เจย์ยืนรอพวกเฮีย ๆ อยู่หน้าเกต เขาเช็กจากตารางเวลาบนหน้าจอยักษ์ เครื่องบินที่พี่ชายทั้งสองโดยสารทำการลงจอดที่สนามบินเมื่อสิบห้านาทีก่อนแล้ว เวลานี้เขารอแค่ให้พวกเขาเดินออกมาเท่านั้น ไม่ได้เจอกันหลายปีก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาหน่อย ๆ
ครั้งล่าสุดที่เจอกันก็ตอนที่ทั้งสามบ้านขนไปกันเยี่ยมเฮีย ๆ ถึงอเมริกาเมื่อสามปีก่อน จำได้ว่าเฮียไบรท์พาเขาตะลอนเที่ยวทั่วเมือง เมาหัวทิ่มจนลืมทางกลับบ้านเป็นเวลาสามวันสองคืน ลำบากป๊าต้องให้คนมาช่วยตามหากันวุ่นวาย ผลของการเกเรก็คือนั่งฟังป๊าสวดสามชั่วโมง แถมยังโดนหักค่าขนมด้วย
“เฮีย ดิสเวย์ ๆ” เจย์ยืดสุดแขนโบกไปมาเมื่อเห็นหนึ่งในคนที่รอเดินออกมาแล้ว ร่างสูงโปร่งพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเขาเห็นแล้วนะ แต่ยังไม่ว่างเดินมาหาเพราะติดแลกไลน์กับแอร์โฮสเตสสาวสวยรุ่นพี่อยู่ เมื่อแอดไลน์เรียบร้อยแล้วถึงลากรองเท้าแตะมาหาน้องชายอย่างอารมณ์ดี
“หวัดดีครับเฮีย” เจย์ยกมือขึ้นพุ่มเสมอจมูกพร้อมกับโค้งตัวเก้าสิบองศา ชายหนุ่มรุ่นพี่ดึงแว่นตากันแดดคาดเอาไว้เหนือศีรษะทอดมองอีกฝ่ายอย่างหมั่นไส้กับท่าทางกวนประสาทของมัน
“มึงไหว้ขนาดนี้ไม่ลงไปกราบตีนกูเลยล่ะครับ” ไบรท์ว่าอย่างประชด ชายหนุ่มสูดอากาศบ้านเกิดเข้าเต็มปอดหลังจากไม่ได้กลับมานานหลายปี “บ้านเราอากาศดีจังวะ”
“ดีตรงไหนวะเฮีย วันนี้ค่า PM พุ่งแตะ 200 แล้ว คนจะตายห่ากันแล้วครับ”
“อ้าว ทำไมมึงไม่ตายห่าล่ะครับ” คนเป็นพี่สวนกลับทันควัน เขาไม่ได้อยากแช่งน้องชายให้ตายจริง ๆ แต่มันดันกวนตีนเขาก่อน
“โห ผมอุตส่าห์แหกขี้ตาตื่น ฝ่ามลพิษขับรถออกมาจากคอนโดมารับเลยนะเว้ย แช่งกันซะงั้น” เจย์เข้าโหมดตัดพ้อทันที เบ้ปากเหมือนจะร้องไห้ ถ้าหากคนตรงหน้าเป็นน้องสาวอีกคนเขาคงสงสารมันไปแล้ว
แต่คนตรงหน้าคือไอ้เจย์ไง น้องที่เขาเลี้ยงมาแต่เด็ก แค่เด็กมันอ้าปากเขาก็รู้แล้วว่ามันจะพูดอะไร
คนตัวเตี้ยกว่าเพียงไม่กี่เซ็นติเมตร แต่เกิดก่อนสองปีคว้าต้นคอน้องชายเข้ามาใกล้ ไม่เจอกันแค่สามปี น้องมันตัวสูงกว่าเขาแล้ว
“มึงไม่เคยได้ยินหรือไง ยิ่งแช่งยิ่งอายุยืน กูรักมึงนะเว้ยไอ้น้องรัก”
