Share

CHAPTER 03

Author: RINSP
last update publish date: 2026-09-17 16:14:57

“โต๊ะนี้ชำระบิลเรียบร้อยแล้วค่ะ” พนักงานแคชเชียร์เอ่ยบอกพร้อมรอยยิ้ม ฉันหันหน้ามองเพื่อนทั้งสองคนทันทีเพราะคิดว่าอาจจะเป็นเพื่อนคนใดคนหนึ่งแอบมาจ่ายค่าอาหารเอาไว้ล่วงหน้าแล้ว แต่เฟียร์กับตาหวานต่างมีสีหน้างุนงงไม่ต่างกัน

แล้วใครกันล่ะที่เป็นคนจ่ายเงินค่าอาหารให้พวกเรา

“เช็กบิลผิดโต๊ะหรือเปล่าคะ” ฉันหันมาถามพนักงานแคชเชียร์อีกครั้งเพราะคิดว่าอาจจะเกิดข้อผิดพลาดจากเครื่องคอมพิวเตอร์ก็เป็นได้

“ถูกต้องแล้วค่ะคุณลูกค้า” พนักงานยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ใบหน้ายังคงแย้มยิ้ม

“ใครเป็นคนจ่ายเหรอคะ” ถ้าหากพี่พนักงานยืนยันว่าถูกต้อง ไม่มีอะไรผิดพลาด อย่างน้อยเธอก็ควรต้องรู้ว่าใครเป็นคนจ่ายเงินให้กับพวกเรา

“คุณติณณ์ เจ้าของร้านค่ะ ก่อนหน้านี้เขาโทรมาบอกว่าจะมีรุ่นน้องมาทานอาหารที่ร้าน เขาฝากให้ดูแลอย่างดีและไม่ต้องเก็บเงินค่ะ” คำตอบของแคชเชียร์ทำให้เราสามคนร้องอ๋อในใจทันที จำได้ว่าเมื่อปีก่อนเขาชวนพวกเราทั้งสามคนมาร่วมงานเปิดตัวร้านชาบู แต่ตอนนั้นเราดันติดเข้าค่ายอาสาของชมรมจึงไม่ได้มาแสดงความยินดีกับรุ่นพี่ จนถึงตอนนี้เราก็ลืมไปเสียสนิทว่ารุ่นพี่ที่เพิ่งเจอกันเมื่อครู่เป็นเจ้าของร้านนี้

“พี่ติณณ์มาเหนืออีกละ ไม่ขอมานั่งโต๊ะด้วยแต่พอรู้ว่าสาวที่ชอบจะมากินชาบูที่ร้านก็รีบโทรบอกให้พนักงานดูแลอย่างดีแถมยังเปย์ให้อีก” เฟียร์หันมาแซว ไหล่เล็กชนกับไหล่ฉันเบา ๆ แล้วหันมาป้องปากกระซิบว่า “ส่งข้อความไปขอบคุณเขาหน่อยละมั้ง”

“เฟียร์ส่งก็ได้มั้ง” ฉันไม่อยากจะทักเขาไปเป็นการส่วนตัวเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจผิดแล้วคิดว่ามีใจให้กัน เพราะตลอดสามปีที่ผ่านมาฉันไม่เคยทักหรือตอบกลับข้อความถึงเขาสักครั้ง ส่วนอีกฝ่ายเคยทักมาแค่ช่วงปีแรก ๆ เท่านั้นที่เจ้าตัวแสดงออกว่าจะเข้ามาจีบกันจริงจัง กระทั่งเขาคงรู้ว่าฉันไม่มีทางเปิดใจให้ง่าย ๆ พี่ติณณ์จึงเฟดตัวออกไปเงียบ ๆ ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้หายไปจากชีวิตฉัน เขายังทักทายและส่งยิ้มให้กันทุกครั้งที่เราเจอกันโดยบังเอิญ อีกทั้งเขายังแสดงน้ำใจในฐานะรุ่นพี่ที่มีต่อรุ่นน้องอย่างเช่นให้คำปรึกษาด้านวิชาเรียน รวมไปถึงกิจกรรมต่าง ๆ อย่างไม่มีอคติต่อกัน นับว่าเป็นความสัมพันธ์ที่ไม่มีคำว่าอึดอัดสักเท่าไร

