Se connecterร่างสูงใหญ่เร่ง
“กระหม่อมไม่เคยรับคนผู้นี้เป็นศิษย์ ขอทรงพิจารณาด้วย” จางกงกงชี้หน้า “เจ้าลูกเต่า! อยู่เบื้องหน้าพระพักตร์ เจ้ายังไม่รีบสารภาพอีกว่ารับคำสั่งมาจากใคร” จูไจ้เฟิงตัวสั่นเงิ่กงั่ก ตอบก็ตาย ไม่ตอบก็ตาย แต่ถ้าหากตอบก็คงจะได้รับพระเมตตาให้ตายอย่างไม่ทรมานนัก จูไจ้เฟิงจึงโขกศีรษะคำนับ “คน... คนที่สั่งบ่าวให้นำขลุ่ยไปถวายหวังเย๋เป็นขุนนางผู้หนึ่งพ่ะย่ะค่ะ” “ใคร?” “บ่าวไม่ทราบ ไม่ทราบจริงๆ” จูไจ้เฟิงสะอื้น “บ่าวต้องการถามถึงค่าตอบแทนจึงเดินตามไป เห็นคนผู้นั้นคุยกับคนของใต้เท้าอวี๋โยว”&
บทที่ 32 ขลุ่ยหยกพระราชทานไม่มีเหตุผลใดที่ยงชินหวังจะต้องปฏิเสธ ทรงเอื้อมมือรับขลุ่ยหยกขาวบริสุทธิ์จากนารา พวงพู่ห้อยสะบัดพริ้วขับเน้นความแกร่งกร้าวให้ผสมผสานกับความนุ่มนวลอ่อนโยนได้อย่างลงตัว ใบหน้าคมเข้มสุขุมเยือกเย็น บวกกับชุดเซี่ยเฉาฝูสีน้ำเงินเข้ม ปักลวดลายมังกรห้าเล็บทรงพลัง เน้นเรือนกายอันแกร่งกำยำ แผ่นหลังของเขาตึงแน่นขณะหยัดกายลุกขึ้นหลังคุกเข่าถวายพระพร ก่อนจะตวัดขลุ่ยขวาง เตรียมที่จะบรรเลงเพลงขับขาน องค์ชายแปดอิ้นซื่อกลั้นหายใจ ตาจ้องไม่กะพริบ แต่อิ้นเจินยิ้ม“ก่อนอื่นลูกขอบพระทัยเสด็จพ่อที่ทรงเมตตา พระราชทานขลุ่ยหยกล้ำค่านี้ ลูกจะตั้งใจเป่าเพลงถวายพระพรแด่เสด็จย่าเต็มที่”&
ทุกอย่างกำลังเดินไปตามแผนองค์ชายแปดวางกับดักลวงให้พี่ชายต้องเป่าขลุ่ยหยกนี้ถวายเป็นของขวัญแด่ไทเฮา บทเพลงนั่นจะเป็นท่วงทำนองบรรเลงความตายแด่ยงหวังฝู! เพียงแค่ริมฝีปากของยงชินหวังสัมผัสขลุ่ยขวางเลานี้เท่านั้น พิษไร้สีไร้รสที่เขาฉาบไว้บนขลุ่ยจะแสดงผลเชื่องช้าแต่เด็ดขาด กว่าจะรู้ตัวว่าต้องพิษก็จะมีการอาการม่วงคล้ำไปทั้งร่างในอีกสามวันให้หลังองค์ชายแปดลอบหัวเราะร้ายลึก มั่นใจว่าจะต้องได้ตัวนางมาทรมานให้หายแค้นนาราจ้องตากลับ ไม่เคยเกรงกลัวคนผู้นี้เลยสักนิด“ฮุ่ยเก๋อเก๋ออยู่ที่นี่หรือไม่”ไทเฮาทรงอยากพบนารามาหลายวันแล้วจึงมีรับสั่งให้นางก้าวออกมา ไทเฮาทรงงามสง่าสมวัย แม้จะไม่ค่อยแข็งแรงดีแต่พระนางรับรู้ทุกเรื่องราวภายในวังหลัง นาราพบพระพักตร์ไทเฮาเป็นครั้งแรกยังรู้สึกยำเกรงพระบารมีและเดาได้ทันทีว่าบุคลิกของอิ้นเจินถอดแบบมาจากผู้เป็นย่านั่นเอง ทรงมีพระเดชอยู่ที่พระเนตร ถ้าทอดพระเนตรใครหรือสิ่งใดอย่างไม่ทรงพอพระทัยแล้ว ชาววังจะเรียกว่า “ตั้งกริ้ว” และถ้าทรงใกล้พิโรธเมื่อใด ชาววังจะเรียกเพิ่มระดับขึ้นอีกว่า “พระเนตรเขียวมรกต