เจย์หมดคำจะพูด กลอกลูกตามองบน มือล้วงหยิบโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนขึ้นมาเปิดแอปกล้องถ่ายรูป คนเป็นงานรีบฉีกยิ้มหล่อรอ “ผมจะถ่ายรูปส่งให้พริมดูหน่อย”
ก่อนหน้านี้พี่สาวของเขาส่งข้อความมาบอกว่าถ้าหากเจอพี่ชายทั้งสองคนแล้วช่วยถ่ายรูปส่งให้เธอดูหน่อย รายนั้นคงนั่งกินชาบูกับเพื่อนไม่ติดแล้วมั้ง
“เฮีย แล้วเฮียป้องล่ะ”
“เออว่ะ ทำไมมันไม่ออกมาสักทีวะ” ไบรท์ที่เพิ่งรู้ตัวว่าเพื่อนรักยังไม่ออกมาจากเกตก็เริ่มสอดสายตามองหาทันที
“อ้าว พวกเฮียนั่งอยู่ด้วยกันแท้ ๆ ทำไมไม่ออกมาพร้อมกันล่ะ”
“ไม่ได้นั่งด้วยกัน อยู่กันคนละโซนเลย” ตอนขึ้นเครื่องจากอเมริกาก็นั่งข้างกันแหละ กระทั่งถึงเมืองโดฮา ประเทศการ์ตาร์เพื่อพักเปลี่ยนเครื่อง เขาสองคนได้ที่นั่งคนละโซน ถึงเวลาพนักงานเรียกให้ขึ้นเครื่องเขาก็แยกตัวขึ้นมาก่อน ส่วนไอ้ป้องบอกว่าจะเข้าห้องน้ำแล้วจะตามมาทีหลัง จากนั้นเขาก็ไม่ได้สนใจมันอีก
กระทั่งเดินทางมาถึงไทย เครื่องบินลงจอดปุ๊บ เขาก็รีบคว้ากระเป๋าเดินลงมาทันที นึกถึงตรงนี้ชายหนุ่มก็ยกมือปิดปากตัวเอง ทำตาโตเท่าไข่ห่าน
“ไอ้เจย์ ฉิบหายละ กูลืมเพื่อน อย่าบอกนะว่ามันยังนั่งขี้อยู่ที่โดฮา”
“เฮ้ย จริงดิ เฮียลืมเพื่อนรักได้ไง”
“ไอ้เจย์มึงลองโทรหาไอ้ป้องซิ โทรศัพท์กูแบตหมด” ไบรท์ว่า เจย์ที่ร้อนลนกลัวว่าพี่ชายจะตกเครื่องเพราะมัวแต่นั่งอึอยู่ในสนามบินรีบควานหาโทรศัพท์ตัวเองทันที
“เฮียโทรศัพท์ผมอยู่ไหนวะ เมื่อกี้ยังใช้ถ่ายรูปอยู่เลย” เจย์ว่าพลางหันซ้ายหันขวามองหาโทรศัพท์ตัวเอง ไบรท์ก็ช่วยหาอีกแรง สองชายหนุ่มวุ่นวายกับการหาโทรศัพท์จนทั่ว กระทั่งเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น ทั้งสองคนมองยังต้นเสียงพร้อมกันจึงเห็นว่ามันดังมาจากโทรศัพท์ในมือของไบรท์
“เฮีย นั่นโทรศัพท์ผม” เจย์ว่าพลางถอนหายใจออกมาให้กับความโง่เขลาของตัวเอง เขาหาโทรศัพท์ตั้งนานที่แท้เฮียไบรท์ถือเอาไว้นี่เอง เมื่อกี้เขาเปลี่ยนให้เฮียเป็นคนถือโทรศัพท์ถ่ายเซลฟี่เพราะเฮียเอาแต่บ่นว่าเขาถือกล้องไม่ได้องศากับหน้าเขาทำให้รูปที่ถ่ายออกมาไม่หล่อ เขารำคาญเลยโยนให้เฮียเป็นคนถือถ่ายเอง
“เออ ลืมเพื่อนไม่พอ กูยังโง่อีก” ไบรท์ก่นด่าตัวเองเสร็จ ยกโทรศัพท์ขึ้นมาเห็นว่าคนที่โทรเข้ามาคือเพื่อนรักที่ตามหาจึงรีบกดรับสายรัวคำถามใส่คนในสายทันที
