Share

“กองทัพถอนหญ้า”

Author: ChengXiang.C
last update publish date: 2026-09-28 13:29:23

เช้าวันที่เจ็ด...ทั่วทั้งพระราชวังหลวงดูเหมือนจะตกอยู่ในความเงียบงันที่ผิดปกติ ลมหนาวจากยอดเขาเร้นลับพัดพาม่านหมอกสีขาวบริสุทธิ์ให้ม้วนตัวเป็นเกลียว ลอยต่ำปกคลุมไปตามทางเดินหินอ่อนราวกับแดนสุขาวดี ทันใดนั้น เสียงครืนครั่นของกลไกหินโบราณก็ดังสนั่นไปทั่วหุบเขา ประตูหินหนาหนักของ “ถ้ำเหมันต์พันปี” ที่ปิดสนิทมาตลอดเจ็ดทิวาราตรีค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ส่งไอเย็นจัดที่แปรเปลี่ยนเป็นละอองน้ำแข็งพวยพุ่งออกมาดุจม่านไหม

ร่างระหงในชุดผ้าไหมสีขาวเรียบง่ายทว่าดูสูงศักดิ์ก้าวออกมาจากความมืดมิด ไป๋ซินในยามนี้ดูราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุมราวกับไข่มุกที่เพิ่งถูกขัดเงา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววซุกซนและเลิ่กลั่ก บัดนี้กลับดูสุขุม เยือกเย็น และลุ่มลึกขึ้นอย่างน่าประหลาด

ทว่าสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือ...ไม่ว่าลมหนาวจะพัดแรงเพียงใด หรือในใจของนางจะตื่นเต้นที่จะได้พบ "ใครบางคน" มากแค่ไหน หูกระต่ายเจ้าปัญหาก็ไม่พุ่งพรวดออกมาให้กวนใจอีกต่อไป นางสามารถควบคุมกระแสปราณในกายได้อย่างสมบูรณ์ กายเซียนและจิตมนุษย์หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างมั่นคง

“เจ้าทำได้ดียิ่งกว่าที่ข้าคาดไว้เสียอีก ไป๋ซิน”

พระพันปี ตรัสด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจขณะเดินตามออกมาจากถ้ำ

“ปราณเหมันต์ในตัวเจ้าบัดนี้แกร่งกล้าพอที่จะควบคุมพลังในกายเจ้าได้แล้ว จำไว้...พลังนี้ไม่ใช่มีไว้เพื่อเอาชนะใคร แต่มีไว้เพื่อประคองหัวใจของเจ้าไม่ให้มอดไหม้ไปกับโทสะและอำนาจ”

“ลูกจะจำใส่ใจเพคะเสด็จแม่...ขอบพระทัยเสด็จแม่ที่เมตตาพร่ำสอนลูกตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา”

ไป๋ซินย่อตัวคารวะอย่างสง่างาม ท่วงท่าของนางบัดนี้ไร้ที่ติราวกับหงส์ผู้สูงศักดิ์ที่พร้อมจะขึ้นสู่ตำแหน่งแม่แห่งแผ่นดิน

“ไปเถอะ...ป่านนี้มังกรน้อยของข้าคงจะคลั่งจนพังวังไปครึ่งแถบแล้วมั้ง”

พระพันปีตรัสกลั้วหัวเราะ

ณ ภูเขาผักกาด (อดีตสรวงสวรรค์ของกระต่าย)

ไป๋ซินไม่รอช้า นางรีบมุ่งหน้าไปยังภูเขาผักกาดส่วนตัวด้วยความรู้สึกโหยหา นางคิดถึงกลิ่นดิน คิดถึงต้นผักกาดหอมๆ และแครอทหัวอวบที่นางเฝ้าฟูมฟักมานาน ในใจจินตนาการถึงภาพแปลงผักที่เขียวขจีท้าลมหนาว และความเงียบสงบที่นางจะได้กลับมานอนกลิ้งเล่นให้หายคิดถึง

ทว่า...เมื่อก้าวเข้าสู่เขตอุทยานสวนผัก ไป๋ซินถึงกับหยุดกะทันหันจนตัวโก่ง ดวงตาเบิกกว้าง อ้าปากค้างจนลืมกิริยาสุขุมที่เพิ่งฝึกมาเจ็ดวันเต็มๆ

“นี่มัน...สนามรบกลางเมือง หรือฝูงหมูป่าบุกวังกันเจ้าคะ!!!”

