Teilen

บทที่ 4

เซี่ยเค่อ
“อย่านะ!” อวี๋ซือเหมียนเบิกตากว้างด้วยความหวาดกลัว “ท่านอ๋อง นี่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่านนะ”

ปลายกริชของเฟิงเสวียนนี่หยุดอยู่เหนือท้องน้อยของนาง จู่ ๆ เขาก็หัวเราะเสียงต่ำ “แม้แต่ข้ายังไม่รู้ว่าจะตายวันไหน เจ้าคิดว่าข้าจะเอาเด็กนี่ไว้หรือ?”

ร่างของอวี๋ซือเหมียนแข็งทื่อ แม้แต่ลมหายใจก็แทบหยุดชะงัก

“ผู้ใดส่งเจ้ามา?” ปลายกริชแตะลงเบา ๆ หยดเลือดสีแดงพลันซึมออกมา

ในหัวของอวี๋ซือเหมียนดังอื้อราวกับระเบิด นางคว้าคมกริชของเขาไว้ เลือดสีแดงสดหยดลงบนผิวขาวผ่อง ดูสะดุดตาเป็นอย่างยิ่ง

เฟิงเสวียนนี่ชะงักไป เห็นได้ชัดว่าคาดไม่ถึงว่านางจะกล้าทำเช่นนี้

“อย่าทำร้ายเขาเลย ข้าขอร้อง!” เสียงของอวี๋ซือเหมียนน่าสงสารราวกับลูกแมวเปียกฝน “เขาเป็นญาติคนสุดท้ายของข้าแล้ว ขอร้องท่าน ปล่อยเขาไปเถิด!”

มือที่กำคมกริชของอวี๋ซือเหมียนยิ่งบีบแน่น ราวกับไม่รู้จักเจ็บ นางกำไว้แน่นไม่ยอมปล่อย ดวงตางดงามเศร้าสร้อยเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง

“ไม่มี ไม่มีผู้ใดส่งข้ามา ข้าเพียงทนให้ลูกต้องมาลำบากไปกับข้าไม่ได้! ขอท่านอ๋องเมตตา อย่าทำร้ายเขาเลย”

นางน้ำตาคลอเบ้า ราวกับพร้อมจะร่ำไห้ได้ทุกเมื่อ ท่าทางเศร้าสร้อยน่าเวทนา เห็นแล้วชวนให้สงสารจับใจ

“จุ๊ ๆ! ดูน่าสงสารเสียจริง!” น้ำเสียงของเฟิงเสวียนนี่อ่อนโยน นิ้วก้อยค่อย ๆ ปาดหยาดน้ำตาตรงหางตาของนาง ทว่ามุมปากกลับยกเป็นรอยยิ้มเย็นชา เขากระชากกริชออกทันที “น่าเสียดาย แล้วมันเกี่ยวอะไรกับข้าด้วย!”

คมกริชบาดมือเล็กบอบบางเป็นแผลลึกกว่าเดิม อวี๋ซือเหมียนเจ็บจนเหงื่อเย็นไหลพราก

สำหรับเฟิงเสวียนนี่ผู้มีจิตใจแข็งดุจหิน หากมารยาหญิงงามใช้ได้ผลกับเขา เขาคงตายไปแปดร้อยรอบแล้ว

คิดจะใช้ลูกไม้นี้กับเขา เจ้าตัวเล็กยังอ่อนหัดเกินไป

หัวใจของอวี๋ซือเหมียนราวกับตกลงไปในห้องน้ำแข็ง เย็นเยียบไปทั้งดวง

ดูเหมือนนางจะประเมินความโหดเหี้ยมของเฟิงเสวียนนี่ต่ำเกินไป คนบ้าเช่นนี้อาจไม่สนแม้แต่คำสั่งของไทเฮา ยิ่งไม่มีทางคำนึงถึงเด็กในท้องของนาง แล้วนางควรทำอย่างไร!

“เจ้าดูว่าข้าเหมือนคนที่รู้จักทะนุถนอมสตรีหรือ?” เฟิงเสวียนนี่เชยคางอวี๋ซือเหมียนขึ้น บังคับให้นางเงยหน้ามองเขา

เฟิงเสวียนนี่สืบทอดความงามของฮองเฮามาอย่างสมบูรณ์ ใบหน้าหล่อเหลาล่อลวงใจราวกับภูตเจ้าเสน่ห์ ทำให้ผู้คนทั้งหวาดกลัวและอดไม่ได้ที่จะมองซ้ำอีกหลายครา น่าเสียดายที่ริมฝีปากงดงามคู่นั้น ไม่ว่าเอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมาก็เย็นชาดุจน้ำแข็งเสมอ

“รีบพูดมา มิฉะนั้น...”

