เข้าสู่ระบบ“ขอบคุณนะคะพี่วรรณที่พาลูกมาให้เติม”
ทยิดากอดยัยตัวเล็กที่วันนี้ปุกปุยในชุดหมีแพนด้า มีหมวกหมีแพนด้า ถุงมืออุ้งเท้าหมี แต่เป็นชุดกระโปรงฟูๆ สีขาวสลับดำ รองเท้าอุ้งเท้าหมี ชุดใหม่ที่เธอไม่เคยเห็น แต่น่ารักน่าอุ้มตามเคย ไม่อยากจะสืบว่าใครเปย์หลาน คงจะคนบ้านนั้นตามเคย ห้ามจนเหนื่อยแล้ว หลังๆ มาทยิดาเลยไม่ห้ามละ ก็อย่างที่อุไรวรรณบอกวัยที่ยอมให้จับใส่ชุดน่ารักๆ มีไม่กี่ปีเดี๋ยวก็ไปเป็นตัวของตัวเองไม่ยอมอีกแล้ว
“จ้ะ”
อุไรวรรณยิ้มแหยๆ ส่งให้น้องสาว เธอกระแอมมองไปรอบๆ หวังว่าคนขับรถคงจะแอบมิดดีนะ ทำให้เนียนนะ ไม่งั้นฉันซวยแน่ๆ
“อีกสองสามวันก็ได้กลับแล้วค่ะ พี่วรรณมายังไงคะ”
“พี่มารถตู้น่ะ คือว่าเพื่อนพี่กายมาแถวนี้พอดี เลยมาส่งให้ เขาก็มาเยี่ยมญาติน่ะจ้ะ”
“อ้อ...แล้วกลับยังไงคะ เดี๋ยวนิ้งเรียกรถให้นะคะ ไหนๆ มาให้แม่หอมๆ หน่อย คิดถึงแม่ไหมหืม? คิดถึงแม่ขาไหม อยากจุ๊บๆ นมไหม?”
กลายเป็นแม่เสียเองที่ติดให้นมลูก ยัยหนูดูเหมือนจะลืมไปแล้วเรื่องจะต้องจุ๊บนมแม่นอน ป้าวรรณนั่นแหละบอกว่าเลิกจุ๊บนมแม่ได้แล้ว นมแม่กินไม่ได้แล้ว และอยู่กับพี่ก็สนุก จนลืมความชินที่จะงอแงกินนม หัวเราะจนหลับทุกคืน ถือโอกาสทวงคืนหน้าอกให้กับทยิดาไปในตัว...
เดี๋ยวจะได้สวยๆ เด้งๆ ให้คุณสามีเก่าหัวร้อนอยากทวงภรรยาคืน
คิดในใจอย่างซุกซน ตอนนี้อุไรวรรณลุ้นพระเอกนางเอกนอกจอคู่นี้ยิ่งกว่าซีรีส์ที่ชอบดูซะอีก
“แม่ขา จากลับบ้านเมื่อไหร่?”
“อีกสองสามวันค่ะ ไปเยี่ยมคุณตาไหม? คุณตาอยากเห็นหนู”
“ตา ตา ตาไหน ลูกตาเหรอ”
แพนด้าน้อยทำตาโต แล้วชี้ไปที่ตาตัวเอง
“เยี่ยมคุณตา คุณตายักษ์ไหมอะแม่ขา”
เด็กก็ช่างจินตนาการ ก็อย่างว่า แกยังไม่รู้จักคำว่าคุณตา...
