Masukตัวเขาอยู่กับเธอ แต่ใจของเขาอยู่กับใครอีกคน ทว่า…เธอกลับเผลอใจรักเขา ทัังที่เขาไม่เคยมีใจให้เธอ
Lihat lebih banyakแนะนำตัวละคร
ภูริ อายุ28ปี สูง187เซนติเมตร เจ้าของธุรกิจโรงแรมชื่อดังและมีไร่ชาหลายพันไร่อยู่ที่ต่างจังหวัด อัญญา อายุ22ปี สูง159เซนติเมตร . . . . . ตัวอย่าง “คือ…เพื่อนฉันมีเรื่องเดือดร้อน เขาต้องการความช่วยเหลือจากฉัน” “เพื่อนของคุณเดือดร้อนเรื่องอะไรเหรอคะ” เธอยกยิ้มมุมปากแล้วถามพลางคิดในใจว่าเขาโกหกเธอเพื่อจะไปหาคนรักอีกแล้ว เขาเห็นว่าคนรักของเขาสำคัญเสมอและสำคัญกว่าเธอมาก เธอไม่ได้มีความหมายอะไรกับเขาเลย “เพื่อนฉันไม่สบาย แล้ว…เขาก็ไม่มีใครดูแล ดังนั้นฉันจึงต้องช่วยเหลือเขา” . . . . . “ในเมื่อคนรักของคุณไม่มีพันธะแล้ว งั้นอัญญาจะช่วยให้คุณหมดพันธะเองค่ะ” “เธอพูดแบบนี้หมายความว่าไง” “อัญญาจะหย่าให้คุณค่ะ” “ฉันไม่หย่า” “หย่าเถอะ อัญญาไม่อยากอยู่กับคนที่ชอบโกหกอย่างคุณ” “อย่าหย่าเลยนะ ต่อไปนี้ฉันจะไม่โกหกเธออีกแล้ว” . . . . . . . . . . . . . . สองปีก่อน ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่ง วันนี้แพรวนัดแฟนหนุ่มที่คบกันมาสองปีให้มาเจอกันที่ร้านอาหาร เพราะเธอมีเรื่องสำคัญจะบอก เมื่อทั้งสองรับประทานอาหารเสร็จ แพรวก็พูดกับแฟนหนุ่มร่างสูงที่นั่งฝั่งตรงข้ามด้วยสีหน้าลำบากใจ ‘พี่ภูริคะ คือ…เรื่องที่เราเคยคิดว่าจะแต่งงานกันคงจะต้องล้มเลิกค่ะ’ ‘ทำไมเหรอแพรว’ เขาถามด้วยสีหน้าตกใจ รู้สึกใจคอไม่ค่อยดี ‘เมื่อคืนมีงานเลี้ยงสังสรรค์กันที่บ้านค่ะ ไม่ใช่บ้านของแพรวหรอกนะคะ แต่เป็นบ้านของลุงธันย์ที่เป็นเพื่อนบ้านค่ะ บ้านแพรวกับบ้านลุงธันย์สนิทกันมาหลายสิบปีแล้วค่ะ…’ เธอกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากแล้วพูดต่อ ‘เมื่อคืนแพรวนั่งดื่มกับโฮป’ ‘โฮปคือใคร’ ‘โฮปคือลูกชายของลุงธันย์ แพรวกับโฮปเป็นเพื่อนเล่นกันมาตั้งแต่เด็กๆค่ะ’ ‘อืม แล้วไงต่อ’ ‘เมื่อคืนแพรวดื่มมากจนเมา แล้วก็จำอะไรไม่ได้ พอตื่นเช้ามาก็เห็นว่าตัวเองนอนอยู่ในห้องนอนกับโฮป แล้วพ่อแม่ของโฮปเข้ามาเห็น