Share

บทที่ 1 องค์ชาย 2

last update Tanggal publikasi: 2026-06-12 10:03:43

เดิมทีคังซีกำหนดตัวองค์ชายสี่ให้เป็นเพื่อนคอยดูแลรัชทายาท เสมือนคอยรับใช้ใกล้ชิดรัชทายาท เพื่อให้ในอนาคตเมื่อรัชทายาทโตขึ้นจะได้มีเพื่อนที่รู้ใจคอยช่วยเหลืองาน หลังจากนั้นองค์ชายสี่จึงกลายเป็นคนที่ได้เดินตามหลังรัชทายาทไปในทุกๆ ที่ ที่ไหนรัชทายาทไป ที่นั่นชายสี่ก็จะได้ไปรับรู้เหตุการณ์ด้วย รัชทายาทก็ทรงดูแลองค์ชายสี่ราวกับเป็นน้องร่วมมารดาแท้ๆ

ดังนั้นเหตุการณ์โค่นล้มรัชทายาทครั้งนี้จะถูกมองว่าเป็นการแทงข้างหลังก็ไม่แปลก     

            และเนื่องด้วยผู้ที่เหมาะสมคู่ควรขึ้นสู่ตำแหน่งทายาทมังกรนั้นมีมากกว่าหนึ่งคน แม้ไม่มีผู้ใดคาดเดาพระทัยฮ่องเต้ได้ว่าจะแต่งตั้งใครขึ้นแทน แต่องค์ชายสี่อิ้นเจินย่อมถูกเสนอชื่อด้วยอย่างแน่นอน ด้วยเพราะพระสนมเต๋อเฟยมีเชื้อสายของจักรพรรดินู่เอ่ออาฉีเข้มข้นกว่าสนมคนใดในวังหลัง อีกทั้งพระนางเป็นผู้ร่วมดูแลปกครองวังหลังหกตำหนักแทนฮองเฮาผู้วายชนม์ และองค์ชายสี่ทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากเสด็จพ่อให้ทำหน้าที่ติดตามเงินที่ขุนนางโกงกินกลับคือสู่ท้องพระคลังอันร่อยหรอ ดังนั้นคนในวังล้วนรู้ดีว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโค่นล้มอำนาจรัชทายาท แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ แม้แต่คนเดียว

            “พี่เก้าพี่สิบ ที่ผ่านมาพี่สี่พยายามยับยั้งเรื่องรับสินบนของพี่รองมาโดยตลอด ไม่เพียงจะถูกปฏิเสธยังถูกพี่รองโกรธเคือง ประณามข่มเหงต่างๆ นานา พี่รองถือตัวว่าเป็นคนโปรดของเสด็จพ่อหนำซ้ำยังหวาดระแวงว่าจะถูกชิงตำแหน่งจนก่อเรื่องมิบังควร เรื่องที่พี่รองต้องหลุดออกจากตำแหน่งจะโทษพี่สี่ไม่ได้ ท่านควรจะแยกแยะเสียบ้าง”

องค์ชายสิบสามอิ้นเสียงออกหน้าโต้เถียงแทน แต่ตุนจุ้นหวังไม่สนใจรับฟังยังคงฮึดฮัดขัดเคือง องค์ชายแปดผู้เป็นที่เคารพของพี่น้องจึงกล่าวขออภัยแทน

            “แต่ไหนแต่ไรอิ้นเอ๋อเป็นคนใจร้อน ยังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังดีก็พูดโพล่งออกไป ขอให้พี่สี่อย่าได้ถือสาหาความเขาเลย ความหมายที่ข้าพูดถึงพี่สี่ ข้าหมายจะชื่นชมที่ท่านเลือกยืนอยู่ข้างความถูกต้อง บ้านเมืองต้องมาก่อน คุณธรรมต้องนำหน้า ผิดถูกก็ว่ากันไปตามจริง การตัดสินใจของพี่สี่ครั้งนี้นับว่ากล้าหาญยิ่งนัก เหตุการณ์ในวันนี้นับว่าสะเทือนฟ้าดิน แม้แต่ข้าเองก็ยังหวั่นใจถึงอนาคต หลังจากนี้ไปก็ขอให้พี่สี่ยั้งมือให้ข้าบ้างก็พอ”

