Share

บทที่ 1 องค์ชาย 2

เดิมทีคังซีกำหนดตัวองค์ชายสี่ให้เป็นเพื่อนคอยดูแลรัชทายาท เสมือนคอยรับใช้ใกล้ชิดรัชทายาท เพื่อให้ในอนาคตเมื่อรัชทายาทโตขึ้นจะได้มีเพื่อนที่รู้ใจคอยช่วยเหลืองาน หลังจากนั้นองค์ชายสี่จึงกลายเป็นคนที่ได้เดินตามหลังรัชทายาทไปในทุกๆ ที่ ที่ไหนรัชทายาทไป ที่นั่นชายสี่ก็จะได้ไปรับรู้เหตุการณ์ด้วย รัชทายาทก็ทรงดูแลองค์ชายสี่ราวกับเป็นน้องร่วมมารดาแท้ๆ

ดังนั้นเหตุการณ์โค่นล้มรัชทายาทครั้งนี้จะถูกมองว่าเป็นการแทงข้างหลังก็ไม่แปลก     

            และเนื่องด้วยผู้ที่เหมาะสมคู่ควรขึ้นสู่ตำแหน่งทายาทมังกรนั้นมีมากกว่าหนึ่งคน แม้ไม่มีผู้ใดคาดเดาพระทัยฮ่องเต้ได้ว่าจะแต่งตั้งใครขึ้นแทน แต่องค์ชายสี่อิ้นเจินย่อมถูกเสนอชื่อด้วยอย่างแน่นอน ด้วยเพราะพระสนมเต๋อเฟยมีเชื้อสายของจักรพรรดินู่เอ่ออาฉีเข้มข้นกว่าสนมคนใดในวังหลัง อีกทั้งพระนางเป็นผู้ร่วมดูแลปกครองวังหลังหกตำหนักแทนฮองเฮาผู้วายชนม์ และองค์ชายสี่ทรงได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากเสด็จพ่อให้ทำหน้าที่ติดตามเงินที่ขุนนางโกงกินกลับคือสู่ท้องพระคลังอันร่อยหรอ ดังนั้นคนในวังล้วนรู้ดีว่าใครเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการโค่นล้มอำนาจรัชทายาท แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ แม้แต่คนเดียว

            “พี่เก้าพี่สิบ ที่ผ่านมาพี่สี่พยายามยับยั้งเรื่องรับสินบนของพี่รองมาโดยตลอด ไม่เพียงจะถูกปฏิเสธยังถูกพี่รองโกรธเคือง ประณามข่มเหงต่างๆ นานา พี่รองถือตัวว่าเป็นคนโปรดของเสด็จพ่อหนำซ้ำยังหวาดระแวงว่าจะถูกชิงตำแหน่งจนก่อเรื่องมิบังควร เรื่องที่พี่รองต้องหลุดออกจากตำแหน่งจะโทษพี่สี่ไม่ได้ ท่านควรจะแยกแยะเสียบ้าง”

องค์ชายสิบสามอิ้นเสียงออกหน้าโต้เถียงแทน แต่ตุนจุ้นหวังไม่สนใจรับฟังยังคงฮึดฮัดขัดเคือง องค์ชายแปดผู้เป็นที่เคารพของพี่น้องจึงกล่าวขออภัยแทน

            “แต่ไหนแต่ไรอิ้นเอ๋อเป็นคนใจร้อน ยังไม่รู้เบื้องลึกเบื้องหลังดีก็พูดโพล่งออกไป ขอให้พี่สี่อย่าได้ถือสาหาความเขาเลย ความหมายที่ข้าพูดถึงพี่สี่ ข้าหมายจะชื่นชมที่ท่านเลือกยืนอยู่ข้างความถูกต้อง บ้านเมืองต้องมาก่อน คุณธรรมต้องนำหน้า ผิดถูกก็ว่ากันไปตามจริง การตัดสินใจของพี่สี่ครั้งนี้นับว่ากล้าหาญยิ่งนัก เหตุการณ์ในวันนี้นับว่าสะเทือนฟ้าดิน แม้แต่ข้าเองก็ยังหวั่นใจถึงอนาคต หลังจากนี้ไปก็ขอให้พี่สี่ยั้งมือให้ข้าบ้างก็พอ”

