Mag-log inยามดึกคืนนั้น มีเพียงแสงจันทร์อาบไล้ท้องฟ้า หยางต้าหลงขี่ลู่เฟิงแล้วสั่งให้คนสนิทก่
ฤดูร้อนปีนี้ยาวนานอากาศร้อนอบอ้าว เสียงของรถม้าเคลื่อนไปในจังหวะสม่ำเสมอออกห่างจากเมืองเกาซานขึ้นเรื่อยๆ มุ่งหน้าขึ้นไปทางทิศเหนือ ฮุ่ยชิงปรือตาขึ้นอย่างช้าๆ นางทั้งหิวทั้งเมื่อย รู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ การสั่นคลอนนั้นทำให้ร่างอ้อนแอ้นกระเพื่อมไหวไปตามแรงโยก หรือว่าเป็นแบบที่คิดไว้ ผิวแข็งเรียบของพื้นที่นั่งอยู่ไม่ใช่เตียง เมื่อมองไปรอบๆ จึงเห็นช่องหน้าต่างและม่านบังตาฝีมือประณีต“รถม้า ข้ามาอยู่ในรถม้าได้อย่างไรเล่า” ดวงตาคู่งามมองฝ่าแสงที่ลอดผ่านเข้ามา จนกระทั่งม่านตาปรับเข้ากับแสงแดดกล้า มองไปเบื้องหน้าแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยเหงื่อซึมเต็มแผ่นหลังดูคุ้นตา พอคนบนหลังม้ารู้สึกตัวว่าถูกมองจึงหันหน้ากลับมายิ้มทักทาย ไม่ใช่เพียงแค่คุ้น แต่...“กัวจื่อหลาน! ท่านเอง”เขาเบนสายตาจากการควบรถม้าเบื้องหน้ากลับมามองนางแล้วส่งยิ้มให้ เสียงนุ่มทุ้มเจือความอ่อนโยนเอ่ยตอบทันท่วงที“ท่านตื่นแล้วหรือขอรับฮูหยินน้อย ไม่ใช่สิ กระหม่อมขออภัยพ่ะย่ะค่ะ พระชายาตื่นจากบรรทมแล้ว พระชายาคงไม่ชินกับการเดินทางไกล ข้างหน้าห่างจากนี้ไม
การที่พระองค์ประทานหน้ากากของอดีตยอดขุนพลผู้เป็นตำนานนักรบ นั่นคือเครื่องเตือนสติให้เจิ้งอี้เหยียนรู้ตัวว่าองค์รัชทายาทย่อมไม่ได้ไว้ใจเขานัก ผู้เป็นพ่อถึงจะไม่ได้รักลูกทุกคนเท่าเทียมกันแต่ย่อมไม่ต้องการให้ลูกเข่นฆ่ากันเอง โดยเฉพาะเจิ้งอี้เหยียนเป็นลูกที่เกิดจากผู้หญิงที่เขารักมากที่สุดและทำผิดต่อนางมากที่สุดในเรื่องสังหารลูกที่ยังเป็นทารกเหตุใดเจิ้งอี้เหยียนถึงไม่เคยเชื่อฟังคำพูดของเขาบ้าง มีเพียงทางเดียวเท่านั้นที่จะไม่ให้พี่น้องไม่ฆ่ากันเอง หากเจิ้งอี้เหยียนแต่งกับองค์หญิงโต้วเฟยเซียนหลานสาวองฮองเฮาได้เมื่อไร เมื่อนั้นฮองเฮาคงจะวางพระทัยไม่คิดว่าเจิ้งอี้เหยียนเป็นเสี้ยนหนามอีกอีกทั้งรัชทายาทเองจะได้หยุดระแวง