เข้าสู่ระบบ“คืนนี้ไม่เห็นบอสของเราเลย”
เสียงหวานบ่นเบาๆ เธอมาถึงงานในเวลาเกือบสองทุ่ม งานเลี้ยงจัดที่โรงแรมอยู่ค่อนข้างไกลจากบ้านของทยิดาพอสมควรเลยใช้เวลาเดินทางค่อนข้างมาก
“เขาขึ้นมาขอบคุณพนักงานอวดความหล่อตั้งแต่หกโมงแล้วจ้าคุณนาย พี่เองก็ไม่ได้เห็นเหมือนกัน พี่มาก็ทุ่มแล้ว บอสรีบมาก รีบไปอะไม่รอเลย”
ตรีดาวว่า สองสาวเลยหัวเราะ เป็นอันว่า ทยิดาเลยยังไม่ได้เห็นหน้าบอสสุดหล่อคนใหม่ของสำนักพิมพ์
ตรีดาวที่เป็นกองบอกอ งานนี้พลอยรับเป็นแม่งาน เธอเดินทักทายคนนั้นคนนี้ แนะนำให้คนรู้จักกัน เพราะนักเขียนหรือนักแปลบางคน ก็เคยทำงานกันแต่ออนไลน์ งานหนนี้เหมือนแนะนำให้รู้จักกันไปในตัว ทุกคนต่างโล่งใจที่สำนักพิมพ์ได้ไปต่อ เพราะนึกท้อในตอนแรกเสียแล้วว่าจะไม่รอด การทำหนังสือเดี๋ยวนี้การตลาดเปลี่ยนไปมาก บางทีจะทำรูปเล่มอย่างเดียวก็ไม่พอ ต้องขายทางช่องอื่นด้วย ส่วนการตลาดที่เพิ่งเข้ามาทำงาน เรียกได้ว่าค่อนข้างเก่ง และวางแผนการตลาดไว้หลายทาง ถ้าสำเร็จเป็นไปได้ ก็จะสร้างความฮือฮาให้กับวงการหนังสือและสำนักพิมพ์ ที่กำลังซบเซาได้พอสมควรเลยทีเดียว
ทยิดาที่ไม่รู้จักกับใครนอกจากตรีดาว ที่เป็นคนดีลงานกับเธอมาโดยตลอด นั่งยิ้มให้กับเพื่อนๆ นักแปลนิยายจีน ที่วันนี้แต่งตัวกันมาในธีมสาวจีน เธอได้ชุดฮั่นฝูสีชมพูหวาน ผมยาวนั้นถักเป็นเปียสองข้างม้วนไว้เป็นผมแกละ เพื่อจะได้ประดับปิ่นแบบจีนได้ แต่งหน้าออกงานธรรมดาไม่ถึงขั้นแบบนักแปลอีกสองคน ที่แต่งมาเต็มมาก เป็นฮูหยินคนหนึ่ง อีกคนเป็นจิ้งจอกเก้าหาง และแต่งหน้าแบบโต่วอิน ที่เธอเห็นแล้วชอบมากๆ
นักแปลสองคนนี้เพิ่งเข้ามาใหม่ เพราะทางสำนักพิมพ์เพิ่งเอางานจีนมาแปล ยังเป็นเด็กๆ กันอยู่ ทยิดาเรียกได้ว่าเป็นรุ่นพี่ใหญ่สุดเพราะอายุเกือบสามสิบแล้ว บอกไปไม่มีใครเชื่อ ได้แต่อุทานอย่างตกใจ ยิ่งเธอบอกว่ามีลูกแล้ว สาวๆ ก็ไม่เชื่อ ตรีดาวที่มาสมทบหลังจากเดินดูความเรียบร้อยในงาน ได้ยินพอดี เลยขออนุญาตเพื่อนอวดหลาน เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากสาวๆ เมื่อเห็นความน่าเอ็นดูของนะนาย
“งื้อ น่ารักมาก พี่แต่งตัวให้น้องแบบนี้หรือคะ โอ๊ย...ละลายเลย ช่างแต่งตัวจัง”
“พี่ไม่ได้แต่งให้ค่ะ แกมีแผนกสไตล์ลิสต์ อายุเจ็ดขวบค่ะ”
เธอว่าสาวๆ เลยขอดูสไตล์ลิสต์ประจำตัว พอเห็นรูปหนุ่มน้อยหนมโก๋ ก็ได้เสียงชมว่า โตมาจะต้องหล่อแน่ๆ ขนาดเจ็ดขวบยังดูหล่อคม ตาสวยมาก พอคุยเรื่องลูก ทยิดาเลยคุยได้นานนิดหน่อย ตอนนี้บนเวทีมีการแสดงที่จัดมาเพื่องานนี้โดยเฉพาะ มีการแสดงบนเวทีของแผนกต่างๆ และปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตจากศิลปินดัง รู้ว่าใครมาทยิดาถึงกับกรี๊ดเพราะเป็นศิลปินคนโปรดของเธอ
“มางานนี้คุ้มมาก”
ทยิดาว่า หลังจากที่มีการประกาศการร่วมสนุกบนเวที และเธอถูกเรียกขึ้นไปรับรางวัลนักเขียนนักแปลขวัญใจ ซองรางวัลดูจะหนักพอสมควร
“คุ้มสิ กินก็อิ่ม เพลงก็มีฟัง แถมได้เงินกลับบ้านด้วย”
“อื้อ...”
