Home / แฟนตาซี / ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย / “รสสัมผัสแห่งเหมันต์และเพลิงมังกร”

Share

“รสสัมผัสแห่งเหมันต์และเพลิงมังกร”

Author: ChengXiang.C
last update publish date: 2026-09-30 06:02:35

ภายในห้องบรรทมส่วนพระองค์ที่เคยเงียบเหงาจนน่าใจหายมาตลอดเจ็ดราตรี บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยไอความร้อนจากอ่างน้ำวนขนาดใหญ่ที่สลักจากหยกขาวเนื้อดี กลิ่นหอมของน้ำมันกุหลาบป่าและเครื่องหอมอวลไปทั่วห้อง ผสมผสานกับกลิ่นอายมังกรที่เข้มข้นขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงของเจ้าของห้อง เย่จวินเหยียนยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ร่างแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสมส่วนยังมีร่องรอยของดินโคลนแห้งกรังจากการ "ทำศึกวัชพืช" ประปราย ทว่าสายตาคมกริบของเขากลับจับจ้องเพียงร่างระหงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความโหยหาที่แทบจะล้นทะลัก

“ข้าบอกแล้วไงเจ้าคะ...ว่าข้าจะช่วยท่านอาบน้ำเอง ท่านตรากตรำถอนหญ้ามาตั้งเจ็ดวัน ให้ข้าปรนนิบัติท่านเถิด”

ไป๋ซินกระซิบบอกพลางเดินเข้าใกล้ เสียงของนางนุ่มนวลทว่ากังวานด้วยอำนาจของเซียนที่เพิ่งผ่านการฝึกปรือมาอย่างหนัก นางไม่ได้เขินอายเหมือนวันวานอีกต่อไป ดวงตากลมโตที่เคยหลบสายตาบัดนี้กลับจ้องมองมังกรหนุ่มอย่างท้าทายและเต็มไปด้วยความรัก

มือเรียวขาวผ่องค่อยๆ เอื้อมไปปลดสายรัดเอวที่เลอะโคลนของเย่จวินเหยียนออกอย่างเชื่องช้า สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเยียบดุจหิมะแตะต้องลงบนผิวเนื้อที่ร้อนระอุของมังกรหนุ่ม ทำให้เขาถึงกับลอบสูดลมหายใจเข้าลึก ความเย็นจากปราณเหมันต์ของนางที่ส่งผ่านปลายนิ้วตัดกับความร้อนในกายเขาได้อย่างน่าประหลาด จนเกิดเป็นความซ่านสยิวที่แล่นพล่านไปทั่วไขสันหลัง ราวกับสายน้ำเย็นที่ไหลผ่านแผ่นดินที่แตกระแหง

เมื่ออาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดร่วงลง ไป๋ซินก็ประคองร่างหนาให้ก้าวลงสู่พื้นน้ำอุ่นในอ่างหยกที่โปรยด้วยกลีบดอกไม้ป่า นางไม่ได้ตามลงไปในทันที แต่กลับนั่งลงที่ขอบอ่าง ใช้ผ้าไหมเนื้อดีชุบน้ำอุ่นค่อยๆ ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังกว้างและช่วงไหล่ที่ตึงเครียดของเขา คราบดินโคลนที่แสดงถึงความ "รั่ว" ของมังกรคลั่งรักถูกชำระล้างออกไป เผยให้เห็นผิวพรรณสีทองแดงที่ตึงแน่น

“เจ็ดวันที่ผ่านมา...ท่านคงลำบากใจมากสินะเจ้าคะ ถึงกับต้องเกณฑ์องครักษ์ไปรบกับผักกาดของข้า”

นางกระซิบชิดใบหู พลางใช้ปลายนิ้วที่อาบด้วยปราณเหมันต์กดนวดเน้นลงบนจุดชีพจรที่บ่า

“ลำบากที่ใจ...มากกว่าที่กายร้อยเท่า”

