LOGIN
แนะนำตัวละคร
ภูริ อายุ28ปี สูง187เซนติเมตร เจ้าของธุรกิจโรงแรมชื่อดังและมีไร่ชาหลายพันไร่อยู่ที่ต่างจังหวัด อัญญา อายุ22ปี สูง159เซนติเมตร . . . . . ตัวอย่าง “คือ…เพื่อนฉันมีเรื่องเดือดร้อน เขาต้องการความช่วยเหลือจากฉัน” “เพื่อนของคุณเดือดร้อนเรื่องอะไรเหรอคะ” เธอยกยิ้มมุมปากแล้วถามพลางคิดในใจว่าเขาโกหกเธอเพื่อจะไปหาคนรักอีกแล้ว เขาเห็นว่าคนรักของเขาสำคัญเสมอและสำคัญกว่าเธอมาก เธอไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขาเลย “เพื่อนฉันไม่สบาย แล้ว…เขาก็ไม่มีใครดูแล ดังนั้นฉันจึงต้องช่วยเหลือเขา” . . . . . “ในเมื่อคนรักของคุณไม่มีพันธะแล้ว งั้นอัญญาจะช่วยให้คุณหมดพันธะเองค่ะ” “เธอพูดแบบนี้หมายความว่าไง” “อัญญาจะหย่าให้คุณค่ะ” “ฉันไม่หย่า” “หย่าเถอะ อัญญาไม่อยากอยู่กับคนที่ชอบโกหกอย่างคุณ” “อย่าหย่าเลยนะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่โกหกเธออีกแล้ว” . . . . . . . . . . . . . . สองปีก่อน ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง วันนี้แพรวนัดแฟนหนุ่มที่คบกันมาสองปีให้มาเจอกันที่ร้านอาหาร เพราะเธอมีเรื่องสำคัญจะบอก เมื่อทั้งสองรับประทานอาหารเสร็จ แพรวก็พูดกับแฟนหนุ่มร่างสูงที่นั่งฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าลำบากใจ ‘พี่ภูริคะ คือ…เรื่องที่เราเคยคิดว่าจะแต่งงานกันคงจะต้องล้มเลิกค่ะ’ ‘ทำไมเหรอแพรว’ เขาถามด้วยสีหน้าตกใจ รู้สึกใจคอไม่ค่อยดี ‘เมื่อคืนมีงานเลี้ยงสังสรรค์กันที่บ้านค่ะ ไม่ใช่บ้านของแพรวหรอกนะคะ แต่เป็นบ้านของลุงธันย์ที่เป็นเพื่อนบ้านค่ะ บ้านแพรวกับบ้านลุงธันย์สนิทกันมาหลายสิบปีแล้วค่ะ…’ เธอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากแล้วพูดต่อ ‘เมื่อคืนแพรวนั่งดื่มกับโฮป’ ‘โฮปคือใคร’ ‘โฮปคือลูกชายของลุงธันย์ แพรวกับโฮปเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆค่ะ’ ‘อืม แล้วไงต่อ’ ‘เมื่อคืนแพรวดื่มมากจนเมา แล้วก็จำอะไรไม่ได้ พอตื่นเช้ามาก็เห็นว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องนอนกับโฮป แล้วพ่อแม่ของโฮปเข้ามาเห็น ท่านทั้งสองจึงให้โฮปรับผิดชอบแพรวด้วยการแต่งงานค่ะ เพราะพ่อกับแม่ของโฮปคิดว่าแพรวมีอะไรกับโฮปแล้ว พอแพรวบอกว่าโฮปกับแพรวยังไม่ได้มีอะไรกัน แต่พ่อกับแม่ของโฮปท่านไม่เชื่อค่ะ…’ ‘แพรวบอกแล้วว่าแพรวมีแฟนแล้ว และไม่ต้องการความรับผิดชอบ แต่พ่อของโฮปก็ไม่ยอมค่ะ และที่สำคัญพ่อกับแม่ของแพรวก็ไม่ยอมด้วยค่ะ พ่อกับแม่ยืนกรานว่าถ้าแพรวไม่ยอมแต่งงานกับโฮปก็จะไม่ให้แพรวเข้าบ้านค่ะ’ ‘ถ้าอย่างนั้น แพรวก็มาอยู่กับพี่เลยสิ’ ‘ทีแรกแพรวก็คิดแบบพี่นั่นแหละค่ะ แต่พอคิดอีกที แพรวก็ทำไม่ได้ค่ะถ้าจะต้องตัดขาดกันกับพ่อแม่’ ภูริถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความรู้สึกคิดหนักเมื่อคิดว่าอยู่ๆ ก็เกิดเรื่องไม่คาดคิด เขากับแพรววางแผนว่าจะแต่งงานกันปีหน้า แต่กลับมีเรื่องตาลปัตรแบบคิดไม่ถึง ก่อนที่เขาจะพูดออกไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ‘แพรวจะยอมแต่งงานทั้งที่ตัวเองไม่ได้เต็มใจใช่ไหม ยอมแต่งงานทั้งที่แพรวยังรักพี่อยู่งั้นเหรอ แพรวทำใจได้เหรอ’ ‘เพราะมันจำเป็นจริงๆค่ะพี่ภูริ ที่แพรวต้องแต่งงานเพราะแพรวไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นลูกเนรคุณค่ะ’ ถึงเธอจะรักเขา แต่เธอก็รักพ่อกับแม่เหมือนกัน ดังนั้นเธอจึงชั่งใจแล้วว่าต้องเลือกพ่อแม่เป็นอันดับแรกเพราะเธอไม่อยากให้พ่อกับแม่ตัดขาดจากเธอ ‘ถ้าแพรวคิดอย่างนั้น งั้นพี่ก็จะเคารพการตัดสินใจของแพรวก็แล้วกัน’ เขารักเธอก็จริง แต่ในเมื่อเธอตัดสินใจอย่างนั้นเขาก็ไม่อาจจะรั้งเธอเอาไว้ได้ ‘แพรวขอโทษนะคะที่ต้องตัดสินใจแบบนี้แล้วเลือกทิ้งพี่ แต่ขอให้พี่รู้ไว้นะคะว่าที่แพรวแต่งงานเพราะพ่อกับแม่ แต่ไม่ใช่เพราะว่าแพรวรักโฮปค่ะ’ ‘พี่เข้าใจแพรว’ เขารู้ว่าเธอรักเขา แต่ก็เข้าใจดีว่าเธอคงไม่สบายใจถ้าต้องตัดขาดกับพ่อแม่ คอนโดอัญญา วันนี้มณีนุชที่เป็นแม่ของภูริมาหาอัญญาที่คอนโดเพราะมีเรื่องอยากให้ช่วยเหลือ “ที่ป้ามาวันนี้ก็เพราะอยากจะมาขอร้องหนูอัญญาให้ช่วยป้าหน่อย” หญิงวัยกลางคนเอ่ยบอกกับหญิงสาวร่างบางที่นั่งตรงข้ามด้วยท่าทีลำบากใจปนขอร้อง “คุณป้าอยากให้อัญญาช่วยอะไรเหรอคะ” เธอถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ป้าอยากให้หนูอัญญาแต่งงานกับภูริ” “แต่งงาน?” เธอถามออกไปด้วยสีหน้าอึ้งเมื่ออยู่ๆคุณป้าบอกจะให้แต่งงานกับคนที่ชื่อภูริ แล้วคนที่ชื่อภูริคือใคร “ภูริเป็นลูกชายของป้าเองแหละ” ตั้งแต่มณีนุชรับอัญญามาอุปการะ นางไม่เคยเล่าเรื่องของลูกชายให้อัญญาฟัง นางเคยแค่บอกกับอัญญาว่าตัวเองมีลูกชายหนึ่งคน แต่ไม่ได้บอกว่าชื่ออะไร “อ๋อค่ะ” อัญญาพยักหน้ารับรู้ เธอเพิ่งรู้วันนี้นี่แหละว่าลูกชายของคุณป้าชื่อภูริ ก่อนหน้านี้เธอรู้แค่ว่าท่านมีลูกชายหนึ่งคน ท่านเคยบอกเธอแล้วครั้งหนึ่งแต่นานมาแล้ว “ที่ป้าอยากให้หนูอัญญาแต่งงานกับภูริ เพราะป้าอยากให้หนูอัญญาได้เป็นคนเยียวยาหัวใจของเขา” “…” อัญญาที่ได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกฉงนใจกับคำว่าเยียวยาหัวใจ “ภูริเคยมีคนรักมาก่อน แล้วเมื่อสองปีก่อนคนรักของเขาต้องไปแต่งงานกับคนอื่นด้วยความจำเป็นบางอย่าง ภูริเสียใจมาก จนผ่านมาสองปีแล้วเขาก็ยังเสียใจอยู่ หลังจากแฟนแต่งงานภูริก็ไปอยู่ไร่ชาที่ต่างจังหวัด และเขาก็ไม่เคยกลับมาที่นี่อีกเลย” “…” อัญญาพยักหน้าเบาๆอย่างรับรู้พลางรู้สึกสงสารเขาที่ต้องเสียคนรักให้คนอื่นไป เธอเข้าใจหัวอกของคนที่ต้องเสียคนรักมันเป็นยังไง เธอเคยผ่านเหตุการณ์นั้นมาแล้ว เธอต้องเสียแม่ไปแบบไม่มีวันกลับ ซึ่งผิดกับเขาที่ต้องจากเป็นกับคนรัก เมื่อหกปีก่อนแม่ของเธอเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ผ่านมาหกปีแล้วเธอก็ยังไม่เคยลืมแม่เลยสักวัน “ที่ป้าต้องขอความช่วยเหลือจากหนูอัญญา เพราะมีวิธีนี้วิธีเดียวที่ป้าคิดว่าพอจะทำให้ลูกชายของป้าลืมแฟนเก่าได้ ถ้าป้าไม่ใช้วิธีนี้ป้าก็กลัวว่าภูริจะฝังใจอยู่กับคนรักไม่จบไม่สิ้น…” “หนูอัญญาช่วยป้าได้ไหม ป้าขอร้องละนะ ป้าทุกข์ใจมากเลยที่ลูกชายของป้ายังอยู่ในสภาพที่ยังฝังใจกับคนรักแบบนี้” มณีนุชเอ่ยออกไปด้วยแววตาอ้อนวอนน่าสงสาร อัญญาที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกเห็นใจไม่น้อยพลางคิดในใจว่าถ้าเธอยอมแต่งงานกับลูกชายของคุณป้าแล้วทำให้เขาไม่ฝังใจอยู่กับความเศร้าได้ ก็ถือว่าเธอได้ช่วยเหลือคุณป้าที่เคยอุปการะเลี้ยงดูเธอมาหลายปี“เป็นแผนของนายงั้นเหรอ” เธอมีสีหน้างุนงง“งานเลี้ยงที่บ้านฉันคืนนั้น ฉันเป็นคนอยากให้มันมีขึ้นมาเองแหละ”“…”“คืนนั้นฉันแอบใส่ยานอนหลับในแก้วเหล้าของเธอ พอเธอหลับฉันก็พาเธอไปนอนในห้องกับฉัน เพราะอยากให้พ่อกับแม่มาเห็น เพราะถ้าพ่อกับแม่มาเห็น ฉันรู้ว่าท่านจะให้ฉันรับผิดชอบเธอด้วยการแต่งงาน”“นายทำไปเพื่ออะไร”“ฉันรักเธอตั้งแต่เธออยู่มอสี่ พอฉันรู้ว่าเธอมีแฟนฉันก็รู้สึกไม่สบายใจ พอรู้ว่าเธอจะแต่งงาน ฉันก็เลยคิดแผนการนี้ขึ้น”“โธ่…โฮป นายรักฉันมากถึงขนาดนี้เลยเหรอ” แพรวที่ได้รู้ความจริงและความในใจของโฮปก็คลี่ยิ้มแล้วสวมกอดโฮปด้วยความรัก เขาดีกับเธอเสมอต้นเสมอปลาย“เธอไม่โกรธฉันใช่ไหม” เขากอดเธอแล้วถามออกไป“ที่นายทำไปเพราะรักฉันมาก แล้วจะให้ฉันโกรธนายได้ยังไงล่ะ”“เธอรักฉันไหมแพรว”“ฉันบอกรักนายตั้งหลายครั้งแล้วนะ นายยังจะไม่เชื่ออีกเหรอ” ตอนที่อยู่ด้วยกันสองปี เธอไม่เคยบอกรักเขา แต่ตอนที่กลับมาอยู่ด้วยกันครั้งนี้เธอบอกรักเขาหลายครั้งแล้ว“ฉันรักเธอนะแพรว”“ฉันก็รักนายเหมือนกัน”“ฉันแก่กว่าเธอสามปี เธอเรียกฉันว่าพี่ได้ไหม” ตอนนี้เขาอายุยี่สิบเก้าปี ส่วนแพรวอายุยี่สิบหกปี“ได้สิ งั้นขอพูด
เมื่อภูริลุกไปรับยาและจ่ายเงินเสร็จก็เดินมาที่ร่างเล็กที่นั่งอยู่แล้วพูดออกไป“นั่งรถเข็นดีกว่านะ” เขาไม่อยากให้เธอเดินจึงอยากให้เธอนั่งรถเข็นไปขึ้นรถ“ไม่เป็นไรค่ะ อัญญาเดินเองดีกว่า”“พี่ไม่อยากให้เธอเดินเอง”“รอให้อัญญาท้องโตก่อนนะคะ แล้วค่อยให้นั่งรถเข็น”“งั้นก็กลับกันเถอะ” ว่าจบเขาก็จับข้อมือเรียวให้ลุกขึ้นแล้วพากันเดินออกไปขึ้นรถที่จอดอยู่ไม่ไกลบนรถ“ที่เธอไม่บอกพี่เรื่องท้องเพราะเธอคิดไปถึงคำพูดของพี่ตอนนั้นใช่ไหม ที่พี่บอกว่าไม่อยากมีลูกกับเธอ” เขาถามพลางในใจก็ยังรู้สึกผิดและเสียใจอยู่ที่เคยพูดแบบนั้น“ใช่ค่ะ”เขารั้งร่างสวยสมส่วนเข้ามากอดด้วยความอ่อนโยนทะนุถนอมแล้วลูบหัวเล็กพร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมและพูดออกไป“ตอนนั้นพี่แย่มากเลยนะที่พูดแบบนั้นออกไป พี่ต้องขอโทษอัญญาอีกครั้ง”“อัญญาไม่โกรธพี่ค่ะ ตอนนั้นอัญญาเข้าใจค่ะว่าพี่ไม่ได้รักอัญญา พี่จึงไม่อยากมีลูกกับอัญญา เพราะถ้าเกิดมีลูกแล้วพ่อแม่ไม่ได้รักกัน ต่อไปพ่อแม่อาจจะแยกทางกันก็ได้ แล้วปัญหาก็มาตกอยู่ที่ลูกค่ะ”“เธอเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีจริงๆอัญญา และเธอก็เข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้าง พี่รักเธออัญญา”“อัญญาก็รักพี่ภูริค่ะ”เขา