มือใหญ่ราวกับคีมบีบคางของนาง ก่อนออกแรงขึ้นเล็กน้อย ผิวบอบบางของอวี๋ซือเหมียนก็แดงขึ้นทันที

เมื่อมองดวงตาหม่นมืดคู่นั้น มือเปื้อนเลือดของอวี๋ซือเหมียนก็กำแน่นด้วยความตึงเครียด ราวกับตัดสินใจได้แล้ว ขณะที่กำลังจะเอ่ยปาก เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านนอก

“นายท่าน!” เซียวชีเอ่ยเรียกอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ

เฟิงเสวียนนี่ปล่อยมือ ก่อนเหลือบมองเขา “เซียวชี ทางที่ดีนี่ควรเป็นเรื่องด่วนจริง ๆ นะ”

อวี๋ซือเหมียนรีบรวบเสื้อผ้าที่หลุดลุ่ยให้เรียบร้อย

“เรียนนายท่าน ฝ่าบาทเรียกท่านเข้าวัง!” เซียวชีเหลือบมองอวี๋ซือเหมียน ก่อนเสี่ยงตายกล่าวเพิ่มอีกประโยค “รวมถึงแม่นางอวี๋ด้วยขอรับ”

เฟิงเสวียนนี่แค่นหัวเราะเยาะ “โอ้! ราชโองการมาเร็วเสียจริง!”

อวี๋ซือเหมียนเองก็ประหลาดใจ นางกับเฟิงเสวียนนี่กลับมาได้ไม่ถึงครึ่งชั่วยาม ต่อให้รถม้าของสวีไทเฮาเร็วเพียงใดก็ยังไปไม่ถึงวัง แต่ฮ่องเต้กลับเรียกตัวนางเร็วถึงเพียงนี้ แม้แต่อวี๋ซือเหมียนเองก็คาดไม่ถึง

เว้นเสียแต่ว่า... อวี๋ซือเหมียนแอบเหลือบมองเฟิงเสวียนนี่

หรือฮ่องเต้จะวางสายลับไว้ข้างกายเฟิงเสวียนนี่? แต่คุณชายเสเพลไร้ความสามารถเช่นนี้ มีอะไรให้น่าจับตามองกัน?

หรือว่า... หัวใจของอวี๋ซือเหมียนกระตุกวูบ หรือคนที่ถูกจับตามองคือนาง?

เฟิงเสวียนนี่ลุกขึ้นอย่างหงุดหงิด เหลือบมองอวี๋ซือเหมียน “หาเสื้อผ้าให้นางสักชุด!”

ภายในรถม้า เฟิงเสวียนนี่จ้องอวี๋ซือเหมียนไม่วางตา ส่วนอวี๋ซือเหมียนเอาแต่หลุบตา ไม่พูดไม่จา พยายามทำตัวให้ไม่เป็นที่สังเกตที่สุด

“ตระกูลอวี๋ของพวกเจ้ามีความลับอะไรกันแน่!” จู่ ๆ เฟิงเสวียนนี่ก็ถามขึ้น

“ข้าไม่รู้” อวี๋ซือเหมียนเงยหน้ามองเขาด้วยสีหน้าไร้เดียงสา “ข้าไม่เคยได้ยินท่านพ่อกับพี่ชายพูดถึงแผนที่ขุมทรัพย์เลย!”

ข่าวลือนี้แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงแล้ว คาดว่าเฟิงเสวียนนี่ก็คงได้ยินเช่นกัน นางจึงไม่มีอะไรต้องปิดบัง

“แผนที่ขุมทรัพย์!” เฟิงเสวียนนี่หัวเราะเสียงต่ำ แววตาเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน “เจ้าคิดว่าข้าเหมือนคนโง่เขลาเหล่านั้นหรือ ถึงจะเชื่อว่าตระกูลเจ้ามีของเช่นนั้น?”

