Teilen

บทที่ 3

เซี่ยเค่อ
ส่วนอวบอิ่มของหญิงสาวเบียดถูร่างเขาอย่างไม่รู้จักกลัวตาย ใบหน้าเล็กงดงามเย้ายวนเต็มไปด้วยคราบน้ำตา เสียงร่ำไห้อ่อนหวานบอบบางราวลูกแมวชวนให้ใจสั่นไหว ทำให้ลำคอของเฟิงเสวียนนี่ตีบแน่น ชั่วขณะหนึ่งถึงกับตั้งตัวไม่ทัน

“ตั้งครรภ์แล้วหรือ?”

ดวงตาของสวีไทเฮาผู้เฒ่าที่อยู่ข้าง ๆ เป็นประกายขึ้นมา จู่ ๆ นางก็หมุนตัวคุกเข่าลงกับพื้นดังตุบ

“โอ๊ย! พระโพธิสัตว์สำแดงปาฏิหาริย์แล้ว!”

เฟิงเสวียนนี่โมโหจนหลุดหัวเราะ เขากระชากคอเสื้อของอวี๋ซือเหมียนขึ้นอย่างหยาบคาย กัดกรามกรอดก่อนเอ่ยว่า “เจ้าตัวเล็ก ลูกไม้เยอะเสียจริงนะ!”

เขาประเมินนางต่ำไปเสียแล้ว คราวนี้ยุ่งแน่

อวี๋ซือเหมียนมองดวงตาเย็นเยียบคู่นั้นของเขา ข่มความหวาดกลัวในใจเอาไว้ พลางหลบสายตา

“ระวังเหลนของข้าด้วย รีบปล่อยนางเดี๋ยวนี้!”

สวีไทเฮาลุกขึ้นโดยมีสาวใช้ประคอง ก่อนฟาดฝ่ามือเข้าที่ท้ายทอยของเฟิงเสวียนนี่หนึ่งที แล้วดึงอวี๋ซือเหมียนมาไว้ข้างกาย

เมื่อเห็นใบหน้างดงามของนางชัดเจน สวีไทเฮาก็ชะงักเล็กน้อย ก่อนร้องขึ้นด้วยความยินดี “แม่หนูตระกูลอวี๋!”

“โอ๊ย ดีเหลือเกิน!”

หลานชายของนางอายุยี่สิบกว่าแล้ว แต่ในจวนกลับไม่มีแม้แต่ยุงตัวเมีย นางไม่เคยฝันมาก่อนว่า ด้วยนิสัยอย่างหลานชายของตน จะหาหญิงสาวมากความสามารถ ทั้งเรียบร้อยสง่างามและมีคุณธรรมอย่างแม่หนูตระกูลอวี๋ได้

ขณะที่นางกำลังตื้นตันจนน้ำตาแทบคลอ เสียงเย็นเยียบก็ดังขึ้นข้างกาย “เสด็จย่า อย่าคิดทำอะไรไม่เข้าท่า เด็กในท้องของสตรีผู้นี้ ข้าไม่เอาหรอก!”

อวี๋ซือเหมียนเงยหน้ามองเฟิงเสวียนนี่อย่างหวาดกลัว เมื่อเห็นแววสังหารในสายตาเย็นกร้าวของเขา นางก็ตกใจจนรีบถอยไปหลบหลังสวีไทเฮา

สวีไทเฮาถลึงตาใส่เฟิงเสวียนนี่อย่างดุดัน ก่อนตวาดเสียงเย็น “เจ้าเด็กเหลือขอ! เรื่องนี้เจ้าไม่มีสิทธิ์ตัดสิน!”

