Share

บทที่ 1 องค์ชาย 2

last update Tanggal publikasi: 2026-06-12 10:03:43

เดิมทีคังซีกำหนดตัวองค์ชายสี่ให้เป็นเพื่อนคอยดูแลรัชทายาท เสมือนคอยรับใช้ใกล้ชิดรัชทายาท เพื่อให้ในอนาคตเมื่อรัชทายาทโตขึ้นจะได้มีเพื่อนที่รู้ใจคอยช่วยเหลืองาน หลังจากนั้นองค์ชายสี่จึงกลายเป็นคนที่ได้เดินตามหลังรัชทายาทไปในทุกๆ ที่ ที่ไหนรัชทายาทไป ที่นั่นชายสี่ก็จะได้ไปรับรู้เหตุการณ์ด้วย รัชทายาทก็ทรงดูแลองค์ชายสี่ราวกับเป็นน้องร่วมมารดาแท้ๆ

ดังนั้นเหตุการณ์โค่นล้มรัชทายาทครั้งนี้จะถูกมองว่าเป็นการแทงข้างหลังก็ไม่แปลก     

            และเนื่องด้วยผู้ที่เหมาะสมคู่ควรขึ้นสู่ตำแหน่งทายาทมังกรนั้นมีมากกว่าหนึ่งคน แม้ไม่มีผู้ใดคาดเดาพระทัยฮ่องเต้ได้ว่าจะแต่งตั้งใครขึ้นแทน แต่องค์ชายสี่อิ้นเจินย่อมถูกเสนอชื่อด้วยอย่างแน่นอน ด้วยเพราะพระสนมเต๋อเฟยมีเชื้อสายของจักรพรรดินู่เอ่ออาฉีเข้มข้นกว่าสนมคนใดในวังหลัง อีกทั้งพระนางเป็นผู้ร่วมดูแลปกครองวังหลังหกตำหนักแทนฮองเฮาผู้วายชนม์ และองค์ชายสี่ทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากเสด็จพ่อให้ทำหน้าที่ติดตามเงินที่ขุนนางโกงกินกลับคือสู่ท้องพระคลังอันร่อยหรอ ดังนั้นคนในวังล้วนรู้ดีว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโค่นล้มอำนาจรัชทายาท แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ แม้แต่คนเดียว

            “พี่เก้าพี่สิบ ที่ผ่านมาพี่สี่พยายามยับยั้งเรื่องรับสินบนของพี่รองมาโดยตลอด ไม่เพียงจะถูกปฏิเสธยังถูกพี่รองโกรธเคือง ประณามข่มเหงต่างๆ นานา พี่รองถือตัวว่าเป็นคนโปรดของเสด็จพ่อหนำซ้ำยังหวาดระแวงว่าจะถูกชิงตำแหน่งจนก่อเรื่องมิบังควร เรื่องที่พี่รองต้องหลุดออกจากตำแหน่งจะโทษพี่สี่ไม่ได้ ท่านควรจะแยกแยะเสียบ้าง”

องค์ชายสิบสามอิ้นเสียงออกหน้าโต้เถียงแทน แต่ตุนจุ้นหวังไม่สนใจรับฟังยังคงฮึดฮัดขัดเคือง องค์ชายแปดผู้เป็นที่เคารพของพี่น้องจึงกล่าวขออภัยแทน

            “แต่ไหนแต่ไรอิ้นเอ๋อเป็นคนใจร้อน ยังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังดีก็พูดโพล่งออกไป ขอให้พี่สี่อย่าได้ถือสาหาความเขาเลย ความหมายที่ข้าพูดถึงพี่สี่ ข้าหมายจะชื่นชมที่ท่านเลือกยืนอยู่ข้างความถูกต้อง บ้านเมืองต้องมาก่อน คุณธรรมต้องนำหน้า ผิดถูกก็ว่ากันไปตามจริง การตัดสินใจของพี่สี่ครั้งนี้นับว่ากล้าหาญยิ่งนัก เหตุการณ์ในวันนี้นับว่าสะเทือนฟ้าดิน แม้แต่ข้าเองก็ยังหวั่นใจถึงอนาคต หลังจากนี้ไปก็ขอให้พี่สี่ยั้งมือให้ข้าบ้างก็พอ”