สีพระพักตร์ของไทเฮาทรงพอพระทัยมากทีเดียว ทำเอาข้าวของมีค่าที่บรรดาเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายสรรหามาล้วนด้อยลงไปทันที นับว่าเหลียงเฟยคว้าแต้มไปได้อย่างงดงาม เหลียงเฟยได้หน้าก็พลอยอิ่มเอิบใจ องค์ชายแปดจึงรีบคุกเข่าคำนับอวยพรเสด็จย่าอย่างองอาจ โดดเด่นในหมู่พี่น้อง“ขอทรงพระเจริญพ่ะย่ะค่ะเสด็จย่า เนื่องในโอกาสมงคลเช่นนี้ หลานลงทุนลงแรงช่วยเสด็จแม่คัดลอกพระคัมภีร์ถวายเสด็จย่าด้วยความปิติยิ่งนัก ขอเสด็จย่าทรงอายุมั่นขวัญยืนหมื่นปี หมื่นๆ ปี”“อืม ข้าซาบซึ้งในความอุตสาหะกตัญญูของเจ้ากับแม่แล้ว”“ในโอกาสนี้ หลานขอน้อมถวายของขวัญอีกหนึ่งชิ้น”“อะไรรึ”“หลานทราบว่าเสด็จย่าทรงชื่นชอบภาพวาดแฝงคติธรรมของสือเทา[1]ยิ่งนัก หลานจึงทุ่มเทด้วยแรงกายแรงใจที่มี ตามหาภาพวาดของสือเทามาถวายเป็นของขวัญอีกชิ้นพ่ะย่ะค่ะ”องค์ชายแปดปรบมือให้สัญญาณ ขันทีสองคนก็ช่วยกันประคองภาพวาดอันแสนวิจิตรงดงามออกมาแสดงให้ทอดพระเนตร ผลงานของศิลปินสือเทาเป็นที่เลืองลื่อ สมัยที่คังซีเสด็จประพาสทางใต้ สือเทาเคยเข้าเฝ้าถวายภาพวาดประกอบ
บรรยากาศภายในงานเลี้ยงหรูหรากำลังรื่นเริงสุขสำราญ เสียงอวยพรดังขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าผสานกับเสียงดนตรีบรรเลง สุขสดชื่นจนนาราเองก็ยังตื่นตาตื่นใจไปด้วย แต่ทว่านางเริ่มสังเกตว่าอิ้นเจินนั่งหน้าเครียด คือปกติหน้าตาก็ดูเคร่งขรึมดุดันอยู่แล้วแต่นาราดูออกว่าเขากำลังกระวนกระวาย “ท่านพี่ เป็นอะไรไปเพคะ” นาราสะกิดไหล่พลางกระซิบ “หม่อมฉันขอโทษที่ไปแหย่พระชายานะ อย่าเครียดสิ” “เปล่า ไม่ใช่เรื่องนั้น” “แล้วเรื่องอะไร” “ข้าอยากกินแปะก๊วยกับเม็ดบัว” อิ้นเจินเม้มริมฝีปาก เคาะนิ้วลงบนโต๊ะรัวแรง “จู่ๆ มันก็อยากกินขึ้นมา” “หา?”โอเ