ภาพตรงหน้าคือซากปรักหักพังที่หาคำบรรยายไม่ได้ พื้นที่ที่เคยเป็นแปลงผักกาดหอมเรียงรายเป็นระเบียบ บัดนี้กลายเป็นหลุมดินขรุขระกระจัดกระจาย แปลงแครอทที่นางหวงแหนถูกขุดจนดินกระจุยกระจาย และที่น่าสยดสยองที่สุดคือ...มีการพยายาม "ซ่อมแซม" สวนผักด้วยการเอาใบผักที่ขาดวิ่นมาปักลงดินดื้อๆ โดยไม่มีราก บางจุดมีการเอาแครอทมาวางเรียงกันเป็นรูปหัวใจเบี้ยวๆ บนกองดินที่เปียกแฉะ

“ไป๋ไป๋! เจ้ากลับมาแล้ว! เจ้ากลับมาหาข้าแล้ว!”

เสียงทุ้มอันคุ้นเคยแต่แฝงไปด้วยความตื่นเต้นสุดขีดดังขึ้น เย่จวินเหยียนในสภาพที่ไป๋ซินแทบจำไม่ได้...จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่บัดนี้สวมเพียงชุดลำลองสีเข้มที่เปื้อนโคลนไปทั้งตัว ใบหน้าหล่อเหลามีคราบดินติดอยู่ที่แก้มและปลายจมูก ผมเผ้าที่เคยรวบตึงกลับหลุดรุ่ยเล็กลงมาปรกหน้า เขาวิ่งหน้าตั้งเข้ามาหานางด้วยความดีใจ ในมือยังถือเสียมทองเหลืองอันเล็กค้างไว้อยู่เลย!

ด้านหลังของเขาคือสภาพที่น่าอนาถยิ่งกว่า...กงกง ผู้น่าสงสารบัดนี้หลังค่อมยิ่งกว่าเดิมเพราะต้องก้มถอนหญ้ามาตลอดเจ็ดคืน ส่วน เหล่าองครักษ์เสื้อแพร ที่เคยดูน่าเกรงขาม บัดนี้แต่ละคนนั่งหมดสภาพอยู่ตามขอบแปลงผัก มือที่เคยจับดาบสั่นเทิ้มเพราะต้องใช้ช้อนปลูกต้นไม้แซะวัชพืชทั้งคืนจนไม่ได้นอน

“ฝ่าบาท...นี่ท่าน...ท่านทำอะไรกับสวนของข้าเจ้าคะ?”

ไป๋ซินถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ รัศมีเซียนน้ำแข็งในกายเริ่มแผ่ออกมาโดยไม่รู้ตัวจนยอดหญ้าที่เหลืออยู่เริ่มมีเกล็ดน้ำแข็งเกาะ

“ไป๋ไป๋! ฟังข้าก่อน!”

เย่จวินเหยียนเบรกตัวโก่งตรงหน้านาง พลางชูเสียมในมือขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

“ข้าเห็นว่าเจ็ดวันที่เจ้าไม่อยู่ หญ้าพวกนี้มันบังอาจขึ้นมารบกวนลูกๆ ของเจ้า ข้าเลยตัดสินใจเกณฑ์องครักษ์เสื้อแพรทั้งกองร้อยมาช่วยกัน ‘ทำศึกวัชพืช’ ทุกคืนเลยนะ! ดูสิ...ตอนนี้ไม่มีหญ้าเหลือแม้แต่ต้นเดียวเลยนะเจ้าคะ!”

กงกงรีบถัดกายเข้ามาสมทบพลางปาดเหงื่อ

“ใช่พ่ะย่ะค่ะพระสนม ฝ่าบาททรงทุ่มเทมาก พระองค์ทรงถอนเองกับมือจนพระหัตถ์พองไปหมด แม้บางครั้งจะทรง...เอ่อ...เผลอสับสนระหว่างต้นผักกาดกับหญ้าขนไปบ้าง จนต้องสั่งให้องครักษ์ไปกว้านซื้อต้นผักจากนอกวังมาปักแทนปะผุอย่างที่เห็นนี่แหละพ่ะย่ะค่ะ!”