“พี่เขาคงไม่ได้อยากได้ข้อความจากเราค่ะ ทักไปขอบคุณเขาเถอะน่า เขารู้แหละว่าอันไหนมีใจ อันไหนแค่อยากขอบคุณเฉย ๆ น่ะ ไม่เห็นต้องคิดมากเลย ส่งข้อความไปในฐานะกัลยาณมิตรที่ดีต่อกันไง อีกอย่างพี่เขาก็ใกล้จะจบแล้วนะ ต่อไปก็คงไม่เจอกันแล้ว”

เฟียร์คงเห็นใจพี่ติณณ์จึงออกปากเชียร์

“กินชาบูร้านเขาแค่ครั้งเดียวเปลี่ยนฝั่งเร็วเลยนะ” เอ่ยแซวอย่างไม่จริงจัง แย้มยิ้มบางอย่างใจอ่อน ขณะปลายนิ้วมือกดเข้าแอปอินสตราแกรม กดค้นหาบัญชีของเจ้าของร้าน จากนั้นจึงกดเข้าดีเอ็มส่วนตัวซึ่งมีข้อความทักทายจากเขาค้างไว้ตั้งแต่สามปีก่อน แล้วจึงพิมพ์ประโยคสั้น ๆ ไปว่า

PRIMRADA: ขอบคุณค่ะ

กินอาหารเสร็จแล้ว ฉันก็ชวนเพื่อนไปยังห้างสรรพสินค้าใกล้กับมหาวิทยาลัย ตั้งใจไว้แล้วว่าจะซื้อเครื่องประดับแบรนด์หนึ่ง ก่อนหน้านี้ฉันก็คุยกับเฟียร์บ้างแล้วว่าจะซื้อกำไลเป็นของขวัญวันเกิดให้กับตาหวาน

“วงนี้เหมาะกับหวานมาก” มือเอื้อมหยิบกำไลสีโรสโกลด์สไตล์เรียบหรูแต่ยังคงความมินิมอลมาให้ตาหวานดูใกล้ ๆ ตัวกำไลประดับตกแต่งด้วยเพชรแท้จำนวนสิบเม็ด คราแรกฉันตั้งใจจะสวมใส่ข้อมือตาหวานหากแต่เธอดึงมือกลับ จึงทำได้เพียงเทียบข้างข้อมือของเพื่อนเท่านั้น

“เฟียร์ว่ายังไง”

“อ่า สวย เราก็มีวงหนึ่ง พริมก็มีรุ่นนี้แล้วใช่ปะ”

“ใช่ งั้นเอาวงนี้เนาะ เราจะได้ใส่กันครบแก๊ง” ตัดสินใจอย่างรวดเร็ว จากนั้นฉันจึงหยิบบัตรเครดิตใบหนึ่งในกระเป๋าสตางค์ส่งให้พนักงานร้านจัดการเรื่องค่าตัวของกำไลวงนี้

“เราคงรับมันไว้ไม่ได้” ตาหวานบอกอย่างเกรงใจ "แค่พวกเธอเลี้ยงข้าวก็พอแล้วจริง ไม่สิแค่จำวันเกิดเราได้ก็ดีใจมากแล้ว ไม่เห็๋นต้องซื้อของขวัญราคาแพงแบบนี้ให้เลย มันไม่เหมาะกับเราหรอก"

“เรากับเฟียร์ตั้งใจซื้อให้เป็นของขวัญวันเกิดหวานนะ รับเอาไว้เถอะ ไม่ต้องเกรงใจหรอก” เอ่ยบอกพลางหยิบกล่องกำไลสีแดงวางบนมือเล็ก “สุขสันต์วันเกิดนะ เรากับเฟียร์อยากให้หวานมีความสุขมาก ๆ”

