LOGINหนึ่งคู่เริ่มจาก One Night Stand หนึ่งคู่เริ่มจากความรักที่เคยหวานหอม แต่บอกเลยว่าเร่าร้อนทั้งผู้บริหาร และหมอค่ะ ! ****** “คะ คุณ เมื่อคืนคุณใส่ถุงยางอนามัยรึเปล่า?” “ตอนแรกไม่ได้ใส่ แต่หลัง ๆ คุณใส่ให้ผมเองนี่ จำไม่ได้เหรอ?” นะ นี่ฉันใส่ถุงยางให้เขาเองเหรอ?นอกจากใส่ถุงยางให้เขาฉันทำอะไรอีกบ้าง? “แค่บอกว่าใส่ไม่ใส่ ไม่ต้องบรรยายว่าฉันใส่ให้! แล้วที่คุณพูดว่าตอนแรกไม่ใส่ คุณ...” เขาเดินมาหาฉันทันที “เมื่อคืนคุณใจร้อน ไม่อยากให้ผมใส่เอง” “แล้วคุณเป็นโรคติดต่อรึเปล่า คุณนอนกับผู้หญิงมากี่คน ฉันเป็นคนที่เท่าไหร่? มีเพศสัมพันธ์กับคนอื่นคุณเคยสวมถุงยางอนามัยบ้างไหม?” เขาเงียบกริบมองฉันอึ้ง ๆ ก่อนจะหันหน้าไปทางอื่น และหัวเราะคนเดียว “ฮ่า ๆ ผมตอบคำถามไหนก่อนดี” “คำถามไหนก็ตอบ!” “ถ้าบอกว่าคุณเป็นคนแรกของผม คุณจะเชื่อไหม?”
View Moreใบประกาศผลสอบสีขาวถูกเด็กสาวมอปลายแกว่งไปมากลางอากาศ วันนี้เป็นวันสุดท้ายของชีวิตมัธยมปลาย วันสุดท้ายที่เธอจะได้ถักเปียผูกโบว์สวมกระโปรงจีบรอบ และที่สำคัญสุด มันเป็นวันที่เธอใจจดใจจ่อ รอรู้ผลสอบเอนทรานซ์เข้ามหาวิทยาลัยชื่อดัง
ร่างเล็กกระโดดโลดเต้นบิดตัว ถือกระดาษสีขาวโบกซ้ายขวาราวกับตัวเองกำลังเต้นบัลเล่ต์ไปหาแฟนหนุ่ม ที่ตอนนี้เขากำลังนั่งกอดอกมองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง มองใบหน้าขาวสวยได้รูปริมฝีปากกระจับจิ้มลิ้ม เพื่อตัดสินใจอะไรบางอย่าง
ขายาว ๆ ยกขึ้นพาด ดูอันธพาลแต่ฉายออร่าวิบวับจนทำนักเรียนหญิงที่เดินผ่านหันมองกันว่าเล่น ถ้าให้บรรยายความหล่อ บรรยายสิบปีก็ไม่หมด ก็เขาป็อปปูล่า เขาหล่อ เข้าเท่ เขาลงตัวทุกอย่าง! แต่แปลกเขามีแฟนที่ต่างกันลิบลับ มีแฟนเป็นเด็กหนอนหนังสือแว่นหนาเตอะ ติ๊งต๊องไม่เป็นผู้ไม่เป็นคน!
“เฮโหล... คุณชาย! เค้าสอบติดแล้วนะ”
“ขี้โม้จริง ๆ” สองเท้าสวมรองเท้านักเรียนหยุดตรงหน้า ก่อนกาแฟจะวางกระดาษสีขาวบนผมตั้ง ๆ ของแฟนหนุ่ม จนเขาต้องรีบหยิบมันมาดู
และยิ้มที่มุมปาก
“เก่งนะแว่น ติดหมอด้วย”
“เห็นป่ะ ๆ นาทีนี้ไม่โม้ไม่ได้ เค้าอ่านหนังสือจนสมองไหลออกทางรูหูอ่ะ”
“ไหนสมองไหลออกทางรูหูเป็นไง เอามาดูดิ”
“บ้าแค่เปรียบเปรย เอ้อ แล้วตัวเองสอบติดที่ไหน โม้เค้าบ้างสิ ที่เดียวกันมั้ยคณะอะไร?”
