห้องนั้นเลยแม้แต่ก้าวเดียว เรื่องราวอะไรกันที่ทำให้นางเศร้าปานนั้น ผานเยว่ถิงเคยกล่าวถึงสตรีเซียนนางหนึ่งอันเป็นสหายรักเมื่อครั้งลงไปฝึกฝนวิชาเซียนก่อนผ่านด่านเคราะห์เลื่อนขั้นเป็นซ่างเซียนฟังมาว่าสตรีผู้นั้นรักชอบกับบุรุษผู้หนึ่งแต่มิอาจอยู่เคียงคู่กันได้ ทั้งสองต่างมีตำแหน่งสูงส่ง ต่างมีหน้าที่ ต่างมีชะตาที่ถูกกำหนด คิดๆดูแล้วหวังแต่ว่าสหายผู้นั้นจะมิใช่ผู้เป็น'ฟูเหริน'ของข้าในตอนนี้ เรื่องราวความรักในอดีตย่อมเป็นอดีตไปรื้อฟื้นย้อนคิดไปแล้วก็มีแต่ชอกช้ำกับเจ็บช้ำ สองความรู้สึกนี้แม้คล้ายกันมากแต่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ชอกช้ำอาจชอกช้ำไปจนวันตายแต่เจ็บช้ำยังพอมีเวลาที่จะรักษาให้หายได้..'โอสถได้แล้วขอรับท่านจอมมาร' น้ำเสียงสุภาพของหลิงหลิวเหว่ยดึงข้าหลุดออกจากภวังค์ อาภรณ์แพรเขียวพลิ้วไสว ใบหน้ายิ้มแย้มเห็นลักยิ้มถือถ้วยยาโอสถทิพย์มาให้แต่เดิมทีเรื่องยาคงมีแต่ไว้ใจให้ฮูหยินดูแล คราวนี้ฮูหยินกลับป่วยเสียเองมีแต่เปิ่นจวินที่จะต้องดูแลเอาอกเอาใจภร

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 20 ความจริงในอดีต

    เมื่อเล่าเรื่องราวมาถึงตรงนี้แล้วก็เกิดความรู้สึกซาบซึ้งใจขึ้นมา เฟิงจางจิ้งเซียนเมื่อเทียบนิสัยตอนนี้กับตอนนั้นแล้วมีเพียงสิ่งเดียวที่ไม่แตกต่างเลยคือ ความเห็นใจที่นางมีต่อสรรพสิ่ง ความอ่อนโยนในความเเข็งกระด้าง เพียงแต่ครานั้นนางยังดูสดใสและมีชีวิตชีวามากกว่านี้มาก'จริงๆเรื่องราวระหว่างเรา ข้าจำได้ชัดเจนแจ่มแจ้งทุกประการเว้นแต่เรื่องชายคนนั้นที่คล้ายว่าจะจำได้บ้าง ลืมไปบ้าง' 'ถ้าอย่างนั้นคงมิต้องรื้อฟื้นเรื่องราวระหว่างข้ากับท่านคราวนั้นอีกแล้ว'เพราะหากรื้อฟื้นไปคนที่นึกเจ็บใจคงมีแต่ข้า ข้าเท่านั้นผานเยว่ถิงพยักหน้าให้กับตัวเองดวงตาหลุบต่ำลงราวกับหวนนึกอะไรบางอย่างใจความสำคัญของเรื่องนี้เท่าที่ข้าจำได้ จำได้อย่างถี่ถ้วนคือตอนที่เฟิงจางจิ้งเซียนกำลังเลื่อนขั้นเป็นซ่างเซียน เฟิงจางจิ้งเซียนต้องรับพิษจากบุปผาสิบชนิดแต่เดิมทีพิธีนี้เป็นกฏมณเฑียรบาลของเผ่าบุปผา มีข้าและเสวี่ยอิงร่วมอยู่ด้วยในเหตุการณ์ แต่เฟิงจางจิ้งเซียนไม่สามารถผ่านด่านบุปผาพิษสิบชนิดได้ท่ามกลางความตระหนกตกใจกลับมีหลายเรื่องที่เซียนหญิงคนนั้นไม่บอกกล่าวกับใครและมิมีผู้ใดได้รู้เป็นความผิดพลาดมหันต์'เสี่ยวจิ้ง!'ภา