            องค์ชายสี่อิ้นเจินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แววตาสะท้อนความคิดสุดหยั่ง สงบนิ่ง... โหดเหี้ยม... เก็บนิ่งสงวนคม “ข้าต่างหากที่ควรจะต้องเป็นฝ่ายกล่าวเช่นนั้น”

ทั้งคู่ต่างเป็นคนฉลาดหลักแหลม หากองค์ชายสิบพิจารณาให้ถี่ถ้วนสักนิดก็จะรู้ว่านี่เป็นแผนการล้อมเว่ยช่วยจ้าว[1] หากองค์ชายสี่ไม่ให้ความร่วมมือเปิดเผยความลับของรัชทายาท มีหรือที่องค์ชายแปดจะจับจุดได้แล้วค้นหาหลักฐานขึ้นทูลรายงาน การกระทำของรัชทายาทสมควรถูกปลดออกจากตำแหน่งก็จริงอยู่ แต่การที่องค์ชายสี่อิ้นเจินปล่อยให้รัชทายาททำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยไม่ทัดทานใดๆ ก็นับว่าโหดเหี้ยมร้ายกาจเช่นกัน

และผู้ที่ขยี้ความโกรธของเสด็จพ่อให้รุนแรงขึ้น...

ผู้ที่เริ่มต้นคุกเข่าขอร้องหน้าตำหนักเฉียนชิงกงเป็นคนแรก...

            องค์ชายสี่อิ้นเจิน... ฐานันดรศักดิ์เหอซั่วชินหวัง... ขานนามยงชินหวัง

การวางหมากกระดานครั้งนี้ช่างแยบคายอย่างยิ่ง องค์ชายแปดจำต้องนำเหล่าน้องชายที่อยู่ในโอวาทมาคุกเข่าด้วยเพื่อไม่ให้เป็นที่ครหา เมื่อเห็นว่าตนได้แสดงความรักพี่น้องเพียงพอแล้ว จึงเปล่าประโยชน์ที่จะต้องคุกเข่ากลางฝนให้ร่างกายบอบช้ำเพราะคนผู้นั้นอีก “ไว้ให้เสด็จพ่อคลายพิโรธก่อนแล้วข้าจะมาใหม่ ขอตัวก่อน”

            “เชิญ”

            “น้อมส่งเสด็จองค์ชาย” จางกงกงคำนับลง สีหน้าเบาใจขึ้น

องค์ชายแปดนำเหล่าน้องชายลุกขึ้นก่อนจะค้อมคำนับเบื้องหน้าตำหนักและสะบัดกายจากไป ส่วนองค์ชายสิบสี่อิ้นที น้องชายร่วมพระมารดาแท้ๆ ของอิ้นเจินก็ถอยห่างไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ เขารีบติดตามพี่แปดไปอย่างใกล้ชิด ทิ้งพี่ชายแท้ๆ ไว้กับองค์ชายสิบสาม อิ้นทีเป็นชายหนุ่มห้าวหาญ ฝีมือขี่ม้ายิงธนูเก่งกาจจนเป็นที่โปรดปรานไม่แพ้พี่ชาย แต่ทั้งคู่เป็นพี่น้องที่ไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่ไหนแต่ไร อิ้นทีสนิทสนมกับพี่แปดมากกว่าจึงเลือกติดตามเขา  

“พี่แปด ยินดีด้วยนะ ท่านเป็นผู้ชนะแล้ว”

“ข้าไม่ใช่ผู้ชนะ คนที่ชนะคือคนที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มากที่สุดต่างหาก”

“แต่คนที่ได้ผลงานในครั้งนี้ไปเต็มๆ คือพี่แปดนี่นา”

