FAZER LOGINการปรากฎตัวของนางเต็มไปด้วยปริศนาจนอิ้นเจินคำรามออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ พวงดอกไม้แปลกประหลาดที่นางท
บทที่ 27 เก๋อเก๋อแห่งยงหวังฝู นาราหลับไปแล้ว...ซุกกายหลับใหลในอ้อมกอดของเขา อิ้นเจินจุมพิตเรือนผม พวงแก้มและปล่อยให้นาราใช้เขาต่างฟูกเนื้อ ยามนี้ใกล้จะสว่างแล้ว วันใหม่นี้คู่แต่งงานต้องเข้าวังเพื่อคารวะผู้ใหญ่ตั้งแต่เช้า แต่เขาก็ดันทำให้นางตื่นเกือบทั้งคืน เขาตื่นตัวและครอบครองกายสาวทุกครั้งที่มีโอกาส เรียนรู้กันและกันโดยที่เริ่มต้นนับหนึ่งใหม่ในทุกๆ ครั้ง สำรวจตรวจค้น ฟังเสียงหัวเราะคิกคักและจับมือกันไว้ขณะเต้นรำในเปลวเพลิงปรารถนา ลอยละลิ่วขึ้นสู่ปุยเมฆบนฟากฟ้าอิ้นเจินก้มลงจูบ พอใจที่จะอยู่เงียบๆ นอนฟังเสียงลมหายใจแผ่วหวานรินรดแผงอกกำยำร้อนจัด นาราช่างพอเหมาะพอเจาะ ราวกับเหล่าปวงเทพสรรค์สร้างผู้หญิงคนนี้มาเพื่อเป็นของเขาโดยแท้เขาจะไม่มีวันยอมเสียนางไปมือแกร่งเอื้อมหยิบผ้าห่มขนสัตว์มาคลุมร่างทั้งสองเพื่อความอบอุ่น เขาจะไม่มีวันลืมห้วงเวลาอันแสนดื่มด่ำแสนหวานคืนนี้เลย อิ้นเจินหัวเราะแผ่วเบาเมื่อเหลือบมองถุงยางที่หล่นอยู่
“ฝ่าบาท ตอนนี้ดึกมากแล้ว ทรงพักผ่อนเถิดเพคะ”เต๋อเฟยเสด็จมาเฉียนชิงกงเพื่อถวายของว่างและอยู่ช่วยฝนหมึกถวายข้างโต๊ะทรงงาน แม้ว่าคืนนี้จะเป็นคืนแต่งงานของพระโอรส แต่ทว่าพระองค์ก็มิอาจหยุดทำงาน ทรงตวัดพู่กันลงคำสั่งรับทราบฎีกาเป็นร้อยๆ ฉบับ ทรงโปรดการจดบันทึก แม้กระทั่งวางแผนงานวิเคราะห์ต่างๆ มากมายและแต่งหนังสือ แต่ช่วงหลายปีมานี้เผ่ามองโกลที่ยังไม่ยอมสวามิภักดิ์รุกรานทางตอนเหนืออยู่เนืองๆ เป็นเหตุให้ราชวงศ์และเผ่ามองโกลที่เป็นกันชนสูญเสียไพร่พลไปมาก พระองค์จึงเคร่งเครียดมาหลายวัน “ดื่มชาลิ้นจี่สักหน่อยนะเพคะ ปกติหม่อมฉันใช้ชาแดงคั่วอบกับลิ้นจี่ แต่คราวนี้ลองใช้ชาอู่หลงดู รสจะเข้มข้นและแตกต่างออกไปจากชาแดง น้ำชามีกลิ่นลิ้นจี่หอมหวานเด่นชัด เนื้อชาจะหนาข้นแต่ไม่เหนียวคอ ทานแล้วชุ่มคอนาน ลองเสวยดูนะเพคะ”“อืม กลิ่นหอมดี” รับสั่งแต่ไม่หยิบดื่มเพราะยังติดพันงาน เต๋อเฟยจึงทูลเตือน“ฝ่าบาททรงงานตั้งแต่เช้าจรดค่ำมืดดึกดื่นมาหลายเดือนติดต่อก