            องค์ชายสี่อิ้นเจินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แววตาสะท้อนความคิดสุดหยั่ง สงบนิ่ง... โหดเหี้ยม... เก็บนิ่งสงวนคม “ข้าต่างหากที่ควรจะต้องเป็นฝ่ายกล่าวเช่นนั้น”

ทั้งคู่ต่างเป็นคนฉลาดหลักแหลม หากองค์ชายสิบพิจารณาให้ถี่ถ้วนสักนิดก็จะรู้ว่านี่เป็นแผนการล้อมเว่ยช่วยจ้าว[1] หากองค์ชายสี่ไม่ให้ความร่วมมือเปิดเผยความลับของรัชทายาท มีหรือที่องค์ชายแปดจะจับจุดได้แล้วค้นหาหลักฐานขึ้นทูลรายงาน การกระทำของรัชทายาทสมควรถูกปลดออกจากตำแหน่งก็จริงอยู่ แต่การที่องค์ชายสี่อิ้นเจินปล่อยให้รัชทายาททำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยไม่ทัดทานใดๆ ก็นับว่าโหดเหี้ยมร้ายกาจเช่นกัน

และผู้ที่ขยี้ความโกรธของเสด็จพ่อให้รุนแรงขึ้น...

ผู้ที่เริ่มต้นคุกเข่าขอร้องหน้าตำหนักเฉียนชิงกงเป็นคนแรก...

            องค์ชายสี่อิ้นเจิน... ฐานันดรศักดิ์เหอซั่วชินหวัง... ขานนามยงชินหวัง

การวางหมากกระดานครั้งนี้ช่างแยบคายอย่างยิ่ง องค์ชายแปดจำต้องนำเหล่าน้องชายที่อยู่ในโอวาทมาคุกเข่าด้วยเพื่อไม่ให้เป็นที่ครหา เมื่อเห็นว่าตนได้แสดงความรักพี่น้องเพียงพอแล้ว จึงเปล่าประโยชน์ที่จะต้องคุกเข่ากลางฝนให้ร่างกายบอบช้ำเพราะคนผู้นั้นอีก “ไว้ให้เสด็จพ่อคลายพิโรธก่อนแล้วข้าจะมาใหม่ ขอตัวก่อน”

            “เชิญ”

            “น้อมส่งเสด็จองค์ชาย” จางกงกงคำนับลง สีหน้าเบาใจขึ้น

องค์ชายแปดนำเหล่าน้องชายลุกขึ้นก่อนจะค้อมคำนับเบื้องหน้าตำหนักและสะบัดกายจากไป ส่วนองค์ชายสิบสี่อิ้นที น้องชายร่วมพระมารดาแท้ๆ ของอิ้นเจินก็ถอยห่างไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ เขารีบติดตามพี่แปดไปอย่างใกล้ชิด ทิ้งพี่ชายแท้ๆ ไว้กับองค์ชายสิบสาม อิ้นทีเป็นชายหนุ่มห้าวหาญ ฝีมือขี่ม้ายิงธนูเก่งกาจจนเป็นที่โปรดปรานไม่แพ้พี่ชาย แต่ทั้งคู่เป็นพี่น้องที่ไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่ไหนแต่ไร อิ้นทีสนิทสนมกับพี่แปดมากกว่าจึงเลือกติดตามเขา  

“พี่แปด ยินดีด้วยนะ ท่านเป็นผู้ชนะแล้ว”

“ข้าไม่ใช่ผู้ชนะ คนที่ชนะคือคนที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มากที่สุดต่างหาก”

“แต่คนที่ได้ผลงานในครั้งนี้ไปเต็มๆ คือพี่แปดนี่นา”

“ผิดแล้ว ข้าเป็นผู้เสียต่างหาก”

ทุกคนฟังแล้วไม่เข้าใจ “ทำไม”