ตั้งแต่มีลูก เธอก็อุทิศชีวิตกับการเลี้ยงลูก 24 ชั่วโมงของทยิดามีแต่ลูก ไม่มีเพื่อตัวเองเลย มาแบบนี้บ้างก็ผ่อนคลายดี แต่ก็คิดถึงยัยหนูแวบขึ้นมา จะร้องกินนมหรือยังนะ จะนอนได้ไหม? วันนี้เธอฝากลูกสาวไว้ที่บ้านของอุไรวรรณ เพราะเตรียมจะมาสนุกเต็มที่เลยไม่ได้หอบลูกมาด้วย
“ทำอะไรน่ะ?”
ตรีดาวถามเมื่อเห็นเพื่อนกดโทรศัพท์แล้วทำหน้ายุ่งนิดๆ
“จะโทรหาพี่วรรณน่ะค่ะ ไม่รู้ว่าตัวแสบหลับได้ไหม วันนี้ไม่ได้จุ๊บๆ นมแม่”
“เนี่ยจะไปไหนไม่ได้เพราะแบบนี้แหละ พี่เห็นนิ้งคนแรกนี่แหละที่ให้นมแม่จนอายุขนาดนี้”
“พี่วรรณให้ยาวกว่านี้อีกค่ะ หนมโก๋ร้องกินจนห้าขวบถึงเลิก ทุกวันนี้พี่วรรณบอกว่าวันดีคืนดี พ่อคุณก็เปิดเสื้อแม่คุยกับนม ว่าสบายดีไหม? คิดถึงนะ”
“ไอ้หลานตัวแสบ”
ตรีดาวหัวเราะเมื่อคิดถึงเจ้าตัวยุ่ง ทางโน้นรับสายพอดี เธอจึงขอตัวเลี่ยงไปคุยโทรศัพท์เพราะตรงนี้เสียงดังมาก
“ว่าไง? คุณแม่ ห่วงลูกสาวล่ะสิ”
“ค่ะพี่วรรณ ไม่เคยห่างกันเลยค่ะ เลี้ยงกันมาจนถึงตอนนี้ นิ้งอยู่กับลูกตลอดเวลา นี่คงเป็นการซ้อมห่างกันหนแรก มันพะวักพะวงไปหมดเลยค่ะ”
คุณแม่สารภาพ คนที่อยู่ในสภาวะแบบน้องสาวข้างบ้านมาก่อนหัวเราะขำ
“พี่ก็เคยมาก่อน ตอนเจ้าหนมโก๋ไปนอนบ้านลุงเขาหนแรกนะ อีแม่ร้องไห้คิดถึงลูก พี่กายหาว่าพี่เวอร์ แหม...ก็นอนด้วยกันทุกคืน แต่พอมันโตมานะนิ้งเอ๊ย อยากให้ไปนอนที่อื่นทุกวัน”
“พี่วรรณชอบแกงลูก”
เธอหัวเราะ อุไรวรรณเป็นคุณแม่ต้นแบบของเธอ ในการดูแลและอบรมลูก ยามทำอะไรไม่ถูกไม่เป็นก็ได้อุไรวรณช่วยเหลือเสมอ
“จริงๆ ติดมากติดเกินไป วุ่นวายกับพี่มากพ่อเจ้าประคุณหนมโก๋นี่”
อุไรวรรณบ่น
“ร้องกินนมไหมคะ ปรกติแกจะติดเต้า ขอกินนมก่อนนอน นิ้งว่าอยู่อีกพักหนึ่งก็กลับแล้วละค่ะ”