ภูริวางคนตัวเล็กลงบนเคาน์เตอร์แล้วจัดการถอดเสื้อผ้าของเธอและของตัวเอง เขาจับขาของเธอให้อ้าออกกว้าง มือแกร่งจับท่อนรักยาวใหญ่ถูไถในร่องกลีบสีสวยสี่ห้าครั้งจนน้ำหล่อลื่นไหลเยิ้มออกมา ก่อนที่เขาจะสอดใส่แก่นกายแข็งร้อนเข้าไปในโพรงรักที่คับแน่น จากนั้นไม่นานทั้งสองก็ได้ปลดปล่อยน้ำกามออกมาในปริมาณมากมายจนไหลย้อยลงมาเปรอะเปื้อนบนแผ่นหินอ่อนสีขาวที่ร่างบางนั่งอยู่“อาบน้ำเลยนะ เดี๋ยวค่อยไปทำต่อบนที่นอนอีก” “ค่ะ” จากนั้นทั้งสองก็อาบน้ำด้วยกันในอ่างยี่ห้อหรูเมื่อทั้งคู่ใส่เสื้อผ้าเสร็จ ชายหนุ่มก็พาคนตัวเล็กมานั่งบนโซฟาโดยภูริให้เธอนั่งบนตักแล้วสวมกอดเธอจากทางด้านหลังภูริหยิบโทรศัพท์แล้วถือไว้ตรงหน้าเธอ เขาเปิดเข้าไปในคลังภาพแล้วพูดออกไป“เธอดูรูปในนั้นสิ”“พี่จะให้อัญญาดูรูปอะไรเหรอคะ”“เธอลองเลื่อนดูสิ” จากนั้นเธอก็เลื่อนดูภาพจึงเห็นว่าในนั้นมีแต่รูปแต่งงาน แต่ไม่มีรูปเขาที่ถ่ายกับแพรว“พี่ลบรูปที่ถ่ายกับแพรวออกหมดแล้วนะ พี่ลบออกไปเกือบเดือนแล้ว” ตอนที่เขาคลื่นไส้และนอนซมอยู่แต่ในห้องสามวัน เขาได้ลบรูปที่เขาถ่ายคู่กับแพรวออกหมด“…” อัญญาที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกหัวใจพองโตพลางคิดในใจว่าในที่ส
โรงพยาบาล ตอนเย็นภูริลงจากรถหรูก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่แพรวก็ลงจากรถแท็กซี่มาเหมือนกัน แพรวที่เห็นร่างสูงของแฟนเก่าจึงระบายยิ้มพร้อมกับถามออกไป“พี่ภูริมาทำอะไรที่นี่คะ”“พี่มารับอัญญา อัญญาทำงานอยู่ที่นี่ แล้วแพรวล่ะมาทำอะไร” เขาพูดด้วยสีหน้าปกติ“แพรว…มาหาสามีเก่าค่ะ เขาทำงานอยู่ที่นี่เหมือนกัน”“อ๋อ” เขาพยักหน้ารับรู้พลางคิดในใจว่าหรือจะเป็นหมอคนนั้นที่คอยตามติดเมียของเขาตลอด เมื่อคิดได้อย่างนั้นภูริจึงเอ่ยถามออกไป“สามีเก่าแพรวชื่อโฮปใช่ไหม”“ใช่ค่ะ”“เขาเป็นหมอหรือเปล่า”“ใช่ค่ะ โฮปเป็นหมอสูตินรีเวชค่ะ”“พี่เคยเจอเขาหลายครั้งแล้วตอนมาหาอัญญาที่นี่ พี่เคยได้ยินอัญญาเรียกชื่อเขา อัญญาสนิทกับเขา”“อ๋อค่ะ”“งั้นพี่ขอตัวเข้าไปข้างในก่อนนะ” เขาทำท่าจะเดิน