Home / แฟนตาซี / ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย / “ปราณน้ำแข็งสยบมังกร”

Share

“ปราณน้ำแข็งสยบมังกร”

Author: ChengXiang.C
last update publish date: 2026-09-23 12:47:52

ภายในถ้ำเหมันต์ที่ลึกซึ้งที่สุด แสงสีครามจากผลึกน้ำแข็งเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นโอบล้อมร่างของไป๋ซินไว้ ราวกับดักแด้ที่กำลังจะลอกคราบ ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุม หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์ บัดนี้สงบนิ่งและหดหายไปเองโดยที่นางไม่ต้องพยายามกดข่ม

“เจ้าทำได้ดีมาก ไป๋ซิน”

เสด็จแม่ (พระพันปี) ตรัสชมขณะมองดูสมาธิที่แน่วแน่ของนาง

“ความลับของการคุมปราณเซียนไม่ใช่การกักขัง แต่นำมันมาหลอมรวมกับธรรมชาติ หากใจเจ้าเย็นดุจน้ำแข็ง ต่อให้ความร้อนแรงของปราณมังกรจะดุดันเพียงใด เจ้าก็จะยังคงเยือกเย็นและเป็นฝ่ายควบคุมมันได้”

ไป๋ซินลืมตาขึ้น ดวงตาของนางส่องประกายเย็นตาแต่แฝงด้วยพลัง

“ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิว...ความร้อนปั่นป่วนในกายหายไปหมดแล้วเพคะเสด็จแม่”

ทว่าในขณะที่การฝึกกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ สัมผัสถึง “อายมังกร” ที่คุ้นเคยแต่วุ่นวายก็พุ่งเข้ามาถึงหน้าถ้ำ

ณ บริเวณหน้าถ้ำเหมันต์

“ฝ่าบาท! เสด็จกลับเถิดพ่ะย่ะค่ะ พระพันปีทรงกำชับไว้หนาหูว่าห้ามใครรบกวน!”

กงกงพยายามวิ่งเอาตัวเข้าขวาง แต่เย่จวินเหยียนในชุดลำลองกระฉับกระเฉงกลับไม่สนใจ เขาแบกตะกร้าที่เต็มไปด้วยแครอทสดและยาบำรุงหัวใจ (สำหรับตัวเขาเอง) มาเต็มพิกัด

“หลบไปกงกง! ข้าทนไม่ไหวแล้ว ข้าฝันเห็นไป๋ไป๋กลายเป็นกระต่ายแช่แข็งในถ้ำนี้ ข้าต้องเข้าไปส่งปราณร้อนให้นางเดี๋ยวนี้!”

“จวินเหยียน...เจ้าจะทำอะไร?”

เสียงเย็นเฉียบของพระพันปีดังขึ้นที่ปากถ้ำ นางเดินออกมาพร้อมกับรัศมีอำนาจที่ทำให้องครักษ์นับสิบต้องรีบทรุดเข่าลง เย่จวินเหยียนชะงักกึก ทำหน้าไม่ถูก

“เสด็จแม่...ข้าเพียงแต่...กลัวอากาศมันหนาวเกินไปสำหรับกระต่ายป่าเพคะ”

เขาพยายามใช้เหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นที่สุด

“นางไม่ได้เป็นเพียงกระต่ายป่า แต่นางกำลังจะเป็นฮองเฮาของเจ้า!”

พระพันปีตวาดเบาๆ แต่ทรงพลัง

“หากเจ้ายังทำตัวเป็นมังกรที่หวงไข่ไม่ลืมหูลืมตาเช่นนี้ นางจะเติบโตได้อย่างไร? ถ้ารักนางจริง ต้องอดทนให้ได้ แค่เจ็ดวันยังทำไม่ได้ แล้วจะปกครองแผ่นดินเคียงคู่นางไปชั่วชีวิตได้อย่างไร?”

