Share

บทที่ 1 องค์ชาย 1

last update Tanggal publikasi: 2026-06-11 09:44:02

บทที่ 1 องค์ชาย

            ปีคังซีที่ 51

            มวลเมฆหนาทึบทยอยโปรยปรายสายฝนกระหน่ำ สายฟ้าพลันฟาดเปรี้ยงลงบนยอดไม้จนแหลกลาญ ร่างสง่างามของชายฉกรรจ์นับสิบคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเฉียนชิงกง[1] ชายรูปงามองอาจที่อยู่แถวหน้าสุดสวมใส่ชุดปู่ฝู[2]ลวดลายมังกรห้าเล็บปักบนฉลองพระองค์ไหมต่วน บ่งบอกตำแหน่งเหอซั่วชินหวัง[3]

เขาสง่างามอย่างหาได้ยากยิ่ง คิ้วเรียวคมเข้มสอดรับกับดวงตาเยือกเย็น จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากบางเฉียบซึ่งยากนักที่จะยกยิ้ม ใบหน้าคมเข้มมิได้เปิดเผยอารมณ์ใดๆ ร่างแกร่งกร้าวเปียกปอนท่ามกลางสายฝนยิ่งเพิ่มความน่าเกรงขามดุดัน แม้ว่ากระแสลมและเม็ดฝนขนาดเท่าหัวแม่โป้งจะซัดถล่มแต่ทว่าเหล่าชายหนุ่มยังคงยืนหยัดอย่างทระนง ไม่มีใครกล่าวคำใดออกมานอกจากเฝ้ารออย่างสงบ

องค์รัชทายาทอิ้นเหริงถูกกล่าวหาว่าข่มเหงรังแกเหล่าอนุชา ซ่องสุมกำลังพลและรับสินบน จึงเป็นเหตุให้คังซีสั่งปลดรัชทายาทออกจากตำแหน่งและควบคุมตัวไว้ภายในตำหนักจนกว่าจะสิ้นพระชนม์ เหตุการณ์ครั้งนี้สร้างแรงตึงเครียดแก่วังต้องห้ามเป็นอย่างยิ่ง ด้วยเพราะไม่มีใครคาดคิดว่าฐานอำนาจของรัชทายาทจะถูกสั่นคลอนจนพังทลายราบคาบ

บัดนี้สายฝนยังคงเทกระหน่ำลงมาจากท้องฟ้าสีเทาทะมึน บดบังแสงตะวันไปจนหมดสิ้น อารมณ์ของคังซียังคงขุ่นมัวพอๆ กับเมฆดำมืดที่ร้องครั่นครืนอยู่เหนือศีรษะ

            “ออกไปบอกพวกมันว่าถ้ายังไม่กลับไปอีก ข้าจะสั่งปลดพวกมันทุกคน! และถ้าใครกล้าขอร้องแทนอีก ข้าจะตัดหัวมัน!”

สุรเสียงผ่าเปรี้ยงยิ่งกว่าฟ้าคำราม เสียงถ้วยชาถูกขว้างแตกดังออกจากภายในพระตำหนัก ก่อนที่จางกงกงผู้เป็นขันทีคนสนิทของคังซีจะเปิดประตูตำหนักออกมาด้วยสีหน้าไม่สู้ดี ชายหนุ่มผู้หนึ่งซึ่งคุกเข่าอยู่ท้ายแถวรีบผุดลุกขึ้นมาทันทีที่เห็นจางกงกง

“จางกงกง ขอให้พวกเราเข้าพบเสด็จพ่อได้หรือไม่”

            “ได้โปรดเถิดองค์ชายสิบ ตอนนี้ฝ่าบาทกำลังมีอารมณ์ไม่สู้ดี หากพวกท่านดึงดันจะขอร้องแทนองค์รัชทายาทอีก เกรงว่าพวกท่านอาจจะต้องโทษตามไปด้วย ตอนนี้พายุแรงมากได้โปรดเสด็จกลับกันก่อนเถิด หากไม่ทรงเห็นแก่พระองค์ก็โปรดเห็นแก่เสด็จแม่ของพวกท่านเถอะนะ ตอนนี้ส่งคนมาสอบถามให้วุ่นไปหมด”