แต่แพรวเรียกไว้“พี่ภูริเดี๋ยวก่อนค่ะ แพรวมีเรื่องอยากคุยกับพี่ เราไปนั่งคุยกันตรงนั้นดีกว่านะคะ”“ได้” จากนั้นทั้งสองก็พากันไปนั่งที่โต๊ะซึ่งอยู่ไม่ไกล แล้วเธอก็เอ่ยกับร่างสูงที่นั่งตรงข้าม“แพรวย้ายกลับไปอยู่บ้านแล้วค่ะ”“พ่อแพรวหายโกรธแล้วเหรอ” ว่าแล้วหญิงสาวก็ยกมือไหว้คนตัวสูงแล้วเอ่ยออกไปด้วยท่าทีรู้สึกผิดกับเรื่องที่ตัวเองโกห
ร่างแกร่งผละจากหน้าอกอวบสวยหลังจากที่ได้เชยชิมอยู่นานหลายนาที ภูริปลดกระดุมเสื้อเชิ๊ตแล้วถอดออกอย่างรวดเร็ว จากนั้นจึงจัดการปลดเข็มขัด เมื่อทำท่าจะดึงกางเกงออก ร่างบางที่มองอยู่ก็เอ่ยออกไป“อย่าถอดกางเกงในออกนะ”“เธออยากให้ฉันเอาเธอทั้งกางเกงในเหรอ”“ค่ะ”“แล้วเธอจะท้องได้ไง”“เอ่อ…เรื่องลูกคุณไม่ต้องรีบหรอกค่ะ ค่อยมีก็ได้”“งั้นฉันแล้วแต่เธอ…”“แต่…เธอช่วยใช้ปากให้ฉันได้ไหม” เธอจ้องใบหน้าหล่อเหลาแล้วคิดว่าเขาใช้ปากให้เธอแล้ว ถ้าเธอจะใช้ปากให้เขาเสร็จด้วยถือว่าได้แฟร์ๆกัน เมื่อคิดได้ดังนั้นเธอจึงบอกออกไป“อัญญาจะให้คุณเสร็จด้วยปากก็ได้ค่ะ แต่คุณห้ามแตกใส่ปาก”“ได้” เขารับคำทันที “งั้นก็ลุกขึ้นมาสิคะ” ว่าแล้วร่างแกร่งก็ลุกขึ้นยืนแล้วถอดกางเกงออก ก่อนจะจับแท่งร้อนหนาจ่อไปที่ปากเล็ก มือบางจับท่อนรักยาวใหญ่ที่มีน้ำสีใสไหลออกมาตรงหัว จากนั้นจึงอ้าปากแลบลิ้นเลียอย่างนุ่มนวล“ซี้ด” ร่างกายของเขาสั่นเทิ้มพลางขนลุกซู่เมื่อลิ้นเล็กๆปาดเลียที่หัวหยักอย่างนุ่มนวลหญิงสาวอ้าปากครอบครองหัวหยักพร้อมกับรูดรั้งเข้าออกด้วยความนุ่มนวลแล้วขยับเข้าออกถี่ขึ้นบ๊วบๆ อ๊อกๆ“อืม…” ภูริก้มมองปากอวบอิ่มที่ขยั
เพ้นท์เฮาส์เมื่อเข้ามาในเพ้นท์เฮาส์ที่ไม่ได้เข้ามาเกือบเดือน ร่างบางอรชรก็เดินมาหย่อนสะโพกนั่งบนโซฟาหรูด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่าย ร่างแกร่งหย่อนกายนั่งข้างเธอก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยโทนเสียงทุ้มนุ่ม“จะไม่เข้าไปอาบน้ำก่อนเหรอ”“จะอาบยังไงล่ะคะ ไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน”“ใส่เสื้อฉันนอนไปก่อน หรือเธอจะไม่ใส่ก็ได้นะ ฉันชอบเวลาที่เธอไม่ใส่อะไรเลยมากกว่า” ใบหน้าหล่อยกยิ้มเย้า“อัญญาไม่อยากใส่เสื้อผ้าคนอื่น”“คนอื่นที่ไหนกันล่ะ ฉันเป็นผัวของเธอนะ เธอมีสิทธิ์ทุกอย่างในตัวฉันและสิ่งของทุกอย่างของฉัน เธอมีสิทธิ์จะได้มันคนเดียว”“แล้วตอนนี้แฟนของคุณยังอยู่ที่คอนโด…” เธอพูดไม่ทันจบประโยค เขาก็พูดขัดขึ้นเสียก่อน“แพรวคือแฟนเก่า แพรวไม่ได้เป็นแฟนของฉันนานแล้ว ทีหลังถ้าจะพูดถึงแพรวก็ใส่คำว่าเก่าเข้าไปด้วยนะ…”“เมื่อกี้เธอจะถามว่าแพรวยังอยู่ที่คอนโดหรือเปล่าใช่ไหม”“ใช่”“เอาเป็นว่าพรุ่งนี้ฉันจะบอกให้แพรวย้ายออกแล้วกัน”“ก็ไหนบอกว่าเขามีปัญหากับที่บ้านไง ถ้าคุณให้เขาย้ายออกจากคอนโด แล้วเขาจะไปอยู่ที่ไหนล่ะ”“เรื่องนั้นฉันไม่รู้หรอก แต่เพื่อความสบายใจของเธอ ฉันก็จะให้แพรวย้ายออก”“คุณไม่ต้องให้เขาย้ายออกหรอก ให้
ห้องนอน 21.45 น.อัญญาที่อยู่ในชุดนอนกางเกงขาสั้นออกจากห้องน้ำมาก็เห็นร่างสูงที่นุ่งเพียงผ้าขนหนูยืนอยู่หน้าห้องน้ำ ร่างเล็กเบี่ยงตัวหลบก่อนที่ร่างกำยำจะเข้าห้องน้ำไปร่างบางเดินมาล้มตัวนอนบนเตียงแล้วดึงผ้าห่มขึ้นมาปิดหน้าอก ก่อนที่ไม่นานชายหนุ่มจะออกมาจากห้องน้ำแล้วหยิบเสื้อผ้าออกมาสวมใส่ ร่างแกร่
เมื่ออัญญาออกจากห้องน้ำมาก็กวาดสายตามองไปรอบๆ เมื่อไม่เห็นร่างสูงจึงคิดในใจว่าเขาคงจะเข้าไปในไร่อย่างเช่นทุกวัน เธออยู่ที่นี่มาหนึ่งเดือน ทุกเช้าเธอจะเห็นเขาเข้าไปในไร่ทุกวันร่างบางเดินออกไปจากห้องนอนจึงเห็นน้าเดือนที่เป็นแม่บ้านกำลังถูพื้นอยู่ ซึ่งช่วงหลังๆมานี้เธอกับน้าเดือนเริ่มสนิทสนมกันมากขึ้
“พ่อกับแม่ทุกข์ใจและเครียดมากนะที่ลูกมัวแต่ฝังใจอยู่กับอดีตแบบนี้ พ่อกับแม่อยากให้ลูกกลับมามีความสุขอีกครั้ง” มณีนุชเอ่ยออกไปด้วยแววตาหมองเศร้าอย่างเห็นได้ชัด ภูริที่รับรู้ว่าพ่อกับแม่คงจะทุกข์ใจกับเขามานานแล้วจึงจำต้องตัดสินใจและพูดออกไป“ผมจะแต่งงานกับผู้หญิงคนนั้นครับ”“แม่ดีใจมากเลยที่ลูกยอมเชื
เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาไร้ที่ติที่อยู่ในเสื้อยืดคอกลมสีเทาดำกับกางเกงยีนส์สีดำเดินเข้ามาในห้องรับแขกที่มีแม่กับหญิงสาวร่างเล็กนั่งอยู่ภูริไม่ได้ชายตาไปมองหญิงสาว ขายาวก้าวมาหย่อนกายนั่งข้างคนเป็นแม่แล้วเอ่ยถาม“แม่หิวหรือยังครับ ถ้าหิวเดี๋ยวผมจะเรียกให้แม่บ้านมาทำอาหาร” เขาจ้างแม่บ้านไว้คอยดูแลบ้านแ