            องค์ชายสี่อิ้นเจินยกมุมปากขึ้นเล็กน้อย แววตาสะท้อนความคิดสุดหยั่ง สงบนิ่ง... โหดเหี้ยม... เก็บนิ่งสงวนคม “ข้าต่างหากที่ควรจะต้องเป็นฝ่ายกล่าวเช่นนั้น”

ทั้งคู่ต่างเป็นคนฉลาดหลักแหลม หากองค์ชายสิบพิจารณาให้ถี่ถ้วนสักนิดก็จะรู้ว่านี่เป็นแผนการล้อมเว่ยช่วยจ้าว[1] หากองค์ชายสี่ไม่ให้ความร่วมมือเปิดเผยความลับของรัชทายาท มีหรือที่องค์ชายแปดจะจับจุดได้แล้วค้นหาหลักฐานขึ้นทูลรายงาน การกระทำของรัชทายาทสมควรถูกปลดออกจากตำแหน่งก็จริงอยู่ แต่การที่องค์ชายสี่อิ้นเจินปล่อยให้รัชทายาททำผิดพลาดซ้ำแล้วซ้ำอีกโดยไม่ทัดทานใดๆ ก็นับว่าโหดเหี้ยมร้ายกาจเช่นกัน

และผู้ที่ขยี้ความโกรธของเสด็จพ่อให้รุนแรงขึ้น...

ผู้ที่เริ่มต้นคุกเข่าขอร้องหน้าตำหนักเฉียนชิงกงเป็นคนแรก...

            องค์ชายสี่อิ้นเจิน... ฐานันดรศักดิ์เหอซั่วชินหวัง... ขานนามยงชินหวัง

การวางหมากกระดานครั้งนี้ช่างแยบคายอย่างยิ่ง องค์ชายแปดจำต้องนำเหล่าน้องชายที่อยู่ในโอวาทมาคุกเข่าด้วยเพื่อไม่ให้เป็นที่ครหา เมื่อเห็นว่าตนได้แสดงความรักพี่น้องเพียงพอแล้ว จึงเปล่าประโยชน์ที่จะต้องคุกเข่ากลางฝนให้ร่างกายบอบช้ำเพราะคนผู้นั้นอีก “ไว้ให้เสด็จพ่อคลายพิโรธก่อนแล้วข้าจะมาใหม่ ขอตัวก่อน”

            “เชิญ”

            “น้อมส่งเสด็จองค์ชาย” จางกงกงคำนับลง สีหน้าเบาใจขึ้น

องค์ชายแปดนำเหล่าน้องชายลุกขึ้นก่อนจะค้อมคำนับเบื้องหน้าตำหนักและสะบัดกายจากไป ส่วนองค์ชายสิบสี่อิ้นที น้องชายร่วมพระมารดาแท้ๆ ของอิ้นเจินก็ถอยห่างไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ เขารีบติดตามพี่แปดไปอย่างใกล้ชิด ทิ้งพี่ชายแท้ๆ ไว้กับองค์ชายสิบสาม อิ้นทีเป็นชายหนุ่มห้าวหาญ ฝีมือขี่ม้ายิงธนูเก่งกาจจนเป็นที่โปรดปรานไม่แพ้พี่ชาย แต่ทั้งคู่เป็นพี่น้องที่ไม่ชอบหน้ากันตั้งแต่ไหนแต่ไร อิ้นทีสนิทสนมกับพี่แปดมากกว่าจึงเลือกติดตามเขา  

“พี่แปด ยินดีด้วยนะ ท่านเป็นผู้ชนะแล้ว”

“ข้าไม่ใช่ผู้ชนะ คนที่ชนะคือคนที่เก็บเกี่ยวผลประโยชน์ได้มากที่สุดต่างหาก”

“แต่คนที่ได้ผลงานในครั้งนี้ไปเต็มๆ คือพี่แปดนี่นา”

“ผิดแล้ว ข้าเป็นผู้เสียต่างหาก”

ทุกคนฟังแล้วไม่เข้าใจ “ทำไม”

