LOGIN
[บทบรรยายพิเศษ]“คุยไรกับพริมวะ” ไบรท์หันมาถามหลังจากป้องชนะเจย์เอาคืนแทนเขาได้สำเร็จ ตอนนี้สองพี่น้องแยกย้ายกันกลับห้องตัวเองหมดแล้ว“เรื่อยเปื่อย” ป้องตอบพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านแชตที่ค้างเอาไว้ “คืนนี้มึงไปกับกูปะ”“อีกละ” ไบรท์ถามอย่างเหนื่อยอ่อน เขาไปเที่ยวเป็นเพื่อนป้องนับเป็นคืนที่สามแล้ว ตับไตไส้พุงแทบไม่ได้พักผ่อน“แค่ตอบว่ามึงจะไปไหม”“ก็ไปสิวะ มึงก็รู้ว่ากูไม่อยากอยู่คนเดียว”“เธอยังไม่รับสายมึงอีกเหรอ” ป้องถามถึงคนที่เป็นสาเหตุให้เพื่อนรักอยู่คนเดียวไม่ได้“มา ๆ หาย ๆ ทำอย่างกับกูเป็นเซเว่น กูแค่ขอเธอคบทำอย่างกับกูจะลวงไปฆ่าหมกป่า ไม่รู้ว่าติดอะไร ขอเหตุผลจริง ๆ ก็ไม่ยอมบอก กูบอกเธอไปแล้วว่าถ้าจะคบกันแบบนี้เรื่อย ๆ แค่เพื่อนนอนหรือไม่มีสถานะ กูไม่เอาด้วย กูไม่ชอบ แต่พอจะไปก็มารั้งกูไว้ กูแม่งไม่เข้าใจผู้หญิงจริง ๆ” ไบรท์ไม่รู้ว่าตัวเองพูดเรื่องนี้เป็นครั้งที่เท่าไรแล้ว เขาก็ไม่อยากนับ แต่มันเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่เขาเจอเธอ โลกที่เขาเคยมองมันอย่างชัดเจนกลับไม่ชัดเจนอีกต่อไป อยากจะเดินออกมาก็ทำไม่ได้เพราะเขาดันตกหลุมรักเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น“ตกลงมึงจะไปไหม”“เออแต่คืนนี้มึง
ฉันก้มมองตัวเองแล้วรีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขากลับมาพูดคะขากับฉัน ยิ้มหวานให้กันเพราะไม่ต้องระวังตัวเวลาเราต้องพูดคุยกันแล้วสินะ“งั้นพริมไปรอข้างนอกนะคะ” ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ชวนคุยอะไรอีก ฉันก็รีบเดินออกจากห้องนอนทันทีจากนั้นประมาณห้านาทีพี่ป้องก็เดินตามออกมานั่งที่โต๊ะกินข้าว อาหารถูกจัดใส่จานเอาไว้เต็มโต๊ะ อันที่จริงยังมีอีกสามจานที่ยังไม่ได้นำมาวางเอาไว้เพราะไม่มีที่ว่างแล้ว“สงสัยป้าเบลล์กลัวเฮียอดตายเป็นผีเฝ้าคอนโดถึงได้ทำอาหารมาให้เยอะขนาดนี้” เจย์เอ่ยแซว ตักปลาราดพริกของโปรดเข้าปากตัวเอง“มึงนี่ปากเสียจริง ๆ กิน ๆ ไปอย่าพูดมาก อย่าให้เหลือนะเว้ย เดี๋ยวเฮียต้องส่งรูปให้แม่ดูเป็นหลักฐาน” พี่ไบรท์ว่าพลางตักผัดผักรวมเข้าปาก“ทำไมเฮียกินแต่ผักอะ” เจย์ถามอย่างสงสัยพลางตัดเนื้อเข้าปากตัวเอง“เฮียไดเอตอยู่ ช่วงนี้ต้องลดน้ำหนัก รู้สึกหน้าตัวเองอ้วนขึ้นอะ คางเริ่มมีเหนียงเผละออกมาละ” พี่ไบรท์ไม่ว่าเปล่าเขาย่นคอตัวเองสำทับเพื่อให้เห็นเหนียงน้อยของเขาเมื่อก่อนสมัยยังเด็ก พี่ไบรท์อ้วนมาก อ้วนตัวกลมเหมือนลูกบอลเลย จนช่วงที่เขาอยู่มัธยมปลายก็เริ่มเล่นกีฬา น้ำหนักเริ่มลดลงเรื่อย ๆ จากเด็กอ้ว