ไป๋ซินมองดู “ต้นผักปะผุ” ที่กงกงว่า ซึ่งมันคือการเอาหัวไชเท้าปักลงดินแบบกลับหัวเอาใบลงดินเอาหัวขึ้นฟ้า!

นางมองสลับไปมาระหว่างซากสวนผักที่พินาศย่อยยับกับใบหน้าเปื้อนโคลนของจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่ที่กำลังทำตาปริบๆ รอคอยคำชมเหมือนสุนัขตัวโตที่เพิ่งไปฟัดกับกองขยะมา

ความโกรธที่กำลังจะพุ่งขึ้นถึงขีดสุดถูกสยบลงด้วยความรู้สึกประหลาด...มันคือความขบขันปนตื้นตันใจ ไป๋ซินถอนหายใจยาวก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาจนตัวโยน รัศมีเซียนที่เค่งขรึมมลายหายไปสิ้น

“ฝ่าบาท...ท่านมันมังกรจอมบื้อจริงๆ เลยเจ้าค่ะ! ใครเขาถอนหญ้ากันท่านี้ แล้วดูนี่...ท่านเอาหัวไชเท้าปักกลับด้านแบบนี้ มันจะรอดไปถึงพรุ่งนี้ไหมเจ้าคะ!”

“ก็ข้าคิดถึงเจ้านี่นา!”

เย่จวินเหยียนไม่สนคำดุด่า เขาโยนเสียมทิ้งแล้วโผเข้ากอดรวบเอวบางมากอดแน่นจนตัวลอย โดยไม่สนว่าโคลนบนตัวจะเลอะชุดผ้าไหมสีขาวบริสุทธิ์ของนางหรือไม่

“เจ็ดวันที่ไม่มีเจ้า ข้าเหมือนมังกรขาดน้ำ ข้ากระวนกระวายจนนอนไม่หลับ พอหลับก็ฝันว่าหญ้าจะคลุมสวนเจ้าจนมิด ข้าเลยต้องมาถอนมันทิ้งให้หมด ข้าแค่อยากให้เจ้ากลับมาแล้วเห็นว่าข้าดูแล ‘โลกของเจ้า’ อย่างดีที่สุด...”

ไป๋ซินซุกหน้าลงกับแผงอกเปื้อนโคลนของเขา กลิ่นอายมังกรที่คุ้นเคยผสมกับกลิ่นดินและเหงื่อไหลรินเข้ามาในใจนางอย่างอบอุ่น

“ข้าไม่โกรธเจ้าค่ะ...แต่คราวหลังถ้าคิดถึงข้า ให้กอดแครอทนอนในห้องเฉยๆ อย่าพากองทัพมาถล่มแปลงผักแบบนี้อีกนะเจ้าคะ สงสารพวกองครักษ์เขา!”

นางใช้พลังปราณน้ำแข็งที่เพิ่งฝึกมา ค่อยๆ แตะลงที่ฝ่ามือหนาของเขาเบาๆ ความเย็นที่นุ่มนวลและอ่อนโยนช่วยสมานรอยพองแดงจากการจับจอบถอนหญ้าให้เลือนหายไปในพริบตา

“พลังของเจ้า...เย็นสบายและมั่นคงยิ่งนัก”

เย่จวินเหยียนพึมพำด้วยความประหลาดใจ จ้องมองไป๋ซินที่บัดนี้ดูงามสง่าและคุมพลังได้อย่างยอดเยี่ยม

“เสด็จแม่สอนอะไรเจ้ากันแน่เนี่ย?”

“เสด็จแม่สอนให้ข้าเป็นคนที่สามารถอยู่เคียงข้างมนุษย์วุ่นวายอย่างท่านได้โดยไม่สติแตกไปเสียก่อนยังไงล่ะเจ้าคะ”

ไป๋ซินยิ้มหวานพลางหยิบก้อนดินออกจากผมของเขา

“ไปเจ้าค่ะ...ไปชำระล้างร่างกายเสียหน่อย ก่อนที่ข้าจะทนกลิ่นโคลนไม่ไหวแล้วเผลอกลายร่างเป็นกระต่ายขุดดินไปกับท่าน!”

เย่จวินเหยียนหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี เขาอุ้มกระต่ายน้อยของเขาเดินนำหน้าเหล่าองครักษ์ที่พากันทรุดลงไปนอนแผ่หลากลางสวนผักด้วยความโล่งใจที่ภารกิจ “เกษตรกรจำเป็น” ได้สิ้นสุดลงเสียที

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “กองทัพถอนหญ้า”

    เช้าวันที่เจ็ด...ทั่วทั้งพระราชวังหลวงดูเหมือนจะตกอยู่ในความเงียบงันที่ผิดปกติ ลมหนาวจากยอดเขาเร้นลับพัดพาม่านหมอกสีขาวบริสุทธิ์ให้ม้วนตัวเป็นเกลียว ลอยต่ำปกคลุมไปตามทางเดินหินอ่อนราวกับแดนสุขาวดี ทันใดนั้น เสียงครืนครั่นของกลไกหินโบราณก็ดังสนั่นไปทั่วหุบเขา ประตูหินหนาหนักของ “ถ้ำเหมันต์พันปี” ที่ปิดสนิทมาตลอดเจ็ดทิวาราตรีค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ส่งไอเย็นจัดที่แปรเปลี่ยนเป็นละอองน้ำแข็งพวยพุ่งออกมาดุจม่านไหมร่างระหงในชุดผ้าไหมสีขาวเรียบง่ายทว่าดูสูงศักดิ์ก้าวออกมาจากความมืดมิด ไป๋ซินในยามนี้ดูราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุมราวกับไข่มุกที่เพิ่งถูกขัดเงา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววซุกซนและเลิ่กลั่ก บัดนี้กลับดูสุขุม เยือกเย็น และลุ่มลึกขึ้นอย่างน่าประหลาดทว่าสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือ...ไม่ว่าลมหนาวจะพัดแรงเพียงใด หรือในใจของนางจะตื่นเต้นที่จะได้พบ "ใครบางคน" มากแค่ไหน หูกระต่ายเจ้าปัญหาก็ไม่พุ่งพรวดออกมาให้กวนใจอีกต่อไป นางสามารถควบคุมกระแสปราณในกายได้อย่างสมบูรณ์ กายเซียนและจิตมนุษย์หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างมั่นคง“เจ้

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ปราณน้ำแข็งสยบมังกร”

    ภายในถ้ำเหมันต์ที่ลึกซึ้งที่สุด แสงสีครามจากผลึกน้ำแข็งเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นโอบล้อมร่างของไป๋ซินไว้ ราวกับดักแด้ที่กำลังจะลอกคราบ ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุม หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์ บัดนี้สงบนิ่งและหดหายไปเองโดยที่นางไม่ต้องพยายามกดข่ม“เจ้าทำได้ดีมาก ไป๋ซิน”เสด็จแม่ (พระพันปี) ตรัสชมขณะมองดูสมาธิที่แน่วแน่ของนาง“ความลับของการคุมปราณเซียนไม่ใช่การกักขัง แต่นำมันมาหลอมรวมกับธรรมชาติ หากใจเจ้าเย็นดุจน้ำแข็ง ต่อให้ความร้อนแรงของปราณมังกรจะดุดันเพียงใด เจ้าก็จะยังคงเยือกเย็นและเป็นฝ่ายควบคุมมันได้”ไป๋ซินลืมตาขึ้น ดวงตาของนางส่องประกายเย็นตาแต่แฝงด้วยพลัง“ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิว...ความร้อนปั่นป่วนในกายหายไปหมดแล้วเพคะเสด็จแม่”ทว่าในขณะที่การฝึกกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ สัมผัสถึง “อายมังกร” ที่คุ้นเคยแต่วุ่นวายก็พุ่งเข้ามาถึงหน้าถ้ำ ณ บริเวณหน้าถ้ำเหมันต์“ฝ่าบาท! เสด็จกลับเถิดพ่ะย่ะค่ะ พระพันปีทรงกำชับไว้หนาหูว่าห้ามใครรบกวน!”กงกงพยายามวิ่งเอาตัวเข้าขวาง แต่เย่จวินเหยียนในชุดลำลองกระฉับกระเฉงกลับไม่สนใจ เขาแบกตะกร้าที่เต็มไปด

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ความลับใต้ถ้ำเหมันต์และอ้อมกอดที่ว่างเปล่า”

    ท่ามกลางหุบเขาเร้นลับหลังพระราชวังหลวง ทิศทางที่ลมเหนือพัดผ่านนำพาเอาความหนาวเย็นสุดขั้วมาสู่ทางเข้า “ถ้ำเหมันต์พันปี” สถานที่แห่งนี้คือเขตหวงห้ามที่มีเพียงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา ผนังถ้ำที่เกิดจากผลึกน้ำแข็งธรรมชาติสะท้อนแสงสีครามวาววับราวกับอัญมณีล้ำค่า ทว่าความงามนั้นกลับแฝงไปด้วยไอเย็นที่รุนแรงจนสามารถแช่แข็งปราณเซียนที่อ่อนแอได้ในพริบตาไป๋ซินในชุดผ้าฝ้ายหนาพิเศษสีขาวสะอาดตา นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาหิมะ ร่างบางสั่นสะท้านจนฟันกระทบกันเสียงดังกึกๆหูกระต่ายยาวสีนวลที่เคยชี้ตั้งอย่างร่าเริง บัดนี้ลูบตกลงมาแนบชิดใบหูเพื่อพยายามรักษาความอบอุ่นให้ได้มากที่สุด นางพยายามโคจรลมปราณตามที่เคยเรียนมา แต่มันกลับติดขัดเพราะฤทธิ์ของ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" ที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด ทำให้พลังของนางเดี๋ยวพุ่งพล่านเดี๋ยวอ่อนแรง“ตั้งสติหน่อย ไป๋ซิน”เสียงของพระพันปีดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบสงบ นางประทับนั่งอยู่บนแท่นน้ำแข็งฝั่งตรงข้าม ใบหน้าที่เคยดูเ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ผักเมามายกับความลับของกายเซียน”

    ท่ามกลางกลิ่นหอมของผักสดนานาชนิดบนโต๊ะเสวย ไป๋ซินที่บัดนี้ลืมสิ้นทุกความเขินอาย คว้าหยิบ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" สีฟ้าหม่นที่ดูแปลกตากว่าต้นอื่นขึ้นมาเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย นางไม่รู้เลยว่าสมุนไพรชนิดนี้แท้จริงแล้วคือ "หญ้าเมาเซียน" ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของปราณเซียนอย่างรุนแรง หากเซียนที่มีตบะยังไม่แกร่งกล้าหรือคุมจิตไม่นิ่งทานเข้าไป...มันจะให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเหล้ากลั่นพันปี!"อึก...ฝ่าบาทเจ้าคะ ทำไมแครอทมันถึงได้หมุนๆ แบบนี้ล่ะเจ้าคะ?"ไป๋ซินเริ่มนั่งไม่อยู่สุข ใบหน้าขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อเหมือนลูกตำลึงสุก ดวงตากลมโตเริ่มปรือปรอยปรายมองฝ่าบาทด้วยความสิเน่หาอย่างเปิดเผย นางหัวเราะคิกคักพลางคว้าแขนเสื้อปักลายมังกรของเย่จวินเหยียนมาเช็ดหน้าเช็ดตา ราวกับเขาเป็นผ้าอ้อมผืนโปรด"ไป๋ไป๋? เจ้ากินหญ้าน้ำค้างเข้าไปงั้นรึ!"เย่จวินเหยียนอุทาน พยายามจะแย่งต้นที่เหลือจากมือนาง แต่ไป๋ซินกลับชักมือหนีแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนหมด"ข้าไม่ได้เมานะเจ้าคะ! ข้าแค่...ข้าแค่รู้สึกว่าตัวข้าเบ๊าเบาเหมือนปุยเมฆเลย ดูสิเจ้าคะ ข้าบินได้ด้วย!"ปึ๋ง!ทันทีที่พูดจบ การควบคุมพลังของนางก็พังทลายลง หูกระต่าย

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ความลับของกระจกบุปผา”