“เจ้าคิดว่าพี่สี่เพิ่งจะตัดสินใจลงมืองั้นหรือ การจะรวบรวมหลักฐานและรอจังหวะสุกงอมต้องอาศัยเวลาไม่ต่ำกว่าสามปี เขาเพียงแค่นั่งอยู่เฉยๆ กันตัวเองออกจากปัญหาและให้ข้าเป็นผู้ออกหน้าวิ่งวุ่น เพราะเขารู้ว่าในพระทัยลึกๆ ของเสด็จพ่อย่อมไม่พอพระทัยคนที่ทำร้ายลูกชายคนโปรด ดังนั้นพี่สี่จึงยอมคุกเข่ากลางสายฝน ทางหนึ่งก็เพื่อแสดงตนว่าเป็นผู้รักพี่น้อง ไม่ใช่ผู้โหดเหี้ยมไร้หัวใจ ส่วนอีกทางก็เพื่อยั่วโทสะเสด็จพ่อให้ลงโทษพี่รองหนักขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นถ้าหลีกเลี่ยงได้ อย่าเป็นศัตรูกับเขา”

คนที่ได้ฟังต่างขนลุก

“คนที่อ่านเจตนาของพี่สี่ได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้มีแต่พี่แปดคนเดียว ถึงอย่างไรก็ตามเราก็ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ การก้าวขึ้นตำแหน่งรัชทายาทของพี่แปดย่อมเหลืออีกไม่ไกลแล้วล่ะ”

“ยังหรอกพี่สิบ ยังตอบตอนนี้ไม่ได้” องค์ชายอิ้นทีรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อยเมื่อพี่แปดที่เขาเคารพนับถือกำลังจะลงสังเวียนฟาดฟันพี่ชายแท้ๆ ของตนอย่างเต็มตัว สายฝนที่กำลังกระหน่ำลงมาจากเบื้องบนก็เปรียบเสมือนสัญญาณเปิดศึกแย่งชิงบัลลังก์ของเหล่าองค์ชาย เขาต้องตัดสินใจเลือกให้เด็ดขาดว่าจะสนับสนุนใคร  

“พี่ชายของเจ้าช่างเชี่ยวชาญกลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคนนัก สามารถโค่นอำนาจพี่รองลงได้โดยที่ไม่ต้องขยับอะไรเลยสักนิด หนำซ้ำยังป้องกันตนเองจากคำตำหนิได้หมดจด นับว่าซ่อนดาบใต้รอยยิ้มได้เก่งกาจ หากเขาเล็งดาบเข้าหาผู้ใดแล้ว คนผู้นั้นย่อมต้องตายอย่างไร้ปรานี”

องค์ชายแปดอิ้นซื่อกล่าวชื่นชมจากใจจริง ในบรรดาองค์ชายทั้งยี่สิบสี่พระองค์ มีเพียงยงชินหวังอิ้นเจินเท่านั้นที่คู่ควรต่อกร “ทางไกลทำให้รู้กำลังม้า  กาลเวลาทำให้รู้ใจคน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยแสดงท่าทีสนใจตำแหน่งรัชทายาท แต่จะมองข้ามคนผู้นี้ไม่ได้เลยจริงๆ”

“พรุ่งนี้ข้าจะให้คนของเราเขียนฎีกาเสนอชื่อพี่แปดเป็นรัชทายาทเลยดีมั้ย”

“น้องเก้าอย่าใจร้อน ตอนนี้เสด็จพ่อทรงเสียพระทัยเรื่องนี้อยู่ หากเร่งร้อนเกินไปจะเป็นการกดดันพระองค์ ย่อมไม่เป็นผลดี”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“เวลานี้พวกขุนนางต่างจับตาดูเหล่าองค์ชายแล้วเลือกว่าจะอยู่ฝ่ายไหน เรายังมีเวลาเก็บคนพวกนี้เข้ามาเป็นพวกได้อีกนาน พวกเจ้าทุกคนรีบกลับไปเก็บตัวเงียบๆ ถ้ามีขุนนางคนไหนขอเข้าพบให้ปฏิเสธ ป้องกันคำครหาว่าเราซ่องสุม ส่วนน้องสิบสี่ตอนนี้เจ้าควรรีบส่งคนไปกราบทูลพระสนมเต๋อเฟยว่าเจ้ากับพี่ชายสบายดี อย่าทำให้พระนางต้องเป็นห่วง กลับวังแล้วอย่าลืมสั่งให้คนตุ๋นรังนกอุ่นๆ ทาน ระวังอย่าให้ล้มป่วย”

“พ่ะย่ะค่ะ”

อิ้นทียิ้มอบอุ่นเมื่อได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษจากพี่แปด เมื่อเหล่าน้องชายทูลลาแยกย้ายกลับวังของแต่ละคน เมฆฝนยังคงคำรามรุนแรง องค์ชายแปดแหงนหน้ามองตำหนักเฉียนชิงกงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันหลังจากไปด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

ตอนยังเด็ก...

