首頁 / แฟนตาซี / ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย / “อยากกินแครอทหิมะเหรอ? กลายร่างสิข้าจะให้”

分享

“อยากกินแครอทหิมะเหรอ? กลายร่างสิข้าจะให้”

作者: ChengXiang.C
last update publish date: 2026-08-19 06:26:00

โครก...คราก...

เสียงที่น่าอับอายที่สุดในชีวิต (ทั้งในฐานะคนและกระต่าย) ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบสงัดของห้องทรงพระอักษร ไป๋ซินในชุดมังกรสีดำตัวโคร่งแทบอยากจะเอาหน้าแทรกแผ่นดินหนี นางนั่งกอดเข่าอยู่บนพรมขนสัตว์หนานุ่มข้างโต๊ะทรงงานของ เย่จวินเหยียน ดวงตาสีทับทิมคู่สวยเหลือบมองไปที่ "แครอทหิมะ" หัวอวบใหญ่ที่วางเด่นอยู่บนจานหยกขาวสูงลิบข้างพระหัตถ์ของฮ่องเต้หนุ่ม

มันไม่ใช่แครอทธรรมดา แต่มันคือแครอทที่เติบโตบนยอดเขาหิมะพันปี มีกลิ่นหอมหวานจางๆ คล้ายดอกไม้เหมันต์ และแผ่ไอเย็นบางเบาออกมาจนเห็นเป็นละอองน้ำพราวเกาะอยู่ตามผิวสีส้มสดใส

"หิวรึ?"

เย่จวินเหยียนถามด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยโดยไม่เงยหน้าจากกองฎีกา แต่มุมปากเขากลับหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า

"ถามมาได้! ท่านก็รู้ว่าร่างคนมันตัวใหญ่กว่ากระต่ายตั้งเท่าไหร่ กระเพาะข้าตอนนี้มันเหมือนหลุมดำที่ถมเท่าไหร่ก็ไม่เต็มเลยนะ!"

ไป๋ซินบ่นอุบพร้อมกับพยายามพยุงตัวลุกขึ้น ทว่าชุดไหมมังกรที่ยาวเฟื้อยลากพื้นกลับไม่เป็นใจ นางเผลอเอาเท้าเหยียบชายผ้าตัวเองจนร่างบางเซถลาเกือบจะหน้าคว่ำกระแทกพื้นพรม

"ว้าย!"

นางร้องอุทานพร้อมกับตะเกียกตะกายรวบชายผ้าขึ้นมาพาดไว้ที่แขน ท่าทางเก้งก้างเหมือนเด็กน้อยที่แอบเอาชุดผู้ใหญ่มาใส่ทำเอาเย่จวินเหยียนต้องแอบกลั้นขำจนหัวไหล่สั่นสะท้าน เขาไม่เคยเห็นสิ่งมีชีวิตใดที่ดูสับสนกับขาของตัวเองได้เท่ากับนางมาก่อน

นางพยายามจะรวบรวมสมาธิเพื่อกลับร่างเป็นกระต่าย เพราะถ้าเป็นก้อนขนตัวจิ๋ว กินแครอทแค่ครึ่งหัวก็อิ่มแปล้จนพุงกางแล้ว แต่น่าแปลกที่พลังงานในร่างกายมันกลับปั่นป่วนจนคุมไม่อยู่ พอนางนึกถึงหูยาวๆ ขามนุษย์ก็นดันสั่นพั่บๆ พอนางนึกถึงหางสั้นป้อม สะโพกมนก็ดันขยับดุ๊กดิ๊กไปมาจนดูเหมือนนางกำลังเต้นระบำประหลาดๆ ต่อหน้าฮ่องเต้

"เจ้ากำลังทำอะไร...รำงั้นหรือ?"

เย่จวินเหยียนเงยหน้าขึ้นมามองด้วยแววตาพราวระยับ

"ข้าพยายามจะกลับร่างต่างหากเล่า! ท่านเลิกจ้องข้าด้วยสายตาแบบนั้นสักที ข้าไม่มีสมาธิ!"

ไป๋ซินแยกเขี้ยวใส่

"เอาแครอทมาให้ข้าเดี๋ยวนี้นะ ไอ้ฮ่องเต้ขี้งก!"

เย่จวินเหยียนวางพู่กันลงช้าๆ แล้วเอนกายพิงพนักเก้าอี้มังกรด้วยท่าทางสง่างามปนยั่วยวน เขามองดูสาวน้อยที่กำลังยืนโอนเอนอยู่บนพื้นด้วยความเอ็นดูที่ซ่อนอยู่ภายใต้ใบหน้าเย็นชา

"ในเมื่อตอนนี้เจ้าอยู่ในร่างคน ข้าก็ควรกระทำต่อเจ้าในฐานะคน หากอยากกิน...เจ้าก็ต้องเดินมาหยิบเองด้วยขาของเจ้า ไม่ใช่รอให้ข้าป้อนเหมือนสัตว์เลี้ยง"

ไป๋ซินฮึดฮัดในใจ นางรู้ดีว่าตาฮ่องเต้คนนี้เริ่มจับจุดได้แล้วว่านางจะคงร่างคนได้นานขึ้นหากได้รับสารอาหารที่มีพลังวิญญาณสูง และเขาก็ดูจะ 'ติดใจ' ร่างมนุษย์ของนางเข้าให้แล้ว ถึงได้แกล้งเอาของอร่อยมาวางล่อไว้บนที่สูงเช่นนี้

"ก็ได้! แค่สามก้าวเอง ข้าทำได้อยู่แล้ว!"

ไป๋ซินรวบชายชุดมังกรขึ้นสูงจนเห็นข้อเท้าขาวนวลเนียนและปลีน่องเรียวสวยสะท้อนแสงไฟ นางค่อยๆ ก้าวเตาะแตะเข้าไปหาเขาอย่างระมัดระวัง จมูกรั้นๆ ของนางเริ่มขยับฟุดฟิดดมกลิ่นหอมของแครอทหิมะอย่างลืมตัว ท่าทางที่ดูเป็นมนุษย์แต่ดันมีนิสัยกระต่ายหลงเหลืออยู่อย่างเต็มเปี่ยมทำเอาเย่จวินเหยียนใจสั่นวูบ

เมื่อนางเข้าใกล้ถึงระยะที่มือจะเอื้อมถึง ไป๋ซินก็รีบตะปบเข้าที่จานแครอททันที!

ทว่า...เย่จวินเหยียนไวกว่าหลายขุม เขาคว้าหมับเข้าที่เอวบางของนางเอาไว้ด้วยมือเดียว แรงดึงมหาศาลทำให้ร่างของนางลอยหวือขึ้นมานั่งเกยอยู่บนตักแกร่งของเขาในพริบตา!

"เฮ้ย! ท่านแกล้งข้า!"

ไป๋ซินตกใจจนตัวแข็งทื่อ ชุดมังกรที่รุ่มร่ามอยู่แล้วยิ่งหลุดรุ่ยจนคอเสื้อร่วงลงมาถึงหัวไหล่ เผยให้เห็นผิวขาวละเอียดดุจน้ำนมที่ตัดกับผ้าสีดำสนิท

"ข้าแค่กลัวเจ้าล้มหัวฟาดโต๊ะข้าแตกต่างหาก"

เย่จวินเหยียนกระซิบชิดใบหูของนาง ลมหายใจอุ่นร้อนทำเอาไป๋ซินหน้าร้อนฉ่าจนแทบระเบิด

"ในเมื่อเจ้าเดินมาถึงที่นี่ได้ ข้าก็จะให้รางวัลตามที่สัญญา"

เขาหยิบแครอทหิมะขึ้นมา แล้วแทนที่จะส่งให้นางเฉยๆ เขากลับค่อยๆ ป้อนมันไปที่ริมฝีปากอิ่มสีชมพูของไป๋ซิน ไป๋ซินที่หิวจัดจนลืมความอายรีบอ้าปากงับแครอทเข้าปากทันที

กร้วม!

ความหวานล้ำและไอเย็นสดชื่นแผ่ซ่านไปทั่วช่องปาก พลังงานบริสุทธิ์ไหลเวียนไปตามปลายนิ้วปลานเท้าจนนางรู้สึกเบาสบายเหมือนลอยได้

"อื้มมม...อร่อย..."