“ผิดแล้ว ข้าเป็นผู้เสียต่างหาก”

ทุกคนฟังแล้วไม่เข้าใจ “ทำไม”

“เจ้าคิดว่าพี่สี่เพิ่งจะตัดสินใจลงมืองั้นหรือ การจะรวบรวมหลักฐานและรอจังหวะสุกงอมต้องอาศัยเวลาไม่ต่ำกว่าสามปี เขาเพียงแค่นั่งอยู่เฉยๆ กันตัวเองออกจากปัญหาและให้ข้าเป็นผู้ออกหน้าวิ่งวุ่น เพราะเขารู้ว่าในพระทัยลึกๆ ของเสด็จพ่อย่อมไม่พอพระทัยคนที่ทำร้ายลูกชายคนโปรด ดังนั้นพี่สี่จึงยอมคุกเข่ากลางสายฝน ทางหนึ่งก็เพื่อแสดงตนว่าเป็นผู้รักพี่น้อง ไม่ใช่ผู้โหดเหี้ยมไร้หัวใจ ส่วนอีกทางก็เพื่อยั่วโทสะเสด็จพ่อให้ลงโทษพี่รองหนักขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นถ้าหลีกเลี่ยงได้ อย่าเป็นศัตรูกับเขา”

คนที่ได้ฟังต่างขนลุก

“คนที่อ่านเจตนาของพี่สี่ได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้มีแต่พี่แปดคนเดียว ถึงอย่างไรก็ตามเราก็ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ การก้าวขึ้นตำแหน่งรัชทายาทของพี่แปดย่อมเหลืออีกไม่ไกลแล้วล่ะ”

“ยังหรอกพี่สิบ ยังตอบตอนนี้ไม่ได้” องค์ชายอิ้นทีรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อยเมื่อพี่แปดที่เขาเคารพนับถือกำลังจะลงสังเวียนฟาดฟันพี่ชายแท้ๆ ของตนอย่างเต็มตัว สายฝนที่กำลังกระหน่ำลงมาจากเบื้องบนก็เปรียบเสมือนสัญญาณเปิดศึกแย่งชิงบัลลังก์ของเหล่าองค์ชาย เขาต้องตัดสินใจเลือกให้เด็ดขาดว่าจะสนับสนุนใคร  

“พี่ชายของเจ้าช่างเชี่ยวชาญกลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคนนัก สามารถโค่นอำนาจพี่รองลงได้โดยที่ไม่ต้องขยับอะไรเลยสักนิด หนำซ้ำยังป้องกันตนเองจากคำตำหนิได้หมดจด นับว่าซ่อนดาบใต้รอยยิ้มได้เก่งกาจ หากเขาเล็งดาบเข้าหาผู้ใดแล้ว คนผู้นั้นย่อมต้องตายอย่างไร้ปรานี”

องค์ชายแปดอิ้นซื่อกล่าวชื่นชมจากใจจริง ในบรรดาองค์ชายทั้งยี่สิบสี่พระองค์ มีเพียงยงชินหวังอิ้นเจินเท่านั้นที่คู่ควรต่อกร “ทางไกลทำให้รู้กำลังม้า  กาลเวลาทำให้รู้ใจคน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยแสดงท่าทีสนใจตำแหน่งรัชทายาท แต่จะมองข้ามคนผู้นี้ไม่ได้เลยจริงๆ”

“พรุ่งนี้ข้าจะให้คนของเราเขียนฎีกาเสนอชื่อพี่แปดเป็นรัชทายาทเลยดีมั้ย”

