Masuk&
ดอกเบญจมาศหลากสีในอุทยานหลวงเบ่งบานต้อนรับฤดูร้อน ดอกบัวแย้มกลีบบานสว่างไสว วังต้องห้ามเป็นสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่งที่เติบโตด้วยความรักโลภโกรธหลงของผู้ที่อาศัยอยู่ในนั้น เรื่องราวต่างๆ ที่ไร้ผู้คนจดจำจะถูกกลืนทับด้วยเรื่องราวใหม่ๆ ความตลกร้ายคือชะตากรรมมักจะซ้ำรอยเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า หากอ่อนแอไร้ผู้ปกป้อง ผู้คนก็จะดูถูกล่วงเกิน หากโดดเด่นเกินหน้า ผู้อื่นก็จะจุดไฟเผาผลาญ...นาราคือเชื้อไฟชั้นดีนาราได้รับพระราชทานยศขึ้นเป็นเก๋อเก๋อ จึงมีชุดประจำตำแหน่งเช่นเดียวกับเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ ด้วย ชุดของนาราเป็นชุดที่เต๋อเฟยทรงคัดเลือกเนื้อผ้าไหมให้ด้วยพระองค์เอง สวมคู่กับพระมาลาต่งเฉากวนหนังจิ้งจอกดำ ด้านบนเป็นทองคำฉลุลายประดับไข่มุกและยอดทับทิม ถัดลงมาติดพู่สีแดงเข้มประดับด้วยนกยูงทองรอบหมวกห้าตัว ด้านหลังพระมาลาร้อยสายทองไข่มุก ส่วนเหอซั่วชินหวังอิ้นเจินสวมชุดเซี่ยเฉาฝูสีน้ำเงินเข้มปักมังกรน่าเกรงขาม แม้ว่าเสี้ยวพักตร์คมเข้มจะมิได้แสดงอารมณ์ใดๆ แต่คนใกล้ชิดของเขาต่างรู้ว่าเจ้าบ่าวผู้ผ่านคืนเข้าห้องหอมาหมาดๆ มีความสุขเพียงใดภายในโถงตำหนักเหยียนชีกงวันนี้
บทที่ 28 แค่ชักธงรบก็ชนะศึกงานเลี้ยงวิวาห์เลิกราไปตั้งแต่เมื่อคืน แต่เสียงบ่าวไพร่พูดถึงชื่นชมนายหญิงคนใหม่แห่งยงหวังฝูยังคงเสียดแทงหลอนโสตประสาท จวินอี้กำลังเผชิญความหนาวเหน็บ วูบต่อมาก็ร้อนประหนึ่งกองไฟโหมกระหน่ำแผดเผา พิษของความเคียดแค้นหึงหวงเป็นดั่งยาพิษแสนร้าย ออกฤทธิ์เชื่องช้าและฝากความเจ็บปวดอ้อยอิ่งไว้ทุกลมหายใจ พิษนี้มิได้ฆ่า แต่จะทรมานให้ตายทั้งเป็น หลายวันที่ผ่านมามารดาของจวินอี้แวะเวียนมาเยี่ยมไม่ได้ขาดเพื่อเกลี้ยกล่อมให้จวินอี้หย่าขาดจากยงชินหวังเสีย เปล่าประโยชน์ที่จะดันทุรังไขว่คว้าความรักจากคนที่ไม่ได้รักแต่คำตอบของจวินอี้คือ ไม่!“ข้าจะอยู่เป็นก้างขวางคอมัน ขัดขวางความสุขของมัน ข้าจะใช้ตำแหน่งพระชายาเอกทรมานมันให้ตายทั้งเป็น”บ่าวไพร่ในจวนประคองถาดยาและอาหารร้อนๆ เข้าไปถวาย แต่จินจู บ่าวคนสนิทของจวินอี้ขวางทางไว้และไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปด้านในเรือนใหญ่ทั้งสิ้น จินจูรับถาดมาถือเองและไล่ตะเพิดพวกบ่าวไปให้ไกลๆ“เมื่อไหร่จะเงียบเสียงลงสั