นางเคี้ยวตุ้ยๆ จนแก้มป่องเหมือนกระต่ายที่กำลังสะสมอาหาร สัมผัสนุ่มนิ่มของก้นนางที่ทับอยู่บนหน้าขาแกร่งทำให้เย่จวินเหยียนเริ่มรู้สึกถึง 'ความลำบาก' ในการสะกดกั้นอารมณ์

เขาใช้นิ้วโป้งค่อยๆ เกลี่ยคราบเศษแครอทที่มุมปากให้นางอย่างแผ่วเบา สัมผัสนั้นแช่มช้าและอ่อนโยนจนไป๋ซินชะงักไปครู่หนึ่ง นางเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมปลาบที่บัดนี้ดูวาววับเหมือนเสือร้ายที่กำลังจ้องลูกแกะ

"ไป๋ไป๋...เจ้ารู้ไหมว่าแครอทหนึ่งหัวที่ข้าให้เจ้า มีราคาสูงยิ่งกว่าทองคำพันตำลึง"

เขาเอ่ยด้วยเสียงทุ้มต่ำที่สั่นประสาทไป๋ซิน

"เจ้ากินไปตั้งสามหัว...จะจ่ายคืนข้าอย่างไรดี?"

ไป๋ซินที่ปากยังเค็มแครอทอยู่ชะงักกึก

"ข้า...ข้าก็ยอมมานั่งให้ท่านป้อนนี่ไง! ไม่เห็นเหรอว่าข้าต้องเสียสละความอายแค่ไหน!"

"นั่นยังไม่พอสำหรับการจ่ายหนี้ทองคำสามพันตำลึง"

เย่จวินเหยียนโน้มหน้าลงมาจนปลายจมูกชนกัน

"คืนนี้...ข้าอยากให้เจ้าคงร่างนี้ไว้จนถึงรุ่งสาง หากทำได้...ข้าจะให้เจ้ากินแครอทหิมะกี่หัวก็ได้ตามที่เจ้าต้องการ และข้าจะแถม 'ขนมโก๋' สูตรพิเศษจากตำหนักในให้อีกหนึ่งจาน"

ไป๋ซินตาโตเท่าไข่ห่าน

นี่เขากำลังใช้ของกินล่อซื้อร่างกายฉันชัดๆ!

แต่ในเมื่อท้องมันเรียกร้อง และอ้อมกอดนี้มันก็...อุ่นดีเหมือนกันนะ นางเลยพยักหน้าตกลงไปแบบงงๆ โดยไม่รู้เลยว่าการ

"คงร่างคนถึงรุ่งสาง"

บนเตียงเดียวกับทรราชจอมเจ้าเล่ห์คนนี้...มันอันตรายต่อหัวใจมากกว่าที่นางคิดไว้ร้อยเท่า!

เย่จวินเหยียนหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ ก่อนจะก้มลงสูดดมกลิ่นหอมจากซอกคอขาวระหงของคนบนตักหนึ่งฟอดใหญ่ ทำเอาไป๋ซินสะดุ้งตัวโยนจนแครอทแทบติดคอ!

"ไอ้ฮ่องเต้บ้า! ท่านลวนลามข้าอีกแล้วนะ!"

"ข้าแค่ตรวจสอบคุณภาพแครอทหิมะว่าซึมเข้าผิวเจ้าดีหรือยังต่างหาก...กินต่อเถอะ ข้ายังมีให้เจ้าอีกเยอะ"

在 APP 繼續免費閱讀本書
掃碼下載 APP

最新章節

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “บัลลังก์หงส์ มงกุฎแครอท และพันธสัญญาแห่งหัวใจ”

