Teilen

CHAPTER 03

last update Veröffentlichungsdatum: 17.09.2026 16:14:57

“โต๊ะนี้ชำระบิลเรียบร้อยแล้วค่ะ” พนักงานแคชเชียร์เอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้ม ฉันหันหน้ามองเพื่อนทั้งสองคนทันทีเพราะคิดว่าอาจจะเป็นเพื่อนคนใดคนหนึ่งแอบมาจ่ายค่าอาหารเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่เฟียร์กับตาหวานต่างมีสีหน้างุนงงไม่ต่างกัน

แล้วใครกันล่ะที่เป็นคนจ่ายเงินค่าอาหารให้พวกเรา

“เช็กบิลผิดโต๊ะหรือเปล่าคะ” ฉันหันมาถามพนักงานแคชเชียร์อีกครั้งเพราะคิดว่าอาจจะเกิดข้อผิดพลาดจากเครื่องคอมพิวเตอร์ก็เป็นได้

“ถูกต้องแล้วค่ะคุณลูกค้า” พนักงานยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ใบหน้ายังคงแย้มยิ้ม

“ใครเป็นคนจ่ายเหรอคะ” ถ้าหากพี่พนักงานยืนยันว่าถูกต้อง ไม่มีอะไรผิดพลาด อย่างน้อยเธอก็ควรต้องรู้ว่าใครเป็นคนจ่ายเงินให้กับพวกเรา

“คุณติณณ์ เจ้าของร้านค่ะ ก่อนหน้านี้เขาโทรมาบอกว่าจะมีรุ่นน้องมาทานอาหารที่ร้าน เขาฝากให้ดูแลอย่างดีและไม่ต้องเก็บเงินค่ะ” คำตอบของแคชเชียร์ทำให้เราสามคนร้องอ๋อในใจทันที จำได้ว่าเมื่อปีก่อนเขาชวนพวกเราทั้งสามคนมาร่วมงานเปิดตัวร้านชาบู แต่ตอนนั้นเราดันติดเข้าค่ายอาสาของชมรมจึงไม่ได้มาแสดงความยินดีกับรุ่นพี่ จนถึงตอนนี้เราก็ลืมไปเสียสนิทว่ารุ่นพี่ที่เพิ่งเจอกันเมื่อครู่เป็นเจ้าของร้านนี้

“พี่ติณณ์มาเหนืออีกละ ไม่ขอมานั่งโต๊ะด้วยแต่พอรู้ว่าสาวที่ชอบจะมากินชาบูที่ร้านก็รีบโทรบอกให้พนักงานดูแลอย่างดีแถมยังเปย์ให้อีก” เฟียร์หันมาแซว ไหล่เล็กชนกับไหล่ฉันเบา ๆ แล้วหันมาป้องปากกระซิบว่า “ส่งข้อความไปขอบคุณเขาหน่อยละมั้ง”

“เฟียร์ส่งก็ได้มั้ง” ฉันไม่อยากจะทักเขาไปเป็นการส่วนตัวเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิดแล้วคิดว่ามีใจให้กัน เพราะตลอดสามปีที่ผ่านมาฉันไม่เคยทักหรือตอบกลับข้อความถึงเขาสักครั้ง ส่วนอีกฝ่ายเคยทักมาแค่ช่วงปีแรก ๆ เท่านั้นที่เจ้าตัวแสดงออกว่าจะเข้ามาจีบกันจริงจัง กระทั่งเขาคงรู้ว่าฉันไม่มีทางเปิดใจให้ง่าย ๆ พี่ติณณ์จึงเฟดตัวออกไปเงียบ ๆ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้หายไปจากชีวิตฉัน เขายังทักทายและส่งยิ้มให้กันทุกครั้งที่เราเจอกันโดยบังเอิญ อีกทั้งเขายังแสดงน้ำใจในฐานะรุ่นพี่ที่มีต่อรุ่นน้องอย่างเช่นให้คำปรึกษาด้านวิชาเรียน รวมไปถึงกิจกรรมต่าง ๆ อย่างไม่มีอคติต่อกัน นับว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีคำว่าอึดอัดสักเท่าไร