อวี๋ซือเหมียนเงียบไป เดิมทีก็ไม่มีแผนที่ขุมทรัพย์อะไรอยู่แล้ว ต่อให้ตระกูลของนางมีความลับจริง นางก็ไม่รู้อยู่ดี

สายลมอ่อนพัดเปิดม่านรถขึ้นมุมหนึ่ง เผยให้เห็นกำแพงวังสีแดงสูงตระหง่านด้านนอก ครั้งล่าสุดที่นางเข้าวังคือตอนอายุแปดขวบ ในงานฉลองวันเกิดของไทเฮา นางร่ายรำระบำหนีฉางหนึ่งเพลง การร่ายรำเพียงครั้งเดียวก็ทำให้นางมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วเมืองหลวง ไม่รู้ว่าเป็นเพราะนางโดดเด่นเกินไปหรือไม่ ระหว่างทางกลับบ้านกลับบังเอิญพบโจรดักปล้น นางถูกพาตัวออกทะเลนานถึงหนึ่งเดือนเต็ม ระหว่างถูกส่งไปยังตลาดค้าทาส นางได้รับการช่วยเหลือจากอาจารย์ ก่อนติดตามเขาขึ้นเขาไปฝึกวิชา

ครึ่งปีต่อมา อาจารย์ส่งคนไปแจ้งบิดามารดาของนาง นับแต่นั้นนางก็เก็บงำความสามารถ มักอ้างว่าป่วยอยู่บ้าน แต่ความจริงกลับติดตามอาจารย์และเหล่าศิษย์พี่อยู่บนเขา ใช้ชีวิตอย่างอิสระเสรี

หากมิใช่เพื่อหาคู่ครองที่ดี นางคงไม่เชื่อฟังมารดาไปแสดงความสามารถอย่างโดดเด่นในงานชุมนุมฮวาชิง หากรู้แต่แรกว่าสุดท้ายจะลงเอยเช่นวันนี้ จะเสียแรงทำเรื่องไร้ประโยชน์เหล่านั้นไปไย

เมื่อนึกถึงบิดามารดาที่เพื่อหาคู่ครองดี ๆ ให้นาง ถึงกับเขียนบันทึกข้อมูลไว้หนาเตอะหนึ่งเล่ม ทั้งยังเถียงกันจนหน้าแดงก่ำเพราะคุณชายจวนเสนาบดีกับแม่ทัพหนุ่ม หัวใจของอวี๋ซือเหมียนก็ทั้งขมทั้งหวาน

นางแอบเงยหน้ามองเฟิงเสวียนนี่ บิดามารดาของนางคงฝันไม่ถึงว่า นางไม่เพียงไม่ได้แต่งกับแม่ทัพหนุ่มผู้กล้าหาญไร้ผู้ต่อกร ทั้งยังไม่ได้แต่งกับคุณชายจวนเสนาบดีผู้สุภาพอ่อนโยน แต่กลับเลือกดาวหายนะที่ปกติพวกเขาเห็นแล้วต้องเดินอ้อม

โชคชะตาช่างเล่นตลก สวรรค์ชอบกลั่นแกล้งผู้คนเช่นนี้เสมอ พี่รองของนางมักพูดว่านางเหมือนดอกไม้บอบบาง ต้องหาคนที่อารมณ์ดีและรู้จักทะนุถนอม มิฉะนั้นคงได้ร้องไห้ทุกสองสามวัน แต่นางจะมีวาสนาดีเช่นนั้นได้อย่างไร อย่าว่าแต่อารมณ์ดีและรู้จักทะนุถนอมเลย ขอเพียงเขาไม่ส่งนางไปอยู่พร้อมหน้ากับครอบครัว นางก็ต้องจุดธูปขอบคุณสวรรค์แล้ว

……

ภายในท้องพระโรง ฮ่องเต้จิ่งหยางประทับนั่งอย่างสง่างามน่าเกรงขาม ใบหน้ามีส่วนคล้ายเฟิงเสวียนนี่อยู่สามส่วน ทันทีที่เห็นเฟิงเสวียนนี่เดินเข้ามา โทสะก็พุ่งขึ้นทันที

“เจ้าลูกไม่เอาไหน!”

“ข้าไปทำอะไรให้ท่านโมโหอีกเล่า?”

เฟิงเสวียนนี่คุกเข่าลงกับพื้นด้วยท่าทางไม่ยี่หระ อวี๋ซือเหมียนก็รีบคุกเข่าลงข้าง ๆ

“หม่อมฉันถวายพระพรฝ่าบาท!”