    แสงทองอร่ามของยามเช้าสาดส่องลงเหนือหลังคากระเบื้องเคลือบของพระราชวังหลวง บรรยากาศในวันนี้เต็มไปด้วยความปีติยินดีที่แฝงไปด้วยความโกลาหลเล็กน้อยตามฉบับของว่าที่ฮองเฮาองค์ใหม่ เสียงแตรสังข์และระฆังทองดังกังวานไปทั่วเก้าประตูวัง บ่งบอกถึงจุดเริ่มต้นของพระราชพิธีสถาปนาฮองเฮาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์อาณาจักรมังกรภายในตำหนักรับรอง ไป๋ซิน ยืนนิ่งอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ที่เคยใช้ฝึกวิชา นางถูกห้อมล้อมด้วยนางกำนัลนับสิบคนที่กำลังช่วยกันสวมชุดพิธีการสีแดงเพลิง ปักลวดลายหงส์ทองสยายปีกด้วยดิ้นทองคำแท้ น้ำหนักของชุดและมงกุฎหงส์เก้ากษัตริย์ที่ประดับด้วยมุกราตรีทำเอาไป๋ซินถึงกับลอบกลืนน้ำลาย“อดทนหน่อยนะเพคะ”นางกำนัลคนสนิทกระซิบ“ความสง่างามต้องแลกมาด้วยความหนักเพคะ”ไป๋ซินพยายามทรงตัวให้ตรง หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์บัดนี้ถูกเก็บซ่อนไว้ภายใต้จิตที่นิ่งสนิทดุจผิวน้ำในถ้ำเหมันต์ นางมองดูเงาตัวเองในกระจกแล้วยิ้มบางๆ'จากนักแสดงสาวผู้บ้างานที่มาโผล่ในร่างกระต่ายป่

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “รสสัมผัสแห่งเหมันต์และเพลิงมังกร”

    ภายในห้องบรรทมส่วนพระองค์ที่เคยเงียบเหงาจนน่าใจหายมาตลอดเจ็ดราตรี บัดนี้ถูกเติมเต็มด้วยไอความร้อนจากอ่างน้ำวนขนาดใหญ่ที่สลักจากหยกขาวเนื้อดี กลิ่นหอมของน้ำมันกุหลาบป่าและเครื่องหอมอวลไปทั่วห้อง ผสมผสานกับกลิ่นอายมังกรที่เข้มข้นขึ้นตามแรงอารมณ์ที่พุ่งสูงของเจ้าของห้อง เย่จวินเหยียนยืนนิ่งอยู่กลางห้อง ร่างแกร่งที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามสมส่วนยังมีร่องรอยของดินโคลนแห้งกรังจากการ "ทำศึกวัชพืช" ประปราย ทว่าสายตาคมกริบของเขากลับจับจ้องเพียงร่างระหงที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความโหยหาที่แทบจะล้นทะลัก“ข้าบอกแล้วไงเจ้าคะ...ว่าข้าจะช่วยท่านอาบน้ำเอง ท่านตรากตรำถอนหญ้ามาตั้งเจ็ดวัน ให้ข้าปรนนิบัติท่านเถิด”ไป๋ซินกระซิบบอกพลางเดินเข้าใกล้ เสียงของนางนุ่มนวลทว่ากังวานด้วยอำนาจของเซียนที่เพิ่งผ่านการฝึกปรือมาอย่างหนัก นางไม่ได้เขินอายเหมือนวันวานอีกต่อไป ดวงตากลมโตที่เคยหลบสายตาบัดนี้กลับจ้องมองมังกรหนุ่มอย่างท้าทายและเต็มไปด้วยความรักมือเรียวขาวผ่องค่อยๆ เอื้อมไปปลดสายรัดเอวที่เลอะโคลนของเย่จวินเหยียนออกอย่างเชื่องช้า สัมผัสจากปลายนิ้วที่เย็นเยียบดุจหิมะแตะต้องลงบนผิวเนื้อที่ร้อนระอุของมังกรหนุ่ม ทำให้เขาถ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “กองทัพถอนหญ้า”