เย่จวินเหยียนใบหน้าสลดลงทันที เขาทำได้เพียงมองเข้าไปในถ้ำที่มืดสนิทด้วยสายตาละห้อย ก่อนจะถูกพระพันปีไล่กลับอย่างไม่ใยดี

หลังจากถูกเสด็จแม่ (พระพันปี) ตวาดไล่ตะเพิดออกมาจากหน้าถ้ำเหมันต์พันปีราวกับเขาเป็นเด็กชายตัวน้อยที่แอบไปขโมยขนมในห้องครัว เย่จวินเหยียนก็เดินกระฟัดกระเฟียดกลับลงมาด้วยใบหน้าที่บึ้งตึงจนท้องฟ้าเหนือวังหลวงดูเหมือนจะมีเมฆฝนตั้งเค้าตามอารมณ์ของโอรสสวรรค์

"อดทนงั้นรึ? ให้มังกรอย่างข้าอดทนจากการกอดกระต่ายเนี่ยนะ!"

เขาบ่นพึมพำพลางเตะหินริมทางเดินจนมันปลิวไปโดนรูปปั้นสิงห์หินหูแหว่ง

"ข้าเป็นจักรพรรดิ ข้าสั่งให้ตะวันขึ้นตะวันตกยังได้ แต่ทำไมข้าถึงสั่งให้หัวใจตัวเองหยุดคิดถึงยัยกระต่ายจมูกฟุดฟิดนั่นไม่ได้เลย!"

เมื่อกลับมาถึงห้องบรรทมที่เงียบเหงาเกินทน เย่จวินเหยียนกวาดสายตาไปรอบๆ แล้วก็พบว่าเขาไม่สามารถข่มตาหลับได้อีกต่อไป เขาจึงเรียก กงกง และ หัวหน้าหน่วยองครักษ์เสื้อแพร เข้าพบด่วนกลางดึก

"พวกเจ้า...ไปเตรียมจอบ เสียม และถุงมือมา!"

จักรพรรดิหนุ่มสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด

"ฝ่าบาทจะเสด็จไปปราบกบฏที่ไหนหรือพ่ะย่ะค่ะ?"

หัวหน้าองครักษ์ถามด้วยความกระตือรือร้น พร้อมกระชับดาบข้างกาย

"ปราบหญ้า! ข้าจะไปถอนหญ้าที่ภูเขาผักกาดของไป๋ไป๋!"

กงกงถึงกับตาค้าง

"ฝ่าบาท...ยามนี้มันยามสาม (ตีหนึ่ง) แล้วนะพ่ะย่ะค่ะ ผักกาดมันนอนหมดแล้ว..."

"ผักกาดนอนได้ แต่ข้านอนไม่ได้! ถ้าข้าไม่ได้ทำอะไรสักอย่างเพื่อนาง ข้าต้องบุกเข้าไปพังถ้ำน้ำแข็งนั่นแน่ๆ ไปเรียกองครักษ์มาสักสองกองร้อย ใครอู้งานข้าจะสั่งให้มันกินแครอทแทนข้าวไปเจ็ดวัน!"

ณ ภูเขาผักกาดและแปลงแครอทส่วนตัวของไป๋ซิน

บรรยากาศในอุทยานหลวงยามดึกสงัดบัดนี้กลับวุ่นวายยิ่งกว่าตลาดสด แสงโคมไฟนับร้อยดวงสว่างไสวไปทั่วเนินเขา เหล่าองครักษ์เสื้อแพรผู้เก่งกล้าที่เคยผ่านสมรภูมิเลือดนับไม่ถ้วน บัดนี้อยู่ในสภาพที่น่าเวทนา พวกเขาถอดชุดเกราะหนักทิ้ง เหลือเพียงเสื้อตัวใน แขนเสื้อถูกถลกขึ้นจนเห็นกล้ามแขนเป็นมัดๆ แต่มือที่เคยจับดาบสังหารศัตรูกลับกำลังถือ “ช้อนปลูกต้นไม้" อันเล็กๆ ค่อยๆ เขี่ยดินอย่างระมัดระวัง

"เจ้าโง่! นั่นมันต้นอ่อนหัวไชเท้า ไม่ใช่หญ้าแห้วหมู! เจ้าเพิ่งปลิดชีวิตอาหารเช้าของสนมรักข้าไปนะ!"