“เพียงผู้เดียวที่เป็นเจ้าของกายและใจของข้าคือเจ้า”นาราสะอื้น หยาดน้ำตาแพรวพราวไหลรินอาบแก้ม นึกขอบคุณโชตชะตาที่ชักนำให้นางได้มาพบความรักของคนผู้นี้ อิ้นเจินจุมพิตซับน้ำตานั้นทีละหยดและนึกพิศวงถึงอานุภาพของความรัก คำคำนี้เป็นเรื่องไกลตัวเสียจนเขาไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน แต่ตอนนี้เขาไม่อาจอยู่ได้โดยขาดความรักและแล้วอิ้นเจินก็ขยับเข้ามา ร่างของเขาสัมผัสถูกผิวอ่อนบางก็คล้ายว่ามีกระแสไฟฟ้าแล่นแปลบปลาบ นาราเจ็บและมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อยก่อนที่มันจะแปรเปลี่ยนเป็นความเร่าร้อนเติมเต็มเขากำลังจะฝังกายอันตึงแน่นเข้าไปลึกขึ้นอีก อย่างเชื่องช้าระมัดระวัง และมันเพิ่งจะเริ่มต้นเมื่อเขาเริ่มขยับ นาราอ้าปากหอบหายใจแรงขึ้น ความร้อนที่พร่างพรูเข้ามากำลังทวีความดุดันดิบเถื่อนมากขึ้นเรื่อยๆ นาราจึงซุกแก้มแนบไหล่กว้างกำยำ เนื้อตัวสะท้านด้วยความซาบซ่านรัญจวน ปรารถนาที่จะให้ความต้องการอันแสนทรมานนี้สิ้นสุดลง และแล้วนาราก็นึกถึงเรื่องที่สมควรต้องทำที่สุดเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้“ดะ...เดี๋ยวก่อนเพคะ ใจเย็นๆๆ”นาราชูมือขอเวลานอก หอบหายใจถี่เร็วเมื่อ
“เจ้าหิวหรือเปล่า” “ไม่อ่ะ ไม่หิว” นาราส่ายหน้า “ตอนเข้าพิธีที่เหยียนชีกง... เหนียงเหนียง... เอ่อ... เสด็จแม่ป้อนของกินให้จนหม่อมฉันอิ่มแล้วเพคะ” “ดีแล้วล่ะ เพราะคืนนี้เราต้องใช้แรงกันหนักมาก”แรงอะไรวะคะ... เจ้าสาวใบ้รับประทาน ตอนแรกก็ตั้งใจจะถอดเสื้อแดนซ์ยั่วไรงี้ แต่พอถึงเวลาเข้าห้องหอกันจริงๆ นาราแรดไม่ออก ได้แต่ทำตาปรอยมองพระสวามีถอดหมวกยศวางบนโต๊ะ ก่อนที่ร่างสูงสง่าจะหันกลับมาสบตาเขาเงียบ นางก็เงียบ อากาศที่อยู่คั่นกลางระหว่างทั้งสองกลับร้อนระอุขึ้นเรื่อยๆ รอเวลาปะทุ ร่างกายของเขาเปล่งประกายน่าเกรงขาม ทั้งดุดันทั้งเย้ายวนเปี่ยมไปด้วยเสน่ห์ของชายชาตรี ดวงตาคมกร้าวก็ดูคล้ายจะส่องประกายอ่อนโยน หัวใจของนาราจึงพองโตขึ้นอย่างน่าประหลาดนางเป็นอะไรไป? ทำไมจู่ๆ จึงตัวสั่น? ร่างกายร้อนผ่าวจนเหมือนเป็นไข้ ทำไมถึงมีปฏิกิริยาเช่นนี้เล่า?...“เอ่อ... ท่านพี่... เ
บทที่ 25 ท่านหวังเย๋ใจเย็นก่อน ขบวนแห่เจ้าสาวของยงชินหวังเป็นที่เลื่องลือพูดถึงความยิ่งใหญ่สง่างามไปทั่วแผ่นดิน บรรดาแขกเหรื่อล้วนเป็นบุคคลระดับสำคัญมารวมตัวกันในงานเลี้ยงฉลองแสดงความยินดี ทั่วทั้งจวนยงหวังฝูตกแต่งด้วยสีแดงและทองคำงามอร่ามสวยงามสมพระเกียรติ ด้านในโถงติดตัวอักษรซังฮี้และลายหงส์มังกรเคียงคู่ สุรามงคลในกาสีแดงเปล่งปลั่งเสียบใบทับทิมซึ่งได้รับพระราชทานจากฮ่องเต้ถูกแจกจ่ายจนล้นปรี่ ร่างสูงสง่าผู้เป็นเจ้าของงานยกจอกสุรารับการอวยพรจากแขกเหรื่อนับครั้งไม่ถ้วน พ่อบ้านเฟิงหลงจึงเกรงว่านายผู้สูงศักดิ์จะมิอาจครองสติเข้าห้องหอได้ไหว แต่ทว่าสุราพันจอกมิอาจทำอะไรองค์ชายผู้นี้ได้แม้แต่น้อย เสียงพูดคุยหัวเราะสนุกสนานและเสียงร่ำลือถึงพระชายาคนใหม่ของยงชินหวังดังไม่ขาดสาย “ข้าเคยเห็นเก๋อเก๋อตามเสด็จเต๋อเฟยไปชมงิ้วหลวง ดวงตาของนางงามเป็นประกายเหมื
