Accueil / แฟนตาซี / ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย / “ผักเมามายกับความลับของกายเซียน”

Partager

“ผักเมามายกับความลับของกายเซียน”

Auteur: ChengXiang.C
last update Date de publication: 2026-09-21 06:24:40

ท่ามกลางกลิ่นหอมของผักสดนานาชนิดบนโต๊ะเสวย ไป๋ซินที่บัดนี้ลืมสิ้นทุกความเขินอาย คว้าหยิบ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" สีฟ้าหม่นที่ดูแปลกตากว่าต้นอื่นขึ้นมาเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย นางไม่รู้เลยว่าสมุนไพรชนิดนี้แท้จริงแล้วคือ "หญ้าเมาเซียน" ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของปราณเซียนอย่างรุนแรง หากเซียนที่มีตบะยังไม่แกร่งกล้าหรือคุมจิตไม่นิ่งทานเข้าไป...มันจะให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเหล้ากลั่นพันปี!

"อึก...ฝ่าบาทเจ้าคะ ทำไมแครอทมันถึงได้หมุนๆ แบบนี้ล่ะเจ้าคะ?"

ไป๋ซินเริ่มนั่งไม่อยู่สุข ใบหน้าขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อเหมือนลูกตำลึงสุก ดวงตากลมโตเริ่มปรือปรอยปรายมองฝ่าบาทด้วยความสิเน่หาอย่างเปิดเผย นางหัวเราะคิกคักพลางคว้าแขนเสื้อปักลายมังกรของเย่จวินเหยียนมาเช็ดหน้าเช็ดตา ราวกับเขาเป็นผ้าอ้อมผืนโปรด

"ไป๋ไป๋? เจ้ากินหญ้าน้ำค้างเข้าไปงั้นรึ!"

เย่จวินเหยียนอุทาน พยายามจะแย่งต้นที่เหลือจากมือนาง แต่ไป๋ซินกลับชักมือหนีแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนหมด

"ข้าไม่ได้เมานะเจ้าคะ! ข้าแค่...ข้าแค่รู้สึกว่าตัวข้าเบ๊าเบาเหมือนปุยเมฆเลย ดูสิเจ้าคะ ข้าบินได้ด้วย!"

ปึ๋ง!

ทันทีที่พูดจบ การควบคุมพลังของนางก็พังทลายลง หูกระต่ายสีขาวนวลโผล่พรวดออกมาจากมวยผมที่จัดไว้อย่างดีจนปิ่นปักผมกระเด็นไปคนละทิศละทาง ตามด้วยหางกลมโตปุกปุยที่งอกทะลุชุดผ้าไหมจนขาดวิ่น ไป๋ซินล้มตัวลงนอนกลิ้งไปมาบนโต๊ะเสวย นางแปลงกายสลับร่างกลับไปกลับมา ระหว่างสาวงามในชุดขาดๆ กับกระต่ายขนฟูตัวเท่าลูกสุนัข วนซ้ำไปมาจนเย่จวินเหยียนแทบจะคว้าตัวไม่ถูก

"อุ๊ย! ฝ่าบาท...ข้าเห็นท่านมีมังกรตั้งสามหัวแน่ะ! หัวหนึ่งก็หล่อ หัวสองก็น่ากิน หัวสามก็...อื้มมม"

ไป๋ซินในร่างกึ่งคนกึ่งกระต่ายกระโจนเข้าใส่เย่จวินเหยียน แต่นางกลับกะระยะพลาดเพราะฤทธิ์ยา ลอยข้ามไหล่เขาไปล้มกลิ้งขลุกขลักออกไปนอกศาลาริมน้ำ ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ เสนาบดีกรมพิธีการ พร้อมด้วยเหล่าขุนนางกลุ่มหนึ่งเดินผ่านมาเพื่อจะเข้าเฝ้าพอดี!

"นั่น! นั่นมัน...ปีศาจ! หรือตัวอะไรกันแน่!"