            “ไม่ได้! ข้าต้องการพบเสด็จพ่อ”

            “ใจเย็นๆ เถิดพ่ะย่ะค่ะองค์ชายสิบ ถึงท่านเข้าไปตอนนี้ก็มีแต่จะยิ่งแย่ลงกว่าเก่า” จางกงกงส่งสัญญาณมือให้ขันทีเข้าไปกางร่มถวายองค์ชาย แต่ถูกปฏิเสธ จางกงกงจึงปาดเหงื่อ ไม่รู้จะห้ามปรามองค์ชายหนุ่มเลือดร้อนผู้นี้ได้อย่างไรดีจึงหันไปขอความช่วยเหลือจากองค์ชายเก้าซึ่งคุกเข่าอยู่ข้างกัน

            “อิ้นเอ๋อ ปกติแล้วเจ้าก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกับพี่รองนัก แล้วเหตุใดวันนี้ถึงได้ดุดันนักเล่า”

            ความหมายขององค์ชายเก้าคือ หุบปากของเจ้าซะ! แต่นิสัยขององค์ชายสิบเป็นคนเลือดร้อน ไม่คิดหน้าคิดหลังให้ถี่ถ้วน นึกจะพูดก็พูดโดยไม่คิด

            “ก็... ก็วันเกิดของข้าทุกปี พี่รองจะมอบของขวัญเป็นม้าพันธุ์ดีจากมองโกล มาตอนนี้พี่รองกำลังเดือดร้อน จะไม่ให้ข้าช่วยได้อย่างไรเล่า หรือว่าเสด็จพ่อทรงตัดเลือดในอกได้จริงๆ เสด็จพ่อไร้พระทัยเกินไปแล้ว”

องค์ชายสิบวัยยี่สิบเจ็ดชันษากล่าวโผงผาง นึกอยากจะพูดอะไรก็พูดโดยไม่สนใจว่าจะล่วงเกินใคร ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้มีผลงานอะไรมากมายเหมือนพวกพี่ๆ แต่เสด็จพ่อก็ทรงโปรดปราน มอบตำแหน่ง ‘จุ้นหวัง[4]’ และประทานชื่อให้ว่า ‘ตุนจุ้นหวัง’ องค์ชายสิบจึงยิ่งส่งเสียงดัง ก่อนจะรีบเงียบเสียงเมื่อชายที่อยู่แถวหน้าสุดปรายสายตาเย็นเฉียบมองมา

“อิ้นเอ๋อ เจ้าอย่าบังอาจล่วงเกินเสด็จพ่อ สิ่งที่เสด็จพ่อทรงเกลียดชังที่สุดก็คือการทะเลาะเบาะแว้งแบ่งฝักแบ่งฝ่าย พี่น้องทุกคนมาด้วยน้ำใจแต่เจ้ามาเพราะเห็นแก่ของขวัญราคาแพงที่เคยได้รับงั้นหรือ”

น้ำเสียงทรงอำนาจก่อแรงกดดันหนักหน่วงจนบรรยากาศเปลี่ยนกระแสไปในฉับพลัน

คนผู้นั้นคืออิ้นเจิน องค์ชายสี่แห่งราชวงศ์ต้าชิง

“ข้า... ข้า... น้ำใจระหว่างพี่น้องไม่มีอะไรแอบแฝง เสด็จพ่อต้องเข้าใจข้าอยู่แล้ว ท่านนั่นแหละพูดแบบนี้ได้อย่างไร!”