“น้องเก้าอย่าใจร้อน ตอนนี้เสด็จพ่อทรงเสียพระทัยเรื่องนี้อยู่ หากเร่งร้อนเกินไปจะเป็นการกดดันพระองค์ ย่อมไม่เป็นผลดี”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“เวลานี้พวกขุนนางต่างจับตาดูเหล่าองค์ชายแล้วเลือกว่าจะอยู่ฝ่ายไหน เรายังมีเวลาเก็บคนพวกนี้เข้ามาเป็นพวกได้อีกนาน พวกเจ้าทุกคนรีบกลับไปเก็บตัวเงียบๆ ถ้ามีขุนนางคนไหนขอเข้าพบให้ปฏิเสธ ป้องกันคำครหาว่าเราซ่องสุม ส่วนน้องสิบสี่ตอนนี้เจ้าควรรีบส่งคนไปกราบทูลพระสนมเต๋อเฟยว่าเจ้ากับพี่ชายสบายดี อย่าทำให้พระนางต้องเป็นห่วง กลับวังแล้วอย่าลืมสั่งให้คนตุ๋นรังนกอุ่นๆ ทาน ระวังอย่าให้ล้มป่วย”

“พ่ะย่ะค่ะ”

อิ้นทียิ้มอบอุ่นเมื่อได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษจากพี่แปด เมื่อเหล่าน้องชายทูลลาแยกย้ายกลับวังของแต่ละคน เมฆฝนยังคงคำรามรุนแรง องค์ชายแปดแหงนหน้ามองตำหนักเฉียนชิงกงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันหลังจากไปด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

ตอนยังเด็ก...

เสด็จแม่ของเขามีตำแหน่งเพียงกุ้ยเหริน[2] ทั้งยังมีสายเลือดฮั่นเต็มตัว แม้จะเป็นที่โปรดปรานเพียงใดแต่ก็ต้องทนทุกข์ด้วยความยากลำบากยิ่ง เขาเองอยากจะพบหน้าเสด็จพ่อก็ยังถูกเหล่าพระสนมเชื้อสายแมนจูกีดกัน เขาคิดถึงเสด็จพ่อก็ทำได้เพียงยืนมองหลังคาตำหนักเฉียนชิงกง

ยิ่งมองก็ยิ่งเจ็บแค้น เขาไม่อยากมองจากที่ไกลๆ อย่างน่าสมเพชเช่นนี้ไปจนตาย เขาต้องการจะเป็นเจ้าของตำหนักแห่งนั้น องค์ชายแปดจึงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างหนักกว่าใครเพื่อผลักดันตนเองจนได้ตำแหน่งเป้ยเล่อในวัยเพียงสิบเจ็ดชันษา ดึงฐานะของพระมารดาให้ขึ้นตำแหน่งสูงขึ้นทัดเทียมพระสนมอื่นๆ และด้วยขั้วอำนาจทางการเมืองที่เขาสะสมไว้ ศึกครั้งนี้เขาจึงมั่นใจมากกว่าแปดส่วนว่าจะกำชัยชนะ

หากพี่สี่ยินยอมหลีกทางให้เสียโดยดี เขาก็ยินดีที่จะเก็บพี่ชายผู้นี้ไว้ใช้งานต่อไป แต่ถ้าไม่...

คำตอบก็คือตาย

[1] กลอุบายดึงแยกข้าศึกออกไป ทำให้กำลังพลกระจัดกระจาย ห่วงหน้าพะวงหลัง ครั้นแล้วจึงเข้าโจมตี

[2] พระสนมขั้นที่ 6 มีตำแหน่งแต่ไม่มีฐานันดรศักดิ์ จึงยังไม่นับเป็นเชื้อพระวงศ์ ลำดับเทียบเท่าภรรยาน้อยของสามัญชน ซึ่งสนมระดับกุ้ยเหริน, ฉางไจ้และตาอิ้ง ฮ่องเต้สามารถมีได้ไม่จำกัดจำนวน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 32 ขลุ่ยหยกพระราชทาน 3