“เจ้าคิดว่าพี่สี่เพิ่งจะตัดสินใจลงมืองั้นหรือ การจะรวบรวมหลักฐานและรอจังหวะสุกงอมต้องอาศัยเวลาไม่ต่ำกว่าสามปี เขาเพียงแค่นั่งอยู่เฉยๆ กันตัวเองออกจากปัญหาและให้ข้าเป็นผู้ออกหน้าวิ่งวุ่น เพราะเขารู้ว่าในพระทัยลึกๆ ของเสด็จพ่อย่อมไม่พอพระทัยคนที่ทำร้ายลูกชายคนโปรด ดังนั้นพี่สี่จึงยอมคุกเข่ากลางสายฝน ทางหนึ่งก็เพื่อแสดงตนว่าเป็นผู้รักพี่น้อง ไม่ใช่ผู้โหดเหี้ยมไร้หัวใจ ส่วนอีกทางก็เพื่อยั่วโทสะเสด็จพ่อให้ลงโทษพี่รองหนักขึ้นไปอีก เพราะฉะนั้นถ้าหลีกเลี่ยงได้ อย่าเป็นศัตรูกับเขา”

คนที่ได้ฟังต่างขนลุก

“คนที่อ่านเจตนาของพี่สี่ได้ทะลุปรุโปร่งขนาดนี้มีแต่พี่แปดคนเดียว ถึงอย่างไรก็ตามเราก็ได้ประโยชน์จากเรื่องนี้ การก้าวขึ้นตำแหน่งรัชทายาทของพี่แปดย่อมเหลืออีกไม่ไกลแล้วล่ะ”

“ยังหรอกพี่สิบ ยังตอบตอนนี้ไม่ได้” องค์ชายอิ้นทีรู้สึกกังวลอยู่ไม่น้อยเมื่อพี่แปดที่เขาเคารพนับถือกำลังจะลงสังเวียนฟาดฟันพี่ชายแท้ๆ ของตนอย่างเต็มตัว สายฝนที่กำลังกระหน่ำลงมาจากเบื้องบนก็เปรียบเสมือนสัญญาณเปิดศึกแย่งชิงบัลลังก์ของเหล่าองค์ชาย เขาต้องตัดสินใจเลือกให้เด็ดขาดว่าจะสนับสนุนใคร  

“พี่ชายของเจ้าช่างเชี่ยวชาญกลยุทธ์ยืมดาบฆ่าคนนัก สามารถโค่นอำนาจพี่รองลงได้โดยที่ไม่ต้องขยับอะไรเลยสักนิด หนำซ้ำยังป้องกันตนเองจากคำตำหนิได้หมดจด นับว่าซ่อนดาบใต้รอยยิ้มได้เก่งกาจ หากเขาเล็งดาบเข้าหาผู้ใดแล้ว คนผู้นั้นย่อมต้องตายอย่างไร้ปรานี”

องค์ชายแปดอิ้นซื่อกล่าวชื่นชมจากใจจริง ในบรรดาองค์ชายทั้งยี่สิบสี่พระองค์ มีเพียงยงชินหวังอิ้นเจินเท่านั้นที่คู่ควรต่อกร “ทางไกลทำให้รู้กำลังม้า  กาลเวลาทำให้รู้ใจคน ถึงแม้ว่าเขาจะไม่เคยแสดงท่าทีสนใจตำแหน่งรัชทายาท แต่จะมองข้ามคนผู้นี้ไม่ได้เลยจริงๆ”

“พรุ่งนี้ข้าจะให้คนของเราเขียนฎีกาเสนอชื่อพี่แปดเป็นรัชทายาทเลยดีมั้ย”

“น้องเก้าอย่าใจร้อน ตอนนี้เสด็จพ่อทรงเสียพระทัยเรื่องนี้อยู่ หากเร่งร้อนเกินไปจะเป็นการกดดันพระองค์ ย่อมไม่เป็นผลดี”

“พ่ะย่ะค่ะ”

“เวลานี้พวกขุนนางต่างจับตาดูเหล่าองค์ชายแล้วเลือกว่าจะอยู่ฝ่ายไหน เรายังมีเวลาเก็บคนพวกนี้เข้ามาเป็นพวกได้อีกนาน พวกเจ้าทุกคนรีบกลับไปเก็บตัวเงียบๆ ถ้ามีขุนนางคนไหนขอเข้าพบให้ปฏิเสธ ป้องกันคำครหาว่าเราซ่องสุม ส่วนน้องสิบสี่ตอนนี้เจ้าควรรีบส่งคนไปกราบทูลพระสนมเต๋อเฟยว่าเจ้ากับพี่ชายสบายดี อย่าทำให้พระนางต้องเป็นห่วง กลับวังแล้วอย่าลืมสั่งให้คนตุ๋นรังนกอุ่นๆ ทาน ระวังอย่าให้ล้มป่วย”

“พ่ะย่ะค่ะ”

อิ้นทียิ้มอบอุ่นเมื่อได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษจากพี่แปด เมื่อเหล่าน้องชายทูลลาแยกย้ายกลับวังของแต่ละคน เมฆฝนยังคงคำรามรุนแรง องค์ชายแปดแหงนหน้ามองตำหนักเฉียนชิงกงอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันหลังจากไปด้วยสีหน้าสงบนิ่ง

ตอนยังเด็ก...