สวีไทเฮาจูงมืออวี๋ซือเหมียนเดินเข้าไปด้านใน

อวี๋ซือเหมียนหันกลับไปแอบมองเฟิงเสวียนนี่ที่ยืนอยู่หน้าประตู เมื่อเห็นว่าเขากลับยิ้มให้นาง ก็ตกใจจนรีบหันหน้ากลับ ไม่กล้ามองอีก

รอยยิ้มนั้นไม่ปรากฏในแววตา ราวกับทุกสิ่งที่นางวางแผนไว้ล้วนไม่อาจรอดพ้นสายตาอันเฉียบคมของเขา

ไทเฮาผู้เฒ่าจูงอวี๋ซือเหมียนมานั่งลงด้วยความตื่นเต้น เมื่อเห็นใบหน้าซูบผอมของนาง ก็อดรู้สึกสงสารไม่ได้

เรื่องของจวนกั๋วกง นางย่อมได้ยินมาแล้ว คาดไม่ถึงว่าคนตระกูลอวี๋ที่ล้วนซื่อสัตย์จงรักภักดีจะต้องมีจุดจบเช่นนี้ ส่วนเรื่องที่อวี๋ซือเหมียนสูญเสียความบริสุทธิ์ นางเองก็พอได้ยินมาบ้าง

นางผ่านชีวิตมาค่อนคนและมั่นใจในสายตาที่ใช้มองคน แม่หนูตระกูลอวี๋แต่ไหนแต่ไรมาทั้งอ่อนโยน มีคุณธรรม สำรวมและรู้มารยาท คุณหนูจากตระกูลใหญ่ที่ดีถึงเพียงนี้ จะหาสามีเช่นใดไม่ได้ แล้วเหตุใดต้องทิ้งศักดิ์ศรีไปปีนขึ้นเตียงคุณชายเสเพลด้วย นางคงถูกบีบบังคับเสียมากกว่า

เจ้าหลานเหลือขอของนาง ช่างทำเกินไปจริง ๆ!

“ขอไทเฮาโปรดให้ความเป็นธรรมด้วย!” อวี๋ซือเหมียนกล่าวพลางคุกเข่าลงอีกครั้ง ลูบท้องของตนอย่างน้อยเนื้อต่ำใจ “เด็กไม่มีความผิด หม่อมฉันมิกล้าคิดเกาะบารมีเสวียนอ๋อง เพียงอยากให้เด็กมีฐานะอันชอบธรรมเท่านั้น!”

เฟิงเสวียนนี่แค่นหัวเราะ “ข้าไปหลับนอนกับเจ้าตั้งแต่เมื่อใดกัน เจ้ามีหลักฐานหรือ?”

อวี๋ซือเหมียนหน้าซีด เงยหน้าขึ้นอย่างอับอาย เฟิงเสวียนนี่พูดเช่นนี้ หมายจะยืนกรานไม่ยอมรับหรือ?

อวี๋ซือเหมียนกัดริมฝีปากล่างแน่น ก่อนฝืนเอ่ยเสียงเบาว่า “ที่ท้องน้อยด้านขวาของท่านอ๋องมีปานแดงอยู่!”

เฟิงเสวียนนี่ “...”

สวีไทเฮาหลุดหัวเราะพรืด ก่อนรีบประคองอวี๋ซือเหมียนให้ลุกขึ้น “ข้าเชื่อเจ้า!”

บริเวณลับตาถึงเพียงนั้น หากมิใช่คนใกล้ชิด ผู้ใดจะมองเห็นได้ เจ้าหลานคนนี้ยังคิดจะปฏิเสธอีกหรือ

“เจ้าดูเสียละเอียดเชียวนะ!” เฟิงเสวียนนี่มองนางด้วยแววตาเปี่ยมเลศนัย

โคนหูของอวี๋ซือเหมียนแดงก่ำราวกับเลือดจะหยด นางเอ่ยเสียงแผ่วว่า “เมื่อเด็กคลอดออกมาแล้ว ก็ใช้วิธีหยดเลือดพิสูจน์ญาติได้”

เด็กในท้องคือญาติเพียงคนเดียวที่นางเหลืออยู่ ทั้งยังเป็นผู้สืบทอดสายเลือดของตระกูล นางต้องคลอดเด็กคนนี้ออกมาให้ได้

อีกทั้งคนทั้งครอบครัวของนางยังตายอย่างมีเงื่อนงำ หากนางกลายเป็นคนของเฟิงเสวียนนี่ อย่างน้อยก็จะได้มีผู้หนุนหลังเพื่อสืบหาความจริงให้กระจ่าง