“น้ำใจระหว่างพี่น้อง? อนุของเจ้ากับพระชายาของพี่รองเป็นพี่น้องกัน... แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าจะเห็นแก่พวกนางจนอกตัญญูต่อเสด็จพ่อได้นะ”

            “ท่าน!” องค์ชายสิบหน้าเปลี่ยนสี ที่เขามาคุกเข่ากลางสายฝนในวันนี้ก็เพราะอนุคนโปรดร้องห่มร้องไห้ให้ช่วยจริงๆ นั่นแหละ

“พี่สี่ ท่านก็รู้ดีว่าเหตุใดพี่รองถึงได้ตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ท่านนั่นแหละที่อยู่เบื้องหลัง เลิกปั้นหน้าเป็นห่วงเป็นใยเสียทีเถอะ ท่านช่างจัดการเรื่องนี้ได้หมดจดยิ่งนัก” องค์ชายสิบชี้นิ้วใส่อย่างไม่ละเว้น อีกฝ่ายนั้นกลับมิได้เก็บมาเป็นอารมณ์ ใบหน้าคมเข้มสงบนิ่ง แหงนสู้เม็ดฝนโดยไม่สะทกสะท้าน องค์ชายสิบสามอิ้นเสียงวัยยี่สิบสี่ชันษาจึงรับหน้าที่ปิดปากคนโง่งมให้แทน

            “พี่สิบ... มีคำกล่าวว่าบัณฑิตแสวงหาความถูกต้อง ส่วนคนพาลแสวงหาแต่ผลประโยชน์ ท่านจะบอกว่าการที่พี่รองติดสินบนโกงกินเงินหลวงจนถูกเสด็จพ่อสั่งลงโทษ เสด็จพ่อทรงเลอะเลือนไปเองอย่างนั้นหรือ”

            “เจ้า!!”

            “และการที่ท่านเห็นแก่ผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ จนถึงยอมยื่นมือให้ความช่วยเหลือคนผิด ท่านไม่กลัวถูกเสด็จพ่อเข้าใจผิดว่าท่านเป็นพวกเบาปัญญา ไร้ความคิดหรอกหรือ คนทั่วหล้าเขาจะคิดได้ว่าตุนจุ้นหวังผู้สูงส่งต้องการเอาใจอนุในจวนด้วยวิธีเช่นนี้ ระวังชายาเอกของพี่จะเสียใจนะ”

            “เจ้า!! เจ้า!!” องค์ชายสิบโกรธแต่ไม่อาจหาคำโต้แย้งน้องสิบสามได้แม้แต่ครึ่งคำ สีหน้าจึงแดงก่ำด้วยแรงเดือด แต่อิ้นเสียงไม่ได้ให้ความสำคัญต่อพี่ชายคนนี้

            “เรื่องนี้ท่านหวังเย๋ผู้ทรงธรรมอย่างพี่แปดน่าจะรู้ดีกว่าใครนะพี่สิบ”

            เหนือขึ้นไปด้านบนตำหนักเฉียนชิงกง มวลเมฆส่องแสงฟ้าแลบดุจมังกรพาดผ่าน คำรามเสียงฟ้าผ่าดังเปรี้ยง อิ้นซื่อเป้ยเล่อ[1]องค์ชายลำดับที่แปดเหยียดยิ้มออกมาอย่างสุขุม เค้าโครงใบหน้าขององค์ชายแปดสง่างามหมดจดเยี่ยงบัณฑิตผู้เคร่งขรึม แววตาคมปลาบจ้องมองทะลุทุกสิ่ง แม้จะมีชาติกำเนิดจากพระมารดาชาวฮั่นต่ำต้อย โอกาสที่จะได้ขึ้นครองบัลลังก์มีน้อยนิดแต่ทว่าจำนวนขุนนางที่ให้การสนับสนุนเขานั้นเป็นขุมกำลังที่ไม่สามารถมองข้ามได้

            “น้องสิบสาม... เรื่องนี้เสด็จพ่อเป็นผู้ตัดสิน ข้าเป็นเพียงผู้ทูลถวายหลักฐานการรับสินบนของพี่รอง ข้ามิบังอาจก้าวล่วงการตัดสินใจของเสด็จพ่อ เพียงแต่ต้องการขอร้องให้เสด็จพ่อทรงเมตตาลูกเมียของพี่รองบ้างสักนิด”