เสด็จแม่ของเขามีตำแหน่งเพียงกุ้ยเหริน[2] ทั้งยังมีสายเลือดฮั่นเต็มตัว แม้จะเป็นที่โปรดปรานเพียงใดแต่ก็ต้องทนทุกข์ด้วยความยากลำบากยิ่ง เขาเองอยากจะพบหน้าเสด็จพ่อก็ยังถูกเหล่าพระสนมเชื้อสายแมนจูกีดกัน เขาคิดถึงเสด็จพ่อก็ทำได้เพียงยืนมองหลังคาตำหนักเฉียนชิงกง

ยิ่งมองก็ยิ่งเจ็บแค้น เขาไม่อยากมองจากที่ไกลๆ อย่างน่าสมเพชเช่นนี้ไปจนตาย เขาต้องการจะเป็นเจ้าของตำหนักแห่งนั้น องค์ชายแปดจึงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างหนักกว่าใครเพื่อผลักดันตนเองจนได้ตำแหน่งเป้ยเล่อในวัยเพียงสิบเจ็ดชันษา ดึงฐานะของพระมารดาให้ขึ้นตำแหน่งสูงขึ้นทัดเทียมพระสนมอื่นๆ และด้วยขั้วอำนาจทางการเมืองที่เขาสะสมไว้ ศึกครั้งนี้เขาจึงมั่นใจมากกว่าแปดส่วนว่าจะกำชัยชนะ

หากพี่สี่ยินยอมหลีกทางให้เสียโดยดี เขาก็ยินดีที่จะเก็บพี่ชายผู้นี้ไว้ใช้งานต่อไป แต่ถ้าไม่...

คำตอบก็คือตาย

[1] กลอุบายดึงแยกข้าศึกออกไป ทำให้กำลังพลกระจัดกระจาย ห่วงหน้าพะวงหลัง ครั้นแล้วจึงเข้าโจมตี

[2] พระสนมขั้นที่ 6 มีตำแหน่งแต่ไม่มีฐานันดรศักดิ์ จึงยังไม่นับเป็นเชื้อพระวงศ์ ลำดับเทียบเท่าภรรยาน้อยของสามัญชน ซึ่งสนมระดับกุ้ยเหริน, ฉางไจ้และตาอิ้ง ฮ่องเต้สามารถมีได้ไม่จำกัดจำนวน

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 20 คำมั่นสัญญา 2

    บุรุษร่างสูงสง่าเอนไหล่พิงเสาศิลา สองแขนกอดนางกำนัลน้อยไว้แน่น เขารู้ดีว่ามีพลังอำนาจที่ไม่อาจต้านทานจะพรากนางไปจากเขา พรากชีวิตของนาง อิ้นเจินคิดอย่างโกรธเกรี้ยวขณะมองแสงตะวันเรืองรองที่แผ่ซ่านมาจับต้องผิวกายนวลผ่อง และในที่สุดเขาก็คิดออก“ข้าคิดว่าข้าพอจะมีวิธีแก้ปัญหาให้เจ้าแล้ว”“ทำยังไงเพคะ”“ปล่อยให้เป็นธุระของข้าเอง น่าจะต้องใช้เวลาสักพัก” เขาไม่ลืมที่จะย้ำอีกครั้ง แววตาจับนิ่งที่นางกำนัลตัวน้อย “จำไว้แค่ว่าเจ้าต้องเป็นเมียข้า”“เอ๊ะ! หม่อมฉันไม่ยินยอมเป็นเมียของท่าน”เขาพูดต่อโดยไม่สนใจ “และข้าเป็นคนขี้หึงพอตัว”แล้วจะบอกนางทำไมวะคะ “ท่านนี่ช่างพูดไม่รู้เรื่อง บอกว่าไม่ก็ไม่สิเพคะ หม่อมฉันดูแลตัวเองได้ไม่จำเป็นต้องแต่งกับท่าน หากต้องการยืดชีวิตของหม่อมฉัน ขอหม่อมฉันอยู่เงียบๆ อย่างสงบ ไม่เปิดเผยตัวตนเถอะ”“แต่ข้าต้องการให้คนทั่วหล้ารู้ว่าเจ้าเป็นเมียข้า”คนผี!!ยิ่งเขาพูดนางก็ยิ่งแสดงอาการหายใจติดๆ ขัดๆ เพราะเขาโ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 20 คำมั่นสัญญา 1