“คิดจะเกาะข้าไม่ปล่อยให้ได้สินะ!” เฟิงเสวียนนี่หรี่ตาลงอย่างคุกคาม

คนที่แม้องครักษ์อวิ๋นเซียวของเขาจะวางกำลังปิดล้อมทุกทิศทางก็ยังจับไม่ได้ จะเป็นคนธรรมดาได้อย่างไร เขาใช้สายตาเย็นเยียบพินิจสตรีที่หวาดกลัวราวกับกระต่ายน้อยตื่นตกใจ ก่อนยกมุมปากขึ้นอย่างเย็นชา

หากขี้ขลาดจริง ไหนเลยจะกล้าเล่นละครฉากนี้กับเขา แสร้งทำได้แนบเนียนเสียด้วย

สวีไทเฮาทนดูต่อไม่ไหว จึงถลึงตาใส่เขาอย่างโมโห “เจ้าหลานเหลือขอ พูดอะไรของเจ้า! ถ้าเจ้ารู้จักควบคุมท่อนล่างของตัวเอง นางจะมาเกาะเจ้าไม่ปล่อยหรือ! เหตุใดไม่ไปเกาะน้องสี่ของเจ้า ไม่เกาะน้องสามของเจ้า แต่กลับมาเกาะเจ้าเสียเล่า!”

เฟิงเสวียนนี่ปวดหัวขึ้นมา! ใช่ว่าเขาเป็นฝ่ายอยากหลับนอนกับนางเสียหน่อย เขาก็แค่พลาดท่าถูกลอบเล่นงานมิใช่หรือ!

“ข้าไม่สน สายเลือดราชวงศ์จะเป็นอะไรไปไม่ได้ หากเหลนน้อยของข้าเป็นอะไรขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว ข้าจะเอาหัวชนตายอยู่หน้าประตูจวนเจ้า!” สวีไทเฮาชี้หน้าเฟิงเสวียนนี่พลางตะโกนลั่น “นี่คือภรรยาที่พระโพธิสัตว์ประทานให้เจ้า ถือว่าเจ้าโชคดีแล้ว!”

เฟิงเสวียนนี่ใช้ปลายลิ้นดุนเพดานปากแรง ๆ ก่อนคว้าตัวอวี๋ซือเหมียนเข้ามาในอ้อมแขน แล้วดึงแก้มนุ่มของนางแรง ๆ พลางยิ้มอย่างเหี้ยมเกรียมชวนหวาดหวั่น

“เสด็จย่าวางใจเถอะ ภรรยาที่พระโพธิสัตว์หาให้ข้าคนนี้ หน้าตางดงามน่าเอ็นดูเสียด้วย มีหรือข้าจะไม่ทะนุถนอมนาง!”

กลิ่นหอมเย็นเยียบปะทะจมูก ดวงตาดอกท้อร้ายกาจไม่ยี่หระของเฟิงเสวียนนี่แฝงความเย็นยะเยือกดุจสระน้ำลึกในฤดูหนาวที่ซึมลึกถึงกระดูก อวี๋ซือเหมียนที่นั่งอยู่ในอ้อมแขนเขารู้สึกกระสับกระส่ายราวกับนั่งบนกองเข็ม หวาดกลัวจนลมหายใจเริ่มติดขัด นางฝืนสงบสติ ก่อนขยับเข้าไปแนบชิดเขาอย่างว่าง่าย

เฟิงเสวียนนี่อดขำกับท่าทีเล็ก ๆ ของนางไม่ได้ จู่ ๆ ก็อุ้มนางแล้วลุกขึ้นเดินออกไปด้านนอก

ไทเฮาผู้เฒ่ารีบร้องถาม “เจ้าจะไปทำอะไร!”

“ข้าอุตส่าห์มีภรรยากับเขาทั้งที จะปล่อยให้เสียของได้อย่างไร กลับจวนไปจัดอีกสักรอบ เผื่อคราวนี้จะได้ลูกแฝด!”

สวีไทเฮาผู้เฒ่า “...”