            องค์ชายแปดประสานมือทำความเคารพป้ายชื่อตำหนักเฉียนชิงกง

“สิ่งที่ข้านึกไม่ถึงก็คือคนสนิทของพี่รองอย่างพี่สี่ต่างหาก หากไม่ใช่ท่านยอมเปิดเผยข้อมูลของพี่รอง แผ่นดินต้าชิงของเสด็จพ่อย่อมหนีไม่พ้นภัยขุนนางกังฉิน ข้านับถือคุณธรรมของท่านยิ่งนัก ผลงานในครั้งนี้สมควรเป็นของท่าน”

            “พี่แปด การเชิดชูคุณธรรมเป็นเรื่องสำคัญก็จริงอยู่ แต่คนที่ชอบแทงข้างหลังคนอื่น ไม่นับว่าเป็นลูกผู้ชายสักนิด”

            องค์ชายสิบและองค์ชายเก้ารีบเสริมทันที องค์ชายแปดอิ้นซื่อแม้จะไม่ได้ตอบรับแต่ก็มิได้ปรามเหล่าน้องๆ อุปมาดั่งยืมปากคนอื่นพูดแทน กล่าวหาว่าพี่สี่ทำตัวจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ แว้งกัดแม้กระทั่งผู้ที่สนับสนุนอุ้มชู สายตาขององค์ชายผู้สูงศักดิ์ทั้งหลายจึงพุ่งตรงไปที่ชายร่างสูงใหญ่ที่คุกเข่าอยู่แถวหน้าสุด

องค์ชายสี่อิ้นเจิน

ดวงตาคมกร้าวขององค์ชายสี่ ทำให้จางกงกงถึงกับก้มหน้าลงโดยไม่รู้ตัว

[1] เจ้าฟ้าชายชั้นสาม

[1] ตำหนักทรงพระอักษร

[2] เสื้อคลุมปักลายสัตว์มงคล (ปู่ฝู) ในสมัยชิง เป็นเครื่องแต่งกายสำคัญของเหล่าขุนนางทั้งฝ่ายบุ๋นและฝ่ายบู๊ ทั้งยังเป็นเครื่องแต่งกายที่สุภาพของสมัยชิง เสื้อคลุมปู่ฝูใช้ลายปักด้านหน้าอกและด้านหลังเป็นเครื่องมือในการแยกแยะตำแหน่งสูงต่ำของข้าราชการ  พระบรมวงศานุวงษ์ใช้ลายปักทรงกลม แบ่งเป็นมังกรห้าเล็บและงูยักษ์สี่เล็บ  ขุนนางข้าราชการกรมการต่างๆ ใช้ลายปักทรงสี่เหลี่ยม   

[3] เจ้าฟ้าชายชั้นเอก เรียกแบบลำลองว่าหวังเย๋

[4] เจ้าฟ้าชายชั้นโท

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 30 ลดธงเงียบเสียงกลอง 1

    บทที่ 30 ลดธงเงียบเสียงกลอง ดอกซู่ซินฮวาดอกหนึ่งหลุดร่วงจากขั้ว ลอยหล่นตกลงในสระน้ำใสสะอาด ริมสระร่มรื่นหอมตลบด้วยกลิ่นดอกไม้ ฝูงนกลงลอยเล่นน้ำในสระ มีดอกบัวชูก้านขึ้นมาพ้นน้ำน่าชวนชม แมลงภู่ผึ้งทั้งหลายจึงพากันมาร่อนอยู่เหนือกลีบบัว ลิ้มรสเกสรบัวในสระนั้น บรรยากาศสงบเงียบแสนรื่นรมย์ และฝูงนกทั้งหลายก็พากันแตกตื่นบินจากไปเมื่อเสียงจุดประทัดดังขึ้นสนั่นหวั่นไหว หลังจากทราบเรื่องการตั้งครรภ์ของพระชายาเอกจวินอี้ ยงชินหวังก็มิได้ทอดทิ้ง สิ่งใดที่จวินอี้ต้องการเขาก็มิได้ขัดขวาง สั่งให้บ่าวไพร่รับใช้ดูแลตามความเหมาะสมเพราะอย่างน้อยหากเด็กในครรภ์เป็นชาย เด็กคนนี้ก็จะเป็นผู้มีศักดิ์และสิทธิ์สืบทอดตำแหน่งเหอซั่วชินหวังตามฐานะ แม้แต่นาราเองก็ต้องคำนับถวายความเคารพเด็กคนนี้&nbs