[บทบรรยายพิเศษ]“เพื่อนตัวคนนี้เริ่มทำตัวแปลก ๆ ขึ้นทุกวันนะ มิน่าล่ะวันนั้นถึงได้ส่งข้อความมาแบบนั้น” เจย์พูดขึ้นหลังจากเขานั่งฟังพี่สาวเล่าเรื่องที่เกิดวันนี้ เขามีแต่คำว่าแปลกใจอยู่ในหัวเต็มไปหมด ไม่คิดว่าคนเงียบ ๆ ใสซื่อแบบตาหวานจะทำเรื่องลับหลังพริมถึงสองครั้งสองคราด้วยกัน“หวานส่งข้อความมาหาตัวเหรอ”“ใช่ เธอบอกให้เค้าช่วยบอกตัวหน่อยว่าอย่าไปยุ่งกับพี่ติณณ์ พอเค้าส่งข้อความถามกลับ เธอก็ไม่ตอบ”“ถ้าถึงขั้นส่งข้อความไปหาตัวก็ชัดเจนแล้วล่ะว่า หวานคงไม่ได้เมาแล้วเผลอพลั้งปากพูดแต่ตั้งใจให้พี่ติณณ์รู้ เค้ากับเฟียร์คิดว่าหวานอาจจะชอบพี่ติณณ์ก็เลยทำแบบนี้”“เพื่อนกันยังไงเนี่ย ไม่เข้าใจเลย” เจย์ว่าแต่ยังไม่กล้าบอกสิ่งที่ตัวเองคิดในใจในอีกแบบหนึ่งให้พริมรับรู้ บางทีคนที่ตาหวานชอบอาจจะไม่ใช่ติณณ์ก็เป็นได้“ไม่เข้าใจเหมือนกัน ครั้งแรกมันก็ปล่อยผ่านได้แหละ แต่พอเจอรอบสองมันรู้สึกระแวงไปหมด ไม่สนิทกันเหมือนเดิมอีกแล้ว เค้าก็คิดว่าตัวเองให้ใจเพื่อนมากแล้วนะ แต่ทำไมหวานถึงไม่ยอมพูดกันตรง ๆ”“คงพูดยากแหละ พี่ติณณ์ก็ชอบตัวมาตั้งสามปี ทางนั้นคงรู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางสมหวัง แต่จะให้อยู่ใกล้ก็คงเจ็บ
หลายวันต่อมา“ระหว่างพริมกับพี่ติณณ์ยังไปได้ดีอยู่ใช่ไหม” เฟียร์เอ่ยถามหลังจากเราสองคนนั่งโต๊ะกินข้าวกันเรียบร้อยแล้ว“ทำไมเหรอ”“เราว่าเขาพยายามหลบหน้าพริมตลอด ตอนงานวันเกิดเขายังจ้องหน้าพริมเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพูอยู่เลย หลังจากวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า พี่เขาดูแปลก ๆ ไปนะ”“เขาอาจจะไม่เห็นเราก็ได้” เขาหลบหน้ากันจริง ๆ แต่ฉันพยายามจะไม่ใส่ใจกับการกระทำอีกฝ่ายมากเกินไป คิดว่าเขาอาจจะต้องการรักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เป็นการกดดันฉันเรื่องเขาขอคบเป็นแฟนก็ได้ พี่ติณณ์จึงไม่เข้ามาทักทายเหมือนอย่างทุกครั้ง ส่วนข้อความเขายังส่งมาทักทายกันเป็นปกติ แต่เขาไม่เคยพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์เลย“ไม่เห็นอะไร เราสองคนไม่ได้ตัวเล็กเท่ามดนะ โรงอาหารก็แค่นี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่” เฟียร์ว่าตามความจริง ดวงตาสวยเฉี่ยวจ้องอย่างจับผิดเธอสงสัยก็คงไม่แปลก ก่อนหน้านี้ฉันกับเฟียร์เดินเข้ามาในโรงอาหาร เจอพี่ติณณ์และกลุ่มเพื่อนเดินสวนออกไปพอดี เขาแทบไม่เข้ามาทักทายฉันเลย ทำเพียงยิ้มแล้วเดินจากไป“ที่จริงแล้ว ตอนงานวันเกิด พี่เขาขอเราเป็นแฟนน่ะ แต่เรายังไม่ได้ให้คำตอบเขาไป” คราแรกฉันตั้งใจอยากคุยกับพี่ติณณ์ก่อน