"แต่ว่า" ตาหวานยังคงดื้อดึงจนนาทีสุดท้าย ทว่าฉันกับเฟียร์ก็นัดกันเอาไว้แล้วว่าถ้าหากตาหวานปฏิเสธเสียงแข็งว่าจะไม่รับ เราสองคนก็จะตีเนียนไม่สนใจเหมือนกัน สุดท้ายแผนดื้อตีเนียนของเราก็สำเร็จ เมื่อเพื่อนตัวเล็กถอดหายใจยอมเก็บกล่องกำไลใส่กระเป๋าตัวเอง

หลังจากซื้อของขวัญให้ตาหวานเรียบร้อย ฉันก็ขับรถไปส่งเธอหน้าหอพัก งานเลี้ยงวันเกิดเพื่อนจบลงเท่านั้นเพราะตาหวานต้องไปทำงานพาร์ตไทม์ช่วงเย็นต่อ เมื่อส่งตาหวานเสร็จเรียบร้อย ฉันขับรถเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้งเพื่อส่งเฟียร์เอารถของเธอซึ่งจอดเอาไว้ตรงลานจอดรถหลังตึกคณะบริหาร คล้อยหลังเฟียร์ลงจากรถ เสียงแชตจากโทรศัพท์ก็ดังขึ้น มือจึงหยิบมันมาเปิดดูเห็นว่าคนส่งแชตมาเป็นน้องชายจึงรีบเปิดอ่านทันที

JAY: คืนนี้เฮียไบรท์ชวนไปนั่งดื่มเฟบบาร์ ตัวสนใจเปล่า

PRIM: เพิ่งเดินทางมาเหนื่อย ๆ ไม่พักกันหน่อยเหรอ เดี๋ยวก็ไม่สบายหรอก

ก่อนหน้านี้เจย์ส่งรูปพี่ชายทั้งสองคนตอนนั่งกินข้าวอยู่ที่ร้านอาหารของสนามบินมาให้แล้ว แถมยังส่งรูปของพี่ป้องใส่หมวกแก็บสีดำกำลังฝืนฉีกยิ้มหวานให้กล้องด้วย ทว่าแววตาของเขากลับดูอ่อนล้าเหมือนคนหมดเรี่ยวแรง ฉันคิดว่าเขาน่าจะเหนื่อยเอามาก ๆ นั่งเครื่องบินเดินทางมาตั้งหลายชั่วโมง

JAY: เฮียไบรท์บอกให้มันเป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้ ยังไงวันนี้ก็จะไปเที่ยวให้ได้ 555

PRIM: แล้วพี่ป้องล่ะ ไปด้วยไหม

ฉันพอจะคาดเดาคำตอบได้ว่าพี่ป้องอาจจะไม่ได้ไปเที่ยวกับทั้งสองคน ดูจากสีหน้าเขาแล้ว อาจจะอยากพักผ่อนอยู่ที่ห้องมากกว่า แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เฝ้ายังอยากรอคำตอบ ดวงตากลมมองตรงจุดไข่ปลาอยู่นานหลายอึดใจ กระทั่งอีกฝ่ายกำลังพิมพ์ตอบกลับมา น่าแปลกใจเมื่อข้อความของเจย์เป็นเพียงประโยคสั้น ๆ หากแต่ทำให้หัวใจคนอ่านเต้นแรงเหลือเกิน