ท่านทั้งสองจึงให้โฮปรับผิดชอบแพรวด้วยการแต่งงานค่ะ เพราะพ่อกับแม่ของโฮปคิดว่าแพรวมีอะไรกับโฮปแล้ว พอแพรวบอกว่าโฮปกับแพรวยังไม่ได้มีอะไรกัน แต่พ่อกับแม่ของโฮปท่านไม่เชื่อค่ะ…’ ‘แพรวบอกแล้วว่าแพรวมีแฟนแล้ว และไม่ต้องการความรับผิดชอบ แต่พ่อของโฮปก็ไม่ยอมค่ะ และที่สำคัญพ่อกับแม่ของแพรวก็ไม่ยอมด้วยค่ะ พ่อกับแม่ยืนกรานว่าถ้าแพรวไม่ยอมแต่งงานกับโฮปก็จะไม่ให้แพรวเข้าบ้านค่ะ’ ‘ถ้าอย่างนั้น แพรวก็มาอยู่กับพี่เลยสิ’ ‘ทีแรกแพรวก็คิดแบบพี่นั่นแหละค่ะ แต่พอคิดอีกที แพรวก็ทำไม่ได้ค่ะถ้าจะต้องตัดขาดกันกับพ่อแม่’ ภูริถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ด้วยความรู้สึกคิดหนักเมื่อคิดว่าอยู่ๆ ก็เกิดเรื่องไม่คาดคิด เขากับแพรววางแผนว่าจะแต่งงานกันปีหน้า แต่กลับมีเรื่องตาลปัตรแบบคิดไม่ถึง ก่อนที่เขาจะพูดออกไปด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ‘แพรวจะยอมแต่งงานทั้งที่ตัวเองไม่ได้เต็มใจใช่ไหม ยอมแต่งงานทั้งที่แพรวยังรักพี่อยู่งั้นเหรอ แพรวทำใจได้เหรอ’ ‘เพราะมันจำเป็นจริงๆค่ะพี่ภูริ ที่แพรวต้องแต่งงานเพราะแพรวไม่อยากได้ชื่อว่าเป็นลูกเนรคุณค่ะ’ ถึงเธอจะรักเขา แต่เธอก็รักพ่อกับแม่เหมือนกัน ดังนั้นเธอจึงชั่งใจแล้วว่าต้องเลือกพ่อแม่เป็นอันดับแรกเพราะเธอไม่อยากให้พ่อกับแม่ตัดขาดจากเธอ ‘ถ้าแพรวคิดอย่างนั้น งั้นพี่ก็จะเคารพการตัดสินใจของแพรวก็แล้วกัน’ เขารักเธอก็จริง แต่ในเมื่อเธอตัดสินใจอย่างนั้นเขาก็ไม่อาจจะรั้งเธอเอาไว้ได้ ‘แพรวขอโทษนะคะที่ต้องตัดสินใจแบบนี้แล้วเลือกทิ้งพี่ แต่ขอให้พี่รู้ไว้นะคะว่าที่แพรวแต่งงานเพราะพ่อกับแม่ แต่ไม่ใช่เพราะว่าแพรวรักโฮปค่ะ’ ‘พี่เข้าใจแพรว’ เขารู้ว่าเธอรักเขา แต่ก็เข้าใจดีว่าเธอคงไม่สบายใจถ้าต้องตัดขาดกับพ่อแม่ คอนโดอัญญา วันนี้มณีนุชที่เป็นแม่ของภูริมาหาอัญญาที่คอนโดเพราะมีเรื่องอยากให้ช่วยเหลือ “ที่ป้ามาวันนี้ก็เพราะอยากจะมาขอร้องหนูอัญญาให้ช่วยป้าหน่อย” หญิงวัยกลางคนเอ่ยบอกกับหญิงสาวร่างบางที่นั่งตรงข้ามด้วยท่าทีลำบากใจปนขอร้อง “คุณป้าอยากให้อัญญาช่วยอะไรเหรอคะ” เธอถามด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ป้าอยากให้หนูอัญญาแต่งงานกับภูริ” “แต่งงาน?” เธอถามออกไปด้วยสีหน้าอึ้งเมื่ออยู่ๆคุณป้าบอกจะให้แต่งงานกับคนที่ชื่อภูริ แล้วคนที่ชื่อภูริคือใคร “ภูริเป็นลูกชายของป้าเองแหละ” ตั้งแต่มณีนุชรับอัญญามาอุปการะ นางไม่เคยเล่าเรื่องของลูกชายให้อัญญาฟัง นางเคยแค่บอกกับอัญญาว่าตัวเองมีลูกชายหนึ่งคน แต่ไม่ได้บอกว่าชื่ออะไร “อ๋อค่ะ” อัญญาพยักหน้ารับรู้ เธอเพิ่งรู้วันนี้นี่แหละว่าลูกชายของคุณป้าชื่อภูริ ก่อนหน้านี้เธอรู้แค่ว่าท่านมีลูกชายหนึ่งคน ท่านเคยบอกเธอแล้วครั้งหนึ่งแต่นานมาแล้ว “ที่ป้าอยากให้หนูอัญญาแต่งงานกับภูริ เพราะป้าอยากให้หนูอัญญาได้เป็นคนเยียวยาหัวใจของเขา” “…” อัญญาที่ได้ยินอย่างนั้นก็รู้สึกฉงนใจกับคำว่าเยียวยาหัวใจ “ภูริเคยมีคนรักมาก่อน แล้วเมื่อสองปีก่อนคนรักของเขาต้องไปแต่งงานกับคนอื่นด้วยความจำเป็นบางอย่าง ภูริเสียใจมาก จนผ่านมาสองปีแล้วเขาก็ยังเสียใจอยู่ หลังจากแฟนแต่งงานภูริก็ไปอยู่ไร่ชาที่ต่างจังหวัด และเขาก็ไม่เคยกลับมาที่นี่อีกเลย” “…” อัญญาพยักหน้าเบาๆอย่างรับรู้พลางรู้สึกสงสารเขาที่ต้องเสียคนรักให้คนอื่นไป เธอเข้าใจหัวอกของคนที่ต้องเสียคนรักมันเป็นยังไง เธอเคยผ่านเหตุการณ์นั้นมาแล้ว เธอต้องเสียแม่ไปแบบไม่มีวันกลับ ซึ่งผิดกับเขาที่ต้องจากเป็นกับคนรัก เมื่อหกปีก่อนแม่ของเธอเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว ผ่านมาหกปีแล้วเธอก็ยังไม่เคยลืมแม่เลยสักวัน “ที่ป้าต้องขอความช่วยเหลือจากหนูอัญญา เพราะมีวิธีนี้วิธีเดียวที่ป้าคิดว่าพอจะทำให้ลูกชายของป้าลืมแฟนเก่าได้ ถ้าป้าไม่ใช้วิธีนี้ป้าก็กลัวว่าภูริจะฝังใจอยู่กับคนรักไม่จบไม่สิ้น…” “หนูอัญญาช่วยป้าได้ไหม ป้าขอร้องละนะ ป้าทุกข์ใจมากเลยที่ลูกชายของป้ายังอยู่ในสภาพที่ยังฝังใจกับคนรักแบบนี้” มณีนุชเอ่ยออกไปด้วยแววตาอ้อนวอนน่าสงสาร อัญญาที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกเห็นใจไม่น้อยพลางคิดในใจว่าถ้าเธอยอมแต่งงานกับลูกชายของคุณป้าแล้วทำให้เขาไม่ฝังใจอยู่กับความเศร้าได้ ก็ถือว่าเธอได้ช่วยเหลือคุณป้าที่เคยอุปการะเลี้ยงดูเธอมาหลายปี“เป็นแผนของนายงั้นเหรอ” เธอมีสีหน้างุนงง“งานเลี้ยงที่บ้านฉันคืนนั้น ฉันเป็นคนอยากให้มันมีขึ้นมาเองแหละ”“…”“คืนนั้นฉันแอบใส่ยานอนหลับในแก้วเหล้าของเธอ พอเธอหลับฉันก็พาเธอไปนอนในห้องกับฉัน เพราะอยากให้พ่อกับแม่มาเห็น เพราะถ้าพ่อกับแม่มาเห็น ฉันรู้ว่าท่านจะให้ฉันรับผิดชอบเธอด้วยการแต่งงาน”“นายทำไปเพื่ออะไร”“ฉันรักเธอตั้งแต่เธออยู่มอสี่ พอฉันรู้ว่าเธอมีแฟนฉันก็รู้สึกไม่สบายใจ พอรู้ว่าเธอจะแต่งงาน ฉันก็เลยคิดแผนการนี้ขึ้น”“โธ่…โฮป นายรักฉันมากถึงขนาดนี้เลยเหรอ” แพรวที่ได้รู้ความจริงและความในใจของโฮปก็คลี่ยิ้มแล้วสวมกอดโฮปด้วยความรัก เขาดีกับเธอเสมอต้นเสมอปลาย“เธอไม่โกรธฉันใช่ไหม” เขากอดเธอแล้วถามออกไป“ที่นายทำไปเพราะรักฉันมาก แล้วจะให้ฉันโกรธนายได้ยังไงล่ะ”“เธอรักฉันไหมแพรว”“ฉันบอกรักนายตั้งหลายครั้งแล้วนะ นายยังจะไม่เชื่ออีกเหรอ” ตอนที่อยู่ด้วยกันสองปี เธอไม่เคยบอกรักเขา แต่ตอนที่กลับมาอยู่ด้วยกันครั้งนี้เธอบอกรักเขาหลายครั้งแล้ว“ฉันรักเธอนะแพรว”“ฉันก็รักนายเหมือนกัน”“ฉันแก่กว่าเธอสามปี เธอเรียกฉันว่าพี่ได้ไหม” ตอนนี้เขาอายุยี่สิบเก้าปี ส่วนแพรวอายุยี่สิบหกปี“ได้สิ งั้นขอพูด
เมื่อภูริลุกไปรับยาและจ่ายเงินเสร็จก็เดินมาที่ร่างเล็กที่นั่งอยู่แล้วพูดออกไป“นั่งรถเข็นดีกว่านะ” เขาไม่อยากให้เธอเดินจึงอยากให้เธอนั่งรถเข็นไปขึ้นรถ“ไม่เป็นไรค่ะ อัญญาเดินเองดีกว่า”“พี่ไม่อยากให้เธอเดินเอง”“รอให้อัญญาท้องโตก่อนนะคะ แล้วค่อยให้นั่งรถเข็น”“งั้นก็กลับกันเถอะ” ว่าจบเขาก็จับข้อมือเรียวให้ลุกขึ้นแล้วพากันเดินออกไปขึ้นรถที่จอดอยู่ไม่ไกลบนรถ“ที่เธอไม่บอกพี่เรื่องท้องเพราะเธอคิดไปถึงคำพูดของพี่ตอนนั้นใช่ไหม ที่พี่บอกว่าไม่อยากมีลูกกับเธอ” เขาถามพลางในใจก็ยังรู้สึกผิดและเสียใจอยู่ที่เคยพูดแบบนั้น“ใช่ค่ะ”เขารั้งร่างสวยสมส่วนเข้ามากอดด้วยความอ่อนโยนทะนุถนอมแล้วลูบหัวเล็กพร้อมกับสูดดมกลิ่นหอมและพูดออกไป“ตอนนั้นพี่แย่มากเลยนะที่พูดแบบนั้นออกไป พี่ต้องขอโทษอัญญาอีกครั้ง”“อัญญาไม่โกรธพี่ค่ะ ตอนนั้นอัญญาเข้าใจค่ะว่าพี่ไม่ได้รักอัญญา พี่จึงไม่อยากมีลูกกับอัญญา เพราะถ้าเกิดมีลูกแล้วพ่อแม่ไม่ได้รักกัน ต่อไปพ่อแม่อาจจะแยกทางกันก็ได้ แล้วปัญหาก็มาตกอยู่ที่ลูกค่ะ”“เธอเป็นคนที่มองโลกในแง่ดีจริงๆอัญญา และเธอก็เข้าใจความรู้สึกของคนรอบข้าง พี่รักเธออัญญา”“อัญญาก็รักพี่ภูริค่ะ”เขา
ภูริวางคนตัวเล็กลงบนเคาน์เตอร์แล้วจัดการถอดเสื้อผ้าของเธอและของตัวเอง เขาจับขาของเธอให้อ้าออกกว้าง มือแกร่งจับท่อนรักยาวใหญ่ถูไถในร่องกลีบสีสวยสี่ห้าครั้งจนน้ำหล่อลื่นไหลเยิ้มออกมา ก่อนที่เขาจะสอดใส่แก่นกายแข็งร้อนเข้าไปในโพรงรักที่คับแน่น จากนั้นไม่นานทั้งสองก็ได้ปลดปล่อยน้ำกามออกมาในปริมาณมากมายจนไหลย้อยลงมาเปรอะเปื้อนบนแผ่นหินอ่อนสีขาวที่ร่างบางนั่งอยู่“อาบน้ำเลยนะ เดี๋ยวค่อยไปทำต่อบนที่นอนอีก” “ค่ะ” จากนั้นทั้งสองก็อาบน้ำด้วยกันในอ่างยี่ห้อหรูเมื่อทั้งคู่ใส่เสื้อผ้าเสร็จ ชายหนุ่มก็พาคนตัวเล็กมานั่งบนโซฟาโดยภูริให้เธอนั่งบนตักแล้วสวมกอดเธอจากทางด้านหลังภูริหยิบโทรศัพท์แล้วถือไว้ตรงหน้าเธอ เขาเปิดเข้าไปในคลังภาพแล้วพูดออกไป“เธอดูรูปในนั้นสิ”“พี่จะให้อัญญาดูรูปอะไรเหรอคะ”“เธอลองเลื่อนดูสิ” จากนั้นเธอก็เลื่อนดูภาพจึงเห็นว่าในนั้นมีแต่รูปแต่งงาน แต่ไม่มีรูปเขาที่ถ่ายกับแพรว“พี่ลบรูปที่ถ่ายกับแพรวออกหมดแล้วนะ พี่ลบออกไปเกือบเดือนแล้ว” ตอนที่เขาคลื่นไส้และนอนซมอยู่แต่ในห้องสามวัน เขาได้ลบรูปที่เขาถ่ายคู่กับแพรวออกหมด“…” อัญญาที่เห็นอย่างนั้นก็รู้สึกหัวใจพองโตพลางคิดในใจว่าในที่ส
โรงพยาบาล ตอนเย็นภูริลงจากรถหรูก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่แพรวก็ลงจากรถแท็กซี่มาเหมือนกัน แพรวที่เห็นร่างสูงของแฟนเก่าจึงระบายยิ้มพร้อมกับถามออกไป“พี่ภูริมาทำอะไรที่นี่คะ”“พี่มารับอัญญา อัญญาทำงานอยู่ที่นี่ แล้วแพรวล่ะมาทำอะไร” เขาพูดด้วยสีหน้าปกติ“แพรว…มาหาสามีเก่าค่ะ เขาทำงานอยู่ที่นี่เหมือนกัน”“อ๋อ” เขาพยักหน้ารับรู้พลางคิดในใจว่าหรือจะเป็นหมอคนนั้นที่คอยตามติดเมียของเขาตลอด เมื่อคิดได้อย่างนั้นภูริจึงเอ่ยถามออกไป“สามีเก่าแพรวชื่อโฮปใช่ไหม”“ใช่ค่ะ”“เขาเป็นหมอหรือเปล่า”“ใช่ค่ะ โฮปเป็นหมอสูตินรีเวชค่ะ”“พี่เคยเจอเขาหลายครั้งแล้วตอนมาหาอัญญาที่นี่ พี่เคยได้ยินอัญญาเรียกชื่อเขา อัญญาสนิทกับเขา”“อ๋อค่ะ”“งั้นพี่ขอตัวเข้าไปข้างในก่อนนะ” เขาทำท่าจะเดิน แต่แพรวเรียกไว้“พี่ภูริเดี๋ยวก่อนค่ะ แพรวมีเรื่องอยากคุยกับพี่ เราไปนั่งคุยกันตรงนั้นดีกว่านะคะ”“ได้” จากนั้นทั้งสองก็พากันไปนั่งที่โต๊ะซึ่งอยู่ไม่ไกล แล้วเธอก็เอ่ยกับร่างสูงที่นั่งตรงข้าม“แพรวย้ายกลับไปอยู่บ้านแล้วค่ะ”“พ่อแพรวหายโกรธแล้วเหรอ” ว่าแล้วหญิงสาวก็ยกมือไหว้คนตัวสูงแล้วเอ่ยออกไปด้วยท่าทีรู้สึกผิดกับเรื่องที่ตัวเองโกห
ภูริเดินคอตกไหล่ลู่มาขึ้นรถหรูแล้วขับออกไปด้วยความรู้สึกกลัดกลุ้มเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กแสดงท่าทีไม่ต้องการเขา มันจึงทำให้เขาย้อนนึกไปถึงตอนที่ตัวเองเคยพูดให้เธอรู้สึกไม่ดี‘ที่ฉันต้องแต่งงานกับเธอเพราะฉันอยากให้พ่อกับแม่สบายใจ แต่ไม่ใช่เพราะฉันอยากได้เธอมาเป็นเมียหรอกนะ’‘ฉันจะจัดงานแต่งแค่เล็กๆพอเป
เมื่อภูริขับรถออกมาจากคอนโดของอัญญาเขาก็มุ่งหน้าไปยังบ้านของเขาห้องรับแขก“แม่ได้ข่าวว่าหนูแพรวหย่ากับสามีแล้ว” เมื่อคนเป็นลูกนั่งเรียบร้อย คนเป็นแม่ก็พูดเข้าประเด็นสำคัญทันที“ใช่ครับ”“พอรู้ว่าหนูแพรวหย่ากับสามี ลูกก็โกหกคนที่เป็นภรรยาเพื่อไปหาหนูแพรวอย่างนั้นเหรอ ที่ลูกทำอยู่มันถูกแล้วเหรอ”“ผม
เมื่อล้างสิ่งของทุกอย่างเสร็จ ภูริก็ออกมาข้างนอกจึงเห็นว่าคนตัวเล็กนั่งอยู่ในห้องโถง ร่างสูงเดินมาหย่อนตัวนั่งข้างเธอแล้วพูดออกไป“วันนี้ฉันยังไม่ได้กินอะไร เดี๋ยวเราทำของกินกันนะ”“อัญญายังไม่หิวค่ะ” เธอไม่ได้หันไปมองเขา“ถ้าอย่างนั้นฉันไปทำเองก็ได้ แล้วฉันก็จะทำเผื่อเธอด้วย” ว่าแล้วเขาก็ลุกไปเข้า
ร่างแกร่งลุกขึ้นเต็มความสูงแล้วก้าวไปหาเธอ ก่อนจะพูดออกไปด้วยท่าทีกระอึกกระอัก สายตาล่อกแล่ก“วันนี้…ฉันต้องเข้าบริษัทนะ คงจะกลับเย็นๆ หรืออาจจะค่ำหน่อย” ถ้าแพรวช้อปปิ้งด้วยคงจะเสร็จค่ำ เขาจึงพูดเผื่อเวลาไว้“ตามสบายเถอะค่ะ” เธอรู้ว่าเขาจะไปหาแฟนเพราะท่าทีการพูดและแววตาของเขาฉายแววว่ากำลังโกหกอยู่