ท่านเสนาบดีเฒ่าอ้าปากค้างจนแทบจะเห็นฟันปลอม ชี้มือสั่นเทาไปที่ร่างของไป๋ซินที่บัดนี้กำลังซุกหน้าลงกับพื้นหญ้า พยายามจะขุดหลุมเพื่อฝังตัวเองหนีความร้อนในกาย

"หุบปากเดี๋ยวนี้!"

เย่จวินเหยียนตวาดก้อง รัศมีมังกรแผ่ซ่านออกมาจนบรรยากาศรอบข้างเย็นเยียบ ขุนนางทั้งหมดต่างพากันทรุดเข่าก้มกราบลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวในโทสะมังกร ฝ่าบาทรีบถอดฉลองพระองค์ตัวนอกที่เป็นผ้าไหมหนาหนักออก แล้วพุ่งตัวเข้าไปคลุมร่างของไป๋ซินไว้มิดชิด ก่อนจะช้อนตัวอุ้มนางขึ้นแนบอก

"ใครกล้าแพร่งพรายเรื่องในวันนี้ ข้าจะสั่งประหารเจ็ดชั่วโคตร!" เขาทิ้งคำขาดไว้แค่นั้นก่อนจะเร่งฝีเท้ากลับสู่ตำหนักส่วนพระองค์

ภายในห้องบรรทมมืดสนิท

เย่จวินเหยียนวางไป๋ซินลงบนเตียงกว้างอย่างเบามือ แต่นางกลับไม่ยอมปล่อยมือจากคอเขา นางยังคงเพ้อพร่ำและพยายามจะใช้ฟันกระต่ายงับเข้าที่ใบหูของเขาด้วยท่าทางเงอะงะ ร่างกายของนางร้อนรุ่มเหมือนมีไฟสุมปราณเซียนที่ได้รับมาจากหญ้าน้ำค้างกำลังตีกับปราณมังกรที่ค้างอยู่ในกาย

"ร้อน...ฝ่าบาท...ข้าร้อน..."

นางดึงทึ้งเสื้อผ้าตัวเองจนเย่จวินเหยียนต้องจับรวบข้อมือเล็กไว้

"ใจเย็นๆ ไป๋ไป๋ ข้าจะช่วยเจ้าเอง"

เย่จวินเหยียนตัดสินใจนั่งลงด้านหลังของนาง ประคองร่างบางให้นั่งตรง ก่อนจะใช้ฝ่ามือหนาทั้งสองข้างทาบลงบนแผ่นหลังนวลเนียนที่สั่นระริก เขาเริ่มเดินปราณมังกรที่นุ่มนวลและสุขุมที่สุด ไหลเข้าสู่จุดชีพจรของนางเพื่อกล่อมเกลาพลังเซียนที่บ้าคลั่ง

ทันทีที่พลังมังกรไหลเวียนเข้าสู่ร่าง แสงสีขาวนวลที่เคยสั่นไหวรอบตัวไป๋ซินก็เริ่มสงบลง หูและหางที่โผล่ออกมาค่อยๆ หดหายไป ร่างกายที่เคยร้อนดั่งไฟก็กลับมาเย็นสบายด้วยไออุ่นจากเขา ไป๋ซินที่เคยทุรนทุรายค่อยๆ สงบลงแล้วเอนพิงอกแกร่งอย่างหมดแรง

เย่จวินเหยียนพึมพำขณะลูบหัวนาง

"พลังของเจ้าเปรียบเหมือนน้ำ แต่ปราณของข้าเปรียบเหมือนเขื่อน หากไม่มีข้าคอยคุมทิศทาง เจ้าก็จะล้นปรี่จนควบคุมตัวเองไม่ได้เช่นนี้"

"จวินเหยียน...หยุดมือเดี๋ยวนี้!"

เสียงเฉียบขาดของพระพันปีดังขึ้นที่หน้าประตูโดยไม่มีการบอกกล่าว นางเดินเข้ามาพร้อมกับนางกำนัลคนสนิท ใบหน้าเคร่งขรึมและเต็มไปด้วยความกังวล

"เหตุการณ์ที่หน้าอุทยานเมื่อครู่สะท้อนให้เห็นแล้วว่า นางยังไม่พร้อมที่จะยืนเคียงข้างเจ้า และเจ้าเองนั่นแหละที่เป็น 'ตัวต้นเหตุ' ที่ทำให้นางใจแตกส่ายและเสียกระบวนการฝึก!"