    “ท่านเป็นผู้ฝากขลุ่ยหยกเลานี้ให้จูกงกงนำไปถวายหวังเย๋ใช่หรือไม่”อวี๋โยวกลอกตาหาทางหนีทีไล่ กำลังจะอ้าปากตอบว่าไม่ แต่นาราชิงพูดด้วยน้ำเสียงเย็นๆ สบายๆ เสียก่อน“คิดคำตอบให้ดีๆ ก่อนทูลตอบเบื้องหน้าพระพักตร์นะท่าน เหล่าชนชั้นสูงในที่นี้ล้วนคร่ำหวอดในวงการของล้ำค่า ขลุ่ยหยกงามล้ำเลิศเช่นนี้ตามสืบที่มาที่ไปไม่ยากสักนิดว่าเคยมีผู้ใดครอบครองมาก่อน ขอเพียงกรมราชทัณฑ์ออกหน้าสอบสวนเรื่องนี้ก็จะรู้ว่าเมื่อวานจูกงกงพบปะพูดคุยกับใครบ้าง หากท่านตอบคำถามในวันนี้แล้วผลปรากฏว่าไม่ตรงตามข้อเท็จจริง ข้าก็เกรงว่าท่านจะยิ่งเดือดร้อน”นารายิ้มอ่อน ข่มขู่กลายๆ ด้วยการอ้างถึงกรมราชทัณฑ์ กรีดปลายนิ้วไปมาบนพัดกลม“ขลุ่ยหยกพรรค์นี้มีดาษดื่น ไม่เห็นจะวิเศษตรงไหน”“ช่วงนี้ข้าได้ข่าวว่าจวนของใต้เท้าอวี๋โยวเปิดต้อนรับขุนนางมากมาย ส่งรถม้าเข้าออกร้านรับฝากตั๋วเงินไม่ได้ขาด ขลุ่ยหยกเลานี้ย่อมเป็นของธรรมดาๆ ในสายตาของท่านอยู่แล้ว”“สาวหาว!”“หวังเย๋ทรงมีบริวารที่ต้องเลี้ยงดูจำนวนมาก ดีที่ทรงมีที่นาส่ว

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 32 ขลุ่ยหยกพระราชทาน 2

    “กระหม่อมไม่เคยรับคนผู้นี้เป็นศิษย์ ขอทรงพิจารณาด้วย” จางกงกงชี้หน้า “เจ้าลูกเต่า! อยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ เจ้ายังไม่รีบสารภาพอีกว่ารับคำสั่งมาจากใคร” จูไจ้เฟิงตัวสั่นเงิ่กงั่ก ตอบก็ตาย ไม่ตอบก็ตาย แต่ถ้าหากตอบก็คงจะได้รับพระเมตตาให้ตายอย่างไม่ทรมานนัก จูไจ้เฟิงจึงโขกศีรษะคำนับ “คน... คนที่สั่งบ่าวให้นำขลุ่ยไปถวายหวังเย๋เป็นขุนนางผู้หนึ่งพ่ะย่ะค่ะ” “ใคร?” “บ่าวไม่ทราบ ไม่ทราบจริงๆ” จูไจ้เฟิงสะอื้น “บ่าวต้องการถามถึงค่าตอบแทนจึงเดินตามไป เห็นคนผู้นั้นคุยกับคนของใต้เท้าอวี๋โยว”&

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 32 ขลุ่ยหยกพระราชทาน 1

    บทที่ 32 ขลุ่ยหยกพระราชทานไม่มีเหตุผลใดที่ยงชินหวังจะต้องปฏิเสธ ทรงเอื้อมมือรับขลุ่ยหยกขาวบริสุทธิ์จากนารา พวงพู่ห้อยสะบัดพริ้วขับเน้นความแกร่งกร้าวให้ผสมผสานกับความนุ่มนวลอ่อนโยนได้อย่างลงตัว ใบหน้าคมเข้มสุขุมเยือกเย็น บวกกับชุดเซี่ยเฉาฝูสีน้ำเงินเข้ม ปักลวดลายมังกรห้าเล็บทรงพลัง เน้นเรือนกายอันแกร่งกำยำ แผ่นหลังของเขาตึงแน่นขณะหยัดกายลุกขึ้นหลังคุกเข่าถวายพระพร ก่อนจะตวัดขลุ่ยขวาง เตรียมที่จะบรรเลงเพลงขับขาน องค์ชายแปดอิ้นซื่อกลั้นหายใจ ตาจ้องไม่กะพริบ แต่อิ้นเจินยิ้ม“ก่อนอื่นลูกขอบพระทัยเสด็จพ่อที่ทรงเมตตา พระราชทานขลุ่ยหยกล้ำค่านี้ ลูกจะตั้งใจเป่าเพลงถวายพระพรแด่เสด็จย่าเต็มที่”&

