Mag-log in“จับคนร้าย! จับคนร้าย!”
ทหารองครักษ์มาถึงพร้อมทวนแหลมคม นาราจึงแยกเขี้ยวยิงฟัน
องค์ชายผู้นั้นก็คืออู่เอ่อร์กุน เป็นโอรสองค์รองของจุ้นหวังแห่งเผ่าปาหลิน เผ่าเล็กนิดเดียว และองค์ชายผู้นั้นยังมีศักดิ์เป็นเพียงไท่จี๋ขั้นสองหรือเชื้อพระวงศ์มองโกลชั้นล่างอีกต่างหากแต่คังซีทรงถูกพระทัย จะต่ำศักดิ์แค่ไหนก็ไม่เห็นเป็นอะไรคังซีตรัสเรียกหาองค์ชายอู่เอ่อร์กุนให้เข้าเฝ้าที่เมืองหลวง จังหวะนั้นเองที่ความรักหนุ่มสาวผลิบาน คังซีทรงเห็นชอบพร้อมประกาศยกองค์หญิงหรงเซี่ยนให้ เหล่าเชื้อพระวงศ์มองโกลหลายคนที่ตั้งใจจะทูลขอองค์หญิงสามไปประดับบารมีเผ่าตนก็ถึงกับอึ้ง เพราะไม่คิดว่าคังซีจะยกลูกรักให้เชื้อพระวงศ์มองโกลชั้นล่างผู้นั้นจอมกษัตริย์อย่างคังซีพูดจริงทำจริง ยกให้แต่งงานกันเพราะทั้งคู่เหมาะสมกันมาก อีกทั้งสองคนเคยรู้จักสนิทสนมกันเมื่อครั้งยังเยาว์วัย ไม่ยากที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน และอีกหนึ่งเหตุผลที่จักรพรรดิคังซียกองค์หญิงให้เผ่าปาหลินซึ่งเป็นเผ่าเล็ก ด้วยว่าไม่ประสงค์จะให้องค์หญิงถูกใช้เป็นเครื่องต่อรองทางการเมือง พร้อมพระราชทานนาม ‘หรงเซี่ยน’ และยศเจ้าฟ้าหญิงชั้นสูงสุดชนิดที่เรียกว่าไม่มีองค์หญิงคนไหนเทียบเท่า และย้ายตามพระสวามีไปอยู่ที่เผ่าปา
เส้นเลือดบนขมับอิ้นทีปูด“คารวะอาซ้อ” อิ้นทีประสานมือคำนับอย่างเสียมิได้ พี่ชายจะแต่งกับใครก็แต่งไปเถิดเขาไม่เคยสนใจ แต่พี่กลับเลือกแต่งกับสาวเถื่อนปากคอน่ากระทืบ อิ้นทีก็ไม่สบอารมณ์ ยิ่งเห็นอิ้นเจินจูงมือนารา เรียวขาแข็งแรงที่เคยก้าวเดินเร็วรี่ บัดนี้ยอมก้าวช้าลงให้นางเดินตามทันและเคียงข้างไปด้วยกัน ท่วงท่าของยงชินหวังราวกับประคองถ้วยรางวัล อิ้นทียิ่งพิศวง ไม่เคยรู้เลยว่าพี่ชายจะอ่อนโยนได้ถึงเพียงนี้สีหน้าของเต๋อเฟยอิ่มเอิบเป็นพิเศษเมื่อนารากับพระโอรสจูงมือกันเข้ามายกน้ำชาคำนับ ผู้ที่ประทับเคียงข้างเต๋อเฟยและมีรอยยิ้มเบิกบานไม่แพ้กันนั่นคือคังซีผู้เปลี่ยนฐานะเป็นพระราชบิดาของนางอีกคน“เจ้าพูดไว้ไม่มีผิดเลยนะเต๋อเฟย เด็กสองคนนี้เหมาะสมกันจริงๆ เจ้าสี่ไม่เคยหน้าบานขนาดนี้มาก่อนเลย”เต๋อเฟยยิ้มพลางหัวเราะ “วัยหนุ่มเลือดร้อน ถ้าไม่ปรารถนาหญิงงามสิน่าแปลก ดอกไม้ที่บานอย่างกล้าหาญในสภาพแวดล้อมที่เลวร้าย นั่นคือดอกไม้ที่หายากและงดงามที่สุด เจินเอ๋อร์ยอมสู้เพื่อดอกไม้ดอกนี้เชียวนะเพคะ”“เฮ้อ ขงจื้อเตือนไว้ กามตัณ