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 19 กระบี่เฟิงจางจิ้ง

    หลายๆวันมานี้ท่านเซียนหญิงเฟิงจางจิ้งและเสวี๋ยอิงต่างทำหน้าที่ดูแลพวกข้าได้อย่างดีเยี่ยม วิชาเซียนของพวกเขาทั้งสองเรียกได้ว่าเป็นเทพเซียนที่แท้ ข้ายังคอยเป็นที่ปรึกษาเรื่องความสัมพันธ์ของทั้งคู่อยู่เสมอมิรู้ว่าเลื่อนขั้นไปถึงไหนกันแล้ว เสวี๋ยอิงคนนั้นยามอยู่กับเฟิงจางจิ้งเซียนเพียงลำพังแสนแตกต่างกับตอนที่พูดคุยกับพวกข้าอย่างมากข้าสังเกตเสวี๋ยอิงตั้งแต่วันเเรกจนวันสุดท้ายสรุปความได้ว่า เสวี๋ยอิงคนนี้เป็นวิหคเหมันตกาลโดยแท้ นับถือวิถีเซียนเคร่งครัด และที่สำคัญเขารักของเฟิงจางจิ้งเซียนสหายของข้าอย่างแท้จริง ข้ากับเฟิงจางจิ้งเซียนตกลงกันไว้ว่าหลังจากจบการฝึกปรือครั้งนี้จะรับข้าเข้าไปเป็นพี่เลี้ยงในวังสวรรค์'ความพยายามของพวกเจ้า เปิ่นจวินเห็นแล้วว่าสมควรแก่เวลา กระบี่ของผู้ใดจะกลับคืนสู่เจ้าของ' หลงลี่เสกกระบี่อันทรงฤทธิ์ที่ส่องแสงเรืองรองและส่งคืนสู่เซียนผู้เป็นเจ้าของ กระบี่เหล่านั้นลอยกลับมาอยู่ตรงหน้าผู้เป็นเจ้าของ'กระบี่มีจิตวิญญาณของมัน ผู้เป็นเจ้าของต้องตั้งชื่อด้วยก่อนจะเซ่นกระบี่ด้วยเลือด''ขอรับ! เจ้าค่ะ! ซือฝุ' เซียนสตรีและเซียนบุรุษทั้งหกขานรับ

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 18 รักครั้งเก่า

    'เสวี๋ยอิง เฟิงจางจิ้งเซียนฝากข้ามาตามท่านไปที่เรือนไผ่ด้านหลัง' เรือนไผ่ด้านหลังที่ว่า อยู่ริมธารน้ำตกที่ข้าใช้วิชาสนทนากับหวังเยี่ยนเกอเรือนไผ่นั่นดูเหมือนจะเป็นเรือนไผ่ที่ท่านเซียนเนรมิตขึ้นมาเพราะตอนที่ข้าไปไม่เห็นจะมีเรือนไผ่อยู่พลังเซียนของเฟิงจางจิ้งเซียนเหนือชั้นกว่าเซียนคนอื่นมากอย่างข้าคงเสกได้เพียงแค่เก้าอี้หนึ่งตัวกับวิชาเจ้าเล่ห์เล็กน้อยที่หวังเยี่ยนสอนก็เท่านั้น'รบกวนแม่นางช่วยนำทางไปที' เขากล่าวเสียงเรียบพลางสะบัดชายผ้าขาวอย่างอ่อนโยนยามอยู่ใกล้เขารู้สึกหนาวเหน็บจริงสมแล้วที่เป็นถึงวิหคหิมะ'ตามข้ามาเถิด' เขาเดินตามข้าอย่างสงบเสงี่ยมจริงแท้หรือวิสัยของพวกวิหคหิมะเป็นเช่นนี้เอง แม้แต่เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นเป็นจังหวะสม่ำเสมอ เคร่งครัดวิถีเซียน'ขอบคุณที่มาส่ง''ไม่ต้องเกรงใจ พวกท่านสูงส่งกว่าข้า ข้าย่อมยินดีช่วย' เขาพยักหน้ารับเงียบๆแล้วเดินเข้าไปนั่งลงบนเก้าอี้ไม้ไผ่ฝั่งตรงข้ามกับฝั่งที่เฟิงจางจิ้งเซียนนั่งกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่ พูดได้ว่าน่าเอ็นดู ข้าแอบมองอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลหาที่เหมาะๆสักที เสกกาน้ำชาหนึ