แม้พระองค์จะเชื่อว่าเจิ้งอี้เหยียนไม่คิดก่อการกบฏเพื่อช่วงชิงอำนาจ แต่เส้นทางสายมังกรไม่เคยมีคำว่าพี่น้องเจิ้งอี้เหยียนได้รับคำชื่นชมอย่างมากมาย ออกศึกครั้งใดไม่เคยพ่ายแพ้ นั่นทำให้ทางฟากฮองเฮาเริ่มหวาดระแวงเกรงตำแหน่งองค์รัชทายาทจะสั่นคลอนเรื่องนี้ไม่แปลกสำหรับเส้นทางสายมังกรทุกย่างก้าวล้วนเต็มไปด้วยการช่วงชิง เข่นฆ่า ก่อนเขาจะขึ้นครองราชย์พระองค
สิ้นคำ ฮุ่ยชิงเดินหนีเขาแล้วหันกลับมาพูดสั้นๆ “ข้าจะไปเก็บของ”ฮุ่ยชิงสะดุ้งเมื่อนางก้าวไปข้างหน้า เจิ้งอี้เหยียนกระโดดเพียงก้าวเดียวกลับมายืนขวางทางนางเอาไว้“ท่านมาขวางข้าทำไม”“เป็นเมียข้าแล้วคิดว่าจะหนีจากไป ง่ายเพียงนั้นเชียวหรือ สามีของเจ้านอกจากจะเป็นเชื้อพระวงศ์ยังกุมอำนาจในกองทัพทั้งหมด”“องค์ชายรองเจิ้งอี้เหยียนท่านจะบีบบังคับอะไรข้าอีก ท่านแม่ทัพแห่งแคว้นลั่ว ท่านมันคือปีศาจในสายตาของข้า ท่านชนะทุกศึก เก่งกาจเช่นนี้ เหตุใดยังเอาสตรีมาเล่นเป็นเบี้ยบนกระดาน”ฮุ่ยชิงถอยหลังไปสองก้าว ภายใต้อาภรณ์สีดำคาดทับด้วยเข็มขัดหยก นางรู้ฐานะที่แท้จริงของเขาแล้ว ไม่จำเป็นที่เขาต้องปิดบังอะไรอีก หากหยางต้าหลงวรยุทธ์สูงส่ง เจิ้งอี้เหยียนมีวรยุทธ์สูงส่งกว่าหลายเท่า แต่เมื่ออยู่ในเกาซาน เพื่อไม่ให้ใครจับผิดได้เขาจำเป็นต้องทำทุกอย่างเช่นหยางต้าหลง“หลบไป ต่อให้ท่านเป็นองค์ชายมาจากแคว้นลั่ว ฐานะสูงส่งปานใด ข้าก็ยืนยันว่าข้าแต่งกับหยางต้าหลงไม่ใช่ท่าน ข้าจะกลับไปอยู่กับท่านแม่”“เจ
นางตวัดสายตามองมาด้วยความเยียบเย็น แล้วตบเขาทีหนึ่งเผียะ!ดวงตาที่เคยซุกซนสดใสเลือนหายไปจนหมดสิ้น“เหตุผลของท่าน ไม่เกี่ยวข้องกับข้า”เจิ้งอี้เหยียนหน้าหันไปตามแรงสะบัดของมือ แต่สีหน้าเขาก็ไม่แปรเปลี่ยน “ตบข้าอีกก็ได้ ข้าไม่โกรธเจ้าหรอกฮุ่ยชิง ข้ารู้เจ้าเจ็บปวด เจ้ากำลังโกรธ ข้าเห็นเจ้าเสียใจ ข้าเองก็เจ็บปวด”เจิ้งอี้เหยียนโมโหตัวเองจนส่งเสียงลอดไรฟันทีละคำแล้วหลับตานิ่ง ในสมองยังปรากฏคำว่าเสียใจอยู่เต็มหัว “ข้า-มัน-เลว ที่หลอกเจ้า”ชั่วอึดใจต่อมา