ดอกเบญจมาศหลากสีในอุทยานหลวงเบ่งบานต้อนรับฤดูร้อน ดอกบัวแย้มกลีบบานสว่างไสว วังต้องห้ามเป็นสิ่งมีชีวิตอย่างหนึ่งที่เติบโตด้วยความรักโลภโกรธหลงของผู้ที่อาศัยอยู่ในนั้น เรื่องราวต่างๆ ที่ไร้ผู้คนจดจำจะถูกกลืนทับด้วยเรื่องราวใหม่ๆ ความตลกร้ายคือชะตากรรมมักจะซ้ำรอยเดิมครั้งแล้วครั้งเล่า หากอ่อนแอไร้ผู้ปกป้อง ผู้คนก็จะดูถูกล่วงเกิน หากโดดเด่นเกินหน้า ผู้อื่นก็จะจุดไฟเผาผลาญ...นาราคือเชื้อไฟชั้นดีนาราได้รับพระราชทานยศขึ้นเป็นเก๋อเก๋อ จึงมีชุดประจำตำแหน่งเช่นเดียวกับเชื้อพระวงศ์คนอื่นๆ ด้วย ชุดของนาราเป็นชุดที่เต๋อเฟยทรงคัดเลือกเนื้อผ้าไหมให้ด้วยพระองค์เอง สวมคู่กับพระมาลาต่งเฉากวนหนังจิ้งจอกดำ ด้านบนเป็นทองคำฉลุลายประดับไข่มุกและยอดทับทิม ถัดลงมาติดพู่สีแดงเข้มประดับด้วยนกยูงทองรอบหมวกห้าตัว ด้านหลังพระมาลาร้อยสายทองไข่มุก ส่วนเหอซั่วชินหวังอิ้นเจินสวมชุดเซี่ยเฉาฝูสีน้ำเงินเข้มปักมังกรน่าเกรงขาม แม้ว่าเสี้ยวพักตร์คมเข้มจะมิได้แสดงอารมณ์ใดๆ แต่คนใกล้ชิดของเขาต่างรู้ว่าเจ้าบ่าวผู้ผ่านคืนเข้าห้องหอมาหมาดๆ มีความสุขเพียงใดภายในโถงตำหนักเหยียนชีกงวันนี้
บทที่ 28 แค่ชักธงรบก็ชนะศึกงานเลี้ยงวิวาห์เลิกราไปตั้งแต่เมื่อคืน แต่เสียงบ่าวไพร่พูดถึงชื่นชมนายหญิงคนใหม่แห่งยงหวังฝูยังคงเสียดแทงหลอนโสตประสาท จวินอี้กำลังเผชิญความหนาวเหน็บ วูบต่อมาก็ร้อนประหนึ่งกองไฟโหมกระหน่ำแผดเผา พิษของความเคียดแค้นหึงหวงเป็นดั่งยาพิษแสนร้าย ออกฤทธิ์เชื่องช้าและฝากความเจ็บปวดอ้อยอิ่งไว้ทุกลมหายใจ พิษนี้มิได้ฆ่า แต่จะทรมานให้ตายทั้งเป็น หลายวันที่ผ่านมามารดาของจวินอี้แวะเวียนมาเยี่ยมไม่ได้ขาดเพื่อเกลี้ยกล่อมให้จวินอี้หย่าขาดจากยงชินหวังเสีย เปล่าประโยชน์ที่จะดันทุรังไขว่คว้าความรักจากคนที่ไม่ได้รักแต่คำตอบของจวินอี้คือ ไม่!“ข้าจะอยู่เป็นก้างขวางคอมัน ขัดขวางความสุขของมัน ข้าจะใช้ตำแหน่งพระชายาเอกทรมานมันให้ตายทั้งเป็น”บ่าวไพร่ในจวนประคองถาดยาและอาหารร้อนๆ เข้าไปถวาย แต่จินจู บ่าวคนสนิทของจวินอี้ขวางทางไว้และไม่อนุญาตให้ผู้ใดเข้าไปด้านในเรือนใหญ่ทั้งสิ้น จินจูรับถาดมาถือเองและไล่ตะเพิดพวกบ่าวไปให้ไกลๆ“เมื่อไหร่จะเงียบเสียงลงสั
แต่ทว่าสาวใช้มาเคาะประตูเรียกเพื่อขออนุญาตนำอ่างน้ำล้างหน้าเข้ามาถวายสีหน้าของอิ้นเจินเหมือนควบม้าห้อเต็มกำลังแล้วถูกเต่าเดินตัดหน้าจนหัวทิ่มอย่างไรอย่างนั้น เขาสูดลมหายใจเข้าอย่างอดทน จำใจต้องผละจากนาง “แต่งตัวเถอะ เราต้องรีบเข้าวังกัน”“พะ...เพคะ” นาราไม่รู้ตัวเลยว่าตนเองกลั้นหายใจไว้ตั้งแต่เมื่อไหร่ รู้แค่ว่าเมื่อร่างแข็งแกร่งปานภูผาถอยห่างออกไป ตัวนางก็ไหลย้วย เละละละ เละตุ้มเป๊ะไปเรียบร้อยแล้ว“คำนับเก๋อเก๋อ หม่อมฉันจะช่วยแต่งฉลองพระองค์นะเพคะ” เจียวเจียวกับบ่าวอีกสองคนเตรียมน้ำล้างหน้าลอยกุหลาบไว้พร้อมสรรพ นาราอยู่ในฐานะนายหญิงแห่งยงหวังฝูแล้วจึงรู้สึกแปลกลึกๆ ในใจเพราะไม่เคยชิน และความไม่เคยชินนี่เองที่ทำให้นางไม่ไว้วางใจ“เจียวเจียว เจ้าเตรียมเงินพวงให้ข้าสักสามสี่พวง แล้วไปตามบ่าวไพร่ที่รับใช้ข้ามาให้หมดทุกคน”“เงินพวง? เอ่อ... แล้วบ่าวเรือนใหญ่เล่าเพคะ? จะให้บ่าวตามตัวมาด้วยหรือไม่” เจียวเจียวงุนงงจนต้องเอ่ยถาม นาราจึงโบกมือว่าไม่ต้อง“น้ำบ่อไม่ยุ่งน้ำคลอง อย่าไปวุ่