    เช้าวันที่เจ็ด...ทั่วทั้งพระราชวังหลวงดูเหมือนจะตกอยู่ในความเงียบงันที่ผิดปกติ ลมหนาวจากยอดเขาเร้นลับพัดพาม่านหมอกสีขาวบริสุทธิ์ให้ม้วนตัวเป็นเกลียว ลอยต่ำปกคลุมไปตามทางเดินหินอ่อนราวกับแดนสุขาวดี ทันใดนั้น เสียงครืนครั่นของกลไกหินโบราณก็ดังสนั่นไปทั่วหุบเขา ประตูหินหนาหนักของ “ถ้ำเหมันต์พันปี” ที่ปิดสนิทมาตลอดเจ็ดทิวาราตรีค่อยๆ เลื่อนเปิดออกอย่างช้าๆ ส่งไอเย็นจัดที่แปรเปลี่ยนเป็นละอองน้ำแข็งพวยพุ่งออกมาดุจม่านไหมร่างระหงในชุดผ้าไหมสีขาวเรียบง่ายทว่าดูสูงศักดิ์ก้าวออกมาจากความมืดมิด ไป๋ซินในยามนี้ดูราวกับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุมราวกับไข่มุกที่เพิ่งถูกขัดเงา ดวงตากลมโตที่เคยฉายแววซุกซนและเลิ่กลั่ก บัดนี้กลับดูสุขุม เยือกเย็น และลุ่มลึกขึ้นอย่างน่าประหลาดทว่าสิ่งที่น่าอัศจรรย์ที่สุดคือ...ไม่ว่าลมหนาวจะพัดแรงเพียงใด หรือในใจของนางจะตื่นเต้นที่จะได้พบ "ใครบางคน" มากแค่ไหน หูกระต่ายเจ้าปัญหาก็ไม่พุ่งพรวดออกมาให้กวนใจอีกต่อไป นางสามารถควบคุมกระแสปราณในกายได้อย่างสมบูรณ์ กายเซียนและจิตมนุษย์หลอมรวมกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างมั่นคง“เจ้

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ปราณน้ำแข็งสยบมังกร”

    ภายในถ้ำเหมันต์ที่ลึกซึ้งที่สุด แสงสีครามจากผลึกน้ำแข็งเริ่มหมุนวนเป็นเกลียวคลื่นโอบล้อมร่างของไป๋ซินไว้ ราวกับดักแด้ที่กำลังจะลอกคราบ ผิวพรรณของนางที่เคยขาวนวลบัดนี้ดูผุดผ่องมีรัศมีสีเงินจางๆ ปกคลุม หูกระต่ายที่เคยพุ่งพรวดออกมาตามอารมณ์ บัดนี้สงบนิ่งและหดหายไปเองโดยที่นางไม่ต้องพยายามกดข่ม“เจ้าทำได้ดีมาก ไป๋ซิน”เสด็จแม่ (พระพันปี) ตรัสชมขณะมองดูสมาธิที่แน่วแน่ของนาง“ความลับของการคุมปราณเซียนไม่ใช่การกักขัง แต่นำมันมาหลอมรวมกับธรรมชาติ หากใจเจ้าเย็นดุจน้ำแข็ง ต่อให้ความร้อนแรงของปราณมังกรจะดุดันเพียงใด เจ้าก็จะยังคงเยือกเย็นและเป็นฝ่ายควบคุมมันได้”ไป๋ซินลืมตาขึ้น ดวงตาของนางส่องประกายเย็นตาแต่แฝงด้วยพลัง“ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายเบาหวิว...ความร้อนปั่นป่วนในกายหายไปหมดแล้วเพคะเสด็จแม่”ทว่าในขณะที่การฝึกกำลังเข้าสู่ช่วงสำคัญ สัมผัสถึง “อายมังกร” ที่คุ้นเคยแต่วุ่นวายก็พุ่งเข้ามาถึงหน้าถ้ำ ณ บริเวณหน้าถ้ำเหมันต์“ฝ่าบาท! เสด็จกลับเถิดพ่ะย่ะค่ะ พระพันปีทรงกำชับไว้หนาหูว่าห้ามใครรบกวน!”กงกงพยายามวิ่งเอาตัวเข้าขวาง แต่เย่จวินเหยียนในชุดลำลองกระฉับกระเฉงกลับไม่สนใจ เขาแบกตะกร้าที่เต็มไปด

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ความลับใต้ถ้ำเหมันต์และอ้อมกอดที่ว่างเปล่า”