เย่จวินเหยียนครางต่ำในลำคอ เขาปล่อยให้ศีรษะพิงขอบอ่าง หลับตาลงรับสัมผัสที่โหยหามานาน

“มือของเจ้า...เย็นสบายเหลือเกินไป๋ไป๋ แต่มันกลับทำให้ใจข้าร้อนรุ่มยิ่งกว่ากองไฟที่สุมอยู่ในอก”

ไป๋ซินยิ้มกริ่ม รอยยิ้มของนางยามนี้ช่างยั่วยวนดุจปีศาจจำแลงทว่าแฝงด้วยความบริสุทธิ์ของเซียน นางค่อยๆ ขยับตัวลงไปในอ่างน้ำทั้งที่ยังสวมชุดผ้าไหมสีขาวบางเบา น้ำอุ่นทำให้ผ้าเนื้อละเอียดแนบชิดไปกับส่วนเว้าส่วนโค้งของร่างจนเห็นเด่นชัดทุกสัดส่วน นางโอบกอดเขาจากทางด้านหลัง ทรวงอกนุ่มหยุ่นเบียดชิดกับแผ่นหลังแกร่ง แขนเรียวเสลาโอบรอบคอเขาพลางประทับจูบเบาๆ ที่ต้นคอแกร่ง สัมผัสเย็นเยียบของนางทำให้น้ำในอ่างรอบๆ กายเริ่มมีไอระเหยเย็นจัดลอยขึ้นมา

“ถ้าอย่างนั้น...ให้ปราณเหมันต์ของข้า ช่วยดับไฟในตัวท่านดีไหมเจ้าคะ? หรือท่านอยากให้มัน...ยิ่งสุมไฟให้ร้อนกว่าเดิม?”

เย่จวินเหยียนพลิกตัวกลับมาคว้าเอวบางไว้ทันทีด้วยความรวดเร็วปานสายฟ้า เขาดึงร่างนางเข้ามากดทับลงบนตักแกร่งกลางอ่างน้ำ ใบหน้าหล่อเหลาซุกไซ้ไปที่ซอกคอหอมกรุ่น สลับกับการจูบซับละอองน้ำบนลาดไหล่เนียนที่โผล่พ้นน้ำ สัมผัสของเขาดุดันและโหยหาดุจมังกรที่หิวโหยมานานแสนนาน

“เจ้าเปลี่ยนไปจริงๆ ไป๋ไป๋...กายเจ้าเย็นดุจน้ำแข็ง แต่รสสัมผัสของเจ้านั้น...ช่างเย้ายวนจนข้าแทบจะคลั่งตายอยู่ตรงนี้”

เขาประกบริมฝีปากลงบนเรียวปากอิ่มอย่างหนักหน่วง เป็นรสจูบที่เต็มไปด้วยความต้องการที่ถูกกักขังมาตลอดเจ็ดวัน ไป๋ซินไม่ได้ขัดขืนเหมือนทุกครั้ง ทว่านางกลับใช้ความเย็นจากปราณเซียนส่งผ่านปลายลิ้น เข้าไปพัวพันกับความร้อนแรงของเขา พลังที่แตกต่างกันสองสายปะทะกันในช่องปาก เกิดเป็นความหฤหรรษ์ที่ล้ำลึกเกินบรรยาย ราวกับหยินและหยางที่กำลังหลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียว

มือหนาลูบไล้ไปตามเรียวขาเนียนภายใต้ผืนน้ำที่ขุ่นมัวด้วยกลีบดอกไม้ ลูบสูงขึ้นจนถึงสะโพกกลมกลึงที่ครั้งหนึ่งเขาเคยนวดเฟ้นจนนางต้องครวญคราง แต่ครั้งนี้ไป๋ซินกลับเป็นฝ่ายขยับกายเข้าหาเขาอย่างกล้าหาญ นางโน้มตัวลงมาบดเบียดร่างกายที่เปียกโชกเข้ากับแผงอกกว้าง สองมือเรียวสอดประสานไปในเส้นผมที่เปียกชื้นของมังกรหนุ่ม กระซิบกระซาบถ้อยคำที่ทำให้ใจมังกรสั่นสะท้าน