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 17 คนแซ่เสวี่ย

    บรรดาเหล่าเซียนยืนเรียงกันเป็นสองแถวแบ่งแยกสตรีและบุรุษเพียงแค่โดดลงเหวก็ตกลงมาโผล่ที่หุบเขาไท่ซาน ไม่คิดว่าหุบเขาแห่งนี้จะยังมีสำนักที่คล้ายสำนักสงฆ์อยู่ เบื้องหน้ามีเสามังกรสีเหลืองอร่ามสลักรูปปั้นมังกรสามหัวขนาดยักษ์มันถูกตั้งไว้กลางโถง ช่างเสมือนจริงเหลือเกิน..'เสวี๋ยอิงคารวะท่านอาจารย์' ชายหนุ่มหัวขาวก้มโค้งคำนับต่อหน้ารูปปั้นมังกรสามหัวอาจารย์ที่ไหนกันไม่เห็นจะมีใครสักคน เฟิงจางจิ้งคิด'ถือว่ามีฝีมือ ส่วนคนอื่นยังต้องฝึกอีกมาก' ร่างมังกรสามหัวแปรเปลี่ยนเป็นบุรุษสามคน หน้าตางดงาม สวมชุดฮั่นฝูสีดำ รูปร่างแกร่งกำยำ มองแค่ตาเปล่าก็สัมผัสได้แล้วว่าปราณเซียนของพวกเขาแข็งแกร่งเพียงใดข้ายังเคยได้ยินมาว่าพวกเขาทั้งสามเป็นสัตว์เทพแห่งบรรพกาลที่บังเกิดมาพร้อมกับเหล่าอสูรร้ายแห่งบรรพกาลอย่างเช่น อสูรเถาอู้กับฮุ่นตุ้น[1]'เสี่ยวเซียนทั้งห้าขอคารวะท่านอาจารย์' เฟิงจางจิ้งเซียนกล่าวนำข้าและเพื่อนพ้องอีกสามคนจึงพากันก้มโค้งคารวะดังที่เฟิงจางจิ้งกล่าวนำไว้ ไม่แน่ว่าในช่วงหลายวันมานี้อาจมีแต่เรื่องสนุกเกิดขึ้น'ไม่ต้องมากพิธี ข้าเ