ฮ่องเต้จิ่งหยางเหลือบมองอวี๋ซือเหมียน ก่อนหันสายตากลับไปยังบุตรชายไม่ได้ความของตน “ดูเรื่องงามหน้าที่เจ้าก่อสิ แม่นางดี ๆ คนหนึ่ง เจ้าก็ยังทำกับนางลงคอ!”

เฟิงเสวียนนี่แค่นหัวเราะ “วังหลังของท่านมีสาวงามตั้งสามพัน แล้วมีคนไหนบ้างที่ท่านทำไม่ลง!”

“หุบปากเดี๋ยวนี้!” ฮ่องเต้จิ่งหยางถูกเขายั่วโมโหจนหัวอื้อ คว้าแท่นฝนหมึกขึ้นมาหมายจะขว้างใส่ศีรษะเขา ขันทีชราสวีฝูที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบห้ามไว้

“โอ๊ย ฝ่าบาท ขว้างไม่ได้นะ!”

หากใบหน้าเสียโฉม แล้วจะเข้าพิธีแต่งงานได้อย่างไร!

ฮ่องเต้จิ่งหยางจำต้องวางแท่นฝนหมึกลง ก่อนมองเขาอย่างเย็นชา “ในเมื่อมีลูกกันแล้ว ก็เลือกวันรับนางเข้าจวนเสียเถอะ อย่างไรเสียตระกูลของอวี๋กั๋วกงก็เป็นตระกูลขุนศึกที่สร้างคุณความดี ต่อให้เขาทำผิดในบั้นปลาย พวกเราก็จะรังแกบุตรสาวของเขาไม่ได้!”

ฮ่องเต้จิ่งหยางเว้นจังหวะเล็กน้อย สายตาหยุดอยู่บนใบหน้างดงามไร้ที่ติของอวี๋ซือเหมียน แววตาซับซ้อน ก่อนเอ่ยขึ้น ““ประกาศราชโองการ แต่งตั้งคุณหนูตระกูลอวี๋เป็นพระชายาเอกของเสวียนอ๋อง”

พระชายาเอกหรือ?

อวี๋ซือเหมียนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ นางเป็นบุตรสาวของขุนนางต้องโทษ จะได้รับแต่งตั้งเป็นพระชายาเอกได้อย่างไร?

อีกทั้งฮ่องเต้จิ่งหยางยังเชื่อคำพูดของนาง โดยไม่เรียกหมอหลวงมาตรวจชีพจรเสียด้วยซ้ำ?

ฮ่องเต้จิ่งหยางกำลังคิดอะไรกันแน่?

หรือควรกล่าวว่า ตระกูลของนางมีความลับอะไรกันแน่ ถึงขนาดที่แม้แต่ฮ่องเต้ยังหวาดระแวง แต่ก็อยากได้มาครอบครอง

เฟิงเสวียนนี่เงยหน้าขึ้น ดวงตาหงส์งดงามหรี่ลงอย่างอันตราย

ตาเฒ่านี่ช่างเจ้าแผนการเสียจริง คิดจะโยนปัญหาร้อน ๆ นี้มาให้เขารับแทนสินะ

“หม่อมฉันขอบพระทัย...” อวี๋ซือเหมียนยังไม่ทันกล่าวขอบพระทัยจบ ก็ถูกเฟิงเสวียนนี่ขัดขึ้นเสียก่อน

“แต่งกับนางหรือ?” เฟิงเสวียนนี่มองนางนิ่ง ๆ แววตาแฝงความหมาย “หากข้าไม่ยอมเล่า?”