เสด็จแม่ของเขามีตำแหน่งเพียงกุ้ยเหริน[2] ทั้งยังมีสายเลือดฮั่นเต็มตัว แม้จะเป็นที่โปรดปรานเพียงใดแต่ก็ต้องทนทุกข์ด้วยความยากลำบากยิ่ง เขาเองอยากจะพบหน้าเสด็จพ่อก็ยังถูกเหล่าพระสนมเชื้อสายแมนจูกีดกัน เขาคิดถึงเสด็จพ่อก็ทำได้เพียงยืนมองหลังคาตำหนักเฉียนชิงกง

ยิ่งมองก็ยิ่งเจ็บแค้น เขาไม่อยากมองจากที่ไกลๆ อย่างน่าสมเพชเช่นนี้ไปจนตาย เขาต้องการจะเป็นเจ้าของตำหนักแห่งนั้น องค์ชายแปดจึงตั้งใจศึกษาเล่าเรียนอย่างหนักกว่าใครเพื่อผลักดันตนเองจนได้ตำแหน่งเป้ยเล่อในวัยเพียงสิบเจ็ดชันษา ดึงฐานะของพระมารดาให้ขึ้นตำแหน่งสูงขึ้นทัดเทียมพระสนมอื่นๆ และด้วยขั้วอำนาจทางการเมืองที่เขาสะสมไว้ ศึกครั้งนี้เขาจึงมั่นใจมากกว่าแปดส่วนว่าจะกำชัยชนะ

หากพี่สี่ยินยอมหลีกทางให้เสียโดยดี เขาก็ยินดีที่จะเก็บพี่ชายผู้นี้ไว้ใช้งานต่อไป แต่ถ้าไม่...

คำตอบก็คือตาย

[1] กลอุบายดึงแยกข้าศึกออกไป ทำให้กำลังพลกระจัดกระจาย ห่วงหน้าพะวงหลัง ครั้นแล้วจึงเข้าโจมตี

[2] พระสนมขั้นที่ 6 มีตำแหน่งแต่ไม่มีฐานันดรศักดิ์ จึงยังไม่นับเป็นเชื้อพระวงศ์ ลำดับเทียบเท่าภรรยาน้อยของสามัญชน ซึ่งสนมระดับกุ้ยเหริน, ฉางไจ้และตาอิ้ง ฮ่องเต้สามารถมีได้ไม่จำกัดจำนวน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 5 นางกำนัลคนใหม่ 6

    “บังอาจ! เจ้ากล้าโป้ปดต่อหน้าข้าเชียวหรือ?!” องค์ชายแปดเห็นว่าเป็นประโยชน์ที่จะใช้เรื่องนี้ทำลายองค์ชายสี่ แม้ว่าจะเสียดายหญิงงามดุจเทพธิดาผู้นี้อยู่บ้าง แต่เป้าหมายของเขายิ่งใหญ่เกินกว่าจะแลกเพื่อนาง เขาจึงรีบชิงกราบทูล “เสด็จพ่อ ลูกคิดว่าจะต้องมีผู้อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้แน่นอน ส่งตัวนางให้กรมราชทัณฑ์สอบเค้นจนกว่านางจะสารภาพเถิด”องค์ชายแปดทรงมีบุคลิกแบบบัณฑิตผู้ทรงความรู้ แต่หากเบื้องลึกในใจแล้วนั้นกลับโหดร้ายไม่น้อย ทุกคนต่างรู้ว่าการสอบสวนของกรมราชทัณฑ์ไม่ต่างอะไรจากโทษตาย นาราเป็นหญิงตัวเล็กบอบบางเพียงนี้ เกรงว่านางคงจะไม่ได้ออกมาจากที่นั่นแบบมีชีวิต สิ่งที่องค์ชายแปดต้องการคือคำรับสารภาพจากปากนาราเพื่อปรักปรำองค์ชายสี่!ถ้าโชคดีนาราก็อาจได้หมดลมหายใจแบบไม่ทรมาน แต่ถ้าไม่... แม้จะมีกี่ชีวิตก็ไม่พอแบกรับทัณฑ์หฤโหด ทั้งเฉือนเนื้อทั้งเป็น ทั้งตอกเล็บแทงเข็มหรือบางครั้งก็อาจถูกฟาดด้วยแส้ชุบน้ำเกลือทั้งวันทั้งคืน นารานึกถึงเรื่องเล่าสยดสยองที่พ่อเล่าให้ฟังถึงจุดจบขอ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 5 นางกำนัลคนใหม่ 5