ฮุ่ยชิงแหงนหน้ามองท้องฟ้าสีครามปลอดโปร่ง “สวรรค์ท่านกำลังล้อข้าเล่นใช่ไหมเจ้าคะ ข้าจะเชื่ออะไรคนผู้นี้ได้อีก”ออกศึกไล่ล่าข้าศึกนับแสน เจิ้งอี้เหยียนไม่เคยรู้สึกหวาดกลัว หนาวเหน็บรุนแรงเหมือนในเวลานี้ที่สายตาของนางมองมาที่เขาราวกับคนแปลกหน้านางระงับโทสะไม่อยู่จริงๆ นางเจ็บปวดไปถึงดวงวิญญาณ เจิ้งอี้เหยียนดึงร่างบางเข้ามาสวมกอดแนบแน่น เขาไม่อยากกุมอำนาจใดๆที่มี เวลานี้เขาอยากกุมเพียงหัวใจดวงนี้เอาไว้ ขอเพียงเท่านั้น...“ปล่อ
เจิ้งอี้เหยียนดวงตาดำมืดด้วยความขุ่นมัวเสด็จพ่อรู้ว่าเขากำลังหลบเลี่ยงเรื่องอะไร แล้วคิดใช้ไม้แข็งบังคับกันทางอ้อม“เสด็จพ่อรู้เรื่องที่ข้าแต่งงานกับสตรีในเกาซานแล้วใช่หรือไม่”“ฝ่าบาททราบเรื่องนี้แล้วพ่ะย่ะค่ะ”ฮุ่ยชิงได้ยินก็พลันร่างกายแข็งค้างไปหมด “องค์ชายรอง!” นางครางออกมา ขอบตาแดงก่ำจู่ๆน้ำตาก็เห่อล้อมขึ้นมาคลอเบ้าตาแล้วไหลลงอาบแก้มทั้งสอง สิ่งที่นางคิดมาตลอดเป็นจริงแล้ว ตอนนั้นนางสงสัยว่าเหตุใดเขาจึงมีชุดคลุมมังกรห้าเล็บ และยังเมื่อสองวันก่อนนางเข้าไปเก็บแท่นหมึกและกระดาษในห้องทำงาน พบว่าเอกสารถูกเขียนค้าง มีลายเส้นแตกต่างกับใบสั่งของครั้งก่อนๆ ที่ถูกเก็บภายในห้องทำงาน คนเราจะลายมือเปลี่ยนได้มากขนาดนั้นเชียวหรือวันนี้นางได้รับคำตอบแล้ว ท่าทีแปลกๆ ที่หลายครั้งทำให้นางรู้สึกสับสนเขาไม่ใช่หยางต้าหลง... แล้วเขาคือใคร ที่ผ่านมานางใช้ชีวิตอยู่กับใครร่างเล็กเดินออกไปจากที่หลบซ่อนด้วยหัวใจเต้นระรัว ทั้งที่จริงเดินไม่กี่ก้าวก็ถึงเขาแล้วแต่เหตุใดดูห่างไกลนัก หรือหัวใจกำลังเจ็บปวดจ
“เจ้าเป็นแมวหรือไง ถูอยู่ได้ เดี๋ยวเอาหน้าถูแขนข้าบ้าง ถูแผงอกข้าบ้าง จะเอายังไง”“ยังไงก็ได้เจ้าค่ะ แล้วแต่ท่านพี่แล้วกัน”“แน่นะ ที่พูดมา อย่างไรก็ได้?” ดวงตาแสนเจ้าเล่ห์วาบขึ้นทันทีฮุ่ยชิงเอาหน้ามาซบที่แผ่นอกอีกแล้ว นางเหมือนลูกแมวน้อยแบบที่เขาว่าไม่มีผิด แต่เขาเกลียดแมว มันชอบคลอเคลียทำให้รำคาญ แต่เหตุใดจึงไม่รำคาญเมียตัวน้อย และมือน้อยๆที่บังอาจซุกซนนัก ล้วงผ่านเสื้อเข้าไปลูบไล้ไปถึงแผงอก