“ฝ่าบาท...คืนนี้ท่านไม่ต้องออมแรงเพื่อถนอมข้าหรอกนะเจ้าคะ”

นางกระซิบเสียงพร่า ดวงตาฉ่ำวาวด้วยไฟเสน่หาที่สะท้อนแสงเทียน

“ปราณเหมันต์ที่เสด็จแม่สอนข้ามา...มันแข็งแกร่งพอที่จะรองรับท่านได้ทุกกระบวนท่าแล้ว ไม่ว่าจะเป็นมังกรหยอกวารี หรือมังกรผงาดฟ้า...ข้าก็พร้อมจะรับมันไว้ทั้งหมด”

เย่จวินเหยียนยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตาคมกริบเปลี่ยนเป็นสีทองเจิดจ้าตามอำนาจปราณมังกรที่พลุ่งพล่านจนน้ำในอ่างเริ่มสั่นเป็นระลอกคลื่น เขาอุ้มร่างนางขึ้นจากน้ำทั้งที่เสื้อผ้าเปียกโชกแนบเนื้อ ก้าวเดินไปยังเตียงกว้างที่ถูกเปลี่ยนผ้าปูใหม่เป็นสีแดงมงคลราวกับรอคอยพิธีสำคัญ

“ในเมื่อฮองเฮาของข้าท้าทายถึงเพียงนี้...มังกรอย่างข้าก็คงต้อง ‘สอนบทเรียนพิเศษ’ ให้เจ้าเห็นว่า ปราณมังกรที่รวมกับปราณเหมันต์น่ะ มันจะนำพาเราไปสู่สวรรค์ชั้นไหน! ข้าจะทำให้เจ้าลืมความหนาวในถ้ำนั่นไปจนสิ้น!”

เขาวางนางลงบนฟูกนุ่มอย่างเบามือทว่าเร่งร้อน เสื้อผ้าที่เปียกชื้นถูกลอกออกด้วยพลังปราณเพียงครั้งเดียว เผยให้เห็นกายเซียนที่งามไร้ที่ติภายใต้แสงเทียนวับแวม เย่จวินเหยียนตามลงไปทาบทับ รสรักที่เริ่มต้นขึ้นนั้นรุนแรงและลึกซึ้งยิ่งกว่าครั้งใดๆ ทุกสัมผัสที่เขามอบให้ ไป๋ซินตอบสนองด้วยความเย็นที่แสนหวานและการสอดประสานที่ลงตัว

เสียงหอบหายใจและเสียงครวญครางด้วยความสุขสมสอดประสานไปกับเสียงลมพัดผ่านหน้าต่างห้องบรรทม ปราณสองสายหมุนวนอยู่รอบเตียงกว้าง เกิดเป็นรัศมีสีทองและสีครามที่โอบล้อมคนทั้งคู่ไว้ ตัดขาดจากโลกภายนอก คืนนี้ไม่มีจักรพรรดิผู้บ้างาน ไม่มีเซียนกระต่ายที่ขี้กลัว มีเพียงชายหญิงที่โหยหากันและกันอย่างลึกซึ้ง

“ไป๋ไป๋...ข้ารักเจ้า”

เขากระซิบชิดริมฝีปากนางขณะที่ความสุขสมเดินทางมาถึงจุดสูงสุด

“ข้าก็รักท่านเจ้าค่ะ...มังกรจอมรั่วของข้า”

นางตอบรับพร้อมกับรอยยิ้มสุดท้ายก่อนที่ทั้งคู่จะจมดิ่งลงสู่ห้วงแห่งความรักที่ไม่มีที่สิ้นสุด

คืนนั้น วังหลวงกลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง แสงเทียนในห้องถูกลมปราณสะบัดจนดับวูบ เหลือเพียงเงาร่างของสองเซียนที่พัวพันกันอยู่ท่ามกลางความมืดที่อบอวลไปด้วยรสรักที่ทั้งเย็นยะเยือกและร้อนแรงในคราเดียวกัน สมกับความโหยหาที่ต้องพรากจากกันไปถึงเจ็ดราตรี...และนี่คือบทเรียนแรกของ "ว่าที่ฮองเฮา" ที่จะสยบมังกรไว้ใต้แท่นบรรทมของนางตลอดไป

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “บัลลังก์หงส์ มงกุฎแครอท และพันธสัญญาแห่งหัวใจ”

    แสงทองอร่ามของยามเช้าสาดส่องลงเหนือหลังคากระเบื้องเคลือบของพระราชวังหลวง บรรยากาศในวันนี้เต็มไปด้วยความปีติยินดีที่แฝงไปด้วยความโกลาหลเล็กน้อยตามฉบับของว่าที่ฮองเฮาองค์ใหม่ เสียงแตรสังข์และระฆังทองดังกังวานไปทั่วเก้าประตูวัง บ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของพระราชพิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อาณาจักรมังกรภายในตำหนักรับรอง ไป๋ซิน ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่เคยใช้ฝึกวิชา นางถูกห้อมล้อมด้วยนางกำนัลนับสิบคนที่กำลังช่วยกันสวมชุดพิธีการสีแดงเพลิง ปักลวดลายหงส์ทองสยายปีกด้วยดิ้นทองคำแท้ น้ำหนักของชุดและมงกุฎหงส์เก้ากษัตริย์ที่ประดับด้วยมุกราตรีทำเอาไป๋ซินถึงกับลอบกลืนน้ำลาย“อดทนหน่อยนะเพคะ”นางกำนัลคนสนิทกระซิบ“ความสง่างามต้องแลกมาด้วยความหนักเพคะ”ไป๋ซินพยายามทรงตัวให้ตรง หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์บัดนี้ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้จิตที่นิ่งสนิทดุจผิวน้ำในถ้ำเหมันต์ นางมองดูเงาตัวเองในกระจกแล้วยิ้มบางๆ'จากนักแสดงสาวผู้บ้างานที่มาโผล่ในร่างกระต่ายป่

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “รสสัมผัสแห่งเหมันต์และเพลิงมังกร”

    ภายในห้องบรรทมส่วนพระองค์ที่เคยเงียบเหงาจนน่าใจหายมาตลอดเจ็ดราตรี บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยไอความร้อนจากอ่างน้ำวนขนาดใหญ่ที่สลักจากหยกขาวเนื้อดี กลิ่นหอมของน้ำมันกุหลาบป่าและเครื่องหอมอวลไปทั่วห้อง ผสมผสานกับกลิ่นอายมังกรที่เข้มข้นขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงของเจ้าของห้อง เย่จวินเหยียนยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ร่างแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสมส่วนยังมีร่องรอยของดินโคลนแห้งกรังจากการ "ทำศึกวัชพืช" ประปราย ทว่าสายตาคมกริบของเขากลับจับจ้องเพียงร่างระหงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความโหยหาที่แทบจะล้นทะลัก“ข้าบอกแล้วไงเจ้าคะ...ว่าข้าจะช่วยท่านอาบน้ำเอง ท่านตรากตรำถอนหญ้ามาตั้งเจ็ดวัน ให้ข้าปรนนิบัติท่านเถิด”ไป๋ซินกระซิบบอกพลางเดินเข้าใกล้ เสียงของนางนุ่มนวลทว่ากังวานด้วยอำนาจของเซียนที่เพิ่งผ่านการฝึกปรือมาอย่างหนัก นางไม่ได้เขินอายเหมือนวันวานอีกต่อไป ดวงตากลมโตที่เคยหลบสายตาบัดนี้กลับจ้องมองมังกรหนุ่มอย่างท้าทายและเต็มไปด้วยความรักมือเรียวขาวผ่องค่อยๆ เอื้อมไปปลดสายรัดเอวที่เลอะโคลนของเย่จวินเหยียนออกอย่างเชื่องช้า สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเยียบดุจหิมะแตะต้องลงบนผิวเนื้อที่ร้อนระอุของมังกรหนุ่ม ทำให้เขาถ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “กองทัพถอนหญ้า”