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 29 ข่าวดีของยงหวังฝู 5

    นาราครุ่นคิดเรื่องหรงเฟย และเริ่มวางหมากเช่นกัน “ท่านพี่... หม่อมฉันมีเรื่องอยากจะรบกวนท่านได้หรือไม่?” นาราลูบปลายคางไปมาเหมือนยายเฒ่าเวลาจั่วไพ่ คิดจะใช้แผนเกลือจิ้มเกลือ แหกอกหรงเฟยดูสักครา ร่างแข็งแกร่งดุจภูผาสบตาวิบๆ วับๆ ของนารา ก่อนจะขยับกายอย่างสนใจว่านางกระรอกน้อยคิดจะเล่นอะไร “มีสิ่งใดให้ข้ารับใช้ โปรดสั่งมาเถิดเมียข้า” นาราต้องรีบหันหน้าหนีไปอีกทางเพื่อสกัดกั้นเพลิงร้อนที่คอยเอาแต่รุมสองแก้ม อิ้นเจินยังแกล้งจับมือของนางสอดเข้าไปใต้เสื้อ สัมผัสแผงอกตึงแน่นและปล่อยค้างไว้เช่นนั้น นาราอึกอัก... คือคุยกันดีๆ ก็ได้ ทำไมต้องให้นางคุยไป ลวนลามเขาไปด้วยเล่า?! นางไม่ได้บ้ากามมือปลาหมึกแบบเขาสักหน่อย “วนรถอีกมั้ย”

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 29 ข่าวดีของยงหวังฝู 4

    นาราคิดตามแต่ยังไม่เข้าใจ “ถ้านางได้ขึ้นเป็นฮองเฮา นางถึงจะเมตตาเสด็จแม่... ทำไมล่ะเพคะ”“หากองค์ชายคนใดคนหนึ่งขึ้นครองราชย์ ทั้งฮองเฮาและพระมารดาขององค์ชายผู้นั้นจะได้ก็ขึ้นเป็นไทเฮาทั้งคู่ เหมือนอย่างที่เหลียงเฟยใช้เกลี้ยกล่อมอี้กุ้ยเฟยให้ร่วมมือ แต่อำนาจไม่ใช่ของที่จะแบ่งกันด้วยน้ำใจ ดูจากนิสัยของนาง นางคงจะปล่อยให้เสด็จแม่นั่งตำแหน่งสักปีสองปีก่อนจะล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุและสิ้นพระชนม์ไปอย่างเงียบๆ อย่างไรล่ะ”นาราฟังแล้วถูขมับ“เฮ้อ! แบบนี้ก็ต้องเดินหน้าชนทั้งเหลียงเฟยกับหรงเฟยเลยสิเนี่ย ถ้าทั้งสองคนนี้จับมือกัน เสด็จแม่จะทรงมีอันตรายยิ่งขึ้นนะเพคะ”“เมียข้า... เจ้าไม่ต้องห่วงว่าสองคนนั้นจะร่วมมือกันเลยสักนิด”“เพราะ...”“เพราะเสด็จพ่อจะไม่มีวันแต่งตั้งน้องแปดขึ้นเป็นรัชทายาท” อิ้นเจินอ่านสถานการณ์อย่างเฉียบขาดและเด็ดขาดกว่านารา คังซีทรงแสดงออกอย่างชัดเจนว่าไม่โปรดองค์ชายแปด เหลียงเฟยจึงไร้ค่าในสายตาหรงเฟยในบัดดล ยามนี้จึงมีเพียงเต๋อเฟยที่โดดเด่นเจิดจรัส นาราคิดตามไ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 29 ข่าวดีของยงหวังฝู 3