“เปล่าค่ะ คุณตา เป็นพ่อของคุณแม่ขา”
“อ๋อๆ พ่อเหมือนพ่อหนมโก๋ ใช่ไหมคะแม่ขา”
ถามแม่พลางจูงมือเดินกันไปสองแม่ลูก เพื่อไปแวะเยี่ยมคุณตา แต่อาจจะอยู่ไม่นานเพราะห่วงเรื่องสุขภาพ กลัวว่าเด็กเล็กจะติดโรคง่าย เธอขอเจ้าหน้าที่ไว้ ว่าขอแค่สิบห้านาที...อยากให้คุณตาได้มีกำลังใจมีชีวิตไปต่อ
คุณตาพ้นวิกฤตแล้วอยู่ในห้องพิเศษ เดี๋ยวก็ได้กลับบ้าน เธอยอมเสียค่ารักษาส่วนต่างเพื่อให้บิดาอยู่สบายมากขึ้น ท่านจะต้องเจอเรื่องสะเทือนในอีกมาก นี่ก็ยังไม่ทราบว่าทางนั้น...จัดการขายบ้านช่องแล้วก็หนีไปแล้ว
ทำกันลงคอ คนรักกันยามร้ายก็ร้ายที่สุดจริงๆ
เพราะท่านป่วยกระเสาะกระแสะ หลังๆ มาทำงานไม่ได้เต็มที่ต้องหยุดบ่อย จนต้องลาออกในที่สุด เมื่อหมดประโยชน์ทางภรรยาแทนที่จะช่วยเหลือดูแล กลับมีชู้แล้วทิ้งขว้าง บิดาของเธอพลาดที่ยอมใส่ชื่อบ้านเป็นของผู้หญิงคนนั้น ยิ่งมารู้เหตุผลว่าทำไม เธอก็ต้องยิ่งดูแลท่าน
ท่านยอมใส่ชื่อบ้านเป็นของอดีตแม่เลี้ยงเพราะเป็นค่าต่อรองว่า จะขอดูแลส่งเสียลูกสาวบ้าง เป็นหลักประกันว่าจะไม่เอาเงินทั้งหมดมาให้กับลูกอย่างที่แม่เลี้ยงชอบหาเรื่องทยิดา ข้อตกลงนี้เสียเปรียบเต็มๆ แต่เทิดก็ยอม เธอรู้เพราะนังแม่เลี้ยงหัวเราะเย้ยเอานั่นแหละ เลยเผยออกมาทั้งหมด
ความรักมันก็น่ากลัวแบบนี้ล่ะนะ
แล้วก็ไพล่ไปคิดถึงใครบางคน เธอเม้มปาก เขาจะกลับมาสะกิดใจเธออีกทำไมนะ แต่...คงจะไม่มาวุ่นวายแล้วมั้งหายไปนานแล้วนี่นา
“ค่ะ เหมือนพ่อของพี่หนมโก๋ คุณตาเคยไปหาหนูนะ แต่ตอนนั้นหนูยังเบบี๋เลยจำไม่ได้ยังไงล่ะคะ”
“นะนายมีพ่อใช่ไหม?”
คำถามนี้จะต้องมาในสักวัน...ทยิดาไม่ได้เตรียมใจว่ามาไวขนาดนี้ เธออึ้งเล็กน้อย แล้วมองดูสาวน้อยของเธอ ที่มองหน้าเธอตาแป๋ว
“ก็ต้องมีนะ มีแล้วด้วยล่ะ เนาะแม่ขาเนาะ”
ถามเองตอบเอง เล่นเอาทยิดาโล่งอก สองแม่ลูกมาถึงลิฟต์พอดี เธอจึงอุ้มเจ้าแพนด้าน้อยขึ้นมา คนในลิฟต์เห็นเด็กน่ารักก็อดทักทายไม่ได้ เธอมัวแต่ยิ้มและสาละวนกับลูก เลยไม่เห็นว่าในลิฟต์มีคนตัวสูงยืนใกล้กับเธอแบบแทบจะหลังชนกัน
เธอออกจากลิฟต์ที่ชั้นที่บิดาพักอยู่ วันนี้คิดว่าจะไปขอดูยอดค่ารักษาจากเจ้าหน้าที่ เผื่อไว้เตรียมจ่ายเงิน น่าจะกระเป๋าเบาไปโข
เทิดถึงกับน้ำตารื้น เมื่อเห็นหลาน ที่ลูกสาวอุ้มมา นะนายเป็นเด็กหวงตัว แกจะไม่คุ้นกับคนแปลกหน้า เลยมองตาของแกตาแป๋ว ไม่ยอมให้อุ้ม แค่จ้องนิ่งๆ มองดูคุณตาที่น้ำตาไหลกับความน่ารักของหลาน
“อุ้มได้ไหมคะ?”
