LOGINเธอเฉิ่ม เธอเชย และเธอเป็นเลขาของเขา หน้าที่ของเธอคือเลขาหน้าห้อง แต่หลังจากความผิดพลาดในค่ำคืนนั้นเกิดขึ้น สถานะของเธอก็เปลี่ยนไปจากเดิม จากเลขาหน้าห้อง กลับกลายเป็นเลขาบนเตียงแทน... “เวลาทำงาน คุณก็เป็นเลขาหน้าห้องของผม แต่ถ้าผมเหงา คุณก็ต้องทำหน้าที่เลขาบนเตียง...” “บอส...?!” “ผมรู้ว่าคุณตกใจ ผมเองก็ตกใจเหมือนกันกับสถานะของพวกเรา แต่มันเกิดขึ้นแล้ว จะทำยังไงได้ล่ะ” “บอสคะ...” หล่อนขยับตัวพยายามจะออกจากอ้อมแขนของเขา แต่ชายหนุ่มไม่ยอมปล่อย “ว่าไงครับ” “แก้ว... แก้วว่าให้แก้วทำเหมือนเดิมดีกว่าค่ะ หรือไม่ก็ให้แก้วลาออกไป...” “ผมให้คุณลาออกไม่ได้หรอก คุณเป็นเลขาที่รู้ใจผมที่สุด อย่าลืมสิแก้ว” “แต่แก้ว...” หล่อนอยู่ในฐานะนางบำเรอของเขาไม่ได้ หล่อนทะเยอทะยานต้องการมากกว่านั้น แต่ก็รู้ดีว่าไม่มีวันจะได้สิ่งที่หวังมาครอบครอง “ทำตามที่ผมบอก ไม่มีอะไรยากเย็นเลย”
View Moreเมียตีทะเบียนที่เขาไม่รัก 29.อวสาน“ไม่นะคะ พราวต้องกลับบ้าน!”“ไม่ให้กลับ”เขาตอบทันควัน ไม่มีแม้แต่จังหวะลังเล เสียงนั้นหนักแน่นแบบที่หล่อนรู้เลยว่า... ไม่มีทางได้ลงจากอ้อมแขนง่ายๆ แน่“แต่พราวโทรบอกคนขับรถให้มารับแล้วนะคะ”“เดี๋ยวมาไม่เจอพราว เขาก็กลับไปเองแหละ”เขาพูดนิ่งๆ พร้อมยักคิ้วนิดๆ ท่าทางสบายใจเกินเบอร์ ขณะอุ้มหล่อนเดินตรงไปตามทางเดินยาวด้านหลังของตัวคฤหาสน์ ซึ่งมันมีทางเชื่อมขึ้นสู่ห้องนอนชั้นสองอีกทาง“แต่ว่า...”“ไม่มีแต่”หนุ่มหล่อก้มหน้าลงเล็กน้อย กระซิบชิดใบหูของหล่อน เสียงนั้นนุ่ม ลึก และเต็มไปด้วยแรงปรารถนา“ฉันอยากเป็นทาสสวาทของเธอใจจะขาดอยู่แล้ว พราว...”แก้มนวลของพราวพิลาศแดงดระเรื่อ ยิ่งสบตากับเขาในระยะใกล้แบบนี้ แถมใบหน้ายังคงอยู่ใกล้กันมากแบบนี้ หล่อนก็ยิ่งหวั่นไหวลมหายใจอุ่นๆ ของเขาแนบใกล้จนหล่อนรู้สึกได้ถึงแรงเต้นของหัวใจตนเอง“แต่... พราวอาย...”“ไม่มีอะไรต้องอายเลย”เขาพูดเบา แต่น้ำเสียงมั่นคง“เรารักกัน... และเราก็กำลังจะแสดงความรักกัน...”“แต่ว่า... เราเพิ่งทำไปเมื่อวานเองนะคะ...”“กับเธอ... กี่ครั้งก็ไม่พอหรอกนะ พราว...”เขาพูดเสียงแหบต่ำ และเต็มไปด้
เมียตีทะเบียนที่เขาไม่รัก 28.“ถ้าคุณจะบอกว่าเกลียดพราว... ไม่ต้องพูดแล้วค่ะ เพราะพราวรู้ดี”เสียงหล่อนสั่น ดวงตาแดงรื้น น้ำตาเริ่มเอ่อล้นโดยที่เจ้าตัวก็พยายามจะกลั้นไว้สุดแรง“ฉันไม่ได้เกลียดเธอ...”เขาก้าวเข้าหา ยื่นมือออกไปจะกอด แต่หล่อนถอยหนี“งั้นก็คงขยะแขยงมั้งคะ”“ไม่ใช่แบบนั้นหรอก ฉันน่ะ...”เขาเงยหน้าขึ้น สบตาหล่อนอย่างไม่หลบสายตาอีก“ฉัน... อยากให้เธอกลับมา... อยู่กับฉัน...”“พราว... ไม่กลับไปแล้วค่ะ”หล่อนเม้มปากแน่น หันหลังจะเดินหนี แต่เขาไวกว่า ก้าวเข้ามารวบตัวหล่อนเข้าไปกอดแน่น จนแทบหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน“กลับมาอยู่กับฉันนะ พราว... ฉันรักเธอ”เสียงกระซิบบอกที่ข้างหูหล่อน ทำให้ร่างบางนิ่งงัน เหมือนถูกตรึงไว้กับอ้อมแขนของเขาอย่างแน่นหนา“คุณช้างว่าอะไรนะคะ...”