“ไม่!” นาราถลึงตาใส่เขาเป็นครั้งแรก แต่อีกฝ่ายยังคงกล่าวต่อไปโดยไม่สนใจ“วันนี้ข้าพาเจ้าออกจากวังตามสัญญา เจ้าเองก็ต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับข้าเช่นกัน จงไปอยู่กับข้า” อิ้นเจินไม่เปิดโอกาสให้นาราปฏิเสธ นาราเม้มริมฝีปากแน่น นึกเคืองตัวเองที่พลาดท่าเสียทีแก่ชายผู้นี้ตั้งแต่วันนั้นแล้ว หมากกระดานนี้เขาได้ทั้งขึ้นทั้งล่องเลยชัดๆ ช่างน่าโมโหโทโส“สัญญาอะไร หม่อมฉันไม่รู้เรื่อง”มือแกร่งเอื้อมมาบีบจมูกนางอย่างรวดเร็ว พลางดึงไปดึงมาเป็นการลงโทษฐานตีรวน “อย่าคิดบิดพลิ้ว ข้ารู้ว่าเจ้าจำรายละเอียดข้อตกลงได้ทุกประโยค และที่สำคัญมีเสด็จแม่ทรงเป็นพยาน หากเจ้านิยมชมชอบการกลืนน้ำลายตัวเอง ข้าก็ตามใจ”“หนิงเอ๋อร์ ข้าผิดเองที่ปิดบังเจ้า หากเจ้าเอ่ยมาคำเดียวว่าไม่ต้องการแต่ง ข้าเองจะไม่ขัดขวาง”เต๋อเฟยทรงเป็นนักเจรจาชั้นยอด แค่พูดสั้นๆ ไม่ต้องอารัมภบทมากมายก็ทำให้อีกฝ่ายไม่อาจโต้แย้ง นาราไม่ใช่คนโง่ นางเห็นจางกงกงยืนอยู่ แค่นี้ก็รู้แล้วว่านี่เป็นงานสมรสพระราชทานจากเบื้องบนโดยมีองค์ไทเฮาทรงเห็นชอบ อีกอย่างนา
เฉินกูกูพร้อมด้วยนางกำนัลกับขันทีอีกสามสี่คนพาหมอหลวงมาถึง ขณะที่ถูกประคองร่างออกไปจากศาลาสวดมนต์ สตรีชุดเทาผู้นั้นก็มองไปทางภูเขาจำลองซึ่งเป็นที่ซ่อนของนาราตลอดเวลา พยายามจะบอกให้คนไปตามตัวนาราออกมาแต่ยังพูดอะไรไม่ไหว“เหนียงเหนียงเพคะ เป็นอะไรมากหรือเปล่าเพคะ หม่อมฉันไม่ดีเองที่ปล่
“พวกเจ้าเตรียมยาต้มของเหนียงเหนียง[1]เสร็จเรียบร้อยแล้วหรือยัง?”“ยะ...ยังเจ้าค่ะเฉินกูกู[2]”“แล้วยังไม่รีบไปจัดการให้เรียบร้อยอีก ต้องรอให้ข้าสั่งทำโทษเจ้าใช่หรือไม่เถาจื่อ”“ข้าน้อยมิกล้าๆ จะรีบไปเดี๋ยวนี้แล้วเจ้าค่ะ” นางกำนั
บทที่ 2 เผ่นเถอะจ้า ตำหนักเหยียนชีกง ตำหนักพระสนมเต๋อเฟย เช้าตรู่หลังจากสายฟ้ากระหน่ำเบาบางลง ท้องฟ้
ยงหวังฝู... วังขององค์ชายสี่ “อย่าคิดมากไปเลยพี่สี่ ท่านรับมอบอำนาจหน้าที่จากเสด็จพ่อให้ปราบปรามพวกขุนนางกังฉิน พวกพี่แปดพี่เก้าพี่สิบแอบรับสินบนจากกังฉินพวกนั้นเงียบๆ มานาน พอท่านขยับตัวย่อมทำให้พวก







