로그인ตอนที่ 6: สายตาที่มองทะลุปรุโปร่ง
เสียงฝีเท้าของรวิศที่กึ่งเดินกึ่งวิ่งแกมลนลานห่างออกไปจนลับสายตา ทิ้งไว้เพียงความเงียบงันและบรรยากาศอึดอัดที่แผ่กระจายอยู่บริเวณหน้าร้านอาหารญี่ปุ่นหรู นทียืนกำหมัดแน่นจนเล็บแทบจะจิกเข้าเนื้อ หน้าอกบางสะท้อนขึ้นลงตามแรงอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน ทั้งโกรธ ทั้งอาย ทั้งเจ็บใจที่แผนการ "เปิดตัวแฟนกำมะลอ" พังพินาศยับเยินไม่มีชิ้นดีภายในเวลาไม่ถึงสิบนาทีด้วยซ้ำ ‘น่าโมโหที่สุด! ไอ้รุ่นพี่เดือนมหา’ ลัยหน้าหม้อนั่นก็อีกคน ตอนมาจีบทำเป็นโชว์แมนปานจะกลืนกิน พอบอสใหญ่กดดันเข้าหน่อยล่ะหางจุกตูดเชียว!’ นทีด่ากราดในใจ สบถคำหยาบคายสารพัดอย่างอัดอั้น "ยืนฮึดฮัดเป็นม้าพยศอยู่ได้... ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง?" เสียงทุ้มต่ำราบเรียบที่บัดนี้กลายเป็นเสียงที่นทีเกลียดเข้าไส้ดังขึ้นจากทางด้านหลัง นทีสะดุ้งตัวโยน รีบหมุนตัวกลับมาเผชิญหน้าทันที ทว่าความเร็วในการหันกลับมาทำให้เขาไม่ได้ระวังระยะห่าง คิรากรก้าวตามออกมาตั้งแต่วันไหนไม่รู้ และตอนนี้ร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเทาชาโคลคัตติ้งเนี้ยบกริบก็มายืนประชิดขวางทางเดินเอาไว้หมดแล้ว "คุณ...!" นทีอุทานเสียงหลง ขยับเท้าถอยหลังโดยสัญชาตญาณหวังจะเว้นระยะปลอดภัย แต่ก้าวถอยไปได้เพียงสองก้าว แผ่นหลังบางก็ชนเข้ากับกำแพงปูนเปลือยขัดมันของหน้าร้านอาหารญี่ปุ่นเข้าอย่างจัง ตึก... หมดทางถอยหนีโดยสิ้นเชิง นทีได้แต่เชิดหน้าขึ้น จ้องมองคนตรงหน้าด้วยแววตาจิกกัด ท่าทางเหมือนแมวโกนจุกที่กำลังพองขนขู่ฟ่อ ๆ ทว่าคิรากรกลับไม่ได้มีท่าทีสะทกสะท้าน ชายหนุ่มยกมือข้างหนึ่งขึ้นซุกกระเป๋ากางเกงสแล็ก ส่วนมืออีกข้างเอื้อมไปยันกำแพงด้านข้าง คลอเคลียอยู่เหนือไหล่บางของนที ล้อมกรอบคนตัวเล็กเอาไว้ในอาณาเขตของตัวเองอย่างสมบูรณ์แบบ "ถอยออกไปห่าง ๆ เลยนะคุณ!" นทีแผดเสียงสั่น พยายามยกมือสองข้างขึ้นดันแผงอกกว้างเอาไว้ แต่สัมผัสจากเนื้อผ้าไหมอิตาลีชั้นดีที่ซ่อนกล้ามเนื้อแน่นตึงอยู่ภายใน กลับทำให้มือนทีสั่นเทาอย่างควบคุมไม่ได้ คิรากรไม่ได้ถอยตามคำสั่ง เขากลับค่อย ๆ โน้มตัวลงมาต่ำ จนใบหน้าคมคายภายใต้กรอบแว่นสายตาเหลี่ยมอยู่ห่างจากใบหน้าของนทีเพียงไม่ถึงคืบ นัยน์ตาคมปลาบสีเขม่าควันคู่นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตากลมโต ราวกับกำลังมองทะลุผ่านหน้ากากความดื้อรั้น เข้าไปเห็นความตื่นตระหนกที่ซ่อนอยู่ภายในก้นบึ้งของจิตใจเด็กหนุ่ม ‘แกร๊ก...’ เสียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ ของคิรากรดังขึ้น มันเป็นเสียงหัวเราะที่แฝงไปด้วยความเอ็นดูแกมเจ้าเล่ห์ ยิ่งทำให้นทีรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นเพียงลูกหนูตัวเล็ก ๆ ที่โดนราชสีห์ต้อนจนจนมุมเพื่อความบันเทิง ชายหนุ่มร่างสูงขยับใบหน้าเข้าไปใกล้จนริมฝีปากหยักแทบจะสัมผัสกับใบหูขาวสะอาดของคนตัวเล็ก ลมหายใจอุ่นร้อนเป่ารดผิวเนื้อบางจนนทีต้องหดคอหนีด้วยความสยิว "วันหลังถ้าจะหาแฟนปลอม ๆ มาหลอกพี่... ช่วยหาคนที่ดูน่ากลัวกว่านี้หน่อยนะเด็กดื้อ" "คุณ...!" คำหยอกล้อที่แฝงความรู้ทันอย่างทะลุปรุโปร่งทำให้นทีหน้าแดงก่ำลามไปจนถึงใบหูและลำคอขาวระหง ความร้อนผ่าวแล่นพล่านไปทั่วใบหน้า ไม่ใช่เพราะความเขินอาย แต่อายเพราะโดนจับไต๋ได้ต่างหาก! "นี่คุณรู้ตั้งแต่แรกแล้วหรอ?!" นทีเค้นเสียงถาม กัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ "หึ... คิดว่าแผนตื้น ๆ แบบนี้จะหลอกฉันได้งั้นเหรอ?" คิรากรละใบหน้าออกมาเล็กน้อย สบตาคนตัวเล็กตรง ๆ รอยยิ้มหยักลึกที่มุมปากฉายชัด "สายตาของเด็กนั่นตอนมองเธอ... มันไม่ได้มีบทบาทของคนรักอยู่เลย มีแต่ความหวาดกลัวและเกรงใจ แล้วยิ่งฉันพูดเรื่องธุรกิจของตระกูลมันเข้าไป... ท่าทางลนลานนั่นก็บอกหมดแล้วว่าเธอไปจ้าง หรือไปขอร้องให้มันมาสวมรอย" "ผมไม่ได้จ้าง! พี่รวิศเขาเต็มใจช่วยผมเองต่างหาก!" นทีเถียงข้าง ๆ คู ๆ ทั่งที่ในใจพังทลายไปหมดแล้ว "เต็มใจช่วย... แต่พอโดนขู่นิดขู่หน่อยก็ทิ้งเธอวิ่งหนีหางจุกตูดน่ะเหรอ?" คิรากรเลิกคิ้วถาม น้ำเสียงทุ้มต่ำเต็มไปด้วยความเหนือกว่า "นที... พี่บอกเธอแล้วไง ว่าคนที่จะอยู่ข้างเธอได้ ต้องเป็นคนที่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ก็ไม่มีวันปล่อยมือจากเธอ" "และคนคนนั้นก็ไม่มีวันเป็นคุณด้วย คิรากร!" นทีรวบรวมแรงทั้งหมดผลักอกแกร่งออกเต็มหมัด คราวนี้คิรากรยอมถอยห่างออกไปก้าวหนึ่งเปิดโอกาสให้นทีได้หายใจเข้าปอดเต็ม ๆ นทีรีบขยับสูทและกระเป๋าเป้ของตัวเองให้เข้าที่ ดวงตากลมโตสั่นระริกด้วยอารมณ์หลากหลาย ทั้งโกรธ เจ็บใจ และปั่นป่วนในอกอย่างประหลาดกับสรรพนามแทนตัวว่า "พี่" ที่อีกฝ่ายใช้ได้อย่างเป็นธรรมชาติเสียเหลือเกิน "อย่าคิดว่าคุณชนะนะ แผนการของผมยังไม่หมดแค่นี้หรอก!" นทีชี้หน้าขู่ ทิ้งท้ายไว้ด้วยเสียงกระแทกกระทั้น ก่อนจะหันหลังเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังรถสปอร์ตสีน้ำเงินเข้มของตัวเองที่จอดอยู่ไม่ไกล เสียงเปิดและปิดประตูรถดังลั่นบ่งบอกถึงอารมณ์ของเจ้าของได้เป็นอย่างดี คิรากรยืนนิ่งอยู่ที่เดิม มือสองข้างซุกอยู่ในกระเป๋ากางเกง สายตาคมทอดมองตามท้ายรถสปอร์ตที่ขับกระชากตัวออกไปสู่ถนนใหญ่ด้วยความเร็ว รอยยิ้มอบอุ่นทว่าแฝงความเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นบนใบหน้าคมคายอีกครั้ง ชายหนุ่มยกมือขึ้นถอดแว่นสายตาออก พลางนึกถึงใบหน้าหวานที่ขึ้นสีแดงจัดเมื่อครู่ "เด็กดื้อเอ๊ย... ยิ่งพยศแบบนี้ ยิ่งน่าปราบให้เชื่องชะมัด" คิรากรพึมพำกับตัวเองเบา ๆ ลมราตรีพัดผ่านพารอยยิ้มของเขาให้จางหายไปในความมืด พร้อมกับความรู้สึกบางอย่างในใจที่เริ่มจะเด่นชัดขึ้นทุกที... เกมเดิมพันสามเดือนนี้ ท่าทางเขาจะไม่ได้อยากชนะเพื่อรักษาสัญญาของผู้ใหญ่เสียแล้ว แต่อยากชนะเพื่อครอบครอง "ม้าดีดกะโหลก" ตัวนี้จริง ๆ ต่างหากตอนที่ 14: ข้อหาหึงหวงและคำเตือนสติเสียงบานประตูไม้โอ๊กเคลือบเงาบานยักษ์ปิดลงพร้อมกับความเงียบสงัดที่ตีแผ่กลับเข้ามาในห้องทำงานท่านประธานบริหารอีกครั้ง ร่างของอรินลับหายไปจากสายตาแล้ว ทิ้งไว้เพียงกลิ่นน้ำหอมฉุนกึกชวนเวียนหัวที่ยังคงลอยอบอวลเจือจางอยู่ในอากาศ นทีหน้านิ่วคิ้วขมวด ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน ความรู้สึกพลุ่งพล่านอัดแน่นอยู่ในอกจนเนื้อตัวสั่นเทา มันทั้งหงุดหงิด ขัดใจ และพาลชวนให้อารมณ์เสียอย่างที่เขาไม่เคยเป็นมาก่อน‘หึ... อรินคิดถึงคุณที่สุดเลยค่ะ... ฟังแล้วอยากจะอ้วก!’ปัง!นทีแกล้งทุบฝ่ามือลงบนตำราแคลคูลัสเล่มหนาจนเกิดเสียงดังสะท้อนก้องไปทั่วห้องทำงานอันกว้างขวาง ก่อนจะกระแทกปากกาเคมีลงบนโต๊ะกระจกอย่างไม่ใยดี ร่างโปร่งลุกพรวดขึ้นยืนเต็มความสูง หมุนตัวหันหลังเดินจ้ำอ้าวตรงไปยังผนังกระจกบานยักษ์ กอดอกแน่นพลางทอดสายตามองออกไปข้างนอก ขบเคี้ยวเคี้ยวฟันมุ่ยริมฝีปากจนเจ่อรั้นคิรากรที่นั่งอยู่โต๊ะทำงานลอบมองปฏิกิริยา ‘แมวป่าพองขน’ ของคู่หมั้นตัวแสบด้วยความนึกสนุก ชายหนุ่มระบายยิ้มหยักลึกที่มุมปาก นัยน์ตาคู่คมไร้กรอบแว่นสายตาบดบังฉายประกายระยับวาววับล้อเลียน ร่างสูงใหญ่ลุกข