ถามหลาน แต่แพนด้าน้อยทำตาแป๋วใส่แล้วทำแก้มป่อง
“ไม่อุ้มๆ ...ไม่แตะนะนาย”
ตอบแบบนั้น ทำตาโตใส่ด้วย เทิดเลยหัวเราะ
“ขอจับมือก็ได้ค่ะ”
“แม่ขา คุณตาขอจับมือได้ไหม”
หันไปถามแม่ เธอเลยบอกอนุญาต
“แม่อนุญาตค่ะ”
“แต่นะนายกลัวมือคุณตา คุณตามือเหี่ยวเหมือนพ่อมด มีสายๆ ด้วย ไม่ๆ เอาได้ไหม”
เธอหมายถึงสายน้ำเกลือ คุณตาดูแปลกหน้า ตัวโต หน้าเหี่ยว...เด็กน้อยไม่เคยเห็นคนมีอายุมาก่อน มากสุดก็ลุงยาม...คุณตาเลยดูน่ากลัวสำหรับเด็กสามขวบครึ่งที่จินตนาการเยอะแบบปานทิวา
“โธ่ ลูก ตายังไม่จับก็ได้เอ้า ไว้ตาเอาสายออกก่อน ไว้คุ้นกันก่อน แค่ตามองก็ชื่นใจแล้ว”
แพนด้าน้อยกอดแม่แน่น เทิดบอกว่าพาลูกกลับไปก่อนก็ได้ เดี๋ยวก็ได้เจอกันที่บ้านแล้ว ท่านมองลูกสาวคนเดียวด้วยสายตาตื้นตันปนด้วยความรู้สึกผิดที่เคยปล่อยมือลูกไป แต่ในที่สุดทยิดาก็เป็นคนที่กลับมาจับมือท่านไว้ ในวันที่ท่านโดนทิ้งจากคนที่เคยรักที่สุดอย่างปราณี
เธออุ้มลูกกลับไปหาอุไรวรรณ บอกขอบคุณพี่สาวอีกหนที่พาลูกมาให้กอด การห่างลูกช่างทรมานมาก
“พี่พานะนายกลับล่ะ ไว้เดี๋ยวให้พี่กายมารับวันกลับนะ หนมโก๋ก็อยากมาด้วย อยากเห็นคุณตา พ่อของนิ้งออกวันเสาร์พอดีใช่ไหม?”
“ค่ะ ออกวันเสาร์ค่ะ”
“แล้วเรื่องค่าใช้จ่าย พอไหมนิ้ง แพงหรือเปล่า”
ถามอย่างเป็นห่วง ทยิดาสั่นหน้า
“ไม่แพงค่ะ นิ้งมีพอ จ่ายแค่ส่วนที่เกินสิทธิ์มาค่ะ”
ไม่อยากบอกว่าเช็กหนสุดท้ายก็เกือบสามแสนละ แต่เธอไหวจริงๆ มีเงินรองรังอยู่
“พวกห้องหับน่ะ เดี๋ยวพี่ช่วยดูให้ บ้านพอมีพวกเฟอร์ที่เก็บไว้ ถ้านิ้งไม่รังเกียจ เดี๋ยวขนไปให้นะ”
“โอ เกรงใจน่ะค่ะพี่วรรณ พี่วรรณให้นิ้งมากเหลือเกิน”
“ไม่มากหรอกบอกแล้วเราพี่น้องกัน”
อุไรวรรณเอ่ย ทยิดาโผเข้ากอดแล้วน้ำตารื้นนิดๆ อุไรวรรณจะเป็นคนที่เธอต้องตอบแทน...เป็นยอดพี่สาวที่เธอรักเหมือนเป็นสายเลือดเดียวกันจริงๆ
พี่ไม่ได้จ่ายหรอกนิ้งเอ๋ย พี่มีสายเปย์
อุไรวรรณตอบทยิดาในใจ ใจก็เต้นตุบๆ ต่อมๆ แต่ทางนั้นอยากออกปาก ก็ช่วยมา ทดแทนมา ให้สมกับที่ทำน้องสาวเธอช้ำอยู่ตั้งหลายปี