"เสด็จแม่...ข้าเพียงแต่ช่วยประคองพลังให้นาง"

เย่จวินเหยียนพยายามอธิบาย แต่เขายังไม่ยอมปล่อยมือจากเอวไป๋ซิน

"ประคองรึ? เจ้ากำลังจะทำให้นางไม่สามารถควบคุมพลังให้มั่นคงได้ หากนางควบคุมพลังด้วยตนเองไม่ได้ ก็ไม่มีวันที่นางจะยืนเคียงข้างเจ้าได้โดยไม่เกิดอันตรายกับตัวนาง!”

พระพันปีสะบัดแขนเสื้ออย่างไม่พอใจ

"ตั้งแต่วันนี้ไป ข้าจะสั่งให้ไป๋ซินแยกตำหนักกับเจ้าอย่างเด็ดขาด! ห้ามพบหน้า ห้ามส่งปราณ ห้ามให้เห็นแม้แต่ชายผ้าคลุมเป็นเวลา 7 วันเต็ม!"

"7 วันเชียวหรือเพคะ!"

ไป๋ซินที่เพิ่งฟื้นจากฤทธิ์ยาเมาได้สติโพล่งขึ้นมาด้วยความตกใจ

"ข้าต้องขาดสารอาหาร...เอ๊ย ข้าต้องขาดปราณมังกรตั้ง 7 วันเลยหรือเจ้าคะ! ข้าจะเฉาตายนะเพคะ!"

"ไม่ตายหรอก! เพราะเจ้าต้องไปบำเพ็ญปราณกับข้าที่ 'ถ้ำเหมันต์พันปี' หลังเขา"

พระพันปีหันไปสั่งการนางกำนัลให้เก็บข้าวของของไป๋ซินทันที

"ที่นั่นจะช่วยให้เจ้าขัดเกลาจิตใจให้บริสุทธิ์และคุมพลังได้ด้วยลำแข้งของตัวเอง โดยไม่มีมังกรจอมเจ้าเล่ห์มาคอยชวนออกนอกลู่นอกทาง"

"เสด็จแม่ แต่ข้า...”

เย่จวินเหยียนจะค้าน

"ไม่มีแต่! จวินเหยียน เจ้ากลับไปจัดการเหล่าขุนนางที่เห็นเหตุการณ์เสีย อย่าให้เรื่องปีศาจกระต่ายหลุดรอดออกไปจนกระทบพิธีสถาปนาฮองเฮาที่กำลังจะมาถึง หากเจ้าอยากให้นางเป็นเมียเอก เจ้าต้องยอมให้ข้าดัดนิสัยนางตอนนี้!"

ไป๋ซินมองสบตาเย่จวินเหยียนด้วยสายตาละห้อย หูกระต่ายลูบตกลงมาด้วยความเศร้าสร้อย ราวกับกระต่ายน้อยที่กำลังจะถูกพรากจากเจ้าของไปอยู่สถานรับเลี้ยงเด็กที่เข้มงวด ส่วนฝ่าบาทก็ได้แต่กำหมัดแน่น...7 วันที่ไม่มีกระต่ายน้อยตัวนี้ป่วนเอวและป่วนหัวใจ เขาจะทนได้อย่างไรกัน!

"ไป๋ไป๋...อดทนหน่อยนะ”

เขาทำได้เพียงกระซิบเบาๆ

"ฝ่าบาท...อย่าลืมเตรียมแครอทไว้รอข้านะเจ้าคะ!"