เย่จวินเหยียนที่นั่งยองๆ อยู่กลางแปลงผัก ตะโกนด่าองครักษ์คนหนึ่งที่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้

"ขะ...ข้าขอประทานอภัยพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท ข้าแยกไม่ออกจริงๆ ระหว่างใบหยักของวัชพืชกับใบหยักของหัวไชเท้า..." องครักษ์หนุ่มตอบเสียงสั่น

เย่จวินเหยียนหงุดหงิดจนคว้าจอบมาสับดินเองอย่างบ้าคลั่ง "ดูข้านี่! การถอนหญ้ามันต้องใช้จิตวิญญาณเหมือนการออกศึก เจ้าต้องมองมันเป็นศัตรูที่มาแย่งสารอาหารไปจากหัวแครอทของไป๋ไป๋...อ๊ะ! เจ้าหญ้าสารเลว แกบังอาจขึ้นซ้อนกับต้นกล้าแครอทงั้นรึ!"

จักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่บัดนี้หน้าผากเปื้อนโคลนเป็นปื้น ปลายจมูกมีดินติดอยู่จนดูเหมือนแมวพรางตัว เขาสู้รบกับวัชพืชราวกับพวกมันคือขุนพลกบฏกวนอู ทว่าด้วยความคลั่งรักและหงุดหงิดจนเกินเหตุ จอบในมือเขาก็ดันสับเอา ต้นผักกาดหอมเกรดพรีเมียม ขาดกระจุยไปเป็นแถบๆ

"ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ...นั่น...นั่นต้นผักกาดที่พระสนมเฝ้าถะนุถนอมมาสามเดือน..."

กงกงเตือนเสียงอ่อย

เย่จวินเหยียนชะงัก จ้องมองซากผักกาดที่สิ้นชีพด้วยน้ำมือตัวเอง ก่อนจะหันไปสั่งกงกงอย่างรวดเร็ว

"เจ้าไปสั่งโรงเรือนเพาะปลูก ให้เอาต้นใหม่มาลงเดี๋ยวนี้! เอาที่ขนาดเท่าเดิม เป๊ะๆ! ถ้าไป๋ไป๋กลับมาเห็นว่าผักนางแหว่ง ข้าจะบอกว่ามันเป็นฝีมือพวกเจ้า...ใช่! พวกองครักษ์นี่แหละที่เดินซุ่มซ่าม!"

เหล่าองครักษ์ที่กำลังคุกเข่าถอนหญ้าถึงกับสะอึก...

ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ พวกข้ายังไม่ได้ขยับขาเลยนะพ่ะย่ะค่ะ!

เวลาผ่านไปจนรุ่งสาง สภาพของภูเขาผักกาดดูผ่านสงครามขนาดไพศาลมาสดๆ ร้อนๆ หญ้าเตียนราบจริง แต่ต้นผักก็ดูเอียงกะเท่เร่เหมือนผ่านพายุทอร์นาโด เย่จวินเหยียนนั่งหมดแรงอยู่บนกองดิน ในมือกำแครอทที่เผลอถอนติดมือมาหนึ่งหัว

"กงกง...ข้าทำดีที่สุดแล้วใช่ไหม?"

เขาถามพลางเอาแครอทมาถูๆ กับเสื้อเพื่อทำความสะอาด "นางกลับมานางต้องซึ้งใจแน่ๆ ที่ข้ามาดูแลลูกๆ ของนางให้..."

กงกงมองดูแปลงผักที่ 'ดูแล' จนเกือบพินาศ แล้วฝืนยิ้มแห้งๆ "ซึ้งแน่นอนพ่ะย่ะค่ะ...พระสนมอาจจะถึงกับน้ำตาไหลจนท่วมวังเลยทีเดียว"

"ดี! งั้นพรุ่งนี้เรามาใหม่ คราวนี้ข้าจะลงไปพรวนดินในบ่อบัวด้วย ไป๋ไป๋ชอบรากบัวเชื่อม ข้าจะไปขุดด้วยตัวเอง!"

เหล่าองครักษ์ที่เพิ่งจะได้ลุกขึ้นยืนถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปอีกรอบ...

ฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ เมตตาพวกข้าที่เป็นทหาร ไม่ใช่คนงานกรมชลประทานด้วยเถิด!

เย่จวินเหยียนไม่ได้สนใจเสียงครวญคางในใจของลูกน้อง เขาจ้องมองไปยังทิศทางของถ้ำเหมันต์พลางกัดแครอทดิบๆ ดัง

กรวบ!

ราวกับจะระบายความรักที่ล้นอก

"อดทนไว้นะไป๋ไป๋...ข้าจะถอนหญ้าทั้งแผ่นดินรอเจ้าเอง!"