“ไอ้ป้องมึงอยู่ไหนวะ อย่าบอกว่านะว่ามึงนั่งขี้จนตกเครื่องน่ะ” ไบรท์ไม่คิดว่าป้องจะเป็นคนไม่รู้จักเวลาขนาดนี้ ปกติมันตรงต่อเวลายิ่งกว่าเขาเสียอีก เขารู้ว่าห้องน้ำที่สนามบินมันสวย หรูหรา แอร์เย็นฉ่ำ แถมยังเป็นเพลงบรรเลงแนวผ่อนคลายราวกับนั่งอยู่บนหุบเขาอันแสนสงบให้ฟัง แต่ไม่คิดว่าไอ้ป้องมันจะเพลิดเพลินนั่งขี้ในห้องน้ำจนลืมเวลาขึ้นเครื่องบินกลับบ้าน
“ไบรท์ มึงได้ยินกูไหม”
มัวแต่พูดเรื่องขี้จนลืมคนในสายไปเสียสนิท
“เออ ได้ยิน ตกลงมึงอยู่ไหนเนี่ย”
(ไอ้ไบรท์ ใจเย็น กูไม่ได้ตกเครื่อง อีกอย่างกูแค่เข้าไปล้างหน้าไม่ได้ขี้อย่างที่มึงคิด)
“อ้าว ถ้ามึงไม่ตกเครื่องทำไมไม่ออกมาสักทีวะ”
(แล้วควายที่ไหนเดินตัวปลิวออกไปแล้วให้กูรอรับกระเป๋าอยู่คนเดียวล่ะครับ) ไบรท์หันมองข้างกายตัวเองได้แต่ยิ้มเจื่อน ก็คิดอยู่ว่าทำไมตัวเบา ที่แท้ก็ลืมเอากระเป๋าเดินทางออกมานี่เอง
รอประมาณสิบนาทีป้องก็ปรากฏตัวประตูทางออกพร้อมกับลากกระเป๋าเดินทางสองใบใหญ่เดินออกมาด้วยสีหน้ายากคาดเดา ไบรท์รีบวิ่งเข้าไปรับกระเป๋าของตัวเองทันที
“เรื่องของตัวเองเสือกลืมทุกอย่าง แต่เรื่องคนอื่นเสือกจำเก่งฉิบหาย” ป้องบ่นเพื่อนรักพลางพยักหน้ารับไหว้น้องชายที่เดินตามหลังมา
“กูขอโทษ” ไบรท์ว่าพลางฉีกยิ้มกว้าง ป้องได้แต่ส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา ขณะที่น้องชายอีกคนก็เอาแต่วุ่นวายถ่ายรูปเซลฟี่กับเขา ทั้งที่เขาเดินทางมาเหนื่อย ๆ หิวข้าวจนไส้กิ่วหมดแล้ว
“เจย์ มึงเลิกถ่ายได้แล้ว” ป้องเอ่ยปรามเบา ๆ ไม่อยากอารมณ์เสียใส่น้องชายที่เพิ่งเจอหน้ากัน อีกทั้งมันก็อุตส่าห์ขับรถมารับพวกเขาถึงสนามบิน
“เฮีย ผมขออีกรูปเดียว” เจย์ว่าพลางกดรัวชัตเตอร์ ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายทำหน้านิ่งจนเขาต้องหันไปบอก “เฮียป้องช่วยทำหน้าดี ๆ ได้ปะ ยิ้มหล่อ ๆ หน่อย”
“พอแล้ว ถ่ายไรเยอะแยะวะ” ป้องว่าพลางหันหน้าหลบกล้องไม่ยอมให้ถ่ายอีกแล้ว ชายหนุ่มยกมือเสยผมตัวเอง กวาดสายตามองหาป้ายร้านอาหารในสนามบิน