ไป๋ซินตะโกนสั่งเสียเป็นอย่างสุดท้ายก่อนถูกพระพันปีลากตัวออกไปท่ามกลางแสงจันทร์ที่เงียบเหงา

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “กองทัพถอนหญ้า”

    เช้าวันที่เจ็ด...ทั่วทั้งพระราชวังหลวงดูเหมือนจะตกอยู่ในความเงียบงันที่ผิดปกติ ลมหนาวจากยอดเขาเร้นลับพัดพาม่านหมอกสีขาวบริสุทธิ์ให้ม้วนตัวเป็นเกลียว ลอยต่ำปกคลุมไปตามทางเดินหินอ่อนราวกับแดนสุขาวดี ทันใดนั้น เสียงครืนครั่นของกลไกหินโบราณก็ดังสนั่นไปทั่วหุบเขา ประตูหินหนาหนักของ “ถ้ำเหมันต์พันปี” ที่ปิดสนิทมาตลอดเจ็ดทิวาราตรีค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ส่งไอเย็นจัดที่แปรเปลี่ยนเป็นละอองน้ำแข็งพวยพุ่งออกมาดุจม่านไหมร่างระหงในชุดผ้าไหมสีขาวเรียบง่ายทว่าดูสูงศักดิ์ก้าวออกมาจากความมืดมิด ไป๋ซินในยามนี้ดูราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุมราวกับไข่มุกที่เพิ่งถูกขัดเงา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววซุกซนและเลิ่กลั่ก บัดนี้กลับดูสุขุม เยือกเย็น และลุ่มลึกขึ้นอย่างน่าประหลาดทว่าสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือ...ไม่ว่าลมหนาวจะพัดแรงเพียงใด หรือในใจของนางจะตื่นเต้นที่จะได้พบ "ใครบางคน" มากแค่ไหน หูกระต่ายเจ้าปัญหาก็ไม่พุ่งพรวดออกมาให้กวนใจอีกต่อไป นางสามารถควบคุมกระแสปราณในกายได้อย่างสมบูรณ์ กายเซียนและจิตมนุษย์หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างมั่นคง“เจ้

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ปราณน้ำแข็งสยบมังกร”

    ภายในถ้ำเหมันต์ที่ลึกซึ้งที่สุด แสงสีครามจากผลึกน้ำแข็งเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นโอบล้อมร่างของไป๋ซินไว้ ราวกับดักแด้ที่กำลังจะลอกคราบ ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุม หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์ บัดนี้สงบนิ่งและหดหายไปเองโดยที่นางไม่ต้องพยายามกดข่ม“เจ้าทำได้ดีมาก ไป๋ซิน”เสด็จแม่ (พระพันปี) ตรัสชมขณะมองดูสมาธิที่แน่วแน่ของนาง“ความลับของการคุมปราณเซียนไม่ใช่การกักขัง แต่นำมันมาหลอมรวมกับธรรมชาติ หากใจเจ้าเย็นดุจน้ำแข็ง ต่อให้ความร้อนแรงของปราณมังกรจะดุดันเพียงใด เจ้าก็จะยังคงเยือกเย็นและเป็นฝ่ายควบคุมมันได้”ไป๋ซินลืมตาขึ้น ดวงตาของนางส่องประกายเย็นตาแต่แฝงด้วยพลัง“ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิว...ความร้อนปั่นป่วนในกายหายไปหมดแล้วเพคะเสด็จแม่”ทว่าในขณะที่การฝึกกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ สัมผัสถึง “อายมังกร” ที่คุ้นเคยแต่วุ่นวายก็พุ่งเข้ามาถึงหน้าถ้ำ ณ บริเวณหน้าถ้ำเหมันต์“ฝ่าบาท! เสด็จกลับเถิดพ่ะย่ะค่ะ พระพันปีทรงกำชับไว้หนาหูว่าห้ามใครรบกวน!”กงกงพยายามวิ่งเอาตัวเข้าขวาง แต่เย่จวินเหยียนในชุดลำลองกระฉับกระเฉงกลับไม่สนใจ เขาแบกตะกร้าที่เต็มไปด

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ความลับใต้ถ้ำเหมันต์และอ้อมกอดที่ว่างเปล่า”