    “ท่านพี่รู้ตั้งแต่แรกแล้วหรือเพคะ”“ใช่ เมื่อเดือนก่อนชายารองของข้าเข้าวังเพื่อคารวะเสด็จแม่ ท่านได้กลิ่นหลงเฉียนจึงนึกเอะพระทัย แล้วก็เป็นอย่างที่คิด... น่าสงสารก็แต่ชายารองที่ไม่อาจตั้งครรภ์ได้อีกแล้ว เรื่องนี้ยังเป็นความลับ”“แล้วเครื่องหอมนี้... เข้าไปอยู่ในบ้านเราได้อย่างไร” นาราต้องจับไหล่กว้างกำยำไว้เพื่อทรงตัวไม่ให้ทรุดจมลงไปในอ้อมแขนแกร่งมากกว่านี้ คุยกับพ่อเจ้าประคุณแล้วเหนื่อยยิ่งนัก อิ้นเจินแอบยิ้มเมื่อได้ยินนาราเรียกยงหวังฝูว่า ‘บ้าน’ เขาเองก็คิดเช่นนั้นความหวังใหญ่หลวงของสตรีทุกคน ไม่ว่าจะสูงส่งหรือต่ำต้อยเพียงใด ทุกคนล้วนหวังจะให้กำเนิดบุตรสุขภาพแข็งแรง ทว่าฤทธิ์ชะมดเช็ดทำให้พวกนางกลายเป็นคนพิการเสียแล้ว นับว่าคนลงมือใจคอโหดร้ายยิ่งนัก “หรงเฟยต้องการอะไร เหตุใดถึงเล่นงานหลังบ้านของท่านเช่นนี้ล่ะ แผนการร้ายนี้ชั่วช้านัก จงใจตัดสายเลือดท่านให้สิ้นสกุล ท่านรักษาพระชายารองไม่ได้แล้วหรือ”“หมอหลวงสามคนบอกตรงกันว่าไม่ นางได้รับชะมดเช็ดสะสมมากเกินไป อนุของข้าคนหนึ่งพอทราบว่าไม่อาจม

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 29 ข่าวดีของยงหวังฝู 2

    เราต้องใช้เวลาเดินทางร่วมๆ ครึ่งชั่วยาม ระหว่างทางน่าจะทำอะไรได้บ้าง ตอนที่ม้าควบเร็วๆ คงจะไม่มีใครทันสังเกตอะไรหรอก แต่เสียงครางหวานๆ ของเจ้านี่สิจะทำอย่างไรดี...”สีหน้าของเขาจริงจังมากจนนาราสำลัก คนผี! พูดออกมาได้ไม่อายปาก เขาตั้งใจจะร่วมรักกับนางบนม้ากลางวันแสกๆ และนางก็เกลียดตัวเองที่ตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว“ก็งับชายเสื้อไว้ไงเพคะ”“เออ จริง” เขาทำหน้าเหมือนตาเฒ่าผู้บรรลุโลก “งั้นเราต้องลองซ้อมดูก่อนนะ”ในที่สุดนาราก็จับไต๋ได้แล้ว! เขาเป็นสาวกโยว่ผูถวนตัวพ่อเลยชัดๆ ปกติแล้วอิ้นเจินเป็นราชนิกุลผู้สูงศักดิ์ นิ่งขรึมลึกซึ้งและพูดน้อย แต่พอเขาพูดเรื่องหวาดเสียวเช่นนี้ออกมาหน้าตาเฉย แถมยังกระซิบกระซาบด้วยน้ำเสียงแหบห้าวตรงไปตรงมา นาราก็หน้าแดงจัดจนน่าขบขันและถลึงตาใส่เขาจนตาปูดตาโปน“หยางตง ขับรถวนรอบเมือง” เขาเอ่ยสั่งคนขับรถม้า นารารู้ทันทีว่าเขาคิดจะทำอะไร“ไม่เอานะท่านพี่”นาราดิ้นรนหนีลงจากตักแกร่ง แต่ไม่นานนักเสียงครวญครางแว่วหวานดังแผ่ว อิ้นเจินกำลังตั้งใจผลิตทายาท