    ท่ามกลางหุบเขาเร้นลับหลังพระราชวังหลวง ทิศทางที่ลมเหนือพัดผ่านนำพาเอาความหนาวเย็นสุดขั้วมาสู่ทางเข้า “ถ้ำเหมันต์พันปี” สถานที่แห่งนี้คือเขตหวงห้ามที่มีเพียงเชื้อพระวงศ์ชั้นสูงเท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้ย่างกรายเข้ามา ผนังถ้ำที่เกิดจากผลึกน้ำแข็งธรรมชาติสะท้อนแสงสีครามวาววับราวกับอัญมณีล้ำค่า ทว่าความงามนั้นกลับแฝงไปด้วยไอเย็นที่รุนแรงจนสามารถแช่แข็งปราณเซียนที่อ่อนแอได้ในพริบตาไป๋ซินในชุดผ้าฝ้ายหนาพิเศษสีขาวสะอาดตา นั่งขัดสมาธิอยู่บนแท่นศิลาหิมะ ร่างบางสั่นสะท้านจนฟันกระทบกันเสียงดังกึกๆหูกระต่ายยาวสีนวลที่เคยชี้ตั้งอย่างร่าเริง บัดนี้ลูบตกลงมาแนบชิดใบหูเพื่อพยายามรักษาความอบอุ่นให้ได้มากที่สุด นางพยายามโคจรลมปราณตามที่เคยเรียนมา แต่มันกลับติดขัดเพราะฤทธิ์ของ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" ที่ยังหลงเหลืออยู่ในกระแสเลือด ทำให้พลังของนางเดี๋ยวพุ่งพล่านเดี๋ยวอ่อนแรง“ตั้งสติหน่อย ไป๋ซิน”เสียงของพระพันปีดังขึ้นก้องกังวานในความเงียบสงบ นางประทับนั่งอยู่บนแท่นน้ำแข็งฝั่งตรงข้าม ใบหน้าที่เคยดูเ

  • ฝ่าบาทขา...อย่ากินข้าเลย   “ผักเมามายกับความลับของกายเซียน”

    ท่ามกลางกลิ่นหอมของผักสดนานาชนิดบนโต๊ะเสวย ไป๋ซินที่บัดนี้ลืมสิ้นทุกความเขินอาย คว้าหยิบ "หญ้าน้ำค้างสวรรค์" สีฟ้าหม่นที่ดูแปลกตากว่าต้นอื่นขึ้นมาเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย นางไม่รู้เลยว่าสมุนไพรชนิดนี้แท้จริงแล้วคือ "หญ้าเมาเซียน" ที่มีฤทธิ์กระตุ้นการไหลเวียนของปราณเซียนอย่างรุนแรง หากเซียนที่มีตบะยังไม่แกร่งกล้าหรือคุมจิตไม่นิ่งทานเข้าไป...มันจะให้ผลลัพธ์ไม่ต่างจากเหล้ากลั่นพันปี!"อึก...ฝ่าบาทเจ้าคะ ทำไมแครอทมันถึงได้หมุนๆ แบบนี้ล่ะเจ้าคะ?"ไป๋ซินเริ่มนั่งไม่อยู่สุข ใบหน้าขาวนวลเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อเหมือนลูกตำลึงสุก ดวงตากลมโตเริ่มปรือปรอยปรายมองฝ่าบาทด้วยความสิเน่หาอย่างเปิดเผย นางหัวเราะคิกคักพลางคว้าแขนเสื้อปักลายมังกรของเย่จวินเหยียนมาเช็ดหน้าเช็ดตา ราวกับเขาเป็นผ้าอ้อมผืนโปรด"ไป๋ไป๋? เจ้ากินหญ้าน้ำค้างเข้าไปงั้นรึ!"เย่จวินเหยียนอุทาน พยายามจะแย่งต้นที่เหลือจากมือนาง แต่ไป๋ซินกลับชักมือหนีแล้วส่งเข้าปากเคี้ยวตุ้ยๆ จนหมด"ข้าไม่ได้เมานะเจ้าคะ! ข้าแค่...ข้าแค่รู้สึกว่าตัวข้าเบ๊าเบาเหมือนปุยเมฆเลย ดูสิเจ้าคะ ข้าบินได้ด้วย!"ปึ๋ง!ทันทีที่พูดจบ การควบคุมพลังของนางก็พังทลายลง หูกระต่าย

更多章節
探索並免費閱讀 優質小說
GoodNovel APP 免費暢讀海量優秀小說,下載喜歡的書籍,隨時隨地閱讀。
在 APP 免費閱讀書籍
掃碼在 APP 閱讀
DMCA.com Protection Status