เจ้าหลานเหลือขอ พูดจาเหลวไหล!

สวีไทเฮาผู้เฒ่าคิดจะขวางไว้ แต่จนใจที่หลานชายขายาวเหลือเกิน พอนางตามออกไป เขาก็ขึ้นม้าควบจากไปเสียแล้ว

ไทเฮาผู้เฒ่าโมโหจนตาลาย

เมื่อลงจากม้า เฟิงเสวียนนี่ก็อุ้มอวี๋ซือเหมียนเดินอาด ๆ เข้าไป เหล่าองครักษ์และบ่าวรับใช้ตลอดทางต่างเบิกตากว้าง เรือนด้านหลังของจวนเขามีแต่บุรุษ แม้แต่นกยังเป็นตัวผู้ พวกเขาไม่เคยเห็นนายท่านพาสตรีเข้าจวนมาก่อน

วันนี้ตะวันขึ้นทางตะวันตกหรืออย่างไร?

ทันทีที่เข้ามา เฟิงเสวียนนี่ก็โยนอวี๋ซือเหมียนลงบนเตียง นางขยับถอยหลังด้วยความหวาดกลัว มองเขาที่ก้าวเข้ามาประชิดทีละก้าวจนรู้สึกขนหัวลุก

ไม่รู้ว่าเฟิงเสวียนนี่ชักกริชสีเงินออกมาจากที่ใด เขาใช้ปลายกริชค่อย ๆ เขี่ยกระดุมขดจีนตรงคอเสื้อของนางให้เปิดออก เผยลำคอระหงเรียวยาว

ร่างของอวี๋ซือเหมียนแข็งทื่อ นางถอยจนแผ่นหลังชิดหัวเตียง ไม่มีที่ให้หลบอีกแล้ว

“ท่านอ๋อง ข้า...”

“ชู่ว์...” เฟิงเสวียนนี่ลดปลายกริชคมกริบในมือลง ก่อนเขี่ยกระดุมอีกเม็ดให้เปิดออก เผยเอี๊ยมสีแดงปักลายปลาคู่ ใบหน้าของอวี๋ซือเหมียนแดงก่ำด้วยความเขินอาย นางเผลอคิดจะรวบสาบเสื้อเข้าหากัน แต่ก็ฝืนระงับไว้

ตอนนี้นางไม่เหลืออะไรแล้ว มีเพียงร่างกายนี้ที่ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง

เฟิงเสวียนนี่มองท่าทางบอบบางน่าสงสารของนาง ทั้งเนินอกขาวนุ่มอวบอิ่มและผิวขาวผ่อง ทำให้เขารู้สึกปากคอแห้งขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ก่อนลดปลายกริชลงเขี่ยเปิดเอี๊ยม...

“เจ้าลองเดาดูสิ อีกเดี๋ยวผ่าท้องออกมา เด็กข้างในจะเป็นชายหรือหญิง?”

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 30

    เมื่อเสี่ยวชุ่ยได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนทรุดเข่าลงกับพื้นดังตุ้บ “องค์หญิงใหญ่ โปรดเมตตาด้วย พระชายาของข้า...”“เสี่ยวชุ่ย!” อวี๋ซือเหมียนรีบขัดคำพูดของนาง “องค์หญิงใหญ่เพียงล้อข้าเล่นเท่านั้น เจ้าจะตื่นตระหนกไปไย!”“เจ้าคิดว่าข้ากำลังล้อเล่นหรือ?” เฟิงอวิ๋นจีแค่นหัวเราะอวี๋ซือเหมียนมองแววโหดเหี้ยมในดวงตาของเฟิงอวิ๋นจีที่เหมือนกับเฟิงเสวียนนี่ไม่มีผิด ก่อนยกมุมปากขึ้น “อาการที่ลำคอขององค์หญิงเป็นมาระยะหนึ่งแล้ว ไม่ทราบว่าหมอหลวงรักษาหายหรือยังเพคะ? แน่นอน หากองค์หญิงไม่ไว้ใจหม่อมฉัน เช่นนั้นก็เชิญหาผู้มีฝีมือกว่านี้เถิดเพคะ!”อวี๋ซือเหมียนดึงเสี่ยวชุ่ยที่คุกเข่าอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น ก่อนเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง“หยุด!” เฟิงอวิ๋นจีเงยหน้าขึ้น “คุณหนูอวี๋อายุยังน้อย แต่อารมณ์กลับร้อนไม่เบาเลยนะ!”“หม่อมฉันเพียงมีเจตนาดี กลับถูกมองในทางร้าย ไม่ว่าเป็นใครก็คงไม่พอใจเพคะ!” อวี๋ซือเหมียนสบตานางอย่างสงบนิ่ง ไม่ยอมอ่อนข้อแต่ก็ไม่แข็งกร้าว“บังอาจ! เจ้ากล้าลบหลู่องค์หญิง” เด็กหนุ่มชุดม่วงที่ยืนอยู่ข้างเฟิงอวิ๋นจีตวาดเสียงเย็น“ถอยไป!” เฟิงอวิ๋นจีโบกมือให้เด็กหนุ่มผู้นั้น “เตรียมพู่กันกับ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 29