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ปราณน้ำแข็งสยบมังกร”

    ภายในถ้ำเหมันต์ที่ลึกซึ้งที่สุด แสงสีครามจากผลึกน้ำแข็งเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นโอบล้อมร่างของไป๋ซินไว้ ราวกับดักแด้ที่กำลังจะลอกคราบ ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุม หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์ บัดนี้สงบนิ่งและหดหายไปเองโดยที่นางไม่ต้องพยายามกดข่ม“เจ้าทำได้ดีมาก ไป๋ซิน”เสด็จแม่ (พระพันปี) ตรัสชมขณะมองดูสมาธิที่แน่วแน่ของนาง“ความลับของการคุมปราณเซียนไม่ใช่การกักขัง แต่นำมันมาหลอมรวมกับธรรมชาติ หากใจเจ้าเย็นดุจน้ำแข็ง ต่อให้ความร้อนแรงของปราณมังกรจะดุดันเพียงใด เจ้าก็จะยังคงเยือกเย็นและเป็นฝ่ายควบคุมมันได้”ไป๋ซินลืมตาขึ้น ดวงตาของนางส่องประกายเย็นตาแต่แฝงด้วยพลัง“ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิว...ความร้อนปั่นป่วนในกายหายไปหมดแล้วเพคะเสด็จแม่”ทว่าในขณะที่การฝึกกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ สัมผัสถึง “อายมังกร” ที่คุ้นเคยแต่วุ่นวายก็พุ่งเข้ามาถึงหน้าถ้ำ ณ บริเวณหน้าถ้ำเหมันต์“ฝ่าบาท! เสด็จกลับเถิดพ่ะย่ะค่ะ พระพันปีทรงกำชับไว้หนาหูว่าห้ามใครรบกวน!”กงกงพยายามวิ่งเอาตัวเข้าขวาง แต่เย่จวินเหยียนในชุดลำลองกระฉับกระเฉงกลับไม่สนใจ เขาแบกตะกร้าที่เต็มไปด

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ความลับใต้ถ้ำเหมันต์และอ้อมกอดที่ว่างเปล่า”

    ท่ามกลางหุบเขาเร้นลับหลังพระราชวังหลวง ทิศทางที่ลมเหนือพัดผ่านนำพาเอาความหนาวเย็นสุดขั้วมาสู่ทางเข้า “ถ้ำเหมันต์พันปี” สถานที่แห่งนี้คือเขตหวงห้ามที่มีเพียงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา ผนังถ้ำที่เกิดจากผลึกน้ำแข็งธรรมชาติสะท้อนแสงสีครามวาววับราวกับอัญมณีล้ำค่า ทว่าความงามนั้นกลับแฝงไปด้วยไอเย็นที่รุนแรงจนสามารถแช่แข็งปราณเซียนที่อ่อนแอได้ในพริบตาไป๋ซินในชุดผ้าฝ้ายหนาพิเศษสีขาวสะอาดตา นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาหิมะ ร่างบางสั่นสะท้านจนฟันกระทบกันเสียงดังกึกๆหูกระต่ายยาวสีนวลที่เคยชี้ตั้งอย่างร่าเริง บัดนี้ลูบตกลงมาแนบชิดใบหูเพื่อพยายามรักษาความอบอุ่นให้ได้มากที่สุด นางพยายามโคจรลมปราณตามที่เคยเรียนมา แต่มันกลับติดขัดเพราะฤทธิ์ของ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" ที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด ทำให้พลังของนางเดี๋ยวพุ่งพล่านเดี๋ยวอ่อนแรง“ตั้งสติหน่อย ไป๋ซิน”เสียงของพระพันปีดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบสงบ นางประทับนั่งอยู่บนแท่นน้ำแข็งฝั่งตรงข้าม ใบหน้าที่เคยดูเ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ผักเมามายกับความลับของกายเซียน”

    ท่ามกลางกลิ่นหอมของผักสดนานาชนิดบนโต๊ะเสวย ไป๋ซินที่บัดนี้ลืมสิ้นทุกความเขินอาย คว้าหยิบ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" สีฟ้าหม่นที่ดูแปลกตากว่าต้นอื่นขึ้นมาเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย นางไม่รู้เลยว่าสมุนไพรชนิดนี้แท้จริงแล้วคือ "หญ้าเมาเซียน" ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของปราณเซียนอย่างรุนแรง หากเซียนที่มีตบะยังไม่แกร่งกล้าหรือคุมจิตไม่นิ่งทานเข้าไป...มันจะให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเหล้ากลั่นพันปี!"อึก...ฝ่าบาทเจ้าคะ ทำไมแครอทมันถึงได้หมุนๆ แบบนี้ล่ะเจ้าคะ?"ไป๋ซินเริ่มนั่งไม่อยู่สุข ใบหน้าขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อเหมือนลูกตำลึงสุก ดวงตากลมโตเริ่มปรือปรอยปรายมองฝ่าบาทด้วยความสิเน่หาอย่างเปิดเผย นางหัวเราะคิกคักพลางคว้าแขนเสื้อปักลายมังกรของเย่จวินเหยียนมาเช็ดหน้าเช็ดตา ราวกับเขาเป็นผ้าอ้อมผืนโปรด"ไป๋ไป๋? เจ้ากินหญ้าน้ำค้างเข้าไปงั้นรึ!"เย่จวินเหยียนอุทาน พยายามจะแย่งต้นที่เหลือจากมือนาง แต่ไป๋ซินกลับชักมือหนีแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนหมด"ข้าไม่ได้เมานะเจ้าคะ! ข้าแค่...ข้าแค่รู้สึกว่าตัวข้าเบ๊าเบาเหมือนปุยเมฆเลย ดูสิเจ้าคะ ข้าบินได้ด้วย!"ปึ๋ง!ทันทีที่พูดจบ การควบคุมพลังของนางก็พังทลายลง หูกระต่าย

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ความลับของกระจกบุปผา”

    สามวันผ่านไป...แม้สังขารของไป๋ซินจะยังไม่คืนรูปสมบูรณ์ แต่ยาหม่องสูตรลับของพระพันปีก็ช่วยให้ขานางหายสั่นพั่บๆ พอที่จะเดินเข้าตำหนักได้โดยไม่ต้องคลาน เย่จวินเหยียนกำชับนางก่อนออกมาว่า"วันนี้อย่าฝืนมากนักล่ะไป๋ไป๋ ข้ายังไม่อยากนวดให้เจ้าทั้งคืนเหมือนวันก่อน"ไป๋ซินได้แต่ทำหน้ามุ่ยใส่ "มังกรจอมหิว" ก่อนจะสะบัดหูกระต่ายใส่แล้วรีบวิ่งแจ้นออกมาเมื่อถึงตำหนักพระพันปี บรรยากาศวันนี้ดูเคร่งขรึมกว่าปกติ พระพันปีประทับนั่งอยู่หน้าบานกระจกทองเหลืองโบราณที่สลักลวดลายดอกไม้แปลกตา รอบข้างไม่มีนางกำนัลอยู่เลยแม้แต่คนเดียว"มาแล้วรึ...ไป๋ซิน ดูท่าทางเจ้าจะแข็งแรงขึ้นเยอะนะ เอวเข้าที่เข้าทางแล้วใช่ไหม?"พระพันปีตรัสหยอกพร้อมรอยยิ้มที่มุมปาก"เพคะพระพันปี ยาของพระองค์ดีมากจริงๆ เพคะ ข้าเดินได้คล่องปร๋อแล้ว!"ไป๋ซินรีบหมุนตัวโชว์หนึ่งรอบ แต่ก็แอบเสียวแปลบที่เอวเล็กน้อย"ดี...เพราะบทเรียนที่ 6 นี้ เจ้าต้องใช้ 'สมาธิ' มากกว่า 'กำลังกาย' แต่มันก็ยากที่สุดในบรรดาวิชาทั้งหมดที่ข้าสอนมา"พระพันปีผายมือไปที่กระจกโบราณบานนั้น"นี่คือ 'กระจกส่องใจบุปผา' วิชาบทนี้คือการควบคุมจิตใต้สำนึก เจ้าต้องเข้าไปในโลกกระจก

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ผลข้างเคียงของปราณมังกร...”