แต่ทว่าสาวใช้มาเคาะประตูเรียกเพื่อขออนุญาตนำอ่างน้ำล้างหน้าเข้ามาถวายสีหน้าของอิ้นเจินเหมือนควบม้าห้อเต็มกำลังแล้วถูกเต่าเดินตัดหน้าจนหัวทิ่มอย่างไรอย่างนั้น เขาสูดลมหายใจเข้าอย่างอดทน จำใจต้องผละจากนาง “แต่งตัวเถอะ เราต้องรีบเข้าวังกัน”“พะ...เพคะ” นาราไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองกลั้นหายใจไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แค่ว่าเมื่อร่างแข็งแกร่งปานภูผาถอยห่างออกไป ตัวนางก็ไหลย้วย เละละละ เละตุ้มเป๊ะไปเรียบร้อยแล้ว“คำนับเก๋อเก๋อ หม่อมฉันจะช่วยแต่งฉลองพระองค์นะเพคะ” เจียวเจียวกับบ่าวอีกสองคนเตรียมน้ำล้างหน้าลอยกุหลาบไว้พร้อมสรรพ นาราอยู่ในฐานะนายหญิงแห่งยงหวังฝูแล้วจึงรู้สึกแปลกลึกๆ ในใจเพราะไม่เคยชิน และความไม่เคยชินนี่เองที่ทำให้นางไม่ไว้วางใจ“เจียวเจียว เจ้าเตรียมเงินพวงให้ข้าสักสามสี่พวง แล้วไปตามบ่าวไพร่ที่รับใช้ข้ามาให้หมดทุกคน”“เงินพวง? เอ่อ... แล้วบ่าวเรือนใหญ่เล่าเพคะ? จะให้บ่าวตามตัวมาด้วยหรือไม่” เจียวเจียวงุนงงจนต้องเอ่ยถาม นาราจึงโบกมือว่าไม่ต้อง“น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง อย่าไปวุ่
นารากะพริบตาปริบๆ คือไม่ใช้เองก็ได้ แต่มันเอาไปขายได้ว้อย นาราบ่นอุบอิบๆ และก่อนที่อะไรๆ จะเกินเลยไปมากกว่านี้ อิ้นเจินชิงพลิกกายลุกขึ้นแต่งตัว จงใจอวดเรือนกายเปี่ยมมัดกล้ามตึงแน่น และหยิบกางเกงขึ้นมาสวมช้าๆร่างกายของเขาดูบึกบึนแข็งแรงยิ่งกว่าชายใด มัดกล้ามกำยำและมีบางส่วนนูนแน่นเหมือนปมเชือกขนาดเขื่องนาราจ้องตาไม่กะพริบ ริมฝีปากแห้งผากและสองแก้มแดงฉ่า อิ้นเจินเองก็จ้องมองนางด้วยสายตาอันเข้มข้นทรงอำนาจปานจะแผดเผา พร้อมรักษาสัญญาอย่างเคร่งครัดด้วยการหยิบเอี๊ยมแดงที่กระเด้งตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมา“มาสิ ข้าจะใส่ให้”“มะ...ไม่ต้อง หม่อมฉันใส่เองได้เพคะ” นาราหน้าแดงจนตาโปนและกอดผ้าห่มแน่นขึ้น เมื่อคืนนัวเนียกันไปกี่ยกหนอ... นารานับนิ้วจนวุ่นอีรุงตุงนัง ทั้งสองรักกันครั้งแล้วครั้งเล่า เรียนรู้วิถีลี้ลับที่เพิ่งค้นพบในชีวิต จูงมือกันจุมพิตถ้วนทุกอณูเรือนกาย ตอบสนองกันและกันอย่างดื่มด่ำ นางไม่เคยรู้สึกวิเศษและเปี่ยมล้นขนาดนี้มาก่อนเลย แต่พอตื่นขึ้นมาสบตากันอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมว่านางยิ่งสะท้านอายหนักกว่าเดิมเสียอีกเขินว้อย! นารายกชายผ้าห่มขึ
บทที่ 27 เก๋อเก๋อแห่งยงหวังฝู นาราหลับไปแล้ว...ซุกกายหลับใหลในอ้อมกอดของเขา อิ้นเจินจุมพิตเรือนผม พวงแก้มและปล่อยให้นาราใช้เขาต่างฟูกเนื้อ ยามนี้ใกล้จะสว่างแล้ว วันใหม่นี้คู่แต่งงานต้องเข้าวังเพื่อคารวะผู้ใหญ่ตั้งแต่เช้า แต่เขาก็ดันทำให้นางตื่นเกือบทั้งคืน เขาตื่นตัวและครอบครองกายสาวทุกครั้งที่มีโอกาส เรียนรู้กันและกันโดยที่เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในทุกๆ ครั้ง สำรวจตรวจค้น ฟังเสียงหัวเราะคิกคักและจับมือกันไว้ขณะเต้นรำในเปลวเพลิงปรารถนา ลอยละลิ่วขึ้นสู่ปุยเมฆบนฟากฟ้าอิ้นเจินก้มลงจูบ พอใจที่จะอยู่เงียบๆ นอนฟังเสียงลมหายใจแผ่วหวานรินรดแผงอกกำยำร้อนจัด นาราช่างพอเหมาะพอเจาะ ราวกับเหล่าปวงเทพสรรค์สร้างผู้หญิงคนนี้มาเพื่อเป็นของเขาโดยแท้เขาจะไม่มีวันยอมเสียนางไปมือแกร่งเอื้อมหยิบผ้าห่มขนสัตว์มาคลุมร่างทั้งสองเพื่อความอบอุ่น เขาจะไม่มีวันลืมห้วงเวลาอันแสนดื่มด่ำแสนหวานคืนนี้เลย อิ้นเจินหัวเราะแผ่วเบาเมื่อเหลือบมองถุงยางที่หล่นอยู่
