Share

พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ
พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ
Author: RINSP

CHAPTER 01

Author: RINSP
last update publish date: 2026-09-17 16:14:46

ทำได้แล้ว!

“พริมเก่งมากเลยอะ เก็บเอทุกวิชาทำได้ไงก่อน” เฟียร์ถามอย่างประหลาดใจปนชื่นชม หลังจากเห็นผลการเรียนชั้นปีที่สามของพวกเราประกาศผลออกมาแล้ว ผลปรากฏว่าฉันกวาดเอทุกวิชาเข้าพอร์ตเป็นปีที่สาม

“ทั้งสวย รวย ฉลาด นิสัยดี ครบจบที่พริมรดาคนเดียวจริง ๆ แบบนี้ผู้ชายคนไหนที่เข้ามาจีบก็คงต้องทำการบ้านอย่างหนักแน่ๆ พูดแล้วก็รู้สึกเหนื่อยแทนเลย”

“จริง เพื่อนเราเพอร์เฟกต์เกินมนุษย์ธรรมดาไปแล้ว” ตาหวานเพื่อนสนิทอีกคนว่าเสริม

“พวกเธอยอจนตัวเราจะลอยขึ้นท้องฟ้าแล้ว ที่จริงเราก็ไม่คิดว่าจะทำได้เหมือนกัน” ตอนที่ผลการเรียนออก ฉันยังอึ้งกิมกี่กับตัวเอง ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้อีกครั้ง อาจารย์ประไพคนนี้ออกข้อสอบว่ายากแล้วยังขี้เหนียวคะแนนอีก ท่านไม่เคยปล่อยเกรดเอให้ใครเลย อย่างรุ่นพี่ปีก่อนก็ไม่เคยมีใครได้เอจากวิชาของอาจารย์เลยสักคน

“ดีใจด้วยน้า” ตาหวานเข้ามาสวมกอดฉันไว้แน่น

“ขอบคุณน้า งั้นเดี๋ยวเย็นนี้เราไปกินชาบูกันไหม เราเลี้ยงเอง ฉลองเกรดออกสักหน่อย” เอ่ยชวนอย่างตื่นเต้น อันที่จริงเรื่องเกรดมันก็ไม่ได้ทำให้ฉันตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น แต่มันมีเป้าหมายอยู่ต่างหาก สาเหตุที่ฉันอยากชวนเพื่อน ๆ ไปกินชาบูด้วยกันก็เพราะว่าวันนี้เป็นครบรอบวันเกิดของตาหวาน แต่เจ้าตัวไม่ยอมบอกเพื่อนสนิทสักคน ทั้งที่คบกันมาตั้งสามปีแล้ว ได้โอกาสฉันจึงอยากพาเพื่อนตัวเล็กไปกินข้าวด้วยกัน จากนั้นก็จะชวนไปซื้อของขวัญเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้เธอ

ครั้นเอ่ยปากชวนตรง ๆ คิดว่าเพื่อนคงปฏิเสธอีกแน่ ๆ เพราะตาหวานเป็นคนขี้เกรงใจมาก ฉันจึงได้โอกาสใช้เรื่องฉลองเกรดตัวเองเป็นข้ออ้างเสียเลย

“เออ เราคง…”

“โอเค งั้นเราไปกันเลยไหม” เฟียร์ชิงพูดตัดบททันที ใช้เรียวแขนล็อกแขนเจ้าของวันเกิดไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยให้ชิ่งหนีอีกแน่นอน “ไปรถพริมหรือรถเรา”

“เดินค่ะ ร้านอยู่แค่หน้ามอเอง” ร้านชาบูที่ฉันตั้งใจพาเพื่อน ๆ ไปเลี้ยงนั้นเป็นร้านติดท็อปลิตส์ของนักศึกษาในมหาวิทยาลัย ราคานักศึกษา แต่คุณภาพเทียบเท่าระดับร้านในห้างสรรพสินค้าได้เลยเหตุผลที่เลือกร้านนี้เพื่อตาหวานจะได้ไม่รู้สึกอึดอัด