ชายหนุ่มหุบยิ้มทันที ก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกฝั่ง เขาไม่อยากสบตาร่างเล็กที่ยืนเท้าสะเอวรอคำตอบเลย เธอร่าเริงมาตลอดถ้าเธอร้องไห้ให้เขาเห็นละก็... เขาอาจได้อกแตกตาย
“คุณชายต้นกล้า ทำไมเงียบเอ่ย?”
“...”
“มีอะไร สอบไม่ติดเหรอ?”
“ฉันต้องไปเรียนต่างประเทศ ไม่รู้จะได้กลับมาอีกเมื่อไหร่ วันนี้ฉันตั้งใจบอกเธอ และจบเรื่องของเรา”
กระดาษสีขาวที่วางบนเก้าอี้ ปลิวหล่นตามแรงลม ประจวบเหมาะกับผมหน้าม้าบางของเด็กสาว ที่ถูกพัดลงมาปิดตาแดงก่ำ ตอนนี้เธอกำลังมองคนรักน้ำตาคลอ มองคนหน้ากวนที่เคยยิ้มให้เธอทุกวัน กับคำถามไม่รู้กี่คำถามที่ผุดขึ้นซ้ำ ๆ ในหัว
เขาบอกเลิกเหรอ? หูไม่ได้ฝาดไปใช่ไหม? ไม่จริงอ่ะ ไม่จริง!
“จบ... คืออะไร?” กาแฟตัดสินใจถามเสียงสั่น ทั้งที่ชายหนุ่มไม่หันมองหน้าไม่สบตาเธอด้วยซ้ำ เขาเอาแต่มองไปทางอื่น และตอบกลับมาเสียงเบา และมันเบาจนแทบไม่ได้ยิน
“ก็เลิกกัน เราเลิกกันเถอะ” เจ็บจี๊ดตรงกลางอก น้ำตาที่กลั้นไว้ทั้งหมด อยู่ ๆ ก็ไหลพรากออกมา
“ตะ ต้องเลิกกันเลยเหรอ? แค่ไปเรียนต้องเลิกกันเลยเหรอ!? กาแฟทำอะไรผิด อยู่ไกลกันก็คบกันได้ คนอื่นเขาคบกันเยอะแยะ ฮึก ๆ ทำไมอ่ะ ฮือ ๆ”
“อย่าร้องไห้ขอร้อง คือฉัน... บ้าฉิบ อย่าร้องไห้ได้ไหม! เอางี้ ๆ แหวนที่เคยให้จะเอาไปทิ้งจะเอาไปทำอะไรก็ทำ แล้วเราน่ะ เป็นเพื่อนกันดีกว่า อย่างน้อยมันจะได้ไม่”
“ไม่มีวันเลิกรา! เหตุผลไม่ชัดเจนและพูดเหมือนพลอตนิยายน้ำเน่าเลยนะ ฮือ ๆ ไม่มีใครเลิกกันแล้วเป็นเพื่อนกันได้หรอกต้นกล้า อยู่ ๆ ก็ทิ้งกันแบบนี้มีคนอื่นก็บอกมาเถอะ!” ร่างสูงที่นั่งบนเก้าอี้ถอนหายใจ เขาลุกขึ้นเอามือล้วงกระเป๋ามองไปทางอื่นตลอดเวลา เพราะเขาไม่กล้าพอที่จะสบตาผู้หญิงคนนี้ น้ำตาเธอมันมีอิทธิพลกับเขาจริง ๆ เขาจะไม่ไหวแล้ว