ทยิดาขึ้นตึกไปแล้ว หอมลูกสาวอีกสองสามฟอด ยัยตัวน้อยไม่ได้ร้องตาม ยกมือบ๊ายบายแม่ บอกให้แม่ขากลับไวๆ
“เรียบร้อยแล้วครับ”
ร่างสูงปรากฏตัวขึ้น เขาแอบอยู่พักหนึ่งแล้ว อุไรวรรณหันมาพยักหน้าให้เขา แล้วทำเสียงเข้ม
“ใดๆ ก็อย่ามาป้ายกันล่ะ ว่ารู้เพราะพี่อะ พี่ไม่อยากเสี่ยงให้นิ้งโกรธ”
“ครับพี่วรรณ เราไปต่อที่ห้างเลยไหมครับ ผมจะได้พาพี่วรรณไปเลือกของเข้าบ้านให้นิ้งเขา เตรียมต้อนรับคุณพ่อ”
“อื้อ...ปะ ไปเร็วๆ พี่ใจคอไม่ดีเวลาอยู่ใกล้คุณ กลัวนิ้งเห็น”
คนเพิ่งเคยทำอะไรแบบนี้ตื่นเต้นเหลือจะกล่าว มองซ้ายมองขวาไปตลอด จนปพลต้องอมยิ้ม
“นะนายมาให้พ่ออุ้มนะ”
เขาว่า แพนด้าน้อยหันมามอง พ่อ แล้วยิ้มกว้าง พลางโผเข้าหาเขาอย่างว่าง่าย
สายใยของพ่อลูก...
มันช่างน่าแปลกจริงๆ ที่เมื่อเจอกันอีกไม่กี่หน นะนายก็ยอมให้เขากอดและอุ้ม อุไรวรรณมองภาพตรงหน้าที่ยังตัวเล็กกอดคอพ่อ แล้วคนเป็นพ่อซุกหอมแก้มลูก สายตาของปพลดูอ่อนโยนมีความสุขเหลือเกิน
แอบน้ำตาซึมๆ เฮ้อ...ฉันแพ้อะไรแบบนี้ เพราะสงสารแหละถึงได้แอบยอมให้พ่อลูกเจอกัน และให้พามาส่งที่โรงพยาบาล เพราะปพลบอกว่าเขาจะมาขอจ่ายเงินค่ารักษาให้กับบิดาของทยิดาให้เอง
สมรู้ร่วมคิดไปเต็มๆ ละฉัน
อุไรวรรณเดินตามพ่อลูก แล้วก็ได้แต่คิดเครียด และหวังให้ทยิดาให้อภัยเขา
ขบวนขันหมากถูกจัดขึ้นที่บริเวณหน้าหมู่บ้าน เจ้าหนมโก๋วันนี้แต่งหล่อ ตื่นเต้นไปกับพวกผู้ใหญ่เพราะนี่คือหนแรกของเด็กสิบเอ็ดขวบจะได้ร่วมพิธี แต่งงาน “โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮ ฮิ้ว โฮฮฮฮฮ” “ฮิ้วววววววววว สิ้นเสียงโฮ เสียง ฆ้องแห่แตรวงดังขึ้น หัวขบวนมีขนมหวานมงคล สินสอด กล้วยอ้อย คนที่ถือต้นกล้วยต้นอ้อยออกลีลาเมามันที่สุด รับบทโดยตรีดาว ถืออ้อย ส่วนลุงยามที่ถูกเชิญมาในพิธีนี้ด้วย ถือต้นกล้วย เต้นเซิ้งกันแบบจ้างร้อยเล่นล้าน ตรีดาวกะมาม่วนไม่ได้กะมาสวย แต่งตัวมาเป็นสีสัน เดี๋ยวกลางคืนค่อยสวยเอาก็ได้ ในพิธีแห่ขันหมาก มีญาติเจ้าบ่าวครบครัน นำทัพโดยคุณปณิตา