    สามวันผ่านไป...แม้สังขารของไป๋ซินจะยังไม่คืนรูปสมบูรณ์ แต่ยาหม่องสูตรลับของพระพันปีก็ช่วยให้ขานางหายสั่นพั่บๆ พอที่จะเดินเข้าตำหนักได้โดยไม่ต้องคลาน เย่จวินเหยียนกำชับนางก่อนออกมาว่า"วันนี้อย่าฝืนมากนักล่ะไป๋ไป๋ ข้ายังไม่อยากนวดให้เจ้าทั้งคืนเหมือนวันก่อน"ไป๋ซินได้แต่ทำหน้ามุ่ยใส่ "มังกรจอมหิว" ก่อนจะสะบัดหูกระต่ายใส่แล้วรีบวิ่งแจ้นออกมาเมื่อถึงตำหนักพระพันปี บรรยากาศวันนี้ดูเคร่งขรึมกว่าปกติ พระพันปีประทับนั่งอยู่หน้าบานกระจกทองเหลืองโบราณที่สลักลวดลายดอกไม้แปลกตา รอบข้างไม่มีนางกำนัลอยู่เลยแม้แต่คนเดียว"มาแล้วรึ...ไป๋ซิน ดูท่าทางเจ้าจะแข็งแรงขึ้นเยอะนะ เอวเข้าที่เข้าทางแล้วใช่ไหม?"พระพันปีตรัสหยอกพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก"เพคะพระพันปี ยาของพระองค์ดีมากจริงๆ เพคะ ข้าเดินได้คล่องปร๋อแล้ว!"ไป๋ซินรีบหมุนตัวโชว์หนึ่งรอบ แต่ก็แอบเสียวแปลบที่เอวเล็กน้อย"ดี...เพราะบทเรียนที่ 6 นี้ เจ้าต้องใช้ 'สมาธิ' มากกว่า 'กำลังกาย' แต่มันก็ยากที่สุดในบรรดาวิชาทั้งหมดที่ข้าสอนมา"พระพันปีผายมือไปที่กระจกโบราณบานนั้น"นี่คือ 'กระจกส่องใจบุปผา' วิชาบทนี้คือการควบคุมจิตใต้สำนึก เจ้าต้องเข้าไปในโลกกระจก

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ผลข้างเคียงของปราณมังกร...”

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านมุ้งสีขาวบางเบาเข้ามาในห้องบรรทม กลิ่นกำยานกุหลาบป่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ ชวนให้รู้สึกถึงบรรยากาศเร่าร้อนเมื่อคืนที่ผ่านมา ไป๋ซิน นางขยับตัวเล็กน้อยเพื่อจะบิดขี้เกียจตามความเคยชิน ทว่าทันทีที่ขยับช่วงล่าง ความรู้สึกเจ็บแปลบและหนักอึ้งก็แล่นปลาบขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง"อ๊ะ...โอ๊ยยย...ร่างกายนี้มันทำด้วยอะไรเนี่ย ทำไมเหมือนจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ แบบนี้!"ไป๋ซินครางแผ่ว ร่างบางพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับรู้สึกว่าเอวของนางอ่อนเปลี้ยเสียศูนย์ไปหมด หูกระต่ายสีขาวสองข้างพุ่งพรวดออกมาตั้งชันสั่นพั่บๆ ทันทีด้วยความตกใจ"ฝ่าบาท...ท่านใส่ปราณมังกรเข้ามาเยอะเกินไปหรือเปล่าเจ้าคะ? ข้ารู้สึกเหมือนกระดูกเชิงกรานของข้ามันถูกจัดระเบียบใหม่หมดเลย!"เย่จวินเหยียน ซึ่งอยู่ในชุดฉลองพระองค์เต็มยศสีดำปักลายมังกรทองเตรียมออกว่าราชการ เดินเข้ามาที่ข้างเตียงด้วยใบหน้าอิ่มเอิบราวกับเพิ่งเสวยยาอายุวัฒนะมาสิบหม้อ เขามอง "ลูกศิษย์" ที่บัดนี้สภาพเหมือนกระต่ายโดนรถม้าทับด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะโน้มตัวลงไปก้มจูบหน้าผากมนอย่างอ่อนโยน"นั่นน่ะเขาเรียกว่าผลข้างเคียงของ 'วิชาประสานปราณมังกร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status