“อื้มใช่ ฉันมีคนอื่น สวยเซี๊ยะ ไม่ปัญญาอ่อนบ๊องแบ๊วเหมือนเธอ” เปรียบเทียบจบ ร่างสูงโปร่งในชุดนักเรียนมอปลายก็เดินออกไปทันที ทิ้งให้ยัยกาแฟผมเปียแว่นหนา เธอยืนกำมือแน่น ยืนสะอื้นฮึก ๆ จนไหล่สั่นระริก
ตอนนี้เธอไม่สนใจผลสอบที่ปลิวไปไกล ได้แต่ร้องไห้มองตามหลังอดีตแฟน ที่ไม่แม้จะหันกลับมาเลยสักนิด
จนเขา เดินไปลับตา
บ้านอนันต์หิรัญกุล
‘ครืน ครืน’
ภาพ เสียงสะอื้น และน้ำตา ทุกอย่างหายไป เมื่อฉันเปิดตาขึ้นแล้วเห็นแค่เพดานกับหลอดไฟในห้อง ก่อนมือเล็กจะรีบคลำหาโทรศัพท์ที่สั่นใต้หมอน แล้วหยิบมันขึ้นมาดูงัวเงีย
ปะป๊า | CALLING
“ฮะ ฮัลโหลค่ะ”
(ไม่เข้าเวรรึไง?) เสียงเย็นเฉียบ ทำฉันรีบดีดตัวลุกจากเตียงหันมองนาฬิกา เข็มสั้นเข็มยาวที่โชว์หลาบ่งบอกว่าฉันช้าไม่ได้แล้ว! สิบโมงแล้ว!
น้ำแข็งนังพี่บ้า! ทำไมไม่ปลุกฉัน!
“โอ้ยๆ เข้าค่ะพ่อ เข้าค่ะๆกำลังไปเดี๋ยวนี้เวลานี้ ไม่อาบน้ำไม่แต่งหน้าไปแบบนี้ล่ะ รักพ่อนะคะรักมากๆ”
(ไม่ต้องบอกรักขอลดโทษ ถ้าไม่มาถึงภายในสิบห้านาที พ่อจะส่งไปอยู่โรงพยาบาลชนบท ไม่มีความรับผิดชอบเลยนะกาแฟ)
“เรื่องนี้พ่อต้องโทษน้ำแข็งนะคะ ยัยพี่แฝดไม่ปลุกหนูง่ะ”
(ไร้สาระ หมดไปแล้วสามนาที เหลืออีกสิบสองนาที)
“ไม่ ๆ พ่อคะ ขอเวลาอีก”
‘ตู๊ด ตู๊ด ตู๊ด’ ตัดสายอย่างไร้เยื่อใย! ให้มันได้แบบนี้สิ ทุกครั้งที่ฉันฝันถึงรักแรกแสนเจ็บปวด ฉันต้องมีเรื่องซวยทุกที! ไม่ทะเลาะกับพี่ ก็โดนพ่อด่า ไม่มีปัญหากับป้าข้างบ้านเรื่องขโมยใบเตย ก็มีปัญหากับพี่ยามที่ตรวจบัตรช้า มันต้องมีสักเรื่องที่มันเฮงซวยทำฉันหงุดหงิดทั้งวัน!
ฉันรีบแปรงฟันล้างหน้าทาแป้งเขียนคิ้ว ก่อนจะหยิบเสื้อกาวน์ฉีดน้ำหอมสองที แล้วฉีกยิ้มให้ตัวเองในกระจก
ฉันยิ้มแก้เคล็ดแล้วก็สาธุ ขอให้เรื่องซวย ๆ มันมีแค่นี้ เพราะฝันเมื่อกี้มันทำฉันรู้สึกหดหู่กับชีวิตสุด ๆ ผ่านมาแล้วหกปีฉันยังเคยไม่ลืม และยังไม่เข้าใจจนถึงปัจจุบัน ว่าคนสวยและน่ารักอย่างฉัน
โดนเทได้ไง?