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 30

    เมื่อเสี่ยวชุ่ยได้ยินดังนั้นก็ตกใจจนทรุดเข่าลงกับพื้นดังตุ้บ “องค์หญิงใหญ่ โปรดเมตตาด้วย พระชายาของข้า...”“เสี่ยวชุ่ย!” อวี๋ซือเหมียนรีบขัดคำพูดของนาง “องค์หญิงใหญ่เพียงล้อข้าเล่นเท่านั้น เจ้าจะตื่นตระหนกไปไย!”“เจ้าคิดว่าข้ากำลังล้อเล่นหรือ?” เฟิงอวิ๋นจีแค่นหัวเราะอวี๋ซือเหมียนมองแววโหดเหี้ยมในดวงตาของเฟิงอวิ๋นจีที่เหมือนกับเฟิงเสวียนนี่ไม่มีผิด ก่อนยกมุมปากขึ้น “อาการที่ลำคอขององค์หญิงเป็นมาระยะหนึ่งแล้ว ไม่ทราบว่าหมอหลวงรักษาหายหรือยังเพคะ? แน่นอน หากองค์หญิงไม่ไว้ใจหม่อมฉัน เช่นนั้นก็เชิญหาผู้มีฝีมือกว่านี้เถิดเพคะ!”อวี๋ซือเหมียนดึงเสี่ยวชุ่ยที่คุกเข่าอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น ก่อนเดินออกไปโดยไม่หันกลับมามอง“หยุด!” เฟิงอวิ๋นจีเงยหน้าขึ้น “คุณหนูอวี๋อายุยังน้อย แต่อารมณ์กลับร้อนไม่เบาเลยนะ!”“หม่อมฉันเพียงมีเจตนาดี กลับถูกมองในทางร้าย ไม่ว่าเป็นใครก็คงไม่พอใจเพคะ!” อวี๋ซือเหมียนสบตานางอย่างสงบนิ่ง ไม่ยอมอ่อนข้อแต่ก็ไม่แข็งกร้าว“บังอาจ! เจ้ากล้าลบหลู่องค์หญิง” เด็กหนุ่มชุดม่วงที่ยืนอยู่ข้างเฟิงอวิ๋นจีตวาดเสียงเย็น“ถอยไป!” เฟิงอวิ๋นจีโบกมือให้เด็กหนุ่มผู้นั้น “เตรียมพู่กันกับ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 29

    เฟิงอวิ๋นจีกำลังจะหันกายเข้าไปในห้องรับรอง แต่อวี๋ซือเหมียนกลับเอ่ยเรียกนางไว้ “องค์หญิง!”“เจ้ามีธุระอันใด?” เฟิงอวิ๋นจีหันกลับมามอง“ขอถามองค์หญิง ไม่ทราบว่าช่วงนี้ลำคอไม่ค่อยสบายใช่หรือไม่เพคะ? หม่อมฉันเคยเรียนวิชาแพทย์อยู่หลายปี และเคยพบผู้ป่วยหลายรายที่มีอาการคล้ายกับองค์หญิง หากองค์หญิงไม่รังเกียจ หม่อมฉันขอตรวจอาการให้เพคะ”“เจ้ายังรักษาโรคเป็นด้วยหรือ?” เฟิงอวิ๋นจีค่อนข้างประหลาดใจ นางได้ยินมานานแล้วว่าคุณหนูแห่งจวนกั๋วกงคือยอดหญิงผู้มีความสามารถอันดับหนึ่งแห่งเมืองหลวง ไม่ว่าจะพิณ หมากล้อม อักษร ภาพวาด บทกวีหรือร้อยกรอง ล้วนเชี่ยวชาญทั้งสิ้น คิดไม่ถึงว่านางจะรู้วิชาแพทย์ด้วย“พอรู้เพียงผิวเผินเท่านั้น!” อวี๋ซือเหมียนตอบอย่างถ่อมตนแววเย็นเยียบอันตรายวาบผ่านดวงตาคมกริบของเฟิงอวิ๋นจี มุมปากนางยกขึ้น “ได้สิ เช่นนั้นเจ้าก็ตรวจให้ข้าดู!”อาการเจ็บคอของนางเป็นมาเกือบครึ่งเดือนแล้ว เชิญหมอหลวงในวังมาตรวจจนหมดก็ยังหาสาเหตุไม่พบ นางเองก็อยากเห็นว่าเด็กสาวผู้นี้จะมีความสามารถสักเพียงใดเสี่ยวชุ่ยมองเหนียงเหนียงของตนเดินตามองค์หญิงใหญ่เข้าไปในห้องชิวเยว่อย่างตกตะลึง ร้อนใจจนแทบมีเ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 28