“ตามสบายเลยนิ้ง สนุกให้เต็มที่ หลับปุ๋ยไปแล้ว พี่หนมโก๋คนกล่อม” เสียงของอุไรวรรณกลั้วหัวเราะ พาเอาอยากรู้ว่าหนมโก๋กล่อมน้องแบบไหน
“หนมโก๋น่ะหรือคะ”
“อื้อ...พี่มัวแต่ขำไม่ได้ถ่ายคลิปไว้ หาทำมาก เอานมนิ้งมาละลายใส่ขวดแล้วก็เอาห้อยไว้ที่หน้าอกตัวเอง พรินต์หน้านิ้งมาทำเป็นหน้ากาก เล่นบทคุณแม่นิ้งตั้งแต่ตอนเย็นแล้ว ทำเสียงเล็กเสียงน้อยเป็นคุณแม่นิ้ง เจ้านะนายก็เล่นด้วยหัวเราะกันคิกคักสนุกเขาล่ะ ตอนน้องนอนก็ใส่หน้ากากเป็นนิ้งให้น้องกินนมแล้วร้องเพลงให้ฟัง เจ้านะนายหัวเราะจนหลับคาขวดนม”
“โอ๊ย หนมโก๋”
หัวเราะเมื่อนึกภาพตาม อุไรวรรณก็พลอยขำอีกรอบ พ่อตัวแสบก็หลับไปกะน้องแล้วเรียบร้อยเธอเป็นคนถอดหน้ากากคุณแม่นิ้งออก หน้ากากเริ่มยุ่ยๆ แล้วเพราะใช้งานมาหลายชั่วโมง เปียกน้ำลายหนมโก๋มั่ง เปียกนมที่นะนายกินบ้างจนขอบเปื่อย หนังยางที่รัดไว้ก็รั้งจนเริ่มขาด เธอยกเตียงให้เด็กๆ นอนคืนนี้ สองเด็กนอนซุกกอดกัน อุไรวรรณเก็บขวดนมและหน้ากากออก ตุ๊กตาหมีสีม่วงตัวโปรดของนะนาย ที่เจ้าตัวพกเป็นประจำติดตัวตอนนี้ ยัยตัวเล็กก็เอาขาก่ายไว้ ส่วนพ่อหนมโก๋ ผู้มีผ้าเน่าส่วนตัวก็เอาขาหนีบไว้แน่นเช่นกัน อุไรวรรณคิดว่าจะนอนข้างล่างเอา เพราะบนเตียงเต็มไปด้วยตุ๊กตาที่หนมโก๋ขนมาให้น้องเล่น คืนแรกที่ได้นอนกับน้อง เลยสนุกมากเล่นกันจนหลับ
“ตามสบายเลยคุณแม่ คืนนี้เป็นสาวโสดให้สบายใจ วันหลังมีธุระที่ไหนก็มาฝากไว้ได้ เราจะได้พักบ้างนิ้ง”
“ขอบคุณนะคะพี่วรรณ”
“จ้ะ ผ่อนคลายบ้างน้องสาว”
คำท้ายนั้นทำให้เธออมยิ้ม รับรู้ถึงความห่วงใยของพี่สาวข้างบ้าน เธอกำลังจะขยับออกจากตรงที่ตัวเองมานั่งคุยโทรศัพท์อยู่ ก็ต้องสะดุ้งสุดตัว เมื่อร่างสูงของคนๆ หนึ่งโผล่มาตัดหน้าเธอ
ตากลมโตเบิกกว้าง มองเขาอย่างกับ เห็นผี!
“นิ้ง...”
เสียงนั้นสั่นเครือ เขามองจ้องเธอเหมือนกับไม่เคยเห็นมาก่อน ทยิดาเองก็มองเขานิ่ง ตาเบิกกว้าง มองจ้องเขาอยู่เช่นกัน
นี่จะต้องเป็นฝันแน่ๆ
ทำไมโลกกลมขนาดนี้
ขบวนขันหมากถูกจัดขึ้นที่บริเวณหน้าหมู่บ้าน เจ้าหนมโก๋วันนี้แต่งหล่อ ตื่นเต้นไปกับพวกผู้ใหญ่เพราะนี่คือหนแรกของเด็กสิบเอ็ดขวบจะได้ร่วมพิธี แต่งงาน “โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮฮฮฮฮ” “ฮิ้วววววววววว สิ้นเสียงโฮ เสียง ฆ้องแห่แตรวงดังขึ้น หัวขบวนมีขนมหวานมงคล สินสอด กล้วยอ้อย คนที่ถือต้นกล้วยต้นอ้อยออกลีลาเมามันที่สุด รับบทโดยตรีดาว ถืออ้อย ส่วนลุงยามที่ถูกเชิญมาในพิธีนี้ด้วย ถือต้นกล้วย เต้นเซิ้งกันแบบจ้างร้อยเล่นล้าน ตรีดาวกะมาม่วนไม่ได้กะมาสวย แต่งตัวมาเป็นสีสัน เดี๋ยวกลางคืนค่อยสวยเอาก็ได้ ในพิธีแห่ขันหมาก มีญาติเจ้าบ่าวครบครัน นำทัพโดยคุณปณิตา ที่วันนี้อุ้มหลานสามขวบมาด้วย ยัยหนูณจันทร์สวยในชุดกระโปรงสีชมพูเหมือนนางฟ้าน้อยๆ ตามองคนนี้คนนั้นหัวเราะเอิ๊กๆ ใครก็อุ้มได้เพราะแม่หนูไม่หวงตัวเลย เลยต้องระวังกันหน่อยเพราะมันเสี่ยงกับการโดนอุ้มพาหนี ข่าวมีบ่อย ต้องระวังไว้ก่อน พิธีจัดขึ้นที่บ้านของทยิดา เป็นพิธีง่ายๆ มีแขกคือคนกันเอง คือคนในหมู่บ้านที่สนิทๆ ตอนนี้ชักจะตีวงกว้างเพราะช่างเทิด ที่ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ
เวลาแห่งความสุข เวลาแห่งครอบครัว ที่หายไปนาน ตอนนี้ปพลและทยิดาได้กอดคว้ามันไว้อีกครั้ง... พวกเขามาพักผ่อนกันที่เกาะพีพี เป็นการมาทะเลหนแรกของเจ้าตัวน้อย...ถือโอกาสมาฉลองวันเกิดสี่ขวบเจ็ดเดือนของแกไปด้วย ตอนนี้แฟชั่นแต่งตัวเป็นสัตว์ตัวน้อยของนะนายไม่ค่อยตามใจพี่หนมโก๋แล้ว บางวันงอแงไม่ใส่แล้วด้วย...แต่ชอบใส่หมวกกระต่ายสีชมพู ที่ลุงปริ้นซ์ซื้อให้ ลุงปริ้นซ์นี้มาแรงแซงทางโค้งมาก เพราะทุกสิ่งที่ลุงปริ้นซ์ซื้อให้หลาน จะเป็นที่ถูกใจของนะนายเป็นอย่างมาก ม่วงม่วงแคร์แบร์ที่ลุงซื้อให้ ตอนนี้มอมไปบ้าง แต่ก็ยังหอบหิ้วไปไหนมาไหนด้วยตลอด เป็นของเล่นชิ้นโปรดของสาวน้อยที่ต้องพาไปด้วยทุกที่ ที่ต้องรอจนถึงสี่ขวบเจ็ดเดือน ก็เพราะ...แพลนตอนแรก ที่จะมาหลังจากที่รอหนมโก๋สอบเสร็จต้องเลื่อน เนื่องจากเสน่ห์จันทร์คลอด รอน้องแข็งแรงจะได้มากันทั้งครอบครัวที่ตอนนี้กลายเป็นครอบครัวใหญ่ เนื่องจากรวมสมาชิกของบ้านอุไรวรรณเข้าไปด้วย เธอกับเขายังอยู่กันที่บ้านของเธอ...ซื้อบ้านข้างๆ เพิ่มแล้วต่อเติมให้หลังใหญ่ขึ้น เขายังคงทำงานเป็นรองประธานที่วีอาร์ เข้าบริษัทอาทิตย์ละสามวัน มีแพลนจะย้