เสียงกรี๊ดดีใจของฉันวันนั้น มันคือความจริงมาจนถึงทุกวันนี้ และที่ฉันคิดว่าพี่ชายฝาแฝดจะหวงน้องสาวเป็นเรื่องดี ตอนนี้ไม่ใช่เลย! สิบห้าปีผ่านไปในขณะที่พี่ชายแฝดทั้งสองอยู่มอหก น้องสาวคนเล็กอยู่มอสาม ต้นข้าวก็เป็นสาวเต็มตัว ชนิดที่ว่าหนุ่ม ๆ หมายตากันทั้งโรงเรียน และนั่นก็ทำให้พี่ชายเธอหวงมาก หวงชนิดที่ว่าเดินไปสอดส่องน้องสาวที่ห้องเรียนทุกชั่วโมง จนคุณครูประจำชั้นของต้นข้าวต้องโทรมารายงานกับฉัน! (คุณแม่คะ พี่ชายฝาแฝดของต้นข้าว มณชญาภร มาหาเธอที่ห้องทุกคาบเรียน อยากรบกวนคุณแม่ปราม ๆ สองหนุ่มหน่อยค่ะ มาทีไรสาว ๆ ในห้องไม่เป็นอันเรียนหนังสือกันเลย) “คะ? ทำไมเป็นแบบนั้นล่ะคะ?” (มาทีไรเด็กสาว ๆ ก็หันมองกันให้ควั่กเลยค่ะ) ฉันจะบ้า ช่วงนี้ฉันปวดหัวกับลูกอันดับหนึ่งเลย ต้นหนาวที่ดูนิ่งคิดว่าจะห้ามปราบแฝดน้องได้ แต่รายนั้นหนักกว่าใคร คุณครูบอกว่าเขาน่ะ ไปที่ห้องต้นข้าวบ่อยที่สุด! “พี่ถามว่าใครมาจีบ” นั่นไงพูดถึงก็มากันพอดี ตอนนี้เดินตามต้นข้าวต้อย ๆ เข้ามาในบ้านแล้ว “วัน ๆ หนูไม่ได้ทำอะไรเลยนะ พี่หนาวพี่เหนือเอาแต่ถามและจ้องจับผิด มันอึดอัดอ่ะ! พี่ติณห์ไม่เห็นจะวุ่นวายกับพี่อันต
“เป็นไงคุณแม่ลูกสอง อายุลูกห่างกันประมาณนี้ไม่เหนื่อยเลยใช่มั้ย” กาแฟเดินเข้ามาหาฉัน เมื่อพวกหนุ่ม ๆ ของเธอเดินไปนั่งสมทบกับคุณเต้ “ห่างกี่ปีก็เหนื่อยทั้งนั้นล่ะวัยกำลังซน ว่าแต่เธอ ไม่ติดเลยเหรอ” กาแฟถอนหายใจและส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนจะคีบเส้นสปาเก็ตตี้ราดซอสมะเขือเตรียมให้ลูกชายทีละจาน “ไม่ จะบำรุงก็ไม่มีเวลา ต้นกล้าทำงานหนักฉันก็ทำงานหนัก หาเวลาปั๊มยังยากเลย” “ไม่ทำเลยล่ะ ปรึกษาลุงนายปรึกษาหมอสูติเจ้าของไข้เธอก็ได้ แต่จะมีลูกสาวคนเล็กแบบนี้ไม่กลัวพี่ชายแฝดกับพ่อหวงรึไง” กาแฟอมยิ้มและก้มมองจานสปาเก็ตตี้ของลูก ๆ เธอ “อยากมีไว้ให้หวงไง สองหนุ่มกับพ่อจะได้ไม่เถลไถล” พิลึก