“ฉันรักเธอ พราวพิลาศ ฉันรักเธอจริงๆ”พราวพิลาศตัวแข็งทื่อ สมองขาวโพลนไปชั่วขณะ“รัก...? คุณช้างรักพราวเหรอคะ?”“ใช่ ฉันรักเธอ รักจนไม่อาจทนเห็นเธออยู่กับผู้ชายคนอื่นได้อีกแม้แต่วินาทีเดียว”เขาหวังว่าหล่อนจะเชื่อ หวังว่าหล่อนจะเข้าใจ แต่กลับตรงกันข้าม หล่อนยิ่งดิ้นรน และหัวเราะออกมาทั้งน้ำตา“คุณปู่ขอร้องให้คุณช้
เมียตีทะเบียนที่เขาไม่รัก 27.“ครับ คุณปู่”“แกมีอะไรอยากพูดกับหนูพราวไม่ใช่เหรอ”ชยางกูรขยับริมฝีปากเล็กน้อย ราวกับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่กลับต้องกลืนคำเหล่านั้นลงคอไปพร้อมกับความกลัวที่บีบหัวใจเขาเลื่อนสายตาไปสบตากับหญิงสาวตรงหน้า... หญิงสาวที่เขาเคยผลักไสไล่ส่ง และกำลังจะเสียหล่อนไปตลอดกาล“ผม... ไม่มีครับ”เสียงเขาเบาจนแทบจะเป็นเสียงกระซิบ ทว่าในใจกลับตะโกนอยากพูดสิ่งที่ตรงกันข้ามออกไปจนแทบบ้า“เจ้าช้าง”เสียงของคุณปู่คราวนี้แข็งขึ้นเล็กน้อย คล้ายตำหนิ แต่ชยางกูรก็ยังคงนั่งก้มหน้านิ่ง กินข้าวนิ่งเฉย ไม่พูดไม่จาอะไรพราวพิลาศเห็นบรรยากาศค่อนข้างอึดอัด จึงคิดว่าเป็นเพราะตัวเอง ที่ทำให้ชยางกูรเงียบงันไม่เป็นตัวของตัวเองแบบนี้ดังนั้นหล่อนจึงเลือกที่จะปลีกตัว“หนูอิ่มแล้วค่ะคุณปู่”“อ้าว ทำไมอิ่มเร็วจังเลยหนูพราว หนูเพิ่งกินนิดเดียวเองนะ”“หนู... อิ่มจริงๆ ค่ะ”หล่อนยิ้มออกมา ทั้งที่รอยยิ้มนั้นช่างเจือจางและบิดเบี้ยว “ขอบคุณคุณปู่มากนะคะที่ชวนหนูมากินอาหารอร่อยๆ แบบนี้”หล่อนยังคงฝืนยิ้มต่อ แม้ว่าหัวใจจะเจ็บหนึบก็ตาม“ไว้วันหลัง หนูจะเชิญคุณปู่ไปทานข้าวบ้านหนูบ้างนะคะ หนูจะเข้าครัวเพื
เมียตีทะเบียนที่เขาไม่รัก 26.คุณปู่พูดพร้อมส่ายหน้า แต่ในน้ำเสียงนั้นมีความรัก และความเอ็นดูที่ซ่อนอยู่ลึกๆ“คุณปู่ครับ...”ชยางกูรเงยหน้าขึ้น ดวงตาแดงระเรื่อ“ผมยอมให้คุณปู่ด่าไปทั้งชาติเลยครับ ขอแค่เพียง... คุณปู่ช่วยทำยังไงก็ได้ ให้ผมได้เมียกลับมาทีนะครับ... นะครับคุณปู่...”คุณปู่เงียบไปครู่หนึ่ง มองหลานชายที่เมื่อก่อนเคยยืนผงาดเหมือนราชสีห์ แต่ตอนนี้ห่อเหี่ยวราวหมาน้อยหลงทาง“เอางี้ เจ้าช้าง...”ชยางกูรเงยหน้าขึ้นทันที ดวงตาเป็นประกายอย่างมีความหวัง“ครับ! คุณปู่จะช่วยเหรอครับ!?”คุณปู่ยิ้มมุมปากนิดๆ ก่อนจะพูดเสียงเรียบ“ใช่”ชยางกูรแทบจะกระโดดกอดขาคุณปู่ทันทีเมื่อได้ยินคำตอบนั้น ใบหน้าที่ดูเหมือนจะไม่มีความหวังเมื่อครู่ กลับเปล่งประกายสดใส จนเกือบเห็นสายรุ้งพุ่งออกจากหัว“เย็นนี้...”คุณปู่พูดช้าๆ พลางยกถ้วยชาขึ้นจิบด้วยท่าทางสุขุม“ปู่จะนัดหนูพราวมากินข้าวเย็นที่บ้าน”“จริงเหรอครับ! ปู่สุดยอดมากเลยครับ!”ชยางกูรแทบจะลุกขึ้นเต้นระบำเสียให้ได้ แต่ไม่นานก็ชะงักไป“แล้ว... ผมต้องทำยังไงครับ”“ยังจะมาถามอีก...”คุณปู่วางถ้วยชาอย่างแผ่วเบา แล้วจ้องตาหลานชายนิ่ง“แกก็ต้องทำยังไงก็ได้