    ท่ามกลางหุบเขาเร้นลับหลังพระราชวังหลวง ทิศทางที่ลมเหนือพัดผ่านนำพาเอาความหนาวเย็นสุดขั้วมาสู่ทางเข้า “ถ้ำเหมันต์พันปี” สถานที่แห่งนี้คือเขตหวงห้ามที่มีเพียงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา ผนังถ้ำที่เกิดจากผลึกน้ำแข็งธรรมชาติสะท้อนแสงสีครามวาววับราวกับอัญมณีล้ำค่า ทว่าความงามนั้นกลับแฝงไปด้วยไอเย็นที่รุนแรงจนสามารถแช่แข็งปราณเซียนที่อ่อนแอได้ในพริบตาไป๋ซินในชุดผ้าฝ้ายหนาพิเศษสีขาวสะอาดตา นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาหิมะ ร่างบางสั่นสะท้านจนฟันกระทบกันเสียงดังกึกๆหูกระต่ายยาวสีนวลที่เคยชี้ตั้งอย่างร่าเริง บัดนี้ลูบตกลงมาแนบชิดใบหูเพื่อพยายามรักษาความอบอุ่นให้ได้มากที่สุด นางพยายามโคจรลมปราณตามที่เคยเรียนมา แต่มันกลับติดขัดเพราะฤทธิ์ของ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" ที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด ทำให้พลังของนางเดี๋ยวพุ่งพล่านเดี๋ยวอ่อนแรง“ตั้งสติหน่อย ไป๋ซิน”เสียงของพระพันปีดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบสงบ นางประทับนั่งอยู่บนแท่นน้ำแข็งฝั่งตรงข้าม ใบหน้าที่เคยดูเ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ผักเมามายกับความลับของกายเซียน”

    ท่ามกลางกลิ่นหอมของผักสดนานาชนิดบนโต๊ะเสวย ไป๋ซินที่บัดนี้ลืมสิ้นทุกความเขินอาย คว้าหยิบ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" สีฟ้าหม่นที่ดูแปลกตากว่าต้นอื่นขึ้นมาเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย นางไม่รู้เลยว่าสมุนไพรชนิดนี้แท้จริงแล้วคือ "หญ้าเมาเซียน" ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของปราณเซียนอย่างรุนแรง หากเซียนที่มีตบะยังไม่แกร่งกล้าหรือคุมจิตไม่นิ่งทานเข้าไป...มันจะให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเหล้ากลั่นพันปี!"อึก...ฝ่าบาทเจ้าคะ ทำไมแครอทมันถึงได้หมุนๆ แบบนี้ล่ะเจ้าคะ?"ไป๋ซินเริ่มนั่งไม่อยู่สุข ใบหน้าขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อเหมือนลูกตำลึงสุก ดวงตากลมโตเริ่มปรือปรอยปรายมองฝ่าบาทด้วยความสิเน่หาอย่างเปิดเผย นางหัวเราะคิกคักพลางคว้าแขนเสื้อปักลายมังกรของเย่จวินเหยียนมาเช็ดหน้าเช็ดตา ราวกับเขาเป็นผ้าอ้อมผืนโปรด"ไป๋ไป๋? เจ้ากินหญ้าน้ำค้างเข้าไปงั้นรึ!"เย่จวินเหยียนอุทาน พยายามจะแย่งต้นที่เหลือจากมือนาง แต่ไป๋ซินกลับชักมือหนีแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนหมด"ข้าไม่ได้เมานะเจ้าคะ! ข้าแค่...ข้าแค่รู้สึกว่าตัวข้าเบ๊าเบาเหมือนปุยเมฆเลย ดูสิเจ้าคะ ข้าบินได้ด้วย!"ปึ๋ง!ทันทีที่พูดจบ การควบคุมพลังของนางก็พังทลายลง หูกระต่าย

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ความลับของกระจกบุปผา”