    เช้าวันที่เจ็ด...ทั่วทั้งพระราชวังหลวงดูเหมือนจะตกอยู่ในความเงียบงันที่ผิดปกติ ลมหนาวจากยอดเขาเร้นลับพัดพาม่านหมอกสีขาวบริสุทธิ์ให้ม้วนตัวเป็นเกลียว ลอยต่ำปกคลุมไปตามทางเดินหินอ่อนราวกับแดนสุขาวดี ทันใดนั้น เสียงครืนครั่นของกลไกหินโบราณก็ดังสนั่นไปทั่วหุบเขา ประตูหินหนาหนักของ “ถ้ำเหมันต์พันปี” ที่ปิดสนิทมาตลอดเจ็ดทิวาราตรีค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ส่งไอเย็นจัดที่แปรเปลี่ยนเป็นละอองน้ำแข็งพวยพุ่งออกมาดุจม่านไหมร่างระหงในชุดผ้าไหมสีขาวเรียบง่ายทว่าดูสูงศักดิ์ก้าวออกมาจากความมืดมิด ไป๋ซินในยามนี้ดูราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุมราวกับไข่มุกที่เพิ่งถูกขัดเงา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววซุกซนและเลิ่กลั่ก บัดนี้กลับดูสุขุม เยือกเย็น และลุ่มลึกขึ้นอย่างน่าประหลาดทว่าสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือ...ไม่ว่าลมหนาวจะพัดแรงเพียงใด หรือในใจของนางจะตื่นเต้นที่จะได้พบ "ใครบางคน" มากแค่ไหน หูกระต่ายเจ้าปัญหาก็ไม่พุ่งพรวดออกมาให้กวนใจอีกต่อไป นางสามารถควบคุมกระแสปราณในกายได้อย่างสมบูรณ์ กายเซียนและจิตมนุษย์หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างมั่นคง“เจ้

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ปราณน้ำแข็งสยบมังกร”

    ภายในถ้ำเหมันต์ที่ลึกซึ้งที่สุด แสงสีครามจากผลึกน้ำแข็งเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นโอบล้อมร่างของไป๋ซินไว้ ราวกับดักแด้ที่กำลังจะลอกคราบ ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุม หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์ บัดนี้สงบนิ่งและหดหายไปเองโดยที่นางไม่ต้องพยายามกดข่ม“เจ้าทำได้ดีมาก ไป๋ซิน”เสด็จแม่ (พระพันปี) ตรัสชมขณะมองดูสมาธิที่แน่วแน่ของนาง“ความลับของการคุมปราณเซียนไม่ใช่การกักขัง แต่นำมันมาหลอมรวมกับธรรมชาติ หากใจเจ้าเย็นดุจน้ำแข็ง ต่อให้ความร้อนแรงของปราณมังกรจะดุดันเพียงใด เจ้าก็จะยังคงเยือกเย็นและเป็นฝ่ายควบคุมมันได้”ไป๋ซินลืมตาขึ้น ดวงตาของนางส่องประกายเย็นตาแต่แฝงด้วยพลัง“ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิว...ความร้อนปั่นป่วนในกายหายไปหมดแล้วเพคะเสด็จแม่”ทว่าในขณะที่การฝึกกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ สัมผัสถึง “อายมังกร” ที่คุ้นเคยแต่วุ่นวายก็พุ่งเข้ามาถึงหน้าถ้ำ ณ บริเวณหน้าถ้ำเหมันต์“ฝ่าบาท! เสด็จกลับเถิดพ่ะย่ะค่ะ พระพันปีทรงกำชับไว้หนาหูว่าห้ามใครรบกวน!”กงกงพยายามวิ่งเอาตัวเข้าขวาง แต่เย่จวินเหยียนในชุดลำลองกระฉับกระเฉงกลับไม่สนใจ เขาแบกตะกร้าที่เต็มไปด