    เฟิงอวิ๋นจีกำลังจะหันกายเข้าไปในห้องรับรอง แต่อวี๋ซือเหมียนกลับเอ่ยเรียกนางไว้ “องค์หญิง!”“เจ้ามีธุระอันใด?” เฟิงอวิ๋นจีหันกลับมามอง“ขอถามองค์หญิง ไม่ทราบว่าช่วงนี้ลำคอไม่ค่อยสบายใช่หรือไม่เพคะ? หม่อมฉันเคยเรียนวิชาแพทย์อยู่หลายปี และเคยพบผู้ป่วยหลายรายที่มีอาการคล้ายกับองค์หญิง หากองค์หญิงไม่รังเกียจ หม่อมฉันขอตรวจอาการให้เพคะ”“เจ้ายังรักษาโรคเป็นด้วยหรือ?” เฟิงอวิ๋นจีค่อนข้างประหลาดใจ นางได้ยินมานานแล้วว่าคุณหนูแห่งจวนกั๋วกงคือยอดหญิงผู้มีความสามารถอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ไม่ว่าจะพิณ หมากล้อม อักษร ภาพวาด บทกวีหรือร้อยกรอง ล้วนเชี่ยวชาญทั้งสิ้น คิดไม่ถึงว่านางจะรู้วิชาแพทย์ด้วย“พอรู้เพียงผิวเผินเท่านั้น!” อวี๋ซือเหมียนตอบอย่างถ่อมตนแววเย็นเยียบอันตรายวาบผ่านดวงตาคมกริบของเฟิงอวิ๋นจี มุมปากนางยกขึ้น “ได้สิ เช่นนั้นเจ้าก็ตรวจให้ข้าดู!”อาการเจ็บคอของนางเป็นมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว เชิญหมอหลวงในวังมาตรวจจนหมดก็ยังหาสาเหตุไม่พบ นางเองก็อยากเห็นว่าเด็กสาวผู้นี้จะมีความสามารถสักเพียงใดเสี่ยวชุ่ยมองเหนียงเหนียงของตนเดินตามองค์หญิงใหญ่เข้าไปในห้องชิวเยว่อย่างตกตะลึง ร้อนใจจนแทบมีเ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 28