JAY: ถ้าพริมไป เขาก็ไป

ราวสองทุ่มฉันให้คนขับรถมาส่งที่หน้าร้านเฟบ’ บาร์ ร่างเพรียวบางเดินลงมาจากรถคันหรู คืนนี้ฉันลือกใส่เดรสตัวสั้นความยาวเหนือเข่าสีดำ แขนตุ๊กตา ด้านหน้าเว้าลึกอวดลำคอขาวและผิวเนียนสวย เฟียร์ให้คำแนะนำมาว่าชุดนี้เหมาะกับฉันเพราะมันทำให้คนใส่ดูน่ารักและเซ็กซี่ในเวลาเดียวกัน ความเซ็กซี่มันจะทำให้เขารู้สึกว่าฉันไม่ใช่เด็กอีกต่อไป ส่วนความน่ารักมันจะทำให้เขารู้สึกว่าฉันยังเป็นน้องสาวคนเดินที่เขาเคยรู้จัก

ร่างบางสูดลมหายใจเข้าออกเพื่อระงับความตื่นเต้น ฝ่ามือชื้นเหงื่อถูเข้ากับชายกระโปรง แล้วจึงเดินมุ่งหน้าเข้าไปด้านในร้าน ขณะในหัวยังท่องคำทักทายกับพี่ ๆ ทั้งสองคนเพราะไม่อยากเกิดอาการประหม่าต่อหน้าพวกเขา

ทันทีที่เข้ามาในร้านฉันถึงกับหัวหมุน ก็ไม่คิดว่าคนจะแน่นร้านขนาดนี้ ดวงตากลมกวาดสายตามองหาบันไดที่เชื่อมไปยังชั้นสอง เมื่อเจอแล้วจึงก้าวขาเดินไปยังจุดหมายอย่างมั่นคง ทว่าจังหวะที่กำลังเดินขึ้นบันไดนั่นเอง จู่ ๆ ก็มีมือของใครบางคนแตะแผ่นหลังเล็กอย่างไม่ทันตั้งตัว ฉันหันมามองเจ้าของมืออย่างตกใจ

“เจย์” เอ่ยเรียกชื่อน้องชายตัวเองแล้วถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก

“ตัวขึ้นผิดฝั่งแล้ว โต๊ะเราอยู่ฝั่งนู้น” เจย์ว่าพลางบุ้ยปากไปยังอีกฝั่งหนึ่งซึ่งมีบันไดเชื่อมไปยังชั้นสองเหมือนกัน

“อ้อ เค้าไม่รู้ว่ามีสองฝั่ง” ถึงแม้ว่าเฟบบาร์จะเป็นร้านดังแต่ใช่ว่าทุกคนจะเคยเข้ามาเสียหน่อย พี่สาวของนายก็เป็นหนึ่งในนั้น

“โทษที เค้าก็ไม่ได้บอกให้ชัดเจน เราไปหากันพวกเฮีย ๆ กันเถอะ” เจย์ว่าพลางจูงมือฉันให้เดินตามเขาลงมาเพื่อเดินไปยังอีกฝั่งทันที เจอเจย์ก็ทำให้รู้สึกโล่งใจขึ้นหน่อย ทว่าความสบายใจนั้นเกิดขึ้นเพียงครู่มันก็ถูกแทนที่ด้วยอาการประหม่าระคนตื่นเต้น การก้าวขึ้นบันไดไปแต่ละขั้นพาลทำให้หัวใจฉันเต้นแรงราวกับมันจะหลุดออกมาจากอก

"ผมพาน้องสาวคนสวยของเฮีย ๆ มาแล้วคร้าบ" เสียงเปิดตัวของเจย์ทำคนที่ยืนแอบด้านหลังระงับความตื่นเต้นไว้ไม่ได้อีกต่อไป คนตัวสูงขยับตัวออกเพื่อให้ฉันได้เจอกับพวกพี่ ๆ

วินาทีนั้นฉันไม่ทันได้ทำใจ ร่างสูงโปร่งเดินเข้ามาสวมกอดกันอย่างไม่ทันตั้งตัว กลิ่นหอมอ่อน ๆ ผสมกลิ่นแอลกอฮอล์โอบรอบตัวฉัน ความประหม่าทำให้ฉันยืนนิ่งค้าง อีกฝ่ายจึงผละออกห่าง ระบายยิ้มอ่อนให้แก่กัน ดวงตาเขาเป็นประกายตื่นเต้นปนดีใจ เขามองฉันค้างอยู่หลายนาทีจึงเอ่ยปากทักทายกัน