ที่วันนี้อุ้มหลานสามขวบมาด้วย ยัยหนูณจันทร์สวยในชุดกระโปรงสีชมพูเหมือนนางฟ้าน้อยๆ ตามองคนนี้คนนั้นหัวเราะเอิ๊กๆ ใครก็อุ้มได้เพราะแม่หนูไม่หวงตัวเลย เลยต้องระวังกันหน่อยเพราะมันเสี่ยงกับการโดนอุ้มพาหนี ข่าวมีบ่อย ต้องระวังไว้ก่อน พิธีจัดขึ้นที่บ้านของทยิดา เป็นพิธีง่ายๆ มีแขกคือคนกันเอง คือคนในหมู่บ้านที่สนิทๆ ตอนนี้ชักจะตีวงกว้างเพราะช่างเทิด ที่ซ่อมเครื่องใช้ไฟฟ้าเล็กๆ
เวลาแห่งความสุข เวลาแห่งครอบครัว ที่หายไปนาน ตอนนี้ปพลและทยิดาได้กอดคว้ามันไว้อีกครั้ง... พวกเขามาพักผ่อนกันที่เกาะพีพี เป็นการมาทะเลหนแรกของเจ้าตัวน้อย...ถือโอกาสมาฉลองวันเกิดสี่ขวบเจ็ดเดือนของแกไปด้วย ตอนนี้แฟชั่นแต่งตัวเป็นสัตว์ตัวน้อยของนะนายไม่ค่อยตามใจพี่หนมโก๋แล้ว บางวันงอแงไม่ใส่แล้วด้วย...แต่ชอบใส่หมวกกระต่ายสีชมพู ที่ลุงปริ้นซ์ซื้อให้ ลุงปริ้นซ์นี้มาแรงแซงทางโค้งมาก เพราะทุกสิ่งที่ลุงปริ้นซ์ซื้อให้หลาน จะเป็นที่ถูกใจของนะนายเป็นอย่างมาก ม่วงม่วงแคร์แบร์ที่ลุงซื้อให้ ตอนนี้มอมไปบ้าง แต่ก็ยังหอบหิ้วไปไหนมาไหนด้วยตลอด เป็นของเล่นชิ้นโปรดของสาวน้อยที่ต้องพาไปด้วยทุกที่ ที่ต้องรอจนถึงสี่ขวบเจ็ดเดือน ก็เพราะ...แพลนตอนแรก ที่จะมาหลังจากที่รอหนมโก๋สอบเสร็จต้องเลื่อน เนื่องจากเสน่ห์จันทร์คลอด รอน้องแข็งแรงจะได้มากันทั้งครอบครัวที่ตอนนี้กลายเป็นครอบครัวใหญ่ เนื่องจากรวมสมาชิกของบ้านอุไรวรรณเข้าไปด้วย เธอกับเขายังอยู่กันที่บ้านของเธอ...ซื้อบ้านข้างๆ เพิ่มแล้วต่อเติมให้หลังใหญ่ขึ้น เขายังคงทำงานเป็นรองประธานที่วีอาร์ เข้าบริษัทอาทิตย์ละสามวัน มีแพลนจะย้
เจ้ากระต่ายน้อยสีชมพู หยีตาขึ้นแล้วลุกขึ้นอย่างงัวเงีย แกมองไปรอบๆ ห้อง เห็นรูปตัวเอง รูปแม่นิ้ง กับรูปพ่อจ๋าเต็มไปหมด ที่นี่ที่ไหนนะ? คว้าม่วงม่วงได้ ก็เดินลงจากเตียง ห้องไม่ได้ปิดประตูแง้มไว้ เลยเปิดออกมาข้างนอก เสียงเล็กๆ เรียกดัง “แม่ขา แม่ขา อยู่หนาย อยู่หนาย” “อุ๊ย” เสียงเรียกของลูกทำให้ทยิดาสะดุ้ง เธอขยับตัวในอ้อมแขนของสามี แล้วมองสบตากัน