    “เจ้าชื่ออะไร” ฮ่องเต้รับสั่งถามด้วยพระองค์เอง สุรเสียงกังวานน่าเกรงขาม“หม่อมฉันสามารถตอบพระองค์ได้ทันทีเพคะ แต่เพื่อพิสูจน์ตัวเอง หม่อมฉันจะเขียนใส่กระดาษไว้ จากนั้นก็รบกวนส่งคนเข้าไปสอบถามจากปากเต๋อเฟย หากตรงกันหม่อมฉันก็ถือเป็นผู้บริสุทธิ์ หากไม่ตรงกัน หม่อมฉันยอมถูกตัดหัวให้ปลากินเพคะ”อยากใหญ่จะต้องแกร่ง นางไม่รู้หรอกว่าเต๋อเฟยจะจำชื่อนางได้มั้ย แต่นาราเสี่ยงทั้งทีก็เสี่ยงให้สุดขอบฟ้าไปเลยจ้า “ก็จริงนะเพคะ นางออกจะสะสวยจิ้มลิ้มเช่นนี้ ดูๆ ไปก็น่าเอ็นดูไม่หยอก หม่อมฉันว่าควรจะเชิญพี่เต๋อมาพบหน้านาง หากหญิงผู้นี้พูดตรงกับพี่เต๋อ ทุกอย่างก็จะกระจ่างเองนะคะ” หรงเฟยออกความเห็นหลังจากพินิจพิจารณาสาวน้อยตรงหน้า นาราจึงหันไปยิ้มให้พร้อมยกนิ้วโป้งเจ๋งเป้ง ทำเอาหรงเฟยตกใจ “แล้วถ้าเต๋อเฟยกับนางร่วมมือกันสร้างเรื่องวุ่นวายตั้งแต่แรกแล้ว จะไม่เป็นการลบหลู่พระเกียรติของฝ่าบาทหรอกหรือเพคะ&rd

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 5 นางกำนัลคนใหม่ 4

    นารากะพริบตาถี่ๆ พริบตาเดียวน้ำตาหยดใสๆ ก็คลอล้อดวงตากลมโต นาราหันไปสบตาเขา ยักคิ้วเป็นเชิงถาม... เป็นไง... น่าสงสารพอยัง?อิ้นเจินถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเป็นเส้นตรง ก่อนจะหันไปสบตาอิ้นเสียงซึ่งกำลังทึ่งในความสามารถของแม่หญิงสารภีนาราเพิ่มเอฟเฟกต์ด้วยการทำตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกพลัดจากอกแม่ ซบหน้าลงบนฝ่ามือแล้วเริ่มต้นสะอื้น ฮือๆ แม่จ๋าหนูกลัว... นาราสวมวิญญาณสาวน้อยไร้พิษภัยที่กำลังถูกรุมรังแก ชายใดที่ได้สบตาสั่นระริกปานน้ำผึ้งหยาดคู่นั้นจึงต่างอดนึกสงสารสาวน้อยร่างบอบบางไม่ได้นาราหันไปยักคิ้วใส่เขาอีกรอบ น่าสงสารแล้วนะ จบนะ เลิกบ่นซักทีอิ้นเจินนึกหมั่นไส้ผู้หญิงเป็นครั้งแรกในชีวิตก็คราวนี้ นางช่างกวนโทสะได้ร้ายกาจพอๆ กับความงามของนาง นางท้าทายสายตาชายฉกรรจ์ทุกคนด้วยการเปลือยผิวกายและหาได้ละอายในความเปลือยนั้น แววตาหิวโหยของผู้ชายแต่ละคนที่มองนาราทำให้เขาแทบจะหมดความอดทนนาราถูกโยนตุบลงไปกองที่พื้น ก้นกระแทกจ้ำเบ้าจนร้องโอ้ยเจ็บนะเว้ยดังลั่น ตามซ้ำด้วยผ้าคลุมไหล่ผืนใหญ่ที่อิ้นเจินเหวี่ยงให้เพื่อกันอุจาดพระเนตร นาราชักจะหงุ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 5 นางกำนัลคนใหม่ 3