    เฟิงเสวียนนี่ในอาภรณ์แพรสีขาวมีคราบเลือดเปรอะเต็มปลายแขนเสื้อ แม้แต่เชือกป่านในมือก็ถูกย้อมจนแดงฉาน ดวงตาของเขาเย็นเยียบชวนหวาดหวั่น เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดง เมื่อควบผ่านอวี๋ซือเหมียน เขาเหลือบตามองอย่างเย็นชา มุมปากยกเป็นรอยยิ้มมืดมนคลุ้มคลั่งสายลมหนาวพัดหวีดหวิวผ่านไป ฝุ่นริมถนนฟุ้งกระจายในพริบตา เสี่ยวชุ่ยรีบขยับมายืนบังอยู่เบื้องหน้าอวี๋ซือเหมียน“เหนียงเหนียง ไม่ได้ตกใจใช่หรือไม่เจ้าคะ?”อวี๋ซือเหมียนเหม่อมองไปยังทิศทางที่เฟิงเสวียนนี่หายลับไป รู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูกผ่านไปครู่ใหญ่จึงได้สติ นางส่ายหน้า “ไม่เป็นไร!”เสี่ยวชุ่ยยิ้มเจื่อน แววตาเจือความเห็นใจ ก่อนอดเอ่ยปลอบไม่ได้ “เหนียงเหนียงอย่ากลัวเลย คนเหล่านั้นล้วนเป็นคนชั่วที่ก่อความผิดร้ายแรง แม้เสือร้ายยังไม่กินลูกของตน ในท้องของท่านมีสายเลือดของท่านอ๋องอยู่ ท่านย่อมเป็นคนใกล้ชิดที่สุดของท่านอ๋อง เขาต้องดีกับท่านแน่นอนเจ้าค่ะ”“ข้ารู้!” อวี๋ซือเหมียนฝืนยิ้มนางได้ยินมานานแล้วว่าเฟิงเสวียนนี่กระหายเลือดและโหดเหี้ยม ทว่าเมื่อได้เห็นกับตาตนเอง ก็ยังอดรู้สึกสะเทือนขวัญไม่ได้ชั่วช้าสามานย์อย่างนั้นหรือ? คนที่ถูกลากไปเมื่อ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 27

    “ทำมากมายถึงเพียงนี้ เจ้าไม่กลัวเหนื่อยตายหรือ?” เพื่อผูกใจเหล่าคนเก่าคนแก่ที่รับใช้อยู่ในจวน นางช่างทุ่มเทเสียจริงอวี๋ซือเหมียนย่อมฟังออกถึงน้ำเสียงเหน็บแนมในวาจาของเขา จึงเอ่ยอธิบายว่า “ขอบคุณท่านอ๋องที่เป็นห่วง ขอเพียงท่านอ๋องสำราญใจ ต่อให้ข้าเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็คุ้มค่า ทว่าอาหารเหล่านี้ล้วนเป็นคนในครัวช่วยล้างและหั่นให้ มีเพียงลูกชิ้นที่ข้าทำเอง ท่านอ๋องไม่ต้องสงสารข้าหรอก ข้าไม่เหนื่อย”เฟิงเสวียนนี่ยิ้มเจ้าตัวเล็กนี่ฟังไม่รู้ความจริง ๆ หรือแสร้งทำเป็นไม่รู้กันแน่พูดเสียสวยหรูน่าฟัง หากเขาไม่ได้จู่ ๆ กลับมา มีหรือจะมีส่วนของเขาด้วย!“กินอาหารเสร็จแล้ว! เจ้าคิดจะนั่งอยู่เช่นนี้อีกนานเพียงใด!” เฟิงเสวียนนี่ตบก้นนางเบา ๆ ทีหนึ่งช่างรู้จักฉวยโอกาสยั่วยวนเขาเสียทุกคราจริง ๆอวี๋ซือเหมียนเพิ่งรู้ตัวว่านางยังนั่งอยู่ในอ้อมแขนของเขา จึงรีบลุกขึ้นทันที“อย่าเล่นลูกไม้ให้มากนัก ระวังลูกในท้องจะหลุดเอา!” เฟิงเสวียนนี่ปรายตามองหน้าท้องของนางที่ยังไม่นูนขึ้นอย่างเย็นชา ก่อนก้าวเท้าออกไปเซียวชีที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดรีบตามไป“เจ้าตัวเล็กนี่ วัน ๆ ช่างมีลูกไม้มากมายเสียจริง!” เฟิง