“พี่เขาคงไม่ได้อยากได้ข้อความจากเราค่ะ ทักไปขอบคุณเขาเถอะน่า เขารู้แหละว่าอันไหนมีใจ อันไหนแค่อยากขอบคุณเฉย ๆ น่ะ ไม่เห็นต้องคิดมากเลย ส่งข้อความไปในฐานะกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันไง อีกอย่างพี่เขาก็ใกล้จะจบแล้วนะ ต่อไปก็คงไม่เจอกันแล้ว”

เฟียร์คงเห็นใจพี่ติณณ์จึงออกปากเชียร์

“กินชาบูร้านเขาแค่ครั้งเดียวเปลี่ยนฝั่งเร็วเลยนะ” เอ่ยแซวอย่างไม่จริงจัง แย้มยิ้มบางอย่างใจอ่อน ขณะปลายนิ้วมือกดเข้าแอปอินสตราแกรม กดค้นหาบัญชีของเจ้าของร้าน จากนั้นจึงกดเข้าดีเอ็มส่วนตัวซึ่งมีข้อความทักทายจากเขาค้างไว้ตั้งแต่สามปีก่อน แล้วจึงพิมพ์ประโยคสั้น ๆ ไปว่า

PRIMRADA: ขอบคุณค่ะ

กินอาหารเสร็จแล้ว ฉันก็ชวนเพื่อนไปยังห้างสรรพสินค้าใกล้กับมหาวิทยาลัย ตั้งใจไว้แล้วว่าจะซื้อเครื่องประดับแบรนด์หนึ่ง ก่อนหน้านี้ฉันก็คุยกับเฟียร์บ้างแล้วว่าจะซื้อกำไลเป็นของขวัญวันเกิดให้กับตาหวาน

“วงนี้เหมาะกับหวานมาก” มือเอื้อมหยิบกำไลสีโรสโกลด์สไตล์เรียบหรูแต่ยังคงความมินิมอลมาให้ตาหวานดูใกล้ ๆ ตัวกำไลประดับตกแต่งด้วยเพชรแท้จำนวนสิบเม็ด คราแรกฉันตั้งใจจะสวมใส่ข้อมือตาหวานหากแต่เธอดึงมือกลับ จึงทำได้เพียงเทียบข้างข้อมือของเพื่อนเท่านั้น

“เฟียร์ว่ายังไง”

“อ่า สวย เราก็มีวงหนึ่ง พริมก็มีรุ่นนี้แล้วใช่ปะ”

“ใช่ งั้นเอาวงนี้เนาะ เราจะได้ใส่กันครบแก๊ง” ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว จากนั้นฉันจึงหยิบบัตรเครดิตใบหนึ่งในกระเป๋าสตางค์ส่งให้พนักงานร้านจัดการเรื่องค่าตัวของกำไลวงนี้

“เราคงรับมันไว้ไม่ได้” ตาหวานบอกอย่างเกรงใจ "แค่พวกเธอเลี้ยงข้าวก็พอแล้วจริง ไม่สิแค่จำวันเกิดเราได้ก็ดีใจมากแล้ว ไม่เห็๋นต้องซื้อของขวัญราคาแพงแบบนี้ให้เลย มันไม่เหมาะกับเราหรอก"

“เรากับเฟียร์ตั้งใจซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดหวานนะ รับเอาไว้เถอะ ไม่ต้องเกรงใจหรอก” เอ่ยบอกพลางหยิบกล่องกำไลสีแดงวางบนมือเล็ก “สุขสันต์วันเกิดนะ เรากับเฟียร์อยากให้หวานมีความสุขมาก ๆ”

"แต่ว่า" ตาหวานยังคงดื้อดึงจนนาทีสุดท้าย ทว่าฉันกับเฟียร์ก็นัดกันเอาไว้แล้วว่าถ้าหากตาหวานปฏิเสธเสียงแข็งว่าจะไม่รับ เราสองคนก็จะตีเนียนไม่สนใจเหมือนกัน สุดท้ายแผนดื้อตีเนียนของเราก็สำเร็จ เมื่อเพื่อนตัวเล็กถอดหายใจยอมเก็บกล่องกำไลใส่กระเป๋าตัวเอง