    “ถ้าฝ่าบาทไม่สืบสวนเรื่องนี้ให้กระจ่าง อีกหน่อยก็คงมีใครบางคนสรรหาเรื่องภูตผีมาหลอกให้ฝ่าบาทสร้างตำหนักใหม่ก็เป็นได้”บ่าวของหรงเฟยไม่อาจทนให้สนมชั้นกุ้ยเหรินดูหมิ่นได้ แต่หรงเฟยยกมือห้ามปรามไว้ สีหน้าของนางยังคงมีรอยยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ถือสาหาความต่อคำกล่าวหยาบคายนั้นเลยสักนิด ฮ่องเต้จึงทรงเป็นผู้ตำหนิมู่กุ้ยเหรินด้วยพระองค์เอง“ต่อหน้าข้า เจ้ายังกล้าพูดจาเหลวไหลก่อกวน เจ้าเห็นว่าข้าเลอะเลือนเช่นนั้นเชียวรึ?! ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงเสียบ้าง!”“มะ...หม่อมฉันมิกล้า หม่อมฉันเพียงแค่ต้องการถามความเห็นจากเหนียงเหนียง ต่อไปจะไม่กล้าแล้วเพคะ”มู่กุ้ยเหรินหน้าเสียที่ฝ่าบาทตวาดตนต่อหน้าบ่าวไพร่ ทรงเข้าข้างหรงเฟยอย่างออกนอกหน้าเพราะหรงเฟยเปรียบดั่งรักแรกของพระองค์ ดังนั้นฮ่องเต้คังซีจึงรักและถนอมนางยิ่งนัก การที่มู่กุ้ยเหรินลองตีตนขึ้นเสมอครั้งนี้นับว่าพลาดอย่างยิ่ง“ตบปากเจ้าซะ”“ฝ่าบาท!” มู่กุ้ยเหรินตัดพ้อเง้างอน “หม่อมฉันกำลังอุ้มท้องพระโอรสของพระองค์อยู่นะเพคะ”“

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 5 นางกำนัลคนใหม่ 2

    “เลิกทะเลาะกันจุกจิกข้างหูข้าเสียที มู่กุ้ยเหรินมีน้ำใจคิดถึงข้า เจ้าก็เลิกแขวะนางได้แล้ว ส่วนเจ้าเองก็เด็กกว่าจิ้งกุ้ยเหริน อย่าทำตัวล่วงเกินนางอีก หรงเฟยก็อยู่ที่นี่ ไม่อายนางบ้างหรือ”“เพคะ”จิ้งกุ้ยเหรินยิ้มเจื่อนๆ ให้หรงเฟย ต่างฝ่ายต่างรู้ใจกันดีจึงส่งสายตาหลิ่วไปมา หรงเฟยรู้ว่าจิ้งกุ้ยเหรินรำคาญเด็กขี้อวดผู้นี้เต็มที ทรงอยากจะช่วยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะสิทธิ์ตัดสินใจอยู่ที่อี้กุ้ยเฟย และใครๆ ต่างก็รู้ว่ามู่กุ้ยเหรินเป็นคนของฝั่งนั้น ทำให้ไม่มีใครกล้าแตะต้อง หรงเฟยจึงได้แต่ส่งสายตาเอาใจช่วยให้อดทน“อาการของนางดีขึ้นบ้างแล้วยัง”“เพคะ แต่ยังดูตื่นตกใจอยู่มาก เดิมทีพี่เต๋อก็ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว หมอหลวงจึงสั่งเทียบยาให้ทานอีกชุดเพื่อผ่อนคลายเพคะ”ฮ่องเต้ทรงพยักพระพักตร์รับทราบ“เจ้าไม่ค่อยสบาย ป่วยอยู่บ่อยๆ ไม่จำเป็นต้องลำบากมาเหยียนชีกงด้วยตัวเองเลย” ฮ่องเต้รับสั่งด้วยความเป็นห่วงเป็นใย ถึงแม้ว่าหรงเฟยจะเริ่มล่วงเลยเข้าสู่วัยชรา ไม่สดสวยเท่านางสนมรุ่นเด็กๆ แล้วก็จริง แต่ฮ่องเต้ก