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 26

    เมื่อเห็นนางนิ่งอยู่นานไม่ยอมขยับ เฟิงเสวียนนี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “รังเกียจข้าหรือ?”“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร!” อวี๋ซือเหมียนยิ้มเจื่อน แสร้งทำท่าเอียงอาย มือเผลอกำตะเกียบแน่นขึ้น จนซอสหยดหนึ่งตกใส่กางเกงของเฟิงเสวียนนี่ นางเหลือบมอง อยากเช็ดให้เขาแต่ก็ไม่กล้า“มองอะไรอยู่?” เฟิงเสวียนนี่มองตามสายตานางแวบหนึ่ง แววตาเข้มลึกขึ้นเล็กน้อย “อยากนั่งตรงนี้หรือ?เฟิงเสวียนนี่เอนกายพิงไปด้านหลังอย่างสบายอารมณ์ ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา สตรีผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะอยู่อย่างสงบจริง ๆ เขาเองก็อยากเห็นว่านางคิดจะเล่นลูกไม้อะไรมุมปากของอวี๋ซือเหมียนกระตุก สวรรค์เป็นพยาน นางไม่ได้อยากนั่งตรงนั้นเสียหน่อย!“ท่านอ๋องนี่ก็จริง ๆ เลย คนตั้งมากมายกำลังมองอยู่นะ!” อวี๋ซือเหมียนแสร้งทำท่าเขินอายพลางเอ่ย“ที่แท้ก็เขินนี่เอง!” เฟิงเสวียนนี่โบกมือเป็นสัญญาณให้พ่อบ้านหวัง พ่อบ้านหวังเข้าใจเจตนาทันที รีบพาแม่นมจ้าวกับเสี่ยวชุ่ยออกไป“มานี่สิ!” เฟิงเสวียนนี่ตบต้นขาของตนเบา ๆอวี๋ซือเหมียนกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสาหมายความว่าอย่างไร? เขาจะให้นางนั่งตรงนี้จริง ๆ หรือ?เฟิงเสวียนนี่ขมวดคิ้ว “ไม่มี

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 25

    “ท่านอ๋อง เชิญนั่ง!” อวี๋ซือเหมียนรีบยกเก้าอี้มาวางข้างกายเขา “ท่านอ๋องเข้าใจข้าผิดแล้ว!”“เข้าใจเจ้าผิดหรือ?” เฟิงเสวียนนี่มองดวงตากลมโตที่กลอกไปมาของนาง ก่อนนั่งลงไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ อยากดูว่านางจะกุเรื่องอย่างไรอวี๋ซือเหมียนมองเฟิงเสวียนนี่ด้วยท่าทางเอียงอาย “ท่านอ๋อง สิ่งที่ข้าทำในวันนี้ แท้จริงแล้วล้วนทำเพื่อท่าน!”“เพื่อข้าหรือ?” เฟิงเสวียนนี่ถูกนางทำเอาขบขันจริง ๆ เขากวาดตามองอาหารที่กินเหลืออยู่บนโต๊ะอื่น ก่อนยกมุมปากขึ้นอย่างเย็นชา “อย่าบอกนะว่าเจ้าทำเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ก็เพื่อให้ข้าได้ลองชิมฝีมือของเจ้า?”“ท่านอ๋องช่างเฉลียวฉลาดจริง ๆ เรื่องนี้ยังเดาออกเสียด้วย?” สีหน้าตกตะลึงของอวี๋ซือเหมียนดูสมจริงไม่น้อย“หึ ๆ!” เฟิงเสวียนนี่แค่นหัวเราะ “ข้าดูหลอกง่ายนักหรือ เจ้าคิดจะให้ข้าชิมเศษอาหารที่เหลือจากผู้อื่นหรือ?”“ไม่ใช่นะ!” อวี๋ซือเหมียนทำหน้าตาน้อยอกน้อยใจ “นี่เป็นอาหารชนิดใหม่ที่ข้าคิดขึ้น เรียกว่าหม้อไฟ ยังอยู่ระหว่างทดลอง ข้าไม่รู้ว่าจะอร่อยหรือไม่ จึงไม่กล้ายกมาให้ท่านชิมโดยพลการ เลยคิดว่าอาศัยช่วงที่ท่านไม่อยู่จวน เชิญทุกคนมาลองชิมและช่วยออกความเห็น จากนั้นตอน

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status