    แสงแดดยามเช้าสาดส่องผ่านม่านมุ้งสีขาวบางเบาเข้ามาในห้องบรรทม กลิ่นกำยานกุหลาบป่าที่ยังคงหลงเหลืออยู่จางๆ ชวนให้รู้สึกถึงบรรยากาศเร่าร้อนเมื่อคืนที่ผ่านมา ไป๋ซิน นางขยับตัวเล็กน้อยเพื่อจะบิดขี้เกียจตามความเคยชิน ทว่าทันทีที่ขยับช่วงล่าง ความรู้สึกเจ็บแปลบและหนักอึ้งก็แล่นปลาบขึ้นมาตามแนวกระดูกสันหลัง"อ๊ะ...โอ๊ยยย...ร่างกายนี้มันทำด้วยอะไรเนี่ย ทำไมเหมือนจะแยกออกเป็นเสี่ยงๆ แบบนี้!"ไป๋ซินครางแผ่ว ร่างบางพยายามจะลุกขึ้นนั่ง แต่กลับรู้สึกว่าเอวของนางอ่อนเปลี้ยเสียศูนย์ไปหมด หูกระต่ายสีขาวสองข้างพุ่งพรวดออกมาตั้งชันสั่นพั่บๆ ทันทีด้วยความตกใจ"ฝ่าบาท...ท่านใส่ปราณมังกรเข้ามาเยอะเกินไปหรือเปล่าเจ้าคะ? ข้ารู้สึกเหมือนกระดูกเชิงกรานของข้ามันถูกจัดระเบียบใหม่หมดเลย!"เย่จวินเหยียน ซึ่งอยู่ในชุดฉลองพระองค์เต็มยศสีดำปักลายมังกรทองเตรียมออกว่าราชการ เดินเข้ามาที่ข้างเตียงด้วยใบหน้าอิ่มเอิบราวกับเพิ่งเสวยยาอายุวัฒนะมาสิบหม้อ เขามอง "ลูกศิษย์" ที่บัดนี้สภาพเหมือนกระต่ายโดนรถม้าทับด้วยสายตาเจ้าเล่ห์ ก่อนจะโน้มตัวลงไปก้มจูบหน้าผากมนอย่างอ่อนโยน"นั่นน่ะเขาเรียกว่าผลข้างเคียงของ 'วิชาประสานปราณมังกร

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “วิชา "มังกรหยอกวารีบนแท่นศิลา"”

    หลังจากเหตุการณ์ประคบหัวไชเท้าแช่น้ำแข็งจน เย่จวินเหยียน เกือบจะกลายเป็นก้อนน้ำแข็งตายคาอกเมีย ฮ่องเต้หนุ่มก็ทรงตระหนักได้ว่าหากปล่อยให้ ไป๋ซิน เรียนรู้โลกกว้างด้วยตัวเองตามคัมภีร์ที่พระพันปีประทานมาต่อไป เขาคงได้กลายเป็น "ผักดองน้ำแข็ง" เข้าสักวัน และรังสีสีชมพูที่พลุ่งพล่านในตัวเขาก็คงจะปะทุจนอกแตกตายเป็นแน่แท้ยามดึกสงัด ณ ห้องทรงอักษรที่อบอวลไปด้วยกลิ่นกำยานกุหลาบป่า แสงเทียนวับแวมส่องกระทบใบหน้าคมคายของมังกรหนุ่มที่กำลังนั่งรอ "ลูกศิษย์" ตัวน้อยอย่างใจเย็น บนโต๊ะไม้จันทน์แดงตัวยักษ์ที่เคยเต็มไปด้วยกองฎีกาและเอกสารบ้านเมือง บัดนี้กลับถูกปัดออกไปกองไว้อย่างไม่ใยดีที่มุมหนึ่ง เหลือเพียงพื้นที่ว่างเปล่าที่ปูทับด้วยผ้าไหมเนื้อละเอียด"ฝ่าบาท...เรียกข้ามากลางดึก มีบทเรียนที่หกจากพระพันปีหรือเจ้าคะ?"ไป๋ซิน เดินเตาะแตะเข้ามาในชุดนอนผ้าไหมบางเบาสีขาวนวลที่เน้นสัดส่วนอวบอิ่มชวนมอง นางยังคงเปิด "เนตรกระจกเงา" ค้างไว้ตามความเคยชิน และทันทีที่เห็นเย่จวินเหยียน นางก็เบิกตากว้างจนกลมโต อุทานออกมาเสียงหลง"ว้าย! ฝ่าบาท รังสีสีชมพูของท่านมันไม่ได้แค่บวมแล้วเจ้าค่ะ แต่มันกลายเป็น สีแดงเพลิง พุ่งป

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status