ตอนที่ 13: แขกไม่ได้รับเชิญและความหึงหวงความอบอุ่นในเช้าวันหยุดผ่านพ้นไป พร้อมกับอาการไข้ของนทีที่หายเป็นปลิดทิ้ง ทว่าพันธนาการระลอกใหม่กลับเริ่มต้นขึ้นเมื่อเข้าสู่สัปดาห์แห่งการสอบมิดเทอม คณะวิศวกรรมศาสตร์อันขึ้นชื่อเรื่องความโหดหินทำให้นทีต้องหอบหิ้วตำราเล่มหนาเท่าดิกชันนารีติดตัวอยู่ตลอดเวลา และแน่นอนว่า ‘ผู้ปกครองชั่วคราว’ อย่างคิรากรไม่มีทางปล่อยให้เด็กดื้อคลาดสายตา"พี่คิรากร! ผมบอกว่าจะไปอ่านหนังสือที่คณะกับพวกไอ้เจเจไงล่ะ คุณจะลากผมมาที่นี่ทำไมเนี่ย!" นทีโวยวายอุบอิบขณะก้าวเท้าออกจากลิฟต์ส่วนตัวของประธานบริหารบนชั้นสูงสุดของตึกกีรติวัฒน์ทาวเวอร์"อ่านที่คณะเดี๋ยวเธอก็แอบหนีไปตากฝนตากแดดจนไข้กลับอีก" คิรากรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำราบเรียบ ชายหนุ่มอยู่ในชุดสูทสีกรมท่าเเนี้ยบกริบตามมาตรฐาน มือหนาข้างหนึ่งถือกระเป๋าเอกสาร ส่วนอีกข้างจับจูงข้อมือบางของคู่หมั้นตัวแสบให้เดินตามเข้ามาในห้องทำงานส่วนตัวอย่างถือสิทธิ์ห้องทำงานประธานบริหารกว้างขวางและตกแต่งอย่างหรูหราด้วยผนังกระจกบานยักษ์ที่มองเห็นทัศนียภาพของกรุงเทพมหานครได้อย่างสุดสายตา คิรากรชี้ไปที่โซฟารับรองหนังแท้สีครีมตัวใหญ่ที่ม
ตอนที่ 12: หัวใจเต้นผิดจังหวะยามเช้าไออุ่นที่โอบรัดรอบเอวบางบวกกับความนุ่มยืดหยุ่นของเตียงนอนคิงไซส์สีเทาอ่อน ทำให้ความรู้สึกแรกหลังจากหลุดพ้นจากห้วงนิทราของนทีเต็มไปด้วยความอบอวลจนไม่อยากลืมตาเปลือกตาบางขยับไหวเบา ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ปรือขึ้นเพื่อรับแสงตะวันสีทองอ่อนยามเช้าที่เล็ดลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านทึบแสงเข้ามา นทีสูดหายใจเข้าลึก ความรู้สึกหนักอึ้งในหัวสมองและอาการครั่นเนื้อครั่นตัวจากพิษไข้ป่าเมื่อคืนลดน้อยลงไปกว่าครึ่ง ทว่าสิ่งที่เข้ามาแทนที่กลับเป็นความรู้สึกอุ่นจัดที่ทาบทับอยู่บริเวณแผ่นหลังและเอวคอดกิ่ว‘กบดานอยู่ในอ้อมกอดใครวะ...’ สมองที่เพิ่งฟื้นตัวประมวลผลช้าไปสามวินาที ก่อนสติทั้งหมดจะดีดผุดขึ้นมาอย่างเต็มตาราวกับโดนน้ำเย็นสาดนทีค่อย ๆ พลิกตัวกลับมาอย่างเชื่องช้าเพราะกลัวว่าคนด้านหลังจะตื่น และทันทีที่หมุนตัวกลับมาเผชิญหน้า ระยะห่างที่หลงเหลืออยู่ไม่ถึงคืบก็ทำให้นทีลืมวิธีหายใจไปในทันทีคิรากร...ชายหนุ่มรุ่นพี่ที่ขึ้นชื่อว่าเป็น ‘ประธานบริหารจอมเก๊กเผด็จการ’ บัดนี้กำลังนอนหลับใหลอยู่ข้างกายเขาในระยะประชิดอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในยามที่แสงสว่างส่องถึง ใบหน้าคมคายหล่อเ
ตอนที่ 11: เมื่อเด็กดื้อล้มป่วยความลับเมื่อสามปีก่อนที่ถูกเปิดเผยออกมาจากปากของคิรากร คล้ายเป็นแรงกระเพื่อมมหาศาลที่พลิกผันความรู้สึกในใจของนทีไปโดยสิ้นเชิง กำแพงอคติที่เคยสร้างไว้หนาแน่นพังทลายลงจนเหลือเพียงความหวั่นไหวทว่าอบอุ่น ทว่าสัญชาตญาณความดื้อรั้นอันเป็นเอกลักษณ์ของเด็กวิศวะปีสามมีหรือจะยอมสยบให้ราบคาบง่าย ๆ ถึงในใจจะยอมรับความอบอุ่นของร่างสูงเข้ามาเต็มอก แต่ภายนอกนทีก็ยังคงพยายามรักษาฟอร์ม ‘ม้าพยศ’ เอาไว้ไม่ให้เสียเชิงชายและนั่นคือกิมมิกที่นำพาความวุ่นวายมาสู่ร่างกายของเขาในสัปดาห์ต่อมาช่วงนี้เป็นเทศกาลเตรียมงานกิจกรรมใหญ่ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ นทีในฐานะพี่ปีสามหัวเรี่ยวหัวแรงหลักต้องคอยคุมรุ่นน้องทำฉากและซ่อมแซมซุ้มกิจกรรมกลางสนามหญ้าตั้งแต่เช้าจรดค่ำ ท้องฟ้ากรุงเทพมหานครในช่วงปลายเดือนพฤษภาคมเดาใจยากชะมัด ยามบ่ายแดดเปรี้ยงจนผิวแทบไหม้ พอตกเย็นจู่ ๆ เมฆฝนก้อนมหึมาก็ตั้งเค้าก่อนจะเทกระหน่ำลงมาอย่างไม่ลืมหูลืมตา"เฮ้ย! นที! หลบฝนก่อนมึง! ฉากพังช่างมันเถอะเดี๋ยวค่อยทำใหม่!" เจเจตะโกนข้ามสายฝนพลางกวักมือเรียกเพื่อนสนิทให้วิ่งเข้าหลบใต้ถุนตึกคณะ"ไม่ได้เว้ย! ไอ้เจ! ฉากนี้ต้องส่
ตอนที่ 10: ตัวป่วนสายชงความเงียบสงบในเพ้นท์เฮ้าส์หรูหลังจากมื้ออาหารค่ำแสนอร่อยผ่านพ้นไปได้ไม่นาน ทว่ากระแสความปั่นป่วนระลอกใหม่กำลังคืบคลานเข้ามาโดยที่นทีไม่ทันตั้งตัว แผ่นหลังบางที่เพิ่งจะทิ้งตัวลงนอนกลิ้งบนโซฟายาวเพื่อย่อยอาหารพลันต้องดีดตัวขึ้นนั่งตรงทันทีเมื่อเสียงออดหน้าประตูดังขึ้นเป็นจังหวะรัวเร็วคล้ายคนมาเยือนกำลังอารมณ์ดีเต็มขั้นออด—ออด—ออด!"