ก่อนที่ทยิดาจะหน้าแดงก่ำ มือคว้าเอาเสื้อผ้าที่ตกเกลื่อนมาสวมอย่างลนลาน เป็นการสวมเสื้อผ้าที่เร็วที่สุด เธอกระโดดออกจากตัวของเขา แล้วขานตอบลูกสาว ที่พอได้ยินเสียงแกก็เดินอุ้มม่วงม่วง มาหาแม่ “อยู่นี่จ้ะ แม่อยู่นี่” “แม่ขา ที่ไหน...” แกถาม มองแม่กับพ่อตาแป๋ว ปพลสวมกางเกงแล้วแต่ยังไม่ได้ใส่เสื้อ เผยให้เห็นอกเปลือยล่ำ ที่มีร่องรอยข่วนจางๆ คนทำตอนนี้หน้าแดงตัวแดง รับลูกสาวมากอด “ห้องของพ่อค่ะ” “นะนายเห็นรูป เต็มหมดเลย” เจ้าตัวเล็กว่า ปพลลุกขึ้นยืน เขามองหาเสื้อมันหล่นอยู่ตรงนี้นี่เอง ก่อนจะคว้ามาสวม เขาไปยืนซ้อนหลังของทยิดาถือโอกาสกอดไว้ทั้งแม่ลูกก้มลงหอมทยิ
ริมฝีปากของเขาและเธอบดเคล้า ดูดดื่มกันอย่างอ่อนหวาน ก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นเร่าร้อนขึ้น “พี่รักนิ้ง” เขาบอกย้ำ เมื่อถอนจูบแค่หายใจ ก่อนจะจูบอีก และอีก เหมือนไม่พอ ไม่หยุด ทยิดานั้นจูบตอบเขา ไม่พอ ไม่หยุด...เธอกับเขา บาดหมางไม่เข้าใจ โหยหากันและกันมานานเหลือเกิน ตอนนี้ความปรารถนาไหลหลั่งทะลักทะลาย ไม่มีอะไรมากั้นได้อีกแล้ว เขาช้อนอุ้มเธอขึ้น ขณะที่ยังคงจูบกัน วางเธอลงบนโซฟาเบธ ตัวเดิม ที่เดิม...ที่เคยมีประสบการณ์แสนสุขด้วยกัน มือร้อนๆ ปลดเปลื้องเสื้อผ้าของเธอและของตัวเองไปพร้อมกัน ทุกขณะที่ทำทุกสิ่งนั้น ปากของคนทั้งคู่ยังไม่เคลื่อนจากกัน ความปรารถนาอันเร่งร้อนและเร่งเร้า ทำให้เธอเปียกชื้น ร้อนผ่าวด้วยความปรารถนาเขาเองก็เช่นกัน เมื่อเธอและเขาเปลือยเปล่า เพียงแค่มองสบตา...เขาเลื่อนมือลงไปคลี่แย้มกลีบกุหลาบที่แสนฉ่ำของทยิดา เธอพร้อมแล้ว เขาก็เกินจะกลั้น เขาต้องการเธอมานานเกินไป ทยิดาเองก็เช่นกัน “อื้อ” “นิ้ง นิ้งของพี่” เสียงครางของเธอดังคลอกับเสียงบอกรักของเขา เมื่อเขาสอดประสานเข้ามา ยังคงแนบแน่น