“หืม เราก็นึกว่าจะไปร้านประจำเสียอีก”

“ร้านนั้นกินบ่อยแล้ว กินร้านหน้ามอนี่แหละ ใกล้ดี เดินแค่ห้านาทีเอง” ร่างบางแทรกตรงกลางระหว่างเพื่อนทั้งสองจากนั้นจึงคล้องแขนเกี่ยวกันไว้แล้วเดินไปพร้อมกัน

“น้องพริม รอก่อนครับ” เสียงทุ้มจากใครคนหนึ่งดังมาจากสนามกีฬากลาง พวกเราสามคนหันไปยังต้นเสียงอย่างพร้อมเพรียง ผู้ชายร่างใหญ่โตในชุดนักกีฬาฟุตบอล ด้านหน้าสกรีนหมายเลข 2 กำลังวิ่งเข้ามาหา เพียงไม่กี่วินาทีเขาก็หยุดตรงหน้า

เจ้าของใบหน้าคมสไตล์ลูกครึ่งไทย-อังกฤษ ดวงตาคมสีน้ำตาลอ่อนทอประกายวาววับจ้องมองมาที่ฉัน รอยยิ้มมุมปากยกขึ้นทักทายอย่างอ่อนโยน

เขาชื่อติณณ์เป็นรุ่นพี่ในคณะฯ ของพวกเรา แถมยังเป็นดาวเด่นของชั้นปีสี่อีกต่างหาก ยิ่งไปกว่านั้นเขายังเป็นลูกชายของอธิบการบดีของมหาวิทยาลัยแห่งนี้

รูปหล่อ พ่อรวย เรียนเก่ง ดีกรีตำแหน่งเดือนมหาวิทยาลัยแถมยังเป็นกัปตันทีมฟุตบอลอีก เรียกว่าเขาเป็นชายหนุ่มที่เพอร์เฟกต์สุด ๆ

“น้อง ๆ กำลังจะเดินไปไหนกันเหรอครับ” พี่ติณณ์เอ่ยถาม ดวงตาเขาเป็นประกายบ่งบอกว่าโชคดีที่ได้เจอกัน

ฉันได้ข่าวว่าช่วงนี้สมาคมฟุตบอลของมหาวิทยาลัยกำลังคัดเลือกกัปตันทีมคนใหม่เพราะอีกไม่นานพี่ติณณ์ก็จะเรียนจบออกไปแล้ว ช่วงนี้ฉันจึงไม่ค่อยเจอเขาสักเท่าไร ส่วนหนึ่งเราไม่ค่อยเจอกันเพราะเรียนคนละชั้นปี อีกส่วนเป็นเพราะเรื่องราวที่เกิดประเด็นขึ้นจนต้องทิ้งระยะห่างออกมา

เฟียร์เคยเล่าให้ฉันฟังว่าในวันเลี้ยงสายรหัส มีรุ่นน้องคนหนึ่งถามพี่ติณณ์ว่า พี่ติณณ์ทั้งหล่อ ทั้งเก่งแบบนี้เคยมีเรื่องอะไรที่ทำไม่สำเร็จบ้าง เขาตอบกลับรุ่นน้องไปว่า ในช่วงชีวิตในมหาวิทยาลัย เขาคิดว่าตัวเองทำทุกอย่างสำเร็จหมดแล้ว ยกเว้นเรื่องเดียวนั่นก็คือ เขายังจีบฉันไม่ติด

จากนั้นเรื่องนี้ก็เป็นที่พูดถึงกันทั้งคณะ หลายคนก็เข้ามาถามแทนพี่ติณณ์ว่าทำไมฉันถึงไม่ยอมเปิดใจให้พี่เขา ฉันทำเพียงแค่บอกว่ายังไม่พร้อมจะคบกับใคร แต่ดูเหมือนทุกคนจะคิดไปแล้วว่าฉันเรื่องเยอะ เล่นตัว สเป็กสูงเกินไป ขนาดพี่ติณณ์ที่ว่าพร้อมทุกอย่าง ฉันยังไม่แล