    สามวันผ่านไป...แม้สังขารของไป๋ซินจะยังไม่คืนรูปสมบูรณ์ แต่ยาหม่องสูตรลับของพระพันปีก็ช่วยให้ขานางหายสั่นพั่บๆ พอที่จะเดินเข้าตำหนักได้โดยไม่ต้องคลาน เย่จวินเหยียนกำชับนางก่อนออกมาว่า"วันนี้อย่าฝืนมากนักล่ะไป๋ไป๋ ข้ายังไม่อยากนวดให้เจ้าทั้งคืนเหมือนวันก่อน"ไป๋ซินได้แต่ทำหน้ามุ่ยใส่ "มังกรจอมหิว" ก่อนจะสะบัดหูกระต่ายใส่แล้วรีบวิ่งแจ้นออกมาเมื่อถึงตำหนักพระพันปี บรรยากาศวันนี้ดูเคร่งขรึมกว่าปกติ พระพันปีประทับนั่งอยู่หน้าบานกระจกทองเหลืองโบราณที่สลักลวดลายดอกไม้แปลกตา รอบข้างไม่มีนางกำนัลอยู่เลยแม้แต่คนเดียว"มาแล้วรึ...ไป๋ซิน ดูท่าทางเจ้าจะแข็งแรงขึ้นเยอะนะ เอวเข้าที่เข้าทางแล้วใช่ไหม?"พระพันปีตรัสหยอกพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก"เพคะพระพันปี ยาของพระองค์ดีมากจริงๆ เพคะ ข้าเดินได้คล่องปร๋อแล้ว!"ไป๋ซินรีบหมุนตัวโชว์หนึ่งรอบ แต่ก็แอบเสียวแปลบที่เอวเล็กน้อย"ดี...เพราะบทเรียนที่ 6 นี้ เจ้าต้องใช้ 'สมาธิ' มากกว่า 'กำลังกาย' แต่มันก็ยากที่สุดในบรรดาวิชาทั้งหมดที่ข้าสอนมา"พระพันปีผายมือไปที่กระจกโบราณบานนั้น"นี่คือ 'กระจกส่องใจบุปผา' วิชาบทนี้คือการควบคุมจิตใต้สำนึก เจ้าต้องเข้าไปในโลกกระจก

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ผลข้างเคียงของปราณมังกร...”

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านมุ้งสีขาวบางเบาเข้ามาในห้องบรรทม กลิ่นกำยานกุหลาบป่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ ชวนให้รู้สึกถึงบรรยากาศเร่าร้อนเมื่อคืนที่ผ่านมา ไป๋ซิน นางขยับตัวเล็กน้อยเพื่อจะบิดขี้เกียจตามความเคยชิน ทว่าทันทีที่ขยับช่วงล่าง ความรู้สึกเจ็บแปลบและหนักอึ้งก็แล่นปลาบขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง"อ๊ะ...โอ๊ยยย...ร่างกายนี้มันทำด้วยอะไรเนี่ย ทำไมเหมือนจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ แบบนี้!"ไป๋ซินครางแผ่ว ร่างบางพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับรู้สึกว่าเอวของนางอ่อนเปลี้ยเสียศูนย์ไปหมด หูกระต่ายสีขาวสองข้างพุ่งพรวดออกมาตั้งชันสั่นพั่บๆ ทันทีด้วยความตกใจ"ฝ่าบาท...ท่านใส่ปราณมังกรเข้ามาเยอะเกินไปหรือเปล่าเจ้าคะ? ข้ารู้สึกเหมือนกระดูกเชิงกรานของข้ามันถูกจัดระเบียบใหม่หมดเลย!"เย่จวินเหยียน ซึ่งอยู่ในชุดฉลองพระองค์เต็มยศสีดำปักลายมังกรทองเตรียมออกว่าราชการ เดินเข้ามาที่ข้างเตียงด้วยใบหน้าอิ่มเอิบราวกับเพิ่งเสวยยาอายุวัฒนะมาสิบหม้อ เขามอง "ลูกศิษย์" ที่บัดนี้สภาพเหมือนกระต่ายโดนรถม้าทับด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะโน้มตัวลงไปก้มจูบหน้าผากมนอย่างอ่อนโยน"นั่นน่ะเขาเรียกว่าผลข้างเคียงของ 'วิชาประสานปราณมังกร

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status