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 31 หวัง ฟัน เจ้า 5

    ทุกอย่างกำลังเดินไปตามแผนองค์ชายแปดวางกับดักลวงให้พี่ชายต้องเป่าขลุ่ยหยกนี้ถวายเป็นของขวัญแด่ไทเฮา บทเพลงนั่นจะเป็นท่วงทำนองบรรเลงความตายแด่ยงหวังฝู! เพียงแค่ริมฝีปากของยงชินหวังสัมผัสขลุ่ยขวางเลานี้เท่านั้น พิษไร้สีไร้รสที่เขาฉาบไว้บนขลุ่ยจะแสดงผลเชื่องช้าแต่เด็ดขาด กว่าจะรู้ตัวว่าต้องพิษก็จะมีการอาการม่วงคล้ำไปทั้งร่างในอีกสามวันให้หลังองค์ชายแปดลอบหัวเราะร้ายลึก มั่นใจว่าจะต้องได้ตัวนางมาทรมานให้หายแค้นนาราจ้องตากลับ ไม่เคยเกรงกลัวคนผู้นี้เลยสักนิด“ฮุ่ยเก๋อเก๋ออยู่ที่นี่หรือไม่”ไทเฮาทรงอยากพบนารามาหลายวันแล้วจึงมีรับสั่งให้นางก้าวออกมา ไทเฮาทรงงามสง่าสมวัย แม้จะไม่ค่อยแข็งแรงดีแต่พระนางรับรู้ทุกเรื่องราวภายในวังหลัง นาราพบพระพักตร์ไทเฮาเป็นครั้งแรกยังรู้สึกยำเกรงพระบารมีและเดาได้ทันทีว่าบุคลิกของอิ้นเจินถอดแบบมาจากผู้เป็นย่านั่นเอง ทรงมีพระเดชอยู่ที่พระเนตร ถ้าทอดพระเนตรใครหรือสิ่งใดอย่างไม่ทรงพอพระทัยแล้ว ชาววังจะเรียกว่า “ตั้งกริ้ว” และถ้าทรงใกล้พิโรธเมื่อใด ชาววังจะเรียกเพิ่มระดับขึ้นอีกว่า “พระเนตรเขียวมรกต

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 31 หวัง ฟัน เจ้า 4

    สีพระพักตร์ของไทเฮาทรงพอพระทัยมากทีเดียว ทำเอาข้าวของมีค่าที่บรรดาเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายสรรหามาล้วนด้อยลงไปทันที นับว่าเหลียงเฟยคว้าแต้มไปได้อย่างงดงาม เหลียงเฟยได้หน้าก็พลอยอิ่มเอิบใจ องค์ชายแปดจึงรีบคุกเข่าคำนับอวยพรเสด็จย่าอย่างองอาจ โดดเด่นในหมู่พี่น้อง“ขอทรงพระเจริญพ่ะย่ะค่ะเสด็จย่า เนื่องในโอกาสมงคลเช่นนี้ หลานลงทุนลงแรงช่วยเสด็จแม่คัดลอกพระคัมภีร์ถวายเสด็จย่าด้วยความปิติยิ่งนัก ขอเสด็จย่าทรงอายุมั่นขวัญยืนหมื่นปี หมื่นๆ ปี”“อืม ข้าซาบซึ้งในความอุตสาหะกตัญญูของเจ้ากับแม่แล้ว”“ในโอกาสนี้ หลานขอน้อมถวายของขวัญอีกหนึ่งชิ้น”“อะไรรึ”“หลานทราบว่าเสด็จย่าทรงชื่นชอบภาพวาดแฝงคติธรรมของสือเทา[1]ยิ่งนัก หลานจึงทุ่มเทด้วยแรงกายแรงใจที่มี ตามหาภาพวาดของสือเทามาถวายเป็นของขวัญอีกชิ้นพ่ะย่ะค่ะ”องค์ชายแปดปรบมือให้สัญญาณ ขันทีสองคนก็ช่วยกันประคองภาพวาดอันแสนวิจิตรงดงามออกมาแสดงให้ทอดพระเนตร ผลงานของศิลปินสือเทาเป็นที่เลืองลื่อ สมัยที่คังซีเสด็จประพาสทางใต้ สือเทาเคยเข้าเฝ้าถวายภาพวาดประกอบ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 31 หวัง ฟัน เจ้า 3