เมื่อคนพูดกันหนาหูขึ้น เฟียร์คงทนฟังต่อไปไม่ไหวจึงสวนกลับคนเหล่านั้นกลับไปว่า 'เรื่องส่วนตัวไม่ใช่เรื่องส่วนรวม ถ้าอยากมีส่วนร่วมรบกวนจ่ายค่าเลี้ยงดูตลอด20ปีมาก่อน'

แล้วยังทิ้งประโยคท้ายด้วยว่า 'ถ้าให้คิดรวมๆ ก็น่าจะหลายล้านอยู่นะ จ่ายไหวไหม ถ้าจ่ายไม่ไหวก็อย่ามาตั้งคำถามกดดันคนอื่นแบบนี้อีก'

นับแต่นั้นมาก็ไม่มีใครกล้ามาถามฉันอีกเลย ส่วนพี่ติณณ์ก็รีบเข้ามาขอโทษที่เป็นต้นเหตุทำให้ชีวิตฉันวุ่นวาย ทั้งที่เขาไม่ผิดเลยสักนิด

“พวกเรากำลังจะไปกินชาบูกันค่ะ” ตอบพลางยิ้มอ่อนให้อีกฝ่าย ถึงแม้ฉันจะไม่ได้เปิดโอกาสให้รุ่นพี่ได้เข้ามาทำความรู้จักกัน แต่ฉันก็ไม่ได้เมินเฉยหรือตัดสัมพันธ์กับอีกฝ่าย เพียงแค่ต้องเว้นระยะห่างให้พอดีเท่านั้น อะไรที่ทำให้อีกฝ่ายคิดว่าฉันยอมใจอ่อนมีใจให้ ฉันจะไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นเป็นอันขาด

พี่ติณณ์เป็นคนดีมาก เพียงแต่ฉันมีคนที่อยู่ในใจอยู่แล้ว

“อ้อ ชาบูหน้ามอเหรอครับ”

“ใช่ค่า พี่ติณณ์ไปด้วยกันไหม” คราวนี้เฟียร์เป็นคนตอบ อีกทั้งยังชวนอีกฝ่ายไปด้วยกัน อันที่จริงเฟียร์ก็แอบเชียร์พี่ติณณ์อยู่เหมือนกัน เธอบอกว่าเราสองคนเหมาะสมกันมาก ถ้าหากคบกันคงเป็นคู่รักที่ใคร ไต้องพากันอิจฉาแน่ๆ แต่ถึงอย่างนั้นเธอไม่เคยก้าวก่ายการตัดสินใจของฉันแม้แต่ครั้งเดียว

ส่วนพี่ติณณ์ค่อนข้างสงวนท่าทีอยู่เหมือนกัน เขสไม่ได้ทุ่มจีบกันอย่างเต็มที่ เข้าใจว่าผู้ชายเพอร์เฟกต์แบบเขาก็คงไว้เชิงกันบ้างแหละ

“งั้นพี่ไม่กวนแล้วครับ ทานให้อร่อยนะครับ”

จากนั้นร่างสูงก็หมุนตัววิ่งกลับไปที่สนามเหมือนเดิม กลุ่มเพื่อนของเขาต่างหันมามองที่พวกเราแล้วส่งยิ้มมาให้ บางคนก็โบกไม้โบกมือทักทาย

“ผิดคาดแฮะ นึกว่าพี่ติณณ์จะขอตามไปด้วยกันกับเราซะอีก” เฟียร์ว่าหลังจากที่เราเดินพ้นจากสนามกีฬามาแล้วสักระยะหนึ่ง อีกไม่กี่สิบเมตรก็จะถึงร้านชาบูซึ่งเป็นจุดหมายแล้ว

“นั่นสิ หรือว่าพี่เขาจะถอดใจแล้ว” ตาหวานแสดงความคิดเห็น "บางทีความพยายามของรุ่นพี่อาจจะหมดลงแล้วก็ได้ อีกอย่างเขาก็ใกล้จะเรียนจบแล้วด้วย เข้าสู่โลกของการทำงานแบบเต็มตัว โฟกัสของรุ่นพี่ก็อาจจะไม่ใช่พริมอีกแล้ว"