เจ้ากระต่ายน้อยสีชมพู หยีตาขึ้นแล้วลุกขึ้นอย่างงัวเงีย แกมองไปรอบๆ ห้อง เห็นรูปตัวเอง รูปแม่นิ้ง กับรูปพ่อจ๋าเต็มไปหมด ที่นี่ที่ไหนนะ? คว้าม่วงม่วงได้ ก็เดินลงจากเตียง ห้องไม่ได้ปิดประตูแง้มไว้ เลยเปิดออกมาข้างนอก เสียงเล็กๆ เรียกดัง “แม่ขา แม่ขา อยู่หนาย อยู่หนาย” “อุ๊ย” เสียงเรียกของลูกทำให้ทยิดาสะดุ้ง เธอขยับตัวในอ้อมแขนของสามี แล้วมองสบตากัน ก่อนที่ทยิดาจะหน้าแดงก่ำ มือคว้าเอาเสื้อผ้าที่ตกเกลื่อนมาสวมอย่างลนลาน เป็นการสวมเสื้อผ้าที่เร็วที่สุด เธอกระโดดออกจากตัวของเขา แล้วขานตอบลูกสาว ที่พอได้ยินเสียงแกก็เดินอุ้มม่วงม่วง มาหาแม่ “อยู่นี่จ้ะ แม่อยู่นี่” “แม่ขา ที่ไหน...” แกถาม มองแม่กับพ่อตาแป๋ว ปพลสวมกางเกงแล้วแต่ยังไม่ได้ใส่เสื้อ เผยให้เห็นอกเปลือยล่ำ ที่มีร่องรอยข่วนจางๆ คนทำตอนนี้หน้าแดงตัวแดง รับลูกสาวมากอด “ห้องของพ่อค่ะ” “นะนายเห็นรูป เต็มหมดเลย” เจ้าตัวเล็กว่า ปพลลุกขึ้นยืน เขามองหาเสื้อมันหล่นอยู่ตรงนี้นี่เอง ก่อนจะคว้ามาสวม เขาไปยืนซ้อนหลังของทยิดาถือโอกาสกอดไว้ทั้งแม่ลูกก้มลงหอมทยิ
ริมฝีปากของเขาและเธอบดเคล้า ดูดดื่มกันอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้น “พี่รักนิ้ง” เขาบอกย้ำ เมื่อถอนจูบแค่หายใจ ก่อนจะจูบอีก และอีก เหมือนไม่พอ ไม่หยุด ทยิดานั้นจูบตอบเขา ไม่พอ ไม่หยุด...เธอกับเขา บาดหมางไม่เข้าใจ โหยหากันและกันมานานเหลือเกิน ตอนนี้ความปรารถนาไหลหลั่งทะลักทะลาย ไม่มีอะไรมากั้นได้อีกแล้ว เขาช้อนอุ้มเธอขึ้น ขณะที่ยังคงจูบกัน วางเธอลงบนโซฟาเบธ ตัวเดิม ที่เดิม...ที่เคยมีประสบการณ์แสนสุขด้วยกัน มือร้อนๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอและของตัวเองไปพร้อมกัน ทุกขณะที่ทำทุกสิ่งนั้น ปากของคนทั้งคู่ยังไม่เคลื่อนจากกัน ความปรารถนาอันเร่งร้อนและเร่งเร้า ทำให้เธอเปียกชื้น ร้อนผ่าวด้วยความปรารถนาเขาเองก็เช่นกัน เมื่อเธอและเขาเปลือยเปล่า เพียงแค่มองสบตา...เขาเลื่อนมือลงไปคลี่แย้มกลีบกุหลาบที่แสนฉ่ำของทยิดา เธอพร้อมแล้ว เขาก็เกินจะกลั้น เขาต้องการเธอมานานเกินไป ทยิดาเองก็เช่นกัน “อื้อ” “นิ้ง นิ้งของพี่” เสียงครางของเธอดังคลอกับเสียงบอกรักของเขา เมื่อเขาสอดประสานเข้ามา ยังคงแนบแน่น