หลังจากซื้อของขวัญให้ตาหวานเรียบร้อย ฉันก็ขับรถไปส่งเธอหน้าหอพัก งานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนจบลงเท่านั้นเพราะตาหวานต้องไปทำงานพาร์ตไทม์ช่วงเย็นต่อ เมื่อส่งตาหวานเสร็จเรียบร้อย ฉันขับรถเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้งเพื่อส่งเฟียร์เอารถของเธอซึ่งจอดเอาไว้ตรงลานจอดรถหลังตึกคณะบริหาร คล้อยหลังเฟียร์ลงจากรถ เสียงแชตจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น มือจึงหยิบมันมาเปิดดูเห็นว่าคนส่งแชตมาเป็นน้องชายจึงรีบเปิดอ่านทันที

JAY: คืนนี้เฮียไบรท์ชวนไปนั่งดื่มเฟบบาร์ ตัวสนใจเปล่า

PRIM: เพิ่งเดินทางมาเหนื่อย ๆ ไม่พักกันหน่อยเหรอ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก

ก่อนหน้านี้เจย์ส่งรูปพี่ชายทั้งสองคนตอนนั่งกินข้าวอยู่ที่ร้านอาหารของสนามบินมาให้แล้ว แถมยังส่งรูปของพี่ป้องใส่หมวกแก็บสีดำกำลังฝืนฉีกยิ้มหวานให้กล้องด้วย ทว่าแววตาของเขากลับดูอ่อนล้าเหมือนคนหมดเรี่ยวแรง ฉันคิดว่าเขาน่าจะเหนื่อยเอามาก ๆ นั่งเครื่องบินเดินทางมาตั้งหลายชั่วโมง

JAY: เฮียไบรท์บอกให้มันเป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ ยังไงวันนี้ก็จะไปเที่ยวให้ได้ 555

PRIM: แล้วพี่ป้องล่ะ ไปด้วยไหม

ฉันพอจะคาดเดาคำตอบได้ว่าพี่ป้องอาจจะไม่ได้ไปเที่ยวกับทั้งสองคน ดูจากสีหน้าเขาแล้ว อาจจะอยากพักผ่อนอยู่ที่ห้องมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เฝ้ายังอยากรอคำตอบ ดวงตากลมมองตรงจุดไข่ปลาอยู่นานหลายอึดใจ กระทั่งอีกฝ่ายกำลังพิมพ์ตอบกลับมา น่าแปลกใจเมื่อข้อความของเจย์เป็นเพียงประโยคสั้น ๆ หากแต่ทำให้หัวใจคนอ่านเต้นแรงเหลือเกิน

JAY: ถ้าพริมไป เขาก็ไป

ราวสองทุ่มฉันให้คนขับรถมาส่งที่หน้าร้านเฟบ’ บาร์ ร่างเพรียวบางเดินลงมาจากรถคันหรู คืนนี้ฉันลือกใส่เดรสตัวสั้นความยาวเหนือเข่าสีดำ แขนตุ๊กตา ด้านหน้าเว้าลึกอวดลำคอขาวและผิวเนียนสวย เฟียร์ให้คำแนะนำมาว่าชุดนี้เหมาะกับฉันเพราะมันทำให้คนใส่ดูน่ารักและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน ความเซ็กซี่มันจะทำให้เขารู้สึกว่าฉันไม่ใช่เด็กอีกต่อไป ส่วนความน่ารักมันจะทำให้เขารู้สึกว่าฉันยังเป็นน้องสาวคนเดินที่เขาเคยรู้จัก

ร่างบางสูดลมหายใจเข้าออกเพื่อระงับความตื่นเต้น ฝ่ามือชื้นเหงื่อถูเข้ากับชายกระโปรง แล้วจึงเดินมุ่งหน้าเข้าไปด้านในร้าน ขณะในหัวยังท่องคำทักทายกับพี่ ๆ ทั้งสองคนเพราะไม่อยากเกิดอาการประหม่าต่อหน้าพวกเขา