“แต่เขาก็จีบพริมมานานนะ ตั้งสามปีแน่ะ ทั้งที่พี่เขาก็มีผู้หญิงสวย ๆ มาชอบตั้งเยอะแยะ แต่ไม่เห็นจะคบกับใครสักคน แล้วพริมอะไม่คิดจะเปิดใจให้พี่เขาจริง ๆ เหรอ” เฟียร์แย้งความเห็นของตาหวานแล้วเธอจึงหันมาถามเจ้าของประเด็นอย่างฉันทันที

“เราไม่ได้คิดอะไรกับพี่เขาอะ คิดแค่ว่าเขาเป็นรุ่นพี่คนหนึ่ง” ฉันตอบตามตรง คำตอบของฉันยังเหมือนเดิมตั้งแต่วันแรกที่เขาเข้ามาจีบจวบจนทุกวันนี้

“ก็นะ หัวใจคนเรามันบังคับกันได้เสียที่ไหน” เฟียร์ว่า ฉันคิดว่าเพื่อนคงรู้ดีถึงเหตุผลที่ฉันไม่เคยเปิดใจให้ผู้ชายคนไหนเลย ไม่ใช่ว่าฉันยังไม่เจอคนที่ใช่ แต่ฉันมีคนที่ชอบอยู่แล้วต่างหาก

"ไม่พูดเรื่องนี้กันแล้วนะ หิวอะ รีบเข้าไปในร้านดีกว่า"

พนักงานรีบเปิดประตูต้อนรับทันทีที่เราเดินมาถึงหน้าร้านชาบู แถมยังทักทายอย่างสุภาพประหนึ่งว่าเป็นลูกค้าวีไอพี จากนั้นพวกเราก็ถูกพาไปยังชั้นสองของร้านซึ่งชั้นนี้ยังไม่ค่อยมีลูกค้าเข้ามานั่งสักเท่าไร

“ร้านดูดีอยู่น้า พนักงานก็ดูแลดีเว่อร์” เฟียร์ชื่นชมหลังจากได้รับการบริการยิ่งกว่าร้านอาหารมิชลินสตาร์

“นั่นสิ” ตาหวานว่าเสริม "เราเคยไปนั่งร้านชาบูกับเพื่อนสมัยมัธยม ราคาพอ ๆ กับที่นี่ แต่การบริการคนละเรื่องเลย"

“เราสั่งอาหารกันเถอะ หิวแล้ว” ฉันว่าพลางจัดการสแกนคิวอาร์โค้ดที่พนักงานนำมาให้เพื่อสั่งอาหารต่าง ๆ

ระหว่างรอให้พนักงานนำของมาเสิร์ฟ ทุกคนต่างก้มหน้าเล่นโทรศัพท์ ปิดโหมดอยู่ในโลกส่วนตัว ขณะที่ฉันกำลังไล่อ่านแชตของครอบครัวอยู่นั่นเอง จู่ ๆ เจย์ก็โทรเข้ามาพอดี เรียวคิ้วสวยขมวดมุ่นทันที ปกติเจย์ไม่ค่อยโทรหากันสักเท่าไร หากมีเรื่องอะไร เขามักจะแชตคุยกันเสียมากกว่า

ไม่รอช้าด้วยความสงสัยฉันจึงกดรับสายทันที

“ว่าไงตัว”

(ตอนนี้ตัวอยู่ไหนอะ)

“เค้ามากินชาบูกับเพื่อนแถวหน้ามอ ตัวมีอะไรปะ” ถามกลับอย่างสงสัย

(อ๋า กินเสร็จแล้วไปไหนต่อปะ)

“ก็ว่าจะไปห้างซื้อของต่อนิดหน่อย” ของที่ว่าก็คือของขวัญของตาหวานนั่นแหละ

(อ้อ งั้นก็ไม่ว่างอะดิ)