    “แต่ถ้าแกอยู่ที่นี่ แกจะมีอันตราย ทีมสังหารกำลังจะเดินทางมาเพื่อกำจัดแกแล้ว นี่เป็นโอกาสสุดท้าย พี่ขอร้อง กลับบ้าน!” พี่แทนคุณถลึงตาดุดันใส่อิ้นเจิน อีกฝ่ายก็จ้องตากลับอย่างดุเดือดไม่แพ้กัน“ข้าไม่ให้นางไป!”“แต่น้องของฉันต้องกลับ!”“พอเถอะหวังเย๋ หม่อมฉันอยู่ที่นี่ไม่ได้จริงๆ หม่อมฉันไม่เสียใจเลยที่ได้เจอท่าน เวลาที่ได้คุยกับท่าน หม่อมฉันสนุกมากเลยล่ะ ยินดีที่เราเคยได้พบกันนะเพคะ ลาก่อน”“ไม่” เขากอดนางแน่นขึ้น ดวงตากร้าวกระด้างปานจะฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้า น้ำเสียงที่ลอดไรฟันดุดันกร้าวกระด้างกว่าครั้งใดที่ผ่านมาในชีวิต อิ้นเจินแสดงความเป็นปรปักษ์ฉายชัดพุ่งตรงไปที่แทนคุณอย่างรุนแรง “ข้าจะไม่มีวันเสียนางไป ลองเจ้ากลับมาอีกครั้งสิ ข้าจะฆ่าเจ้า!”ชายทั้งสองจ้องมองกันอย่างตึงเครียดขั้นสุด แทนคุณโยนสิ่งหนึ่งคืนให้ สิ่งนั้นคือสร้อยพลอยของนารา“จงใช้มันปกป้องน้องสาวของฉัน” ช่องว่างมิติหดเล็กลงจนไม่สามารถเข้าไปได้อีก ก่อนที่ช่องว่างนั้นจะปิดลงโดยไม่รู้วันเปิด เสียงพี่

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 19 ข้ารักเจ้า 3

    พี่แทนคุณกระโดดออกมาจากช่องว่างนั้น “ว่าไงล่ะเรา” “ก็ไม่ว่าไงหรอก” นาราตอบกวนแล้วเบือนหน้าหนี นึกอยากจะมาก็มา อยากจะไปก็ไปแบบนี้ นางยังพูดอะไรไม่ออก รีบลูบหน้าตาตัวเองเพื่อปรับความปั่นป่วนในใจให้สงบลง ปรับจังหวะชีพจรและลมหายใจคืนมาอย่างยากลำบากทั้งๆ ที่แข้งขาอ่อนจนแทบจะล้มได้ทุกขณะ“เรื่องทักทายเอาไว้ทีหลัง เราต้องทำเวลาหน่อย เร็วเข้า”“พี่มารับหนิงแล้วเหรอ”“ใช่ โครงการวิจัยของเรามีปัญหาใหญ่เกิดขึ้นแล้ว” พี่แทนคุณเตรียมจัดการลบความทรงจำของทุกคนที่นางเคยเกี่ยวข้องในยุคสมัยนี้ทั้งหมด เพียงแค่โยนอุปกรณ์ล้างความทรงจำไว้ที่นี่ ปล่อยให้เครื่องทำงานของมันไปและจะทำลายตัวเองเมื่อเสร็จสิ้น ส่วนนารายังลังเล เผลอเอื้อมมือไปจับชายเสื้อของยงชินหวังไว้แน่น“ส่งสร้อยพลอยมาให้พี่ เราลบความทรงจำเขาแล้วยัง” พี่แทนคุณชี้ไปที่อิ้นเจิน“ยังค่ะ” นาราตอบเสียงเรียบๆ จู่ๆ น้ำตามันก็ร่วงคำตอบเดียวที่ค้นหาให้ตัวเองได้ว่าเหตุใดจึงร่ำไห้ นั่นเป็นเพราะไม่อยากไร้ตัวตนในความท