“ฝ่าบาท ตอนนี้ดึกมากแล้ว ทรงพักผ่อนเถิดเพคะ”เต๋อเฟยเสด็จมาเฉียนชิงกงเพื่อถวายของว่างและอยู่ช่วยฝนหมึกถวายข้างโต๊ะทรงงาน แม้ว่าคืนนี้จะเป็นคืนแต่งงานของพระโอรส แต่ทว่าพระองค์ก็มิอาจหยุดทำงาน ทรงตวัดพู่กันลงคำสั่งรับทราบฎีกาเป็นร้อยๆ ฉบับ ทรงโปรดการจดบันทึก แม้กระทั่งวางแผนงานวิเคราะห์ต่างๆ มากมายและแต่งหนังสือ แต่ช่วงหลายปีมานี้เผ่ามองโกลที่ยังไม่ยอมสวามิภักดิ์รุกรานทางตอนเหนืออยู่เนืองๆ เป็นเหตุให้ราชวงศ์และเผ่ามองโกลที่เป็นกันชนสูญเสียไพร่พลไปมาก พระองค์จึงเคร่งเครียดมาหลายวัน “ดื่มชาลิ้นจี่สักหน่อยนะเพคะ ปกติหม่อมฉันใช้ชาแดงคั่วอบกับลิ้นจี่ แต่คราวนี้ลองใช้ชาอู่หลงดู รสจะเข้มข้นและแตกต่างออกไปจากชาแดง น้ำชามีกลิ่นลิ้นจี่หอมหวานเด่นชัด เนื้อชาจะหนาข้นแต่ไม่เหนียวคอ ทานแล้วชุ่มคอนาน ลองเสวยดูนะเพคะ”“อืม กลิ่นหอมดี” รับสั่งแต่ไม่หยิบดื่มเพราะยังติดพันงาน เต๋อเฟยจึงทูลเตือน“ฝ่าบาททรงงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำมืดดึกดื่นมาหลายเดือนติดต่อก
ยงหวังฝู... วังขององค์ชายสี่ “อย่าคิดมากไปเลยพี่สี่ ท่านรับมอบอำนาจหน้าที่จากเสด็จพ่อให้ปราบปรามพวกขุนนางกังฉิน พวกพี่แปดพี่เก้าพี่สิบแอบรับสินบนจากกังฉินพวกนั้นเงียบๆ มานาน พอท่านขยับตัวย่อมทำให้พวก
เดิมทีคังซีกำหนดตัวองค์ชายสี่ให้เป็นเพื่อนคอยดูแลรัชทายาท เสมือนคอยรับใช้ใกล้ชิดรัชทายาท เพื่อให้ในอนาคตเมื่อรัชทายาทโตขึ้นจะได้มีเพื่อนที่รู้ใจคอยช่วยเหลืองาน หลังจากนั้นองค์ชายสี่จึงกลายเป็นคนที่ได้เดินตามหลังรัชทายาทไปในทุกๆ ที่ ที่ไหนรัชทายาทไป ที่นั่นชายสี่ก็จะได้ไปรับรู้เหตุการณ์ด้วย รัชทาย
บทที่ 1 องค์ชาย ปีคังซีที่ 51 มวลเมฆหนาทึบทยอยโปรยปรายสายฝนกระหน่ำ สายฟ้าพลันฟาดเปรี้ยงลงบนยอดไม้จนแหลกลาญ ร่างสง่างามของชายฉกรรจ์นับสิบคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเฉียนชิงกง[1] ชายรูปงามองอาจที่อยู่แถวหน้าสุดสวมใส่ชุดปู่ฝู[2]ลวดลายมังกรห้าเล็บปักบนฉลองพระองค์ไหมต่วน บ่งบอกตำแหน่งเ
“อี๋ อาหารเม็ด หนิงไปที่นู่น จะเก็บข้อมูลเรื่องอาหารการกินแล้วก็ลองชิมของอร่อยๆ ดูก็ได้ค่ะ” นาราหยิบออก พ่อหยิบเข้า“แล้วถ้าเกิดว่ากินอาหารของทางนั้นไม่ได้ล่ะ”“ไม่เห็นจะยากเลยค่ะพ่อ กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็เททิ้งไปแล้วไปหากินใหม่ รับรองเรื่องกินหนิงไม่ปล่อยให้พลาดหรอกค่ะ ถ้าพ่อกลัวหนิงเสาะท้องจนไม่