[บทบรรยายพิเศษ]“มึงมองอะไรวะเพื่อน” ไบรท์หันมาถามคนข้างกายหลังจากสังเกตเห็นเพื่อนนั่งเงียบไปนาน พอมองตามสายตาก็เห็นว่าเพื่อนสนิทกำลังมองน้องสาวกับรุ่นพี่คนสนิทของเธออยู่ “อ่า แอบมองคนเขาจีบกันนี่เอง”ป้องไม่ตอบ หากแต่ดึงสายตากลับมาที่โต๊ะแล้วยกแก้วแชมเปญขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง“ไปไหนวะ แซวแค่นี้ถึงกับนั่งโต๊ะด้วยกันไม่ได้เลย หัวร้อนฝุด ๆ เลยเพื่อนกู” ไบรท์ยังแซวต่อพลางหันไปขอแนวร่วมอย่างเจย์ที่นั่งข้างกัน “ไอ้เจย์ สงสัยมึงจะมีพี่เขยชื่อตินตินแล้วว่ะ”“พริมมีคนดูแล ผมก็สบายใจ” เจย์ตอบ อยากจะเห็นคนบางคนออกอาการบ้าง แต่พี่ชายยังคงตีสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนอย่างทุกครั้ง“กูเข้าห้องน้ำก่อน” สิ้นประโยค ป้องก็เดินออกจากโต๊ะไป ระหว่างทางที่เดินไปห้องน้ำเขาต้องเดินสวนกับพริมและติณณ์พอดี ร่างสูงไม่แม้แต่จะหยุดเดินเพื่อทักทาย ทำเพียงเดินผ่านไปเท่านั้น ส่วนพริมก็ไม่ทันได้เรียกรั้ง เงยหน้าขึ้นมองอีกทีก็เห็นร่างสูงเดินลับสายตาไปแล้วราวตีหนึ่งครึ่งงานเลี้ยงวันวันเกิดจบลง บรรดาแขกทยอยกันกลับบ้านหมดแล้ว เหลือเพียงแต่กลุ่มเพื่อนพี่น้องคนสนิทที่ยังคงนั่งดื่มกันต่อ หากแต่ย้ายสถานท
PRIM BIRTHDAY’ s PARTY“แฮปปี้เบิดเดย์นะครับ พี่ขอให้น้องพริมมีความสุขมาก ๆ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยอวยพรพร้อมกับมอบช่อดอกกุหลาบสีชมพูหวานแหววให้กับฉัน “วันนี้น้องพริมสวยจังครับ”ช่วงหลังมานี้ฉันรู้สึกว่าพี่ติณณ์รุกจีบกันหนักขึ้น ไม่ไว้ตัวเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว“ขอบคุณค่ะ พี่ติณณ์เข้าไปนั่งด้านในงานก่อนดีกว่าค่ะ” ทักทายกันพอเป็นพิธีจึงเอ่ยชวนให้รุ่นพี่เข้ามานั่งยังโซนโต๊ะรับแขก โดยฉันก็เดินมากับเขาด้วยงานครบรอบวันคล้ายวันเกิดปีที่ 21 ของฉันถูกจัดขึ้นบนดาดฟ้าของโรงแรมตึกแฝดซึ่งมันเป็นตึกที่ป๊าสร้างเป็นของขวัญวันแต่งงานให้กับคุณแม่ งานวันนี้เชิญเฉพาะคนรู้จักสนิทสนมกันทั้งเพื่อนสนิทสมัยมัธยมและเพื่อนมหาวิทยาลัย รวมไปถึงแขกคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือแก๊งสามหนุ่มหล่อของครอบครัวเรา เจย์กับพี่ไบรท์เดินทางมาถึงงานตั้งแต่พนักงานยังจัดโต๊ะไม่เสร็จด้วยซ้ำ ส่วนอีกคนฉันยังไม่เห็นเขาปรากฏตัวที่งานแต่เขารับปากว่าจะมางานวันเกิดฉันอย่างแน่นอน“คุณพ่อกับคุณแม่ของน้องพริมมาร่วมงานด้วยไหมครับ” พี่ติณณ์เอ่ยถาม“พวกท่านไม่ได้มาร่วมงานค่ะ ท่านกลัวว่าเด็ก ๆ จะอึดอัด อยากให้พวกเราสนุกกันเต็มที่”“ตอนเช้าพี่เห็นน้องพร