    เฟิงเสวียนนี่ในอาภรณ์แพรสีขาวมีคราบเลือดเปรอะเต็มปลายแขนเสื้อ แม้แต่เชือกป่านในมือก็ถูกย้อมจนแดงฉาน ดวงตาของเขาเย็นเยียบชวนหวาดหวั่น เต็มไปด้วยเส้นเลือดแดง เมื่อควบผ่านอวี๋ซือเหมียน เขาเหลือบตามองอย่างเย็นชา มุมปากยกเป็นรอยยิ้มมืดมนคลุ้มคลั่งสายลมหนาวพัดหวีดหวิวผ่านไป ฝุ่นริมถนนฟุ้งกระจายในพริบตา เสี่ยวชุ่ยรีบขยับมายืนบังอยู่เบื้องหน้าอวี๋ซือเหมียน“เหนียงเหนียง ไม่ได้ตกใจใช่หรือไม่เจ้าคะ?”อวี๋ซือเหมียนเหม่อมองไปยังทิศทางที่เฟิงเสวียนนี่หายลับไป รู้สึกหนาวเย็นไปถึงกระดูกผ่านไปครู่ใหญ่จึงได้สติ นางส่ายหน้า “ไม่เป็นไร!”เสี่ยวชุ่ยยิ้มเจื่อน แววตาเจือความเห็นใจ ก่อนอดเอ่ยปลอบไม่ได้ “เหนียงเหนียงอย่ากลัวเลย คนเหล่านั้นล้วนเป็นคนชั่วที่ก่อความผิดร้ายแรง แม้เสือร้ายยังไม่กินลูกของตน ในท้องของท่านมีสายเลือดของท่านอ๋องอยู่ ท่านย่อมเป็นคนใกล้ชิดที่สุดของท่านอ๋อง เขาต้องดีกับท่านแน่นอนเจ้าค่ะ”“ข้ารู้!” อวี๋ซือเหมียนฝืนยิ้มนางได้ยินมานานแล้วว่าเฟิงเสวียนนี่กระหายเลือดและโหดเหี้ยม ทว่าเมื่อได้เห็นกับตาตนเอง ก็ยังอดรู้สึกสะเทือนขวัญไม่ได้ชั่วช้าสามานย์อย่างนั้นหรือ? คนที่ถูกลากไปเมื่อ

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 27

    “ทำมากมายถึงเพียงนี้ เจ้าไม่กลัวเหนื่อยตายหรือ?” เพื่อผูกใจเหล่าคนเก่าคนแก่ที่รับใช้อยู่ในจวน นางช่างทุ่มเทเสียจริงอวี๋ซือเหมียนย่อมฟังออกถึงน้ำเสียงเหน็บแนมในวาจาของเขา จึงเอ่ยอธิบายว่า “ขอบคุณท่านอ๋องที่เป็นห่วง ขอเพียงท่านอ๋องสำราญใจ ต่อให้ข้าเหน็ดเหนื่อยเพียงใดก็คุ้มค่า ทว่าอาหารเหล่านี้ล้วนเป็นคนในครัวช่วยล้างและหั่นให้ มีเพียงลูกชิ้นที่ข้าทำเอง ท่านอ๋องไม่ต้องสงสารข้าหรอก ข้าไม่เหนื่อย”เฟิงเสวียนนี่ยิ้มเจ้าตัวเล็กนี่ฟังไม่รู้ความจริง ๆ หรือแสร้งทำเป็นไม่รู้กันแน่พูดเสียสวยหรูน่าฟัง หากเขาไม่ได้จู่ ๆ กลับมา มีหรือจะมีส่วนของเขาด้วย!“กินอาหารเสร็จแล้ว! เจ้าคิดจะนั่งอยู่เช่นนี้อีกนานเพียงใด!” เฟิงเสวียนนี่ตบก้นนางเบา ๆ ทีหนึ่งช่างรู้จักฉวยโอกาสยั่วยวนเขาเสียทุกคราจริง ๆอวี๋ซือเหมียนเพิ่งรู้ตัวว่านางยังนั่งอยู่ในอ้อมแขนของเขา จึงรีบลุกขึ้นทันที“อย่าเล่นลูกไม้ให้มากนัก ระวังลูกในท้องจะหลุดเอา!” เฟิงเสวียนนี่ปรายตามองหน้าท้องของนางที่ยังไม่นูนขึ้นอย่างเย็นชา ก่อนก้าวเท้าออกไปเซียวชีที่ซ่อนตัวอยู่ในมุมมืดรีบตามไป“เจ้าตัวเล็กนี่ วัน ๆ ช่างมีลูกไม้มากมายเสียจริง!” เฟิง

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 26

    เมื่อเห็นนางนิ่งอยู่นานไม่ยอมขยับ เฟิงเสวียนนี่เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “รังเกียจข้าหรือ?”“จะเป็นเช่นนั้นได้อย่างไร!” อวี๋ซือเหมียนยิ้มเจื่อน แสร้งทำท่าเอียงอาย มือเผลอกำตะเกียบแน่นขึ้น จนซอสหยดหนึ่งตกใส่กางเกงของเฟิงเสวียนนี่ นางเหลือบมอง อยากเช็ดให้เขาแต่ก็ไม่กล้า“มองอะไรอยู่?” เฟิงเสวียนนี่มองตามสายตานางแวบหนึ่ง แววตาเข้มลึกขึ้นเล็กน้อย “อยากนั่งตรงนี้หรือ?เฟิงเสวียนนี่เอนกายพิงไปด้านหลังอย่างสบายอารมณ์ ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา สตรีผู้นี้ไม่ใช่คนที่จะอยู่อย่างสงบจริง ๆ เขาเองก็อยากเห็นว่านางคิดจะเล่นลูกไม้อะไรมุมปากของอวี๋ซือเหมียนกระตุก สวรรค์เป็นพยาน นางไม่ได้อยากนั่งตรงนั้นเสียหน่อย!“ท่านอ๋องนี่ก็จริง ๆ เลย คนตั้งมากมายกำลังมองอยู่นะ!” อวี๋ซือเหมียนแสร้งทำท่าเขินอายพลางเอ่ย“ที่แท้ก็เขินนี่เอง!” เฟิงเสวียนนี่โบกมือเป็นสัญญาณให้พ่อบ้านหวัง พ่อบ้านหวังเข้าใจเจตนาทันที รีบพาแม่นมจ้าวกับเสี่ยวชุ่ยออกไป“มานี่สิ!” เฟิงเสวียนนี่ตบต้นขาของตนเบา ๆอวี๋ซือเหมียนกะพริบตาปริบ ๆ อย่างไร้เดียงสาหมายความว่าอย่างไร? เขาจะให้นางนั่งตรงนี้จริง ๆ หรือ?เฟิงเสวียนนี่ขมวดคิ้ว “ไม่มี

  • ปราบสามีคลั่งด้วยจุมพิต   บทที่ 25

    “ท่านอ๋อง เชิญนั่ง!” อวี๋ซือเหมียนรีบยกเก้าอี้มาวางข้างกายเขา “ท่านอ๋องเข้าใจข้าผิดแล้ว!”“เข้าใจเจ้าผิดหรือ?” เฟิงเสวียนนี่มองดวงตากลมโตที่กลอกไปมาของนาง ก่อนนั่งลงไขว่ห้างอย่างสบายอารมณ์ อยากดูว่านางจะกุเรื่องอย่างไรอวี๋ซือเหมียนมองเฟิงเสวียนนี่ด้วยท่าทางเอียงอาย “ท่านอ๋อง สิ่งที่ข้าทำในวันนี้ แท้จริงแล้วล้วนทำเพื่อท่าน!”“เพื่อข้าหรือ?” เฟิงเสวียนนี่ถูกนางทำเอาขบขันจริง ๆ เขากวาดตามองอาหารที่กินเหลืออยู่บนโต๊ะอื่น ก่อนยกมุมปากขึ้นอย่างเย็นชา “อย่าบอกนะว่าเจ้าทำเรื่องใหญ่โตเช่นนี้ ก็เพื่อให้ข้าได้ลองชิมฝีมือของเจ้า?”“ท่านอ๋องช่างเฉลียวฉลาดจริง ๆ เรื่องนี้ยังเดาออกเสียด้วย?” สีหน้าตกตะลึงของอวี๋ซือเหมียนดูสมจริงไม่น้อย“หึ ๆ!” เฟิงเสวียนนี่แค่นหัวเราะ “ข้าดูหลอกง่ายนักหรือ เจ้าคิดจะให้ข้าชิมเศษอาหารที่เหลือจากผู้อื่นหรือ?”“ไม่ใช่นะ!” อวี๋ซือเหมียนทำหน้าตาน้อยอกน้อยใจ “นี่เป็นอาหารชนิดใหม่ที่ข้าคิดขึ้น เรียกว่าหม้อไฟ ยังอยู่ระหว่างทดลอง ข้าไม่รู้ว่าจะอร่อยหรือไม่ จึงไม่กล้ายกมาให้ท่านชิมโดยพลการ เลยคิดว่าอาศัยช่วงที่ท่านไม่อยู่จวน เชิญทุกคนมาลองชิมและช่วยออกความเห็น จากนั้นตอน

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status