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 16 เรื่องในอดีต

    ‘ยินดีต้อนรับกลับ' หวังเยี่ยนเดินเข้าไปกอดซ้อนอีกทีหนึ่ง เขาไม่รู้มาก่อนว่าพวกนางรู้จักกันคนหนึ่งก็เปรียบเสมือนน้องสาวในไส้ส่วนอีกคนก็คือภรรยาของเขา จากนี้ไม่ว่าเรื่องราวจะเป็นเช่นไร เขาจะเป็นคนปกป้องพวกนางเอง ไม่มีผู้ใด ไม่มีอดีตและแม้อดีตจะลบล้างไม่ได้ หากแต่เมื่อวันวานแห่งความขมขื่นผันผ่านไป หลังจากนี้เขาจะเป็นแสงสว่างชี้นำพวกนางเอง พวกนางคงยังมีความหลังให้ระลึกถึงกันอีกมากเห็นสมควรปล่อยให้สนทนากันเพียงลำพัง กิจของสตรีบุรุษมิควรยุ่งจอมมารสะกิดหลิงหลิวเหว่ยพยักพเยิดหน้าไปทางประตูแล้วพากันเดินออกไปเงียบๆ เซียนหญิงกับมารสาวมองหน้ากันร่ำไห้กันเงียบงัน ก่อนจะบอกเล่าถึงความทรมานแสนสาหัสและเรื่องเขา'คนนั้น''เยว่ถิง ทำไมถึงได้กลายเป็นแบบนี้แล้วเจ้ากับจอมมารรู้จักมักจี่กันตั้งแต่เมื่อไหร่''ไม่เจอกันเพียงไม่กี่แสนปี ท่านหญิงของข้ากลายเป็นคนช่างถามแล้วรึ''เพราะข้าสนิทใจที่พูดคุยกับเจ้าต่างหาก!'

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 5 ความกังวลของจอมมาร

    จอมมารหนุ่มนอนเอกเขนกอย่างเบื่อหน่าย จิตใจว้าวุ่น เอาแต่คิดไปคิดมาเรื่องอภิเษกสมรสกับธิดาเซียน เรื่องนี้แท้จริงก็ออกจะด่วนตัดสินใจอย่างขาดสติไปสักหน่อย นางเพียงแต่เหมาะสมและตราตรึงใจเขาเท่านั้น 'เยี่ยนเยี่ยน มีเรื่องกังวลใจหรือไร'หลิงหลิ่วเวายถามพลางลอบมองอาการอดอาลัยตายยากของจอมมารไปด้วย เมื่ออย

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 4 ตัวตนของเขา

    ครั้นเมื่อถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้าเฟิงจางจิ้งเห็นทิวทัศน์แปลกตาราวกับว่าไม่ได้มาที่นี่เสียนาน หลายแสนปีมาแล้วที่นางจากเมืองสุขาวดีสู่พงไพรขจีวนา[1]จึงไม่รู้สึกยินดีเท่าใดนักที่ต้องกลับมาที่นี่จื่อจิงคอยประคับประคองเฟิงจางจิ้งอย่างระมัดระวัง'เสี่ยวจิ้ง' เสียงเรียกของประมุขสวรรค์ดังขึ้นพร้อมกับร่างสูงผ

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 3 กลับสวรรค์ชั้นฟ้า

    หลังจากสนทนาพาทีกับหวังเยี่ยนเสร็จสิ้น เขาก็ให้สาวใช้นามว่า'จื่อจิง'มาเป็นผู้ติดตามส่วนตัวแก่ข้า อย่างน้อยชายผู้นั้นก็ยังเห็นความสำคัญของลำดับศักดิ์อยู่บ้าง นับว่าเขาพอจะรู้ธรรมเนียมปฏิบัติกับสตรีสูงศักดิ์'ขอบใจแม่นางจื่อจิงมากที่มาส่งข้า' แม้ดวงตามองไม่เห็นแต่นางรู้ทันทีว่าห้องที่ถูกจัดเตรียมไว

  • ปราการรักจักรพรรดิจอมมาร   บทที่ 2 สู่ขอ

    ครั้นเมื่อหลิงหลิวเหว่ยก้าวเข้าสู่แดนสวรรค์ชั้นฟ้า หลายสิ่งหลายอย่างเปลี่ยนแปลงไปมาก ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือจากที่นี่ไปนานจึงเห็นเป็นเช่นนั้นเดิมทีเขาเองไม่อยากก้าวเข้ามาในแดนเซียนอีกครั้งเพราะยังละอายใจอยู่ไม่น้อยที่แปรเปลี่ยนพรรคจากซ่างเซียนเข้าสู่วิถีมารและยิ่งเขาเพิ่งเข้ารับพิธีแต่งตั้งตำแหน่งกุ

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status