“ตกลงตัวมีอะไรเนี่ย” คนเป็นพี่เริ่มหงุดหงิดเล็ก ๆ เพราะอีกฝ่ายเอาแต่ถามอ้อม ๆ ไม่ยอมบอกจุดประสงค์ที่โทรมาสักที

(ก็ตอนนี้เค้าอยู่สนามบิน)

“หืม... ตัวจะไปไหนเหรอ” ถามอย่างสงสัยทันที ฉันแอบคาดเดาไปไกลถึงขั้นที่ว่าเจย์อาจจะบินหนีไปเที่ยวคนเดียว

(ไม่ได้บินไปไหน แต่มารับคนต่างหาก)

“รับใครเหรอ” เริ่มหงุดหงิดเพิ่มขึ้นอีกเมื่อเจ้าน้องชายเอาแต่เล่นตัวไม่ยอมบอกสักที ฉันไม่อยากคาดเดาอีกแล้ว

(ก็มารับพวกพี่ ๆ ไง เนี่ยเค้ารอพวกเขาเดินออกมาจากเกตอยู่ ก็เลยโทรหาตัว เผื่อนัดเจอกัน)

“พี่ ๆ ที่ไหนอะ”

(เฮีย ๆ กลับมาแล้วนะ เพิ่งลงเครื่องเลย) คำตอบของเจย์ทำคนฟังชะงักทันที ดึงโทรศัพท์ออกจากหูเพื่อดูวันที่บนหน้าจอแล้วพบว่ามันยังไม่ถึงกำหนดว่าที่พวกเขาจะเดินทางกลับมา อย่าบอกนะว่า

“แอบทำเซอร์ไพรส์กลับมาก่อนงั้นเหรอ”

(อือ เซอร์ไพรส์ไหมล่ะ)

พยักหน้าตอบอีกฝ่ายทันที ส่งผลให้เพื่อนทั้งสองคนหันหน้ามองกันอย่างงุนงง

(ตัวยังอยู่ไหมเนี่ย หรือขิตไปแล้ว)

“ยังอยู่ อย่ามาแช่งกันสิ” ฉันสวนกลับทันควัน แอบเคืองอีกฝ่ายที่แซวกันด้วย อยู่กันดีๆ มาแช่งกันเสียอย่างนั้น

(ก็นั่นแหละ คืนนี้ตัวว่างไหมละ จะได้มาเจอกันหน่อย)

ฉันชะงักนิ่งไปครู่หนึ่งทั้งที่ตัวเองมีคำตอบอยู่แล้ว แต่กลับเงียบไม่ยอมตอบกระทั่งปลายสายถามมาอีก (ตัวอยากเจอไหม)

“อือ...อยากเจอสิ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ   CHAPTER 45

    [บทบรรยายพิเศษ]“คุยไรกับพริมวะ” ไบรท์หันมาถามหลังจากป้องชนะเจย์เอาคืนแทนเขาได้สำเร็จ ตอนนี้สองพี่น้องแยกย้ายกันกลับห้องตัวเองหมดแล้ว“เรื่อยเปื่อย” ป้องตอบพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านแชตที่ค้างเอาไว้ “คืนนี้มึงไปกับกูปะ”“อีกละ” ไบรท์ถามอย่างเหนื่อยอ่อน เขาไปเที่ยวเป็นเพื่อนป้องนับเป็นคืนที่สามแล้ว ตับไตไส้พุงแทบไม่ได้พักผ่อน“แค่ตอบว่ามึงจะไปไหม”“ก็ไปสิวะ มึงก็รู้ว่ากูไม่อยากอยู่คนเดียว”“เธอยังไม่รับสายมึงอีกเหรอ” ป้องถามถึงคนที่เป็นสาเหตุให้เพื่อนรักอยู่คนเดียวไม่ได้“มา ๆ หาย ๆ ทำอย่างกับกูเป็นเซเว่น กูแค่ขอเธอคบทำอย่างกับกูจะลวงไปฆ่าหมกป่า ไม่รู้ว่าติดอะไร ขอเหตุผลจริง ๆ ก็ไม่ยอมบอก กูบอกเธอไปแล้วว่าถ้าจะคบกันแบบนี้เรื่อย ๆ แค่เพื่อนนอนหรือไม่มีสถานะ กูไม่เอาด้วย กูไม่ชอบ แต่พอจะไปก็มารั้งกูไว้ กูแม่งไม่เข้าใจผู้หญิงจริง ๆ” ไบรท์ไม่รู้ว่าตัวเองพูดเรื่องนี้เป็นครั้งที่เท่าไรแล้ว เขาก็ไม่อยากนับ แต่มันเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่เขาเจอเธอ โลกที่เขาเคยมองมันอย่างชัดเจนกลับไม่ชัดเจนอีกต่อไป อยากจะเดินออกมาก็ทำไม่ได้เพราะเขาดันตกหลุมรักเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น“ตกลงมึงจะไปไหม”“เออแต่คืนนี้มึง

  • พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ   CHAPTER 44

    ฉันก้มมองตัวเองแล้วรีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขากลับมาพูดคะขากับฉัน ยิ้มหวานให้กันเพราะไม่ต้องระวังตัวเวลาเราต้องพูดคุยกันแล้วสินะ“งั้นพริมไปรอข้างนอกนะคะ” ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ชวนคุยอะไรอีก ฉันก็รีบเดินออกจากห้องนอนทันทีจากนั้นประมาณห้านาทีพี่ป้องก็เดินตามออกมานั่งที่โต๊ะกินข้าว อาหารถูกจัดใส่จานเอาไว้เต็มโต๊ะ อันที่จริงยังมีอีกสามจานที่ยังไม่ได้นำมาวางเอาไว้เพราะไม่มีที่ว่างแล้ว“สงสัยป้าเบลล์กลัวเฮียอดตายเป็นผีเฝ้าคอนโดถึงได้ทำอาหารมาให้เยอะขนาดนี้” เจย์เอ่ยแซว ตักปลาราดพริกของโปรดเข้าปากตัวเอง“มึงนี่ปากเสียจริง ๆ กิน ๆ ไปอย่าพูดมาก อย่าให้เหลือนะเว้ย เดี๋ยวเฮียต้องส่งรูปให้แม่ดูเป็นหลักฐาน” พี่ไบรท์ว่าพลางตักผัดผักรวมเข้าปาก“ทำไมเฮียกินแต่ผักอะ” เจย์ถามอย่างสงสัยพลางตัดเนื้อเข้าปากตัวเอง“เฮียไดเอตอยู่ ช่วงนี้ต้องลดน้ำหนัก รู้สึกหน้าตัวเองอ้วนขึ้นอะ คางเริ่มมีเหนียงเผละออกมาละ” พี่ไบรท์ไม่ว่าเปล่าเขาย่นคอตัวเองสำทับเพื่อให้เห็นเหนียงน้อยของเขาเมื่อก่อนสมัยยังเด็ก พี่ไบรท์อ้วนมาก อ้วนตัวกลมเหมือนลูกบอลเลย จนช่วงที่เขาอยู่มัธยมปลายก็เริ่มเล่นกีฬา น้ำหนักเริ่มลดลงเรื่อย ๆ จากเด็กอ้ว

  • พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ   CHAPTER 43

    [บทบรรยายพิเศษ]“เพื่อนตัวคนนี้เริ่มทำตัวแปลก ๆ ขึ้นทุกวันนะ มิน่าล่ะวันนั้นถึงได้ส่งข้อความมาแบบนั้น” เจย์พูดขึ้นหลังจากเขานั่งฟังพี่สาวเล่าเรื่องที่เกิดวันนี้ เขามีแต่คำว่าแปลกใจอยู่ในหัวเต็มไปหมด ไม่คิดว่าคนเงียบ ๆ ใสซื่อแบบตาหวานจะทำเรื่องลับหลังพริมถึงสองครั้งสองคราด้วยกัน“หวานส่งข้อความมาหาตัวเหรอ”“ใช่ เธอบอกให้เค้าช่วยบอกตัวหน่อยว่าอย่าไปยุ่งกับพี่ติณณ์ พอเค้าส่งข้อความถามกลับ เธอก็ไม่ตอบ”“ถ้าถึงขั้นส่งข้อความไปหาตัวก็ชัดเจนแล้วล่ะว่า หวานคงไม่ได้เมาแล้วเผลอพลั้งปากพูดแต่ตั้งใจให้พี่ติณณ์รู้ เค้ากับเฟียร์คิดว่าหวานอาจจะชอบพี่ติณณ์ก็เลยทำแบบนี้”“เพื่อนกันยังไงเนี่ย ไม่เข้าใจเลย” เจย์ว่าแต่ยังไม่กล้าบอกสิ่งที่ตัวเองคิดในใจในอีกแบบหนึ่งให้พริมรับรู้ บางทีคนที่ตาหวานชอบอาจจะไม่ใช่ติณณ์ก็เป็นได้“ไม่เข้าใจเหมือนกัน ครั้งแรกมันก็ปล่อยผ่านได้แหละ แต่พอเจอรอบสองมันรู้สึกระแวงไปหมด ไม่สนิทกันเหมือนเดิมอีกแล้ว เค้าก็คิดว่าตัวเองให้ใจเพื่อนมากแล้วนะ แต่ทำไมหวานถึงไม่ยอมพูดกันตรง ๆ”“คงพูดยากแหละ พี่ติณณ์ก็ชอบตัวมาตั้งสามปี ทางนั้นคงรู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางสมหวัง แต่จะให้อยู่ใกล้ก็คงเจ็บ

  • พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ   CHAPTER 42

    หลายวันต่อมา“ระหว่างพริมกับพี่ติณณ์ยังไปได้ดีอยู่ใช่ไหม” เฟียร์เอ่ยถามหลังจากเราสองคนนั่งโต๊ะกินข้าวกันเรียบร้อยแล้ว“ทำไมเหรอ”“เราว่าเขาพยายามหลบหน้าพริมตลอด ตอนงานวันเกิดเขายังจ้องหน้าพริมเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพูอยู่เลย หลังจากวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า พี่เขาดูแปลก ๆ ไปนะ”“เขาอาจจะไม่เห็นเราก็ได้” เขาหลบหน้ากันจริง ๆ แต่ฉันพยายามจะไม่ใส่ใจกับการกระทำอีกฝ่ายมากเกินไป คิดว่าเขาอาจจะต้องการรักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เป็นการกดดันฉันเรื่องเขาขอคบเป็นแฟนก็ได้ พี่ติณณ์จึงไม่เข้ามาทักทายเหมือนอย่างทุกครั้ง ส่วนข้อความเขายังส่งมาทักทายกันเป็นปกติ แต่เขาไม่เคยพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์เลย“ไม่เห็นอะไร เราสองคนไม่ได้ตัวเล็กเท่ามดนะ โรงอาหารก็แค่นี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่” เฟียร์ว่าตามความจริง ดวงตาสวยเฉี่ยวจ้องอย่างจับผิดเธอสงสัยก็คงไม่แปลก ก่อนหน้านี้ฉันกับเฟียร์เดินเข้ามาในโรงอาหาร เจอพี่ติณณ์และกลุ่มเพื่อนเดินสวนออกไปพอดี เขาแทบไม่เข้ามาทักทายฉันเลย ทำเพียงยิ้มแล้วเดินจากไป“ที่จริงแล้ว ตอนงานวันเกิด พี่เขาขอเราเป็นแฟนน่ะ แต่เรายังไม่ได้ให้คำตอบเขาไป” คราแรกฉันตั้งใจอยากคุยกับพี่ติณณ์ก่อน

  • พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ   CHAPTER 41

    [บทบรรยายพิเศษ]“มึงมองอะไรวะเพื่อน” ไบรท์หันมาถามคนข้างกายหลังจากสังเกตเห็นเพื่อนนั่งเงียบไปนาน พอมองตามสายตาก็เห็นว่าเพื่อนสนิทกำลังมองน้องสาวกับรุ่นพี่คนสนิทของเธออยู่ “อ่า แอบมองคนเขาจีบกันนี่เอง”ป้องไม่ตอบ หากแต่ดึงสายตากลับมาที่โต๊ะแล้วยกแก้วแชมเปญขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง“ไปไหนวะ แซวแค่นี้ถึงกับนั่งโต๊ะด้วยกันไม่ได้เลย หัวร้อนฝุด ๆ เลยเพื่อนกู” ไบรท์ยังแซวต่อพลางหันไปขอแนวร่วมอย่างเจย์ที่นั่งข้างกัน “ไอ้เจย์ สงสัยมึงจะมีพี่เขยชื่อตินตินแล้วว่ะ”“พริมมีคนดูแล ผมก็สบายใจ” เจย์ตอบ อยากจะเห็นคนบางคนออกอาการบ้าง แต่พี่ชายยังคงตีสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนอย่างทุกครั้ง“กูเข้าห้องน้ำก่อน” สิ้นประโยค ป้องก็เดินออกจากโต๊ะไป ระหว่างทางที่เดินไปห้องน้ำเขาต้องเดินสวนกับพริมและติณณ์พอดี ร่างสูงไม่แม้แต่จะหยุดเดินเพื่อทักทาย ทำเพียงเดินผ่านไปเท่านั้น ส่วนพริมก็ไม่ทันได้เรียกรั้ง เงยหน้าขึ้นมองอีกทีก็เห็นร่างสูงเดินลับสายตาไปแล้วราวตีหนึ่งครึ่งงานเลี้ยงวันวันเกิดจบลง บรรดาแขกทยอยกันกลับบ้านหมดแล้ว เหลือเพียงแต่กลุ่มเพื่อนพี่น้องคนสนิทที่ยังคงนั่งดื่มกันต่อ หากแต่ย้ายสถานท

  • พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ   CHAPTER 40

    PRIM BIRTHDAY’ s PARTY“แฮปปี้เบิดเดย์นะครับ พี่ขอให้น้องพริมมีความสุขมาก ๆ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยอวยพรพร้อมกับมอบช่อดอกกุหลาบสีชมพูหวานแหววให้กับฉัน “วันนี้น้องพริมสวยจังครับ”ช่วงหลังมานี้ฉันรู้สึกว่าพี่ติณณ์รุกจีบกันหนักขึ้น ไม่ไว้ตัวเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว“ขอบคุณค่ะ พี่ติณณ์เข้าไปนั่งด้านในงานก่อนดีกว่าค่ะ” ทักทายกันพอเป็นพิธีจึงเอ่ยชวนให้รุ่นพี่เข้ามานั่งยังโซนโต๊ะรับแขก โดยฉันก็เดินมากับเขาด้วยงานครบรอบวันคล้ายวันเกิดปีที่ 21 ของฉันถูกจัดขึ้นบนดาดฟ้าของโรงแรมตึกแฝดซึ่งมันเป็นตึกที่ป๊าสร้างเป็นของขวัญวันแต่งงานให้กับคุณแม่ งานวันนี้เชิญเฉพาะคนรู้จักสนิทสนมกันทั้งเพื่อนสนิทสมัยมัธยมและเพื่อนมหาวิทยาลัย รวมไปถึงแขกคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือแก๊งสามหนุ่มหล่อของครอบครัวเรา เจย์กับพี่ไบรท์เดินทางมาถึงงานตั้งแต่พนักงานยังจัดโต๊ะไม่เสร็จด้วยซ้ำ ส่วนอีกคนฉันยังไม่เห็นเขาปรากฏตัวที่งานแต่เขารับปากว่าจะมางานวันเกิดฉันอย่างแน่นอน“คุณพ่อกับคุณแม่ของน้องพริมมาร่วมงานด้วยไหมครับ” พี่ติณณ์เอ่ยถาม“พวกท่านไม่ได้มาร่วมงานค่ะ ท่านกลัวว่าเด็ก ๆ จะอึดอัด อยากให้พวกเราสนุกกันเต็มที่”“ตอนเช้าพี่เห็นน้องพร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status