ชินหวังตี้ฝูจิ้นสะบัดหน้าเชิดขึ้นอย่างทระนง พัดด้ามหยกขาวในมือโบกพัดเป็นระวิงตามอารมณ์รุ่มร้อน เพราะเหล่าแม่บ้านสมาคมเชื้อพระวงศ์ทั้งหลายต่างหันไปซุบซิบนินทา คาดเดาไปต่างๆ นานาว่าองค์ชายสี่ไม่โปรดพระชายาเอก จวินอี้จึงตวัดสายตาแข็งกร้าวมองกลุ่มคนนินทาจนกลุ่มแตกกระเจิง อารมณ์ของจวินอี้เริ่มแปรปรวนอีกแล้ว“ฮึ! งานเลี้ยงวันนี้เป็นงานใหญ่ มีชายาวังโน้นวังนี้มาร่วมงานมากมาย ท่านควรจะพาข้าร่วมงานเพียงผู้เดียว ฮึ! ไม่ใช่พามันมาฉีกหน้าหม่อมฉันด้วย!”จินจูพยายามกระซิบปรามนายหญิง “พระชายาเพคะ... เก๋อเก๋อเป็นชายาคนหนึ่ง ฝ่าบาททรงมีรับสั่งให้เก๋อเก๋อเข้าเฝ้าไทเฮา...”“อ้อ! แล้วข้าไม่ใช่พระชายาของหวังเย๋หรือไง! ฮึ! ข้าเป็นพระชายาเอกที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างถูกต้อง!”“พระชายา เบาเสียงลงหน่อยเพคะ”“ก่อนตะวันตกดิน มันจะต้องไสหัวออกไปจากยงหวังฝู!” นางยื่นคำขาด ปลายนิ้วจิกเกร็งบนหน้าท้องของตัวเอง ส่วนอีกมือคว้าจอกเหล้าฤทธิ์แรง เตรียมจะดื่มลงไป ประกาศชัดเจนว่าหากไม่ได้ทุกสิ่งตามที่ตนต้องการ จวินอี้จะทรมานเด็ก
เดิมทีคังซีกำหนดตัวองค์ชายสี่ให้เป็นเพื่อนคอยดูแลรัชทายาท เสมือนคอยรับใช้ใกล้ชิดรัชทายาท เพื่อให้ในอนาคตเมื่อรัชทายาทโตขึ้นจะได้มีเพื่อนที่รู้ใจคอยช่วยเหลืองาน หลังจากนั้นองค์ชายสี่จึงกลายเป็นคนที่ได้เดินตามหลังรัชทายาทไปในทุกๆ ที่ ที่ไหนรัชทายาทไป ที่นั่นชายสี่ก็จะได้ไปรับรู้เหตุการณ์ด้วย รัชทาย
บทที่ 1 องค์ชาย ปีคังซีที่ 51 มวลเมฆหนาทึบทยอยโปรยปรายสายฝนกระหน่ำ สายฟ้าพลันฟาดเปรี้ยงลงบนยอดไม้จนแหลกลาญ ร่างสง่างามของชายฉกรรจ์นับสิบคุกเข่าอยู่เบื้องหน้าเฉียนชิงกง[1] ชายรูปงามองอาจที่อยู่แถวหน้าสุดสวมใส่ชุดปู่ฝู[2]ลวดลายมังกรห้าเล็บปักบนฉลองพระองค์ไหมต่วน บ่งบอกตำแหน่งเ
“อี๋ อาหารเม็ด หนิงไปที่นู่น จะเก็บข้อมูลเรื่องอาหารการกินแล้วก็ลองชิมของอร่อยๆ ดูก็ได้ค่ะ” นาราหยิบออก พ่อหยิบเข้า“แล้วถ้าเกิดว่ากินอาหารของทางนั้นไม่ได้ล่ะ”“ไม่เห็นจะยากเลยค่ะพ่อ กินได้ก็กิน กินไม่ได้ก็เททิ้งไปแล้วไปหากินใหม่ รับรองเรื่องกินหนิงไม่ปล่อยให้พลาดหรอกค่ะ ถ้าพ่อกลัวหนิงเสาะท้องจนไม่
แทนคุณไม่เห็นด้วยเลยที่จะให้น้องสาวซึ่งไร้ประสบการณ์มารับหน้าที่ย้อนเวลา แต่นารายืนกรานหนักแน่นมาตลอดว่าจะทำเอง แทนคุณจึงเป็นผู้เคี่ยวเข็ญน้องสาวในระยะเวลาสั้นๆ เกี่ยวกับภารกิจนี้ พร้อมย้ำเสมอว่าที่ผ่านมามีการส่งผู้สังเกตการณ์ไปยังยุคอดีตหลายคนแล้ว มีถึงครึ่งหนึ่งที่หลุดไปในกระแสกาลเวลาและไม่ได้กลั







