Mag-log in“มา ฉลองที่วันนี้เธอตอกหน้ายัยเมียน้อยแซ่จางซะหงายเงิบ ที่รักของฉันเก่งที่สุด ทำเอาทุกคนอึ้งกันไปเลย” หลินม่านนั่งลงฝั่งตรงข้าม พลางพูดพร้อมกับยกแก้วเหล้าขึ้นมา ถังหนิงชนแก้วกับเพื่อนรัก “ถ้าวันหน้าเธอไม่อยากเป็นนางแบบแล้ว ก็มาทำงานที่บริษัทฉันสิ มาดูฝ่ายปฏิบัติการก็ไม่เลวนะ” หลินม่านใช้นิ้วชี้ชี้หน้าเธอ “พูดแล้วนะ ถึงเวลาฉันไปทำจริง ๆ ด้วยล่ะ” ทั้งสองชนแก้วกัน ก่อนจะแหงนหน้าดื่มรวดเดียวหมด ฤทธิ์แอลกอฮอล์เย็นเฉียบไหลผ่านลำคอลงสู่กระเพาะ ทว่ากลับไม่อาจดับความร้อนรุ่มในใจได้เลยแม้แต่น้อย หนำซ้ำมันยังปะทะกันจนยิ่งลุกโชนหนักกว่าเดิม ภายในใจของเธออึดอัดรวดร้าว ดิ่งวูบลงอย่างหนักอึ้ง เธอยังคงคิดไม่ตกว่า... ทำไมคืนนั้นจี้จิ่นซิวถึงได้กลับคำพูด แต่ถึงจะคิดไม่ตกก็ช่างมันเถอะ เธอไม่อยากหันหลังกลับไปอีกแล้ว หลินม่านคอแข็งมาก ถังหนิงจิบไปแค่นิดเดียว แต่เธอซัดไปหมดแก้ว พอเมาหนักเข้า ทำนบปากก็เริ่มพัง หลินม่านก่นด่าคนตระกูลจี้เรียงตัวตั้งแต่หัวหงอกยันหัวดำ แถมยังด่าด้วยถ้อยคำหยาบคายชนิดที่ว่าถ้าเอาไปออกอากาศก็คงต้องโดนเซ็นเซอร์รัว ๆ พอด่าจนหนำใจ อารมณ์คุกรุ่นของหลินม่า
คุณท่านจี้ปรายตามองไปทางเขา แสงจันทร์สาดส่องกระทบร่างสูงโปร่ง ทอดเงายาวเหยียดทาบลงบนพื้น รอบกายชายหนุ่มแผ่กลิ่นอายความเศร้าหมองบางเบาออกมา ถังหนิงกล่าวลาคุณปู่หลังพูดคุยเสร็จสรรพ ทว่าตอนที่เดินจากไป เธอกลับไม่แม้แต่จะปรายตามองจี้จิ่นซิวเลยสักนิด เมื่อเห็นดังนั้น จี้จิ่นซิวจึงก้าวยาว ๆ มาหยุดอยู่ตรงหน้าคุณปู่ของตน “คุณปู่ ไม่ได้ชวนเธออยู่ทานข้าวด้วยกันเหรอครับ” “แกไม่มีปากหรือไง? จะให้ฉันเป็นคนออกปากเรื่องแบบนี้ ฉันแบกหน้าทำไม่ลงหรอก” คุณท่านจี้ถลึงตาใส่หลานชายด้วยความขัดใจอย่างที่สุด “อุตส่าห์คิดว่าถ้าพวกแกคบกันแล้วจะไปกันได้ดี ที่ไหนได้ แกดันทำเรื่องบัดซบพรรค์นี้ลงไปได้”“ไม่ต้องมาเรียกฉันว่าปู่ ฉันไม่มีหลานอย่างแก! ถ้าจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยไม่ได้ ต่อไปก็ไม่ต้องมาให้ฉันเห็นหน้าอีก” จี้จิ่นซิวไม่ได้โต้ตอบ ทอดสายตามองไปยังทิศทางที่ถังหนิงเดินจากไป นัยน์ตาสีดำขลับกลมกลืนไปกับความมืดมิดของรัตติกาล สีหน้าของเขาเรียบตึงยากจะคาดเดาอารมณ์ คุณท่านจี้กลอกตาใส่เขาพร้อมกับแค่นเสียงอย่างอารมณ์เสีย: “คนมีปากแต่ไม่รู้จักพูดอย่างแกเนี่ย สมควรอยู่เป็นโสดไปจนตาย”คุณท่านจี้กระแ
“คนตระกูลจี้มันไม่ได้เรื่องกันทั้งบ้าน หนูจะรับสิ่งที่ควรได้เอาไว้บ้างแล้วมันทำไมล่ะ? อย่าทำตัวซื่อบื้อไปหน่อยเลย ไม่ต้องไปถือทิฐิเอาของไปคืนหรอกนะ” ถังหนิงชะงักอึ้งไปครู่หนึ่ง ที่เธออยากเอาของไปคืนทั้งหมด เป็นเพราะว่าเขาเป็นคนให้ หากเป็นของที่จี้จิ่นซิวตั้งใจมอบให้ เธอคงจะเก็บเอาไว้โดยไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยสักนิด ทว่าคำพูดของคุณท่านจี้ในวินาทีนี้ กลับทำให้เธอรู้สึกสบายใจที่จะไม่คืนของพวกนั้นอย่างบอกไม่ถูก: “ตกลงค่ะ”คุณท่านจี้ตบหลังมือเธอเบา ๆ สีหน้าเปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู: “ไม่ว่าหนูจะตัดสินใจยังไง ปู่ก็สนับสนุนหนูเสมอ อยากหย่าก็หย่าเลย” “ถึงปู่จะรักหลานสะใภ้คนนี้มากแค่ไหน แต่ท้ายที่สุดก็ต้องโทษไอ้หลานอกตัญญูไม่เอาไหนสองคนนั้น เลวทรามพอกันทั้งคู่ ไอ้พวกงี่เง่าเอ๊ย!” พูดมาถึงตรงนี้คุณท่านจี้ก็โมโหจัด กระแทกไม้เท้าลงกับพื้นอย่างแรง จี้จิ่นซิวยืนอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล สายตาของเขาจับจ้องไปที่พวกเขาสองคนอยู่ตลอดเวลา พอได้ยินเสียงด่าทอนั้น เขาก็เห็นคุณปู่ของตัวเองหันมาถลึงตาใส่เขาอย่างเอาเรื่อง เขาขมวดคิ้ว ไม่ใช่ว่าตกลงกันแล้วหรือไงว่าจะมาช่วยพูดเกลี้ยกล่อม? นี่ถึงกับด่า
ถังหนิงประคองคุณท่านจี้เดินนำไปก่อน จี้จิ่นซิวมองตามแผ่นหลังของคนทั้งสองที่กำลังเดินไปที่ลิฟต์ ความรู้สึกที่ถูกเมินเฉยอยู่เพียงคนเดียวทำให้ในใจเขารู้สึกขื่นขมและไม่สบอารมณ์นัก เมื่อเข้าไปในลิฟต์ ขณะที่จี้จิ่นซิวยังไม่ทันก้าวตามเข้ามา ถังหนิงก็กดปุ่มชั้นหนึ่งและกดปิดประตูอย่างไม่ลังเล ไร้ซึ่งวี่แววว่าจะรอเขาแม้แต่น้อย คุณท่านจี้มองเห็นทุกการกระทำ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยปากอะไรออกมา จังหวะที่ประตูลิฟต์กำลังจะปิดสนิท จู่ ๆ ก็มีมือหนาข้างหนึ่งสอดเข้ามาขวางตรงช่องว่าง และจับบานประตูไว้ไม่ให้ปิดลง ประตูลิฟต์เปิดออกอีกครั้ง พร้อมกับร่างสูงของจี้จิ่นซิวที่ก้าวเข้ามาด้านใน ถังหนิงมีสีหน้าเรียบเฉย เธอยืนอยู่ข้างแผงควบคุม และกดปุ่มปิดประตูซ้ำอีกครั้ง ภายในพื้นที่แคบ ๆ อันน่าอึดอัด บรรยากาศเงียบสงัดจนแทบจะได้ยินเสียงเข็มตกกระทบพื้น จี้จิ่นซิวเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ เขายืนอยู่ข้างคุณท่านจี้ ทว่าสายตากลับจับจ้องไปที่ร่างของถังหนิงไม่วางตา ราวกับติดตั้งเรดาร์ติดตามเอาไว้ ถังหนิงสัมผัสได้ถึงสายตาที่จ้องมองมาจากด้านบน เธอรู้สึกอึดอัดจนวางตัวไม่ถูก ถึงขั้นอยากจะหนีไปให้พ้น พานรู้สึกไปว่าอากาศร
ถังหนิงหลุบตาลงแฝงแววเยือกเย็น “อีกสองวันเตรียมตัวประชุมให้พร้อม ฉันจะทำให้เขาไสหัวออกไปเอง... อย่างเต็มใจด้วย”ฟางซุ่นหมิงสบตาถังหนิงแล้วถึงกับลอบอึ้งไป ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้เขาจะประเมินเด็กสาวคนนี้ต่ำเกินไปจริง ๆ แม้อายุจะยังไม่ถึงยี่สิบสามปีเต็ม แต่วิธีการจัดการปัญหาและชั้นเชิงกลับไม่เป็นรองใครเลยแม้แต่น้อย หลังจัดการธุระเสร็จสิ้น ถังหนิงก็ออกจากบริษัท เธอไม่มีกะจิตกะใจแม้แต่จะกินข้าว ได้แต่ลากร่างอันเหนื่อยล้าไปเยี่ยมคุณปู่ที่โรงพยาบาล เฉกเช่นหลายวันที่ผ่านมา... คุณปู่ยังคงไม่ฟื้น หญิงสาวบีบนวดแขนขาให้คุณท่านถังอยู่นานนับชั่วโมง จึงได้เวลาลงไปชั้นล่างเพื่อกลับบ้านทางนี้มีลุงโจวกับพยาบาลพิเศษคอยดูแลอย่างใกล้ชิด เธอจึงวางใจได้มาก ทว่าพอเดินพ้นประตูห้องพักผู้ป่วยและเงยหน้าขึ้นมา เธอกลับไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นร่างของผู้สูงวัยที่ดูใจดีคุ้นตายืนอยู่ไม่ไกลนักตรงโถงทางเดิน ถังหนิงชะงักไปเล็กน้อยเป็นคุณท่านจี้นั่นเอง จี้จิ่นซิวเป็นคนพามา ชายหนุ่มยืนประคองอยู่เคียงข้าง โดยมีลุงจงที่เป็นพ่อบ้านคอยเดินตามหลัง จี้จิ่นซิวประคองคุณท่านจี้เดินเข้ามาใกล้ “ปู่มาเยี่ยมพี่ถังน่ะ”
ท่าทีของเธอในตอนนี้ ในสายตาของพวกเขาแล้ว ราวกับเป็นคนละคนอย่างสิ้นเชิง สองแม่ลูกถึงกับหน้าถอดสีด้วยความตกตะลึง ถังไคเหวินโกรธจัดจนตบโต๊ะเสียงดังลั่น: “นังเด็กบ้า นี่แกหลอกปั่นหัวฉันเหรอ!” ถังหนิงเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงาน ยกมือขึ้นกอดอก พลางปรายตามองเขาด้วยท่าทีราบเรียบ: “เรื่องทั้งหมดนี้คุณเป็นคนก่อขึ้นมาเอง ฉันไม่ได้บังคับ คุณเลือกเองได้เลย” เลือกงั้นเหรอ? พวกเขาไม่มีสิทธิ์เลือกเสียด้วยซ้ำ นังเด็กตัวแสบนี่ปิดทางหนีทีไล่ของพวกเขาไว้หมดแล้ว! หยางซื่อไม่มีทางยอมทำตามที่เธอบอก โวยวายขึ้นทันที: “ทำแบบนี้ได้ยังไง! ไคเหวินนั่งตำแหน่งนี้มาตั้งนานแล้ว ถือเสียว่าเขาเพิ่งทำผิดเป็นครั้งแรก อย่าถือสาหาความเขาเลยนะ” “ถังหนิง เขาก็เป็นลูกพี่ลูกน้องของเธอนะ ยังไงเราก็คนครอบครัวเดียวกัน ใช้เงินไปนิดหน่อยเอง เธอจะทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ไปทำไม!” ไม่พูดก็แล้วไปเถอะ แต่พอเธอพูดออกมา ถังหนิงก็ยิ่งรู้สึกว่ามันช่างน่าขันสิ้นดี “เขายักยอกค่าแรงพวกนี้ไป ไม่เพียงแต่จะทำให้คนงานประท้วงหยุดงาน แต่ยังทำให้ถังซื่อกรุ๊ปต้องเผชิญกับวิกฤตหนักหนาสาหัส คนงานเหล่านั้นทำงานกันอย่างเหน็ดเหนื่อยแ
เสียงยียวนดังเข้าหู ผ่านไปนานกว่าถังหนิงจะตั้งสติได้ “พี่จี้ เมื่อกี้น้องชายพี่เพิ่งหลอกฉัน คราวนี้พี่จะหลอกฉันอีกเหรอ?”อีกฝ่ายคือจี้จิ่นซิว พี่ชายแท้ๆ ของจี้หานตอนถังหนิงเพิ่งคบกับจี้หาน ท่าทีของจี้จิ่นซิวไม่เป็นมิตรกับเธอเลย“โดนเทแล้วครั้งหนึ่ง จะกลัวครั้งที่สองทำไมล่ะ?” จี้จิ่นซิวน้ำเสียงยี
“คุณชายจี้ วันนี้เป็นวันจดทะเบียนสมรสของนายกับถังหนิง นายไม่ไปแบบนี้ ไม่กลัวเธอโกรธเหรอ?”“ใครๆ ก็รู้ว่าถังหนิงเกาะคุณชายจี้แน่นเหมือนปลิง ถึงรู้ว่าวันนี้คุณชายจี้ไม่ไปเพราะหนิงหนิง เธอก็ไม่กล้าโกรธหรอก”“ใช่ ถังหนิงไม่สำคัญเท่าหนิงหนิง คุณชายจี้รักและเอ็นดูหนิงหนิงมาตั้งแต่เด็กแล้ว......”......
ถังหนิงหัวร้อนขึ้นมาทันที โดนเขาแกล้งจนหน้าแดงถึงหู เธอขบริมฝีปากแล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นไปจุ๊บแก้มเขาหนึ่งที“พอใจแล้วใช่ไหม?”เธอจุ๊บเสร็จแล้วจะเดินออกไปดวงตาของจี้จิ่นซิวค่อยๆ เบิกกว้าง ความเย็นชาราวกับน้ำแข็งในดวงตาเริ่มจางหายเขายื่นมือไปรวบตัวเธอมากอดอย่างรวดเร็ว มือใหญ่ล็อกท้ายทายของเธอ เขา
คำพูดของถังหนิงทำให้คุณท่านถังเหลือเชื่อมาก หลังจากถามย้ำอยู่หลายครั้ง เขาหัวเราะดังกว่าเดิม“โอเค แต่งแล้วก็ดี ว่างๆ พาเขากลับมากินข้าวกับปู่ด้วย”ถังหนิงขานรับอย่างว่าง่าย “โอเคค่ะปู่”หลังจากวางสาย ประตูห้องนอนเปิดออกจี้จิ่นซิวเดินเข้ามาในห้องนอน ขายาวๆ ก้าวมาข้างหน้าเธอบุคลิกดูดีมีชาติตระ