ทันทีที่เข้ามาในร้านฉันถึงกับหัวหมุน ก็ไม่คิดว่าคนจะแน่นร้านขนาดนี้ ดวงตากลมกวาดสายตามองหาบันไดที่เชื่อมไปยังชั้นสอง เมื่อเจอแล้วจึงก้าวขาเดินไปยังจุดหมายอย่างมั่นคง ทว่าจังหวะที่กำลังเดินขึ้นบันไดนั่นเอง จู่ ๆ ก็มีมือของใครบางคนแตะแผ่นหลังเล็กอย่างไม่ทันตั้งตัว ฉันหันมามองเจ้าของมืออย่างตกใจ

“เจย์” เอ่ยเรียกชื่อน้องชายตัวเองแล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ตัวขึ้นผิดฝั่งแล้ว โต๊ะเราอยู่ฝั่งนู้น” เจย์ว่าพลางบุ้ยปากไปยังอีกฝั่งหนึ่งซึ่งมีบันไดเชื่อมไปยังชั้นสองเหมือนกัน

“อ้อ เค้าไม่รู้ว่ามีสองฝั่ง” ถึงแม้ว่าเฟบบาร์จะเป็นร้านดังแต่ใช่ว่าทุกคนจะเคยเข้ามาเสียหน่อย พี่สาวของนายก็เป็นหนึ่งในนั้น

“โทษที เค้าก็ไม่ได้บอกให้ชัดเจน เราไปหากันพวกเฮีย ๆ กันเถอะ” เจย์ว่าพลางจูงมือฉันให้เดินตามเขาลงมาเพื่อเดินไปยังอีกฝั่งทันที เจอเจย์ก็ทำให้รู้สึกโล่งใจขึ้นหน่อย ทว่าความสบายใจนั้นเกิดขึ้นเพียงครู่มันก็ถูกแทนที่ด้วยอาการประหม่าระคนตื่นเต้น การก้าวขึ้นบันไดไปแต่ละขั้นพาลทำให้หัวใจฉันเต้นแรงราวกับมันจะหลุดออกมาจากอก

"ผมพาน้องสาวคนสวยของเฮีย ๆ มาแล้วคร้าบ" เสียงเปิดตัวของเจย์ทำคนที่ยืนแอบด้านหลังระงับความตื่นเต้นไว้ไม่ได้อีกต่อไป คนตัวสูงขยับตัวออกเพื่อให้ฉันได้เจอกับพวกพี่ ๆ

วินาทีนั้นฉันไม่ทันได้ทำใจ ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาสวมกอดกันอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นหอมอ่อน ๆ ผสมกลิ่นแอลกอฮอล์โอบรอบตัวฉัน ความประหม่าทำให้ฉันยืนนิ่งค้าง อีกฝ่ายจึงผละออกห่าง ระบายยิ้มอ่อนให้แก่กัน ดวงตาเขาเป็นประกายตื่นเต้นปนดีใจ เขามองฉันค้างอยู่หลายนาทีจึงเอ่ยปากทักทายกัน

“นิ่งเลย อึ้งในความหล่อของเฮียเหรอยัยน้อง”

ตอนแรกไฟในร้านมันสลัว จู่ ๆ เขาก็โผเข้ามากอด ฉันก็เผลอคิดว่าเขาเป็นพี่ชายอีกคนน่ะสิ คนตรงหน้าเริ่มเบะปากแสดงออกว่าน้อยใจ ฉันจึงรีบสลัดอาการตกใจเอ่ยทักทายเขาก่อนที่พี่ชายคนดีจะงอนกัน ทั้งที่เขาแสดงออกว่าดีใจอย่างเต็มที่แต่ฉันกลับทำเหมือนเขาเป็นคนแปลกหน้า