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ความลับใต้ถ้ำเหมันต์และอ้อมกอดที่ว่างเปล่า”

    ท่ามกลางหุบเขาเร้นลับหลังพระราชวังหลวง ทิศทางที่ลมเหนือพัดผ่านนำพาเอาความหนาวเย็นสุดขั้วมาสู่ทางเข้า “ถ้ำเหมันต์พันปี” สถานที่แห่งนี้คือเขตหวงห้ามที่มีเพียงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา ผนังถ้ำที่เกิดจากผลึกน้ำแข็งธรรมชาติสะท้อนแสงสีครามวาววับราวกับอัญมณีล้ำค่า ทว่าความงามนั้นกลับแฝงไปด้วยไอเย็นที่รุนแรงจนสามารถแช่แข็งปราณเซียนที่อ่อนแอได้ในพริบตาไป๋ซินในชุดผ้าฝ้ายหนาพิเศษสีขาวสะอาดตา นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาหิมะ ร่างบางสั่นสะท้านจนฟันกระทบกันเสียงดังกึกๆหูกระต่ายยาวสีนวลที่เคยชี้ตั้งอย่างร่าเริง บัดนี้ลูบตกลงมาแนบชิดใบหูเพื่อพยายามรักษาความอบอุ่นให้ได้มากที่สุด นางพยายามโคจรลมปราณตามที่เคยเรียนมา แต่มันกลับติดขัดเพราะฤทธิ์ของ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" ที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด ทำให้พลังของนางเดี๋ยวพุ่งพล่านเดี๋ยวอ่อนแรง“ตั้งสติหน่อย ไป๋ซิน”เสียงของพระพันปีดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบสงบ นางประทับนั่งอยู่บนแท่นน้ำแข็งฝั่งตรงข้าม ใบหน้าที่เคยดูเ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ผักเมามายกับความลับของกายเซียน”

    ท่ามกลางกลิ่นหอมของผักสดนานาชนิดบนโต๊ะเสวย ไป๋ซินที่บัดนี้ลืมสิ้นทุกความเขินอาย คว้าหยิบ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" สีฟ้าหม่นที่ดูแปลกตากว่าต้นอื่นขึ้นมาเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย นางไม่รู้เลยว่าสมุนไพรชนิดนี้แท้จริงแล้วคือ "หญ้าเมาเซียน" ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของปราณเซียนอย่างรุนแรง หากเซียนที่มีตบะยังไม่แกร่งกล้าหรือคุมจิตไม่นิ่งทานเข้าไป...มันจะให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเหล้ากลั่นพันปี!"อึก...ฝ่าบาทเจ้าคะ ทำไมแครอทมันถึงได้หมุนๆ แบบนี้ล่ะเจ้าคะ?"ไป๋ซินเริ่มนั่งไม่อยู่สุข ใบหน้าขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อเหมือนลูกตำลึงสุก ดวงตากลมโตเริ่มปรือปรอยปรายมองฝ่าบาทด้วยความสิเน่หาอย่างเปิดเผย นางหัวเราะคิกคักพลางคว้าแขนเสื้อปักลายมังกรของเย่จวินเหยียนมาเช็ดหน้าเช็ดตา ราวกับเขาเป็นผ้าอ้อมผืนโปรด"ไป๋ไป๋? เจ้ากินหญ้าน้ำค้างเข้าไปงั้นรึ!"เย่จวินเหยียนอุทาน พยายามจะแย่งต้นที่เหลือจากมือนาง แต่ไป๋ซินกลับชักมือหนีแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนหมด"ข้าไม่ได้เมานะเจ้าคะ! ข้าแค่...ข้าแค่รู้สึกว่าตัวข้าเบ๊าเบาเหมือนปุยเมฆเลย ดูสิเจ้าคะ ข้าบินได้ด้วย!"ปึ๋ง!ทันทีที่พูดจบ การควบคุมพลังของนางก็พังทลายลง หูกระต่าย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status