ยิ่งทำนิ่งไม่พูดอะไรเหมือนนางคงได้ใจ ทั้งซบและซุกอยู่อย่างนั้น‘เดี๋ยวข้าจะตัดมือเจ้าให้ ชอบลูบดีนัก อย่าให้ข้าลูบกลับบ้าง’เจิ้งอี้เหยียนกุมอำนาจทั้งกองทัพ ชื่อเสียงของเขาสะท้านแผ่นดิน ลาดไหล่กำยำแฝงด้วยกลิ่นอายทระนงโอบล้อมร่างบอบบางเอาไว้ เขาทนกับความรู้สึกส่วนลึกไม่ไหวจับนางเงยหน้าขึ้นแล้วก้มลงจุมพิตริมฝีปากนางที่หวานล้ำยิ่งกว่ารสหวานของลูกท้อ ดวงตาคมมองนางอย่างรักใคร่เอ็นดู“แต่งให้ข้าแล้วเจ้าเป็นของข้า ข้าเองก็ไม่คิดทอดทิ้งเจ้า จงจำเอาไว้นอกจากข้าใครก็รังแกเจ้าไม่ได้ ตบตีเจ้าไม่ได้” พูดไ
หยางต้าหลงขมวดคิ้ว ทั้งที่เขาให้คนไปสืบเรื่องราวของฮุ่ยชิงมาบ้างแล้วแต่เมื่อได้ฟังจากปากนาง ดวงตาเขาเจิดจ้าร้อนแรงขึ้นวูบหนึ่ง“แม่ใหญ่เจ้าทำกับเจ้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ”แม้ใบหน้าและดวงตาของนางมักจะฉายแววสดใสต่อผู้พบเห็นเสมอ แต่ทุกซอกหลืบของหัวใจยังเจ็บปวด เต็มไปด้วยริ้ว
“ข้าหิวเล็กน้อย แต่ท้องของข้า กินเวลาไหนก็ได้”“ยังไม่มีสำรับที่ปรุงเสร็จให้ท่านกินเจ้าค่ะ แต่อีกไม่ถึงหนึ่งก้านธูปข้าคงจะปรุงเสร็จ”สีหน้าของประมุขหยางไม่แสดงอารมณ์ใดๆ เขาไม่มั่นใจว่าคนที่อยู่ตรงหน้ากำลังเร่งจัดเตรียมอาหารให้ คือไซซียอดหญิงงามหรือว่ามิ่งกวงย
“ไม่ใส่เสื้อผ้า ไม่ใช้ผ้าห่ม ท่านนอนแก้ผ้าอย่างนั้นหรือ” ดวงตาคู่งามในความมืดตระหนก “แต่ข้า...” นางจะบอกว่านางยังรู้สึกอายอยู่ดี แต่เขาก็ไม่ให้นางพูดมากอีก เขาจูบแล้วใช้มือลากไล้ไปตามร่างกายของนางทำให้นางขนลุกซู่ไปทั้งตัวฮุ่ยชิงผวาจากการจูบ ยกมือโอบรอบคอเขา
วันที่หนึ่งเดือนห้า กลางฤดูร้อนที่แสนอบอุ่น ท้องฟ้าเจิดจ้า มีลมเย็นๆพัดมาเป็นระยะ หอบกลิ่นอายสดชื่นของดอกเบญจมาศมาตามสายลมสมเป็นวันดีที่สกุลหยางและสกุลกุ้ยจะเกี่ยวดองกัน ตระกูลหยางที่ยิ่งใหญ่แห่งเมืองเกาซานกำลังจะแต่งสะใภ้เข้าบ้านพิธีการแต่งงานของประมุขแห่งสำนักคุ้มภัยเป่





![สองขุนศึกขย่มนางพญาไม่อิ่มรัก (3p) – [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