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 5 นางกำนัลคนใหม่ 1

    “ตำหนักของเหลียงเอ๋อร์อยู่ห่างคนละทิศเลย นางเองก็อายุเริ่มมากแล้วจะให้เทียวไปเทียวมาบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อนได้อย่างไร” “เฮ้อ ก็เพราะพี่เต๋อใจดีแบบนี้ คนอื่นเขาถึงได้คิดจ้องจะเอาเปรียบพี่” หรงเฟยคร้านจะพูดอีก เหลียงเฟยไปหาอี้กุ้ยเฟยแทบจะทุกวัน แต่ไม่เคยมีน้ำใจมาหาทางนี้บ้างเลย แค่นี้ก็ดูออกแล้วว่าเหลียงเฟยเป็นคนเช่นใด “ต่อให้อี้กุ้ยเฟยไม่ได้ส่งคนมาเล่นตลกกับท่านก็จริง แต่นางต้องฉวยโอกาสใช้เรื่องนี้ทำลายท่านแน่ ข้ากลัวแต่ว่านางจะทำลายองค์ชายทั้งสองด้วย” “ลูกชายของข้าทั้งสองคนเป็นผู้มีความสามารถ ฝ่าบาทเองก็ทรงมีคุณธรรมสูงส่ง พระองค์ย่อมแยกแยะผิดถูกได้แน่นอน เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ ฝ่าบาทจะสั่งให้ข่าวลือเหลวไหลเรื่องนี้เงียบเพื่อปกป้องลูกๆ แน่นอน” เต๋อเฟยไอเบาๆ ออกมาสองสามครั้ง หรงเฟยจึงช่วยลูบหลังให้จริงอยู่ที่ฝ่าบาทย่อมปกป้องสายเลือดของพระองค์เป็นแน่ แต่ถ้าพระองค์ไม่โปรดสายเลือดนั้นเล่

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 4 ดักกระรอก 1

    บทที่ 4 ดักกระรอก เฮ้อ เกือบไปแล้ว! นารากลั้นหายใจขณะแอบหลบอยู่ด้านหลังตุ๊กตาสิงโตหินแกะสลักไม่ไกลจา

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ 3

    นาราพิจารณาความหล่อขององค์ชายเพลินๆ ก่อนจะเห็นบ่าวไพร่หอบเซ็กซ์ทอยที่นางทำหล่นไว้วางกองอยู่เบื้องหน้าองค์ชาย แม้ว่าแต่ละสิ่งแต่ละอย่างบรรจุอยู่ในกล่องปิดผลึกเรียบร้อยดี แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ของที่ควรเอามาเทกลางแจ้งเฮ้ยๆ อย่าจับๆ นั่นมันห่วงหรรษา... ส่วนไอ้นั่นดิลโด้รูปแตงกวา อ๊าย...

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ 2

    “อี้กุ้ยเฟยทำราวกับท่านเป็นสุนัข หวีหยกพม่าอะไรกัน จงใจข่มเหนียงเหนียงให้รับของเหลือเดนจากนางชัดๆ” ตงกั๋ว นางกำนัลคนสนิทของเหลียงเฟยเจ็บแค้นแทนผู้เป็นนายยิ่งนัก ทันทีที่เหลียงเฟยนั่งเสลี่ยงกลับตำหนัก ตงกั๋วจึงอดรนทนไม่ไหว บ่นออกมาดังๆ“ฝ่าบาททรงรักแ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ 1

    บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์นับตั้งแต่เสี้ยวอี้เหรินฮองเฮาผู้เป็นที่รักยิ่งของจักรพรรดิคังซีสิ้นพระชนม์ไปจากอาการประชวร จากนั้นมาก็ไม่มีผู้ใดขึ้นตำแหน่งเป็นฮองเฮาอีกเลย แต่ทรงให้เหล่าสนมที่ทรงไว้วางพระทัยเข้าร่วมบริหารวังหลังทั้งหกตำหนัก หนึ่งในนั้นคือพร

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status