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 19 ข้ารักเจ้า 2

    นารายังไม่รู้ตัวว่าตนตกอยู่ในสภาพเสียเปรียบ ยังคงมุ่งมั่นที่จะทำทุกวิธีทางให้เขายอมรับว่านางมาจากอนาคต“ท่านเคยเห็นใครนุ่งซิ่นห่มสไบอย่างหม่อมฉันหรือเปล่า ทุกอย่างเป็นเพราะหม่อมฉันไม่ได้ตั้งใจจะมาที่นี่ เป้าหมายที่หม่อมฉันจะต้องไปคือกรุงศรีอยุธยา เซียนหลัว... แต่มีเหตุผิดพลาดเกิดขึ้น ผลก็เป็นอย่างที่เห็น...”ความลับที่อยู่ในใจมาเนิ่นนาน พอมีคนสักคนรับฟังเงียบๆ นาราก็เผลอระบายความเครียดที่ไม่เคยให้ใครรับรู้ออกมาจนหมดสิ้น นางบอกตัวเองแค่ว่าต้องการใครสักคนรับฟัง จะเชื่อหรือไม่เชื่อก็ช่าง นางไม่ได้เล่าให้เขาเพราะไว้ใจในตัวเขาหรอกนะ นางพูดถึงสงครามแย่งชิงทรัพยากร มลภาวะ โรคระบาด การทำลายล้างธรรมชาติและการล่มสลายทางวัฒนธรรม นาราร่ายยาวจนเหนื่อย จำต้องหยุดพักปรับจังหวะลมหายใจและเบือนสายตาไปทางอื่น ก่อนจะเคลื่อนสายตามาตรงกับดวงตาคมปลาบเป็นประกายเพลิงคู่นั้นอีกครั้งคราวนี้ถูกตรึงแน่นไม่ปล่อย“ทรงเชื่อหม่อมฉันหรือไม่”คำตอบของเขาคือ...“อืม”บ๊ะ! ไอ้องค์ชายสี่ไม่ได้ช่วยรับฟัง แต่กวนประสาทนางต่างหากเข

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 19 ข้ารักเจ้า 1

    บทที่ 19 ข้ารักเจ้าเมื่อครู่นี้เขาพูดว่าอะไรนะ... เว้าอีหยัง ฟังบ่ฮู้เฮื่อง นาราเงยหน้าขึ้นสบตาด้วยความประหลาดใจสุดขีด ดวงตาดำขลับส่องประกายแวววาวดุจดวงดารานับพัน ริมฝีปากวาดโค้งขึ้นอย่างสวยงามและเหวี่ยงมือขึ้นพร้อมหัวเราะน้ำหูน้ำตาไหล“หวังเย๋เล่นหนักเกินไปแล้ว ฮ่าๆ” นาราหัวร่องอหาย นางไม่ใช่หญิงงามผู้วิเศษลอยลมมาจากไหน ไม่ใช่เจ้าหญิงที่เขาต้องบุกตีปราสาทเพื่อมารับตัวไปแต่งงาน และที่ผ่านมานางมั่นใจว่ากวนตีนเขาแทบจะทุกครั้งที่เจอหน้ากัน ดังนั้นนาราจึงไม่เชื่อคำพูดของเขาเลยสักนิด ทว่าร่างสูงสง่ายังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง แววตาหนักแน่นมั่นคงประดุจศิลา สลักคำนั้นไว้มิเปลี่ยนแปรเสียงหัวเราะของนาราค่อยๆ เบาลงเพราะเครื่องจับเท็จไม่มีปฏิกิริยาต่อคำพูดของเขาเลยสักนิด ร่างบางเกาแก้มและเริ่มทำตัวไม่ถูกแทน“ผู้อื่นครอบครองตำแหน่งพระชายาไปแล้ว ข้าเองก็มิอาจเปลี่ยนแปลงรับสั่งของเสด็จพ่อได้ แต่สำหรับตำแหน่งเมีย ข้ายังไม่เคยคิดมอบให้ใครนอกจากเจ้า” น้ำเสียงของเขาเยื