นารากะพริบตาปริบๆ คือไม่ใช้เองก็ได้ แต่มันเอาไปขายได้ว้อย นาราบ่นอุบอิบๆ และก่อนที่อะไรๆ จะเกินเลยไปมากกว่านี้ อิ้นเจินชิงพลิกกายลุกขึ้นแต่งตัว จงใจอวดเรือนกายเปี่ยมมัดกล้ามตึงแน่น และหยิบกางเกงขึ้นมาสวมช้าๆร่างกายของเขาดูบึกบึนแข็งแรงยิ่งกว่าชายใด มัดกล้ามกำยำและมีบางส่วนนูนแน่นเหมือนปมเชือกขนาดเขื่องนาราจ้องตาไม่กะพริบ ริมฝีปากแห้งผากและสองแก้มแดงฉ่า อิ้นเจินเองก็จ้องมองนางด้วยสายตาอันเข้มข้นทรงอำนาจปานจะแผดเผา พร้อมรักษาสัญญาอย่างเคร่งครัดด้วยการหยิบเอี๊ยมแดงที่กระเด้งตกอยู่ข้างเตียงขึ้นมา“มาสิ ข้าจะใส่ให้”“มะ...ไม่ต้อง หม่อมฉันใส่เองได้เพคะ” นาราหน้าแดงจนตาโปนและกอดผ้าห่มแน่นขึ้น เมื่อคืนนัวเนียกันไปกี่ยกหนอ... นารานับนิ้วจนวุ่นอีรุงตุงนัง ทั้งสองรักกันครั้งแล้วครั้งเล่า เรียนรู้วิถีลี้ลับที่เพิ่งค้นพบในชีวิต จูงมือกันจุมพิตถ้วนทุกอณูเรือนกาย ตอบสนองกันและกันอย่างดื่มด่ำ นางไม่เคยรู้สึกวิเศษและเปี่ยมล้นขนาดนี้มาก่อนเลย แต่พอตื่นขึ้นมาสบตากันอีกครั้ง ไม่รู้ทำไมว่านางยิ่งสะท้านอายหนักกว่าเดิมเสียอีกเขินว้อย! นารายกชายผ้าห่มขึ
เฉินกูกูพร้อมด้วยนางกำนัลกับขันทีอีกสามสี่คนพาหมอหลวงมาถึง ขณะที่ถูกประคองร่างออกไปจากศาลาสวดมนต์ สตรีชุดเทาผู้นั้นก็มองไปทางภูเขาจำลองซึ่งเป็นที่ซ่อนของนาราตลอดเวลา พยายามจะบอกให้คนไปตามตัวนาราออกมาแต่ยังพูดอะไรไม่ไหว“เหนียงเหนียงเพคะ เป็นอะไรมากหรือเปล่าเพคะ หม่อมฉันไม่ดีเองที่ปล่
“พวกเจ้าเตรียมยาต้มของเหนียงเหนียง[1]เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”“ยะ...ยังเจ้าค่ะเฉินกูกู[2]”“แล้วยังไม่รีบไปจัดการให้เรียบร้อยอีก ต้องรอให้ข้าสั่งทำโทษเจ้าใช่หรือไม่เถาจื่อ”“ข้าน้อยมิกล้าๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้แล้วเจ้าค่ะ” นางกำนั
บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า ตำหนักเหยียนชีกง ตำหนักพระสนมเต๋อเฟย เช้าตรู่หลังจากสายฟ้ากระหน่ำเบาบางลง ท้องฟ้
ยงหวังฝู... วังขององค์ชายสี่ “อย่าคิดมากไปเลยพี่สี่ ท่านรับมอบอำนาจหน้าที่จากเสด็จพ่อให้ปราบปรามพวกขุนนางกังฉิน พวกพี่แปดพี่เก้าพี่สิบแอบรับสินบนจากกังฉินพวกนั้นเงียบๆ มานาน พอท่านขยับตัวย่อมทำให้พวก