“แวะพาลูกมานอนก่อนไหม? แกงอแงแล้ว” เขาหันมาถามทยิดาเมื่อกำลังอยู่บนถนนเพื่อกลับไปยังบ้านที่ยังอีกไกลมาก สาวน้อยเล่นสนุกจนเพลียตื่นเต้นมากกับห้องของเล่นของลุงปริ้นซ์ แกบอกว่าหนหน้าขอให้หนมโก๋มาด้วย จะพาหนมโก๋เล่นสไลเดอร์ ตอนแรกคุณปณิตาบอกให้ค้างเลยก็ได้ แต่ทยิดาดื้อเองแหละ เธอยังไม่อยากให้ทุกอย่างมันไวเกินไปนัก เพราะเขาดูจะได้ใจเกินไปแล้วในการที่ได้ทุกอย่าง เธอคิด...เขาควรไม่ได้บ้าง เธอดันรู้สึกผิดเมื่อเห็นยัยตัวเล็กของเธอที่เบะปากอีกแล้วตอนนี้ สาวน้อยนั่งตักแม่ จะหลับก็ไม่หลับ และไม่ยอมไปนั่งคาร์ซีท ตอนนี้ซบหน้ากับอกของทยิดาขนตาเปียกไปหมดเพราะเพิ่งจะซาร้องไห้ไป และกว่าจะถึงบ้านน่าจะค่ำมืด พี่วรรณโทรมาบอกว่าจัดการเรื่องอาหารเย็นให้กับเทิดแล้ว หนมโก๋ไปชวนคุณปู่เดินเล่นตอนเย็น บ่นคิดถึงน้องแจ้วๆ ให้เธอได้ยิน และบอกว่าจะจัดการดูแลคุณปู่ให้เองอานิ้งไม่ต้องห่วง คืนนี้จะนอนกับคุณปู่ถ้าอานิ้งไม่กลับ “รถติดมากเลย ข้างหน้านี้จะเป็นซอยไปคอนโดของเรา” เขาว่า ทยิดาเม้มปากแล้วพยักหน้า เธอไม่ควรทำให้ลูกลำบากเพราะทิฐิความโกรธของตัวเอง “ค่ะ ก็ดีค่ะ วันนี้แ
“ไหนๆ ยัยหนูนะนาย อุ๊ยตายแล้ว...หลานย่า น่ารักจังเลย ใครแต่งตัวให้หลานย่ากันคะ? ตาปายส่งรูปมาอวดทุกวันเลย แต่งตัวน่ารักทุกวัน” เสียงอุทานดังทักทาย ทำให้แม่หนูมองหน้าบิดา แล้วถามเสียงใส “คุณย่าเหรอคะ? พ่อจ๋า” “คุณย่าตัวจริงไงคะ ที่หนูคุยด้วยบ่อยๆ” “ลูกสาวแกน่ารักจริงๆ ตาปาย” คุณปณิตาตอนนี้มองจ้องหลานตาวาว เห็นในรูปในคลิปน่ารักแล้ว ตัวจริงยิ่งกว่า ทุกคนในครอบครัวต่างเฝ้าวันรอที่ปพลจะพายัยหนูมาที่บ้าน เมื่อเปิดตัวไปแล้วว่ามีลูกสาว ทั้งคุณ ปณิตาและปภพ และเสน่ห์จันทร์ก็ลุ้นเอาใจช่วยว่าน้องชายจะง้อเมีย ทวงลูกคืนมาได้ไหม... “คนมีลูกสาวคือคนเจ้าชู้” ประโยคนี้มาจากพี่ชาย ที่ขยิบตาให้กับน้องชายตัวแสบ ที่แอบไปมีลูกมีเมียไม่บอกใคร ด้วยประโยคที่เคยโดนน้องชายว่าเอา “หึๆ ไม่เคยเจ้าชู้ต่างหากครับ โดนเมียทิ้งด้วย” เขาหันไปมองทยิดา ที่ทำเป็นไม่ได้ยิน เธอยกมือไหว้คุณปณิตา สายตาของเธอยังมองท่านอย่างขลาดๆ เพราะเคยมีเรื่องมีราวกันมาก่อนและทักทายกันไม่กี่คำ หลังจากที่ยอมให้ปพลเข้าไปในบ้านไปอยู่กับลูกสาวของเธอแล้ว เป็นการยอม..ท