“แวะพาลูกมานอนก่อนไหม? แกงอแงแล้ว” เขาหันมาถามทยิดาเมื่อกำลังอยู่บนถนนเพื่อกลับไปยังบ้านที่ยังอีกไกลมาก สาวน้อยเล่นสนุกจนเพลียตื่นเต้นมากกับห้องของเล่นของลุงปริ้นซ์ แกบอกว่าหนหน้าขอให้หนมโก๋มาด้วย จะพาหนมโก๋เล่นสไลเดอร์ ตอนแรกคุณปณิตาบอกให้ค้างเลยก็ได้ แต่ทยิดาดื้อเองแหละ เธอยังไม่อยากให้ทุกอย่างมันไวเกินไปนัก เพราะเขาดูจะได้ใจเกินไปแล้วในการที่ได้ทุกอย่าง เธอคิด...เขาควรไม่ได้บ้าง เธอดันรู้สึกผิดเมื่อเห็นยัยตัวเล็กของเธอที่เบะปากอีกแล้วตอนนี้ สาวน้อยนั่งตักแม่ จะหลับก็ไม่หลับ และไม่ยอมไปนั่งคาร์ซีท ตอนนี้ซบหน้ากับอกของทยิดาขนตาเปียกไปหมดเพราะเพิ่งจะซาร้องไห้ไป และกว่าจะถึงบ้านน่าจะค่ำมืด พี่วรรณโทรมาบอกว่าจัดการเรื่องอาหารเย็นให้กับเทิดแล้ว หนมโก๋ไปชวนคุณปู่เดินเล่นตอนเย็น บ่นคิดถึงน้องแจ้วๆ ให้เธอได้ยิน และบอกว่าจะจัดการดูแลคุณปู่ให้เองอานิ้งไม่ต้องห่วง คืนนี้จะนอนกับคุณปู่ถ้าอานิ้งไม่กลับ “รถติดมากเลย ข้างหน้านี้จะเป็นซอยไปคอนโดของเรา” เขาว่า ทยิดาเม้มปากแล้วพยักหน้า เธอไม่ควรทำให้ลูกลำบากเพราะทิฐิความโกรธของตัวเอง “ค่ะ ก็ดีค่ะ วันนี้แ
“ไหนๆ ยัยหนูนะนาย อุ๊ยตายแล้ว...หลานย่า น่ารักจังเลย ใครแต่งตัวให้หลานย่ากันคะ? ตาปายส่งรูปมาอวดทุกวันเลย แต่งตัวน่ารักทุกวัน” เสียงอุทานดังทักทาย ทำให้แม่หนูมองหน้าบิดา แล้วถามเสียงใส “คุณย่าเหรอคะ? พ่อจ๋า” “คุณย่าตัวจริงไงคะ ที่หนูคุยด้วยบ่อยๆ” “ลูกสาวแกน่ารักจริงๆ ตาปาย” คุณปณิตาตอนนี้มองจ้องหลานตาวาว เห็นในรูปในคลิปน่ารักแล้ว ตัวจริงยิ่งกว่า ทุกคนในครอบครัวต่างเฝ้าวันรอที่ปพลจะพายัยหนูมาที่บ้าน เมื่อเปิดตัวไปแล้วว่ามีลูกสาว ทั้งคุณ ปณิตาและปภพ และเสน่ห์จันทร์ก็ลุ้นเอาใจช่วยว่าน้องชายจะง้อเมีย ทวงลูกคืนมาได้ไหม... “คนมีลูกสาวคือคนเจ้าชู้” ประโยคนี้มาจากพี่ชาย ที่ขยิบตาให้กับน้องชายตัวแสบ ที่แอบไปมีลูกมีเมียไม่บอกใคร ด้วยประโยคที่เคยโดนน้องชายว่าเอา “หึๆ ไม่เคยเจ้าชู้ต่างหากครับ โดนเมียทิ้งด้วย” เขาหันไปมองทยิดา ที่ทำเป็นไม่ได้ยิน เธอยกมือไหว้คุณปณิตา สายตาของเธอยังมองท่านอย่างขลาดๆ เพราะเคยมีเรื่องมีราวกันมาก่อนและทักทายกันไม่กี่คำ หลังจากที่ยอมให้ปพลเข้าไปในบ้านไปอยู่กับลูกสาวของเธอแล้ว เป็นการยอม..ท