“ก็เฮียเอาแต่ทำหน้าบึ้งอะ ถ้าผมส่งให้พริมดูแล้วถามขึ้นมาว่าเฮียเป็นอะไร เฮียตอบเองนะ” ป้องชะงักทันทีเมื่อได้ยินชื่อน้องสาวสุดที่รัก เขาหันมาฉีกยิ้มหวานให้กล้องทันที เจย์ทำได้เพียงอมยิ้มพลางคิดในใจว่าพริมชนะทุกสิ่งจริง ๆ
“แล้วทำไมพริมไม่มาด้วย” ป้องถามเมื่อเห็นว่าเจย์กำลังกดส่งรูปตัวเองให้พี่สาวดู
“มาไม่ได้ ช่วงนี้ติดแฟน” เจย์บอกเสียงเรียบ หากแต่คนรอฟังขมวดคิ้วทันที
“พริมไม่เห็นบอกเฮียว่ามีแฟนแล้ว” ป้องถามอย่างสงสัย ถึงแม้ชายหนุ่มจะคุยกับน้องสาวไม่ค่อยบ่อย สองสามเดือนคุยแชตกันครั้งหนึ่ง แต่เขาก็พอจะรับรู้ความเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายยามที่ได้คุยแชตกัน
เจย์เห็นว่าอีกฝ่ายทำน้ำเสียงเข้มขึ้นจึงรีบเฉลยทันทีก่อนที่เรื่องมันจะเลยเถิดไปไกล “ไม่มีหรอกเฮีย ผมล้อเล่นน่ะ วันนี้พริมติดธุระเลยมารับไม่ได้”
“ใช่เรื่องล้อเล่นไหม” ป้องถามพลางยื่นนิ้วมาดีดหน้าผากอีกฝ่ายดังเป๊าะ
“พริมโตแล้ว เฮียยังหวงอยู่อีกเหรอ” เจย์ว่า เมื่อก่อนเขาเข้าใจว่าพริมค่อนข้างฮอตในโรงเรียนมีคนมาตามจีบมากมาย เขาก็เป็นหนึ่งในผู้ร่วมขบวนการพิทักษ์พี่สาว หากแต่ตอนนี้พวกเราก็โตพอจะแยกแยะได้แล้วว่าคนไหนเข้ามาดีหรือร้าย พริมก็คงมีวีธีคัดกรองคนที่เข้ามาทำความรู้จักเธอเช่นกัน ทุกวันนี้มีผู้ชายตามจีบพริมกันเพียบ หากแต่พี่สาวยังไม่คิดจะมีใครเท่านั้นเอง ส่วนเหตุผลก็เพราะคนตรงหน้านี่แหละที่เป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ ทำให้พี่สาวเขาอยู่เป็นโสดถึงทุกวันนี้
ทั้งที่เมื่อสามปีก่อน เธอยังบอกว่าจะตัดใจให้ได้อยู่เลย เฮ้อ แค่คิดก็รู้สึกสงสารพี่สาวขึ้นมาอีกแล้ว
“ก็ไม่ได้หวงอะไร เฮียแปลกใจที่พริมไม่เคยบอกแค่นั้นเอง”
“โหมดน้อยใจน้องนุ่งก็มาว่ะ คนอกหักก็งี้อะนะ เจออะไรกระทบนิดหน่อยก็ใจบางไปหมด” ไบรท์เอ่ยแซวพลางส่งสายตาสงสารให้เพื่อนรัก
“เฮียหมายความว่ายังไงที่ว่าเฮียป้องอกหัก” เจย์ถามทันทีหลังจากฟังพี่ชายพูดจบ ดูเหมือนเขาจะพลาดเรื่องสำคัญมาก ๆ
“ถามไอ้ป้องนู่น” ไบรท์บุ้ยปากไปทางเพื่อนรัก ถึงเขาจะเป็นคนเปิดประเด็นเรื่องนี้ขึ้นมาเพราะพลั้งปากพูดออกไปทั้งที่ยังไม่ได้รับคำอนุญาตจากเจ้าตัว อย่างไรเสียน้องมันก็ต้องรู้สักวัน แต่เขาก็คงไม่มีสิทธิ์จะตอบแทนเพื่อนรักได้
“อืม เฮียเลิกกับแฟนมาสักพักแล้ว”