“นิ่งเลย อึ้งในความหล่อของเฮียเหรอยัยน้อง”

ตอนแรกไฟในร้านมันสลัว จู่ ๆ เขาก็โผเข้ามากอด ฉันก็เผลอคิดว่าเขาเป็นพี่ชายอีกคนน่ะสิ คนตรงหน้าเริ่มเบะปากแสดงออกว่าน้อยใจ ฉันจึงรีบสลัดอาการตกใจเอ่ยทักทายเขาก่อนที่พี่ชายคนดีจะงอนกัน ทั้งที่เขาแสดงออกว่าดีใจอย่างเต็มที่แต่ฉันกลับทำเหมือนเขาเป็นคนแปลกหน้า

“พี่ไบรท์ สวัสดีค่ะ พริมคิดถึง” มือบางรีบยกมือไหว้หมายจะเข้าไปสวมกอดออดอ้อนพี่ไบรท์อีกครั้ง ทว่าฉันยังไม่ทันได้เข้าถึงตัวอีกฝ่าย ร่างกายเหมือนถูกแช่แข็งอีกครั้งราวกับโดนเวทมนตร์เมื่อฝ่ามือหนาของใครบางคนจากด้านหลังวางบนศีรษะพร้อมกับเสียงทุ้มอันคุ้นเคยที่เฝ้าคิดถึงอยากได้ยินเสียงของเขามานานหลายปีกระซิบข้างหู

“แล้วคิดถึงพี่ไหมคะ”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ   CHAPTER 45

    [บทบรรยายพิเศษ]“คุยไรกับพริมวะ” ไบรท์หันมาถามหลังจากป้องชนะเจย์เอาคืนแทนเขาได้สำเร็จ ตอนนี้สองพี่น้องแยกย้ายกันกลับห้องตัวเองหมดแล้ว“เรื่อยเปื่อย” ป้องตอบพลางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอ่านแชตที่ค้างเอาไว้ “คืนนี้มึงไปกับกูปะ”“อีกละ” ไบรท์ถามอย่างเหนื่อยอ่อน เขาไปเที่ยวเป็นเพื่อนป้องนับเป็นคืนที่สามแล้ว ตับไตไส้พุงแทบไม่ได้พักผ่อน“แค่ตอบว่ามึงจะไปไหม”“ก็ไปสิวะ มึงก็รู้ว่ากูไม่อยากอยู่คนเดียว”“เธอยังไม่รับสายมึงอีกเหรอ” ป้องถามถึงคนที่เป็นสาเหตุให้เพื่อนรักอยู่คนเดียวไม่ได้“มา ๆ หาย ๆ ทำอย่างกับกูเป็นเซเว่น กูแค่ขอเธอคบทำอย่างกับกูจะลวงไปฆ่าหมกป่า ไม่รู้ว่าติดอะไร ขอเหตุผลจริง ๆ ก็ไม่ยอมบอก กูบอกเธอไปแล้วว่าถ้าจะคบกันแบบนี้เรื่อย ๆ แค่เพื่อนนอนหรือไม่มีสถานะ กูไม่เอาด้วย กูไม่ชอบ แต่พอจะไปก็มารั้งกูไว้ กูแม่งไม่เข้าใจผู้หญิงจริง ๆ” ไบรท์ไม่รู้ว่าตัวเองพูดเรื่องนี้เป็นครั้งที่เท่าไรแล้ว เขาก็ไม่อยากนับ แต่มันเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่เขาเจอเธอ โลกที่เขาเคยมองมันอย่างชัดเจนกลับไม่ชัดเจนอีกต่อไป อยากจะเดินออกมาก็ทำไม่ได้เพราะเขาดันตกหลุมรักเธออย่างถอนตัวไม่ขึ้น“ตกลงมึงจะไปไหม”“เออแต่คืนนี้มึง

  • พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ   CHAPTER 44

    ฉันก้มมองตัวเองแล้วรีบลุกขึ้นยืนเต็มความสูง เขากลับมาพูดคะขากับฉัน ยิ้มหวานให้กันเพราะไม่ต้องระวังตัวเวลาเราต้องพูดคุยกันแล้วสินะ“งั้นพริมไปรอข้างนอกนะคะ” ไม่รอให้อีกฝ่ายได้ชวนคุยอะไรอีก ฉันก็รีบเดินออกจากห้องนอนทันทีจากนั้นประมาณห้านาทีพี่ป้องก็เดินตามออกมานั่งที่โต๊ะกินข้าว อาหารถูกจัดใส่จานเอาไว้เต็มโต๊ะ อันที่จริงยังมีอีกสามจานที่ยังไม่ได้นำมาวางเอาไว้เพราะไม่มีที่ว่างแล้ว“สงสัยป้าเบลล์กลัวเฮียอดตายเป็นผีเฝ้าคอนโดถึงได้ทำอาหารมาให้เยอะขนาดนี้” เจย์เอ่ยแซว ตักปลาราดพริกของโปรดเข้าปากตัวเอง“มึงนี่ปากเสียจริง ๆ กิน ๆ ไปอย่าพูดมาก อย่าให้เหลือนะเว้ย เดี๋ยวเฮียต้องส่งรูปให้แม่ดูเป็นหลักฐาน” พี่ไบรท์ว่าพลางตักผัดผักรวมเข้าปาก“ทำไมเฮียกินแต่ผักอะ” เจย์ถามอย่างสงสัยพลางตัดเนื้อเข้าปากตัวเอง“เฮียไดเอตอยู่ ช่วงนี้ต้องลดน้ำหนัก รู้สึกหน้าตัวเองอ้วนขึ้นอะ คางเริ่มมีเหนียงเผละออกมาละ” พี่ไบรท์ไม่ว่าเปล่าเขาย่นคอตัวเองสำทับเพื่อให้เห็นเหนียงน้อยของเขาเมื่อก่อนสมัยยังเด็ก พี่ไบรท์อ้วนมาก อ้วนตัวกลมเหมือนลูกบอลเลย จนช่วงที่เขาอยู่มัธยมปลายก็เริ่มเล่นกีฬา น้ำหนักเริ่มลดลงเรื่อย ๆ จากเด็กอ้ว

  • พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ   CHAPTER 43

    [บทบรรยายพิเศษ]“เพื่อนตัวคนนี้เริ่มทำตัวแปลก ๆ ขึ้นทุกวันนะ มิน่าล่ะวันนั้นถึงได้ส่งข้อความมาแบบนั้น” เจย์พูดขึ้นหลังจากเขานั่งฟังพี่สาวเล่าเรื่องที่เกิดวันนี้ เขามีแต่คำว่าแปลกใจอยู่ในหัวเต็มไปหมด ไม่คิดว่าคนเงียบ ๆ ใสซื่อแบบตาหวานจะทำเรื่องลับหลังพริมถึงสองครั้งสองคราด้วยกัน“หวานส่งข้อความมาหาตัวเหรอ”“ใช่ เธอบอกให้เค้าช่วยบอกตัวหน่อยว่าอย่าไปยุ่งกับพี่ติณณ์ พอเค้าส่งข้อความถามกลับ เธอก็ไม่ตอบ”“ถ้าถึงขั้นส่งข้อความไปหาตัวก็ชัดเจนแล้วล่ะว่า หวานคงไม่ได้เมาแล้วเผลอพลั้งปากพูดแต่ตั้งใจให้พี่ติณณ์รู้ เค้ากับเฟียร์คิดว่าหวานอาจจะชอบพี่ติณณ์ก็เลยทำแบบนี้”“เพื่อนกันยังไงเนี่ย ไม่เข้าใจเลย” เจย์ว่าแต่ยังไม่กล้าบอกสิ่งที่ตัวเองคิดในใจในอีกแบบหนึ่งให้พริมรับรู้ บางทีคนที่ตาหวานชอบอาจจะไม่ใช่ติณณ์ก็เป็นได้“ไม่เข้าใจเหมือนกัน ครั้งแรกมันก็ปล่อยผ่านได้แหละ แต่พอเจอรอบสองมันรู้สึกระแวงไปหมด ไม่สนิทกันเหมือนเดิมอีกแล้ว เค้าก็คิดว่าตัวเองให้ใจเพื่อนมากแล้วนะ แต่ทำไมหวานถึงไม่ยอมพูดกันตรง ๆ”“คงพูดยากแหละ พี่ติณณ์ก็ชอบตัวมาตั้งสามปี ทางนั้นคงรู้อยู่แล้วว่าไม่มีทางสมหวัง แต่จะให้อยู่ใกล้ก็คงเจ็บ

  • พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ   CHAPTER 42

    หลายวันต่อมา“ระหว่างพริมกับพี่ติณณ์ยังไปได้ดีอยู่ใช่ไหม” เฟียร์เอ่ยถามหลังจากเราสองคนนั่งโต๊ะกินข้าวกันเรียบร้อยแล้ว“ทำไมเหรอ”“เราว่าเขาพยายามหลบหน้าพริมตลอด ตอนงานวันเกิดเขายังจ้องหน้าพริมเหมือนโลกทั้งใบเป็นสีชมพูอยู่เลย หลังจากวันนั้นมันเกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า พี่เขาดูแปลก ๆ ไปนะ”“เขาอาจจะไม่เห็นเราก็ได้” เขาหลบหน้ากันจริง ๆ แต่ฉันพยายามจะไม่ใส่ใจกับการกระทำอีกฝ่ายมากเกินไป คิดว่าเขาอาจจะต้องการรักษาระยะห่างเพื่อไม่ให้เป็นการกดดันฉันเรื่องเขาขอคบเป็นแฟนก็ได้ พี่ติณณ์จึงไม่เข้ามาทักทายเหมือนอย่างทุกครั้ง ส่วนข้อความเขายังส่งมาทักทายกันเป็นปกติ แต่เขาไม่เคยพูดถึงเรื่องความสัมพันธ์เลย“ไม่เห็นอะไร เราสองคนไม่ได้ตัวเล็กเท่ามดนะ โรงอาหารก็แค่นี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่” เฟียร์ว่าตามความจริง ดวงตาสวยเฉี่ยวจ้องอย่างจับผิดเธอสงสัยก็คงไม่แปลก ก่อนหน้านี้ฉันกับเฟียร์เดินเข้ามาในโรงอาหาร เจอพี่ติณณ์และกลุ่มเพื่อนเดินสวนออกไปพอดี เขาแทบไม่เข้ามาทักทายฉันเลย ทำเพียงยิ้มแล้วเดินจากไป“ที่จริงแล้ว ตอนงานวันเกิด พี่เขาขอเราเป็นแฟนน่ะ แต่เรายังไม่ได้ให้คำตอบเขาไป” คราแรกฉันตั้งใจอยากคุยกับพี่ติณณ์ก่อน

  • พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ   CHAPTER 41

    [บทบรรยายพิเศษ]“มึงมองอะไรวะเพื่อน” ไบรท์หันมาถามคนข้างกายหลังจากสังเกตเห็นเพื่อนนั่งเงียบไปนาน พอมองตามสายตาก็เห็นว่าเพื่อนสนิทกำลังมองน้องสาวกับรุ่นพี่คนสนิทของเธออยู่ “อ่า แอบมองคนเขาจีบกันนี่เอง”ป้องไม่ตอบ หากแต่ดึงสายตากลับมาที่โต๊ะแล้วยกแก้วแชมเปญขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูง“ไปไหนวะ แซวแค่นี้ถึงกับนั่งโต๊ะด้วยกันไม่ได้เลย หัวร้อนฝุด ๆ เลยเพื่อนกู” ไบรท์ยังแซวต่อพลางหันไปขอแนวร่วมอย่างเจย์ที่นั่งข้างกัน “ไอ้เจย์ สงสัยมึงจะมีพี่เขยชื่อตินตินแล้วว่ะ”“พริมมีคนดูแล ผมก็สบายใจ” เจย์ตอบ อยากจะเห็นคนบางคนออกอาการบ้าง แต่พี่ชายยังคงตีสีหน้าเรียบนิ่งเหมือนอย่างทุกครั้ง“กูเข้าห้องน้ำก่อน” สิ้นประโยค ป้องก็เดินออกจากโต๊ะไป ระหว่างทางที่เดินไปห้องน้ำเขาต้องเดินสวนกับพริมและติณณ์พอดี ร่างสูงไม่แม้แต่จะหยุดเดินเพื่อทักทาย ทำเพียงเดินผ่านไปเท่านั้น ส่วนพริมก็ไม่ทันได้เรียกรั้ง เงยหน้าขึ้นมองอีกทีก็เห็นร่างสูงเดินลับสายตาไปแล้วราวตีหนึ่งครึ่งงานเลี้ยงวันวันเกิดจบลง บรรดาแขกทยอยกันกลับบ้านหมดแล้ว เหลือเพียงแต่กลุ่มเพื่อนพี่น้องคนสนิทที่ยังคงนั่งดื่มกันต่อ หากแต่ย้ายสถานท

  • พรหมลิขิตให้ฉันรักเธอ #ป้องรักทั้งใจ   CHAPTER 40

    PRIM BIRTHDAY’ s PARTY“แฮปปี้เบิดเดย์นะครับ พี่ขอให้น้องพริมมีความสุขมาก ๆ” เสียงทุ้มนุ่มเอ่ยอวยพรพร้อมกับมอบช่อดอกกุหลาบสีชมพูหวานแหววให้กับฉัน “วันนี้น้องพริมสวยจังครับ”ช่วงหลังมานี้ฉันรู้สึกว่าพี่ติณณ์รุกจีบกันหนักขึ้น ไม่ไว้ตัวเหมือนก่อนหน้านี้แล้ว“ขอบคุณค่ะ พี่ติณณ์เข้าไปนั่งด้านในงานก่อนดีกว่าค่ะ” ทักทายกันพอเป็นพิธีจึงเอ่ยชวนให้รุ่นพี่เข้ามานั่งยังโซนโต๊ะรับแขก โดยฉันก็เดินมากับเขาด้วยงานครบรอบวันคล้ายวันเกิดปีที่ 21 ของฉันถูกจัดขึ้นบนดาดฟ้าของโรงแรมตึกแฝดซึ่งมันเป็นตึกที่ป๊าสร้างเป็นของขวัญวันแต่งงานให้กับคุณแม่ งานวันนี้เชิญเฉพาะคนรู้จักสนิทสนมกันทั้งเพื่อนสนิทสมัยมัธยมและเพื่อนมหาวิทยาลัย รวมไปถึงแขกคนสำคัญที่ขาดไม่ได้ก็คือแก๊งสามหนุ่มหล่อของครอบครัวเรา เจย์กับพี่ไบรท์เดินทางมาถึงงานตั้งแต่พนักงานยังจัดโต๊ะไม่เสร็จด้วยซ้ำ ส่วนอีกคนฉันยังไม่เห็นเขาปรากฏตัวที่งานแต่เขารับปากว่าจะมางานวันเกิดฉันอย่างแน่นอน“คุณพ่อกับคุณแม่ของน้องพริมมาร่วมงานด้วยไหมครับ” พี่ติณณ์เอ่ยถาม“พวกท่านไม่ได้มาร่วมงานค่ะ ท่านกลัวว่าเด็ก ๆ จะอึดอัด อยากให้พวกเราสนุกกันเต็มที่”“ตอนเช้าพี่เห็นน้องพร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status