“พี่ไบรท์ สวัสดีค่ะ พริมคิดถึง” มือบางรีบยกมือไหว้หมายจะเข้าไปสวมกอดออดอ้อนพี่ไบรท์อีกครั้ง ทว่าฉันยังไม่ทันได้เข้าถึงตัวอีกฝ่าย ร่างกายเหมือนถูกแช่แข็งอีกครั้งราวกับโดนเวทมนตร์เมื่อฝ่ามือหนาของใครบางคนจากด้านหลังวางบนศีรษะพร้อมกับเสียงทุ้มอันคุ้นเคยที่เฝ้าคิดถึงอยากได้ยินเสียงของเขามานานหลายปีกระซิบข้างหู

“แล้วคิดถึงพี่ไหมคะ”

Lies dieses Buch weiterhin kostenlos
Code scannen, um die App herunterzuladen

Aktuellstes Kapitel

  • พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ   CHAPTER 03

    “โต๊ะนี้ชำระบิลเรียบร้อยแล้วค่ะ” พนักงานแคชเชียร์เอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้ม ฉันหันหน้ามองเพื่อนทั้งสองคนทันทีเพราะคิดว่าอาจจะเป็นเพื่อนคนใดคนหนึ่งแอบมาจ่ายค่าอาหารเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่เฟียร์กับตาหวานต่างมีสีหน้างุนงงไม่ต่างกัน แล้วใครกันล่ะที่เป็นคนจ่ายเงินค่าอาหารให้พวกเรา “เช็กบิลผิดโต๊ะหรือเปล่าคะ” ฉันหันมาถามพนักงานแคชเชียร์อีกครั้งเพราะคิดว่าอาจจะเกิดข้อผิดพลาดจากเครื่องคอมพิวเตอร์ก็เป็นได้ “ถูกต้องแล้วค่ะคุณลูกค้า” พนักงานยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ใบหน้ายังคงแย้มยิ้ม “ใครเป็นคนจ่ายเหรอคะ” ถ้าหากพี่พนักงานยืนยันว่าถูกต้อง ไม่มีอะไรผิดพลาด อย่างน้อยเธอก็ควรต้องรู้ว่าใครเป็นคนจ่ายเงินให้กับพวกเรา “คุณติณณ์ เจ้าของร้านค่ะ ก่อนหน้านี้เขาโทรมาบอกว่าจะมีรุ่นน้องมาทานอาหารที่ร้าน เขาฝากให้ดูแลอย่างดีและไม่ต้องเก็บเงินค่ะ” คำตอบของแคชเชียร์ทำให้เราสามคนร้องอ๋อในใจทันที จำได้ว่าเมื่อปีก่อนเขาชวนพวกเราทั้งสามคนมาร่วมงานเปิดตัวร้านชาบู แต่ตอนนั้นเราดันติดเข้าค่ายอาสาของชมรมจึงไม่ได้มาแสดงความยินดีกับรุ่นพี่ จนถึงตอนนี้เราก็ลืมไปเสียสนิทว่ารุ่นพี่ที่เพิ่งเจอกันเมื่อครู่เป็นเจ้าของร้านนี้ “

  • พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ   CHAPTER 02

    เจย์ยืนรอพวกเฮีย ๆ อยู่หน้าเกต เขาเช็กจากตารางเวลาบนหน้าจอยักษ์ เครื่องบินที่พี่ชายทั้งสองโดยสารทำการลงจอดที่สนามบินเมื่อสิบห้านาทีก่อนแล้ว เวลานี้เขารอแค่ให้พวกเขาเดินออกมาเท่านั้น ไม่ได้เจอกันหลายปีก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาหน่อย ๆ ครั้งล่าสุดที่เจอกันก็ตอนที่ทั้งสามบ้านขนไปกันเยี่ยมเฮีย ๆ ถึงอเมริกาเมื่อสามปีก่อน จำได้ว่าเฮียไบรท์พาเขาตะลอนเที่ยวทั่วเมือง เมาหัวทิ่มจนลืมทางกลับบ้านเป็นเวลาสามวันสองคืน ลำบากป๊าต้องให้คนมาช่วยตามหากันวุ่นวาย ผลของการเกเรก็คือนั่งฟังป๊าสวดสามชั่วโมง แถมยังโดนหักค่าขนมด้วย “เฮีย ดิสเวย์ ๆ” เจย์ยืดสุดแขนโบกไปมาเมื่อเห็นหนึ่งในคนที่รอเดินออกมาแล้ว ร่างสูงโปร่งพยักหน้าเป็นเชิงบอกว่าเขาเห็นแล้วนะ แต่ยังไม่ว่างเดินมาหาเพราะติดแลกไลน์กับแอร์โฮสเตสสาวสวยรุ่นพี่อยู่ เมื่อแอดไลน์เรียบร้อยแล้วถึงลากรองเท้าแตะมาหาน้องชายอย่างอารมณ์ดี “หวัดดีครับเฮีย” เจย์ยกมือขึ้นพุ่มเสมอจมูกพร้อมกับโค้งตัวเก้าสิบองศา ชายหนุ่มรุ่นพี่ดึงแว่นตากันแดดคาดเอาไว้เหนือศีรษะทอดมองอีกฝ่ายอย่างหมั่นไส้กับท่าทางกวนประสาทของมัน “มึงไหว้ขนาดนี้ไม่ลงไปกราบตีนกูเลยล่ะครับ” ไบรท์ว่าอย่างประชด ช

  • พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ   CHAPTER 01

    ทำได้แล้ว! “พริมเก่งมากเลยอะ เก็บเอทุกวิชาทำได้ไงก่อน” เฟียร์ถามอย่างประหลาดใจปนชื่นชม หลังจากเห็นผลการเรียนชั้นปีที่สามของพวกเราประกาศผลออกมาแล้ว ผลปรากฏว่าฉันกวาดเอทุกวิชาเข้าพอร์ตเป็นปีที่สาม “ทั้งสวย รวย ฉลาด นิสัยดี ครบจบที่พริมรดาคนเดียวจริง ๆ แบบนี้ผู้ชายคนไหนที่เข้ามาจีบก็คงต้องทำการบ้านอย่างหนักแน่ๆ พูดแล้วก็รู้สึกเหนื่อยแทนเลย” “จริง เพื่อนเราเพอร์เฟกต์เกินมนุษย์ธรรมดาไปแล้ว” ตาหวานเพื่อนสนิทอีกคนว่าเสริม “พวกเธอยอจนตัวเราจะลอยขึ้นท้องฟ้าแล้ว ที่จริงเราก็ไม่คิดว่าจะทำได้เหมือนกัน” ตอนที่ผลการเรียนออก ฉันยังอึ้งกิมกี่กับตัวเอง ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะทำได้อีกครั้ง อาจารย์ประไพคนนี้ออกข้อสอบว่ายากแล้วยังขี้เหนียวคะแนนอีก ท่านไม่เคยปล่อยเกรดเอให้ใครเลย อย่างรุ่นพี่ปีก่อนก็ไม่เคยมีใครได้เอจากวิชาของอาจารย์เลยสักคน “ดีใจด้วยน้า” ตาหวานเข้ามาสวมกอดฉันไว้แน่น “ขอบคุณน้า งั้นเดี๋ยวเย็นนี้เราไปกินชาบูกันไหม เราเลี้ยงเอง ฉลองเกรดออกสักหน่อย” เอ่ยชวนอย่างตื่นเต้น อันที่จริงเรื่องเกรดมันก็ไม่ได้ทำให้ฉันตื่นเต้นอะไรขนาดนั้น แต่มันมีเป้าหมายอยู่ต่างหาก สาเหตุที่ฉันอยากชวนเพื่อน ๆ ไปกินช

Weitere Kapitel
Entdecke und lies gute Romane kostenlos
Kostenloser Zugriff auf zahlreiche Romane in der GoodNovel-App. Lade deine Lieblingsbücher herunter und lies jederzeit und überall.
Bücher in der App kostenlos lesen
CODE SCANNEN, UM IN DER APP ZU LESEN
DMCA.com Protection Status