คงวุ่นวายน่าดู หลังจากนั้นฉันกับกาแฟก็ไปนั่งรวมกับหนุ่ม ๆ ซึ่งติณห์เป็นพี่ที่ดีมาก พอฉันยกจานยกถาดขนมมาวาง เขาก็ดันจานให้ต้นหนาวต้นเหนือทันที “กินสิหนาวเหนือ อร่อย” ต้นหนาวมองจานสปาเก็ตตี้ที่พี่ดันมาและพยักหน้า ส่วนต้นเหนือเทขนมกรุบกรอบในซองใส่ลงไป ก่อนเขาจะชี้โชว์พ่อที่นั่งขมวดคิ้วใส่ และชิงอ
“อุแว้ อุแว้~” “อุแว้~” ฉันจะบ้าตาย ไม่ได้หลับได้นอนทั้งคืน ดิ้นสายตื๊ดในท้องยังไง กลางคืนตกดึกก็อย่างงั้น ลูกตื่นทุกชั่วโมง กินนมทุกสองชั่วโมง และนอนยากมาก! ฉันสภาพเหมือนศพ ระหว่างพักฟื้นน้ำหนักลดฮวบฮาบ เพราะทั้งปั๊มนมทั้งให้เข้าเต้า ส่วนสามีเขาก็เหนื่อย เผลอ ๆ เหนื่อยกว่าฉันด้วยซ้ำ เขาเอาต้นหนาวที่ไม่ติดเต้าฉันไปทำงานด้วย ส่วนฉันเลี้ยงต้นเหนือคนเดียวอยู่ที่บ้าน จะว่าไปก็ไม่คนเดียว เพื่อน ๆ เขาก็อยู่หมู่บ้านนี้ เจฟ เค ขับรถผ่านพวกนั้นก็ซื้อขนมซื้อของกินให้ และญาติ ๆ คุณชายก็มาช่วยฉันเลี้ยงบางเวลา พี่ใบไม้ เจแปน ต้นไม้ และน้องโซลมาหาน้องก็ซนเหลือเกิน พูดภาษาอังกฤษคล่องกว่าภาษาไทย บางวันพูดจีนด้วยนะ เจแปนบอกว่าเธอเป็นคนสอนเอง อยากให้รู้ไว้หลาย ๆ ภาษา และเธอก็ปล่อยลูกเล่นไม่ค่อยดุด้วย โซลอาจจะเหมือนเด็กซนแต่เขารู้มาก ฉลาด แม่ปล่อยไว้ไหนก็เล่นได้หมด คลุกฝุ่นคลุกโคลนพร้อมชุบแป้งทอดเลยก็ว่าได้ ฉันฟัง ๆ พี่สาวกับพี่สะใภ้สามี ก็จำ ๆ วิธีเลี้ยงลูกมาใช้บ้าง และว่างก็พาลูกไปหาพ่อกับแม่ คือฉันกับต้นเหนือตัวติด
“คุณพ่อใจเย็น ๆ นะคะ” ฉันเงยขึ้นมองหน้าคุณชายทันที เมื่อเห็นพยาบาลกุลีกุจอวิ่งมาจับตัวเขา ตอนนี้หน้าเขาซีดและเขาก็ไม่ได้ปลื้มอกปลื้มใจที่เห็นลูกชายสภาพนี้เท่าไหร่ จนลูกร้องไห้เสียงดังขึ้น! “อุแว้ อุแว้~” เท่านั้นแหละ คุณพ่อผู้กลัวเลือดก็เผลอหันขมับมอง หวั่นว่าลูกจะเป็นอะไร แต่เมื่อเห็นเลือดสีแดง ๆ ที่เขาเกลียดนักหนาเป็นครั้งที่สอง เขาก็รีบปิดตาและกวักมือเรียกพยาบาลทันที “พยาบาล ๆ เอาลูกผมไปอาบน้ำเถอะ ขอร้องล่ะ” “คุณพ่อไม่ตัดสายสะดือก่อนเหรอคะ? รอหน่อยนะคะ จะออกมาอีกคนแล้วค่ะ!” “อุแว้ อุแว้~” พอได้ยินเสียงร้องอีกเสียงร้องดังขึ้น ฉันก็ไม่สนใจสามีรีบก้มมองตาม ก่อนที่จะเห็นหมอสูติอุ้มลูกชายคนเล็กออกมาวางบนอกฉัน และดูดน้ำคร่ำคราบเมือกต่าง ๆ ให้ “คุณพ่อตัดสายสะดือไหมครับ?” หมอสูติถามเมื่อคุณชายเขาเงียบไป แถมตอนนี้เขายังปิดตาไว้อีกด้วย “มะ ไม่เป็นไรครับ หมอตัดเลย” “ทำไมไม่ตัดล่ะคุณชาย” “เค้าจะเป็นลมแล้วแว่น ถ้าเค้าตัด เค้าเป็นลมไม่ได้ถ่ายรูปแน่ ๆ” ฉันยิ้มให้เขาแ
(ตอนนั้นแม่เด็กกว่ากาแฟน้ำแข็งตั้งเยอะ แต่แม่ก็เลี้ยงลูกได้สบาย พ่อว่างพ่อก็ช่วย พอเปิดคลีนิคก็พาน้ำแข็งกับกาแฟไปด้วย พี่พนักงานที่นั่นช่วยกันเลี้ยง) “ไหนว่าหนูดื้อไงคะ พ่อพาหนูไปที่คลีนิคด้วยไม่วุ่นวายเหรอ” (ใช่ดื้อ แต่กาแฟจะดื้อเฉพาะตอนอยู่บ้าน ถ้าออกไปไหนกับพ่อ ความกลัวพ่
“แม่คะ โทรหาคุณเต้ ลุงนาย โทรหาพ่อ โทรเลย! ติณห์จะออกมาแล้ว ฮือ” ตั้งแต่เกิดมาจากท้องพ่อท้องแม่ ฉันไม่เคยร้องจะเป็นจะตายแบบนี้มาก่อน ฉันแดดิ้นอยู่บนเตียงนอนที่คอนโดสุดหรู ในขณะที่แม่บ้านป้าแดงไม่อยู่ คุณเต้ไม่อยู่ มีแค่แม่ฉันคนเดียวที่แวะมาเยี่ยม และท่านก็บังเอิญเห็นพอดี!
ฉันอยากจะมุดหัวลงพื้นแทรกแผ่นดินหนี แม่ไม่คิดจะเก็บความลับฉันเลยรึไง! ฉันเพิ่งบอกเขาเมื่อเช้าว่าฉันยังไม่อยากแต่งงาน อยากมุ้งมิ้ง อยากสวีทหวานแบบโนลูกโนเต้าอ่ะ ไม่เข้าใจเหรอ! เราเลิกกันไปหกปีและเพิ่งกลับมาคบกันเมื่อคืนนี้ มีอะไรตั้งหลายอย่าง ที่เรายังไม่ได้ทำด้วยกัน ไปเที่ยวแบบหนุ่ม ๆ ส
น้ำแข็งหวงลูกมาก ยุงไม่ให้ไตไรไม่ให้ตอม แต่ฉันไม่สนใจหรอกฉันอยากฟัด ระหว่างที่น้ำแข็งแอ็ดมิทที่โรงพยาบาลฉันแวะไปหาหลานไปอุ้มทุกวัน ต้นกล้าก็มาเยี่ยมนะ รายนั้นชอบติณห์มาก ๆ เขาบอกต้องผูกมิตรไว้ ถ้าติณห์โตและเราขาดเหลืออะไร เขาจะได้ยืมเงินติณห์ “แล้วพี่ ๆ บ้านคุณชายคลอดวันไหน?” ฉันหันไปถา