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 18 ความรักเปรียบดั่งยาพิษ 4

    “หนิงเอ๋อร์” เต๋อเฟยรับสั่งเรียกเสียงเย็นเยียบ นาราจึงย่อกายคำนับ“เพคะเหนียงเหนียง”“เรื่องระหว่างเจ้ากับองค์ชายสี่ใช่ว่าข้าจะไม่รับรู้ ไม่ว่าเจ้าจะคิดหรือไม่คิดข้าไม่สนเพราะเจ้าเองก็ต้องรับผิดชอบการกระทำของตัวเอง แต่จวินอี้นับได้ว่าเป็นนายหญิงของเจ้าคนหนึ่ง ฐานะของนางสามารถฆ่าเจ้าได้ จงอย่าปะทะกับนางเช่นนั้นอีก เจ้าอาศัยอยู่ในวังหลังก็เห็นแล้วว่าสงครามของผู้หญิงที่กำลังหึงหวงน่ากลัวเพียงใด การยั่วโมโหอีกฝ่ายรังแต่จะยิ่งทำให้ชีวิตของเจ้าวุ่นวายยิ่งขึ้น จงสำรวมตนในฐานะนางกำนัลให้จงหนัก”“เพคะเหนียงเหนียง ขอทรงอภัยให้หม่อมฉันด้วย หม่อมฉันจะจำคำของเหนียงเหนียงไว้เพคะ”นารารับโทษคุกเข่าในศาลาหลังน้อย คิดทบทวนถึงเรื่องราวที่ผ่านมาทั้งภารกิจที่ล้มเหลว การหาหนทางกลับสู่ห้วงกาลเวลา การดิ้นรนเอาตัวรอด การแทรกแซงความเป็นความตายของคนในยุคนี้และสุดท้ายเรื่องที่ตกค้างในใจจนไม่อาจลบล้างคือเรื่องคนผู้นั้น เมื่อผ่านไปเกือบชั่วยามร่างกายก็เริ่มประท้วง ขยับตัวกระดุ๊กกระดิ๊กเพราะเมื่อยและคนที่ทำให้นางโมโหที่สุดก็ยืนอย

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า 3

    เฉินกูกูพร้อมด้วยนางกำนัลกับขันทีอีกสามสี่คนพาหมอหลวงมาถึง ขณะที่ถูกประคองร่างออกไปจากศาลาสวดมนต์ สตรีชุดเทาผู้นั้นก็มองไปทางภูเขาจำลองซึ่งเป็นที่ซ่อนของนาราตลอดเวลา พยายามจะบอกให้คนไปตามตัวนาราออกมาแต่ยังพูดอะไรไม่ไหว“เหนียงเหนียงเพคะ เป็นอะไรมากหรือเปล่าเพคะ หม่อมฉันไม่ดีเองที่ปล่

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า 2

    “พวกเจ้าเตรียมยาต้มของเหนียงเหนียง[1]เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”“ยะ...ยังเจ้าค่ะเฉินกูกู[2]”“แล้วยังไม่รีบไปจัดการให้เรียบร้อยอีก ต้องรอให้ข้าสั่งทำโทษเจ้าใช่หรือไม่เถาจื่อ”“ข้าน้อยมิกล้าๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้แล้วเจ้าค่ะ” นางกำนั

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า 1

    บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า ตำหนักเหยียนชีกง ตำหนักพระสนมเต๋อเฟย เช้าตรู่หลังจากสายฟ้ากระหน่ำเบาบางลง ท้องฟ้

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 1 องค์ชาย 3

    ยงหวังฝู... วังขององค์ชายสี่ “อย่าคิดมากไปเลยพี่สี่ ท่านรับมอบอำนาจหน้าที่จากเสด็จพ่อให้ปราบปรามพวกขุนนางกังฉิน พวกพี่แปดพี่เก้าพี่สิบแอบรับสินบนจากกังฉินพวกนั้นเงียบๆ มานาน พอท่านขยับตัวย่อมทำให้พวก

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status