ใครมาเอาป่านนี้วะ..." นทีพึมพำพลางขมวดคิ้ว มือบางเอื้อมไปคว้าหมอนอิงมาอุ้มไว้ ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะลุกเดินไปเปิด ประตูระบบดิจิตอลล็อกก็ถูกปลดจากภายนอกด้วยความชำนาญ พร้อมกับการปรากฏตัวของร่างเพรียวบางของเด็กสาวหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มคนหนึ่ง"ฮายยย! พี่คิรันขาคิรินมาแล้ว... อ้าว! พี่นที!"‘คิริน’ น้องสาวลูกพี่ลูกน้องตัวแสบของคิรากรนั่นเอง เธออยู่ในชุดเดรสแฟชั่นวัยรุ่นสีสดใส ในมือหอบหิ้วถุงขนมและเค้กเจ้าดังมาพะรุงพะรัง ดวงตาโตเท่าไข่ห่านของเด็กสาวเบิกกว้างเมื่อเห็นนทีนั่งอยู่กลางห้องนั่งเล่น ก่อนที่ริมฝีปากบางจะคลี่ยิ้มกว้างออกมาจนแก้มแทบปริ"สวัสดีครับน้องคิริน..." นทียกมือไหว้ตามมารยาทแบบงง ๆ "มาหาพี่คิรากรเหรอครับ? เจ้านั่น... เออ พี่คิร
ตอนที่ 9: ย้ายเข้าถ้ำเสือและเมนูมัดใจพายุฝนและรสจูบอันวาบหวามในค่ำคืนนั้นคล้ายจะเป็นเพียงความฝันอันตื่นตาตื่นใจที่เกิดขึ้นในความมืด ทว่าร่องรอยความอุ่นซ่านที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในหัวใจกลับตอกย้ำว่าทุกอย่างคือความจริง หลังจากผ่านพ้นคืนพายุคะนองมาได้ไม่กี่วัน แผนการย้ายเข้าพำนักอย่างเป็นทางการของนทีก็ถูกเร่งรัดขึ้นโดยคำสั่งเด็ดขาดของผู้ใหญ่ทั้งสองตระกูลมันไม่ใช่การมาพักค้างคืนชั่วคราวอีกต่อไป แต่เป็นการ ‘ย้ายสำมะโนครัว’ มาใช้ชีวิตคู่ร่วมกันภายใต้ชายคาเพ้นท์เฮ้าส์หรูของคิรากร เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแต่งงานที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้‘เออ! ในเมื่อขัดใจคุณปู่ไม่ได้ ต้องย้ายเข้ามาอยู่ในถ้ำเสือตัวนี้จริง ๆ ฉันก็จะทำตัวเป็นม้าพยศป่วนถ้ำให้พังพินาศไปเลย คอยดู!’นทีคิดในใจด้วยความฉุนเฉียวขณะที่ยืนอยู่หน้าประตูระบบดิจิตอลล็อกบานยักษ์ ชายหนุ่มลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่สองใบพร้อมกระเป๋าเป้คู่ใจเข้ามาในห้อง ทันทีที่ประตูปิดลง ความหรูหราและระเบียบวินัยอันเนี้ยบกริบของสถานที่ก็สะท้อนเข้าสู่สายตา ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบตามสไตล์คนรักความเพอร์เฟกต์ของคิรากร และนั่นคือเป้าหมายแรกในการ ‘ป่วน’