    บรรยากาศภายในงานเลี้ยงหรูหรากำลังรื่นเริงสุขสำราญ เสียงอวยพรดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าผสานกับเสียงดนตรีบรรเลง สุขสดชื่นจนนาราเองก็ยังตื่นตาตื่นใจไปด้วย แต่ทว่านางเริ่มสังเกตว่าอิ้นเจินนั่งหน้าเครียด คือปกติหน้าตาก็ดูเคร่งขรึมดุดันอยู่แล้วแต่นาราดูออกว่าเขากำลังกระวนกระวาย “ท่านพี่ เป็นอะไรไปเพคะ” นาราสะกิดไหล่พลางกระซิบ “หม่อมฉันขอโทษที่ไปแหย่พระชายานะ อย่าเครียดสิ” “เปล่า ไม่ใช่เรื่องนั้น” “แล้วเรื่องอะไร” “ข้าอยากกินแปะก๊วยกับเม็ดบัว” อิ้นเจินเม้มริมฝีปาก เคาะนิ้วลงบนโต๊ะรัวแรง “จู่ๆ มันก็อยากกินขึ้นมา” “หา?”โอเ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า 3

    เฉินกูกูพร้อมด้วยนางกำนัลกับขันทีอีกสามสี่คนพาหมอหลวงมาถึง ขณะที่ถูกประคองร่างออกไปจากศาลาสวดมนต์ สตรีชุดเทาผู้นั้นก็มองไปทางภูเขาจำลองซึ่งเป็นที่ซ่อนของนาราตลอดเวลา พยายามจะบอกให้คนไปตามตัวนาราออกมาแต่ยังพูดอะไรไม่ไหว“เหนียงเหนียงเพคะ เป็นอะไรมากหรือเปล่าเพคะ หม่อมฉันไม่ดีเองที่ปล่

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า 2

    “พวกเจ้าเตรียมยาต้มของเหนียงเหนียง[1]เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”“ยะ...ยังเจ้าค่ะเฉินกูกู[2]”“แล้วยังไม่รีบไปจัดการให้เรียบร้อยอีก ต้องรอให้ข้าสั่งทำโทษเจ้าใช่หรือไม่เถาจื่อ”“ข้าน้อยมิกล้าๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้แล้วเจ้าค่ะ” นางกำนั

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า 1

    บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า ตำหนักเหยียนชีกง ตำหนักพระสนมเต๋อเฟย เช้าตรู่หลังจากสายฟ้ากระหน่ำเบาบางลง ท้องฟ้

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 1 องค์ชาย 3

    ยงหวังฝู... วังขององค์ชายสี่ “อย่าคิดมากไปเลยพี่สี่ ท่านรับมอบอำนาจหน้าที่จากเสด็จพ่อให้ปราบปรามพวกขุนนางกังฉิน พวกพี่แปดพี่เก้าพี่สิบแอบรับสินบนจากกังฉินพวกนั้นเงียบๆ มานาน พอท่านขยับตัวย่อมทำให้พวก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status