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 29 ข่าวดีของยงหวังฝู 1

    บทที่ 29 ข่าวดีของยงหวังฝูระหว่างทางนั่งรถม้ากลับจวนยงหวังฝู อิ้นเจินอยู่ในสภาวะทิ้งตัว เอนไหล่อันหนากำยำพิงตัวนางพลางมองเก๋อเก๋อตัวน้อยดีดลูกคิดบัญชีรายการของขวัญที่ได้รับมาทั้งหมด ดีดจนปวดนิ้วก็ยังไม่ครบจำนวน นาราหัวเราะคิกคักอยู่คนเดียวเมื่อเห็นตัวเลข นับว่ามีผัวแล้วแฮปปี้เวรี่มัชยิ่งนัก แดนซ์ๆ ขยับต้นคอยึกๆ ยักๆ“ไอ๊หยา รวยเละ! ต่อไปนี้ท่านต้องเรียกหม่อมฉันว่าเถ้าแก่เนี้ยแล้วนะ”“อย่ามัวแต่สนใจเงินสิ สนใจข้าบ้างนารา” เขาประท้วงพลางดึงลูกคิดออกจากมือ “รวยแล้วอย่าทิ้งข้าล่ะ”“โถ ท่านพี่ วางใจเถอะเพคะ หม่อมฉันยังต้องอยู่ไถเงินท่านไปอีกนานแสนนาน”นารากวักมือเรียกพระสวามีเหมือนอาเสี่ยเรียกหนูๆ พลางตบตักให้มานอนหนุนตัก ปกตินางนั่งเฉยๆ ก็ถูกร่างกำยำเบียดจนแทบจะสิงอยู่แล้ว แต่อิ้นเจินต้องการมากนั้น ท่อนแขนแกร่งโอบรัดเอวบางแล้วลากให้มานั่งบนตัก นาราดิ้นขอนั่งเอง นางไม่ใช่เด็กเล็กๆ จะขออุ้มอะไรกันหนักหนาวะคะ“ไม่

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 4 ดักกระรอก 1

    บทที่ 4 ดักกระรอก เฮ้อ เกือบไปแล้ว! นารากลั้นหายใจขณะแอบหลบอยู่ด้านหลังตุ๊กตาสิงโตหินแกะสลักไม่ไกลจา

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ 3

    นาราพิจารณาความหล่อขององค์ชายเพลินๆ ก่อนจะเห็นบ่าวไพร่หอบเซ็กซ์ทอยที่นางทำหล่นไว้วางกองอยู่เบื้องหน้าองค์ชาย แม้ว่าแต่ละสิ่งแต่ละอย่างบรรจุอยู่ในกล่องปิดผลึกเรียบร้อยดี แต่ถึงอย่างไรก็ไม่ใช่ของที่ควรเอามาเทกลางแจ้งเฮ้ยๆ อย่าจับๆ นั่นมันห่วงหรรษา... ส่วนไอ้นั่นดิลโด้รูปแตงกวา อ๊าย...

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ 2

    “อี้กุ้ยเฟยทำราวกับท่านเป็นสุนัข หวีหยกพม่าอะไรกัน จงใจข่มเหนียงเหนียงให้รับของเหลือเดนจากนางชัดๆ” ตงกั๋ว นางกำนัลคนสนิทของเหลียงเฟยเจ็บแค้นแทนผู้เป็นนายยิ่งนัก ทันทีที่เหลียงเฟยนั่งเสลี่ยงกลับตำหนัก ตงกั๋วจึงอดรนทนไม่ไหว บ่นออกมาดังๆ“ฝ่าบาททรงรักแ

  • พระชายาแสวงพ่าย   บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ 1

    บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์นับตั้งแต่เสี้ยวอี้เหรินฮองเฮาผู้เป็นที่รักยิ่งของจักรพรรดิคังซีสิ้นพระชนม์ไปจากอาการประชวร จากนั้นมาก็ไม่มีผู้ใดขึ้นตำแหน่งเป็นฮองเฮาอีกเลย แต่ทรงให้เหล่าสนมที่ทรงไว้วางพระทัยเข้าร่วมบริหารวังหลังทั้งหกตำหนัก หนึ่งในนั้นคือพร

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status